กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 184 : คนจากนิกายซูซัน
ตอนนี้เขาสำเร็จสัจจาคาถาพระพุทธรูปแก่นแท้ธรรม
สูตรแล้ว ไม่มีใครจะสามารถทำลายกายเนื้อของเขา
ได้อีกต่อไป พลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาลพลันหลั่งไหลเข้า
มาเติมเต็มภายในร่าง อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ สามารถ
ปรับตัวและปราบปรามพลังเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว
หากเป็นคนอื่นจะต้องใช้เวลานานหลายปีในการที่จะ
ปราบปรามพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มากมายเช่นนี้
โดยทั่วไปแล้วจุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดสุดท้ายมันไม่ได้
ก่อได้สำเร็จง่ายดาย
ก่อนที่พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรจะเสร็จ
สมบูรณ์ ความจริง อู่ อวี้ ก็สามารถจะควบแน่นพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ก่อเป็นจุดบัญญัติก่อกำเนิดจุดสุดท้ายได้
แล้ว แต่เขาก็ยังอดทนรอช่วงเวลานี้ เพื่อที่จะลด
ความเสี่ยงลง
หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนวัน
“สำเร็จแล้ว”
กระบวนการที่แสนจะน่าเบื่อนี้ ทำให้อู่ อวี้ ต้องใช้
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณไปมากมาย จุดบัญญัติ
ก่อกำเนิดจุดสุดท้ายก็ก่อตัวได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้
จุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้งสิบได้ส่องประกายออกมา ก่อ
ตัวเป็นโครงสร้างจุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้งสิบอย่าง
สมบูรณ์ ขั้นต่อไปก็คือควบแน่นจนเข้าสู่ขั้นสร้างแกน
นภา
โดยปกติแล้วการที่จะควบแน่นพวกมันให้กลายเป็น
แกนนภานั้นยากเย็นยิ่งกว่าการที่จะหลอมรวมพลัง
ลมปราณขั้นแรกอย่างมหาศาล
เมื่อตอนที่เขาอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่
แปด การสังหารผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับที่สิบย่อมไม่
เป็นปัญหาอันใด ในตอนนี้เขาอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่สิบ อีกทั้งยังมีสมบัติวิเศษและเคล็ด
วิชามากมาย ถ้าหากจะต้องต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งขั้น
สร้างแกนนภาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา
“จากขั้นหลอมรวมลมปราณไปถึงขอบเขตสร้างแกน
นภามันมีช่องว่างที่กว้างใหญ่อยู่ ไม่รู้ว่าจะช่องว่างนี้
มันจะไกลสักเท่าไหร่ ดีไม่ดีตอนนี้ข้าอาจจะเป็นคู่มือ
ของท่านอาจารย์ได้…….”
ก่อนหน้านี้ เปั้าหมายที่สูงที่สุดของ อู่ อวี้ ก็คือการ
กลายเป็นผู้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับ เฟิง ซัวหยา
คาดไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะสามารถก้าวมาถึงขั้นนี้ได้
อย่างไรก็ตามเปั้าหมายของเขาก็จะต้องสูงขึ้น
กว่าเดิม เขาคิดจะเข้าร่วมกับนิกายเซียนซูซัน ที่แห่ง
นี้เป็นสถานที่ที่มีผู้ฝึกตนวิถีกระบี่อยู่ เขาจะ
แข็งแกร่งได้ขนาดไหน จะยิ่งใหญ่ได้ถึงขนาดไหน!
