กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 178 : การเดิมพันแหงชีวิตและความตาย
สีหน้าของ จิ่วเซียน เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
แม้ว่า อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นแสงสีทองที่
ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา รวมถึง
ช่วงเวลาที่แสงนั้นไหลเข้าไปในร่างกายของจิ่
วเซียนได้ แต่เขาก็ตระหนักดีว่า สิ่งนั้นได้ทะลวง
แทงเข้าไปในแกนปีศาจของจิ่วเซียนอย่าง
ทันทีทันใด
ตอนนั้นเอง ใบหน้าอันแสนงดงามของจิ่วเซียน ก็
บิดเบี้ยวเหยเก เพราะความทรมานอย่างสุดแสน
สาหัส อันเนื่องมาจากวิกฤติอันตราย ที่เกิดขึ้น
ภายในร่างของนางอยู่ในขณะนี้
วินาทีนั้น ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งลง
ช่วงเวลาต่อมา สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จิ่วเซียน ได้
ปลดปล่อยกระแสความร้อน ใส่เข้ามาในปากของ
อู่ อวี้ กระแสความร้อนซึ่งถูกปล่อยออกมา
บางส่วนร้อนแรงเฉกเช่นเปลวเพลิง บางทีก็หนาว
เย็นยะเยือก แม้แต่โลหิตของ จิ่วเซียน ก็ยังถูก
ดูดกลืนหายเข้าไปในร่างของ อู่ อวี้
ราวกับว่าร่างกายของจิ่วเซียนในเวลานี้กำลังปริ
แตก และ พร้อมที่จะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ กระแส
ความร้อนอันเกรี้ยวกราดหลั่งไหลเข้าไปในปาก
ของ อู่ อวี้ อย่างบ้าคลั่ง เสมือนกับว่าสิ่งที่นาง
ดูดกลืนออกมาจากร่างกายของ อู่ อวี้ บัดนี้ได้ไหล
ย้อนคืนกลับสู่เจ้าของเดิม แม้แต่พลังนางก็ถูกคาย
เข้าสู่ร่างกายของ เขาด้วย
ในระหว่างที่กำลังมึนงงอยู่นั้น ดูเหมือนว่า อู่ อวี้
จะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น มันเป็นเสียงแตกร้าว
พังทลาย
“แกนปีศาจ พังทลาย! ”
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อ
สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นช่างเป็นอุบัติเหตุอันน่า
อัศจรรย์อย่างยิ่ง แม้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการ
กระทำของเขาโดยตั้งใจ หลังจากแกนปีศาจของ จิ่
วเซียน พังทลายลงไป พลังศักดิ์สิทธิ์บางส่วนของ
นางก็ถูกเขาดูดกลืนเข้ามาโดย อู่ อวี้ ซึ่งน่าจะเป็น
ผลสะท้อนกลับจาก ‘ วิถีหลอมสร้างแกนนภาจิ้
งจอกสวรรค์ ‘ ของนาง มิเช่นนั้นพลังนี้คงกระจัด
กระจาย สูญสลายหายไป ทั้งคงไม่ถูก อู่ อวี้
ดูดกลืนเข้ามาภายในร่างเช่นนี้
ปัง!
สีหน้าของ จิ่วเซียน เจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง
ด้วยการต่อต้านของ อู่ อวี้ ทำให้นางต้องล่าถอย
กลับ บางทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจทำให้นาง
สูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์ ในการควบคุมของ ‘ มายาสี
เงิน ‘ บัดนี้ อู่ อวี้ ได้หลุดพ้นจากพันธนาการของ
โซ่สีเงิน ในที่สุดเขาได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
ปัง!
