กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 194 : มหาวงจรสี่วิถีกระบี่
ยันต์อัสนีล่าวิญญาณนี้ได้ดูดกลืนนำเอาชีวิตของผู้นำ
สตรีผู้นี้ไปแล้ว? หากมีเวลาคงต้องศึกษามันเพิ่มอีก
ช่วงเวลานั้นทั่วผืนปฐพีพลันเงียบสงัด
จาง ฝูถู นั้นยังไม่ได้จากไป แม้ว่ามีหลายคนจะเห็น
ผู้นำสตรีคนนี้ตกตายไปต่อหน้าต่อตา แต่ก็ทำได
เพียงแค่หดหัว ไม่กล้าแสดงตัวออกไป
วันนี้เขาได้ถูกบังคับให้สังหารคน เรื่องราวในวันนี้ อู่
อวี้ ได้จดจำมันเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามการที่เขาวิธีการต่อสู้ของเขาจะต้อง
ปิดบัง จาง ฝูถู เอาไว้ นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้น หนทาง
นั้นยังอีกยาวไกล เห็นได้ชัดว่าอีกฝั่ายนั้นคอยจับตาดู
ตัวเขาอยู่
ท้ายที่สุดแล้ว อู่ อวี้ ก็เก็บกระบี่สองเล่มนี้เข้าไป
จากนั้นเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องนภา แล้วเอ่ยปาก
ถามขึ้น “ข้าได้สังหารนางไปแล้ว ถึงแม้จะใช้ยันต์
อัสนีล่าวิญญาณ แต่อย่างไรนางนั้นก็ได้ตกตายไป
แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือว่าข้าได้ผ่านบททดสอบของ
ท่านแล้วใช่หรือไม่?”
อู่ อวี้ คาดเดาว่าจุดประสงค์ที่ จาง ฝูถู กล่าวมาว่าจะ
ทำการทดสอบเขา เพื่อที่จะตรวจสอบเคล็ดวิชาตรึง
กายาของเขา
“ท่านไม่ต้องทำให้มันยุ่งยาก ถ้าหากว่าท่านไม่พอใจ
ในตัวข้า ข้าก็สามารถกลับนิกายกระบี่สวรรค์ไปเอง
คนเดียวได้” อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นอีกหนึ่งประโยค
“ฮ่า ฮ่า…..” บนท้องนภาที่ว่างเปล่าไร้จุดสิ้นสุด
พลันเกิดเสียงหัวเราะขึ้น ในชั่วพริบตา จาง ฝูถู ก็
ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเขา ด้วยใบหน้าที่เต็มไป
ด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเจ้าจะใช้วิธีการ
สกปรก แต่ก็ถือว่าไม่ได้อุปสวรรค์ต่อการทดสอบของ
เจ้า ไม่เลว เจ้าไม่ใช่คนประเภทที่น่าเบื่อ วันนี้เจ้า
กล้าสังหารคน มันทำให้ข้ารู้สึกพึงพอใจยิ่ง”
สิ่งที่เขากล่าวออกไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ
หรือว่าจริงๆแล้ว จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เคล็ดตรึง
กายา แต่เพียงต้องการเห็นว่า อู่ อวี้ เป็นคนที่
โหดร้ายเช่นเดียวกับเขาหรือไม่?
“หมิงซวง เจ้าคิดว่ายังไง?” อู่ อวี้ ถามขึ้นอย่าง
เงียบๆ
“เจ้านี้โง่จริงๆ มันก็เห็นชัดเจนออกอย่างนี้ ” หมิ
งซวง ตอบอย่างรำคาญ
“หมายความว่าอะไร?”
