กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1764: ต่อสู้กับปรมาจารย์สุภูติ
เทพสามตา , เทพนาจา , เห่าฟ้าประกาศิตอยู่ใกล้ อู่
อวี้ มากที่สุด จึงถูกหนึ่งพลองทะลวงสวรรค์ของ อู่
อวี้ ตวัดฟาดเข้าใส่ ส่งผลให้พวกมันทั้งสามได้รับ
บาดเจ็บสาหัส
สำหรับเทพเซียนและจักรพรรดิเซียนทั้งหลายที่เฝ้าดู
การต่อสู้อยู่โดยรอบ ได้รับผลกระทบจากกระบวนท่า
นี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าแต่ละคนก็ลอยกระเด็นไป
คนละทิศคนละทางจากการผันผวนอย่างรุนแรงของ
คลื่นชั้นบรรยากาศ
การต่อสู้ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสวรรค์ตกตะลึง
เทพสามตากับเทพนาจามีความแข็งแกร่งพอ ๆ กัน
อีกทั้งเวลานี้พวกมันทั้งสองยังผนึกกำลังกับเจ้าเห่า
ฟ้าประกาศิต ซึ่งเดิมทีแล้วความแข็งแกร่งของแต่ละ
คนมันก็มากเพียงพอที่จะไปไหนมาไหนบนสวรรค์ได้
อย่างอิสระ
แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสามนั้นพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ที่
เพิ่งกลายเป็นจักรพรรดิเซียนเมื่อไม่นานมานี้
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถูกโจมตีอย่างรุนแรง จนคนทั้งสาม
ลอยละลิ่วปลิวกระเด็นออกไป ก็ดูราวกับว่าเงาสีทอง
กำลังทะลุทะลวงไปทั่วทั้งสวรรค์แก่นแสง เล่นเอา
เทพสามตา , เทพนาจา , เจ้าเห่าฟ้าประกาศิตตื่น
ตระหนกจนแทบสิ้นสติ แม้กระทั่งพิภพจักรพรรดิยัง
เกิดรอยร้าวได้รับความสูญเสียอย่างหนักกับการต่อสู้
ครั้งนี้
ไม่ว่าจะเป็นเทพสามตาหรือเทพนาจา มีหรือจะกล้า
หยุดยั้ง อู่ อวี้ อีก?
หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ พวกมันก็
ทำได้เพียงหันหลังหลบหนี เพราะถ้ายังดึงดันต่อสู้อีก
เกรงว่าพวกมันอาจจะถูกสังหารจนตกตายไปจริง ๆ!
ทางด้าน อู่ อวี้ เห็นพวกมันกำลังหนี เขาก็ไม่ได้คิดจะ
ไล่ตาม
เพราะสำหรับเขาการไปรับตัวลั่วผินกับคนอื่น ๆ
สำคัญกว่า
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ไม่คิดจะสนใจเหล่า
จักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบอย่างสิ้นเชิง เขาพุ่งตัว
ตรงไปในบ่อน้ำนิรันดร์ทะยานลงไปด้านล่างด้วย
ความเร็วสูงสุด
อู่ อวี้ สิ้นเปลืองพลังงานไปกับการต่อสู้นี้เป็นอย่าง
มาก
แต่โชคดีตอนที่ร่างอสูรกลืนสวรรค์ของเขาใช้
ความสามารถในการ ‘เผาผลาญ’ เขาได้ดึงพลังจาก
ลูกท้อมาใช้
พลังปราณวิญญาณเซียนแทบจะไร้สิ้นสุด เขาไม่
เพียงสามารถทะลวงขึ้นถึงระดับจักรพรรดินิรันดร์ขั้น
ที่ห้า ทั้งยังสามารถเอาพลังส่วนที่เหลือมาใช้ไปกับ
การเผาผลาญ ต่อมาเขาก็สามารถเอาชนะเทพสาม
ตาและเทพนาจาด้วยพลังอันน่าตื่นสะพรึง