เทือกเขาอันดับหนึ่งของดินแดนเทพตงเสิน ‘เทือก
เขาซูซัน’ มันจะมีความสูงขนาดไหนกันนะ
ในยามนี้ อู่ อวี้ เปรียบดั่งเด็กน้อยที่เพิ่งแล้วเกิดกำลัง
แหงนมองท้องนภาอันยิ่งใหญ่
เมื่อ อู่ อวี้ มาอยู่เป็นเพื่อน อู่ หยู๋ ทำให้นางมีสีหน้าที่
สดชื่นขึ้น ตอนนี้นางนั้นกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างยิ่ง
บัดนี้นางก็ค่อยๆฝึกฝนทักษะต่างๆขึ้นมาแล้ว ถึงแม้
จะไร้คุณสมบัติก็ตามที แต่เมื่อได้ อู่ อวี้ คอยแนะนำ
จึงทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นมาก และผนวกกับสิ่งที่ อู่
อวี้ ได้มอบไว้ให้ อย่างน้อยๆการที่นางจะอยู่ได้ถึง
ร้อยปีย่อมไร้กังวล
เมื่อ อู่ อวี้ คำนวณวันเวลาแล้ว ก็รู้ว่าเกือบจะถึงเวลา
ที่เขาจะต้องกล่าวคำอำลา
ทั้งสองคนยืนอยู่กันคนละฝัง
“ไปเถอะ” อู่ หยู่ ยิ้มออกมา สถานที่แห่งนี้เป็น
สถานที่ที่ อู่ อวี้ ถูกพาออกไปจากอาณาจักรบูรพา
เยว่อู่ เมื่อตอนที่เขานั้นโดนใส่ร้าย
“ลาก่อน” เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันมาร่วมเดือนนี้ สิ่งที่
อยากจะบอกกล่าวทั้งหมดต่างก็กล่าวออกไป
หมดแล้ว
ในใจของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ เขามีเปั้าหมาย
ที่แน่วแน่ บัดนี้เปั้าหมายเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ
การเข้าร่วมกับนิกายเซียนซูซัน
จากนั้นเขาหมุนกายจากไป ขี่กระบี่บินจักรพรรดิ
ทะยานขึ้นไปบนท้องนภา ไม่เหลียวหันกลับมามอง
แม้สักครา เกรงว่าหากตนหันกลับไปมองจะยิ่งรู้สึก
คิดถึงนางมากขึ้นเปล่าๆ สำหรับ อู่ หยู๋ เองก็ไม่
ต้องการให้เขาเป็นเช่นนั้น
เบื้องหลังมีดวงตาที่แสนจะอบอุ่นคู่หนึ่งกำลังจ้อง
มองมาที่เขา
จนกระทั่งตัวเขานั้นลาลับขอบฟั้าไป
“เส้นทางของการเป็นเซียนอมตะจะต้องอยู่อย่างโดด
เดียว อายุขัยของปุถุชนเป็นตัวกัดกินความสัมพันธ์
ระหว่างครอบครัวทำไมมันช่างโหดร้ายเช่นนี้? ”
อู่ อวี้ รู้สึกคับข้องใจยิ่ง
เดินทางได้ไม่ไกลนัก เขาก็ไม่คาดว่า เฟิง ซัวหยา จะ
มารับเขาด้วยตัวเอง เมื่ออู่ อวี้ มองเห็นเขา เขาก็รู้สึก
ตื่นเต้นและมาพุ่งมาด้วยความปลื้มปิติ
“ท่านอาจารย์ พวกเขามาถึงแล้ว?” อู่ อวี้ ถามขึ้น
ทัน
“ใช่ พวกเขาได้มาถึงแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจะ
สนใจในตัวเจ้าเป็นอย่างมาก จึงให้ข้ารีบมาพาตัวเจ้า
กลับไป” เฟิง ซัวหยา ก็กล่าวตอบอย่างรวดเร็ว
“พวกเขา?”
จากคำพูดนี้ก็ทำให้เขารู้ว่า คนที่มานั้นไม่ได้มาเพียง
แค่คนเดียว
สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ เกิดความประหม่าเล็กน้อยก็คือ
พวกคนที่มาเป็นใคร มาจาก ‘นิกายเซียนซูซัน’
หรือไม่?
“ทำไมมันราบรื่นเช่นนี้?” อู่ อวี้ รู้สึกแปลใจ
เล็กน้อย แม้พวกเขาจะรู้ถึงประวัติวีรกรรมของตัว
เขาก็ตาม แต่สำหรับคนของนิกายซูซันแล้ว ยังจะมี
อัจฉริยะแบบไหนที่เขานั้นยังไม่เคยพบเห็นอีก? พวก
เขานั้นไม่น่าจะใจร้อนเช่นนี้
เฟิง ซัวหยา ยิ้มและกล่าวว่า “ใช่แล้วมันราบรื่นกว่า
ที่ข้าคาดเอาไว้มาก ศิษย์พี่จางผู้นี้ดูเหมือนจะสนใจ
ในตัวของเจ้าเป็นพิเศษ หลังจากที่เจ้ากลับไป ตราบ
ใดที่เจ้าทำตัวดีๆ ยังไงเขาก็จะต้องพาเจ้ากลับนิกาย
เซียนซูซันอย่างแน่นอน อู่ อวี้ นี้เป็นโอกาสครั้ง
ยิ่งใหญ่ เจ้าจะต้องคว้ามันเอาไว้ให้ได้”
เรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับนิกายเซียนซูซัน มันมี
ความสำคัญกับ เฟิง ซัวหยา เป็นอย่างมาก ตอนนี้ดู