“เขาแน่นอนว่าต้องการจะตรวจสอบเคล็ดตรึงกายา
แต่ว่าเขานั้นฉลาดมาก เขานั้นเคยไปที่นิกายกระบี่
สวรรค์ ซึ่งได้เคยสอบถามเกี่ยวกับความก้าวหน้าและ
การเปลี่ยนแปลงของเจ้าตลอดเวลา เขานั้นต้องการ
จะครอบครองพลองทองสมปรารถนาของเจ้าอย่าง
แน่นอน หลังจากที่ได้เห็นเคล็ดวิชาตรึงกายานี้
ตอนนี้เขาอาจจะคาดเดาได้แล้วว่าเจ้าได้ครอบครอง
มรดกที่มีระดับสูงเอาไว้ แน่นอนสถานการณ์
ในตอนนี้ก็คือ มรดกที่เจ้านั้นได้รับมานั้นมันสูงส่งเกิน
กว่าที่เขาจะคาดคิดได้”
“ทำไมเขาถึงไม่สังหารข้าแล้วแย่งชิงมันไปตรงๆห
ล่ะ?” อู่ อวี้ รู้สึกว่าเขานั้นมีโอกาสมากมายใน
เส้นทางระหว่างกลับไปนิกายเซียนซูซัน
หมิงซวง หัวเราะดูถูกออกมาแล้วกล่าว “มรดกชั้นสูง
นั้นแน่นอนว่าจะเลือกผู้สืบทอดมรดกด้วยตนเอง มิ
เช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องง่ายที่คนนอกจะสามารถแย่งชิง
มันไปมิใช่หรือ? ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าพลองทองสม
ปรารถนานั้นจะอยู่ในตัวของเจ้า ต่อให้เขาคิดจะ
สังหารเจ้าไป เขาก็จะไม่ได้สิ่งใดเลยสักนิดเดียว เขา
เองก็น่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้เขานั้นยังกำลัง
คาดเดาสถานการณ์อยู่ ข้าเดาว่า วิธีการของเขาก็คือ
เหลือร่างกายของเจ้าเอาไว้ ศึกษารายละเอียดของ
มัน เพื่อที่จะหาวิธีการครอบครอง นี่เป็นวิธีการเดียว
เท่านั้นที่จะสามารถครอบครองสมบัติล้ำค่าของเจ้า
ได้ แน่นอนว่ามันคือเศษขยะคนหนึ่ง ไม่ว่ายังไงก็ไม่มี
ทางหาวิธีครอบครองพลองทองสมปรารถนาเจอ”
ตามที่ หมิงซวง ได้กล่าวมานั้น แน่นอนว่าตัวของ
จาง ฝูถูก ได้ตกอยู่ในฝั่ายที่เสียเปรียบกว่าตัวเขาถึง
สิบส่วน ถึงเขาจะพยายามอย่างดีที่สุดก็ไม่สามารถ
ทำสำเร็จได้ แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถบอกความ
จริงเรื่องนี้กับเขาได้ตรงๆ เพราะนี่เป็นความลับสุด
ยอดของเขา
“เจ้าก็น่าจะรู้นี้ ถ้าหากเจ้าได้สมบัติที่แสนจะล้ำค้ามา
ก็จะต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ข้าถึงตกตาย
ไปเช่นนี้ยังไงล่ะ บนหนทางของการกลายเป็นเซียน
อมตะมันเต็มไปด้วยอันตราย ข้าก็แค่คอยดูว่าเจ้าจะ
รับมือกับ จาง ฝูถู เช่นไร” หมิงซวง รู้สึกว่าเรื่องนี้
ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับตน จึงมีท่าทางไม่แยแสและ
ปล่อยให้ อู่ อวี้ ไปจัดการเอาเอง……
เพิ่งจะรอดพ้นจากกรงเล็บของ จิ่วเซียน มาได้ ก็ต้อง
มาตกอยู่ในเงื้อมมือโจรอย่าง จาง ฝูถู ในใจ อู่ อวี้
นั้นทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“เมื่อข้าได้เข้าไปอยู่ในนิกายเซียนซูซันแล้ว สิ่งที่
สำคัญที่สุดคือการปกปิดสมบัติของตนเอาไง้ ถึงยังไง
แล้วนิกายเซียนซูซันย่อมกว้างใหญ่ไพศาลยิ่ง แต่
กลับหาคนเฉกเช่นท่านอาจารย์ได้ยากเย็นนัก”
เฟิง ซัวหยา นั้นเป็นคนที่แหกคอกเพราะว่าเขานั้น
ยึดถือเรื่องคุณธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
“จาง ฝูถู นั้นถือเป็นปัญหาอย่างมาก แต่ว่าหลังจาก
การลองทดสอบนี้ ก่อนที่จะถึงนิกายเซียนซูซัน เขาก็
ไม่น่าจะสร้างความยุ่งยากให้แก่ข้าอีก……..” เมื่อต้อง
อยู่กับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงทำได้เพียงแค่หวังว่า
เขาจะสามารถอดทันได้
อย่างน้อยในตอนนี้บนใบหน้าของ จาง ฝูถู ก็เต็มไป
ด้วยรอยยิ้ม อาจจะไม่มีการทดสอบอะไรอีกแล้ว เขา
