กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 179 : อู อวี้ และ จิ่วเซียน
ด้วยพลังแห่งการผสานควบแน่นพลังของเคล็ดวิถี
เทียนเซียน ทำให้กายเนื้อของ อู่ อวี้ ทวีความ
แข็งแกร่งขึ้นไปอีก และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดใน
ครั้งนี้ ได้นำพาให้ อู่ อวี้ สามารถทะลวงจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดจุดที่เก้าได้นั่นเอง
กระทั่งจุดบัญญัติก่อกำเนิดที่สิบก็เริ่มก่อเป็นรูป
เป็นร่างขึ้นมา
จุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดที่เก้า จุดมิ่งเหมิน ตั้งอยู่
บริเวณกระดูกสันหลัง เป็นจุดที่สำคัญของลำตัว
มันคอยส่งเสริมกันและกันกับจุดชี่ห่าย
จุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดที่สิบคือ จุดเฟิงฉือ มัน
ตั้งอยู่ ใกล้กับสมอง เป็นจุดสุดท้ายของจุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดทั้งหมด
คงต้องขอบคุณหุบเขาจิ้งจอก คงต้องขอบคุณ
‘แกนนภาจิ้งจอกสวรรค์’ ของจิ่วเซียน ที่ทำให้ อู่
อวี้ สามารถควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จอย่าง
กะทันหันเช่นนี้ พลังที่ทำให้ จิ่วเซียน สามารถ
ทะลวงไปสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่ ส่งผ่านมา
อยู่ในร่างของอู่ อวี้ ทำให้เขาสามารถเติมเต็มพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว!
ตอนนี้ดวงตาของเขาดูเย็นชา ในมือทั้งกำกระบี่ห
ยินหยาง มายืนอยู่เบื้องหน้าของจิ่วเซียน ในตอนนี้
นางยังไม่สามารถควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปันปั่วน
อยู่ภายในร่างได้ นางได้ทำการควบแน่นพลังส่วน
ใหญ่ให้ไหลเข้าไปรวมเพื่อก่อรูปให้กลายเป็นแก่น
ปีศาจแล้ว แต่ก็ยังขาดอยู่อีกบางส่วน
นี่จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนที่ไป
ไหนได้
สองคน คนหนึ่งยืนอยู่ คนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ
จ้องมองซึ่งกันและกัน ในอดีต ความอ่อนโยนและ
เลือดเย็นของจิ่วเซียน ผสมผสานกันจนยากที่จะ
แยกแยะออกได้ แต่เมื่อ อู่ อวี้ ได้พบเจอกับ
ประสบการณ์เฉียดตาย ก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง
ของนาง นางนั้นเกลียดชังและชิงชังต่อชีวิตของ
มนุษย์เป็นอย่างที่สุด
“เหอ เหอ…..”
จิ่วเซียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและเงยหน้ามอง อู่ อวี้
จากนั้นก็กล่าวว่า “คาดไม่ถึงเลยว่าจิ่วเอ๋อจะมา
พลาดท่าด้วยฝีมือของท่านเช่นนี้ สวรรค์เป็นใจ
ให้กับท่านจริงๆ มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ข้า
มิอาจรับได้!”
อู่ อวี้ จับตามองนางอย่างไม่วางตา เนื่องด้วย
ตอนนี้จิตวิญญาณนางกำลังทำการควบคุมอยู่ ทำ
ให้เขาไม่ได้ผลกระทบใดๆจาก เสน่ห์เย้ายวนของ
นาง จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมา “นี่ไม่เกี่ยวอันใด
กับสวรรค์ ทุกคนต่างก็มีโอกาส ตอนแรกเจ้านั้น
แข็งแกร่งมากกว่าข้า แต่เจ้ากลับเล่นสนุกกับตัว
ของข้า นั่นก็ไม่ยุติธรรมเช่นกัน และเนื่องจากเจ้า
ไม่ได้ใช้โอกาสนั้นสังหารข้าไปตั้งแต่แรก ทำให้เจ้า
ต้องมาพบกับผลลัพธ์เช่นนี้!”
