กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 195 : วิหารฝูถู
อู่ อวี้ ฟังไปแล้วก็ยังไม่ค่อยจะกระจ่าง การที่จะขึ้น
เทือกเขาชิงเทียนเป็นเรื่องยากถึงเพียงนั้น?
ไม่ใช่ว่าเป็นสาวกของนิกายเซียนกระบี่อีกรึ?
เมื่อ จาง ฝูถู เห็นท่าทางสงสัยของเขาจึงเกิด
ความรู้สึกอันภาคภูมิใจ และเอ่ยขึ้นว่า “ทั่วทั้งนิกาย
เซียนซูซัน นั้นมีความกว้างมากมายมหาศาลยิ่งใหญ่
กว่าเทือกเขาครามนับหมื่นเท่า แบ่งออกเป็นสอง
ส่วน ส่วนที่เป็นสำคัญที่สุดก็คือเทือกเขาชิงเทียน
เทือกเขาชิงเทียนยิ่งใหญ่ยากจะหาที่ใดมาเปรียบ
ยอดสูงทะลุไปถึงชั้นฟั้า ว่ากันว่าอยู่มาตั้งแต่กำเนิด
ฟั้าสวรรค์ เป็นสถานที่แห่งเดียวบนโลกหล้าที่
เชื่อมต่อกับสวรรค์ชั้นฟั้า ยิ่งใกล้กับฟั้าสวรรค์มาก
เท่าใด พลังฟั้าดินก็จะยิ่งหนาแน่นขึ้นมากเท่านั้น
พวกเรานิกายเซียนซูซันอยู่ในชั้นที่สูงที่สุด ตั้งอยู่บน
ยอดเทือกเขาชิงเทียน!ยังไม่นับรวมด้านนอก
เทือกเขาชิงเทียน ที่ตีนเขานั้นของเทือกเขาชิงเทียน
นั้นล้อมรอบไปด้วยเทือกเขามากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งก็
เป็นอีกส่วนของนิกายเซียนซูซัน ส่วนนี้มีพื้นที่
กว้างขวางมาก และส่วนที่ใกล้กับเทือกเขาชิงเทียน
มากเท่าใดก็จะมีพลังฟั้าดินที่รุนแรงขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าถึงจะอยู่ในส่วนขอบตีนเขาของเทือกเขา
ชิงเทียนก็ยังมีพลังฟั้าดินมากมายกว่าเทือกเขาคราม
นับร้อยเท่า ที่แห่งนี้พวกเราเรียกมันว่า เขตแดน
กระบี่สามัญ(凡剑域) ”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นิกายเซียนซูซันนั้นแบ่งเป็น
สองส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ เขตแดนกระบี่สามัญ และอีก
ส่วนก็คือเทือกเขาชิงเทียน
เทือกเขาชิงเทียนเชื่อมต่อกับฟั้าสวรรค์ เขตแดน
กระบี่สามัญ อยู่ล้อมรอบเทือกเขาชิงเทียนอีกทีหนึ่ง
“ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถฝึกฝนอยู่บนเทือกเขาชิง
เทียนได้ ดังนั้นเหล่าสาวกของนิกายเซียนซูซันก็ถูก
แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยเช่นกัน ในหมู่พวกสาวกที่
สามารถอยู่ได้แต่เพียงในเขตกระบี่สามัญ ไม่เกี่ยวว่า
จะอยู่ขอบเขตอะไร พวกเขาทั้งหมดจะถูกเรียกว่า
สาวกแกนสามัญ(凡丹弟子) แต่กระนั้นเจ้าก็
อย่าได้ดูถูกสาวกแกนสามัญ เจ้านิกาย เฟิง ซัวหยา
และ ผู้พิทักษ์สูงสุด หลาน ฮั้วหยุน ของพวกเจ้า ยัง
ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นได้แม้แต่สาวกแกนสามัญ
แน่นอนว่าทุกปีก็มีสาวกแกนสามัญ จำนวนไม่น้อยที่
ถูกขับไล่ออกจากเมืองกระบี่ เนื่องจากว่าพรสวรรค์
ของพวกเขานั้นยังไม่เพียงพอ”
เมื่อฟังถึงจุดนี้ อู่ อวี้ ก็คาดเดาได้ว่ายามที่ตนเองได้
ไปถึง นิกายเซียนซูซัน แล้วย่อมไม่สามารถเข้าสู่
