กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 187 : น้ําเตาปลิดชีพ
ร่างของ อู่ อวี้ ถูกโยนกระแทกลงสู่พื้นพระราชวัง
ทุกผู้คนที่รวมตัวอยู่ภายในวังเทพสวรรค์ แน่นอนว่า
ต้องเห็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ปฏิกิริยาตอบสนองของ หวงเฉิง ไวกว่าผู้อื่น มันยิ้ม
ร่าวิ่งเข้าไปต้อนรับขับสู้ ตามประกบอยู่ข้างกาย จาง
ฝูถู ในทันที
ในเวลานี้สายตาของ หวงเฉิง จับจ้องมาทาง เฟิง
ซัวหยา พร้อมกับกล่าวว่า ” เจ้านิกายเฟิง ข้าได้ยิน
มาว่าในครั้งนี้ท่านได้รับชัยชนะใหญ่หลวงอย่างยิ่ง
ทั้งยังได้รับสมบัติล้ำค่ามากมาย พวกเราศิษย์
อาจารย์เดินทางดั้นด้นมาจากที่ห่างไกลเพื่อมา
ช่วยเหลือ ถึงแม้จะมาไม่ทันเวลา หรือ ช่วยสิ่งใดได้
แต่อย่างน้อยการมาถึงของพวกเรา ก็สามารถข่ม
ขวัญศัตรูฝั่ายตรงข้าม ท่านไม่คิดว่าควรตอบแทน
น้ำใจเล็กน้อย ให้แก่พวกเราเช่นนั้นหรือ? บังเอิญว่า
เวลานี้ข้านั้นขาดแคลน ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต ไม่
ทราบว่าท่านจะพอมีหรือไม่ ? ”
นี่คือการปล้นชิงอย่างหน้าด้าน ๆ
คราแรก จาง ฝูถู ไม่ได้อยู่ด้วย มันมิได้เอ่ยสิ่งใด
ออกมาแม้แต่น้อย ทันทีที่ จาง ฝูถู กลับมาถึง หวง
เฉิง ก็เริ่มต้นเปิดฉากรีดไถทันที
เฟิง ซัวหยา ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นคน
เช่นนี้ นับตั้งแต่แรกที่มันเหยียบก้าวมาถึง มันก็ก่นด่า
หวันเทียน หยู๋เซวียเดินวนอยู่รอบ ๆ ตัว หลาน หลิว
ลี่ ในครานี้ทันทีที่ จาง ฝูถู กลับมา มันก็เอ่ยปากขอ
ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต!
สำหรับ นิกายกระบี่สวรรค์ ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต
ถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง
อู่ อวี้ ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” พี่ชายหวงท่าน มา
จากนิกายเซียนมิใช่หรือ ? เหตุใดถึงยังขาดแคลน
ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต ? ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต
ของนิกายเซียนไม่ดีกว่าเช่นนั้นหรือ”
ดวงตาของ หวงเฉิง แปรเปลี่ยนไปในทันที คำพูด
ของ อู่ อวี้ เปรียบได้ดั่งหนามอันแหลมคม ทิ่มแทง
มาที่มันถึงสองครั้งสองครา อู่ อวี้ ทำให้ใบหน้าที่เคย
ท่วมท้นไปด้วยรอยยิ้มของมัน บัดนี้สูญหายไปอย่าง
สิ้นเชิง มันรีบหันหน้ากลับมามอง ด้วยความรวดเร็ว
เสียยิ่งกว่าพลิกเปิดตำรา
” ผู้ใดบอกให้เจ้าปริปาก ? ” หวงเฉิง กล่าวขึ้นอย่าง
อันธพาลแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า มันจ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยดวงตาที่คมกริบหนาแน่นไปด้วยปรานกระบี่ ดู
เหมือนว่าในวันนี้มันจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้แก่ อู่
อวี้ สายตาของมันดูสูงส่งเปียมล้นไปด้วยความดูถูกดู
แคลน เฉกเช่นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์กำลังจ้องมองไปยัง
ชาวบ้านสามัญ
เมื่อ เฟิง ซัวหยา เห็นดังนั้น เขาจึงหยิบน้ำเต้า
ออกมาจากถุงจักรวาล ซึ่งน้ำเต้าลูกนี้เป็นของเจียง
เซี่ย
