กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 19 :
พิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ แห่งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่
” ท่านเจ้านิกาย ข้าอยากจะขอวิงวอนต่อท่านบาง
เรื่อง โปรดเมตตาผู้เยาว์ด้วย! ”
” เอ่ยมา”
” ส าหรับท่านลุงเสิ่นแล้ว ท่านเปรียบเสมือนดั่งบิดา
ของข้า ข้าปรารถนาจะฝังกลบร่างไร้วิญญาณของ
ท่านให้ถูกต้อง ดวงวิญญาณของท่านจะได้ไปสู่สุคติ
โปรดเมตตาแก่ศิษย์โง่เขลาผู้นี้ด้วย ข้าขอวิงวอนต่อ
ท่านเจ้านิกายโปรดเลื่อนการรับโทษทัณฑ์ของข้า
เป็นอีกเจ็ดวันข้างหน้าได้หรือไม่ ”
” ไปเถอะ ”
ทุกสิ่งอย่างที่อู่ อวี้ได้กระท า ล้วนอยู่ในสายตาของ
ซือตู๋ หมิงหลาง และ เหล่าศิษย์บนยอดเขาหมิงเทียน
ทั้งสิ้น สายตาของซือตู๋ หมิงหลางจ้องมองอู่ อวี้ราว
กับจะกินเลือดกินเนื้อ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็กลับไป
พร้อมกับซู หยานหลี่
” ท่านศิษย์พี่ซู ”
บนท้องนภาเหนือหมู่ก้อนเมฆ นกกระเรียนยักษ์
ก าลังโบกสะบัดปีกราวกับร่ายร า ชายประโปรงชุด
คลุมยาวของซู หยานหลี่ก าลังพริ้วไหวไปตามสายลม
” มีอะไร ” ซู หยานหลี่เอียงมองไปทางเขา
” ขอบคุณท่านมาก ” พันหมื่นถ้อยค าที่เขาอยากจะ
กล่าวถูกย่อยรวมออกมาเป็นสองค านี้ นางได้ท าให้
เขาหวนล าลึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้ว
จิตใจของนางงดงามราวกับเทพธิดา ใจดี และ มี
น้ าใจ แถมนางคอยดูแลและปกป้องเขาอีกด้วย
” ไม่เป็นไร หากเจ้าจ าเป็นที่จะต้องต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ
ก็ต้องมีแต่จะต้องชนะเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วในอีก 1
ปีข้างหน้า ข้าไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีก ข้าอยากให้เจ้า
ล่วงรู้เอาไว้ว่าในนิกายกระบี่สวรรค์แห่งนี้ หากเจ้า
ต้องการสังหารผู้ใด เจ้าไม่จ าเป็นต้องให้มือของ
ตนเองเปื้อนเลือด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามซือตู๋ หมิง
หลางคงไม่ยอมปล่อยเจ้าไว้แน่ ในภายภาคหน้ามัน
จะก้าวหน้ายิ่งกว่านี้มากนัก ” ซู หยานหลี่กล่าว
ตักเตือน
” ข้าเข้าใจ ในอีก 1 ปีข้างหน้า ข้าจะเรียนรู้วรยุทธให้
แตกฉานมากกว่านี้ ”
ส าหรับอู่ อวี้แล้ว วิธีเดียวที่จะท าให้เขามีชีวิตรอด
ต่อไปได้ ก็คือโชคชะตาที่สวรรค์บันดาลให้มา จริงๆ
ไม่ได้กังวลถึงเรื่องในอีก 1 ปีข้างหน้าที่ว่าตนจะต้อง
มาต่อสู้กับซือตู๋ หมิงหลางเลย เพราะเขามั่นใจว่าอีก
1 ปี หนทางข้างหน้าของเขาจะต้องรุ่งโรจน์เฉิดฉาย
อย่างแน่นอน
เขาจะต้องกลับไปยังอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ให้จงได้
หลังจากกลับมาถึงเทือกเขาหยานหลี่ ผู้รับใช้แห่ง
เทือกเขาหยานหลี่ต่างรอคอยอยู่ก่อนแล้ว พวกมัน
ล่วงรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างจ้องมองมาทางอู่ อวี้ ราว
กับว่าเขานั้นเป็นเทพเซียน
