กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 186 : กบกนบอ
เซียนกระบี่จางจิตใจร้อนรน ผ่านไปเพียงชั่วครู่มันก็
กระชากของ อู่ อวี้ พาเขาบินทะยานออกไปจาก
เทือกเขาครามอย่างรวดเร็ว ทำราวกับว่า อู่ อวี้ เป็น
เพียงลูกไก่ในกำมือ ปรารถนาเพียงให้ อู่ อวี้ นำทาง
ไปเท่านั้น
“อึก ช่างรวดเร็วยิ่งนัก!”
ความเร็วในการบินของเซียนกระบี่จางกล่าวได้ว่าน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง อู่ อวี้ มองเห็นโลกของตนกำลัง
เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถแม้แต่จะได้
เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ ผืนปั่าพงไพรกลับ
กลายเป็นสีเขียวทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา
หากร่างกายของ อู่ อวี้ ไม่แข็งแกร่งพอแล้วล่ะก็
ท่ามกลางสายลมที่อัดกระแทกเข้ามาราวกับพายุคลั่ง
เป็นไปได้ว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บจนร่างสูญสลาย
แต่อย่างไร ด้วยความรวดเร็วระดับนี้ ทำให้เขารู้สึก
ราวกับว่า สายลมที่อัดกระแทกใบหน้าของเขาอยู่นั้น
เสมือนดั่งคมมีดที่กรีดเฉือนเข้ามาก็มิปาน
” คนผู้นี้ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา” อู่ อวี้ ตระหนักได้
อย่างลึกซึ้ง
อู่ อวี้ ล่วงรู้วิถีแห่งปั่าเป็นอย่างดี สัตว์ที่อ่อนแอย่อ
มตกเป็นอาหารของสัตว์ที่แข็งแกร่งกว่า แม้แต่ เฟิง
ซัวหยา ยังต้องของคาราวะให้แก่เขา ทั้งคนผู้นี้ยัง
เป็นผู้ตัดสินชี้ชะตาของเขา ถ้าให้กล่าวตามตรง
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความสงบสุข เขายังคง
ต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เนือง ๆ คนผู้นี้มาจากนิกาย
เซียน จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาไม่เห็น อู่ อวี้ อยู่ใน
สายตา
ด้วยความเร็วระดับนี้ ไม่นานนักก็มาถึง หุบเขา
จิ้งจอก
ระหว่างการเดินทางเซียนกระบี่จาง ไม่ได้เอื้อนเอ่ย
ถ้อยคำใดออกมาแม้แต่น้อย เขาโยนร่างของ อู่ อวี้
ลงบนพื้น หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็พยุงตนเองให้ลุกขึ้น
ยืน ซึ่งขณะนี้อีกฝั่ายได้มองมายังเขา และกล่าวขึ้นว่า
” ที่นี่ซับซ้อนวกวนเฉกเช่นเขาวงกต เจ้าจงติดตามข้า
มาให้ทันท่วงที ”
สถานที่แห่งนี้เปรียบได้ดั่งเขาวงกต ที่ธรรมชาติสรรค์
สร้างขึ้น ขนาด เฟิง ซัวหยา ต้องใช้เวลานับ 10 วัน
ถึงจะเดินทางเข้ามาได้ แต่ดูเหมือนว่าเซียนกระบี่จาง
ผู้นี้ มีประสบการณ์ความรู้กว้างขวางไม่น้อยทีเดียว
ดังนั้นเขาจึงก้าวเดินนำหน้า อู่ อวี้ อย่างไม่รั้งรอ ด้วย
เหตุนี้ อู่ อวี้ จึงทำเพียงก้าวเดินติดตามเบื้องหลังของ
เขาเท่านั้น
ทัศนียภาพอันรายล้อมไปด้วยหมอกยังคงไม่
แปรเปลี่ยน ที่ยังคงเปลี่ยน อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
มากนัก เพียงติดตามหลังของเขาอย่างใกล้ชิด
” ดูเหมือนตั้งแต่เขาเหยียบเข้ามาในสถานที่ อารมณ์
ของเขาเปลี่ยนแปรไปเล็กน้อย ? ”
อู่ อวี้ พยายามไตร่ตรองถึงเรื่องนี้อย่างรอบคอบ แต่
เป็นเพราะเหตุใด?
