กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 189 : การตอสูที่บดขยี้ฝายเดียว
“นกกระจอกยังไงมันก็คือนกกระจอก เจ้าคิดว่า
ได้รับความสนใจจากอาจารย์ของข้าแล้วเจ้าจะ
สามารถโบยบินเฉกเช่นวิหคเพลิงได้อย่างนั้นรึ?
สำหรับข้าแล้วเจ้ามันก็เป็นแค่ก้อนอาจมก้อนหนึ่ง
การที่เจ้าทำเป็นเกิดโทสะนั้นมันช่างไร้สาระสิ้นดี
วันนี้ยังไงข้าก็จะเอาสตรีผู้นี้ไปแล้วเจ้าจะทำอะไรข้า
ได้?“
หวงเฉิง เชิดหน้าขึ้นแล้วมอง อู่ อวี้ ด้วยความดูถูก
“สถานที่ที่แสนจะเล็กกระจ้อยร่อยเช่นนี้ ในสายตา
ของพวกข้านิกายเซียนซูซัน ก็เป็นได้แค่นกกระจอก
ฝูงหนึ่ง ที่คิดว่าตนเองนั้นเป็นคนเท่านั้น อู่ อวี้ เอ๋ย”
หวงเฉิง นั้นถูกยั่วโมโหแต่ไม่มีที่ลง บัดนี้มันจึง
ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาให้หมด ยามที่
หลาน ฮั้วหยุน ได้ยินสิ่งที่เขากล่าวมาใบหน้าของนาง
กลายเป็นทะมึนตึงไปในทันที นางนั้นไม่คาดคิดว่า
หวงเฉิง จะทำตัวน่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้ ในเวลานี้
นางทำได้เพียงแค่ปล่อยลมหายใจออกมาอย่างแค้น
เคือง เพราะอีกฝั่ายเป็นคนที่มาจากนิกายเซียนซูซัน
นางไม่คาดคิดว่าเรื่องจะดำเนินมาถึงขั้นนี้ จากนั้น อู่
อวี้ ก็ล้วงเข้าไปในกระเปั๋าจักรวาล หยิบแท่งเสา
เลือดสีดำออกมา เพื่อที่จะตอบคำถามแก่ หวงเฉิง
วีรบุรุษมีบางเรื่องสามารถจะอดกลั้นเอาไว้ได้ แต่ว่า
เมื่อมีเรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้องถึงแม้จะต้องตาย
เขาก็จะไม่ทน!
เสาโลหิตร้อยวิญญาณ!
ตูม!
อู่ อวี้ ฟาดเสาโลหิตร้อยวิญญาณลงไปบนพื้น ทำให้
พื้นดินต้องสั่นสะเทือน เสาโลหิตร้อยวิญญาณพลัน
เปลี่ยนรูปร่างไปจนขยายใหญ่ขึ้นไป
เรื่อยๆ ท้ายที่สุดมันก็ไปหยุดที่ความยาวถึงห้าฉื่อ
ยามเมื่ออยู่ในมือของ อู่ อวี้ จึงทำให้มันเกือบจะบด
บังระดับสายตาของเขาไปจนหมด
เส้นเลือดที่ปูดโปนบนเสาโลหิตร้อยวิญญาณนั้นได้
ขยับไปมาอยู่ตลอด จนปรากฎกลายเป็นใบหน้าผี
ปลดปล่อยพลังที่แสนจะดำมืดออกมา เฉกเช่น
นัยน์ตาสีดำของ อู่ อวี้
“ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตของผู้ฝึกตนนอกรีต?” หวงเฉิง
ยิ้มขึ้น “เจ้าต้องการจะประมือกับข้าจริงๆงั้นรึ อย่า
หาว่าข้าอย่างงั้นอย่างงี้เลย แต่ท่าทางของเจ้าในยาม
นี้ช่างน่ารักเป็นอย่างยิ่ง”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“อู่ อวี้ อย่าก่อเรื่อง!” หลาน ฮั้วหยุน นั้นกำลังง่วน
อยู่กับการช่วยเหลือ หวันเทียน หยู๋เซวีย ทำให้นาง
ได้เกิดความหวาดวิตกขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ก็
ไม่ใช่สิ่งที่นางนั้นจะสามารถหยุดยั้งมันได้อีกต่อไป
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา พุ่งเข้าไปโจมตีทันที
เสาโลหิตร้อยวิญญาณนั้นกวาดผ่านไป ทำให้ใบหน้า
ของ หวงเฉิง เปลี่ยนไป เขาล่าถอยออกมาอย่าง
ทันท่วงที ใบหน้าแปรเปลี่ยนกลายเป็นเคร่งขรึม
หลังจากผ่านไปชั่วครู่หนึ่งก็ได้ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น
อีกคราพร้อมเอ่ยขึ้น “เจ้าพวกคางคกขี้เกียจ
หาญกล้าคิดต่อต้านข้ารึ? นี่ถือเป็นการกบฏ เมื่อเป็น
เช่นนี้ ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการ เช่นนั้น
อาจารย์ของข้าก็จะไม่เสียเวลานำเจ้ากลับไป”
“วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้พบได้เห็นว่าอะไรคือนิกายเซียน
ซูซัน อะไรคือเต๋ากระบี่ที่แท้จริง!”