ในตอนนี้อู่ อวี้ก็ได้ฝังกลบร่างของเสิ่น อู่เต้าจนเสร็จ
สิ้นแล้ว
เขาได้ฝังร่างของชายชรา ไว้ตรงบริเวณที่ตนเองเคย
ถูกฝังมาก่อน
จากนั้นเขาก็เขียนข้อความลงบนแผ่นจารึกเอาไว้ว่า
“ หลุมศพพ่อบุญธรรม เสิ่น อู๋เต้า ”
แม้ว่าอายุของเขาจะต่างกันมากก็ตาม แต่อู่ อวี้ยังคง
เคารพนับถือชายชราผู้นี้เป็นดั่งบิดาแท้จริง
บิดาผู้นี้ช่างแตกต่างจากบิดา ซึ่งอยู่ในอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่อย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ คุกเข่าอยู่หน้าหลุมฝังศพของชายชรา เป็น
เวลาเจ็ดอรุณ เจ็ดราตรี
” ท่านลุง ข้าจ าต้องไปแล้ว อีก 1 ปีให้หลังข้าจะ
กลับมาคาราวะท่านอีกครั้ง ”
” เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะท าให้ท่านภูมิใจในของตัว
ข้ายิ่งกว่าเดิม ”
หลังจากอู่ อวี้จากไป หลุมฝังศพของเสิ่น อู๋เต้า ก็มี
บางอย่างเกิดขึ้น ประกายแสงสีทองระยิบระยับลอย
ออกมาจากหลุมฝังศพ แล้วแสงสีทองที่ก าลังเปล่ง
ประกายอยู่นั้น ก็ได้ก่อตัวเป็นใบหน้าของชายชรา ซึ่ง
เต็มไปด้วยริ้วรอยอันเหี่ยวย่น และ ก าลังยิ้มออกมา
อย่างอ่อนโอน
ฉับพลัน ก็มีเส้นขนสีทองลอยขึ้นมาจากหลุมฝังศพ
ของชายชรา
ขนสีทองเส้นนั้นไม่ใช่เส้นผมของมนุษย์ แต่เป็นขน
ของสัตว์ชนิดหนึ่ง
” อู่ อวี้ แล้วข้ากับเจ้าจะได้พบกันอีก ”
ขนสีทองลอยตามกระแสลมสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วใน
ที่สุดมันก็หายลับไป ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี
รอยยิ้มอันอ่อนโยนบนหลุมฝังศพค่อยๆ จางหายไป
และถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดของยามราตรีในที่สุด
……
ณ จุดสูงสุดของสถานจองจ าผาส านึกตน
ห้องขังในสถานจองจ าแห่งนี้ ถูกปิดมิดชิดแน่นหนา
มันมีขนาดกว้าง 10 เซียะ ( 10 ฟุต ) สูง 5 เซียะ (
5 ฟุต ) จากระดับความสูงของมัน ท าให้ไม่สามารถ
ลุกขึ้นยืนตัวเหยียดตรงได้
ผู้ใดก็ตามหากถูกจองจ านานแรมปี คนผู้นั้นจะต้อง
กลายเป็นคนบ้าเสียสติอย่างแน่นอนที่สุด
” อู่ อวี้ ”
เจ้านิกาย และ ซู หยานหลี่ยืนส่งอยู่นอกห้องขังที่ปิด
สนิท
” ขอบคุณที่ท่านเจ้านิกายเมตตาสั่งสอนผู้เยาว์ ” อู่
อวี้ คาราวะด้วยความเคารพสูงสุด
” อีก 1 ปีให้หลัง ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะซือตู๋ หมิง
หลางได้ ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ล าดับที่ 5 ของข้า เฟิง
ซัวหยา ผู้นี้ ” เจ้านิกายกล่าวด้วยน้ าเสียงหนักแน่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ก็รู้สึกตกตะลึงราวกับคน
โง่เง่า
ก่อนหน้า เขาเป็นเพียงแค่ผู้รับใช้เท่านั้น เขาไม่เคย
คาดคิดว่าตนเองจะมีวาสนาถึงเพียงนี้
หากเขาสามารถท าส าเร็จ ในนิกายกระบี่สวรรค์แห่ง
นี้เขาจะมีศักดิ์ฐานะเช่นเดียวกับแม่นางซู หยานหลี่
เท่ากับว่าในวิถีฝึกตนจะมีอีกหลายอย่างที่เขา
สามารถท าได้มากขึ้น!
