กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 188 : มารพจญความรัก
ยามนี้พวก หลาน หลิวหลี่ ต่างพากันอกสั่นขวัญ
แขวนกับสิ่งที่กำลังจะมา
อู่ อวี้ ก็รู้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการที่จะให้ หลาน หลิวหลี่ กลายเป็นดั่ง
สมบัติของ หวงเฉิน อีกชิ้นเฉกเช่น น้ำเต้าปลิดชีพ ที่
มันพึ่งจะได้รับมา
ประตูของวังเทียมฟั้าได้ถูกเปิดขึ้น ภายใต้ยามค่ำคืน
สามารถเห็นได้ว่ามีคนสองคนยืนอยู่ นั่นก็คือ หวงเฉิง
และ หลาน ฮั้วหยุน
พวกเขามองหา หลาน หลิวหลี่ และใช้เวลาเพียงไม่
นานก็พบนาง เมื่อ หลาน ฮั้วหยุน พบว่าหลานหลิวห
ลี่ อยู่กับเหล่าสาวกคนอื่นๆในที่แห่งนี้ ใบหน้าของ
นางพลันเกิดความไม่พอใจขึ้น
“หลิวหลี่ ใยเจ้าถึงหนี ออกมาเดี๋ยวนี้ ศิษย์พี่หวงของ
เจ้ามีเรื่องบางอย่างที่ต้องการจะหารือกับเจ้า” หลาน
ฮั้วหยุน เดินเข้าไป
หวงเฉิง ยิ้มขึ้นมา เขาเอาแต่มองไปทาง หลาน
หลิวหลี่ แล้วก็กล่าวว่า “น้องหลาน เรื่องนี้เกี่ยวพัน
กับอนาคตของเจ้า อนาคตของเจ้าจะเข้าร่วมกับ
นิกายเซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนเทพตงเสิน หรือ
ว่าต้องการจะอยู่ในสถานที่อันแสนจะแร้นแค้นเช่นนี้
กลายเป็นคนอ่อนแอตลอดไป เจ้าย่อมเป็นผู้เลือกมัน
เอง ”
ตัวมันน่าจะตกลงปลงใจกับ หลาน ฮั้วหยุน แล้ว
ดังนั้นมันจึงไม่อ้อมค้อม และเปิดประเด็นอย่าง
ตรงไปตรงมา
จะว่าไป ซู หยานหลี่ หลาน สุ่ยเยว่ พวกนางต่างก็
งดงามเช่นกัน เพียงแต่ดูเหมือนว่า หวงเฉิง นั้นจะชื่น
ชมสตรีที่ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ เช่น หลาน หลิวหลี่
เสียมากกว่า หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าตัวของเขา
นั้นชื่นชอบที่จะแย่งคนรักของผู้อื่น
ถึงยังไงแล้ว หวงเฉิง ก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุด
ในที่แห่งนี้ แต่ว่าเมื่ออยู่ในนิกายเซียนซูซัน เกรงว่า
เขาก็จะเป็นเพียงแค่คนธรรมดาสามัญ
“หลิวหลี่ มานี่!” เมื่อ หลาน ฮั้วหยุน เห็น หลาน
หลิวหลี่ ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ในใจของนางจึงบังเกิด
โทสะ พร้อมเดินตรงไปจับมือ หลาน หลิวหลี่ แล้ว
ลากนางออกมา
“หลิวหลี่!” หวันเทียน หยู๋เซวีย นั้นจับมืออีกข้างของ
นาง เมื่อ หลาน ฮั้วหยุน มองเห็นฉากที่เกิดขึ้นนี้ นาง
ก็กล่าวออกมาอย่างเย็นชา “หวันเทียน หยู๋เซวีย เจ้า
อย่ามาขัดขวางอนาคตจองนาง ถ้าเจ้ารักนางจริง
เจ้าก็ปล่อยนางไปซะ!”
“อนาคตของพวกเจ้า ถูกกำหนดว่าไม่ใช่คนที่จะอยู่
ในสถานที่แห่งนี้!”
หลาน ฮั้วหยุน แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ในสถานที่
แห่งนี้มีเพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับนาง
ได้? ดวงตาของนางพลันหรี่ลงในระหว่างนั้น นางก็
หยิบกระบี่ออกมาเล่มหนึ่ง และแทงเข้าไปที่ฝั่ามือ
ของ หวันเทียน หยู๋เซวีย เพื่อที่จะให้เขาปล่อยมือ
ออกไป
“หยู๋เซวีย!” น้ำตาของ หลาน หลิวหลี่ ก็พรั่งพรู
ออกมา นางนั้นถูก หลาน ฮั้วหยุน ลงโทษมาสารพัด
วิธีมากมาย ทำให้นางไม่มีความกล้าพอที่จะต่อต้าน
ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทาง อู่ อวี้
“ข้าต้องการจะอยู่ที่นี่ ข้าไม่อยากที่จะเข้านิกายเซียน
…….”
