กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 190 : ยันตอัสนีลาวิญญาณ
” หึหึ มันเรียกว่า ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ เจ้ารู้จักยันต์
ชนิดนี้หรือไม่ ? ช่างเป็นกบก้นบ่อเสียจริง ๆ ! ” หวง
เฉิง เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน
การที่ต้องมาปราชัยเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้มันรู้สึกเสื่อม
เสียเกียรติแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้ หวงเฉิน
โหดเหี้ยมและบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งมัน
ยังคงพยายามต่อสู้กับ อู่ อวี้ ด้วยท่าทางสูงส่งมาก
ยิ่งขึ้น
ราวกับว่า ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ มีดวงตา บัดนี้มัน
กำลังจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ มันช่างเป็นความรู้สึกชวน
ขนลุกอย่างยิ่ง เมื่อยันต์นี้ถูกเปิดใช้งาน เขารู้สึกว่า
ตนเองหากไม่ตายก็อาจจะต้องบาดเจ็บสาหัส
หวงเฉิง ถ่ายโอนพลังศักดิ์สิทธิ์กระตุ้นประกายเพลิง
ขึ้นบน ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ได้โต้ตอบกลับอย่างทันควัน
บัดนี้นิ้วของ อู่ อวี้ ได้แปรเปลี่ยนกระบี่ ปรากฏอยู่ใน
ทั้งสองข้างมือของเขา ฉับพลัน ปราณกระบี่หยินห
ยางก่อกำเนิด สองสายก็ถูกทะลวงแทงออกไปทันที
หนึ่งหมายมาดเจาะกระโหลกศีรษะของ หวงเฉิง
ส่วนอีกหนึ่ง สะบั้นแขนของ หวงเฉิง จนกระเด็นลอย
ออกไป
หวงเฉิง ประเมินความเร็วของ อู่ อวี้ ต่ำไป
การตัดสินใจของ อู่ อวี้ ในช่วงเวลาวิกฤตแห่งความ
ตายนั้นถือได้ว่าเฉียบขาดอย่างยิ่ง วิกฤตแห่งความ
ตายที่ หวงเฉิง ได้มอบให้แก่ อู่ อวี้ ในขณะนี้ กล่าว
ได้ว่าแค่การสะบั้นแขนของมันยังไม่เพียงพอ การ
สังหารมันในชั่วพริบตา มีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้
หยุดยันต์อัสนีล่าวิญญาณเอาไว้ได้ด้วย!
ชิ้ง!
เพียงชั่วอึดใจ อักขระอาคมก็ถูก อู่ อวี้ สะบั้นจนขาด
ครึ่ง พร้อมกับแขนที่ขาดกระเด็นของมัน ซึ่งถูก อู่ อวี้
ใช้พลังดึงดูดเข้ามา ยันต์อัสนีล่าวิญญาณที่อยู่ในมือ
ของมัน ถูกดึงดูดเข้ามาอยู่ในกำมือของอู่ อวี้ เขาจ้อง
มองยันอัสนีล่าวิญญาณด้วยท่าทางจริงจังร้ายแรง
หากช้าอีกเพียงนิด อู่ อวี้ คาดว่าเขาจะไม่สามารถ
หลบหนีจากวิกฤตแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาได้
“น่าสะพรึงกลัวมากจริง ๆ”
มรดกแห่งนิยายเซียนซูซัน บางทีมันอาจอยู่ภายใน
สัญลักษณ์เวทย์ของยันต์นี้
อย่างไรก็ตาม เพื่อปั้องกันไม่ให้มันใช้ยันต์อัสนีล่า
วิญญาณได้สำเร็จ อู่ อวี้ ทำได้เพียงสังหาร หวงเฉิง
ลงเท่านั้น
หวงเฉิง ที่ถูกกระบี่หยินหยางก่อกำเนิดโจมตีเข้าใส่
เปล่งเสียงอู้อี้ออกมาจากลำคอ มันก็เดินขึ้นมาอย่าง