ทั้งสองล้มกระแทกลงสู่พื้น
อู่ อวี้ พยายามรวบรวมกำลังเพื่อลุกขึ้นนั่ง ในยาม
นี้ร่างกายของเขากำลังคุ้มคลั่ง หลังจากแกนปีศาจ
ของอีกฝั่ายพังทลายลง พลังศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งก็
ไหลผสานหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเขา ถึงแม้ว่า
นี้จะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ทั้งหมดก็เป็นผลมาจาก ‘
วิถีหลอมสร้างแกนนภาจิ้งจอกสวรรค์ ‘ ซึ่งจิ่
วเซียน ไม่อาจควบคุมมันได้ เพียงไม่นานที่พลังนี้
ไหลย้อนกลับคืนสู่ร่างของ อู่ อวี้ เขาก็บังเกิด
ความรู้สึกราวกับว่า ตนเองได้กลืนกินเม็ดยาหลอม
รวมลมปราณนับ 10 เม็ดเข้าไปในคราเดียว ทั้งยัง
ไม่สามารถคายออกมาได้
ส่งผลให้ อู่ อวี้ ตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง!
เช่นเดียวกับเวลานี้ พลองทองสมปรารถนา ก็พลัน
สลายหายไป
สิ่งที่สามารถปลอบประโลมจิตใจ ของเขาในยามนี้
มีเพียงอย่างเดียวนั้นก็คือ สภาพของ จิ่วเซียน ซึ่ง
ดูเลวร้ายยิ่งกว่าเขามาก บัดนี้นางได้กลายร่างเป็น
จิ้งจอกเก้านภา นางพยายามชูหางอันสั่นเทาทั้ง 9
ขึ้นอย่างยากลำบาก จากนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์โดยรอบ
ก็เริ่มหมุนวน ห้อมล้อมร่างกายของนางเอาไว้
” นางได้สูญเสียแกนปีศาจไปแล้วอย่างแน่แท้!
โดยทั่วไปแล้ว หากแกนปีศาจสลายแตกหักลง
เป็นไปได้สูงว่าฝีมือของนางจะลดลงเหลือเพียงแค่
ระดับ หลอมรวมลมปราณ หรือ อาจจะเลวร้ายยิ่ง
ไปกว่านั้น! พลังศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งของนางได้
หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของข้า ถึงแม้ว่านางจะ
พยายามสยบพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หลุดจากการควบคุม
แต่ทว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่นางมีไม่เพียงพอ ที่จะก่อรูป
สร้างแกนนภาอย่างสมบูรณ์ได้!”
อู่ อวี้ สามารถประเมินสถานการณ์ของพวกเขาทั้ง
สอง ได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
” มันเป็นเพราะความปรารถนาอันแรงกล้า อยากที่
จะมีชีวิตอยู่ของข้า พลองสมปรารถนาจึงช่วยข้า
ไว้!”
อู่ อวี้ ล่วงรู้ได้อย่างชัดเจนว่า บัดนี้เขาได้หลุดรอด
ฟืนคืนกลับมาจากหุบเหวแห่งความตายแล้ว! ใน
คราแรกเขาสามารถรอดพ้นจากการถูก หว่านชิง
สังหาร จนทำให้เขาได้เข้ามาสู่วิถีแห่งผู้ฝึกตน แล้ว
ในครานี้เขาก็ต้องพบเจอกับภัยพิบัติอันใหญ่หลวง
แต่เขาก็สามารถมีชีวิตรอดมาได้ ดวงตาของเขา
แดงก่ำ ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่รอด
ต่อไป ในทางตรงกันข้าม สภาพของ จิ่วเซียน
เวลานี้ดูเจ็บปวดทุกข์ทรมานน่าเวทนาอย่างยิ่ง
หมิงซวง ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าของ อู่ อวี้ นาง
จ้องมองเขาด้วยดวงตาตกตะลึงพรึงเพริด จากนั้น
ก็กล่าวขึ้นว่า ” ให้ตายสิ มันกลับช่วยเจ้างั้นรึนี่?
ทำไมในตอนที่ท่านย่าผู้นี้กำลังจะตาย มันกลับ
เงียบฉี่ไม่ไหวติงใด ๆ ไม่ยุติธรรม! นี่มันไม่ยุติธรรม!