คิดว่า ความลับของ อู่ อวี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ เมื่อ
กลับไปถึงนิกายเซียนซูซัน เขาก็จะมีเวลาเหลือเฟือ
คอยจับตาดูเขา หรือไม่ก็อาจจะเริ่มศึกษาเขาเลย
ตั้งแต่ตอนนี้ จริงๆตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่ามรดกที่
อู่ อวี้ มี นั้นจะมีประโยชน์ต่อเขามากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้เขาก็รู้ว่ามรดกระดับสูง ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่
จะยึดมาได้โดยง่าย
“อู่ อวี้ ข้า จาง ฝูถู รับศิษย์เข้ามา จะต้องคอย
ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ จำเป็นต้องมีนิสัยที่อดทน
จะต้องมีความเด็ดขาด เช่นเดียวกับข้า จากที่สังเกต
มาสิบกว่าวันมานี้ เจ้านั้นมีคุณสมบัติครบถ้วน เจ้า
วางใจได้ การทดสอบนี้ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ก่อนอื่น
ตอนนี้ข้าจะพาเจ้ากลับไปที่นิกายเซียนซูซัน”
หลังจากกล่าวจบ จาง ฝูถู ก็ใช้พลังดูดดึงที่มองไม่
เห็น จับ อู่ อวี้ ให้ขึ้นมายืนอยู่บนกระบี่ล่องหน
หมิงซวงยิ้มอย่างเยือกเย็นแล้วกล่าวว่า “เปลี่ยนการ
แสดงออกรึ ทำตัวเป็นคนดีแต่แอบซ่อนเจตนาร้าย
อยู่รึ ดูเหมือนว่ามันจะเตรียมพร้อมจัดการกับเจ้าอยู่
นะ ใช้รอยยิ้มเพื่อหลอกล่อให้เจ้าตายใจ เมื่อมันรู้
วิธีการเมื่อใด วันนั้นแหล่ะจะเป็นวันซวยของเจ้า”
ถึงแม้ หมิงซวง จะไม่กล่าวเช่นนี้ออกมา อู่ อวี้ ก็รู้อยู่
แล้ว
เขาเป็นเหมือนกับลูกแกะที่เผชิญหน้ากับหมาปั่าที่หิว
โหย
เฮ้!
“มุ่งหน้าไป!”
หลังจากที่ จาง ฝูถู กล่าวคำนี้ออกมา ชั่วพริบตาก็
เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง!
ครั้งนี้เป็นขีดจำกัดความเร็วของ จาง ฝูถู ชั่วพริบตา
นั้นกระบี่บินจักรพรรดิก็ทะยานดิ่งเข้าไปในหมู่เมฆ
ในชั่วพริบตาเดียวนั้นทั้งสองฝังก็ถูกห้อมล้อมด้วย
มวลหมู่เมฆอันหนาแน่น ด้วยความเร็วระดับนี้จะทำ
ให้เกิดคลื่นลมแรง ถ้าหากไม่เป็นเพราะ จาง ฝูถู ยืน
ค้ำหน้าเอาไว้ อู่ อวี้ ก็คงโดนลมพัดปลิวกระเด็นไป
แล้ว
ด้วยความเร็วเท่านี้ กระทั่ง อู่ อวี้ ผู้มีกายาเพชร
อมตะ ก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงลมที่แรงเปรียบเสมือนกับ
มีดคอยเชือดเฉือนผิวหนัง ยามนี้เขาจึงต้องควบแน่น
พลังศักดิ์สิทธิ์สร้างเกราะคุ้มกันกายหนาถึงหนึ่งฉื่อ
นอกจากนี้ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการ
ทรงตัวอยู่บนกระบี่ล่องหนของ จาง ฝูถู
“ได้ยินท่านอาจารย์กล่าวว่า จาง ฝูถู อยู่ในขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่ห้าเป็นอย่างน้อย ช่างน่ากลัวจริงๆ”
“ไม่รู้ว่า ดินแดนก่อกำเนิดผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ นิกาย
เซียนซูซัน นั้นจะมีตัวตนอันน่าหวาดกลัวดำรงอยู่อีก
มากน้อยเท่าใด?”
เป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกับที่ อู่ อวี้ เกิดคำถามขึ้น
ซึ่งยามที่กระบี่บินจักรพรรดิของ จาง ฝูถู กำลังถลา
ลมอยู่นั้น มันกลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจาก
คลื่นลมอันรุนแรงแม้แต่น้อย กวาดผ่านหมู่เมฆ ตัด
ผ่านท้องฟั้า เหมือนกับว่าเพียงแค่เดินเล่นอยู่บนนภา
กาศเท่านั้น ทำให้ อู่ อวี้ เริ่มถามทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ
นิกายเซียนซูซัน……..
“เฟิง ซัวหยา ได้บอกเกี่ยวกับรายระเอียดของนิกาย
เซียนซูซันบ้างหรือไม่?”