” ไม่ทราบว่า น้ำเต้าปลิดชีพนี้ พอใช้ได้หรือไม่? ”
เฟิง ซัวหยา รีบส่งน้ำเต้าไปให้ หวงเฉิง อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันเขาก็หันไปสบตากับ อู่ อวี้ เพื่อส่ง
สัญญาณให้เขาปิดปากของตนเองลงเสีย เขาไม่ทราบ
ว่า จาง ฝูถู ได้ตกลงพา อู่ อวี้ ไปด้วยแล้ว ฉะนั้น
อารมณ์ของเขาจึงยังไม่แน่นอน เพื่อจะส่ง อู่ อวี้ ไป
ถึงฝังฝัน ฉะนั้นการเสียสละศาสตราเชื่อมจิตอย่าง
น้ำเต้า จึงถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
” ไม่เลว ” หวงเฉิง ลองเขย่าน้ำเต้าไม่กี่ครั้ง หลังจาก
นั้นมันก็หันเหความสนใจไปทาง หลาน หลิวลี่ มันยื่น
น้ำเต้าไปให้ หลาน หลิวลี่ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า ”
น้องสาวหลาน เจ้าคิดว่า ‘น้ำเต้าปลิดชีพ’ มีคุณค่าพอ
กับความงามของเจ้าหรือไม่ ? ”
มันรับ ศาสตราเต๋าเชื่อมโยงจิต มาจาก เฟิง ซัวหยา
แล้วนำมามอบให้แก่ หลาน หลิวลี่ ต่อหน้า
ธารกำนัล!
อู่ อวี้ เหลือบมองดูสีหน้าของทุกคน ยามนี้ภายใน
หัวใจของเฟิง ซัวหยา รู้สึกโกรธเคืองอย่างยิ่ง แต่ทว่า
เขาไม่อาจทำอันใดได้ สีหน้าของ หลาน ฮั้วหยุน กับ
หวันเทียน หยู๋เซวีย แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวอย่าง
ยิ่ง หลาน หลิวลี่ รู้สึกตื่นตระหนก จนนางก้าวถอย
หลังออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ”
พี่ชายหวง ข้าไม่อาจรับมันได้ ”
” ของขวัญของข้า เจ้าไม่กล้ารับมันเช่นนั้นหรือ ?
นอกจากนี้เดี๋ยวข้าก็จะต้องไปจากเจ้าแล้ว เจ้าไว้หน้า
ข้าน้อยไม่ได้หรือไร ”
หลาน หลิวลี่ ยังคงตื่นตกใจ แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
ทำได้เพียงมอง หวันเทียน หยู๋เซวีย ทันใดนั้นเอง
หลาน ฮั้วหยุน ก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า ”
‘น้ำเต้าปลิดชีพ’ ลูกนี้ ข้าจะขอรับแทน หลิวลี่ เอง
ท่านโปรดอย่าได้ใส่ใจ นางเพียงแค่ตื่นตกใจที่ได้พบ
เจอกับท่าน จึงทำให้นางรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย หลิว
ลี่ ยังไม่รีบกล่าวขอบคุณท่านพี่หวงอีก เขากำลังจะ
กลับไปยัง นิกายเซียนซูซันแล้ว ”
ความหมายนี้เป็นนัยบอกว่า ในไม่ช้าพวกเขาจะ
เดินทางกลับกันแล้ว ไม่สำคัญว่าอนาคตจะเป็นเช่น
ไร เพียงยอมรับมันเสียตอนนี้ นอกจากนี้ก็ยังไม่สาย
เกินไปที่จะคืนมันให้กับ เฟิง ซัวหยา
“ขอบคุณ … ” หลาน หลิวลี่ ไม่อาจทำสิ่งใดได้
นอกจากปฏิบัติตามเท่านั้น
” มันต้องอย่างนี้สิ ” หวงเฉิง ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นมาเสียง
ดัง หลังจากนั้นมันก็หันกลับไปพูดกับ จาง ฝูถู ว่า ”
ท่านอาจารย์ ศิษย์จะขออยู่กับน้องสาว หลิวลี่ สักพัก
อีกสองสามวันค่อยออกเดินทางกันได้หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ล่วงรู้ความคิดของมันดี เหตุผลที่จะทำให้
หลาน หลิวลี่ ยอมรับของขวัญของมันได้ คือการอ้าง
ว่า ‘กำลังจะจากไป’ หลังจากมอบของขวัญให้แก่นาง
ได้แล้ว มันก็เลื่อนเวลากลับไปยังนิกายเซียนทันที ไม่
มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามันคิดจะทำสิ่งใดต่อ?