”
แม้แต่นางยังถูกทอดทิ้ง ดังนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน
ยามนี้ทำให้นางรู้สึกชาไปทั้งตัวราวกับเป็นอัมพาต
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นความเดือดดาลคุ้มคลั่งของนาง ทำ
ให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า ” ข้ารู้
เหตุผล ”
“อะไร?” หมิงซวง ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
” เพราะข้าเป็นชาย เฉกเช่นเดียวกับท่าน ฉีเทียน
ต้าเซิ่น ส่วนเจ้าเป็นสตรี ” อู่ อวี้ กล่าว
” ชิ! ไปให้พ้นเลย เหตุผลเหลวไหลอะไรของเจ้า นี่
มันเลือกปฏิบัติชัด ๆ จะมาแบ่งแยกชายหญิงเช่นนี้
ได้อย่างไร ? เพียงแค่ข้าเป็นสตรีจึงต้องตกตายไป
” หมิงซวง กวาดสายตาตรวจสอบร่างกายของ อู่
อวี้ หลังจากตรวจสอบเสร็จนางก็กล่าวขึ้นด้วย
ความตื่นเต้นว่า “น่ารำคาญจริง ๆ นางใช้เวทย์
ปีศาจ ดูดกลืนพลังหยางของเจ้า จากนั้นก็ผสาน
หลอมรวมเข้ากับแก่นธาตุหยินของนาง สร้างเป็น
พลังศักดิ์สิทธิ์รูปแบบใหม่ขึ้น พลองทองสม
ปรารถนาทำให้นางคายพลังของเจ้ากลับมา อีกทั้ง
ยังดึงดูดพลังบางส่วนของนางมาอีกด้วย ในเวลานี้
พลังอำนาจที่นางใช้เวทย์ปีศาจดูดกลืนมา ได้
ประสานหลอมรวมเข้ากับเจ้าแล้ว”
พลังงานที่กำลังคลุ้มคลั่งเหล่านี้ ไม่ใช่พลัง
ศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียนของ อู่
อวี้ แต่มันเป็นพลังที่เกิดจากการหลอมรวมผสาน
ของ ‘ วิถีหลอมสร้างแกนนภาจิ้งจอกสวรรค์ ‘
เรียกได้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของ อู่ อวี้ แท้จริงมีเพียง
แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น เมื่อพลังนี้ไหลเข้ามาภายใน
ร่างกายของ อู่ อวี้ ก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่าง
รุนแรงกับมหาพลังศักสิทธิ์ ซึ่งมันมีพลังมหาศาล
เกินกว่าที่ อู่ อวี้ จะควบคุมได้ หากปล่อยให้เป็น
แบบนี้ต่อไป พลังเหล่านี้ก็จะฉีกกระชากร่างกาย
ของ อู่ อวี้ เป็นชิ้น ๆ
” ข้าควรทำเช่นไร?” อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทาง จึงได้ไต่
ถามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้นางไม่สามารถ
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้ จึงค่อนข้างรู้สึกติดหนี้ ฉะนั้นนี่
ถือเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยกัน
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ยังไม่พ้นจากอันตราย ดังนั้น
นางจึงกล่าวว่า “พลังอำนาจที่หลั่งไหลเข้ามาใน
ร่างกาย ปรารถนาที่จะครอบครองร่างกายของเจ้า
อีกทั้งเจ้ายังไม่สามารถขับมันออกจากไปได้
เนื่องจากว่าพลังนี้มีอำนาจส่วนหนึ่งของเจ้าอยู่
ด้วย เจ้าต้องใช้ ‘มหาเคล็ดวิถีเซียนเซียน’ ดึงดูด
พลังอำนาจเหล่านี้สร้างบัญญัติก่อกำเนิดจุดใหม่
ขึ้น เปลี่ยนแปลงมันให้กลายเป็นมหาพลัง
ศักดิ์สิทธิ์”
” แม้จะเสี่ยง แต่ก็มีเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้น! ” อู่
อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วสรุปได้ว่านี่เป็นเพียงแค่
หนทางเดียวเท่านั้น
เมื่อหันมองไปทาง จิ่วเซียน ซึ่งอยู่ในร่างของปีศาจ
จิ้งจอก กำลังอยู่ท่ามกลางกระแสพลังอันคุ้มคลั่ง
เกรี้ยวกราด แม้นางจะดูเจ็บปวดอย่างยิ่ง แต่ถึง
กระนั้นนางก็ยังคงไม่ยอมแพ้ นางจ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยดวงตาสีแดงฉาน ดวงตาของนางแดงก่ำมาก
ขึ้น พร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่าง
รุนแรง!
