กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 177 : วิถีหลอมสรางแกนนภาจิ้งจอกสวรรค
หวืด∼ หวืด!
โซ่สีเงินบินฉวัดเฉวียนกวัดแกว่งทั่วทุกทิศทาง
นำพา อู่ อวี้ โบยบินกวาดผ่านหมู่ม่านหมอก
ทุกสรรพสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าในยามนี้ ทั้งหมด
ล้วนเป็นภาพมายา โลกทั้งหล้าพร่าเลือนไปหมดไม่
แจ่มชัด
อู่ อวี้ ล่วงรู้อย่างแจ่มแจ้งว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของ
จิ่วเซียน แม้เขาจะล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจ หลังจากต้อง
เผชิญหน้ากับพลังฝีมือระดับนี้ แต่เขาไม่สามารถ
ขจัดเวทย์ปีศาจนี้ออกไปได้!
แม้ อู่ อวี้ พยายามเพ่งสมาธิให้เห็นภาพจำแลง
หัวใจวานร หรือแม้แต่วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ก็
ยังไม่สามารถสกัดกั้น เวทย์ปีศาจ ของปีศาจ
จิ้งจอกตนนี้ได้!
แม้แต่ หลาน ฮั้วหยุน ก็ยังได้ผลกระทบรุนแรง
และ ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจาก จิ่วเซียน !
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า แท้จริง
แล้วการพ่ายแพ้อย่างราบคาบนั้นเป็นเช่นไร
เส้นทางแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญเต๋ากว้างใหญ่ไร้
สิ้นสุด อย่างไรก็ตามไม่ว่าความแข็งแกร่งจะ
เพิ่มขึ้นรวดเร็วมากเพียงใด เขาก็ยังคงมีความ
หวาดกลัวอยู่ภายในจิตใจอยู่ดี!
ความแข็งแกร่งที่ จิ่วเซียน แสดงออกมาให้เห็นใน
วันนี้ มันทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง!
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น หัวใจของเขาก็คงไม่ยอมสยบ
ภายในอกของเขามันยังคงพลุ่งพล่าน!
“จิ่วเซียน!”
แม้กระทั่ง หมิงซวง ยังรู้สึกหมดหวังที่จะช่วยเหลือ
เขา
“ข้าจะต้องสังหารเจ้า! ข้าจะต้องสังหารเจ้า!”
ดวงตาของ อู่ อวี้ กลายเป็นสีแดงก่ำ ภายในห้วง
ของภาพมายานี้ เขาพยายามแกว่งกวาดสายตา
มองหา จิ่วเซียน
เขาพยายามรีบเร่ง โจมตีกวาดไปทั่วทุกทิศทางครั้ง
แล้วครั้งเล่า เวลานี้เขาได้ใช้ร่างจำแลงเซียนวานร
เปลี่ยนแปลงกลายเป็นวานรทองคำ พยายามดิ้น
รนต่อต้าน กับสิ่งซึ่งคอยขัดขวางเขาเอาไว้ จนทั่ว
ทั้งหมอกหนาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
แต่กระนั้นกลับไม่มีร่องรอยของ ปีศาจจิ่วเซียน ผู้
เลอโฉมเลยแม้แต่นิด
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
โซ่สีเงินฟาดกระแทกเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง
นางปล่อยให้ร่างกายของเขา อาบชโลมโลหิตอยู่
เช่นนั้น!
เปรี๊ยง!
ทันใดนั้นเองโซ่สีเงินได้ฟาดกระแทกเข้าใส่ศีรษะ
ของ อู่ อวี้ อย่างจัง
“อั่ก!”
อู่ อวี้ รู้สึกปวดวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงฉับพลัน
นี่ไม่ใช่อาการวิงเวียนศีรษะธรรมดา มันคือ
ผลกระทบซึ่งได้รับมาจากศาสตราเต๋าระดับเชื่อม
จิต ซึ่งมันทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะอย่าง
รุนแรง อู่ อวี้ รู้สึกวิงเวียนประหนึ่งสรรพสิ่ง
โดยรอบกำลังหมุนวนอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็
ต้องร่วงหล่นลงสู่พื้นด้วยความรู้สึกมึนงง ราวกับ
ดื่มสุราจนเมามาย
ตู้มมม!