เทือกเขาชิงเทียนได้อย่างแน่นอน เขาคงเป็นได้เพียง
สาวกแกนสามัญเท่านั้น
อย่างไรก็ตามตัวเขานั้นสงสัยว่า นิกายเซียนซูซัน จะ
มีขนาดใหญ่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆภายในนั้นจะต้องมี
กลไกที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเทือกเขาครามอย่างแน่นอน
จาง ฝูถู กล่าวด้วยความเศร้าใจ “พวกเราทั่วทั้ง
นิกายเซียนซูซัน เก้าสิบส่วนนั้นเป็นสาวกแกนสามัญ
สาวกแกนสามัญบางคนสามารถสำเร็จอยู่ในขั้นสร้าง
แกนนภาได้ แต่มันก็สายเกินไป ถึงแม้ยังมีเหล่ารุ่น
เยาว์ที่มีพรสวรรค์กำเนิดมาอย่างต่อเนื่องอยู่ก็ตามที
แต่ว่าพวกเขานั้นอายุยังน้อยตอนนี้ยังอ่อนแออยู่ ถึง
กระนั้นอนาคตก็ยังไม่มีสิ้นสุด ยังคงต้องเรียนรู้กัน
ต่อไป”
อู่ อวี้ ก็ยังคงไม่กล่าวสิ่งใดออกมา ปล่อยให้เขา
แนะนำต่อไป ในยามนี้เขาราวกับว่ากำลังกระหาย
ใคร่ความรู้ จึงได้เปิดโสตประสาทเพื่อรับรู้ต่อไปอย่าง
บ้าคลั่ง
เสียงของคลื่นลมรอบด้านนั้นไม่สามารถจะดึงดูด
ความสนใจให้เขาไขว้เขวได้
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ จาง ฝูถู ก็เอ่ยด้วยความมั่นใจ
“เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ข้านั้นสามารถก้าวข้ามผ่าน
ขั้นสร้างแกนนภาขั้นที่ห้ามาได้ อีกทั้งยังฝึกฝนวิชา
‘มหาเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์’ สำเร็จ จึงสามารถกลายมา
เป็น สาวกผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นปฐพี ซึ่งมีคุณสมบัติ
เพียงพอที่สามารถเข้าไปบนเทือกเขาชิงเทียน นับแต่
นั้น ข้าจึงกลายเป็นสาวกนิกายเซียนซูซันที่แท้จริง”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ ในดวงตาของเขาพลันเกิด
เป็นความภูมิใจที่ไม่สิ้นสุดเอ่อล้นออกมา
“อะไรคือ มหาเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์?” อู่ อวี้ เมื่อได้ยิน
คำที่ดูแปลกๆจึงบังเกิดความสงสัยขึ้น
จาง ฝูถู มองไปที่ตัวเขาด้วยสายตาอันเหยียดหยาม
แล้วกล่าวว่า “เจ้ายังอยู่อีกห่างไกล อย่าเพิ่งมาถาม
เอาตอนนี้ เมื่อถึงวันนั้นเจ้าก็จะรู้เอง ฟังเรื่องที่ข้าจะ
บอกแก่เจ้าถึงเรื่องของ มหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ก่อนเสีย
เถิด”
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้แต่พยักหน้ารับและไม่เอ่ยขัดจังหวะ
จาง ฝูถู ก็กล่าวต่อ “เทือกเขาชิงเทียน มีความสูงไม่
สิ้นสุด ตั้งแต่ตีนเขาถึงยอดเขา จะถูกแบ่งออกเป็นห้า
พื้นที่ ยิ่งอยู่สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น และก็
ยิ่งครอบครองอำนาจที่มากกว่า พวกเราสาวกนิกาย
เซียนซูซัน ส่วนใหญ่แล้วมีความปรารถนาที่จะ
สามารถปีนขึ้นไปบนยอดเขาให้ได้ในสักวันหนึ่ง ขึ้น
ไปมองความสวยงามของดินแดนสวรรค์ข้างบนนั้น!”