เชื่องช้า หลังจากนั้นก็ตกตายลงเบื้องหน้า อู่ อวี้
การเดิมพันในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย อู่ อวี้
ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากนัก การสังหาร หวงเฉิง ใน
ท้ายที่สุดแล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมา สิ่งเดียว
ที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ คือการเก็บยันต์อัสนีล่า
วิญญาณไว้ในถุงจักรวาล
ยันต์อัสนีล่าวิญญาณนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ทำให้
ผู้คนในตอนนี้ สามารถมองเห็นพลานุภาพของมันได้
อย่างชัดเจน อู่ อวี้ ยังรู้สึกได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้ง
ล่าสุดของมัน เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เห็นได้
อย่างชัดเจนว่ามันปรารถนาที่จะสังหารตัวเขาจริง ๆ
…
ยามที่ทุกคนเห็นฉากการตายของ หวงเฉิง มันทำให้
พวกเขารู้สึกขนหัวลุกอย่างยิ่ง
หลาน ฮั้วหยุน ตกตะลึงและจ้องมองภาพเบื้องหน้า
ด้วยสีหน้าซีดเผือด นางแทบจะร่ำไห้ออกมา
” หวงเฉิง ตายแล้ว ? ” ยามนี้ หวันเทียน หยู๋เซวีย
รู้สึกสับสนอย่างยิ่ง เขาพยายามเรียกสติของตนเอง
ให้กลับคืนมา หลังจากฟืนคืนสติเขาก็ได้เห็นร่างไร้
วิญญาณของ หวงเฉิง ในหัวใจของเขาก็รู้สึกมี
ความสุขอย่างยิ่ง แต่ในขณะนั้นเขาก็รู้สึกกังวลมาก
เช่นกัน เนื่องจากไม่อาจคาดเดาได้ว่าชะตากรรมต่อ
จากนี้ของ อู่ อวี้ จะเป็นเช่นไร
” อู่ อวี้ รีบหลบหนีไปเร็ว ไปให้ไกลเท่าไหร่ได้ยิ่งดี ”
ซู หยานหลี่ ตอบสนองอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนาง
ซีดเผือดลงทันทีขณะกล่าว
โดยหวังว่า บางที จาง ฝูถู จะไม่สามารถไล่จับตัวเขา
ได้ทัน
เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง แม้แต่
หลาน ฮั้วหยุน ยังตื่นตระหนกจนแทบจะเสียสติ
ภายในหัวของนางว่างเปล่าไร้ซึ่งความคิดใด ๆ
แท้จริงแล้วในยามนี้ อู่ อวี้ ยังคงครุ่นคิดอยู่
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วคิดว่าตัวเองว่า ”
สำหรับ จาง ฝูถู เทือกเขาคราม นั้นเล็กจ้อยสำหรับ
เขามาก การที่พวกเราต่อสู้อยู่ที่นี่กันเป็นเวลานาน
เขาย่อมควรจะสังเกตเห็น การที่เขาจะยื่นมือเพื่อเข้า
มาช่วยเหลือ ห้ามปรามยุติการต่อสู้ลง ก่อนที่ หวง
เฉิง จะตกตายลงไปย่อมทันท่วงที … ”
แต่ในความเป็นจริง เขาไม่แม้แต่จะปรากฏตัวออกมา
เสียด้วยซ้ำ
ในยามนี้ เฟิง ซัวหยา ปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่เข้าได้
เห็นภาพเหล่านี้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลง เขาจ้อง
มองเขม็งไปที่ อู่ อวี้ แววตาของเขาแข็งกร้าว ทันใด
นั้นเขาก็แผดเสียงตะโกนขึ้น ” เจ้าจะมัวรออะไรอีก!
ไป! รีบหนีเดี๋ยวนี้!”