“การฝึกตนในเส้นทางแห่งเซียนนั้น นอกจากพลัง
อำนาจอันเด็ดขาดแล้ว ยังมีสิ่งอื่น ๆ ร่วมด้วยอีก
มากมาย ทั้งความสงบนิ่ง กล้าหาญ ทั้งหมดนี้จะ
นำพาไปสู่ชัยชนะ”
ถึงแม้จะน่าตกใจเป็นอย่างมาก ที่ในครั้งนี้เขา
กลายเป็นผู้รอดชีวิต แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็สงบลงได้
อย่างรวดเร็วสงบ หลังจากได้พบเหตุการณ์วิกฤต
เสี่ยงอันตรายคิดถึงชีวิตแลความตาย บทเรียนใน
ครั้งนี้ ก็ทำให้เขาเข้าใจความหมายของชีวิตมาก
ขึ้น อีกทั้งการต่อสู้ในครั้งนี้ ยังทำให้การตัดสินใจ
ของเขาเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในระหว่างกระบวนการหลอม
รวมพลังศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ จำเป็นต้องใช้ความกล้า
หาญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าจะต้องทนแบกรับความ
เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส! เนื่องจากว่า ในระหว่าง
ขั้นตอนการหลอมรวมลมปราณ เขาต้องอดทนต่อ
การแตกหักล่มสลายของร่างกาย
โชคยังดีที่พลังศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งเป็นของ อู่ อวี้
หากทั้งหมดเป็นพลังของนางเพียงคนเดียวแล้วล่ะ
ก็ ร่างกายของเขาคงถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ
นั่นก็เพราะ วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ภายในร่างของ
เขายังไม่สมบูรณ์
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร อู่ อวี้ จะต้องยืนยันด้วยปาก
ของตนเอง
” นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตและความตาย หากข้า
พ่ายแพ้ จิ่วเซียน จะฟืนคืนพลังกลับมาได้ จากนั้น
ผู้ที่ตกตายไปจะกลายเป็นข้า!”
” ในเมื่อ พลองทองสมปรารถนา ให้โอกาสนี้แก่ข้า
ข้าจะต้องรักษามันไว้ให้ได้!”
หลังจาก อู่ อวี้ เดินทางข้ามผ่านประตูนรกมาได้
ความปรารถนาอยากจะมีชีวิตรอดของ อู่ อวี้ นั้น
แรงกล้ายิ่งกว่า จิ่วเซียน มากมายนัก แม้กระทั่ง
หมิงซวง กล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจว่า ” ไอเจ้า
หนูนี่ มีความอดทนมากกว่าท่านย่าผู้นี้หลายสิบ
เท่า”
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวดที่ต้องแบกรับ
พร้อมกับกล่าวว่า “เมื่อครู่ใครกล่าวกันนะ หากข้า
สามารถรอดชีวิตไปได้แล้วใครจะเรียกข้าว่าท่านปูั่
?”