เขาไม่สามารถคิดออกได้
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องตื่นตกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม เขาก็เดินทางมาถึงปาก
ทางเข้าถ้ำ หุบเขาจิ้งจอก ของ จิ่วเซียน เซียนกระบี่
จางเดินเข้าไปด้านใน อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ไม่
ปรารถนากลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง แต่ในยามนี้เขาคง
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นอกจาก ก้าวตามเข้าไป
ภายในถ้ำที่ว่างเปล่าแห่งนี้ มีเพียงสองสิ่งที่ยังคงอยู่
สิ่งแรกก็คือประติมากรรมน้ำแข็งสลัก กับ หลุมฝัง
ศพของจิ่วเซียนที่ อู่ อวี้ ได้ทำขึ้นให้แก่นาง
” คนผู้นี้ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม เดินทางเข้ามา
ภายในเขาวงกตอันซับซ้อนนี้ได้ เขามีพลังฝีมือ
แข็งแกร่งเหนือกว่าท่านอาจารย์จริง ๆ …” อู่ อวี้ จ้อง
มองแผ่นหลังของชายผู้นี้ ภายในหัวใจของเขาเกิด
ความปรารถนาท้าทาย แต่เขาก็ยังคงมีสติยับยั้ง
เนื่องจากระดับฝีมือของตนเองในยามนี้ ยังไม่อาจท้า
ทายกับคนเหล่านี้ได้ หากเขาใจร้อนรีบเร่งคงไม่ต่าง
อะไรไปจาก การเขวี้ยงไข่ใส่ก้อนหิน
” ภายในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อันกว้างใหญ่
ไพศาลไร้สิ้นสุด มีผู้คนแข็งแกร่งมากมายนับไม่ถ้วน
คนผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้คนเหล่านั้น ส่วนตัวข้าเองเป็น
เพียงแค่เศษละอองธุลีเล็ก ๆ” เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้
ภายในหัวใจกลับรู้สึกถึงความอ่อนแอ ไร้พลังของ
ตนเองอย่างยิ่ง
” ฮ่า ๆ ” ทันใดนั้นเซียนกระบี่จาง ก็เปล่งเสียง
หัวเราะออกดังลั่น อย่างไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจ ขณะ
จ้องมองไปยังประติมากรรมน้ำแข็ง เส้นผมบางส่วน
ของมันแผ่ขยาย จากนั้นเขาก็ร้องคำรามกล่าวขึ้นมา
ว่า ” จิ่วหลิง ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้ง ”
ชั่วอึกใจนั้นเอง ราวกับว่ามีสายอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่
จิตใจของ อู่ อวี้
” มันคือ จาง ฝูถู!”
โดยไม่ต้องกังขาสงสัยอีกต่อไป ว่าเพราะเหตุใดมันถึง
ปรารถนาจะมายัง หุบเขาจิ้งจอก ยิ่งนัก!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ” อาจ
เป็นไปได้ว่า เหตุผลที่มันมุ่งหน้ามายังสถานที่แห่งนี้
คงเป็นเพราะ จิ้งจอกเก้านภา เป็นไปได้ว่าครั้งหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ อาจเป็นสถานที่ที่มันได้แยกจากกับ
จิ้งจอกเก้านภา การที่มันยอมถ่อมาจากนิกายเซียน
เพื่อมายังที่แห่งนี้ บางทีอาจเป็นเพราะเหตุผลนี้
มากกว่า!’