จิ่วเซียนก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นแล้วกล่าวว่า “ข้า
ต้องการให้ท่านมีพลังหยางที่บริสุทธิ์เพียงพอ
เสียก่อน หากข้าได้สังหารท่านไปก่อนหน้า ก็
เท่ากับว่าข้าได้ทำลายสมบัติของตัวเองทิ้งไปอย่าง
ไร้ค่ามิใช่หรือ?”
อู่ อวี้ ตอบกลับไป “ข้าในสายตาของเจ้าเป็นเพียง
แค่สมบัติเท่านั้น ใช่หรือไม่?”
จิ่วเซียนนิ่งเงียบเป็นเวลานาน จากนั้นก็กลายร่าง
ไปเป็นมนุษย์มาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ร่างกายที่
ไม่มีที่ตินั้น ราวกับว่านางเป็นปฎิมากรรมที่สวรรค์
ได้สร้างขึ้นด้วยความรักยิ่ง และบัดนี้ใบหน้าที่
สมบูรณ์แบบของนางได้มาปรากฏอยู่เบื้องหน้า อู่
อวี้ ยามนี้นางดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก พลันส่ง
สายตาอ้อนวอนและน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจาก
ดวงตา กล่าวว่า “ อู่ อวี้ จิ่วเอ๋อสำนึกผิดแล้ว อู่
อวี้ ให้อภัยจิ่วเอ๋อด้วย ตอนนี้ อู่ อวี้ แข็งแกร่งกว่า
จิ่วเอ๋อมาก จิ่วเอ๋อไม่กล้าอีกแล้ว ให้จิ่วเอ๋อไปเป็น
ข้ารับใช้ของ อู่ อวี้ ได้มั้ย?”
อู่ อวี้ ยิ้มเยาะแล้วกล่าว “เจ้าคิดว่ายังไงข้าก็ต้อง
สังหารเจ้าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงคิดจะใช้การเกลี้ย
กล่อมอย่างนั้นรึ? จิ่วเซียน เจ้ามันเป็นปีศาจ
อำมหิต หากมีโอกาสสักวันหนึ่งเจ้าก็จะต้องแว้ง
กลับมากัดข้า ข้าได้สาบานกับตัวเองในใจเป็นร้อย
ครั้งแล้ว ยังไงข้าก็จะต้องสังหารเจ้าให้ได้!”
กระบี่หยินหยางของ อู่ อวี้ จ่อเข้าไปที่ลำคอของ
นาง
“อู่ อวี้ ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังไม่ได้ล้างแค้น
พี่สาวของข้าต้องตายเพราะความโชคร้าย เจ้าคน
ชั่วช้านั่นยังคงลอยนวลอยู่ ข้าต้องการล้างแค้น!”
น้ำตาจิ่วเซียนไหลทะลักออกมา นางจ้องไปที่
ประติมากรรมน้ำแข็ง ไหล่ของนางสั่นสะท้าน
ดวงตาเริ่มแดงก่ำและร่ำไห้ออกมา ทำให้คนที่ได้
พบเห็นต้องรู้สึกสงสารจากหัวใจ
นี่เป็นตัวตนที่แท้จริงที่อยู่ภายในร่างนาง
“ข้าขอร้องท่าน ไว้ชีวิตข้าไปเถอะ ข้าสำนึกผิด
แล้ว ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน ในภายภาคหน้าข้าก็
จะไม่แว้งกัดท่านอย่างแน่นอน” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้
อู่ อวี้ ก็ยังคงไม่แยแสสิ่งใด นางก็เปลี่ยนคำพูด
“ถ้าอย่างนั้น ท่านให้เวลาข้าได้หรือไม่ เมื่อข้าล้าง
แค้นได้สำเร็จแล้ว ข้าจะมารับความตายเบื้องหน้า
ท่าน”
ตอนนี้สตรีที่แสนงดงามราวกับภาพวาด กำลัง
คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตนเอง นางนั้นต้องการที่จะล้าง
แค้น นี่เป็นสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจของนาง ทำให้
นางนั้นไม่สามารถจะตกตายไปได้ในตอนนี้
แต่ว่า อู่ อวี้ ไม่อาจละทิ้งคำสาบานของตนเองไป
ได้
“วันนี้ถ้าหากไม่สังหารเจ้าไป เต๋าของข้าก็จะไม่
มั่นคงอีกต่อไป!”