อู่ อวี้ ก็จินตนาการว่า เขานั้นขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขา
คงจะให้ความรู้สึกราวกับว่าเป็นเทพเซียนที่แท้จริง
จาง ฝูถู ก็เริ่มอธิบายเกี่ยวพื้นที่ทั้งห้า
“เรียงจากตีนเขาขั้นไป ทั้งห้าพื้นที่ได้แก่ เขตแดน
กระบี่ปฐพี เขตแดนกระบี่แก่นแท้ เขตแดนกระบี่
โลกา เขตแดนกระบี่สวรรค์ แล้วก็ส่วนยอดเขาที่เป็น
สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ซึ่งถูกเรียกว่า “เขต
แดนเซียนซูซัน” ยังไม่ต้องกล่าวถึงเขตแดนเซียนซู
ซัน เขตแดนทั้งสี่ที่อยู่ด้านล่าง นี้จะสอดคล้องกับ
ตำแหน่งของ มหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ข้าที่เป็นผู้อยู่ใน
มหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพี สามารถอยู่ในจุดสูงสุด
ได้เพียงเขตแดนกระบี่ปฐพีเท่านั้น ซึ่งมีเพียงแค่ผู้ที่
อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นแก่นแท้ขึ้นไปเท่านั้น ถึง
จะไปเข้าไปในเขตแดนกระบี่แก่นแท้ได้ และมีเพียง
แค่ตัวตนอันน่ากลัวของผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่
ขั้นสวรรค์ขึ้นไปเท่านั้น ที่ขึ้นสู่เขตแดนกระบี่สวรรค์
ได้ สำหรับคนที่สามารถเข้าไปในเขตแดนเซียนซูซัน
ได้นั้น แทบจะทั้งหมดเป็นผู้ที่ครอบครองอำนาจและ
ตัวตนที่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้ ซึ่งเรื่องนี้
เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะว่านั่นเป็นขอบเขตที่ชั่ว
ชีวิตนี้เจ้าก็ไม่อาจจะเอื้อมถึง”
รูปร่างของเทือกเขาชิงเทียนก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจ
ของ อู่ อวี้ จากด้านล่างถึงขั้นบน ทั้งห้าเขตแดน
และสี่เขตแดนที่ไล่ลงมานั้นจะตรงกับมหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ สาวกที่อยู่ในระดับสูงก็จะยิ่งเข้มงวดมากขึ้น
ว่ากันว่ามีเพียงสาวกผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นปฐพีขึ้นไป
เท่านั้น จะสามารถรับศิษย์ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม
ได้ ผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ฝั่ายที่เหนือกว่า
ย่อมสามารถที่จะกดหัวฝั่ายที่ต่ำกว่าได้ หากลอง
จินตนาการถึงผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขาก็จะ
รู้สึกได้ว่าโลกทั้งใบนั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว!