มีความเป็นไปได้ว่า หาก จาง ฝูถู ไม่อาสามาเอง
นิกายเซียนซูซัน ย่อมไม่ส่งคนมายังดินแดน
ตะวันออกอันไกลโพ้น เพื่อ ช่วยเหลือ’ นิกายกระบี่
สวรรค์ ‘
แน่นอนว่า ถึงแม้มันจะมาที่นี่ แต่ภายในจิตใจของมัน
ก็หาได้ยากแสเรื่องนี้ไม่ มิเช่นนั้นคงไม่มาหลังจาก
ช่วงสงครามจบเช่นนี้
บางทีมันแค่อยากมาดู จิ้งจอกเก้านภา ด้วยตาของ
ตนเอง
ดวงตาของ อู่ อวี้ เย็นเยียบมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่
ออกมาคือ คนผู้นี้เป็นศัตรูของ จิ่วเซียน ผู้ที่นางเฝั้า
ใฝั่ฝันจะแก้แค้น ผู้ที่พี่สาวของนางยอมทุ่มเทให้ทุก
สิ่งทุกอย่าง แต่มันกลับทำร้ายพี่สาวของนาง
ก่อนหน้านี้ เฟิง ซัวหยา ไม่เคยเอ่ยนามของเซียน
กระบี่จาง ทำให้ อู่ อวี้ ไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่ทว่าเขาเอง
ก็ไม่ได้ฉุกคิดถึงนามแฝงว่า จาง ซึ่งปกติก็น่าจะมา
จากนามเต็มว่า จาง ฝูถู
อู่ อวี้ จับจ้องมองอากัปกิริยาท่าทางแปลก ๆ ของ
เขา ซึ่งยังคงหัวเราะประติมากรรมน้ำแข็ง อย่างบ้า
คลั่งยาวนาน อู่ อวี้ ไม่ได้ยินคำกล่าวใด หลุดออกมา
จากปากของมันแม้แต่น้อย มีเพียงความบ้าคลั่ง
เท่านั้นที่เขายังคงแลเห็น แต่ทันใดนั้นมันก็ชักกระบี่
ออกมา พร้อมกับฟาดฟันเข้าใส่ประติมากรรมน้ำแข็ง
จนพังทลายลง!
ครืน~ โครม!
ประติมากรรมน้ำแข็งถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ เศษชิ้นส่วน
ของมันเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ไม่
นานนักเศษน้ำแข็งเหล่านั้นก็เริ่มละลาย
” เรื่องระหว่างข้ากับเจ้า ในที่สุดก็จบลงเสียที คงต้อง
ขอบคุณหากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่ได้เป็นอย่างเช่น
ทุกวันนี้ … ”
ต่อจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายมีความสุข
เสียงหัวเราะอันเปียมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ ทำ
ให้ผู้ฟังรู้สึกเย็นยะเยือกชวนขนลุก
อู่ อวี้ ยังจดจำเรื่องราวที่ จิ่วเซียน เล่าให้ฟังเกี่ยวกับ
พี่สาวของนาง รอยยิ้มของ จาง ฝูถู ไร้ซึ่งความ
ละอายใจ จาง ฝูถู เป็นคนประเภทใดนั้น มันชัดเจน
แจ่มแจ้งอยู่ภายในหัวใจของเขา ซึ่งหากนำ เจียงเซี่ย
มาเปรียบเทียบกับเขา เกรงว่าระดับความชั่วร้ายของ
เจียงเซี่ย กลายเป็นเพียงเด็กน้อยไปเลยทีเดียว
” อู่ อวี้ ”
แต่ทันใดนั้น จาง ฝูถู ก็หยุดหัวเราะลงอย่าง
กระทันหัน อีกทั้งในยามนี้เขากกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
หลุมฝังศพของ จิ่วเซียน เขาหันกลับมามอง อู่ อวี้
พร้อมกับชี้นิ้วไปยังข้อความอักษรที่ถูกสลักไว้บน
หลุมฝังศพ เขายิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า ” นังนี่คือน้องสาว
ของ จิ่วหลิง ข้าเคยได้ยินมาว่านางมีน้องสาว เจ้า…
รักใคร่ในตัวนางใช่หรือไม่? ”