“หุบปาก! เจ้าควรจะตื่นได้แล้ว เมื่อเจ้าได้พูดคุยกับ
กับศิษย์พี่หวงของเจ้า เจ้าก็จะเข้าใจ” หลาน ฮั้วหยุน
กล่าวออกมาอย่างดุร้าย
จริงๆแล้วนางเองก็เป็นกังวลอย่างมาก แต่เมื่อเห็นว่า
หวงเฉิง มองไปที่นางด้วยสายตาประการนี้ ก็รู้ว่านี้
คือโอกาสครั้งใหญ่!
หวงเฉิง นั้นชื่นชอบในการชมสิ่งบันเทิง ทำให้ใบหน้า
ของเขาปรากฎรอยยิ้มขึ้น เขารีบเข้าไปดึงมือของ
หลาน หลิวหลี่ แทน หลาน ฮั้วหยุน โดยที่ไม่กล่าวสิ่ง
ใด ลากนางออกจากวังเทียมฟั้าในทันที จากนั้นก็ยก
ยิ้มขึ้นกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าน้องหลานจะเข้าใจข้าผิด
ไปนิดหน่อย ไม่เช่นนั้นเจ้าจะเข้าใจผิดข้าไปตลอด
เราลองมาคุยกันสักหนึ่งคืนเป็นยังไง เจ้าจะได้เปลี่ยน
ความคิด แล้วเลือกหนทางที่ถูกต้องา”
การกล่าวเช่นนี้ หมายความได้ว่าเขาต้องการที่จะอยู่
เพียงลำพังกับ หลาน หลิวหลี่
ในค่ำคืนนั้นใครจะรู้ว่าเขาจะลงมือทำอะไรกับ หลาน
หลิวหลี่ บ้าง? ดูเหมือนว่าเขามีความมั่นใจเป็นอย่าง
มาก เขาไม่สนใจว่า หลานหลิวหลี่ จะต่อต้านยังไง
ใครจะรู้ว่านี่อาจจะเป็นกับดักที่เขาเตรียมไว้และรอ
ให้ หลาน หลิวหลี่ เข้ามาติดกับก็เป็นได้?
หวงเฉิง เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกเขาก็สนใจใน
ตัว หลาน หลิวหลี่ ใครหล่ะที่จะรู้ว่าจุดประสงค์ของ
เขาคืออะไร?
อย่างน้อย หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า
หาก หลาน หลิวหลี่ ถูกพาตัวไป เขาอาจจะต้อง
สูญเสียนางไปตลอดกาล
อู่ อวี้ คิดไม่ถึงว่า อีกฝังจะแย่งชิงคนไปอย่างโจ่งแจ้ง
เช่นนี้ แม้แต่ หลาน ฮั้วหยุน ก็ยังช่วยเหลือเขา หาก
หวันเทียน หยู๋เซวีย ไม่มี อู่ อวี้ เขาอาจจะถูก หวง
เฉิง จัดการไปแล้ว
“หยุด” หวันเทียน หยู๋เซวีย โกรธเป็นอย่างมาก เขา
ไม่อาจจะทนต่อการยั่วยุของ หวงเฉิง ได้ เขาเดินตรง
ไปแล้วคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“หุบปาก ทุกคนห้ามเคลื่อนไหว!” หลาน ฮั้วหยุน ก็
มีโทสะ นางนำศาสตราเต๋ากระบี่ยาวของนางออกมา
ขัดขวางทุกคนไม่ให้ไปรบกวน หวงเฉิง
“ท่านปั้า ท่านอย่าทำร้ายท่านพี่เลย” หลาน สุ่ยเยว่
ร่ำไห้ออกมา
หลาน ฮั้วหยุน ไม่แยแสและเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้าให้
เขายอมแพ้ซะเถอะ นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่ อย่าได้ตัด
โอกาสของนาง นิกายกระบี่สวรรค์จะสามารถเทียบ
อะไรกับนิกายเซียนได้? มันก็เป็นเหมือนกับกบที่อยู่
ก้นบ่อเพียงเท่านั้น!”