” ขอบคุณท่านเจ้านิกาย! ”
เนื่องจากว่าอู่ อวี้ยังท าไม่ส าเร็จ เขาจึงไม่สามารถ
เรียกเจ้านิกายว่าท่านอาจารย์ได้
ศิษย์ล าดับที่ 5
” ไว้เจอกันหลังจากนี้อีก 1 ปี ” ซู หยานหลี่ยิ้มอย่าง
อ่อนโยนให้กับเขา
” ศิษย์พี่ ซู! ” อู่ อวี้กล่าวเงยหน้าขึ้น
” มีอะไรอย่างนั้นหรือ ? ”
” ข้าขอถามหน่อยว่า ท่านเป็นศิษย์ล าดับที่เท่าไหร่
อย่างนั้นหรือ ” อู่ อวี้ กล่าวถามขึ้นอีกครา
“ ข้าเป็นศิษย์คนล่าสุด ซึ่งอยู่ในล าดับที่ 4” ซู
หยานหลี่ กล่าวตอบ
” ข้าจักต้องเป็นศิษย์น้องล าดับที่ 5 ของท่านให้จงได้”
อู่อวี้ตอบกลับเสียงดังฟังชัด
” เยี่ยม ”
หลังจากที่ประตูคุกปิดลง
ความเงียบสงัดพร้อมกับความมืดมิดก็คืบคลานเข้า
มา
อีก 1 ปี
ส าหรับอู่ อวี้แล้ว ในหัวใจของเขาเสมือนกับมีแสง
ตะวันดวงใหญ่ส่องประกายเจิดจ้าอยู่
ระยะเวลา 1 ปี ถือเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะสามารถ
นั่งฝึกตนได้อย่างเงียบสงบ!
เขาจะเริ่มฝึกตนให้แตกฉานลึกซึ้ง
หลังจากส่งอู่ อวี้ เสร็จสิ้น เฟิงซัวหยา และ ซู
หยานหลี่ก็บินออกจากผาส านึกตน แหวกผ่านกลุ่ม
ก้อนเมฆด้วยความเร็วสูง
“ซู หยานหลี่เจ้ากล่าวได้ดี มันเป็นคนที่มีโชควาสนา
มากกว่าที่พวกเราจินตนาการไว้เสียอีก และเพราะ
มันเป็นคนจิตใจดีรู้คุณ ข้าก็เลยอยากจะช่วยเหลือ
และ ปกป้องเป็นดั่งเกราะก าบังกายให้กับมัน นี่คือ
โชคชะตาระหว่างข้ากับมัน ” เฟิงซัวหยา
กล่าวขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
” ข้าเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกับท่านอาจารย์ น้องอู่
เป็นคนจิตใจดีงาม ทั้งยังมีพรสวรรค์ เหมาะสมอย่าง
ยิ่งที่จะได้มาเป็นศิษย์อีกคนของท่านอาจารย์ ในปีที่
ผ่านมาเหล่าศิษย์ของท่านเติบโตแข็งแกร่งมากขึ้น
เรื่อยๆ ล้วนเกิดจากการสั่งสอนของท่าน และ มีท่าน
อาจารย์เป็นต้นแบบทั้งสิ้น ” ซู หยานหลี่ครุ่นคิด
ขณะบินอยู่ในกลุ่มก้อนเมฆ ชุดคลุมยาวของนางโบก
สะบัดพริ้วไหวตามกระแสลม
เฟิงซัวหยาหัวเราะออกมา ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ สตรีผู้นี้ถ้า
หากเจ้าไม่ได้มาจากสถานที่แห่งนั้น เจ้าก็คงไม่อยู่ใน
สายตาของข้าแม้แต่น้อย ”
……
ณ ยอดเขาหมิงเทียน
อยู่มาวันหนึ่ง บนท้องฟ้าก็เกิดปรากฏการณ์ขึ้น กลุ่ม
ก้อนเมฆเริ่มแปรปรวน กลุ่มก้อนน้ าแข็งแผ่ขยายไป
กว่าพันลี้ ( 1,000 ไมล์)
เสียงของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ ก าลังแตกตื่นราวกับมหา
คลื่นขนาดใหญ่
” ใครกัน สามารถบรรลุสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ !”
” โอ้สวรรค์ คนผู้นั้นก าลังจะก้าวขึ้นไปเป็นเซียน !”