หลังจากร่วงตกลงกับพื้นดิน ทุกสรรพสิ่งช่างกลับ
ตาลปัตรเสมือนกำลังอยู่ในห้วงสมุทรอันล้ำลึก พื้น
ปฐพีอันแข็งกระด้างแปลเปลี่ยนเป็น เกลียวคลื่น
เกลือกกลิ้งกระเพื่อมพริ้วไหว
ภาพภายในจินตนาการนับไม่ถ้วน เริ่มปรากฏขึ้น
ทั้งยังส่งผลต่อจิตใจ
” มันมีชื่อเรียกว่า ‘มายาสีเงิน’ มันคือของขวัญที่
พี่สาวได้มอบให้ข้า ” ขณะกำลังมึนงงอ่อนระทวย
อยู่นั้น ในหูของเขาก็ได้ยินเสียงอันอ่อนโยนดังขึ้น
เขาไม่รู้ว่ามีมือเล็ก ๆ ยื่นมาจับบนใบหน้าของตน
ตอนไหน
” อู่ อวี้ โปรดอย่าโกรธเคืองจิ่วเอ๋อเลย สิ่งที่จิ่
วเอ๋อกล่าวมาทั้งหมด ล้วนโปั้ปดท่าน ” เขาจมลงสู่
ห้วงภวังค์แห่งความเคลิ้มเคลิ้มหลงใหล ผู้ปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าคือสตรีผู้เสาะหาได้ยากยิ่งในใต้หล้า
ทั่วทั้งสรรพางค์กายของนาง หากผู้ใดได้พบเห็นคง
มีแต่คำชื่นชมสรรเสริญเป็นเสียงเดียวกัน บางคน
อาจจะรู้สึกว่าความงามอันน่าอัศจรรย์ของนาง
ช่างน่าหวาดกลัวเลวร้าย แต่สำหรับบางคนเพียง
แค่แลมอง ก็สามารถทำให้พวกเขาเหล่านี้หายใจ
ได้อย่างติดขัดยากลำบาก เนื่องจากสำลักดื่มด่ำกับ
ความงดงามนั้น
ดวงตาของนางอาบชโลมไปด้วยหยาดน้ำตา ขณะ
เอ่ยถามว่า ” อู่ อวี้ ท่านยินดีจะให้อภัย จิ่วเอ๋อ ผู้นี้
ได้หรือไม่? ”
อู่ อวี้ หลงลืมว่านางคือผู้ใด ไฉนบนโลกหล้านี้ถึงมี
สตรีสมบูรณ์แบบเช่นนี้ได้ ? แล้วเขาจะปฏิเสธนาง
ได้อย่างไร ? ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว แล้ว
กล่าวว่า ” ข้าเองก็ไม้ได้โกรธเคืองอะไรเจ้า ”
” อู่ อวี้ ช่างดีกับจิ่วเอ๋อเหลือเกิน จิ่วเอ๋อ ผู้นี้ยินดีที่
จะติดตามปรนนิบัติ อู่ อวี้ ตลอดไป ข้าจะมอบทุก
สรรพสิ่งให้กับท่าน ทั้งความบริสุทธิ์ หรือ แม้แต่
ชีวิตของ จิ่วเอ๋อ ทุกสรรพสิ่งที่ตัวข้ามีจะขอมอบ
มันให้แก่ อู่ อวี้ ” นางจับหน้าลงไปบนหน้าอกของ
อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างโศกเศร้าว่า ” อู่ อวี้
คงไม่อาจร่วมชีวิตกับ จิ่วเอ๋อ ได้ หลังจากผ่านพ้น
คืนนี้ จิ่วเอ๋อ จะเกิดมาเพื่อท่าน ในชีวิตนี้ยังไม่เคย
มีชายใดมาแตะต้องสัมผัส จิ่วเอ๋อ มิฉะนั้นแล้ว จิ่
วเอ๋อ จะต้องสังหารคนผู้นั้น ”
ความรู้สึกของ อู่ อวี้ ในยามนี้เช่นดังเขากำลังอยู่
ภายในนิมิตฝัน เขาคนคิดตรึกตรองชั่วครู่จนแน่ใจ
ว่าตนเองนั้นกำลังอยู่ภายในนิมิตฝัน ฉับพลันเขาก็
นึกขึ้นมาได้ว่าในยามพรุ่งเขาจะต้องขึ้นรับ
ตำแหน่งฮ่องเต้ เขาคือฮ่องเต้องค์ต่อไปที่จะเฝั้า
ทำนุดูแล อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ สืบต่อไป
” ข้าไม่คาดหวังว่าในวันขึ้นครองบัลลังก์ แต่กลับ
นิมิตฝันถึงสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามยอดเยี่ยมเช่นนี้