อู่ อวี้ ตอบว่า “ท่านกล่าวแค่ว่าที่แห่งนั้นเป็นดินแดน
ต้นกำเนิดของผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ มีตัวตนที่สามารถ
กลายเป็นเซียนอมตะได้ดำรงอยู่ในที่แห่งนั้น”
จาง ฝูถู หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า “เจ้า เฟิง ซัวหยา
นี่ ถูกเนรเทศออกจากนิกายเซียนไปตั้งแต่ต้น คงไม่รู้
อะไรเกี่ยวกับนิกายเซียนนี้หรอก เจ้าและเขานั้นไม่
เหมือนกัน เจ้าเป็นศิษย์ของข้า จาง ฝูถู ก่อนที่จะเจ้า
เข้าไปอยู่ในนิกายเซียนซูซัน เจ้าจำเป็นจะต้องรู้เรื่อง
ของนิกายเซียนซูซันบ้าง ตอนนี้เจ้ารู้เรื่องนิกายแห่งนี้
เพียงหางอึ่งเท่านั้น เมื่อเจ้าเข้าร่วมกับนิกายแล้ว เจ้า
ต้องไม่ทำให้ข้าเสียหน้าและกลายเป็นตัวตลก ยังต้อง
ใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งก่อนถึงนิกาย ข้าก็ไม่มีอะไร
ทำ ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกให้ว่าอะไรคือ นิกายเซียนซู
ซัน!”
“โปรดชี้แนะ” เมื่อกล่าวตามความจริงแล้ว อู่ อวี้ ก็
รู้สึกสนใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของ
นิกายที่ทรงอำนาจในดินแดนเทพตงเสิน
จาง ฝูถู ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่อย “ดินแดนเทพ
ตงเสินนี้ มีพื้นที่กว้างขวางไม่สิ้นสุด และยังมีกลิ่น
อายฟั้าดินหนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการช่วยเหลือ
จากพลังฟั้าดินนี้ จะทำให้พลังวิญญาณเติบโตขึ้น
สัตว์ร้ายทั้งหมดสามารถเบิกเนตรสติปัญญาได้รับ
การรู้แจ้ง และต่อมาพวกมันก็จะกลายร่างเป็นปีศาจ
ไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่จะได้รับผลประโยชน์
จากสิ่งนี้ ผู้ฝึกตน เหล่าเทพเซียน ต่างก็แสวงหา
หนทางที่จะมีชีวิตยืนยาว ดินแดนเทพตงเสินนี้ มีผู้
ฝึกตนนับพันล้านคนมากมายราวกับเม็ดทราย ใน
หลายปีที่ผ่านมานี้ ดินแดนเทพตงเสินคนเกิดใหม่
ผลัดเปลี่ยนกันไป ผู้คนก็เริ่มลืมเลือนกลายตำนานที่
เก่าแก่ ในปัจจุบันภายในดินแดนมีสถานที่อุดม
สมบูรณ์นับล้านแห่ง มีสถานที่บางแห่งในดินแดน
เทพตงเสินที่เต็มไปด้วยพลังฟั้าดินมากมาย และ
สถานที่เปรียบดั่งดินแดนแห่งทวยเทพที่หาได้ยากยิ่ง
ภายใต้สวรรค์แห่งนี้ เทือกเขาที่อยู่ในดินแดนเทพตง
เสิน เทือกเขาชิงเทียน ก็เป็นดินแดนแห่งทวยเทพ
แห่งหนึ่ง ”
อู่ อวี้ ตั้งใจฟังโดยไม่ขัดจังหวะรบกวน
“การที่สามารถเข้าร่วมกันนิกายเทียนซูซันได้ ย่อมไร้
เรื่องข้อกังขาที่ว่าเจ้านั้นเป็นหนึ่งในอัจฉริยะระดับสูง
ของทั่วทั้งดินแดนเทพตงเสิน เก้าในสิบส่วนจากคน
ล้วนให้ความเคารพแก่บุคคลเช่นนี้ มีนิกายของผู้ฝึก
ตนมากมายนับหมื่นนิกายในดินแดนเทพตงเสิน มีทั้ง
นิกายระดับสูง และนิกายระดับต่ำ เพียงแค่เจ้าโอ้
อวดว่าเจ้ามาจากนิกายเซียนซูซัน ก็จะไม่มีใครกล้า
มาหาเรื่องเจ้าแล้ว นิกายเซียนซูซัน ถือเป็นตัวตนที่
น่าเกรงขามในดินแดนแห่งทวยเทพแห่งนี้ เจ้านั้นมา
จากสถานที่อันห่างไกล มีวาสนาได้พบกับข้าที่เป็นผู้
ฝึกตนอันแข็งแกร่งและมีเกียรติ ข้าสามารถกล่าวได้
ว่าเจ้านั้นมีวาสนาล้ำเลิศจริงๆ เพียงกลายเป็นคน
ของนิกายเซียนซูซันได้ ในอนาคตบนโลกใบนี้เจ้าก็
สามารถท่องยุทธภพไปได้ทุกที่แล้ว”
จาง ฝูถู กล่าวแล้วเขานั้นมีความภาคภูมิใจเป็นอย่าง
มาก อู่ อวี้ ก็เลือดลมพลุ่นพล่าน
สถานที่แห่งนั้นถือเป็นสถานที่ที่จะทำให้ฝันเป็นจริง!