อีกด้านหนึ่ง หวงเฉิง ได้เดินทอดน่องอย่างสบายใจ
จนพา หลาน หลิวหลี่ จากไปโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
เกรงว่า จาง ฝูถู น่าจะรู้อยู่แล้วว่า หวงเฉิง มีนิสัยเลว
ทราม และชื่นชอบการฉกชิงคนรักของผู้อื่นเช่นนี้ อีก
ทั้งยังเป็นคนชอบใช้กำลังข่มเหงรังแกคนที่อ่อนด้อย
กว่าอีกด้วย
อู่ อวี้ ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาคาดไม่ถึงว่าทั้ง
สองคนนั้นจะทำเช่นนี้โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลย ครั้ง
นี้ หลาน ฮั้วหยุน คอยกดดันพวกเขาอยู่ เขาจะต้อง
ต้าน หลาน ฮั้วหยุนเอาไว้ เพื่อที่จะให้ศิษย์พี่ของเขา
เข้าไปช่วงชิง หลาน หลิวหลี่ กลับมา!
“หลาน ฮั้วหยุน ครั้งนี้ท่านเป็นฝั่ายที่ผิดแล้ว” อู่ อวี้
ทนไม่ไหวลุกขึ้นมาเพื่อที่จะต่อต้าน หลาน ฮั้วหยุน
ในบัดดล ปัจจุบันนี้เขาอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับที่สิบ และยังมีกายเนื้อที่แข็งแกร่ง สามารถ
ต้านทานแรงกดดันของ หลาน ฮั้วหยุนได้ ในตอนนี้
ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่เท่าเทียม เพราะว่ามี หลาน ฮั้ว
หยุน คนเดียวเท่านั้นที่จะรับมือกับเขาได้
“อู่ อวี้ เจ้ากำลังจะทำลายอนาคตของตัวเจ้าเอง นี่
ถือว่าเจ้านั้นทำลายความหวังดีของท่านเจ้านิกาย!”
หลาน ฮั้วหยุน เกรงกลัวว่าเขาจะเข้ามาแทรกแซง
เมื่อสิ้นเสียง หวันเทียน หยู๋เซวีย และ ซูหยานหลี่ ก็
พบโอกาส พวกเขาพุ่งผ่าน หลาน ฮั้วหยุนไป ทั้งสอง
คนวิ่งไล่ตามไป หลาน ฮั้วหยุน ที่ต้องการจะขัดขวาง
ไว้ อู่ อวี้ จึงนำกระบี่หยินหยางขึ้นมาปัดปั้องนาง
เอาไว้ ถึงแม้จะยังไม่ได้ลงมือ ก็เพียงพอแล้วที่จะบีบ
คั้นให้ หลาน ฮั้วหยุน ต้องล่าถอย
“หวงเฉิง หยุดเดี๋ยวนี้!” หวันเทียน หยู๋เซวีย พุ่ง
ทะยานไปเบื้องหน้า
เขาพุ่งไปโดยไม่มองย้อนกลับมา
เมื่อ หลาน หลิวหลี่ เห็นเขาติดตามมาเช่นนี้ ในใจ
ของนางจึงบังเกิดความกล้าแบบไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ภาพต่างๆพลันปรากฏขึ้นในหัวนาง พวกเขาที่ไป
ฝึกฝนที่ภายนอกนิกายด้วยกัน ไปยังสถานที่ต่างๆ
ด้วยกัน มีประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตายด้วยกัน
ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกที่แสนจะลึกซึ้งจนมิอาจจะ
พรรณนา
“หยู๋เซวีย”
หลาน หลิวหลี่ จึงรีบสะบัดมือของ หวงเฉิง และวิ่ง
เข้ามาสวมกอดเขาในทันที ส่วน หวันเทียน หยู๋เซวีย
ก็โผรับอ้อมกอดเอาไว้อย่างอบอุ่น จึงทำให้น้ำตาของ
ทั้งคู่พลันไหลหลินออกมาอย่างมิอาจเก็บกักไว้ได้อีก
ต่อไป
“เจ้าวางใจเถอะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะไม่ทิ้ง
เจ้าไป หลิวหลี่เจ้าก็น่าจะรู้ เจ้าจะเป็นคู่บำเพ็ญเต๋า
ของข้าเพียงคนเดียว”
พวกเขากอดกันและกันในยามค่ำคืน ช่างน่าอิจฉา
เสียจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้ หวงเฉิง นั้นดูราวกับ
เป็นเพียงคนโง่ที่ยืนอยู่อีกฟาก
หลาน หลิวหลี่ หันไปเผชิญหน้ากับ หวงเฉิง แล้ว
กล่าวว่า “พี่หวง ความปรารถนาดีของท่าน หลิวหลี่
ซาบซึ้งมาก แต่หลิวหลี่ไม่ต้องการที่จะไปจากที่นี่
และไม่ต้องการอนาคตที่ดีกว่านี้ ข้านั้นเป็นคนที่โง่