ก่อนที่ทั้งสองจะจากไป ผู้คนที่อยู่บนสวรรค์แก่นแสง
ต่างพากันประหลาดใจเมื่อเห็นพวกมันได้รับบาดเจ็บ
สาหัส อันที่จริงแม้แต่พวกมันเองก็ยังรู้สึกตื่น
ตระหนกอยู่ไม่น้อย
ไม่อยากจะเชื่อว่าฝีมือความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ จะ
เพิ่มสูงขึ้นถึงระดับนี้…
ครั้งหนึ่งบนสวรรค์ฉีเทียน เขาได้เฝ้าดูการต่อสู้ของฉี
เทียนต้าเซิ่นกับเหล่าพวกพ้อง เห็นพวกเขาถูกพวก
มันปิดล้อมโจมตี ต่อสู้กับจักรพรรดิเซียนชั้นสูงอย่าง
ดุเดือด ดูแล้วช่างน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งปัจจุบันตัวเขาเองก็มีพลังอำนาจดังกล่าวเช่นกัน
หากเป็นเมื่อก่อนเขาทะเล่อทะล่าหลงเข้าไปในวัง
สวรรค์อื่น ๆ เขาอาจจะถูกบดขยี้เอาได้ ทว่าตอนนี้
เรื่องดังกล่าวไม่มีปัญหาสำหรับ อู่ อวี้ อีกต่อไปแล้ว
ส่วนปราณวิญญาณเซียนที่เคยท่วมท้นอยู่ภายในร่าง
ได้ถูกความสามารถในการเผาผลาญใช้ไปหมดแล้ว
เดิมทีแล้วเขารู้สึกว่าหากตนเองต้องเผชิญหน้าเทพ
เซียนที่มีความสามารถอยู่ในระดับเดียวกับเทพสาม
ตาและเทพนาจา เขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน
สำหรับตอนนี้ อู่ อวี้ มั่นใจว่าไม่มีจักรพรรดิเซียนที่
เป็นอันตรายต่อตนเองอีกต่อไป
ในไม่ช้าเขาก็ได้พบกับปรมาจารย์สุภูติและพรรค
พวก
ฟังจากน้ำเสียงการพูดคุยเห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์สุ
ภูติอยู่ข้างเดียวกับตนเอง ท่านต้องการให้ อู่ อวี้ พา
พวกเขาทั้งสามคนไปหลบซ่อนตัวก่อน เพื่อหลีกเลี่ยง
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อู่ อวี้ รู้สึก
คลุมเครือไม่ชัดเจนไม่มีผู้ใดบนสวรรค์ที่เขาสามารถ
วางใจได้เต็มร้อย
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามปรมาจารย์สุภูติไม่เคยทำร้าย
เขาเลยตั้งแต่ต้น แม้พวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์
สิ้นหวังถูกคนทั้งสวรรค์ไล่ล่าติดตาม แต่ท่านก็ยังคง
ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา
…….
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังทะยานลงไปในบ่อน้ำนิรันดร์ ข่าว
ความพ่ายแพ้ของเทพสามตากับเทพนาจา
แพร่กระจายไปทั่วทั้งสวรรค์
แม้แต่เทพมารในนรกก็ยังรู้ข่าวว่าเทพสามตาและเท
พนาจาที่พ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึก
ตกตะลึงอย่างยิ่ง
เทพสามตากับเทพนาจาเป็นจักรพรรดิเซียนเก่าแก่ผู้
มากประสบการณ์บนสรวงสวรรค์ ไม่เพียงจะมีศักดิ์
ฐานะสูงส่ง แต่ทั้งสองยังเป็นจักรพรรดิเซียนระดับ
แนวหน้า แต่ดันมาพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้!
ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันสองคนยังผนึกกำลังร่วมมือต่อสู้
พร้อมกับเจ้าเห่าฟ้าประกาศิต แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ
อู่ อวี้ อย่างหมดท่า
สิ่งที่เกิดขึ้นฟังดูยากจะเชื่อได้จริง ๆ
แต่ข่าวที่แพร่กระจายมาจากสวรรค์แก่นแสงมันเป็น
เรื่องจริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก เทพเซียนกับจักรพรรดิ
เซียนบางส่วนถึงขนาดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบน
สวรรค์แก่นแสง แล้วก็ได้มาพบว่าสถานที่เกิดเหตุพัง
เสียหายยับเยิน มีร่องรอยการต่อสู้อยู่ทุกหนทุกแห่ง
พื้นที่ความว่างเปล่าถูกบดขยี้กระจัดกระจาย
ปราณวิญญาณเซียนบนสวรรค์แก่นแสงปั่นป่วน
โกลาหลไปหมดอย่างสิ้นเชิง
สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าที่นี่มีการต่อสู้ครั้ง
ใหญ่เกิดขึ้น
สำหรับผลของการต่อสู้ถ้าหาก อู่ อวี้ พ่ายแพ้ คาดว่า
ข่าวการจับกุมคงแพร่กระจายออกไป
ทว่าจวบจนบัดนี้จักรพรรดิเซียนทุกคนทราบเพียงว่า
เทพสามตากับเทพนาจา ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
หลบหนีหายไปในที่สุด หรือจะให้กล่าวว่า อู่ อวี้ ไม่
ถูกจับตัวแต่อย่างใด
แต่กลายเป็นว่าเทพสามตากับเทพนาจาต่างพ่ายแพ้
ให้กับ อู่ อวี้
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะยกระดับได้รวดเร็วถึง
เพียงนี้ หลายหมื่นปีก่อนที่เขากลายเป็นศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติ เขายังไม่บรรลุเป็นจักรพรรดิเซียน
ด้วยซ้ำ
สำหรับเทพเซียนธรรมดาสามัญแล้ว การที่พื้นฐาน
ฝึกตนของอาณาจักรจักรพรรดิเซียนจะยกระดับใน
แต่ละขั้นนั้นต้องใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียว
แต่ อู่ อวี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีจากคนที่ยังไม่ได้เป็น
จักรพรรดิเซียน จนถึงระดับที่สามารถจัดการกับสอง
จักรพรรดิเซียนขั้นที่เจ็ดได้แล้ว
ความก้าวหน้าอันน่าสะพรึงกลัวนี้คืออันใดกันแน่?
ทั่วทั้งแดนสวรรค์มีแต่ตำนานเกี่ยวกับเขา
แน่นอนว่ายิ่งชื่อเสียงของเขาเพิ่มมากขึ้น หรือทำให้
จักรพรรดิหยกกับคนอื่น ๆ อับอายมากเท่าใด เหล่า
จักรพรรดิเซียนบนสวรรค์ก็ยิ่งไม่ขุ่นเคืองไม่พอใจ
มากเท่านั้น
โดยเฉพาะปรมาจารย์ไท่อี้ ราชินีมารดร และแน่นอน
ว่าหนานกงเหว่ย
เดิมทีราชินีมารดรขอให้หนานกงเหว่ยฝึกฝนอย่าง
หนัก เพื่อไล่ตาม อู่ อวี้ ให้ทัน
แต่ปรากฏว่าตอนนี้ แม้กระทั่งเทพสามตากับเทพนา
จาก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ แล้วหนานกงเหว่ยจะไล่
ตามเขาทันได้อย่างไร?
แม้นางจะเป็นศิษย์ของราชินีมารดร ได้ฝึกฝนอยู่ใน
ทะเลสาบหยกทุกวัน แต่นางก็ไม่มีทางก้าวหน้าได้
อย่างรวดเร็วเช่นนั้น!
ระดับการเติบโตของ อู่ อวี้ น่าสะพรึงกลัวมากเกินไป
ทำให้จักรพรรดิเซียนบนแดนสวรรค์รู้สึกว่าเจ้าเด็ก
หนุ่มผู้นี้ได้รับมรดกที่น่าเหลือเชื่อยิ่ง ซึ่งมันอาจจะ
เกี่ยวข้องกับศาสตราเซียนกำเนิดภพพลองทองสม
ปรารถนา
หากตอนนี้พวกเขาต้องการจับตัว อู่ อวี้ ให้ได้อีกครั้ง
คงต้องฝากความหวังไว้ที่ปรมาจารย์สุภูติเท่านั้น
“ ปรมาจารย์สุภูติมิได้ลงมือมานานแล้ว ไม่รู้ว่าท่าน
จะแข็งแกร่งถึงเพียงไหน?”
ภายในสวรรค์คุนหลุน จักรพรรดิเซียนทั้งหลาย
รวมตัวกันด้วยความรู้สึกสงสัยมากมาย
ความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว พวกมันจำมันไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตามภายในหนึ่งล้านปีนี้ปรมาจารย์สุภูติไม่
เคยลงมือต่อสู้อย่างจริงจัง พวกมันจดจำได้เพียงว่า
ปรมาจารย์สุภูติมีคุณธรรมสูงส่งได้รับความเคารพนับ
ถืออย่างสูง ทั้งยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย
ส่วนที่ว่าท่านแข็งแกร่งถึงขนาดไหนนั้น
แม้กระทั่งจักรพรรดิหยกกับราชินีมารดรก็ยังไม่รู้
” อย่าได้กังวลปรมาจารย์สุภูติ ต้องจับชายผู้นั้นได้
อย่างแน่นอน! ”
” ถึงแม้จะทำไม่ได้ แต่ตราบใดที่ปรมาจารย์สุภูติถ่วง
เวลาออกไปได้สักพัก เหล่าขุนพลทหารสวรรค์ของ
เราก็จะเดินทางไปถึงที่นั่น เมื่อถึงยามนั้นมาดูกันว่า
เจ้าเด็กนั่นจะหนีไปไหนได้?”