หวงเฉิง รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเมื่อกล่าวคำ
เหล่านี้ออกมา พร้อมพุ่งตรงเข้าไปต่อสู้กับ อู่ อวี้ โดย
ไม่ลังเล! จู่ๆทั่วทั้งร่างกายของเขาก็ปรากฏเป็น
สายฟั้าสีทอง เหมือนกับว่าเขาสามารถควบคุม
สายฟั้าเอาไว้ได้ ทั่วทั้งร่างของเขาในตอนนี้ปกคลุม
ไปด้วยสายฟั้าสีทอง ไม่สามารถมองเห็น หน้า ตา หู
จมูกและปากของเขาได้อย่างแช่มชัด เห็นเพียงแต่
สายฟั้าอันบ้าคลั่งที่กำลังพุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย
ของเขา!
นี่ชัดเจนว่าเป็นลักษณะพิเศษที่ได้รับมาจากรากฐาน
เซียน มันคล้ายคลึงกับกายาทองคำมหาตะวันของ
เจียง จุนหลิน เพียงแต่ว่ามันน่ากลัวกว่ามาก สายฟั้า
สีทองนั้นเหมือนกับกับหนวดสีทองเลื้อยไปทุกที่ก่อ
ตัวกันเป็นร่างแหขนาดยักษ์อยู่กลางอากาศ
“เจ้าเคยเห็นรากฐานเซียนแบบนี้มั้ย? ข้าเรียกมันว่า
พายุอัสนีคลั่ง จงลิ้มรสมันซะ เจ้ากบก้นบ่อ” หวงเฉิง
หัวเราะเย้ยหยันออกมา จากนั้นก็ล้วงเข้าไปในถุง
จักรวาล หยิบเอาศาสตราเต๋าเชื่อมจิตออกมาหนึ่งชิ้น
มันเป็นกระบี่ยาว ทั่วทั้งตัวกระบี่เป็นสีฟั้าอ่อนดูไป
แล้วเหมือนกับว่ามันเป็นการรวมตัวของก้อนน้ำแข็ง
ที่แหลมคมนับร้อยก้อน ใจกลางก้อนน้ำแข็งแต่ละ
ก้อนเหมือนจะมีอักขระเวทย์สายฟั้าสลักอยู่
“กระบี่เหมันต์อัสนีทำลายล้าง เคยเห็นมันหรือไม่?”
หวงเฉิง กล่าวโอ้อวดพร้อมทั้งระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น
อีกครา ภายใต้เสียงหัวเราะนั้นยังแอบแฝงไปด้วย
ความปั่าเถื่อน
ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน!