เขลา ข้าไม่ขออ้อนวอนอะไรจากท่าน ข้าทำให้ท่าน
ผิดหวังแล้ว”
นางได้ตัดสินใจแล้ว และให้ความมั่นใจกับ หวันเทียน
หยู๋เซวีย
เมื่องนางกล่าวออกมาเช่นนี้ ทำให้ หวงเฉิง รู้สึกอับ
อาย หลาน ฮั้วหยุน ก็ไม่สามารถมาช่วยเขาได้ เป็น
เพราะว่าถูก อู่ อวี้ ขัดขวางเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถ
ทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงแต่คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
หลาน หลิวหลี่ นั้นกล่าวออกมาอย่างชัดเจน ถ้าหาก
หวงเฉิง ยังต้องการที่จะรักษาหน้าของตัวเองเอาไว้
ครั้งนี้เขาก็จะต้องยอมแพ้ลามือไป ดังนั้นในตอนนี้
ทุกคนจึงก็จ้องมองไปที่ หวงเฉิง คอยดูปฏิกิริยาของ
เขา
บัดนี้ใบหน้าของเขาพลันเห็นเพียงแต่รอยยิ้ม ทำให้
ทุกคนต่างรู้สึกขนลุกชูชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้
เขาค่อยๆอันตรธานหายไปในความมืด ดูราวกับเป็น
ปีศาจแห่งรัตติกาล
ภายใต้บรรยากาศที่แสนจะกดดันเช่นนี้ หลาน
หลิวหลี่ และ หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็อดไม่ได้ที่จะต้อง
กุมมือกันและกันเอาไว้
พริบตา หวงเฉิง ก็พลันลงมือในทันที!
พวกเขานั้นยังไม่เคยพบเจอคนจาก นิกายเซียนซูซัน
มาก่อน ดังนั้นจึงไม่เข้าใจว่าคนจาก นิกายเซียนซูซัน
ดูถูกนิกายสาขามากเพียงไหน พวกเขาจึงไม่มิอาจ
คาดเดาได้ว่าหากว่าทำให้คนเหล่านั้นต้องอับอาย
พวกคนจาก นิกายเซียนซูซัน จะจัดการเช่นไร
แม้แต่อู่ อวี้ ก็รู้สึกเช่นกันว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันช่างน่า
อับอายเป็นอย่างมาก คนผู้นี้ควรจะจากๆไปเสีย
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไวมาก ไม่มี
ใครจะสามารถตอบสนองได้ทัน นิ้วมือทั้งห้าของ
หวงเฉิง ได้ถูกปกคลุมด้วยสายฟั้าสีทอง พริบตา
สายฟั้าสีทองก็เลื้อยไปมาบนมือของเขาราวกับเป็น
อสรพิษสาวฟั้าตัวหนึ่ง ทันใดนั้นเองสายฟั้าสีทองก็
พุ่งทะลุกลางลำตัวของ หวันเทียน หยู๋เซวีย แล้วก็
กลับมาอยู่บนนิ้วมือของเขา
หวันเทียน หยู๋เซวีย ล้มลงแน่นิ่งไปบนพื้น!
ช่วงเวลานั้นทุกคนต่างแทบจะหยุดหายใจ
อู่ อวี้ นั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าสายฟั้า
ทั้งห้าสาย ได้พุ่งผ่านร่างกายของศิษย์พี่ของเขา ใน
เวลานั้น จุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้งห้าของเขาถูกทำลาย
ลงอย่างฉับพลัน ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์เกิดความ
ปันปั่วนจนมิอาจควบคุม เฉกเช่นเจ้าเศษสวะ เจียง
จุนหลิน ภายใต้การโจมตีของ หวงเฉิง ทำให้จุด
บัญญัติก่อกำเนิดของเขาถูกทำลายไปห้าจุด
หลงเหลืออยู่เพียงแค่สามจุดที่ยังสมบูรณ์อยู่!
ความรุนแรงของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปันปั่วนเช่นนี้ เพียง
พอที่จะสามารถจะฉีกกระชากร่างของ หวันเทียน
หยู๋เซวีย ได้อย่างง่ายดาย
การโจมตีนี้ เกือบจะทำให้ หวันเทียน หยู๋เซวีย ต้อง
กลายเป็นคนพิการ ถึงแม้ว่าจะมีเม็ดยาหลอมชีวิตอยู่
มากมาย แต่ก็จะต้องใช้เวลานานเพื่อที่จะพักฟืน
ร่างกายให้หาย นี่เป็นการโจมตีที่รุนแรงและเฉียบคม
อย่างยิ่ง เปรียบเสมือนกับการโจมตีจุดตายก็มิปาน!