” มันคือผู้ใด ! ”
” อย่าบอกนะว่ามันผู้นั้นคือ ซือตู๋ หมิงหลาง ! ”
ณ เวลานี้ทั่วทั้งเทือกเขาครามก าลังสั่นสะเทือน
เมื่อซือตู๋ หมิงหลาง สามารถทะลวงผ่านขั้นชั้นฟ้า
ด่านสุดท้ายไปได้ มันก็ก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณ จากนั้นมันก็ได้หวนนึกถึงอู่ อวี้ ที่ก าลังถูก
จองจ าอยู่ภายในห้องขังบนผาส านึกตน เขาก็หวน
ระลึกถึงเหตุการณ์ส าคัญที่เกิดขึ้นบนยอดหมิงเทียน
ในวันนั้น ซึ่งแม้แต่ท่านเจ้านิกายกับผู้พิทักษ์สูงสุดก็
ยังก้าวออกมาจากต าหนัก
ทุกอย่างที่เกิดล้วนเป็นโชควาสนาของอู่อวี้ อีก 1 ปี
ให้หลังเขาจะต้องเผชิญหน้ากับซือตู๋ หมิงหลาง อย่าง
ไร้หนทางหลีกเลี่ยง แต่โชคชะตาชอบเล่นตลกกับเขา
ยิ่งนัก นั่นก็เป็นเพราะว่าซือตู๋ หมิงหลางก าลังบรรลุ
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ
” อู่ อวี้ ข้าพนันได้เลยว่า เจ้าจะต้องตกตะลึงเมื่อ
ออกมาจากห้องขัง ฮ่าฮ่าฮ่า ! ”
เหล่าศิษย์น้อยใหญ่บนยอดเขาหมิงเทียน ต่าง
เพ่งมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ก าลังเกิดปรากฎการณ์
แปรปรวน มันท าให้มีศิษย์หลายต่อหลายคนอดไม่ได้
ที่จะยิ้มอย่างภูมิใจขึ้นมา
ทันใดนั้นเองก็ปรากฎร่าง ๆ หนึ่งขึ้นบนยอดเขาหมิง
เทียน คนผู้นี้คือผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งในนิกายกระบี่
สวรรค์ ร่างที่ปรากฏเป็นร่างของอิสตรีสวมใส่ชุดคลุม
ยาวสีฟ้า นางดูอ่อนเยาว์สมวัยหนุ่มสาว ความงดงาม
ที่เปล่งประกายออกมาช่างไร้ที่ติ เสมือนว่าความงาม
ของนาง ถูกรวบรวมมาจากอิสตรีทั้งหมดที่อยู่บนโลก
หล้า
” นางคือผู้พิทักษ์สูงสุด ! ”
สตรีผู้นี้นอกจากจะเป็นผู้พิทักษ์สูงสุดแล้ว นางยัง
เป็นเทพเซียน ผู้บรรลุระดับขั้นสร้างแกนลมปราน
นภา อีกด้วย
” ซือตู๋ หมิงหลาง นับจากนี้เจ้าคือศิษย์ล าดับที่ 5
ของข้า ” เสียงของนางดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้ง
เทือกเขาคราม ราวกับว่านางก าลังปรารถนา ให้เสียง
ของนางดังแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกหล้า เสมือน
ก าลังท้าทายคนผู้หนึ่งอยู่
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตา ศิษย์จะไม่ท าให้ท่าน
อาจารย์ต้องผิดหวัง!”
เห็นได้ชัดว่าซือตู๋ หมิงหลาง รอช่วงเวลานี้มานาน
แสนนาน
ซือตู๋ หมิงหลางมองไปที่ผู้พิทักษ์สูงสุด ซึ่งก าลังลอย
คว้างอยู่บนท้องฟ้าด้วยดวงตาส่องประกาย
” อู่ อวี้ ความตายก าลังเข้าใกล้เจ้าทุกขณะ อาจารย์
ของข้ากลับมาแล้ว ข้าจะรอวันที่เจ้าออกมาจากผา
ส านึกตน ”
หลอมรวมลมปราณ จากนี้ความรุ่งโรจน์ของข้าจะพุ่ง
ทะยานไปถึงสวรรค์!