“อย่างไรก็ตาม เท่านี้มันไม่พอ หลังจากที่เข้านิกาย
เซียนซูซัน ยังมีอีกหลายสิ่งที่เจ้าจะต้องเรียนรู้
เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ พวกเจ้านิกานกระบี่สวรรค์
ทำเหมือนกับกำลังเล่นพ่อแม่ลูก ช่างน่าขบขันเสีย
จริง ระดับที่แท้จริงของนิกายเซียน จะต้องเข้มงวด
กับกฎระเบียบ จะต้องมีหมั่นพัฒนาระดับของตัวเอง
ต้องเชื่อฟังคำสั่งมีระเบียบวินัย จะมีการมอบรางวัล
และบทลงโทษอย่างเปิดเผย อีกทั้งยังมีระบบการค้า
ขายที่สมบูรณ์แบบ และมีสภาพแวดล้อมเหมาะกับ
การแข่งขัน ก่อนอื่นข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังว่ามีระดับ
อะไรบ้าง”
จาง ฝูถู หันกลับไปมอง อู่ อวี้ หนึ่งครั้ง
“เชิญกล่าวต่อ” อู่ อวี้ เอ่ย
จาง ฝูถู มองราวกับว่าได้มองเขาราวกับจะมองให้
ทะลุปรุโปร่ง แล้วกล่าวว่า “มีระดับชั้นมากมาย
แม้กระทั่งนิกายกระบี่สวรรค์ของเจ้าก็เช่นกัน มีศิษย์
รับใช้ ศิษย์ชั้นนอก ศิษย์ชั้นใน ศิษย์หลัก ยิ่งไม่ต้อง
กล่าวถึงนิกายเซียนซูซัน! ในนิกายเซียนซูซัน
ต้องการจะอยู่ระดับสูงยิ่งมีความเข้มงวดยิ่งขึ้น! ยิ่ง
ระดับสูงขึ้น ก็ยิ่งได้ทรัพยากรมากขึ้น และจะมี
อำนาจมากขึ้น เมื่ออยู่ในระดับสูงขึ้นก็จะมีการ
ลงโทษที่แตกต่างกัน! กล่าวได้ว่า ถ้าหากว่าเจ้านั้น
แข็งแกร่งมากเท่าไหร่เจ้าก็จะได้ความเคารพมาก
เท่านั้น ในโลกของการฝึกตน การมีจริยธรรมไม่ใช่สิ่ง
ที่ทำให้คนเคารพนับถือได้ มีเพียงแต่พลังอัน
แข็งแกร่งและวิชาเต๋าเท่านั้น ที่จะสามารถอยู่เหนือ
ผู้อื่น!”
อู่ อวี้ จำได้ว่า เฟิง ซัวหยา เคยกล่าวเอาไว้ จาง ฝูถู
เป็นผู้ฝึกตนอยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ซึ่งที่เรียกอีก
อย่างว่า เทวาทมิฬพิภพอำพัน
“กล่าวได้ว่า ท่านนั้นเป็นผู้ฝึกตนวิถีกระบี่‘ขั้น
ปฐพี’?” อู่ อวี้ ถาม
จาง ฝูถู ยิ้มแล้วกล่าว “ใช่ แต่ความเป็นจริงแล้ว ใน
นิกายเซียนซูซันนี้ ผู้ฝึกตนกระบี่ขั้นปฐพี นั้นไม่
นับเป็นอันใดเลย รอเจ้าสามารถก้าวเข้ามาอยู่ในขั้น
นี้ก่อน เจ้าก็จะเข้าใจ”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดสักครู่ แล้วกล่าวต่อ
ว่า “ในความเป็นจริงระดับที่สูงที่สุดของนิกายเซียน
ซูซัน มีอยู่สองชั้นด้วยกัน การแบ่งระดับนี้ขึ้นอยู่กับ
ว่าเจ้าสามารถเข้าไปใน เทือกเขาเซียนชิงเทียนได้
เท่าไหร่”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