เขาเข้าใจดีว่า หวงเฉิง ได้ตกตายไปแล้ว แต่ จาง ฝูถู
ยังไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ
การหลบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไป
ได้ ซึ่งอาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขามีชีวิตรอด
ต่อไปได้ สำหรับผู้ที่ต้องรองรับความโกรธเกรี้ยวของ
จาง ฝูถู ก็ต้องเป็นพวกเขาเหล่านี้อย่างแน่นอนที่สุด
” ทำคนเดียวย่อมรับผิดคนเดียว พวกท่านไปเถิด”
อู่ อวี้ ยังคงสงบสุขุม เนื่องจากเขาได้ตัดสินใจเอาไว้
แล้ว ว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ด้วย
” ไม่… ศิษย์น้อง ข้าต่างหากที่สมควรแบกรับเรื่องนี้
ไว้ทั้งหมด !” หวันเทียน หยู๋เซวีย ยังคงพยายาม
” พวกเจ้ามัวผายลมอะไรกันอยู่ รีบไปให้พ้น ๆ ทั้งคู่!
” เฟิง ซัวหยา แผดเสียงคำรามภายในหัวใจของเขา
กำลังดิ้นรนกรีดร้อง ความปรารถนาของเขาคือการ
ส่งตัว อู่ อวี้ ไปสู่โลกกว้าง แล้วในตอนนี้ได้มีอุปสรรค
ใหญ่หลวงเกิดขึ้น … อย่าว่าแต่เขาจะสามารถส่งตัว
ของ อู่ อวี้ ไปสู่โลกกว้างได้เลย แม้แต่ผู้คนจำนวน
มากที่อยู่ในปัจจุบัน เขาก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะมี
ผู้ใดมีชีวิตเหลือรอดไปได้บ้าง
อู่ อวี้ สูดลมหายใจยาวเหยียดเข้าปอด แล้วกล่าวขึ้น
ว่า ” ข้าเป็นผู้ลงมือสังหาร พวกท่านต่างหากที่ไม่
จำเป็นต้องอยู่ จงรีบหลบหนีไปเถิด หากข้าโชคดี
อาจจะพอรับมือกับคนผู้นั้นได้บ้าง ”
อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่า หากต้องเผชิญหน้ากับ จาง ฝู
ถู จริง ๆ เป็นไปได้ว่า อาจจะไม่มีใครรอดออกไป
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแว่วดังมาจากด้านหลังของ
เขา “สายเกินไปแล้ว พวกเจ้าจะไปไหน?”
เสียงที่แว่วดังขึ้นมานั้น มากเพียงพอที่จะทำให้ทุกคน
ขนลุกขนพอง
เขาปรากฏตัวออกมาจากอากาศ อย่างไม่มีปีไม่มี
ขลุ่ย
เมื่อ อู่ อวี้ หันหลังกลับไปก็พบว่า จาง ฝูถู ได้มายืน
อยู่ด้านหลังของเขาแล้ว ราวกับว่าเขาสามารถ
ล่องหนหายตัวได้ บางทีเขาอาจจะอยู่ที่นี่มานานแล้ว
เพียงแต่ว่า อู่ อวี้ อาจไม่ทราบ หรือ รับรู้ได้ว่าเขาอยู่
ที่นี่
” ศิษย์พี่จาง …” ช่วงเวลานี้ทั้งเฟิง ซัวหยา กับ หลาน
ฮั้วหยุน ทั้งตื่นตระหนก ทั้งหวาดกลัว เนื่องจากไม่มี
ผู้ใดคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อู่ อวี้ กับ จาง ฝูถู กำลังจ้องหน้ากันและกัน เขา