ข้อความอักษรบนปั้ายหลุมศพนั้นถูกสลักไว้ว่า ‘ จิ่
วเอ๋อ ของ อู่ อวี้ ‘
อู่ อวี้ รู้ดีว่าอย่างไรเสียเขาก็จะต้องเห็นมัน อู่ อวี้ จึง
กล่าวขึ้นมาว่า ” เคยมีเรื่องราวต่อกัน แต่ไม่สำคัญ
เพราะนางได้จากไปแล้ว ”
จาง ฝูถู เดินเข้าไปใกล้ อู่ อวี้ ดวงตาของเขาคมกริบ
เย็นยะเยือก เปรียบเสมือนผมกระบี่ที่กรีดเฉือนลง
บนทรวงอกของ อู่ อวี้
” นางปีศาจจิ้งจอกตัวนี้ เป็นอันตรายต่อผู้คน มันใช้
กลอุบายชั่วร้ายหลอกล่อผู้คน แล้วท้ายที่สุดมันจะ
ดูดพลังหยางบริสุทธิ์จากเจ้า แล้วกลายเป็น ‘ จิ้งจอก
นภาศักดิ์สิทธิ์ ‘ ทั้งหมดก็เพื่อมาแก้แค้นข้าผู้นี้ การที่
เจ้าทำลายแผนการอันชั่วร้ายมัน ทั้งยังสังหารมันทิ้ง
ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าพวกเราจะมี
ชะตาบางอย่างเกี่ยวข้องกัน… ”
บางทีเพราะความสัมพันธ์นี้ สีหน้าที่ จาง ฝูถู จ้อง
มองมายัง อู่ อวี้ จึงดีขึ้นบางส่วน อีกทั้งยังแสดงท่าที
สนอกสนใจในความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
จิ่วเซียน มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า เข่นคร่า
สังหารมันให้ตกตายไป อีกทั้งเขายังให้สัตย์สาบาน
กับ จิ่วเซียน จะสังหารผู้มีใจคอโหดเหี้ยมเยี่ยงหมา
ปั่า จาง ฝูถู ผู้นี้ให้จงได้ อุปนิสัยใจคอของ อู่ อวี้ จึง
เป็นเรื่องยากที่เขาจะส่งรอยยิ้มแจ่มใสให้แก่คนผู้นี้
“ข้ากับจิ่วหลิงมีสัมพันธ์ต่อกัน ส่วนเจ้ากับน้องสาว
ของนางก็มีสัมพันธ์เช่นเดียวกัน กล่าวได้ว่า
โชคชะตาชักพาให้เรากลายเป็นศิษย์อาจารย์กัน”
จาง ฝูถู จ้องมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั้นก็
ริเริ่มเอ่ยเรื่องการรับศิษย์ฝึกหัดขึ้นมาด้วยตนเอง
เฟิง ซัวหยา บอกกล่าวแก่เขาว่า มีเพียงแค่การ
กลายเป็นศิษย์ของ จาง ฝูถู เท่านั้น มันถึงจะพาตัว
อู่ อวี้ ไปที่นิกายเซียนซูซัน
แม้จะกล่าวว่าตนนันมีมรดกอมตะอยู่กับตัว แต่การที่
เขายังไม่มีคนหนุนหลัง เกรงว่าคงเป็นเรื่องง่ายดังราว
กับพลิกฝั่ามือ ที่จะถูกสังหารท่ามกลางดินแดนรก
ร้างแห่งนี้ กล่าวได้ว่า นิกายเซียนซูซัน เป็นสถานที่
เหมาะสมที่สุด ซึ่งตัวเขาสมควรจะไป
การที่เขาต้องมาคำนับ จาง ฝูถู ผู้นี้เป็นอาจารย์ ทำ
ให้ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกย่ำแย่ยิ่งนัก แต่เขาก็
ไม่อาจปฏิเสธมันได้ พอคิดว่าวันหนึ่งตัวเขาอาจจะมี
ฝีมือเหนือล้ำ ยิ่งกว่าคนผู้นี้ เมื่อนั้นเขาก็ไม่
จำเป็นต้องอดทนฝืนใจตนเอง แลมองหน้าคนผู้นี้อีก
ต่อไป
” ถูกต้องแล้ว ข้ายังต้องใช้ประโยชน์จากมัน! ”
เมื่อนั้น อู่ อวี้ ก็เริ่มต้นแผนการ ด้วยการเกิดขึ้นว่า ”
ท่านเซียนกระบี่จาง ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย”
การคำนับอาจารย์ในครั้งนี้ หากเทียบกับเมื่อครั้งที่
เขาคารวะ เฟิง ซัวหยา เป็นอาจารย์ คงต้องกล่าวว่า
ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อ จาง ฝูถู ได้ยินเช่นนั้น มันก็ส่ายศีรษะพร้อมกับ
กล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้ากับข้ามีโชควาสนานำพาให้
กลายเป็นศิษย์อาจารย์ แต่ตัวข้า จาง ฝูถู จะรับเพียง
ศิษย์ ซึ่งมีระดับการฝึกตนเฉพาะผู้อยู่ในขั้นสร้างแกน
นภาเท่านั้น แต่ด้วยระดับฝีมือของเจ้าในปัจจุบัน ซึ่ง
ก็ถือว่ามีคุณสมบัติมากพอจะคาราวะข้าเป็นอาจารย์
ข้าจะพาเจ้ากลับไปยัง นิกายเซียนซูซัน จากนั้นข้าจะ
ให้เวลาเจ้าหนึ่งปีฝึกฝน หากเจ้าสามารถบรรลุสู่
ระดับสร้างแกนนภาได้ภายในหนึ่งปี เจ้าจะ
กลายเป็นศิษย์ของข้า จาง ฝูถู ผู้นี้ แต่หากเจ้าทำ
ไม่ได้ ก็จงไสหัวกลับมาที่นี่ด้วยตัวเองเสีย”
แม้ว่าจะถูกปฏิเสธ แต่ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ กลับ
ตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง เพราะเขาตระหนักดีว่า ยามนี้
เขาทำสำเร็จแล้ว! จาง ฝูถู ยินดีจะพาเขากลับไปยัง
นิกายเซียนซูซัน ด้วย ส่วนเรื่องการเป็นศิษย์อาจารย์
อู่ อวี้ ไม่ได้ปรารถนาจะกลายเป็นศิษย์ของ จาง ฝูถู
จริง ๆ แม้แต่น้อย เขาทดสอบ อู่ อวี้ ด้วยการให้เวลา
ฝึกฝนเพิ่มระดับฝีมือ นานแรมปีที่ นิกายเซียนซูซัน
ผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?
อย่างน้อย ๆ ช่วงเวลาก่อนที่เขาจะบรรลุสู่ระดับ
สร้างแกนนภา เขาก็ไม่จำเป็นต้องฝืนจิตใจเรียก จาง
ฝูถู ว่า ‘อาจารย์’
“กลับกันเถอะ” จาง ฝูถู โบกมือให้แก่เขา จากนั้นก็
สะบัดผ้าคลุมแล้วเดินนำหน้าจากไป ขณะ อู่ อวี้ เดิน
ติดตามอยู่ด้านหลัง เมื่อเขาเหลียวมองย้อนกลับไป
ด้านหลัง เขาก็รู้สึกราวกับว่า จิ่วเซียน กำลังมองดู
เขาจากตรงนั้น นางจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตา
เปียมล้นไปด้วยความคาดหวัง
” อู่ อวี้ ท่านสัญญากับจิ่วเอ๋อแล้วนะ” จิ่วเซียนกล่าว
“อืม!”
เพียงแค่ออกมาจากถ้ำ นิ้วของ จาง ฝูถู ก็แปร
เปลี่ยนเป็นปราณกระบี่ เพียงชั่วอึดใจนั้นเองราวกับ
ว่าเวลาได้หยุดนิ่งลง ปราณกระบี่พุ่งทะยานเข้าไปใน
ถ้ำ ม้วนกวาดผ่านไปทั่วทุกทิศทาง ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
เกิดเสียงดังสนั่นเลือนลั่น ภูผาพังทลายลงในบัดดล
ก้อนศิลาแลพื้นปฐพีทรุดตัวลง เพียงไม่นานก็ทับถม
อัดแน่นจนเต็มถ้ำ บัดนี้ จิ่วเซียน กับ จิ่วหลิง ถูกกลบ
ฝังไปพร้อมกับถ้ำนี้ตราบชั่วนิจนิรันดร์
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ ปรารถนา
สังหารจาง ฝูถู เพิ่มขึ้นมากเพียงใด
“หืม… เจ้าไม่พอใจงั้นหรือ?” จาง ฝูถู สัมผัสได้ถึง
อารมณ์ความไม่พอใจของ อู่ อวี้ ที่ปรากฏออกมาชั่ว
ขณะหนึ่ง
“มิกล้า”
จาง ฝูถู เจ้ามองมาที่เขาจากนั้นก็กล่าวว่า ” โลกแห่ง
การบำเพ็ญตน เหล่าผู้ฝึกตนจะต้องต่อสู้ช่วงชิงกับ
สวรรค์แลปฐพี นางปรารถนาสังหารเจ้า แต่เจ้ากลับ
ยังคงลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับความงดงามของนาง เป็น
เรื่องปกติการที่ข้าได้บอกกล่าวแก่เจ้าตามตรงเช่นนี้
เจ้าจึงไม่อาจยอมรับได้ บนเส้นทางแห่งผู้ฝึกตนนี้ มี
เพียงความรู้สึกไม่แยแสต่อทุกสรรพสิ่ง มีเพียงความ
เหี้ยมโหดไร้ปราณีเท่านั้น ถึงจะสามารถก้าวเดินไปสู่
เส้นทางการบรรลุได้! เจ้านี่ช่างธรรมดาสามัญยิ่งนัก
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเจ้ากับข้ามีโชควาสนาต่อกัน
เล็กน้อย ข้าคงรู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะพาเจ้า
กลับไปยัง ‘นิกายเซียน’ ”
นัยน์ตาของมัน เต็มเปียมไปด้วยความขยะแขยง
รังเกียจ
แนวทางความคิดของคนผู้นี้ช่างขัดแย้งกับ อู่ อวี้
อย่างยิ่ง แต่เป็นมันมีฝีมือสูงส่ง อู่ อวี้ จึงพยายาม
ควบคุมโลหิตในสมองไม่ให้พลุ่งพล่าน โดยปล่อยให้
มันกล่าวต่อไป มันบอกว่าเขาเป็นเพียงชนชั้นสามัญ
ธรรมดา แล้วมันจะได้รู้ในภายหลัง
” เจ้าอย่าเพิ่งคิดว่าอยู่ที่นี่ หลอมรวมลมปราณ ได้
รวดเร็ว หากเจ้าไปที่นิกายเซียน เจ้ายังสามารถเพิ่ม
ความเร็วในการบ่มเพาะขึ้นได้อีก เฟิง ซัวหยา ช่างมี
สายตาอันคับแคบยิ่งนัก เฉกเช่นดั่ง กบที่อยู่ก้นบ่อ
มันช่างดูตื่นเต้นมากในตอนที่แนะนำเจ้าให้แก่ข้า ข้า
เองก็หลงคิดว่าเจ้าจะมีดีดังว่าจริง ๆ ”
จาง ฝูถู เปล่งเสียงหัวเราะออกมา จากนั้นก็ไม่ได้
เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก มันกระทำเพียงแบกร่าง
ของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานออกจากเขาวงกต มุ่งตรงกับไป
ยังเทือกเขาคราม
” แท้จริงแล้วคนของ นิกายเซียนซูซัน มีฝีมือน่า
สะพรึงกลัวมากมายเพียงใดกันแน่ ?”
อีกฝั่ายดูถูกเหยียดหยามตนเองเป็นอย่างมาก ทำให้
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ไม่ยินยอมอยู่บางส่วน แต่
ทว่าสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในยามนี้นั่นก็คือ นิกาย
เซียนซูซัน ทำให้เขายอมปล่อยวางความเกลียดชังที่มี
ต่อ จาง ฝูถู ลงชั่วคราว เพราะสิ่งที่เขากำลังแสวงหา
ไขว่คว้าจาก นิกายเซียนซูซัน ก็คือความแข็งแกร่ง
กับ พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ เกรงว่าบนสวรรค์และ
ปฐพีแห่งนี้ จะมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เขา
พุ่งทะยานก้าวเดินไปเบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็ว! ทั้ง
ยังไม่อาจปฏิเสธคำกล่าวดูถูกแดกดันได้ ว่าตัวเขา
เป็นเพียงแค่กบในกะลาอย่างแท้จริง
ใช้เวลาในการเดินทางกลับไม่นานนัก ในที่สุดพวก
เขาก็มาถึง เทือกเขาคราม
ในเวลานี้ เฟิง ซัวหยา คนกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ที่
ประตูศิลาหมื่นกระบี่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