ด้านหนึ่งเป็นสายฟั้าสีทอง ส่วนอีกด้านหนึ่งมี
ศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งได้ปลดปล่อยกลิ่น
อายที่มืดทะมึนจนคล้ายคลึงกับผู้ฝึกตนนอกรีตก็มิ
ปาน
“ศิษย์น้อง อย่า……” หวันเทียน หยู๋เซวีย ดิ้นรน
กล่าวออกมา เมื่อเรื่องราวต่างๆได้ดำเนินมาถึงขึ้นนี้
แล้ว เขาก็ไม่อยากให้ อู่ อวี้ ต้องมาทำลายอนาคต
ของตัวเขาเอง
หลาน ฮั้วหยุน ก็กล่าวขึ้น “อู่ อวี้ อย่าทำเช่นนี้ ให้ข้า
จัดการเรื่องนี้เองเถอะ เจ้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ หวง
เฉิง เป็นคนที่จะกลายมาเป็นศิษย์พี่ของเจ้า เจ้า
จะต้องไม่……”
ทางด้าน โม่ ซื่อซู และ ซู หยานหลี่ ไม่ได้เอื้อนเอ่ย
วาจาใดๆออกมา แต่สามารถมองเห็นได้ว่าในสายตา
ของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกเขา
หวังว่า อู่ อวี้ จะลงมือสั่งสอน หวงเฉิง ไปสักหน่อย
สอนให้เขาปิดปากอันแสนจะเน่าเหม็นนั้นซะ!
“ศิษย์พี่ ข้าคิดว่า สิ่งที่เรียกว่าอนาคตที่ดี มันไม่ควร
จะเป็นการที่จะต้องอดทนต่อความอัปยศอดสูเช่นนี้”
“เมื่อมีความโกรธ ความเกลียดชัง แต่กลับไม่
สามารถแก้แค้นได้ และไม่สามารถต่อสู้จะถึง
ท้ายที่สุดได้ นั่นมันไม่ใช่วิถีทางของข้า! วิถีของข้าไม่
มีทางที่จะยอมถอยให้กับเรื่องเช่นนี้!”
“วันนี้มันกล้าที่จะทำร้ายท่าน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร
ข้าจะให้มันต้องชดใช้ ไม่เช่นนั้น ข้าก็ไม่คู่ควรกับ
ศาสตราเต๋าที่อยู่ในมือของข้า! และยิ่งไม่คู่ควรกับ
การที่เป็นสาวกนิกายกระบี่สวรรค์!”
ในตอนนี้ หัวใจของ อู่ อวี้ พลันส่องสว่างขึ้น ไม่มีใคร
หน้าไหนที่จะสามารถหยุดยั้งเขาได้อีกแล้ว! ก่อน
หน้านี้ยังคงมีความลังเลอยู่ แต่ตอนนี้เขากลับเห็น
เส้นทางที่มั่นคงขึ้นมาแล้ว หากเอาแต่อดทนอย่าง
เดียว ก็เหมือนกับว่ากำลังทรมานตนเองจนทำให้วิถี
แห่งเต๋าบิดเบี้ยว
มันกล้าที่จะทำร้าย หวันเทียน หยู๋เซวีย เช่นนี้ อู่ อวี้
ย่อมไม่อดทนอีกต่อไป!
“พูดได้ดี รอข้าทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการไปแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะมาร่ำไห้ขอความเมตตามันก็
สายไปเสียแล้ว?” หวงเฉิง มองเห็นเหตุการณ์เหล่านี้
เป็นเพียงแค่เรื่องตลกขบขัน มันหัวเราะออกมาอย่าง
บ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน ในเวลานี้ แสงสีทองของมัน
ส่องประกายสูงขึ้นไปนับร้อยจั้ง ราวกับมีพระ
อาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟั้ายามค่ำคืน กำลังพุ่งตรง
เข้าไปหมายสังหาร อู่ อวี้ โดยตรง!
“ข้าจะให้เจ้าได้เปิดหูเปิดตาถึงวิชาเต๋าจากนิกาย
เซียนของข้า!” หวงเฉิง ชู กระบี่เหมันต์อัสนีทำลาย
ล้างขึ้น ส่งสายฟั้าที่ขยายยาวออกไปนับร้อยจั้งตรง
ขึ้นไปยังบนท้องฟั้า จากนั้นมันผ่าลงไปที่ อู่ อวี้ อย่าง
รวดเร็ว!
ในเวลานี้ การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ไม่มีใครจะสามารถยับยั้ง
มันได้อีกต่อไป!