เหมือนว่าเขาจะมีความประหม่ามากกว่า อู่ อวี้ เสีย
อีก
“ท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้าหลอมรวมลมปราณทั้งหมด
ได้สมบูรณ์แบบแล้ว” อู่ อวี้ ก็บอกข่าวดีนี้กับเขา
“วิเศษ วิเศษจริงๆ” เฟิง ซัวหยา มองไปที่เขาด้วย
ความภาคภูมิใจ รอยยิ้มแห่งความภูมิใจปรากฏบน
ใบหน้าของเขา เขานั้นไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเท่านี้มา
ก่อน แม้แต่สงครามที่ผ่านมาจะทำให้เขาเย็นชา แต่
เขาในตอนนี้ กลับเหมือนบิดาที่กำลังส่งลูกชายของ
ตัวเองเข้าไปสอบจองหงวน เขารู้สึกประหม่าจนไม่
สามารถจะนั่งอยู่กับที่ได้
“ใช่แล้ว อู่ อวี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าจะต้องจดจำ
เอาไว้” คนทั้งสองรีบเร่งเดินทาง ระหว่างทาง เฟิง
ซัวหยา ก็กล่าวออกมาอย่างระมัดระวังตั้งใจ
อู่ อวี้ หันหน้าไปฟัง
เฟิง ซัวหยา ก็กล่าวว่า “ผู้มาเยือนทั้งสองคนนี้ ก็คือ
ศิษย์พี่จางและศิษย์ฝึกหัดของเขา ความแข็งแกร่ง
ของศิษย์พี่จางนั้นข้าก็ไม่ทราบแน่ชัด เคยได้ยิน
หลาน ฮั้วหยุน กล่าวว่า เขาเป็นคนมีความสามารถ
อย่างมาก อย่างน้อยๆในนิกายเซียนซูซัน เขาก็เป็นผู้
ฝึกตนวิถีกระบี่‘ขั้นปฐพี’ ซึ่งสำเร็จในมหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ ‘เทวาทมิฬพิภพอำพัน’ จึงกล่าวได้ว่าเขา
จะต้องอยู่ในระดับขั้นสร้างแกนนภาระดับที่ห้าขึ้นไป
เป็นอย่างน้อย ดังนั้นเขาน่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่น่า
หวาดกลัวยิ่ง และศิษย์ฝึกหัดของเขา ก็น่าจะมีอายุ
ไม่ต่างจากศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า แต่ว่าเขานั้นกลับอยู่
ในขอบเขตสร้างแกนนภาเรียบร้อยแล้ว และน่าจะ
แข็งแกร่งกว่าข้า”
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก นี่เป็นเพียงแค่คนที่
ถูกส่งมาแบบไม่เป็นทางการ เข้ามาช่วยเหลือนิกาย
กระบี่สวรรค์ ก็ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
คาดว่าน่าจะเป็น ศิษย์พี่จาง เพียงคนเดียวที่ถูกส่งมา
แต่กระทั่งศิษย์ฝึกหัดของเขาก็ยังถูกเขาพามาด้วย
การส่งกำลังเสริมแบบไม่เป็นทางการนี้ กลับยังส่งคน
ที่อยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภาระดับที่ห้ามาด้วย
ตนเอง นี่แสดงให้เห็นว่านิกายเซียนซูซันนั้นเป็นขุม
อำนาจที่น่ากลัวขนาดไหน
สิ่งที่อู่ อวี้ ไม่เข้าใจก็คือ การดำรงอยู่ของตัวตนเช่นนี้
ทำไมจึงต้องใช้เวลานานขนาดนี้? หากไม่ใช่เพราะตัว
เขา อู่ อวี้ ที่กู้วิกฤตให้ ศิษย์พี่จางคนนี้ก็คงมา
เพียงแต่เก็บซากของนิกายกระบี่สวรรค์เท่านั้น
ซึ่งสิ่งที่ เฟิง ซัวหยา กล่าวมาขณะนี้มีเพียงแค่
ความสามารถของพวกเขา อู่ อวี้ จึงไม่ได้กล่าวอะไร
ขึ้นมาขัดจังหวะ และรอให้ เฟิง ซัวหยา กล่าวต่อให้
จบ
เฟิง ซัวหยา จึงกล่าวต่อ “ข้าลองพิจารณาดูแล้ว
ศิษย์พี่จางคนนั้นดูแล้ว ไม่น่าจะนำเจ้าไปยังดินแดน
เทพตงเสินอย่างไม่มีเหตุผล ความเป็นไปได้เพียง
อย่างเดียวก็คือเขานั้นเห็นพรสวรรค์ของเจ้าและ
ต้องการที่จะรับเจ้าไปเป็นศิษย์ฝึกหัด คาดว่าเมื่อนำ
เจ้ากลับไปที่นิกายเซียนแล้ว เขาอาจจะไม่พอใจ
เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้านั้นเป็นลูกศิษย์ของข้า ถ้าหากเขา
ต้องการจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เขาคงต้องการเป็น
อาจารย์ของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น……..”