ในใจของ อู่ อวี้ เลือดภายในร่างเขากำลังเดือด
พล่าน จิ่วเซียนที่อยู่เบื้องหน้านี้มีโอกาสนับครั้งไม่
ถ้วนทีจะสังหารเขา จึงทำให้เขานั้นจดจำไว้ภายใน
ใจเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ที่นางนั้นแข็งแกร่งกว่าเขา
แต่กลับไม่แม้จะให้โอกาสเขาในการอ้อนวอนเลย
แม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้ จิ่วเซียน กลับมาขอความ
เมตตาจากเขาเสียอย่างนั้น
“ใครเป็นคนที่เจ้าอยากจะแก้แค้น ถ้าหากว่ามี
โอกาส ข้าจะจัดการแทนเจ้าเอง” ดวงตาของ อู่
อวี้ แดงขึ้น เขาได้ตัดสินใจแล้ว
“ยังไงท่านก็จะต้องสังหารข้า?” จิ่วเซียนทรุดตัวลง
ไปกับพื้นแล้วร่ำไห้ออกมา
“กล่าวชื่อของมันออกมา!” อู่ อวี้ คำรามอย่างดุ
ร้าย
“……จาง ฝูถู แห่งนิกายเซียนซูซัน!”
ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นคือที่ใดและคนผู้นั้นเป็นใคร
อย่างไรก็ตามเพียงแค่ อู่ อวี้ จดจำชื่อและสถานที่
แห่งนี้ได้ ก็เพียงพอแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่เก็บ
เรื่องราวความแค้นของ จิ่วเซียน มาใส่ใจแค่ไหน
แต่ถ้าหากตนได้ไปพบเจอกับอีกฝั่ายเข้า ก็ย่อมไม่
นิ่งดูดายและจะต้องรีบเข้าไปจัดการสะสาง
คลี่คลายอย่างแน่นอน
เขาได้ตัดสินใจแล้วไม่ว่า จิ่วเซียน จะทำตัวน่า
สงสารเพียงไร อู่ อวี้ จะไม่หลงใหลในความงดงาม
ของ จิ่วเซียน อีก ยังไงนางก็ต้องตาย! เขานั้นไม่ใช่
คนเลือดเย็นแต่เขานั้นจะต้องทำตามคำพูดที่
ตนเองเคยกล่าวไว้
“อู่ อวี้ จูบจิ่วเอ๋ออีกสักครั้ง ได้ไหม?”ดวงตาทั้งคู่
ของ จิ่วเซียน แดงขึ้นและเริ่มมีหยดน้ำตาไหล
ออกมา นางมองเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ถึงแม้ว่าจิ่วเอ๋อนั้นอยากจะสังหารท่าน แต่จิ่วเอ๋อ
ก็ถือว่าท่านเพียงสามีเพียงคนเดียวในชีวิตของข้า
จิ่วเอ๋อรักท่าน”สิ่งที่นางกล่าวออกมานั้นทั้งหมดมี
ทั้งจริงและไม่จริง
จริงหรือหลอก?