……
ทุกวันที่ 15 เดือน 8 ของทุกปี อาณาจักรบูรพาเย่วอู่
จะจัดพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ
ผู้คนในอาณาจักรต่างพากันคึกคัก
ซึ่งบรรยากาศในพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ จะเต็มไป
ด้วยกลิ่นอายของความสนุกสนานมีชีวิตชีวา
บริเวณด้านหน้าห้องโถงของบรรพบุรุษ ได้มี หยวน
ฮ่าว ซึ่งคือผู้เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ ฮองเฮา สนม
รวมทั้งขุนนางน้อยใหญ่ ต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
หลายคนพยายามยื่นศีรษะ เพื่อให้ตนได้เห็นทุกภาพ
เหตุการณ์
หยวนฮ่าว สวมเสื้อคลุมอยู่ในชุดเต็มยศ แม้ว่ามันจะ
ยังเยาว์ยิ่งนัก แต่ความทะเยอทะยาน และ แรง
ปรารถนาก็สาดส่องประกายออกมาให้เห็นอย่าง
ชัดเจน
ส่วนหยวนซีไทเฮา (พระมารดาฮ่องเต้) เป็นสตรีผู้
ทรงเสน่ห์โดดเด่นสะดุดตาอย่างน่าเหลือเชื่อในทุกๆ
ย่างก้าว
ทางด้านเจ้าหญิงอู่หยู๋นางได้ยืนอยู่ตรงด้านหลัง ซึ่ง
ไม่ไกลจากทั้งสองมากเท่าใดนัก ชื่อเสียงของนางเป็น
ที่เลื่องลืออย่างมาก หากกล่าวว่าฮองเฮานั้นเป็นหญิง
งามอันดับ 2 ก็คงกล่าวได้ว่าเจ้าหญิงอู่หยู๋เป็นสตรี
อันดับ 1 เลยทีเดียว
ราษฎรนับพันนับหมื่นคน ต่างมาเฝ้ามองด้วยความ
สรรเสริญชื่นชม คนเหล่านี้พยายามชะเง้อมองผู้ที่ได้
ขึ้นชื่อว่า ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์และผู้ที่ก าลังจะได้
เป็นผู้ครอบครองบัลลังก์
ฮ่องเต้หยวนฮ่าว ก าลังน าเครื่องหอมสักการะบรรพ
บุรุษ หยวนฮ่าว ก้าวไปด้านหน้าด้วยท่าทางเคร่งขรึม
” น้อมระลึกแก่องค์ฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งอาณาจักร และ
น้อมระลึกแก่ความเสียสละในอดีตที่ผ่านมา ! ”
” ในวันนี้หยวนฮ่าว ขอสักการะให้แก่ท่านบรรพ
บุรุษ!”
” ข้าหวังอย่างยิ่งว่า อาณาจักรบูรพาเย่วอู่แห่งนี้ จะ
ยังคงอยู่สืบต่อไปตราบนานเท่านาน! ”
เสียงของฮ่องเต้องค์ใหม่ ดังก้องกังวาลสะท้อนไปทั่ว
ทุกทิศทาง
” นี่คือองค์ฮ่องเต้หยวนฮ่าว อาาา∼∼ ท่านช่างผู้
สูงส่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความกล้าหาญอย่าง
แท้จริง”
ราษฎรหลายคนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ
อู่ หยวนฮ่าว ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่
ณ มุมหนึ่ง ชายจรจัดเนื้อตัวมอมแมม เผยรอยยิ้มอัน
เย็นเยียบออกมาพร้อมกับกล่าวว่า ” มารดาพวก
เจ้าน่ะสิ นี่น่ะหรือที่เรียกว่าสูงส่งหาญกล้า ? ทั้ง
ผิวพรรณรูปร่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ามิต่างจาก
อิสตรี เช่นนั้นแสดงว่าพวกเจ้าไม่เคยเห็นองค์ชาย ซึ่ง
ล้ าเลิศกล้าหาญอย่างแท้จริง องค์ชายผู้นั้นหากควาน
หาจากทั้งทั่วอาณาจักร ก็ยังมิมีผู้ใดมาเปรียบเทียบ
กับท่านได้ ? ไม่ต้องเอ่ยถึงหยวนฮ่าว แน่นอนว่าตัว
มันยังมิอาจเทียบเคียงรัศมี ของท่านผู้นั้นได้แม้แต่
ปลายเส้นผม ท่านผู้นั้นคือบุรุษที่แท้จริง หาก
ย้อนกลับไป ณ ช่วงเวลาที่บุตรชายของจอมพลอู่ก่อ
กบฏ องค์ชายอู่อวี้สังหารมัน โดยไม่ให้แม้แต่จะปริ
ปากพูด แล้วเจ้าหยวนฮ่าวนี่ล่ะ ไก่ซักตัวมันจะกล้า
ฆ่าตายหรือไม่ ?”