ผู้ที่อ่อนแอ ก็จะต้องถูกกดขี่ข่มเหงเสมอ
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ จาง ฝูถู ว่ามีเพียงแต่มหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ขั้นเท่านั้นถึงจะถูกนับว่าเป็นสาวกที่แท้จริง
ของนิกายเซียนซูซัน คงให้ความรู้สึกคล้ายกับผู้ที่ได้
กลายเป็นศิษย์หลัก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเป็น
ศิษย์หลัก แต่ก็มีทั้งสิ้นสี่ลำดับขั้นด้วยกัน ซึ่งอำนาจที่
มีอยู่ในมือก็ย่อมแตกต่างกันออกไป
อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “ข้าจะสามารถกลายเป็น
ผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพีได้ยังไง แล้วทำ
ยังไงถึงจะขึ้นไปอยู่ในขั้นนั้นได้?” เขาหวังว่าจะมีสัก
วันหนึ่งที่จะสามารถปีนไปถึงยอดเขาของเทือกเขาชิง
เทียน ขึ้นไปสัมผัสกับดินแดนแห่งสวรรค์ที่แท้จริง
เช่นนั้นได้
จาง ฝูถู พลันหัวเราะขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับว่าเขานั้น
กำลังเฝั้าดูเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง หลังจากที่หัวเราะ
ออกมาแล้ว เขาก็กล่าวต่อว่า “ปฐพี แก่นแท้ โลกา
สวรรค์ การเป็นผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพี
นั้นง่ายที่สุด เพียงแค่เจ้านั้นสามารถไต่ไปถึงขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่ห้า ก็จะได้รับสิทธิ์ในการฝึกฝนวิชา
มหาเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ จากนั้นเจ้าก็จะสามารถ
กลายเป็นผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นปฐพีได้ สำหรับ ผู้ฝึก
ตนวิถีกระบี่ขั้น แก่นแท้ โลกา สวรรค์ นั้นยังอยู่
ห่างไกลสำหรับเจ้าในตอนนี้ ตัวเจ้านั้นมาจากสถานที่
เล็กๆ เกิดมาต่ำต้อย สามารถกล่าวได้ว่าตัวตนเช่น
เจ้า การได้เป็นผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นปฐพี ก็นับว่าเป็น
วาสนาแล้ว”
จากนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอันใดต่อ อู่ อวี้ พอจะคาดเดา
ได้ว้า ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นแก่นแท้ควรจะต้องมีพลัง
ฝึกตนอยู่ในระดับสูงสุดของผู้ฝึกตนสร้างแกนนภา
ส่วนผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้น โลกา และ
สวรรค์ นั้น จะต้องอยู่ในขั้นที่สูงกว่าสร้างแกนนภา
ซึ่งควรจะเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
อู่ อวี้ นั้นยังไม่มีความเข้าใจในระดับนี้เท่าไหร่นัก ตัว
เขานั้นรู้เพียงแค่นามของมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
สำหรับสถานที่หลักอย่างเขตแดนเซียนซูซัน เกรงว่า
จะต้องเป็นตัวตนที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุดในโลก
หล้านี้ อู่ อวี้ คาดว่า หมิงซวง น่าจะเป็นตัวตนที่อยู่
ในระดับนั้น
ต่อมา จาง ฝูถู ก็ได้กล่าวขึ้นอีกว่า “สิ่งที่เจ้าสมควร
จะทำเข้าใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ เขตแดนกระบี่
สามัญ เพราะว่านั้นน่าจะเป็นสถานที่ที่เจ้าจะต้องอยู่