จาง ฝูถู ย่อมล่วงรู้แผนการของมันอย่างดีที่สุด แต่
มันก็ไม่แยแสอันใดแม้แต่น้อย หลังจากนั้นมันก็กล่าว
ขึ้นว่า “ข้าไม่สามารถรั้งรอได้นานเกินไปนัก มากสุด
แค่พรุ่งนี้ยามเที่ยง”
” ท่านปั้าหลาน ยินดีไปเดินเล่นกับผู้น้อยหวงหน่อย
ได้หรือไม่ ผู้น้อยหวงอยากเห็นนักว่า เซียนผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์เขาทำงานกันเช่นไร? ” หวงเฉิง
กล่าวกับ หลาน ฮั้วหยุน
“แน่นอนข้ายินดีอย่างยิ่ง” หลาน ฮั้วหยุน ตอบรับคำ
ร้องขอของเขา จากนั้นคนทั้งสองก็เดินจากไปอย่าง
รวดเร็ว หลงเหลือไว้เพียงความไม่เข้าใจ ว่าแท้จริง
แล้ว หวง เฉิง วางแผนอะไรเอาไว้กันแน่!
มันทำตัวราวกับว่า ตนเองเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้
” อู่ อวี้ ว่าอย่างไรบ้าง? ” เฟิง ซัวหยา วางเดิมพัน
เอาไว้มาก ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าความ
ปรารถนา ที่จะให้ อู่ อวี้ ได้เข้าสู่ นิกายเซียนนซูซัน
ดังนั้นความคาดหวังทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่
กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้
” เขาสัญญาว่าจะพาข้าไปยังนิกายเซียน แต่มีข้อ
แม้ว่าข้าจะต้องฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา
เสียก่อน ถึงจะรับข้าเป็นศิษย์ฝึกหัด ” อู่ อวี้ กล่าว
ทว่าภายในหัวใจของเขากลับไร้ซึ่งความยินดี ทุกคน
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าในเวลานี้ หวงเฉิง
ให้ความสนใจกับ หลาน หลิวลี่ เป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใด
ล่วงรู้ได้ว่า ทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจอย่างแท้จริง
ของมันหรือไม่
บางทีมันอาจเพียงแค่ปรารถนาจะครอบครองนาง
“วิเศษ!” เมื่อ เฟิง ซัวหยา ได้ยินข่าวนี้ ภายในหัวใจ
ของเขาก็รู้สึกโล่งอกเป็นอย่างยิ่ง ความตึงเครียดที่อัด
แน่นอยู่ภายในจิตใจ ในที่สุดก็ผ่อนคลายลงได้
อย่างไรก็ตามทุกคนต่างแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้
สำหรับอนาคตใหม่อันสดใส ท่ามกลางความชื่นมื่นมี
เพียงสองคนที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดนั่นก็คือ หวันเทียน
หยู๋เซวีย กับ หลาน หลิวลี่
ทั้งสองอยู่ด้านข้างของพวกเขาอย่างเงียบ ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หวันเทียน หยู๋เซวีย ดวงตาของ