” เจ้า! เจ้า! อยากถูกตัดหัวนักหรือไร ถึงได้กล้าพูด
เยี่ยงนี้ออกมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามี
ผู้ใดมาได้ยินเข้า ? ” สตรีนางหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง
ของชายจรจัด กล่าวขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
หวาดระแวง
” สิ่งที่ข้ากล่าวล้วนเป็นเรื่องจริง แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น
ได้อย่างไร ? หยวนฮ่าว มันเป็นขยะไร้ค่า ไม่มีผู้ใด
ล่วงรู้ชาติก าเนิดแท้จริงของมัน ไม่มีใครรู้ว่าบิดาที่
แท้จริงของมันคือผู้ใด ในเมื่อมารดาของมันส าส่อน
เยี่ยงหญิงคณิกาเช่นนี้ ! ” ชายจรจัดกล่าวเสียงดัง
อย่างไร้ซึ่งความแยแสต่อโทษทัณฑ์
” เจ้าไปกินดีหมีมาหรือไร ถึงได้กล้าพูดถึงเรื่องของ
องค์ชายอู่ อวี้ เจ้ายังจ าเรื่องอื้อฉาวเมื่อหลายปีก่อน
ได้หรือไม่ สิ่งที่องค์ชายได้กระท าไว้ ตอนพระองค์
ครองต าแหน่งรัชทายาท เหตุการณ์ครั้งนั้นมันได้
สร้างความตกตะลึงไปทั่วท าอาณาจักร จนต้องท าให้
ท่านซ่างเซียนฮ่าวเทียนปรากฏตัวขึ้น หลังจากนั้น
พระองค์ก็ถูกเนรเทศส่งตัวไปยังชายแดน เนื่องจาก
กระท าผิดร้ายแรงจนยากจะให้อภัย แม้แต่ปีศาจยัง
ไม่ยอมปล่อยพระองค์ให้มีชีวิตรอดต่อไป จนบัดนี้
พระองค์ก็ยังหายสาบสูญไร้ร่องรอย! ” บัณฑิตผู้หนึ่ง
กล่าวออกมาด้วยน้ าเสียงจริงจัง
ชายพเนจรหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ แล้วเจ้า
รู้ต้นก าเนิดของมันหรือไม่ ? ก่อนที่นางหยวนซีจะได้
ขึ้นมาเป็นชนชั้นสูงเช่นนี้ มันมีชาติก าเนิดต่ าตมมา
ก่อน จากนั้นมันก็ให้ก าเนิดบุตรชายจากกองอาจม
หยวนฮ่าว ยังไงล่ะ! องค์ชายที่แท้จริงคือท่านอู่ อวี้ผู้
เดียวเท่านั้น เจ้าต้องได้พบเจอกับท่านก่อน เจ้าถึงจะ
รู้ว่าท่านเป็นคนเช่นไร ! ข้าเคยเป็นทหารอยู่ภายใต้
การปกครองของท่านมาก่อน เมื่อครั้งอดีตที่หนาน
ซานจ้าวกั๋วปราชัย เหตุการณ์ยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น มีผู้
ใดบ้างที่สามารถหยุดยั้งความยิ่งใหญ่ของพระองค์
ได้? ในครานั้นหนานซานจ้าวกั๋ว มีอิสตรีรูปโฉม
งดงามดุจดั่งปุยเมฆ แน่นอนว่านางต้องเป็นที่หมาย
ปองจากบุรุษในใต้หล้า แต่องค์ชายกลับไม่แม้แต่
ชายตามองนาง ซึ่งหากเปรียบกับนางหยวนซีใน
ปัจจุบัน ยังมิอาจเทียบเคียงความงามของนางได้
แม้แต่ปลายเส้นผม แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ที่องค์
ชายผู้มีใจหนักแน่นดุจหินผา จะกระท าเรื่องต่ าช้า
โดยการข่มขืนนังจิ้งจอกชั่วนั่น ?”