อู่ อวี้ รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่สำคัญ
หลังจากที่ได้พัวพันกับสตรีผู้นี้มาเป็นเวลานาน จิ่
วเซียนได้มอบบทเรียนราคาแพงให้กับเขา นี่เป็น
เรื่องราวความรักและความแค้นที่ยากจะเข้าใจได้
“อู่ อวี้” จิ่วเอ๋อยืนขึ้นและสั่นไปทั้งตัว นางเข้าไป
กุมมือและจับแก้มของเขา
“ข้าขอร้องท่าน”
ดวงตาของนางบริสุทธิ์และไร้เดียวสานั้นไม่มีความ
เกลียดชังใดๆหลงเหลืออยู่ มีเพียงแค่ความรู้สึกรัก
ที่ยากจะอธิบายเกิดขึ้นกับตัวของนาง
อู่ อวี้ จุมพิตไปที่หน้าผากของนาง จากนั้นถอยไป
หนึ่งก้าว ฉับพลันแทงกระบี่หยินหยางเข้าไปที่
ร่างกายของจิ่วเซียน
“อึก……จดจำเอาไว้ จาง ฝูถู แห่งนิกายเซียนซูซัน
…… อู่ อวี้ ถึงชาตินี้จะไม่โอกาสอีกแล้ว แต่ชาติ
หน้าข้าจะเป็นภรรยาที่ดีของท่าน จะไม่ทำให้ท่าน
ต้องเสียใจ”
สุดท้ายจิ่วเซียนก็ส่งเสียงผ่านอากาศเข้ามาในหูเขา
“อืม”
อู่ อวี้ ไม่ได้เห็นสตรีที่มีท่วงท่าสง่างามเช่นนี้มาเนิ่น
นานแล้ว ถึงแม้ว่านางจะเป็นปีศาจ แต่ประโยค
สุดท้ายแววตาของนางแสดงออกมาถึงความรักที่มี
ต่อเขา ได้ตราตรึงฝังลึกลงไปในใจของเขาจนไม่มี
วันลืม
สุดท้ายแล้วเมื่อกล่าวจบนางก็ล้มลงไปบนพื้น
หลังจากที่นางตกตายไป ร่างของนางก็กลับมาอยู่
ในร่างจิ้งจอกที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ นอนอย่างสงบ
อยู่ภายในอ้อมแขนของ อู่ อวี้ ราวกับว่านางนั้น
เพียงแค่กำลังหลับอยู่
เมื่อมองนางแล้วในใจของ อู่ อวี้ เกิดความสับสน
ขึ้น
เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจที่สังหารนางไป แต่ก็ไม่ใช่
ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ในตัวของจิ่วเซียน
“ถึงนางจะตายไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ
ปรากฏตัวของนางก็ทำให้ข้ามีวันนี้ได้”
การตายไปของ จิ่วเซียน ในครั้งนี้ ได้กลายเป็น
เรื่องราวที่น่าจดจำอย่างหนึ่งในชีวิตของเขา
บางครั้งนางนั้นก็เป็นเทพธิดาที่สวยงาม บริสุทธิ์
และบางครั้งนางก็เป็นปีศาจที่ดุร้ายและกระหาย
เลือด
อู่ อวี้ ฝังร่างของนางติดกับประติมากรรมน้ำแข็ง
นั้น สร้างปั้ายหลุมศพขึ้นมาแต่ก็ลังเลไม่รู้ว่าจะ
เขียนสิ่งใดลงไปดี
สิ่งสุดท้ายที่ จิ่วเซียนได้กล่าวไว้คือ อู่ อวี้ เป็นสามี
ของนางอย่างแท้จริง แต่ใครเล่าที่จะรู้ว่าเรื่องนี้
เป็นเรื่องจริงหรือเพียงแค่คำโกหก?