เขาเป็นสีแดงก่ำ เนื่องจากคู่ที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้น
แข็งแกร่งมากเสียเหลือเกิน แม้หัวใจของเขาจะไม่
ยินยอม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าฝีมือของเขายังอ่อน
ด้อยกว่าอีกฝั่ายอยู่มาก
” คิดไม่ถึงว่า หลาน ฮั้วหยุน จะกระทำเช่นนี้ … ”
เฟิง ซัวหยา กล่าวพร้อมกับถอดถอนหายใจ
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจเจตนาของนาง จากนั้น
เขาจึงกล่าวขึ้นว่า ” ข้าอยากให้เจ้าไปที่ นิกายเซียนซู
ซัน มันจะช่วยให้เจ้าค้นพบความสามารถที่ตนเองมี
ทั้งหมด นำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเจ้าจะได้เห็น
โลกอันกว้างใหญ่ การที่นางไม่ยอมปล่อยให้หลิวลี่ได้
เลือกสิ่งที่ตนเองปรารถนา นั่นก็เพราะนางอยากให้
หลิวลี่มีอนาคตที่ดีกว่า หากเปรียบเทียบอนาคตของ
หวงเฉิง กับ หวันเทียน หยู๋เซวีย แล้วคงต้องบอกว่า
ทั้งสองแตกต่างกันมากเลยทีเดียว ”
ด้วยเหตุนี้ หลาน ฮั้วหยุน จงรีบคว้าโอกาส พยายาม
ทุกวิถีทาง เพื่อให้เป็นที่โปรดปรานของ หวงเฉิง
ด้วยเหตุนี้ หลาน หลิวลี่ กับ หวันเทียน หยู๋เซวีย ถึง
ได้กระวนกระวายสับสนอย่างยิ่ง อู่ อวี้ เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า หวันเทียน หยู๋เซวีย นั้นโกรธเคืองมาก
เพียงใด แต่เขาก็ยังพยายามสะกดของอารมณ์
ต่อต้านความไม่ยินยอมนั้นไว้ เป็นเพราะเขาไม่อยาก
ทำลายอนาคตอันสดใสของ อู่ อวี้ อีกทั้งยังเห็นแก่
หน้า เฟิง ซัวหน้า และเพราะว่าตอนนี้ ยังพวกเขา
ไม่ได้อยู่ในสถานะ ที่จะสามารถต่อสู้กับคนผู้มาจาก
นิกายเซียนเหล่านี้ได้…
แม้กระทั่ง เฟิง ซัวหยา ก็ยังใฝั่ฝันว่าอยากจะกลับไป
ที่นั่น ต่อให้ต้องกลายเป็นเพียงศิษย์สามัญก็ตาม…
” อย่ากังวล พวกเขาจะออกเดินทางพรุ่งนี้ ตราบใดที่
หลิวลี่ไม่ยินยอม จาง ฝูถู ย่อมไม่บังคับให้นางไปด้วย
” เฟิง ซัวหยา ปลอบโยนพวกเขา
หลาน หลิวลี่ กล่าวว่า ” ข้าย่อมไม่เต็มใจอย่าง
แน่นอน สติของเลอะเลือนไปแล้วหรือไร ถึงได้ยุยง
ส่งเสริมให้ข้าชอบพอกับ หวงเฉิง เช่นนี้ เพียงแค่ได้
พูดคุยกับเขาเพียงไม่กี่คำ ข้ายังล่วงรู้ได้ว่าเขา
ต้องการให้ข้าไปเป็นนางบำเรอ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
เป็นเพียงแค่แผนการแสร้งทำ ตั้งใจหยอกล้อข้าเล่นก็
เพียงเท่านั้น”