ชายเนื้อตัวมอมแมมผู้นี้ พรั่งพรูค าพูดต่างๆ ออกมา
ราวกับคนเสียสติ เสียงของมันดังรบกวนผู้คนที่อยู่ใน
บริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
หลายคนมีความเคลือบแคลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน
แต่เพราะว่าผู้ตัดสินโทษนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จึงเป็นเรื่องยากที่ราษฎร กับ
ทหารต่ าต้อยจะกระท าสิ่งใดได้ ด้วยเหตุผลข้อนี้ จะมี
ใครกล้าคิดว่าอู่ อวี้นั้นถูกใส่ร้าย ?
ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว หลายคนจะคิดเช่นนั้น
ก็ตามที
” ผู้ใดกันส่งเสียงดังรบกวน ? ” ริมฝีปากอวบอิ่มสี
แดงสดของหยวนซีเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ
วันเวลาไม่สามารถสร้างริ้วรอยบนเรือนร่างให้แก่นาง
ได้ แม้วันเดือนปีจะผันผ่านไปนานเท่าใด แต่กลับดู
เหมือนว่ายิ่งท าให้เสน่ห์อันเย้ายวนของนางเพิ่มมา
ขึ้น
” กราบทูลองค์ไทเฮา มีคนผู้หนึ่งก าลังสร้างความ
ยุ่งยาก ด้วยการกล่าวถึงองค์ชายอู่ อวี้ ”
มันเลยท าให้หยวนซีได้หวนนึกถึงเจ้า อู่ อวี้ หนอนน่า
สมเพชตัวนั้น
นางยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับกล่าวว่า ” ใช้ม้า
5 ตัวลากมันไปประจาน พร้อมกับป่าวประกาศว่า
หากผู้ใดคิดกล้าเอ่ยนามองค์ชาย 3 ขึ้นมาอีก ตระกูล
ของมันผู้นั้นจะถูกบั่นเศียร 9 ชั่วโคตร ! ”
” ขอรับ ”
ร่างของทุกคนสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มันกังวล
ว่าหากวันใดมันเผลอเรอเอ่ยถึงองค์ชาย 3 ขึ้นมา
ตระกูลของมันก็จะจบสิ้นอย่างแน่แท้
” ไทเฮา วันนี้คือวันบวงสรวงบรรพบุรุษ ท่านไม่กลัว
ว่าโลหิตที่ตกลงพื้น จะไปรบกวนบรรพบุรุษเช่นนั้น
หรือ ? ” อู่หยูกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แท้จริง
แล้วภายในหัวใจของนางยังคงเต็มไปด้วยความ
โศกเศร้าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ยังคงไม่ลบเลือน
หายไปแม้แต่น้อย
” โอ้∼ ง่ายมาก ก็ท าเหมือนกับอู่ อวี้ในครานั้นไงเล่า
โดยใช้ม้า 5 ตัว ลากไปประจานมันจนกว่าจะสิ้นลม ”
หยวนซียกนิ้วมือขึ้นป้องริมฝีปากสีแดงสดของนาง
แล้วหัวเราะคิกคักออกมา
เป็นเวลาเดียวกันที่ฮ่องเต้หยวนฮ่าว บวงสรวงบรรพ
บุรุษเสร็จสิ้น จึงได้ก้าวมาด้านหน้า
” พี่สาวอู่หยู๋ท่านไม่ต้องกังวลไป ท่านรู้หรือไม่ทางทิศ
บูรพา มีหมู่เกาะอยู่ทั้งหมด 38 หมู่เกาะ ที่นั่นมี
บุคคลผู้น่าเกรงขามผู้หนึ่ง เขาผู้นั้นเก่งกล้า และ
สามารถรวบรวมทั้ง 38 หมู่เกาะ จนเป็นหนึ่ง
เดียวกัน บุคคลผู้นั้นได้ก่อตั้งอาณาจักรกลางทะเลที่มี
ชื่อว่า ‘อาณาจักรตงเสิน (วิญญาณบูรพา)’ ขึ้น ท่าน
รู้จักมันเหรือไม่? ”
“ข้าเคยได้ยิน แต่พวกมันล้วนเป็นแค่กลุ่มโจรผู้มี
จิตใจชั่วโฉด” อู่หยู๋ตอบ
หยวนฮ่าว ยิ้มพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” หามิได้พี่สาว
นับตั้งแต่ที่บุคคลผู้นั้นก่อตั้งอาณาจักรขึ้น เราทั้งสอง
ก็นับว่าเท่าเทียมกัน กองทัพเรือของอาณาจักรตง
เสิน(วิญญาณบูรพา) คือสิ่งที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่