หรือสวรรค์กำลังชี้แนะบอกใบ้สิ่งใดแก่ข้า ? ว่า
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ซึ่งปกครองโดยข้า จะ
เจริญรุ่งเรืองมีชื่อเสียงเกรียงไกร? ” เมื่อคิดถึงเรื่อง
นี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกอิ่มเอมมีความสุขไม่น้อย ทว่า
ภายในนิมิตฝันนั้นเขาดูไร้ซึ่งความแยแสต่อทุก
สรรพสิ่ง เขากดร่างของสตรีนางนั้นลงอย่างรุนแรง
อู่ อวี้ ไม่ได้เอื่อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา มีเพียง
ความปรารถนาอยากจะกลืนกินนางเท่านั้น สตรี
นางนี้จุดได้ประกายไฟในตัวของเขาขึ้นได้อย่าง
รวดเร็ว ราวกับเพลิงที่ถูกจุดขึ้นจากน้ำมัน มันลุก
โหมกระหน่ำเผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง จนเขาไม่อาจ
ควบคุมเพลิงปรารถนานี้ได้!
” หากเป็นนิมิตฝัน เหตุใดข้าถึงรู้สึกราวกับว่า สตรี
งดงามผู้นี้ดูราวกับความจริงเช่นนี้! ” อู่ อวี้ ตก
ตะลึง ขณะจ้องมองไปบนร่างกายของ จิ่วเซียน
อย่างอ่อนโยน ทุกอากัปกิริยา ท่วงท่า รอยยิ้ม และ
ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของนาง ช่างยั่วยวนดึงดูด
จิตใจชวนเคลิบเคลิ้มด่ำดิ่งอย่างยิ่ง ทุกสรรพสิ่งที่
เกิดขึ้นในยามนี้ มันช่างไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง
” อู่ อวี้ ท่านโปรดอ่อนโยนกับจิ่วเอ๋อด้วย …” สตรี
ผู้นี้เฉกเช่นฝันร้าย น้ำเสียงของนางยิ่งชวนให้
เคลิบเคลิ้มหลงใหล ทำให้เขาบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น
เขารู้สึกว่าราตรีนี้เป็นช่วงเวลาอันสวยงามมาก
ที่สุดในชีวิต
” หากนี่เป็นความฝัน เช่นนั้นข้าจะสนุกกับมันให้
เต็มที่! ” อู่ อวี้ คิดว่าหากนี่เป็นเพียงนิมิตฝัน เขา
เองก็ยินดีสนองอย่างไม่เกรงใจ บัดนี้เขาได้ปลด
เปลื้องตนเองเริงระรื่นไปกับเพลิงราคะ ฝั่ามือลูบไล้
ไปทั่วทุกอณูสรรพางค์กาย สตรีนางนี้เฉกเช่นดั่ง
กระแสน้ำวน เพียงชั่วพริบตาเดียวเขาได้ถูก
ดูดกลืนเข้าไปในกระแสน้ำวนนี้ อย่างไม่อาจปีน
ปั่ายหลบลี้หนีขึ้นมาได้
ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ยาม
เมื่อเขาแหวกว่ายเข้าไปภายในถ้ำลี้ลับ ดวงตาของ
จิ่วเซียน กลายเป็นสีแดงกล่ำ ร่างกายอรชรบิด
ม้วนเป็นเกลียว โอนอ่อนพริ้วไหวผ่อนตามท่วงท่า
ของ อู่ อวี้ ลิ้นของสุนัขจิ้งจอกแผ่ขยาย โอบรัด
พันธนาการรอบลำคอของ อู่ อวี้ แต่ช่างน่า
เสียดายที่เขาไม่อาจแลเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านี้
ได้
” ข้าจะใช้ลิ้นนี้ สัมผัสดูดกลืนพลังหยางออกมา
จากปาก ในชีวิตนี้ร่างกายหยางบริสุทธิ์ ข้า
สามารถลิ้มรสได้แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ฉะนั้น