กำลังยืนอยู่ข้างศพไร้วิญญาณของ หวงเฉิง แต่สีหน้า
ของเขาก็ไม่แปรเปลี่ยนไปเลย ไม่มีทั้งความสุขทุกข์
หรือ แม้แต่ความโกรธเกรี้ยวปรากฏขึ้นมาให้เห็นบน
ใบหน้านี้ ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
บ้าง
อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจเด็ดขาดลงไปแล้ว จากนั้นเขาก็เอ่ย
ขึ้นว่า ” ท่านเซียนกระบี่จาง… หวงเฉิง นั้นได้ดูหมิ่น
เหยียดหยามข้า พวกเราจึงต่อสู้กัน ผลการประลอง
ตัวเขาได้พ่ายแพ้ให้แก่ข้า แต่ข้าก็ยังไว้ชีวิต อย่างไรก็
ตามสุดท้ายแล้วเขากลับใช้ยันต์ทำร้ายข้า ด้วยความ
สิ้นคิดกอปรกับช่วงเวลาเร่งด่วน ข้าจนปัญญาที่จะ
หาหนทางอื่น นอกจากสังหารเขาเสีย หวงเฉิง เป็น
ศิษย์ของ ท่านเซียนกระบี่จาง ผู้ที่ลงมือสังหาร หวง
เฉิง คือตัวข้าแต่เพียงผู้เดียว ผู้อื่นไม่ได้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ”
บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเช่นนี้ ความท้าทายบางอย่าง
เมื่อถูกสนอง ย่อมต้องส่งผลร้ายแรงอย่างยากจะคาด
เดา ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด จึงไร้ซึ่ง
หนทางหลบหนี เมื่อเหตุการณ์ได้เลยเถิดมาถึงขั้นนี้
แล้ว สิ่งที่ อู่ อวี้ สามารถทำได้ก็คือต่อสู้เพียงเท่านั้น
แต่ภายในหัวใจของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง
“ข้าเห็นแล้ว ” เซียนกระบี่จาง กวาดสายตามองไป
รอบ ๆ ร่างของ หวงเฉิง แต่ที่น่าตื่นตระหนกมากไป
กว่านั้น คือเขาได้เห็นการตายของศิษย์อย่างชัดเจน
เต็มสองตา แต่ภายในแววตาของ จาง ฝูถู กลับไร้ซึ่ง
ความโศกเศร้าโดยสิ้นเชิง
ผู้คนอื่น ๆ ต่างก็กำลังตื่นตกใจเช่นกัน
ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของ จาง ฝูถู มากพอที่จะทำให้
หัวใจของพวกเขาปันปั่วน ราวกลับมีคลื่นพายุโหม
กระหน่ำอยู่ในนั้น
แต่แล้วอยู่ ๆ จาง ฝูถู ก็มาจับจ้องมอง อู่ อวี้ ดวงตา
ของทั้งคู่จับจ้องประสานกัน จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า
“เขาคือศิษย์ของข้า ส่วนเจ้าเป็นเพียงผู้ที่กำลังรอรับ
ให้เป็นศิษย์ เหตุใดเจ้าถึงได้หาญกล้าต่อสู้กับเขา?”
อู่ อวี้ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ” แต่เริ่ม
เดิมทีข้าเชื่อว่าตัวข้านั้นแข็งแกร่งกว่าเขา แต่กระนั้น
เขาไม่เห็นหัวข้าอยู่ในสายตา อีกทั้งยังดูถูกเหยียด
หยามข้าอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ข้ารับไม่ได้!”