ภายในสายตาของ อู่ อวี้ ดูเหมือนว่า ทั่วทั้งโลกถูก
ปกคลุมไปด้วยสายฟั้าสีทอง
ภายใต้สายฟั้าที่ผ่าลงมา สามารถมองเห็นถึงความ
กังวลในสายตาของพวก ซู หยานหลี่ ได้เป็นอย่างดี
เวทีเบื้องหน้าต่อไปที่รอเขาอยู่ คือเวทีขนาดใหญ่ที่มี
ชื่อว่า นิกายเซียนซูซัน
“นิกายเซียนที่สามารถทำให้ผู้ฝึกตนในนิกาย
กลายเป็นเซียนอมตะได้เพียงน้อยนิดเช่นนี้ ในสายตา
ของข้านั้นมันย่อมไม่สูงจนเกินจะคว้าสักเท่าใดนัก
เพราะข้ายังมีวิถีแห่งการกลายเป็นเซียนอมตะเอาไว้
ในมืออยู่”
ในชั่วขณะนั้น อู่ อวี้ เกิดเกิดความรู้แจ้งขึ้นมาภายใน
จิตใจ
นี่ก็คือผู้แข็งแกร่งขั้นสร้างแกนนภา
นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้ต่อกรกับผู้ฝึกตนขั้นสร้าง
แกนนภา ที่สามารถควบคุมสายฟั้าสีทองได้และมี
วิชาเต๋าที่ทรงพลังและน่ากลัวเป็นอย่างมาก เพียงแค่
ฟันลงมาหนึ่งกระบี่ก็สามารถจัดการผู้ที่อยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับสิบได้หลายคน
กระบี่เหมันต์อัสนีทำลายล้าง ผ่าทำลายลงมา!
พลังของศาสตราเต๋าเชื่อมจิตนี้ เหมือนกับได้รับการ
ประทานพรจากเทพเซียน!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็ขยับ เคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่เรียบ
ง่าย หายใจเข้า หายใจออก ค่อยๆพุ่งเข้าไปหา หวง
เฉิง
“เคล็ดตรึงกายา!”
หนึ่งในรูปแบบเจ็ดสิบสองอิทธิฤทธิ์ ทำให้ อู่ อวี้
สามารถกักขังศัตรูได้อย่างสมบูรณ์ ช่างมหัศจรรย์
อย่างยิ่ง หากมันสำฤทธิ์ผล ย่อมไม่มีใครสามารถรอด
พ้นไปจากเคล็ดวิชาตรึงกายานี้
นี่เป็นการท้าทายแรกของเขาระหว่างนิกายเซียนซู
ซัน ด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้งเช่นนี้ เจตจำนง ‘พลิก
สวรรค์’ของราชาวานรจึงพุ่งพล่านขึ้นอย่างท่วมท้น
ด้วยเจตจำนงของราชาวานรที่ปรากฏออกมานี้ ทำ
ให้เมื่อ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับนิกายเซียนซูซัน เขาจึง
สามารถปรับอารมณ์ได้ทันท่วงที
ในด้านของพลังศักดิ์สิทธิ์ หวงเฉิง นั้นอยู่เหนือเขา
เพียงแค่หนึ่งระดับ
ในด้านของกายเนื้อ แม้ว่า หวงเฉิง จะบ่มเพาะกาย
เนื้อมาเหมือนกัน แต่ทว่ายังอ่อนด้อยกว่า อู่ อวี้ ถึง
ครึ่งหนึ่ง
เคล็ดตรึงกายาได้เข้าพันธนาการทั่วทั้งร่างกายของ
มัน ในชั่วเวลานั้น หวงเฉิง นั้นนิ่งราวกับเป็นเพียงรูป
ปันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถขยับตัวได้
อู่ อวี้ ขอเวลาเพียงแค่หนึ่งอึดใจ!
เพียงแค่หนึ่งอึดใจ ก็สามารถทำสิ่งต่างๆได้มากมาย!
“มายาสีเงิน!”
ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ สร้อยข้อมือที่เขาสวม
อยู่ก็บินออกมาเหมือนกับเป็นอสรพิษที่มีสีเงิน บิน
เข้าไปรัดพันร่างของหวงเฉิง ชั่วเวลานั้น อสรพิษยักษ์
สีเงินนี้ก็สามารถมัดร่างของ หวงเฉิง ได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นมันก็ค่อยๆมัดร่างกายเขาเอาไว้จนแน่นหนา
และถูกพันธนาการไปโดยสมบูรณ์
เมื่อ หวงเฉิง ฟืนคืนจากเคล็ดตรึงกายา เขาก็ล้มลง
ไปกระแทกกับพื้น พร้อมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เจ้า!”