แล้วข้าจะค่อย ๆ ลิ้มรสมันอย่างช้า ๆ ” จิ่วเซียน
เมียงมองไปยังบุรุษผู้อยู่เบื้องหน้า ซึ่งตกอยู่ภายใต้
การควบคุมของนางอย่างสมบูรณ์ อย่างพยายาม
หักห้ามใจตัวเอง ดวงตาสีแดงก่ำของนางหลี่เล็กลง
เล็กน้อย
“ข้าคงต้องกล่าวตามตรง เขาช่างเป็นคนที่มีหัวใจ
บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างยิ่ง เขาปกปั้องนิกายด้วย
หัวใจอันบริสุทธิ์ ช่างเป็นคนดีอะไรเยี่ยงนี้ แต่ …
การที่โชคชะตาชักนำพา ให้เขามาพบพานกับข้า
ช่างถือเป็นความผิดมหันต์ ”
” เพื่อเป็นการตอบแทนบุญ ในชีวิตนี้ จิ่วเอ๋อ จะมี
เพียงท่านเป็นสามี หลังจากท่านตกตายไป ข้าจะ
ตั้งหลุมฝังศพให้แก่ท่าน คอยคำนับพูดคุยกับท่าน
ทุกปี ในชีวิตนี้ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องชายหญิง
จะไม่มีชายใดมาแทนที่ท่านได้ ”
เมื่อ จิ่วเอ๋อ ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ นางก็บรรจงจูบ อู่
อวี้ ความจริงแล้วนางกำลังใช้เวทย์ปีศาจ ลิ้นของ
นางยืดขยายกวัดแกว่งชอนไชเข้ามาภายใน
ร่างกายของ อู่ อวี้ ดูดซับปราณทิพย์ ผสานหยินห
ยางเพิ่มพูนอำนาจให้แก่ตน
” ข้ากับพี่สาวได้รับสิ่งนี้มาด้วยกัน มันคือ ‘วิถี
หลอมสร้างแกนนภาจิ้งจอกสวรรค์’ ครั้งหนึ่งเรา
เคยสาบานว่าจะบรรลุไปด้วยกัน แต่ช่างน่า
เสียดาย ที่บัดนี้ภายในหุบเขาจิ้งจอก หลงเหลือ
เพียงข้าคนเดียวเท่านั้น …”
จิ่วเอ๋อ หลับตาลง เมื่อหวนรำลึกถึงน้องสาว ซึ่ง
เติบใหญ่มาด้วยกัน นางยังคงจดจำถึงเรื่องราวทุก
อย่างได้เป็นอย่างดี แม้จะล่วงเลยผ่านมาหลายปี
แล้วก็ตาม ภาพความทรงจำเหล่านั้นยังคงย้ำเตือน
จนทำให้นางไม่อาจหักห้ามหยาดน้ำตา ไม่ให้ไหล
รินได้
“พี่สาว… ข้าประสบความสำเร็จแล้ว! ”
สำหรับนางแล้ว นางเห็นว่าร่างกายของ อู่ อวี้
เป็นเฉกเช่นดั่งสมบัติล้ำค่ามหาศาล เปรียบเสมือน
ดั่งมหาสมุทรซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลังหยาง นาง
ปลดปล่อยพลังของ ‘วิถีหลอมสร้างแกนนภา
จิ้งจอกสวรรค์ ‘ ออกมาอย่างเต็มที่ นางสอดใส่
เรียวลิ้นยาวเฉกเช่นดั่งปั้องหญ้าแห้ง เข้าไปใน
ร่างกายของ อู่ อวี้ จากนั้นนางก็เริ่มบรรเลง
ดูดกลืน
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
จิ่วเซียน ค่อย ๆ ละเลียดดื่มด่ำสัมผัสในลิ้มรสชาติ
บัดนี้นางได้เริ่มการบ่มเพาะ วิถีหลอมสร้างแกน
นภาจิ้งจอกสวรรค์ อย่างแท้จริง มันคือการสอด
ประสานเชื่อมโยงกันของคนทั้งสอง ใช้เวลาเพียง
แค่สิบลมหายใจ อู่ อวี้ ก็ถูกนางดูดกลืนจนแทบ
สูญสิ้น นี่เป็นแค่เพียงการลิ้มรสชาติผ่านริมฝีปาก
แลเรียวลิ้นเท่านั้น นางปล่อยให้เขาล่วงล้ำเข้าสู่
พื้นที่ต้องห้ามอย่างบ้าคลั่ง นี่คือสิ่งที่นางรอคอยมา
นับพันปี!