คำตอบนี้ทำให้ เฟิง ซัวหยา ถึงกลับเหงื่อไหลชุ่มโชก
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ จาง ฝูถู จะไม่มีท่าทีโกรธเคือง
อันใด เนื่องจากคำตอบของ อู่ อวี้ อาจจะทำให้เขา
ขุ่นเคืองใจ มีโทสะอย่างยิ่งก็เป็นได้
จาง ฝูถู ไต่ถามขึ้นอีกว่า ” เขาเป็นคนของข้า ไม่
เพียงแต่เจ้าจะกล้าลงมือ แต่เจ้ากลับกล้าสังหารเขา
เจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาหรืออย่างไร ? ”
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า ” ข้าคิดว่า หวงเฉิง มี
แนวทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม เป็นผู้ไร้เกียรติในวิถี
แห่งเต๋า กลั่นแกล้งข่มเหงผู้อ่อนแอ ทั้งยังหยิ่งผยอง
จองหอง ขาดความมุ่งมั่นในการแสวงหาเส้นทางแห่ง
เซียน เขาไม่คู่ควรที่จะเป็นศิษย์ของท่านเซียนกระบี่
จาง ข้าคิดว่าท่านย่อมไม่ชอบเขาอย่างแน่นอน
หรือไม่ท่านก็คงไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย”
จาง ฝูถู ยังคงไต่ถามต่อ ” ในเมื่อเจ้าหาญกล้าเข้ามา
ยุ่งย่ามคาดเดาจิตใจของข้า แล้วเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะ
สังหารเจ้าที่นี่เช่นนั้นรึ ”
อู่ อวี้ ตอบ “ไม่อย่างแน่นอน ข้าคิดว่าภายในจิตใจ
ของเซียนกระบี่จางเต็มไปด้วยเมตตา ข้ามี
ความสามารถแลพรสวรรค์สูงส่งกว่า หวงเฉิง อีกทั้ง
จิตใจยังบริสุทธิ์กว่าเขามาก ถึงแม้จะยังไม่บรรลุสู่ขั้น
สร้างแกนนภา แต่ข้าก็แข็งแกร่งกว่า หวงเฉิง ได้
หากให้ท่านเลือกระหว่างหวงเฉิงกับตัวข้าง ข้าคิดว่า
ท่านต้องเลือกข้าอย่างแน่นอน”
” ฮ่ะ ๆ ๆ ” จาง ฝูถู หัวเราะ
” ช่างน่าสนใจยิ่งนัก เจ้าคือผู้ลงมือสังหาร แต่ยังกล้า
เล่นลิ้นโต้เถียงกับข้า เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน
กัน ? ” จาง ฝูถู ยืนเอามือไพล่หลัง หลังจากนั้นเขาก็
เดินวนรอบ ๆ อู่ อวี้ ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสนใจ
ในตัวของ อู่ อวี้ ไม่น้อยทีเดียว
“อย่างไรก็ตาม หวงเฉิง ได้อาศัยบารมีของข้า ข่มขู่
บังคับขืนใจอิสตรี หลายครั้งหลายครา ข้าตั้งใจพา
มันออกมาในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะสังหารทิ้งเสีย ถือว่า
เจ้าได้สะสางเรื่องนี้ให้แก่ข้าแล้ว”
คงต้องกล่าวว่าเมื่อน้ำเสียงของ จาง ฝูถู เปลี่ยนไป
มันชวนให้รู้สึกถึงความสบายใจราวกับใบไม้ที่กำลัง
ผลิบาน
เขาต้องการสังหาร ผู้ที่ฆ่า หวงเฉิง จริง ๆ น่ะหรือ?
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ไม่อาจปักใจเชื่อทั้งหมดได้
ในตอนนี้ หากประเมินจากสิ่งที่เขากล่าวออกมา คง
ต้องกล่าวว่าเขาไม่คิดจะลงโทษ อู่ อวี้ ซ้ำร้ายบางที
เขาอาจจะให้ อู่ อวี้ มาเป็นศิษย์เพื่อทดแทน หวงเฉิง
ที่ตกตายไป!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฟิง ซัวหยา และ พวกเขาก็รู้สึก
สับสนอย่างยิ่ง
“อู่ อวี้!”