เรื่องนี้สมควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสักเล็กน้อย
อาจจะเป็นเพราะว่าได้พบกับคนจากนิกายเซียนซูซัน
อีกทั้ง เฟิง ซัวหยา ยังเข้าใจนิสัยของอีกฝั่ายดี ดังนั้น
เขาจึงต้องปรับตัว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
แน่นอนว่า แม้แต่ เฟิง ซัวหยา ก็ไม่สามารถจัดการ
เรื่องนี้ได้ แต่ก็ยังเอ่ยว่า “ข้าได้บอกกับศิษย์พี่จางว่า
เจ้านั้นเป็นเพียงแค่ศิษย์ธรรมดา ยังไม่ได้รับใครเป็น
อาจารย์ ข้าได้บอกกับคนในนิกายเรียบร้อยแล้ว ข่าว
นี้ไม่มีทางรั่วไหล จากนี้ต่อไป ข้าก็ยังคงเป็นอาจารย์
ของเจ้าอยู่ แต่ไม่สามารถจะให้ศิษย์พี่จางรู้ได้
ไม่เช่นนั้น มันก็จะเป็นเรื่องยากที่เจ้าจะสามารถเข้าสู่
นิกายเซียนได้……..”
แน่นอนว่าพวกเขานั้นยังเป็นศิษย์อาจารย์กันอยู่ แต่
เป็นเพราะว่าเขาต้องการให้ศิษย์พี่จางนั้นพา อู่ อวี้
เข้าสู่นิกายเซียนซูซันได้อย่างราบรื่น เขาจึง
จำเป็นต้องซ่อนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ อู่ อวี้
เอาไว้…..
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทำให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถรับมันได้
เขาส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เป็นเพราะว่า
ข้าได้รับความเมตตาจากท่าน จึงทำให้มีวันนี้ได้
ไม่เช่นนั้นข้าคงจะต้องตกตายเพราะปีศาจไปนาน
แล้ว จะให้ข้าต้องเนรคุณได้อย่างไร ให้ลืม
ความสัมพันธ์ของอาจารย์ของข้า! เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้
ข้าต้องการพึ่งความสามารถที่แท้จริงของตัวเองเพื่อ
เข้านิกายเซียนซูซัน!”
“หุบปาก!”เฟิง ซัวหยาตวาดขึ้นด้วยความโกรธ
เกรี้ยว แล้วจ้องมองไปที่เขาและกล่าวว่า “ด้วย
ความสามารถของเจ้า? ไม่ต้องกล่าวถึงนิกายซูซัน ไม่
ต้องกล่าวถึงคุณสมบัติ แค่กวาดตามองภายใน
ดินแดนตะวันตกแห่งนี้ก็พอ มีปีศาจที่ดุร้ายอยู่
จำนวนนับไม่ถ้วน ด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าคง
ไม่รอดจนถึงที่แห่งนั้น และหากไร้ซึ่งอาจารย์คอย
ดูแล เมื่อเจ้าเขาไปในที่แห่งนั้นก็จะต้องถูกรังแก!
นิกายกระบี่สวรรค์เป็นสาขาของนิกายเซียนซูซัน เจ้า
สามารถใช้สิทธินี้ในการเข้าสู้สำนักเซียนได้ แต่เจ้าก็
จะต้องยืมมือของ ศิษย์พี่จาง เพื่อให้คำชี้แนะกับเจ้า
เพื่อปกปั้องเจ้า เจ้าจึงจะสามารถอยู่ในสถานที่แห่ง
นั้นได้!”