ตู้มมมม ตู้มมมม!
ปราณหยางภายในกายของ อู่ อวี้ เดือดพลุ่งพล่าน
โหมกระพืออย่างบ้าคลั่ง ก่อรูปกลายเป็นเปลว
เพลิงที่สามารถมองเห็นได้ ยิ่งเปลวเพลิงลุกโหม
กระหน่ำเผาไหม้มากขึ้นเท่าไหร่ พลังก็ยิ่งทวีเพิ่ม
มากขึ้นเท่านั้น เลือดเนื้อภายในกายเริ่มหลอม
ละลาย กายาเพชรอมตะที่ฝึกฝนบ่มเพาะ หลอม
สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก บัดนี้รากฐานได้พลัน
สลายลงไป โดยพื้นฐานแล้วกายเนื้อปกติย่อมไม่
อาจถือครอง พลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาลเอาไว้ได้
ส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้น จากนั้นร่างกายจะแห้ง
เหี่ยวแล้วตกตายลงไปอย่างรวดเร็ว
ปราณหยางกำลังถูกริมฝีปากของ จิ่วเซียน
ดูดกลืน หลอมผสานภายในร่างกายของนาง ด้วย
ความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นี่เป็น
เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ทว่าเพลิงได้ลุกโหม
กระหน่ำปกคลุมร่างกายของ จิ่วเซียน อย่าง
สมบูรณ์ ในเวลานี้นางในผลัก อู่ อวี้ ลงบนพื้น
พร้อมกับ ดูดกลืน อย่างบ้าคลั่ง!
“อั่ก!”
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ นั้นรู้สึกเจ็บปวดทรมานถึงสุด
ขีด ความรู้สึกของกายเนื้อถูกหลอมละลาย เป็นสิ่ง
น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ซึ่งมันคือสิ่งที่ไม่อาจปิด
ซ่อนเอาไว้ได้ ท่ามกลางสติฟืนคืนกลับมาบางส่วน
เขาได้ค้นพบว่ายามนี้สตรีผู้แสนเลอโฉมงดงามตรง
เบื้องหน้าของเขา ได้แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจชั่วร้าย
ในชั่วพริบตา บัดนี้นางกำลังดูดกลืนร่างกายของ
เขาอยู่ แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวมากกว่านั้นก็คือ แม้
เขาจะรู้ว่าได้มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับตนเอง แต่เขาก็
ยังคงหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ทั้งหมดเป็นเพราะ
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ‘มายาสีเงิน’ ของนาง มันทำ
ให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนได้
ส่งผลให้เขายังคงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสตรี
ผู้นี้!
“จิ่วเซียน!”