เซียนกระบี่จางเบนสายตามาทาง อู่ อวี้ จากนั้นก็
ตะโกนขึ้น
” เซียนกระบี่จาง เชิญเอ่ย ” อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง
เขารู้สึกว่า คราวนี้ตนเองน่าจะไม่ต้องตกตาย การ
กระทำของเซียนกระบี่จางเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ว่า
จาง ฝูถู จะต้องชื่นชมเห็นคุณค่าในความสามารถ
ของ อู่ อวี้ อยู่ไม่มากก็น้อย
ดูเหมือนว่าเขาเจตนาจะสร้างความประทับใจดีๆ
เพื่อให้ อู่ อวี้ เคารพในตัวของเขา บางทีเขาอาจไม่
คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะมีฝีมือแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ทั้งยัง
สามารถมีชัยเหนือ หวงเฉิง แถมยังบดขยี้เขาจน
สิ้นชีพลงได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
” แสดงว่าเขาเฝั้ามองดูการต่อสู้ระหว่างข้ากับ หวง
เฉิง มาตั้งแต่ต้น ? ” ด้วยวิธีนี้จะทำให้เขา สามารถ
เห็นฝีมือการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ได้อย่างชัดเจนมาก
ยิ่งขึ้น
ชั่วขณะที่เขากำลังคิดบางอย่างในจิตใจ นัยน์ตาของ
เซียนกระบี่จางก็ส่องแสงประกายเจิดจ้า แสงนี้ได้
แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ทิ่มแทงเข้าไปในดวงตาของ อู่
อวี้ สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งจิตวิญญาณ จากนั้น
เขาก็กล่าวว่า ” อู่ อวี้ ในเมื่อเจ้าคิดว่าตนแข็งแกร่ง
กว่า หวงเฉิง ข้าก็จะมอบโอกาสนั้นให้แก่เจ้า ตั้งแต่
วันนี้ไป เจ้ากลายเป็นศิษย์คนที่สี่ของข้า จาง ฝูถู เจ้า
มีศิษย์พี่อีกสามคน สำหรับ หวงเฉิง ซึ่งเป็นศิษย์คนที่
สี่ มันกลับทำให้ข้าผิดหวังอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อ
มันตกตายไปแล้ว นับตั้งแต่บัดนี้ไปเจ้าจะกลายเป็น
ศิษย์คนที่สี่ของข้าเพื่อแทนที่มัน ”
คำกล่าวนี้ทำให้ความปรารถนาของ เฟิง ซัวหยา เป็น
จริงเสียที
แน่นอนว่าภายในจิตใจของ อู่ อวี้ หาได้ยินดีแม้แต่
น้อย เขาเพียงแค่ต้องการใช้ จาง ฝูถู เป็นสะพาน
ข้ามผ่าน ไปยังนิกายเซียนซูซัน อย่างไรก็ตามผู้ที่เขา
ยอมรับนับถือเป็นอาจารย์ มีเพียงแค่ เฟิง ซัวหยา
เพียงผู้เดียวเท่าน้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้แวว
ตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปยัง เฟิง ซัวหยา
แม้ว่า เฟิง ซัวหยา จะไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ แต่ อู่ อวี้
กลับให้ความสำคัญถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
” ขอบคุณท่านอาจารย์ … ” คำกล่าวสามคำนี้
ออกมาได้อย่างยากยิ่ง จน จาง ฝูถู สัมผัสได้อย่าง
ชัดเจน ถึงความกังวลและความยากที่จะเอื้อนเอ่ย
วาจานี้
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เล็กน้อย นับจากนี้เป็นต้นไปเขา
จะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับคนผู้นี้ ไม่มีผู้ใดจะ
ล่วงรู้ได้ว่าความสัมพันธ์นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ?
” วิเศษ หลังจาก หวงเฉิง ได้ตกตายไป ข้าจะได้ไม่
ต้องเสียเวลา ส่วนเจ้าก็รีบเร่งจัดการทุกอย่างให้
เรียบร้อย แล้วติดตามข้ากลับไปยัง นิกายเซียนนซู
ซัน! อู่ อวี้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะได้ก้าวสู่
ท้องฟั้าอย่างแท้จริง! ”
ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ〜
จาง ฝูถู เปล่งเสียงหัวเราะออกมา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