หมิงซวงมีสีหน้าซีดขาวลงทันที จากนั้นนางก็
หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วกล่าวว่า ” เจ้าอาจจะฟัง
ผิดแล้วกระมั้ง ข้ายังไม่เห็นได้ยินใครที่ได้กล่าว
เช่นนี้เลย ”
” ไม่ได้เข้าใจผิดหรอก เพียงแค่คนบางคนไม่
ยอมรับมันก็เท่านั้น ”
แท้จริงแล้ว หมิงซวง น่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแค่นางค่อนข้างโลภมากไปหน่อยก็เท่านั้น
“ถ้าเจ้ายังไม่ยอมหยุด เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะจับเจ้า
กินจริง ๆ แล้วนะ?” นางทำท่าทางแก้มปั่อง พร้อม
กับแสดงท่าทางไม่พอใจออกมา
ในขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของ อู่ อวี้ ฉะนั้น
เขาจึงขี้เกียจจะสนใจนาง หากให้กล่าวถึง มหา
เคล็ดวิถีเทียนเซียน มันคือสมบัติสืบทอดวิถีแห่ง
การบ่มเพาะของ ฉีเทียนต้าเซิ่น ที่ทิ้งเอาไว้ ซึ่งถือ
เป็นวิถีแห่งธรรม ความเยี่ยมยอดของมัน ไม่ใช่แค่
การทำให้ อู่ อวี้ มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหนือล้ำสูงส่งเพียง
อย่างเดียว วิธีและความสามารถในการบ่มเพราะ
พลังของมัน ยังอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าฝืนลิขิต
สวรรค์ โดยเฉพาะความสามารถในการสะกดข่ม
พลังของผู้อื่น เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าทึ่งมาก
หมิงซวงรู้สึกเศร้าเสียใจ ถ้าไม่ใช่นางได้พบเจอกับ
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ช้าไปแล้วก็ ปั่านนี้นางคง
ไม่ต้องตาย
การสร้างพื้นฐานด้วย มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ทำ
ให้ อู่ อวี้ มีพื้นฐานมั่นคงแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป
ขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังพยายามสะกดข่มพลังที่บ้าคลั่ง
เหล่านี้ เปลี่ยนแปลงให้มันหลอมรวมอยู่ภายใน
บัญญัติก่อกำเนิด เมื่อพลังลดลงแล้ว มันทำให้เขา
รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเขาลืมตาขึ้นเป็นครั้งคราว สายตาเขาก็สบ
ประสานกับสายตาของ จิ่วเซียน อีกฝั่ายมองเขา
ด้วยอารมณ์ความรู้สึกเดือดดาลแลเปียมล้นไปด้วย
แรงปรารถนา แม้ว่าจะไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมา
ทว่าในช่วงเวลานี้คนทั้งสองต่างเดิมพันด้วยชีวิต
ของตนเองว่าจะอยู่หรือตาย ซึ่งหากฝั่ายใดก็ตาม
สามารถฟืนคืนพลังกลับมาได้ก่อน เมื่อนั้นก็จะเป็น
จุดจบของอีกฝั่าย
จิ่วเซียน พยายามหยุดยั้งการแตกสลายของ
ร่างกายหลังจากที่สูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์ ถึงนาง
เกรงว่ามันจะฟืนฟูได้ยากกว่าของ อู่ อวี้ แต่นางก็
ยังคงเชื่อมั่นมาก ถึงแม้จะผิดแผนไปบ้าง ตราบใด
ที่สามารถทำสำเร็จราบรื่น เมื่อนั้นนางก็จะ
สามารถสร้างแกนขึ้นมาใหม่ แล้วทะลวงสู่ขั้นสร้าง
แกนนภาระดับสี่!
ดวงตาของนางดูดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อแลเห็นว่าเบื้องหลังของนาง มีก้อน
ผลึกน้ำแข็งปรากฏอยู่ บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นความ
เชื่อมั่นของนาง หลังจากพี่สาวถูกสังหารตกตายไป
อาจกล่าวได้ว่ามันคือสิ่งที่นางแสวงหาแล
ปรารถนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อทำความ
ปรารถนาของพี่สาวให้เป็นจริง เพื่อแก้แค้นให้แก่
นาง!