ท้ายที่สุด เขาก็สลักห้าตัวอักษรลงไปบนปั้ายหลุม
ศพของนาง “จิ่วเอ๋อของ อู่ อวี้”
หลังจากที่สลักตัวอักษรลงไปแล้ว เขาก็ยืนขึ้น
ทันใดนั้นกำแพงถ้ำที่อยู่ด้านหลังของเขาก็เกิดการ
สั่นสะเทือน ก้อนหินระเบิดกระจายออกกลายเป็น
ก้อนกรวด เมื่อ อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่า
ทางออกของถ้ำได้เปิดออกแล้ว เมื่อมองจากข้างใน
ออกไปโลกภายนอก อู่ อวี้ ไม่รู้มาก่อนว่าปากของ
ถ้ำแห่งนี้ถูกปิดอยู่ ถ้าหากว่าโจมตีจากภายนอกเข้า
มามันจะง่ายกว่า มิเช่นนั้น อู่ อวี้ อาจจะต้องใช้
เวลาสักสองสามวันคลำหาทางออกเอง
จิ่วเซียนตายไปแล้ว ถ้ำแห่งนี้ก็ไม่สามารถจะกักขัง
อู่ อวี้ ต่อไปได้อีก
ที่ก้อนหินแตกกระจายออกมานั้นเป็นเพราะว่าพลัง
ปราณกระบี่สีทอง เมื่อ อู่ อวี้ หันกลับไปมอง ก็
มองเห็นใบหน้าอันซีดเซียวของ เฟิง ซัวหยา ที่
กำลังพุ่งเข้ามาในถ้ำนี้จากภายนอก เขาดูเหน็ด
เหนื่อยเป็นอย่างมาก แต่ว่าชั่วเวลานี้ จิตสังหาร
ของเขานั้นพุ่งทะยานไปถึงชั้นฟั้า เมื่อตัวเขาพุ่ง
เข้ามา ปราณกระบี่อันรุนแรงก็ปกคลุมสถานที่แห่ง
นี้ไว้ทั้งหมด แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังได้รับแรงกดดันจาก
จิตสังหารของเขาด้วย
“อู่ อวี้!”
“ท่านอาจารย์”
ทั้งสองพบหน้ากันและกัน
เฟิง ซัวหยา แทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเอง เขา
ใช้เวลาถึงสิบวันในการที่จะผ่านเขาวงกตจนเข้า
มาถึงที่แห่งนี้ได้ แต่เดิมเขาก็คิดว่า อู่ อวี้ ได้ตก
ตายไปแล้ว แต่ชั่วพริบที่เขาเข้ามาถึงก็เห็นว่า อู่
อวี้ นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แถมยังคงมีชีวิตและ
ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา
“เจ้ายังไม่ตาย? แล้วจิ่วเซียนหล่ะ?” เฟิง ซัวหยา
รีบพุ่งมาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
ด้านหนึ่งก็คอยสำรวจสภาพของ อู่ อวี้ อีกด้านก็
มองไปรอบๆสถานที่แห่งนี้ เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว
เขาก็สรุปได้ว่า อู่ อวี้ นั้นยังคงปกติดีไม่เป็นอะไร
“อยู่นี่” อู่ อวี้ ก็ชี้ไปที่หลุมฝังศพที่อยู่ตรงนั้น เมื่อ
เฟิง ซัวหยา ได้เห็นหลุมฝังศพ เขาก็ตกใจ แล้วก็
หันไปหา อู่ อวี้ กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
“จิ่วเซียนตายแล้ว? เจ้าสังหารนาง?”
“ใช่”
“เจ้าทำได้ยังไง?”เฟิง ซัวหยา นั้นรู้ถึงความร้าย
กาจของนาง นางนั้นสามารถเอาชนะ หลาน ฮั้ว
หยุน ดังนั้นเขาจึงคาดเดาว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของจิ่วเซียน
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วกล่าวออกไป “ข้าดิ้นรนเพื่อสู้กับ
ความตาย กระทั่งข้ายังรู้สึกประหลาดใจ
เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสุดท้ายข้าก็สามารถมี
ชีวิตรอดกลับมาได้…….”
สำหรับ เฟิง ซัวหยา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เขา
ตระหนักดีว่าไม่สามารถจะทำความเข้าใจในตัว
ของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ได้ เขาต้องการเพียงแต่ให้ อู่
อวี้ ยังมีชีวิตรอด เพราะยังไงแล้วเขาก็เป็นคนที่
ช่วยนิกายกระบี่สวรรค์เอาไว้
ตัวของ เฟิง ซัวหยา เองก็ไม่ได้คาดคิดว่าการที่เขา
ได้ช่วยชีวิตของจักรพรรดิผู้ล่วงหล่นในวันนั้น จะ
กลายมาเป็นคนที่ช่วยนิกายของเขาได้ในวันนี้
ตอนนี้ อู่ อวี้ ยังมีชีวิตรอด ส่วน จิ่วเซียน ก็ตกตาย
ไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนเรื่องที่ว่า อู่ อวี้ ทำได้ยังไงเขาย่อมไม่สนใจ
“มีชีวิตรอดได้ก็ดีแล้ว สุดท้ายวิกฤตในครั้งนี้ก็ผ่าน
ไปเสียที มันจบลงแล้ว…..”