เมื่อเขาตกอยู่ภายใต้เคล็ดวิชาตรึงกายา ก็กล่าวได้
เพียงว่าเขากลายเป็นเพียงคนโง่คนหนึ่งที่เริ่มการ
ต่อสู้นี้ขึ้น หลังจากที่เขาหลุดพ้นมาแล้ว ก็พบว่าร่าง
ของเขานั้นถูกศาสตราเต๋าเชื่อมจิตพันธนาการอยู่
เขาไม่สามารถจะหลุดจากพันธนาการนี้ในชั่วเวลา
สั้นๆได้อย่างแน่นอน และในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็ย่อม
ไม่ให้เวลาให้เขาได้ตั้งหลักเพื่อหลุดจากพันธนาการนี้
ออกไปอย่างแน่นอน
ภายในสมองของ หวงเฉิง เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
ทุกครั้งที่ใช้มายาสีเงินนี้ ก็จะทำให้ อู่ อวี้ ต้องนึกถึง
จิ่วเซียน ตลอด
เหมือนกับว่านางนั้นได้ช่วยเหลือตัวเขาเอาไว้อีกครา
ตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถจับกุม หวงเฉิง ได้แล้ว เขาก็ไม่
พูดพร่ำอะไรออกมา เพราะในยามนี้เขาตกอยู่ใน
ความบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์
เจ็ดสิบสองเสาปีศาจคลั่งแห่งตงไห่!
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องหน้าของ หวงเฉิง เต็ม
ไปด้วยความหิวกระหาย โลหิตของเสาโลหิตร้อย
วิญญาณหลั่งไหลออกมา เงาภูติผีเริ่มปรากฏขึ้น!
ตูม ตูม ตูม!
คนพุ่งทะยานออกไป เสาโลหิตร้อยวิญญาณที่อยู่ใน
มือ กลายเป็นเงาดำที่กระจัดกระจายฟาดออกไป
อย่างบ้าคลั่ง ระดับความเร็วพุ่งถึงขีดสุด ทุกๆพลอง
ที่ถูกปลดปล่อยออกไปก็จะยิ่งเร็วขึ้น โหมกระหน่ำซ้ำ
ไปซ้ำมา ราวกับการกวาดคลื่นซัดออกไปในใต้ทะเล
ลึก แม้ทุกการโจมตี หวงเฉิง จะสามารถปั้องกัน
เอาไว้ได้ แต่ว่ายิ่งฟาดลงไปบนร่างกายเขามาก
เท่าไหร่ ก็ทำให้กระดูกเขาค่อยๆแตกละเอียด เลือด
เนื้อค่อยๆถูกฉีกกระชากออกมา! กายเนื้อของ หวง
เฉิง ได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้แจ้งขึ้นมาว่านอกจากเขาแล้ว ก็
ยังมีผู้ที่มีกายเนื้อแข็งแกร่งอยู่เช่นกัน ต้องฟาดลงไป
มากกว่าสามสิบกระบวนท่า จึงจะสามารถจัดการเขา
ลงไปได้ ทำลายกระดูกเป็นชิ้นๆ ทำให้เลือดเนื้อ
กระจายออก ในเวลานี้ หวงเฉิง พลันกรีดร้องออกมา
ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเลือด!
อู่ อวี้ มีโอกาสที่จะสังหารเขาได้โดยตรง
ต้องถูกมายาสีเงินพันธนาการ แล้วโดน อู่ อวี้ ฟาด
อย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หวงเฉิง จึงไร้โอกาสที่จะ
ตอบโต้กลับไปได้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ถูก อู่ อวี้
ฟาดจนอีกฝั่ายชุ่มไปด้วยเลือดนั้น ร่างกายของเขา
บิดเบี้ยวจนผิดรูปผิดร่าง ซึ่งมันน่าเวทนาเกินกว่าที่
ทนดูได้!
“ไปให้พ้น! ไปให้พ้น!”
“เจ้าจะต้องตาย! ตกตายด้วยความอนาถ!”
“อาจารย์ ช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
เมื่อการโจมตีของ อู่ อวี้ สิ้นสุดลง ร่างกายเขานั้นบิด
เบี้ยว เขาเกือบจะถูก อู่ อวี้ ทำให้ต้องพิการไป เขา
เริ่มเอ่ยปากอ้อนวอนขอความเมตตาขึ้นมา เกรงว่า
ภายในสายตาของเขา ยังหวาดกลัวต่อการฟาดของ
อู่ อวี้ อยู่ ทุกการฟาดลงมาของ อู่ อวี้ ที่โหมกระหน่ำ
ราวกับพายุคลั่งนั้น สามารถจะทำให้เขาตกตาย
กลายเป็นภูติผีได้ในทุกเมื่อ!