ในที่สุด อู่ อวี้ จดจำนางได้
แต่ดูเหมือน จิ่วเซียน จะไม่แยแสนางยังคงดูดกลืน
อย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นนางก็ใช้มือทั้งสองข้างง้าง
กรามของเขาออก ราวกับว่า ความเร็วในการ
ดูดกลืนของนางยามนี้ ยังไม่เป็นที่พึงพอใจของ
นางมากนัก เกรงว่าในเวลานี้ วิถีหลอมสร้างแกน
นภาจิ้งจอกสวรรค์ จะไม่ได้แสดงผลออกมาเต็มที่
จากนั้นนางจึงฉีกกระชากอาภรณ์ของ อู่ อวี้ ออก
ดวงตาของนางเป็นสีแดงก่ำ สาดประกายแรง
ปรารถนาออกมาอย่างบ้าคลั่ง นางจ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยแววตาน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
” อู่ อวี้ จิ๋วเอ๋อ จะไม่เกรงใจแล้ว ” แม้ว่าในเวลานี้
ดวงตาของ จิ่วเซียน จะเป็นสีแดงก่ำ แต่รอยยิ้มที่
นางส่งออกมายังคงอ่อนหวานหยดย้อย หากจ้อง
มองไปที่ใบหน้าของนางนางในเวลานี้ ใบหน้าของ
นางดูราวกับทูตสวรรค์แลปีศาจ
ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ไม่อาจหยุดยั้งริมฝีปากของ
นาง ไม่ให้ดูดกลืนได้แม้แต่เพียงชั่วครู่ ปากของ
นางยังคงประกบอยู่กับ อู่ อวี้ ดูดกลืนพลังหยาง
ของเขา อย่างบ้าคลั่งตะกะตะกลาม วิถีหลอมสร้าง
แกนนภาจิ้งจอกสวรรค์ ปลดปล่อยความน่ากลัว
ของมันออกมามากยิ่งขึ้น ประหนึ่งว่า อู่ อวี้ ถึง
วาระที่จะต้องตกตายไปอย่างสิ้นเชิง
ในยามนี้ไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ยใด ๆ
ความตายคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า การถูกสตรีงดงามรุก
เร้า มันจะเป็นเรื่องเลวร้ายอันตรายอย่างมหันต์
เช่นนี้
อ๊ากกกกกกก!
บัดนี้โทสะพวยพุ่งไปจนถึงสวรรค์!
ทุกสรรพสิ่งที่เขาฝึกฝนสั่งสม มาอย่างยาวนาน
บัดนี้ จิ่วเอ๋อ กำลังถูกดูดกลืนเอามันไป!
เมื่อครั้งยังอยู่ในโลกมนุษย์ เขาถูกเนรเทศไปสู่
ชายแดน หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าสู่ นิกายกระบี่
สวรรค์ เสมือนกับว่าเขาได้พลิกฟืนจากความตาย
ตลอดทางจนถึงปัจจุบันขวนขวายพัฒนาผ่าน
อุปสรรคขวากหนาม กลายเป็นผู้มีพรสวรรค์มาก
ล้น ความแค้นที่พุ่งทะยาน ความพยายามที่จะ
ปกปั้องเทือกเขาคราม ทั้งหมดนี้ ถูกบดขยี้ลงด้วย
น้ำมือของ จิ่วเซียน !
ภายในหัวใจของเขายังคงดิ้นรนอย่างไม่ยินยอม…
ภาพเหตุการณ์ในอดีตทั้งหมด หลั่งไหลเข้ามา
ภายในดวงตาของเขา อู่ อวี้ รู้สึกโหยหาภาพความ
ทรงจำเหล่านี้อย่างยิ่ง ความคึกคักของนครหลวง
เย่วอู่ ความเข้าอกเข้าใจแลความอ่อนโยนของ อู่
หยู๋ หวนนึกไปถึงบรรพตเขียวขจีธารธารใสประดุจ
แก้วกระจกของ นิกายกระบี่สวรรค์ อารมณ์
ความรู้สึกภาคภูมิใจ กล้าหาญ มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวใน
วิถีแห่งกระบี่…
เขาหวนลำลึกถึงความรักความเอาใจใส่ดูแล ที่ ซู
หยานหลี่ รวมถึงเหล่าศิษย์พี่น้องได้มอบให้ รำลึก
ถึง เฟิง ซัวหยา ที่คอยอบรมสั่งสอนเขา สิ่งสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาเป็นผู้ชี้แนะนำพา อู่ อวี้ เข้า
เส้นทางแห่งเต๋า …
ว่ากันว่า แผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง มีถึง 3,000
อาณาจักร อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เป็นเพียงหนึ่ง
ในเศษเสี้ยวของทวีปเท่านั้น ซึ่ง 3,000 อาณาจักร
เหล่านี้ ยังมีพื้นที่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของดินแดน
เทพตงเสิ้ง ห่างไกลออกไปหลายหมื่นลี้มีนิกาย
เซียนอยู่อีกมากมาย!