เฟิง ซัวหยา ถอนหายใจออกมาและใบหน้าเขาก็
ผ่อนคลายขึ้น เมื่อเขาจ้องไปที่ใบหน้าของ อู่ อวี้
เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวศิษย์คนนี้เป็นอย่างยิ่ง
ใบหน้าของเขาพลันปรากฏเป็นรอยยิ้มที่มีความสุข
ขึ้นจนเห็นได้ชัด
“ท่านอาจารย์ ไปกันเถอะ”
“ที่แห่งนี้มีสมบัติของ จิ่วเซียน อยู่มากมาย หาก
ทิ้งไปจะเสียเปล่า เราไปไปค้นหากันเสียหน่อย
เถอะ”
“ขอรับ”
สิ่งของที่มีค่ามากที่สุดนั้นอยู่บนร่างของ จิ่วเซียน
เป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตของนาง ซึ่งก็คือ มายาสี
เงิน เมื่อ จิ่วเซียนได้ตกตายลงไปแล้ว มายาสีเงินก็
ไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปหล่อเลี้ยงมันอีก จึงได้
กลายเป็นเพียงสร้อยเงินเส้นเล็กๆเส้นหนึ่งตกอยู่
บนพื้นเท่านั้น ยามนี้ อู่ อวี้ ได้หยิบมันขึ้นมา และ
หลังจากที่ตรวจสอบดูอย่างถี่ถ้วน ก็ได้พบว่ามัน
ยังคงมีกลิ่นหอมของ จิ่วเซียน ที่ชวนคิดถึงหลง
เหลืออยู่
“การเชื่อมต่อกับศาสตราเต๋าเชื่อมจิต จำเป็น
จะต้องใช้เลือดและใช้วิธีการลับบางอย่าง เมื่อ
กลับไปถึงเทือกเขาครามแล้ว ข้าจะสอนเจ้าอีกที”
เฟิง ซัวหยากล่าวออกมา เขารู้สึกได้ถึงอะไร
บางอย่างระหว่าง อู่ อวี้ และจิ่วเซียน มันเป็นสาย
สัมพันธ์หรือว่าความรู้สึกที่แปลกประหลาด
บางอย่าง
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งสองคนก็ขี่
กระบี่บินจักรพรรดิพุ่งทะยานฝั่าออกไป มันไม่ใช่
เรื่องยากในการออกไปจากเขาวงกตแห่งนี้
เฟิง ซัวหยา นั้นได้เพิ่มความเร็วขึ้นและเขาก็
พบว่า อู่ อวี้ สามารถตามความเร็วของเขาได้ทัน
“เจ้าทะลวงถึงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่เก้า
แล้ว?” เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
อู่ อวี้ นั้นเข้ามาสู่เส้นทางฝึกตนเพียงแค่ไม่กี่ปี เขา
ก็เกือบจะมาถึงขอบเขตสร้างแกนนภาแล้ว ตอนนี้
อู่ อวี้ เกือบจะไล่ตามเขาทันแล้ว แต่หันกลับมาที่
ตัวเองการเพาะปลูกของเขาก็ยังคงไม่มีก้าวหน้า
แม้แต่น้อย
“ขอรับ ตอนนี้เหลือจุดบัญญัติก่อกำเนิดอีกเพียง
แค่จุดเดียว” อู่ อวี้ พยักหน้าตอบ แน่นอนว่าตัว
เขาเองก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ
เฟิง ซัวหยา นั้นบินทะยานไปรวดเร็วเป็นอย่าง
มาก แต่ อู่ อวี้ ก็ติดตามความเร็วของเขาได้ทัน
เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “ดูเหมือนว่านิกาย
กระบี่สวรรค์ของข้าได้ให้กำเนิดอัจฉริยะในหมู่
มังกรขึ้นมาในดินแดนเทพตงเสินเสียแล้ว”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