ไปอีกนาน การที่อยู่ในเขตแดนกระบี่สามัญ เจ้าก็จะ
ได้ชื่อว่า เป็นสาวกแกนสามัญ แน่นอนว่าต่อให้เป็น
สาวแกนสามัญ เมื่อตอนที่อยู่ภายนอกนั้นก็ถือได้ว่า
เป็นผู้ฝึกตนที่เก่งกาจยากจะหาใครมาเทียบแล้ว ผู้
ฝึกตนที่อยู่ภายนอกย่อมให้การเคารพเจ้าเป็นอย่างดี
เพราะผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ที่เก่งกาจทั่วในโลกหล้านี้
ล้วนถูกรวบรวมมาอยู่ในในนิกายเซียนซูซันแห่งนี้”
“โปรดชี้แนะ” อู่ อวี้ พูดคุยกับเขาต่อ แต่กลับหลบ
เลี่ยงที่เรียกว่า อาจารย์ เนื่องจากสองคำนี้เป็นสิ่งที่
ยากมากสำหรับเขาที่จะกล่าวมันออกมา
จาง ฝูถู ก็อธิบายอย่างจริงจังต่อว่า “เขตแดนกระบี่
สามัญนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอย่างมาก ซึ่งกินพื้นที่
มากกว่าแปดในสิบส่วนทั่วทั้งนิกายเซียนซูซัน และ
เนื่องจากเทือกเขาชิงเทียนนั้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก
ดังนั้นเทือกเขาที่อยู่รอบๆจึงมีระดับความสูงที่สูงยิ่ง
ด้วยเช่นกัน ทั่วทั้งนิกายเซียนซูซัน เป็นพื้นที่สูงชันที่
ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะ ภายในนั้นยังมีถ้ำที่มีกลิ่น
อายฟั้าดินซึ่งเหมาะแก่การฝึกตนอีกจำนวนนับไม่
ถ้วน นอกจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กินรัศมีหนึ่งส่วน
แล้ว ส่วนที่เหลือในเขตกระบี่สามัญทั้งหมด ก็จะเป็น
วังกระบี่ทั้งสิ้น เก้าสิบเก้าแห่ง ภายในวังกระบี่แต่ละ
แห่ง จะแบ่งออกเป็นวิหารเป็นหลายสิบวิหาร วัง
กระบี่แต่ละแห่งจะมีประมุขวังหนึ่งคนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่
ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นแก่นแท้ ภายในวังกระบี่ก็มี
จะเจ้าวิหารหลายสิบคน และเจ้าวิหารทุกคนนั้นจะ
เป็นผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพี โอ้ว…ข้า
ลืมบอกเจ้าไปว่าผู้ที่อยู่ในมหาวงจรสี่วิถีกระบี่นั้น
สามารถเข้าออกทุกพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าได้อย่าง
อิสระ เช่น ข้าที่มักจะเข้าออกในเขตแดนกระบี่
สามัญอยู่บ่อยครั้งได้ เพราะว่าข้านั้นเป็นประมุข
วิหารของเขตแดนกระบี่สามัญ”
“วิหารที่ข้าปกครองอยู่มีชื่อว่า วิหารฝูถู เจ้าสามารถ
จะอาศัยอยู่ในวิหารฝูถูและเป็นสาวกแกนสามัญของ
วิหารฝูถูผู้หนึ่งของข้าได้ สถานที่แห่งนั้นมีข้าปกครอง
อยู่ อนาคตของเจ้าย่อมไม่จำเป็นจะต้องกังวลสิ่งใด”
ประโยคที่ จาง ฝูถู กล่าวออกมา สามารถเป็น
ตัวกำหนดอนาคตของ อู่ อวี้ ได้อย่างดี แน่นอนว่า
จาง ฝูถู จงใจให้ตนเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น ซึ่งมันทำให้
เขาจะได้มีเวลาสังเกตการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ ได้
ตลอด
เขตแดนกระบี่สามัญ มีวังกระบี่เก้าสิบเก้าแห่ง วัง
กระบี่แต่ละแห่งก็จะแยกออกไปเป็นหลายสิบวิหาร
อู่ อวี้ เริ่มเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้แล้ว
“ภายในวิหารฝูถู นั้นมีสาวกมากน้อยเท่าใด?” อู่ อวี้
ถามขึ้น