ความใฝั่ฝันของ จิ่วเซียน คือมอบคมกระบี่ให้แก่
คนเนรคุณ
ฉะนั้นความทุกข์ทรมานเพียงแค่นี้ ไม่อาจสั่น
สะท้านจิตใจของนางได้
ห้าวันผ่านไปนางก็ยังไม่อาจควบคุมตนเองได้ แต่
นางเห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ สามารถทะลวงจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดได้อีกครั้ง! เขาประสบความสำเร็จได้ ยิ่ง
ไปกว่านั้น เขายังใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของนางอีกด้วย
จิ่วเซียน ทั้งตกตะลึงแลประหลาดใจ เนื่องจากนาง
ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีผู้ใด สามารถนำพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่นมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังของ
ตนเองได้!
เนื่องจากว่าพลังศักดิ์สิทธิ์บางส่วนยังคงเป็นของ
เขา แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ พลังศักดิ์สิทธิ์
จากวิถีหลอมสร้างแกนนภาจิ้งจอกสวรรค์ซึ่งเป็น
ของนาง หลอมรวมอยู่ภายในกายของเขาด้วย มัน
ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
ในยามนี้ นางเห็นแววตาของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความ
แยแส มันก็ทำให้หัวใจของนางรู้สึกหวาดกลัว
ขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน นางครุ่นคิดถึงเรื่องราว
เหตุการณ์ที่ผ่านมาของ อู่ อวี้ แม้แต่ เทียน อี้จุน ก็
ยังถูกเขาสังหาร แล้วตัวของนางจะเป็นรายต่อไป
หรือไม่?
โชคยังดี ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะบรรลุสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับเก้า แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ภายใน
ร่างกายของเขาก็ยังคุ้มคลั่งไม่หยุด ตราบใดที่พลัง
เหล่านี้ไม่ถูกสะกดข่มจนสิ้น เขาก็ไม่สามารถขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหนได้ ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถึง
เรื่องการโจมตี ร่างกายของพวกเขาในตอนนี้
เปรียบเสมือนดั่งซากศพ ตราบใดที่พวกเขาขยับ
เขยื้อนเพียงนิด แน่นอนว่ามันย่อมระเบิดเป็นจุล
จิ่วเซียน ไม่ได้คาดหวังว่าในครั้งนี้ นางจะสามารถ
สร้างแกนได้ในทันที ความเป็นจริงแล้วนางยังคง
กลั่นสกัดควบแน่นสร้างแกนอยู่ ด้วยการสะกดข่ม
พลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ เพื่อหลอมรวมสร้างแกน
ปีศาจขึ้นใหม่ แท้จริงแล้วรูปแบบการสร้างแกน
ปีศาจนั้น ไม่ได้แตกต่างไปจาก การหลอมรวม
ทะลวงจุดบัญญัติก่อกำเนิดแม้แต่น้อย แตกต่างกัน
ที่ตำแหน่งที่ตั้งของมันเท่านั้น
เมื่อ อู่ อวี้ เปิดจุดบัญญัติก่อกำเนิดได้ นางก็ปรับ
สมดุลความแข็งแกร่งของร่างกายมาได้ครึ่งหนึ่ง
มันคือการเดิมพัน!
ทั้งสองต่างมองกันและกัน ผู้หนึ่งเย็นชา ผู้หนึ่ง
เกรี้ยวกราด
ความห่างชั้นเริ่มปรากฏขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปได้ 9
วัน ความเร็วในการฟืนฟูพัฒนาพลังของ อู่ อวี้ พุ่ง
ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่านั้นยิ่งนัก แม้ว่า
เขายังไม่สามารถเปิดจุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดที่สิบ
ได้อย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยพลังซึ่งบ้าคลั่ง
เกี่ยวกับที่อยู่ในร่างกายของเขาก็สูญสลายหายไป
สิ้นแล้ว ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ฟืนฟูพลังกลับมา อาจ
เรียกได้ว่าดีขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ถือกระบี่หยินหยางสาวเท้า
ก้าวเดินตรงเข้าไปหา จิ่วเซียน ทันที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