จักรพรรดิเซียนทั้งหลายตั้งตารอคอยช่วงเวลาที่ อู่
อวี้ จะถูกจับตัว
เนื่องจาก อู่ อวี้ ก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ขึ้นบน
สวรรค์ ลำดับแรกเขาได้ขโมยกินลูกท้อในสวนไปจน
หมด ต่อมาเขาก็ทำให้เทพนาจากับเทพสามตาได้รับ
บาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง การกระทำของเขาทำให้
จักรพรรดิเซียนทั้งหมดบนสวรรค์สีหน้าหมองคล้ำ
เลยทีเดียว
ท่ามกลางแรงปรารถนาของพวกมัน อู่ อวี้ ยังลงไป
ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง วันเวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งปี
ในที่สุดเขาก็เห็นเงาของปรมาจารย์สุภูติอยู่ห่าง ๆ
การเดินทางข้ามผ่านวังสวรรค์ด้วยบ่อน้ำนิรันดร์นั้น
มิใช่ว่าจะถึงในทันที แต่ต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองปีซึ่ง
เทียบเท่าได้กับวันสองวันของจักรพรรดิเซียน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นปรมาจารย์สุภูติ จักรพรรดิเซียน
ทั้งหลายก็รายล้อมอยู่รอบกายท่านแล้ว
แต่นี่มิใช่การคุ้มกัน แค่พวกมันมาเฝ้าดูเพื่อความ
สนุกเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียความแข็งแกร่งของ
พวกมันก็ด้อยกว่าปรมาจารย์สุภูติมาก
เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้นในแดนสวรรค์
แน่นอนว่าพวกมันคงไม่สามารถยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้
แม้ว่าพวกมันจะติดตามปรมาจารย์สุภูติแต่ก็
ช่วยเหลือได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท้ายสุดแล้วหากได้
พบเจอกับจักรพรรดิหยกอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง…
“ท่านอาจารย์ พวกเขาอยู่ไหน?”
อู่ อวี้ ไต่ถามปรมาจารย์สุภูติ ผ่านกระแสเสียง
เขามิกล้าสื่อสารกับปรมาจารย์สุภูติอย่างจริงจัง ด้วย
เกรงว่าจักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบจะได้ยิน จากนั้น
ก็แพร่กระจายข่าวเสียหายให้กับปรมาจารย์สุภูติ
“ พวกเขาอยู่ในพิภพจักรพรรดิของตาเฒ่าผู้นี้อย่าง
ปลอดภัย แต่หากปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ คงอธิบาย
กับจักรพรรดิหยกได้ลำบาก เช่นนั้นเรามาแกล้งต่อสู้
กันเถอะ ” ปรมาจารย์สุภูติแอบถ่ายทอดกระแสเสียง
บอกแผนการกับ อู่ อวี้ อย่างลับ ๆ
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินสิ่งที่ท่านกล่าว เขาไม่คาดคิดว่า
แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เขาตกต่ำสุด ท่านก็ยังอยู่เคียง
ข้างเขา
ดูเหมือนว่าในแดนสวรรค์ทั้งหมดจะมีเพียง
ปรมาจารย์สุภูติเท่านั้นที่เชื่อถือได้!
การแสร้งต่อสู้กับปรมาจารย์สุภูติ มิใช่เรื่องยาก
สำหรับ อู่ อวี้ ท้ายสุดแล้วเขาเคยเอาชนะเทพสามตา
กับเทพนาจามาก่อน
ในแดนสวรรค์ปรมาจารย์สุภูติถือเป็นบุคคลลึกลับ
ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านแข็งแกร่งขนาดไหน
ดังนั้นการที่ท่านแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้ อู่ อวี้ จึงมิใช่
เรื่องไร้เหตุผล
“รับมือ!”