อู่ อวี้ จำได้ว่าก่อนหน้านี้ เฟิง ซัวหยา นั้นไม่เคยที่จะ
ต่อว่าเขาเช่นนี้
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ว่า เฟิง ซัวหยา เป็นแบบนี้เพราะต้องการให้เขาได้ดี
นี่ย่อมเป็นเพียงโอกาสครั้งเดียวในชีวิต ถ้าหากให้
ศิษย์พี่จางพิจารณาดู ก็จะทำให้อนาคตของเขานั้น
ราบลื่นไรอุปสรรค ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะต้องเดินไป
บนเส้นทางระหว่างความเป็นและความตาย เพราะ
ชีวิตนั้นไม่สามารถคาดเดาได้
แต่ว่าสำหรับเรื่องที่เขาจะต้องซ่อนความสัมพันธ์
ระหว่างตัวเขาและ เฟิง ซัวหยา เพื่อกราบคนอื่นเป็น
อาจารย์…….. แน่นอนว่า อู่ อวี้ นั้นไม่สนใจที่จะ
กราบผู้อื่นเป็นอาจารย์ ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ก็ยากที่จะ
ยอมรับได้เกินไป เพราะการให้ทำเป็นไม่รู้จักกับ เฟิง
ซัวหยา ที่เป็นอาจารย์ของตนเองนั้น เป็นสิ่งที่เขารับ
ไม่ได้อย่างยิ่ง
“อู่ อวี้ ข้าต้องขอโทษด้วย ข้านั้นใจร้อนเกินไป แต่ว่า
……….ถ้าหากเจ้าเป็นข้า เจ้าก็จะเข้าใจ โอกาสครั้งนี้
สำหรับเจ้าแล้วมันสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าหากเจ้า
ต้องการเดินไปบนทางแห่งการฝึกตน เจ้าก็จะต้อง
ก้าวเข้าสู่นิกายเซียนซูซัน เรียนรู้วิชาเต๋าระดับสูง
ไม่เช่นนั้น……” เฟิง ซัวหยา ก็ใจเย็นลงแล้ว สายตา
ของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
อู่ อวี้ จ้องไปที่เขา
เขามองเห็นถึงความคาดหวังลึกๆภายในดวงตาของ
เฟิง ซัวหยา
บุรุษที่อยู่เบื้องหน้านี้ต้องการให้เขาอยู่เหนือกว่า
ตนเอง กลายเป็นมังกรที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มังกร
ควาจริงเขาก็คืออาจารย์ของ อู่ อวี้ ตราบชั่วนิรันด์
แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องมอบ อู่ อวี้ ให้กับคนอื่น เขา
เป็นคนที่น่าจะรับไม่ได้มากที่สุด แต่ว่าเพื่ออนาคต
ของ อู่ อวี้ แล้ว เขาไม่ลังเล เพราะเขาเข้าใจดีว่าตัว
เขาไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถสอนสั่ง อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป
แล้ว
“อาจารย์ ” อู่ อวี้ ครุ่นคิดสักชั่วครู่หนึ่ง หลังจาก
ทั้งหมดนี้ เขาก็ไม่ต้องการที่จะทิ้งความปรารถนาดี
ของ เฟิง ซัวหยา แม้ว่าเขานั้นจะไม่เต็มใจที่จะ
ยอมรับวิธีนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ไม่สำคัญว่ามันจะเป็นเช่นไร ในหัวใจของข้า มี
อาจารย์เพียงคนเดียวนั่นคือท่าน คนอื่นนั่นไม่
สามารถจะมาแทนที่ได้” อู่ อวี้กล่าวออกมาด้วย
ความจริงจัง
เขายังจดจำได้ว่า ในตอนที่เขาถูกจับและกำลังจะ
ข้ามชายแดนมา เฟิง ซัวหยา ได้ช่วยตัวของเขาไว้ ทำ
ให้ชะตากรรมของเขาเปลี่ยนไป
จำได้ว่าหลังจากที่สังหาร ซือตู่ หมิงหลาง เขาเองก็
ปรากฎตัวมาช่วยชีวิตของเขา
หลังจากนั้นก็รับตัวเขาไปเป็นศิษย์ ให้ตนเองเข้ามา
อยู่ในนิกายกระบี่สวรรค์ มอบทรัพยาการสำหรับการ
ฝึกตนที่ดีที่สุดให้กับเขา
“เมื่อได้ยินเจ้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา ข้าก็พึงพอใจ
แล้ว ไปนิกายเซียนซูซันแล้ว เจ้าจะต้องขยัน ถ้าหาก
มีโอกาสก็จะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนข้าด้วย เมื่อถึง
ตอนนั้น การจะเรียกข้าว่าอาจารย์ มันก็ยังไม่สาย”
เฟิง ซัวหยา ได้เผยรอยยิ้มอันผ่อนคลายขึ้น
ในชั่วพริบตาก็มาถึงเทือกเขาคราม อู่ อวี้ ได้กวาด
สายตามองไปรอบๆ น่าจะเพราะว่าการมาถึงของผู้
มาเยือนทั้งสองคนนั้น ทำให้เทือกเขาครามตกอยู่ใน
ความเงียบ สำหรับเหล่าสาวกของนิกายสวรรค์นั้นก็
ยังรู้สึกว่า แม้แต่ผู้นำนิกายและผู้พิทักษ์สูงสุดของ
พวกเขายังดูเหมือนว่าจะด้อยกว่า……
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