สิ่งที่เขาไม่เต็มใจยินยอมมากที่สุดก็คือ มรดกเซียน
อมตะ! มันคือมรดกของเทพเซียน อู่ อวี้ ใฝั่ฝันว่า
จะกลายเป็นเซียนอมตะ ชีวิตยืนยาวเคียงคู่ไปกับ
สวรรค์ น่าเสียดายหากเจตจำนงแลทุกอย่างต้อง
มาจบลงที่นี่!
หากกล่าวถึงเรื่องนี้ มันก็ชวนให้ อู่ อวี้ หวนรำลึก
ถึงนิมิตฝันในราตรีนั้น เขาได้ฝันเห็นพลองตั้ง
ตระหง่านเสียดแทงขึ้นสูงไปจนถึงสวรรค์ มันมีชื่อ
เรียกว่า พลองสมปรารถนา ตั้งตระหง่านอย่างเด็ด
เดี่ยวไม่ย่อท้อ ประหนึ่งเย้ยหยันสวรรค์แลปฐพี สิ่ง
นี้คือศาสตราเทวะของ ฉีเทียนต้าเซิ่น ทั้งอาจหาญ
ยิ่งใหญ่เกรียงไกร!
เที่ยงธรรม ดุดัน มันคือเจตจำนงที่อยู่ภายในหัวใจ
ของ อู่ อวี้!
” ทุกสรรพสิ่งในใต้หล้านี้ล้วนมีกฎเกณฑ์ ตราบใดที่
ไร้ซึ่งความสมเหตุสมผล ย่อมสามารถขจัดออกไป
ได้ด้วยความเที่ยงตรง! ”
” ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงเป็นผู้ที่จะสามารถสร้าง
กฎเกณฑ์ใหม่ได้ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงสามารถถือ
ครองสร้างความยุติธรรมขึ้นมาได้!”
” หากเป็นเพราะสวรรค์ลิขิต ข้าก็จะกบฏต่อต้าน
สวรรค์ หากสวรรค์ไม่ยอมเปิดทางให้ ข้าก็จะ
สังหารทวยเทพทิ้งเสีย! ”
พลองทองสมปรารถนา ปรากฏขึ้นท่ามกลางห้วง
ภวังค์แห่งจิตใจของ อู่ อวี้
เขาอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดขึ้นมาว่า : หากชีวิตนี้เขา
สามารถทำได้อย่าง ฉีเทียนต้าเซิ่น หยิ่งทะนง ไม่
แยแสต่อทุกสรรพสิ่ง ยิ่งใหญ่เกรียงไกร เลื่องลือไป
ทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี หากทำได้เช่นนี้คงดีไม่น้อย!
แต่น่าเสียดายที่ปีศาจตนนี้ กำลังจะพรากมันไป!
ช่างน่าชิงชัง!
“หากต้องตาย ข้าก็จะตายไปพร้อมกับเจ้า! ”
อาวุธเพียงอย่างเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือ ฟัน
อย่างไรก็ตาม จิวเซียน กลับบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น นาง
สะกดข่มเขา ปล่อยให้กัดไปอย่างไม่แยแส
หากมีผู้ใดมาเห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น
พวกเขาอาจจะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเน้าอารมณ์
แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้วมันคือช่วงเวลาวิกฤติแห่ง
ความเป็นความตาย
“ตายซะ!”
ดวงตาของเขาแดงก่ำบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น โทสะเกรี่ยวกราดรุนแรงก็พุ่งทะยานถึง
ขีดสุด เขาเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความโกรธที่ถูก
สยบอัดอั้นเอาไว้ เมื่อโทสะอันเกรี้ยวกราดคง
ทะยานมาถึงระดับหนึ่ง ฉับพลันพลองทองสม
ปรารถนาก็เกิดการสั่นสะเทือน ส่งเสียงดังสะท้อน
กึกก้องไปทั่ว
พลองสมปรารถนา ได้ปรากฏขึ้นภายในจิต
วิญญาณของเขา เมื่อสั่นสะเทือนเพียงครั้ง
จากนั้นก็ปรากฏแสงสีทองเรืองรองขึ้น แสงนี้ส่อง
สว่างเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ จิ่วเซียน กำลัง
ดูดกลืน ทะลวงเข้าสู่ร่างกายของนาง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