สิ่งที่นางกล่าวมานั้นสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง สีหน้าของ
จาง ฝูถู ถึงได้เรียบเฉยไม่แสดงอาการตื่นตระหนก
แปลกใจแม้แต่น้อย เมื่อเห็นการกระทำของศิษย์
” อู่ อวี้ เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม จดจำสิ่งที่ข้าบอก
กล่าวแก่เจ้าให้ขึ้นใจ” เฟิง ซัวหยา พูดอธิบาย
หวันเทียน หยู๋เซวีย กับ หลาน หลิวลี่ จากไปเป็น
พวกแรก ส่วน อู่ อวี้ นั่งฟังคำกล่าวของ เฟิง ซัวหยา
อยู่นาน เมื่อเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ออกจากวังเทพสวรรค์
กลับไปยังยอดเขาเทียมฟั้าของตน
เรื่องราวซับซ้อนที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาต้องการใช้เวลา
ครุ่นคิดทบทวน
เขาจำเป็นต้องทบทวนไตร่ตรอง ก่อนตัดสินใจ
” จาง ฝูถู กับ หวงเฉิง หยิ่งผยองจองหอง แถมยัง
เหี้ยมโหด ต่ำช้าเลวทราม ข้าต้องการติดตามคน
เช่นนี้ ไปที่นิกายเซียนจริง ๆ น่ะหรือ?”
“ถ้าข้าไม่ไป ดูเหมือนว่าข้าคงต้องหลงเดินสับสนอยู่
ในเส้นทางแห่งเซียนต่อ โดยไม่ล่วงรู้ว่าจะไปยัง
ทิศทางไหนดี”
“ แต่ข้าไม่ชอบสองคนนั้นเสียจริง ๆ หากต้อง
กลายเป็นพวกเดียวกับพวกมัน เกรงว่าจะไม่เป็นผลดี
แก่ข้า ”
“ แต่ท่านอาจารย์ก็กล่าวอย่างหนักแน่นจริงจัง ว่าให้
ข้ารีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้”
เมื่อคิดถึง เฟิง ซัวหยา อู่ อวี้ ไม่อาจทรยศต่อความ
เมตตาแลความคาดหวังของ เฟิง ซัวหยา ที่มอบ
ให้แก่เขาได้ เนื่องจากท่านอาจารย์คือคนที่เขานับถือ
มากที่สุด กระทั่งการมาถึงของ จาง ฝูถู ยังทำให้นิสัย
ของ เฟิง ซัวหยา ถึงกับผันแปรไป ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้
สามารถอธิบายภาพทุกอย่างนี้ได้อย่างชัดเจน
บางครั้งผู้หยิ่งทะนง ก็ให้ความเคารพยำเกรงต่อผู้ที่
แข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซึ่งมาจาก นิกาย
เซียนซูซัน อันเป็นสถานที่ที่ เฟิง ซัวหยา เฝั้าใฝั่ฝัน
จนกระทั่งราตรีนี้ อู่ อวี้ ก็คิดว่าตนเองนั้นสมควรจะ
ไป
อย่างไรก็ตาม เขายังคงรู้สึกเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย ”
ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ศิษย์พี่ และ ศิษย์พี่หญิง
หลาน…”
“หวงเฉิง ถึงกับยอมเรียก หลาน ฮั่วหยุน ว่าท่านปั้า
เพื่อ หลาน หลิวลี่ ข้าไม่แน่ใจว่า ในเวลานี้ พวกนั้น
กำลังคิดหาวิธีพาตัวศิษย์พี่หลานไปด้วยอยู่หรือไม่?”