“อู่ อวี้”
หลาน ฮั้วหยุน ตะโกนเรียกเขา
ความจริงแล้วในตอนที่การต่อสู้นี้ได้เริ่มต้นขึ้น เป็น อู่
อวี้ ทำร้าย หวงเฉิง อยู่เพียงฝั่ายเดียว หวงเฉิง นั้นมี
สภาพน่าสังเวชมากเมื่อต้องตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้
ไม่มีใครจะคาดว่า อู่ อวี้ ได้ก้าวมาถึงระดับนี้แล้ว
ดังนั้นจึงตกอยู่ในความตกตะลึง ถ้าหาก หลาน ฮั้ว
หยุน ไม่สามารถตั้งสติได้ทัน หวงเฉิง ก็อาจจะถูก อู่
อวี้ ทำให้พิการ หรืออาจจะถึงตายเลยก็เป็นได้ ใน
ยามนี้เขานั้นมีสภาพเลวร้ายยิ่งกว่า หวันเทียน หยู๋เซ
วีย จนไม่สามารถนำมาวัดได้!
สิ่งที่จะอธิบายการต่อสู้ครั้งนี้ได้มีอยู่สิ่งเดียวเท่านั้น
ซึ่งก็คือ : บดขยี้!
เสียงของ หลาน ฮั้วหยุน ได้เตือนสติให้ อู่ อวี้ ใจเย็น
ลง เมื่อกล่าวไปแล้วเขาก็ได้ให้บทเรียนกับอีกฝั่ายไป
เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาเขา
จึงเลือกที่จะหยุด ปล่อยให้ หวงเฉิง มีชีวิตรอดอยู่
ต่อไป
เขาก้าวถอยหลัง เขาก็ปลดปล่อยพันธนาการของ
มายาสีเงินออก จากนั้นก็เก็บเสาโลหิตร้อยวิญญาณ
เข้าไป ทำให้ หวงเฉิง ที่อยู่ในสภาพน่าเวทนาล้มลง
ไปกองอยู่กับพื้น เขาจมอยู่ในกองเลือดและไม่
สามารถที่จะลุกขึ้นมาได้ เขาเงยหน้าขึ้นมาอย่าง
ยากลำบาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
สามารถอธิบายได้เพียงคำเดียวว่าอัปลักษณ์! ตอนนี้
ความภาคภูมิใจของเขาพังทลายลง ฟั้าดินพลิกตลบ
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้น แล้วถามว่า “หวงเฉิง ตอนนี้เจ้าลองพูด
อีกทีซิ ว่าใครแน่ที่เป็นกบที่อยู่ก้นบ่อ?”
หวงเฉิง ไม่สามารถตอบกลับได้ ยามนี้เขามีสภาพน่า
สังเวชเป็นอย่างมาก แต่ อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องหน้านี้ ทำ
ให้สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเกลียด
ชัง ความโกรธนั้นเต็มอยู่ในอก จนความเกลียดพุ่ง
ทะยานไปถึงชั้นฟั้า เขามอง อู่ อวี้ โดยไม่กระพริบตา
แม้แต่นิดเดียว ในช่วงเวลานี้ เขาพลันหยิบกระดาษ
ออกมาจากภายในถุงจักรวาล มันเป็นยันต์! เมื่อ
มองดูแล้ว สัญลักษณ์บนยันต์มีสายฟั้ากระพริบอยู่
บรรจุพลังที่แสนทรงอานุภาพเอาไว้ อู่ อวี้ คาดว่าสิ่ง
นี้มีพลังเพียงพอที่จะสังหารเขาได้!
ไม่สามารถจะเรียกได้ว่าเป็นสาวกของนิกายเซียนซู
ซัน ถ้าหากว่าไม่มีสิ่งของที่เอาไว้ใช้ปกปั้องตนเอง
และยันต์ชิ้นนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งระดับสร้างแกน
นภาทั่วไปไม่สามารถจะสร้างมันออกมาได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