ของเรามิอาจเปรียบเทียบได้ หากอาณาจักรของเรา
ได้รับความช่วยเหลือทางทะเลจากมัน อ านาจของ
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่คงแผ่ขยายมากยิ่งขึ้น แล้วก็
ช่างบังเอิญยิ่งนัก ที่อาณาจักรตงเสินเองก็ดูเหมือน
จะให้ความสนใจ และ ปรารถนาจะเป็นพันธมิตรกับ
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ของข้าพอดี ”
เจ้าหญิงอู่หยู๋กล่าวขึ้นว่า “นี่คือกิจบ้านเมือง ไม่มีสิ่ง
ใดเกี่ยวข้องกับข้า ท่านไม่จ าเป็นต้องเล่าให้ข้าฟังก็
ได้”
“เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเจ้าตรงๆเลย ” ฮองเฮาก็ได้
หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
หยวนฮ่าว กล่าวขึ้น ” ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องกล่าวตาม
ตรง ฮ่องเต้องค์ใหม่ของอาณาจักรตงเสิน ‘จิ่วซือจุน’
ปรารถนาเจ้าไปเป็นฮองเฮา งานวิวาห์ของพวกเจ้า
ทั้งสองจะท าให้ทั้งสองอาณาจักรเกี่ยวดองกัน งาน
วิวาห์ในครั้งนี้จัดขึ้นก็เพื่อบ้านเมือง และ เพื่อ
ประโยชน์แก่ราษฎรของข้า ข้าคิดว่าเจ้าไม่ควร
ปฏิเสธมัน ! ”
” จิ่วซือจุนนั้นเป็นโจรชั่ว มันลอบปลงพระชนม์
ฮ่องเต้อย่างเลือดเย็น ไม่มีผู้ใดจะชั่วช้าเทียบเท่ากับ
มันอีกแล้ว ” เจ้าหญิงอู่หยู๋กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
” มันก็ใช่ … มีรายงานแจ้งมาว่าจิ่วซือจุนเป็นผู้มีวร
ยุทธล้ าเลิศยิ่งนัก ส่วนฮ่องเต้ที่โดนลอบสังหารตก
ตายไป ก็แสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้องค์ก่อน มีฝีมือ
ทางด้านเพลงยุทธอ่อนด้อยกว่าจิ่วซือจุน ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ
” หยวนฮ่าว ยิ้ม แล้วหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
มันคิดว่ายังไงเสีย เจ้าหญิงอู่หยู๋ก็จะต้องยินยอมอย่าง
ไม่มีทางหลีกเลี่ยง
แต่แล้วเจ้าหญิงอู่หยู๋ก็กล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มว่า ”
ย่อมได้… เฉกเช่นนั้นท่านก็เอาซากศพของข้าไป
วิวาห์กับเจ้าโจรชั่วนั่นแทนแล้วกัน ”
นางจ้องมองมาที่หยวนฮ่าว พร้อมกล่าวต่อไปว่า ” มี
พันธมิตรเช่นนี้ ก็เปรียบได้ดั่งพยัคฆ์อยู่ท่ามกลางฝูง
หมาป่า นี่ไม่ต่างอะไรกับการยกอาณาจักรให้กับมัน
หยวนฮ่าว ท่านช่างเป็นฮ่องเต้ที่ไม่ได้ความ ”
หลังจากนั้นเจ้าหญิงอู่หยู๋ก็ลุกขึ้น โดยไม่แม้แต่จะหัน
หน้ากลับมามองผู้ติดตามของนาง
ร่างของหยวนฮ่าว สั่นสะท้านเพราะโทสะ
” นังโง่ สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว เจ้ายังคงหูหนวก
ตาบอดกล้าอวดดีกลับข้า!” หยวนฮ่าว มีโทสะเป็น
อย่างมาก
” ฮ่าวเอ๋อ เจ้าอย่าวู่วามไป อู่หยู๋นางเป็นคนฉลาด
และ มีไหวพริบยิ่งนัก ถ้าเจ้าปล่อยให้โทสะมา
ครอบง า เจ้าจะเสียการใหญ่ แม้นางจะปฏิเสธเสียง
แข็งก็ตาม แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่จะท าให้นางยอม
จ านนวิวาห์ในที่สุด ” หยวนซีกล่าวด้วยน้ าเสียง
นุ่มนวล
“ขอรับ … พระมารดา ข้าจะฟังค าของท่าน”
…………………………………..
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