ทุกอย่างชัดเจนแจ่มชัด หมายกำหนดการเดินทาง
ของพวกเขาคือยามเที่ยงของวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าง
หวงเฉิง ปรารถนาที่จะพาตัว หลาน หลิวลี่ ไปด้วย
ราตรีนี้มันจึงต้องทำให้ หลาน หลิวลี่ เชื่อฟังมันให้ได้
หลาน หลิวลี่ มีเวลาตัดสินใจแค่เพียงผ่านราตรีนี้ไป
เท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่านางจะเลือกเชื่อฟัง ท่านปั้าของ
นางหรือไม่ แม้แต่ หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็ไม่อาจ
กระทำสิ่งใดได้ เพราะทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการ
ตัดสินใจของ หลาน หลิวลี่
ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด ทันใดนั้นเอง ด้านนอกวัง
เทียมฟั้า ก็ปรากฏนกกระเรียนสวรรค์ กำลังโผบิน
ถลาร่อนลงมาจากฟากฟั้าประดุจดั่งใบไม้ร่วง อู่ อวี้
ทะยานออกไป แลพบเห็นว่ามีหลายคนอยู่ที่นี่ ทั้ง
หวันเทียน หยู๋เซวีย ซู หยานหลี่ โม่ ซือซู หลาน หรือ
แม้แต่ หลานหลิวลี่ กับ หลาน สุ่ยเยว่ พวกเขารีบวิ่ง
เข้ามาขนาบข้าง อู่ อวี้
” ศิษย์น้อง ผู้พิทักษ์ กับ หวงเฉิง กำลังค้นหาพวกเรา
อยู่ ตอนนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยพวก
เรา …” หวันเทียน หยู๋เซวีย กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
แหบพร่า ขณะจ้องมองไปทาง อู่ อวี้
ผู้ที่อยู่ถัดออกไปนั้นก็คือ หลาน หลิ่วลี่ ขณะนี้น้ำตา
เอ่อนองใบหน้าของนาง แล้วนางก็กล่าวขึ้นว่า ” ข้า
ไม่อยากไปกับ หวงเฉิง หากพวกเขาหาเราพบในคืน
นี้ พวกเขาจะต้องบีบบังคับข้าให้ติดตามไปด้วย ท่าน
เจ้านิกายอยู่ภายใต้การควบคุมของเซียนกระบี่จาง
ในยามนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้น ที่สามารถยืนหยัด
ช่วยเหลือข้าได้… เซียนกระบี่จางยินดีรับเจ้าเป็นศิษย์
ฝึกหัด สถานะของเจ้าในจิตใจของเขา ย่อมไม่ด้อยไป
กว่า หวงเฉิง … ”
หลาน หลิวลี่ รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง อีกฝั่าย
หนึ่งคือชายที่น่ารัก ส่วนอีกฝั่ายเป็นปั้าของนาง นาง
ไม่กล้าออกห่างจาก หวันเทียน หยู๋เซวีย เพราะ
หวาดกลัวว่า หลาน ฮั้วหยุน จะพรากนางไปจากเขา
ด้วยหวั่นเกรงว่า ตนจะไม่อาจต่อต้านการโน้มน้าว
หรือ ข่มขู่ ของท่านปั้าได้ ซึ่งอาาจทำให้นาง ต้อง
เสียใจกับการตัดสินใจไปตลอดชีวิต
เนื่องจาก หลาน ฮั้วหยุน หวังดีกับนาง
ปัจจุบันพวกเขากำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และผู้ที่
สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ก็คือ อู่ อวี้ เพียงผู้เดียว
เท่านั้น
ซู หยานหลี่ กล่าวว่า ” ศิษย์น้อง ข้ารู้ว่าสิ่งนี้อาจ
ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเจ้า แต่ที่ หวงเฉิง ไม่ใช้
คนดี ดังนั้นเราจึงไม่อาจถูกรังแกเยี่ยงนี้”