หลังจากปรมาจารย์สุภูติกล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ตะโกนขึ้น
ในทันที พร้อมตวัดฟาดพลองทองสมปรารถนาเข้าใส่
ปรมาจารย์สุภูติ
แน่นอนว่าการโจมตีครั้งนี้ของเขาใช้เพียงพลัง
อิทธิฤทธิ์ ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ มิใช่การโจมตีขั้นสูง
อย่าง ‘หนึ่งพลองทะลวงสวรรค์’ ดังนั้นอำนาจทำลาย
ล้างของมันจึงด้อยกว่ามาก
เมื่อพลองทองสมปรารถนาเปล่งประกายแสงสีทอง
ถูกตวัดฟาดผ่านออกมาจากบ่อน้ำนิรันดร์ เมื่อเห็น
เช่นนั้นทุกคนก็ร้องตะโกนขึ้นทันที
“ ชายผู้นี้โจมตีอาจารย์ของตัวเองจริงๆ! ”
เหล่าจักรพรรดิเซียนเบิกตากว้างด้วยความไม่
อยากจะเชื่อว่า อู่ อวี้ กล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้!
ตามความเข้าใจของพวกมัน การโจมตีนี้ของ อู่ อวี้
ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ท้ายสุดแล้วหากเปลี่ยนเป็น
พวกมันคงถูกสังหารในพริบตา
แต่ปรมาจารย์สุภูติคงไม่พ่ายแพ้ให้กับการโจมตีเช่นนี้
ใช่หรือไม่?
แน่นอนว่าต่อให้พวกเขาจะแกล้งต่อสู้กัน แต่
ปรมาจารย์สุภูติก็มิได้อ่อนแอจนเกินไป อย่างน้อย ๆ
ท่านก็ต้องสำแดงพลังของจักรพรรดิเซียนขั้นที่เจ็ด
ฉับพลันท่านก็ชูมือขึ้น ปรากฏเป็นระลอกคลื่นขึ้นใน
ความว่างเปล่า ป้องกันการโจมตีของไม้พลอง อู่ อวี้
ไว้โดยตรง!
“ เจ้าศิษย์เนรคุณ ข้าจะจับเจ้าให้ได้!”
ปรมาจารย์สุภูติเอ่ยอย่างแผ่วเบา หลังจากนั้นท่านก็
ใช้ออกด้วยพลังอิทธิฤทธิ์คลื่นเสียง!
เมื่อประโยคนี้ดังก้องกังวานออกไป แม้กระทั่ง
จักรพรรดิเซียนและเทพเซียนที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ ก็
รู้สึกปวดหัว จนต้องเอามือกุมขมับ
แม้กระทั่งพลังปราณวิญญาณเซียนที่อยู่ในพิภพ
จักรพรรดิก็ยังสั่นคลอนอย่างรุนแรง!
แต่อันที่จริงแล้วพลังอิทธิฤทธิ์นี้มิได้ส่งผลกระทบต่อ
อู่ อวี้ เลย
เมื่อเขาเห็นว่าคนอื่นรู้สึกเจ็บปวด เขาก็แกล้งทำเป็น
เจ็บปวดด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นพลองทองสม
ปรารถนาในมือของเขาก็เปล่งประกายแสงสีทองอีก
ครั้ง
เขารู้ว่าปรมาจารย์สุภูติต้องการให้เขาแสดงพลังการ
โจมตีที่แข็งแกร่งกว่านี้
ดวงเนตรของเปล่งประกายแสงสีทองด้วยเนตรเพลิง
ต่อมาร่างของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“หนึ่งพลองทะลวงสวรรค์!”
แม้ว่าปราณญาณเซียนของลูกท้อจะถูก อู่ อวี้ แผด
เผาไปจนสิ้นแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ยังใช้ออกด้วยเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่งกับหนึ่งพลองทะลวงสวรรค์ ซึ่งมัน
ทรงพลังมากพอที่จะเอาชนะจักรพรรดินิรันดร์ขั้นที่
เจ็ด!
ชั่วอึดใจนั้น พื้นที่ความว่างเปล่าในบ่อน้ำนิรันดร์ก็
บังเกิดการผันผวนอย่างรุนแรง พร้อมกับเงาสีทอง
ขนาดยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นในความว่างเปล่า กลายเป็น
กระแสวังวนแห่งความว่างเปล่า บดขยี้เข้าใส่
ปรมาจารย์สุภูติ!
———————–