จาง ฝูถู คิดสักครู่หนึ่งแล้วตอบไปว่า “ประมาณสาม
ร้อยคน ข้าได้จัดการคัดสรรมาด้วยตนเอง และยังมี
รองเจ้าวิหารอีกห้าคน แต่ละคนนั้นล้วนอยู่ในขั้น
สร้างแกนลมปราณระดับที่สี่ ซึ่งรองเจ้าวิหารทั้งห้า
คนนี้ ต่างเป็นผู้เชียวชาญในแขนงต่างๆ แบ่งออกเป็น
ฝั่ายเคล็ดวิชาเต๋า ฝั่ายศาสตราเต๋า ฝั่ายวิญญาณ
เซียน ฝั่ายค่ายกลและอักขระเวทย์ และ ฝั่ายลง
ทัณฑ์ซึ่งข้าเป็นฝั่ายรับผิดชอบ ในภายภาคหน้าเจ้า
จะต้องติดต่อกับรองเจ้าวิหารทั้งห้าคนนี้อยู่เรื่อยๆ
เจ้าที่เป็นลูกศิษย์ของข้า เมื่ออยู่ภายในสาขาฝูถู ก็ไม่
มีใครที่จะสามารถรังแกเจ้าได้ อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่
ต่อหน้าข้า”
อู่ อวี้ นั้นจดจำทุกรายระเอียดที่เขาได้ฟังมาในวันนี้
ภาพร่างของนิกายเซียนซูซัน เริ่มปรากฏขึ้นภายใน
หัวของเขาแล้ว
“สิ่งที่ข้ากล่าวมาเหล่านี้ เป็นแค่รายละเอียดคร่าวๆ
เท่านั้น รอเมื่อเจ้าไปถึงวิหารฝูถูแล้ว อย่างน้อยก็
น่าจะเข้าใจเรื่องปลีกย่อยต่างๆได้มากมาย เช่น
จำพวก แก่นแท้ของกระบี่ คุณงามความดีและ
ความสำเร็จทั้งหลาย รูปแบบการหลอมเม็ดยา
นิกายเซียนซูซัน มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก เมื่อเจ้า
ได้เข้าไปครั้งแรก รับรองว่าเจ้าจะต้องตื่นตะลึง
แน่นอน ” จาง ฝูถู กล่าวอย่างมั่นใจ
อู่ อวี้ นั้นไม่สงสัยเลยสักนิดเดียว เพราะยังไงแล้ว
สถานที่แห่งนั้นก็เป็นถึงสถานที่ในฝันของ เฟิง
ซัวหยา
หลังจากที่เดินทางมาอย่างยาวนานด้วยกระบี่บิน
จักรพรรดิ จาง ฝูถู ก็ได้เล่ารายละเอียดบางอย่าง
เกี่ยวกับนิกายเซียนซูซันให้กับ อู่ อวี้
ในใจของอู่ อวี้ นั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
เนื่องจากอีกฝั่ายนั้นทำเป็นอ่อนโยน ซึ่งลึกๆในใจ
ของเขานั้นล่วงรู้อยู่แล้วว่าเปั้าหมายที่แท้จริงของ
จาง ฝูถู นั้นคืออะไร
เมื่อบินอยู่ทางกลางหมู่เมฆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะ
สามารถรับรู้ถึงวันเวลา อู่ อวี้ นั้นไม่รู้ว่าจะต้องใช้
เวลานานเท่าใด บางทีอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนกว่า
จะถึงที่หมาย ยามนี้พวกเขามุ่งหน้าไปทิศจะวันตก
ยิ่งบินสูงขึ้นไปอีกเท่าใด อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลงไป
เรื่อยๆ อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านหลัง จาง ฝูถู แลเห็นภาพ
เบื้องหน้าที่ค่อยๆทะยานบินสูงจนถึงเหนือม่าน
หมอก
นิกายเซียนซูซัน ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะบัดนี้ได้
เข้าใกล้ไปเต็มทีแล้ว
“ใกล้จะถึงแล้ว”
มีวันหนึ่งอยู่ๆ จาง ฝูถู ก็ยิ้มขึ้น
เบื้องหน้ามวลเมฆที่ดูไม่มีที่สิ้นสุดนั้น
อู่ อวี้ พลันเงยหน้าขึ้นมองเข้าไปท่ามกลางความ
เลือนราง ปรากฎเห็นเป็นสถานที่ที่แสนจะกว้างใหญ่
อยู่เบื้องหน้า ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้านขึ้น
เพียงแค่อยู่ในระยะที่ห่างไกลเท่านี้ กลับมีพลังฟั้าดิน
มากกว่าเทือกเขาครามนับสิบเท่าแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