เห็นได้ว่า หวงเฉิง นั้นมีความโหดเหี้ยมอำมหิต คิดว่า
ตนเองนั้นเป็นฝั่ายถูกอยู่เสมอ ไม่เห็นใครอยู่ใน
สายตา เมื่อมีคนมียั่วยุเขา เขาก็จะจัดการในทันที
โดยที่ไม่ต้องอธิบายใดๆทั้งสิ้น
“หยู๋เซวีย!”
“ศิษย์พี่ใหญ่!”
ทุกคนต้องก็รีบเข้ามารุมล้อม หวันเทียน หยู๋เซวีย
ในทันที ทั้ง หลาน หลิวหลี่ ซูหยานหลี่ และทุกคน
ต่างร่ำไห้ออกมา ตอนนี้สถานการณ์ของ หวันเทียน
หยู๋เซวีย ถือได้ว่าเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม หวงเฉิง ก็หัวเราะดูถูกออกมา “เจ้า
เศษสวะ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หนีไปร้องไห้ แล้วก็ส่ง
ผู้หญิงมาให้ข้า”
เหตุการณ์เช่นนี้ หลาน ฮั้วหยุน ก็รู้ล่วงหน้ามาก่อน
แล้ว นางนั้นก็ยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆโดยไม่ทำอะไร แต่
จุดที่ หวงเฉิง โจมตีอย่างฉับพลัน นั้นร้ายแรงกว่านี้
นางคิด จึงทำให้นางคิดว่าการช่วยเหลือเขาเช่นนี้เป็น
สิ่งที่สมควรแล้วหรือไม่
นางนั้นปรารถนาที่จะกลับไปนิกายเซียนอย่างมาก
และนางก็รู้ดีว่า หวงเฉิง ได้สนใจหลานสาวของนาง
ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ว่าเหตุการณ์
กลับกลายมาเป็นเช่นนี้……..
“มัวแต่ทำอะไรอยู่! ทำไม่ถึงยังไม่รีบมารักษาเขา
อีก!” อู่ อวี้ นั้นโมโหจนอกแทบจะระเบิด ถึงแม้ว่า
หลาน ฮั้วหยุนจะอาวุโสกว่าแต่กลับถูกเขาตะคอกใส่
ตอนนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ของ หวันเทียน หยู๋เซวีย กำลัง
ปันปั่วน ต้องให้คนระดับ หลาน ฮั้วหยุน เท่านั้น ถึง
จะสามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บของเขาได้
หลาน ฮั้วหยุน ก็เงียบขรึมลง และเดินเข้าไปอยู่
ท่ามกลางฝูงชน มองไปอย่างระมัดระวัง สถานการณ์
ของ หวันเทียน หยู๋เซวีย นั้นเลวร้ายเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของเขาสามารถอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าสาหัส
เพียงใด แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงกุมมือของ หลาน
หลิวหลี่เอาไว้ ยามนี้ทั้งสองคนต่างต้องจ้องมองกัน
และกัน ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกคล้อยตาม
ในเวลานี้ มีเพียง อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้นที่ยืน
เผชิญหน้ากับ หวงเฉิง
“ศิษย์พี่”
เขานั้นยังคงจำได้ เมื่อตอนที่ได้พบกันครั้งแรก หวัน
เทียน หยู๋เซวีย ได้มอบเม็ดยาหลอมชีวิตให้กับตนเอง
ในสงคราม เขาก็ยังไม่สนใจตัวเอง เอาตัวเข้าไป
ปกปั้องเหล่าสาวกของนิกายเอาไว้
ตอนนี้ เขาได้โดนเหยียบย่ำจนทำให้ตกอยู่ใน
สถานการณ์ย่ำแย่เช่นนี้ ซึ่งคนที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้
ก็ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา อีกทั้งมันผู้นั้นยังคงทำสี
หน้าไม่แยแสต่อสิ่งใดทั้งสิ้น
ในเวลานั้น อู่ อวี้ ก็ก้าวเข้าไปหา หวงเฉิง ผู้มาเยือน
จาก นิกายเซียนซูซัน ผู้นี้ ในใจของเขาเกิดความ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างบ้าคลั่ง ในเวลานี้ไม่มีใครจะ
สามารถหยุดยั้งเขาได้อีกแล้ว…
“?” หวงเฉิง ที่เห็นว่า อู่ อวี้ เกิดโทสะพุ่งพล่าน
ขึ้นมาเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเหยียด
หยามขึ้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