หลาน สุ่ยเยว่ ร่ำไห้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า ” พี่สาวของ
ข้าไม่ได้ห่วงใยเรื่องอนาคตภายภาคหน้าของตนเอง
จนขนาดสลัดทิ้งคนรักได้ นอกจากนี้ทั้งท่าทางแล
อุปนิสัยของ หวงเฉิง มองดูแล้วไม่ใช่คนดี คนเช่นนี้
จะสามารถทำให้ท่านพี่ของข้ามีอนาคตสดใสยิ่ง
กว่าเดิมได้อย่างไร อู่ อวี้ เจ้ามีไหวพริบเฉลียวฉลาด
ทั้งยังมีความสามารถโดดเด่นเหนือล้ำ ตัวข้านั้น
อยากจะช่วยท่านพี่เสียเหลือเกิน แม้ข้าจะพูดคุย
โต้แย้งต่อท่านปั้าแล้ว แต่ท่านปั้าก็หาได้ฟังความ
คิดเห็นของพวกเราไม่ … ”
อู่ อวี้ เป็นความหวังสุดท้ายในตอนนี้ ซึ่งเวลานี้พวก
เขากำลังอ้อนวอนขอร้องเขาอยู่
พวกเขาไม่ไม่อาจอ้อนวอนขอร้องไห้ เฟิง ซัวหยา
ช่วยเหลือได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาอาจไปกระตุ้นโทสะ
ของ จาง ฝูถู หากทำให้มันโกรธเคือง จนสังหาร
เฟิง ซัวหยา ขึ้นมาได้ หากเป็นเช่นนั้นยิ่งทำให้
สถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งหมดนี่คือเหตุผลที่ไม่มีผู้ใด
กล้าปริปากพูด กระทั่ง หวันเทียน หยู๋เซวีย ยังไม่
กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา
จึงเหลือเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่กลายเป็นที่พึ่งของพวก
เขา
บางทีพวกเขาอาจจะอยู่รอดปลอดภัย ผ่านพ้นค่ำคืน
นี้ไปได้
สีหน้าของพวกเขา เต็มเปียมไปด้วยความปรารถนา
อันแรงกล้า ขณะจ้องมอง อู่ อวี้ แม้พวกเขาทั้งหมด
จะเป็นศิษย์พี่ชาย และ ศิษย์หญิงของ อู่ อวี้ ตอนที่
ระดับฝีมือของ อู่ อวี้ ยังอ่อนด้อย โดยเฉพาะ ซู
หยานหลี่ หวันเทียน หยู๋เซวีย โม่ ซือซู พวกเขาต่าง
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ไว้มากมายนัก บัดนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของ
เขากำลังประสบกับปัญหาใหญ่หลวง …
อู่ อวี้ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ข้าไม่กลัว หวงเฉิง เราจะอยู่ที่นี่ในคืนนี้ ตราบใดที่
ศิษย์พี่หลานไม่ยินยอม ข้าจะพยายามอย่างสุด
ความสามารถ เพื่อให้ท่านได้อยู่ที่นี่”
ในราตรีนี้ อู่ อวี้ ไม่ปรารถนาจะแลเห็น หวันเทียน
หยู๋เซวี่ย ถูกสังหาร จนต้องตกตายไปต่อหน้าต่อตา
ของเขา
คนทั้งสองต่างมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้สึก
อิจฉาพวกเขา ส่วน หลาน ฮั้วหยุน ที่เขาเคยมอบ
ความไว้วางใจในฐานะผู้พิทักษ์สูงสุด บัดนี้มันได้
เลือนหายไปหมดแล้ว
ทุกคนกำลังนั่งรวมกัน
ท่ามกลางความเงียบสงบของราตรีนี้ แสงเทียนสลัว
กระพริบพริ้วไหว เงารางเลือนเคลื่อนคล้อย พวกเขา
ต่างมองหน้ากันและกัน โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ
ออกมา
ทันใดนั้นเอง ด้านนอกก็ปรากฏเงากระบี่คืบคลาน
เข้ามา พร้อมกับประตูของวังเทียมฟั้าได้ถูกเปิดออก
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