กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 193 : ศึกชี้ชะตาเปนตาย
เมื่อผู้นำหญิงได้ยินคำกล่าวของ อู่ อวี้ ผู้นำหญิงก็
กล่าวขึ้นอย่างยิ้มทั้งน้ำตาว่า ” นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ข้าควร
คิด ผู้มีอำนาจอยู่ในมือ ก็เปรียบได้ดังถือมีดกับเขียง
ส่วนตัวข้าเป็นเพียงแค่ปลารอให้เขาเชือดเฉือน ช่าง
เป็นชะตากรรมอันยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร ช่าง
เหลวไหลสิ้นดี เหตุใดข้าต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์
ตายเก้ารอดหนึ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากพิจารณาแล้ว
ข้าทำได้เพียงแบกรับมันไว้เท่านั้น! ทั้งยังไม่สามารถ
ตำหนิผู้อื่น แต่เหตุผลที่ตรงที่สุดคือการปรากฏตัว
ของเจ้า หากไม่มีเจ้าอยู่ในโลกนี้สักคน ข้าก็ไม่ต้องมา
ดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้มีชีวิตรอดเช่นนี้!”
คำกล่าวของนางได้ช่วยเตือนสติของ อู่ อวี้ ด้วย การ
ฝึกตนคือการแย่งชิง ผู้แข็งแกร่งต้องมีความกล้าหาญ
ในการตัดสินใจ!
เขาจะไม่ยอมรับความเมตตาจาก จาง ฝูถู เด็ดขาด…
เขาไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เนื่องจากผู้นำหญิงไม่
ปรารถนาเสียเวลาอันมีค่าของนาง ในเวลานี้นางได้
หยิบศาสตราเต๋ากระบี่สามัญออกมา ซึ่งมีคุณภาพ
เทียบเท่ากับกระบี่หยินหยาง นางพุ่งทะยานเข้าไป
หา อู่ อวี้ โดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาแม้แต่
น้อย ทั่วทั้งร่างของนางเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเพลิง
โทสะ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเพื่อชีวิตของนางแล้ว
นางไม่มีทางเลือกอื่น
จะอยู่หรือตายไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวของนางเอง!
“บัดซบ!” ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ท้วมท้นไปด้วย
ความโทสะครุกรุ่น แน่นอนว่าหัวใจของเขาไม่
ปรารถนาจะต่อสู้กับนาง แต่อีกฝั่ายกำลังจะสังหาร
เขา! โชคยังดีเวลาหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา ตัวเขาได้
ฟืนฟูพลังศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงถูก
สังหารจากการโจมตีที่พุ่งเข้ามาอย่างแน่นอน!
“ไป!”
ผู้นำหญิงปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาล ม้วน
กวาดผ่านไปทั่วทุกทิศทาง เพื่อที่จะมีชีวิตรอดนาง
ยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มี พลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้
สิ้นสุดทำให้พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือน ปราณกระบี่
จำนวนนับไม่ถ้วน ถูกตวัดฟันพุ่งทะยานเข้ามาหาเขา
อู่ อวี้ ยังไม่ทันตั้งตัวต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่ปรารถนาจะเผชิญหน้า และ ปะทะกับศัตรูจะ
ถึงตาย ดังนั้นเขาจึงส่งพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปใน ‘กระบี่
ทองคำเนตรเทวะ’ ใช้ออกด้วยเคล็ดกระบี่บิน
จักรพรรดิ บินทะยานขึ้นสู่ท้องนภา หลบหนีออกไป
แต่ผู้นำหญิงก็ยังคงไล่ล่าติดตามหลัง อู่ อวี้ มาติด ๆ
พร้อมกับตะโกนขึ้นว่า “อย่าหนี! อย่าทำให้ข้า
เสียเวลา! ชีวิตของข้ามีแค่ทางรอดเดียวเท่านั้น ข้า
ขอร้องเจ้า โปรดตอบสนองคำขอของข้าด้วย”
ความปรารถนาที่จะต่อสู้ เปียมล้นไปด้วยความมุ่น
มั่นอันแรงกล้า เพลิงโทสะของนาง ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ตกตะลึงอย่างยิ่ง
เขาไม่สามารถจินตนาการได้ นางจะรู้สึกโกรธเคือง
เขามากเพียงใด ที่ต้องมากลายเป็นของเล่นของแก่
จาง ฝูถู เช่นนี้
อู่ อวี้ ต้องรู้ถึงเจตนาอันแท้จริงของ จาง ฝูถู ให้จงได้
มิฉะนั้นเขาจะตกลงไปในกับดักที่ จาง ฝูถู วางเอาไว้!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดว่า สมควรจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้
” จาง ฝูถู ปรารถนาจะได้เห็นการต่อสู้ อันลุ้นระทึก
ในช่วงวิกฤตแห่งความตายของข้า เปั้าหมายที่แท้จริง
ของเขาคืออะไรกันแน่ ? ถ้าต้องการจะเห็นศักยภาพ
หรือ ความแข็งแกร่งของข้า ตอนต่อสู้กับ หวงเฉิง
เขาก็น่าจะเห็นแล้วนี่…”
” เขาต้องการจะเห็นสิ่งใดกันแน่? ”
เขาหวนนึกค่ำคืนเมื่อครั้งต่อสู้กับ หวงเฉิง รวมถึง
รายละเอียดต่าง ๆ อู่ อวี้ ไม่ใช่คนโง่เขลา เพียงไม่
นานเขาก็ฉุกคิดได้ว่า การต่อสู้กับ หวงเฉิง ในครั้งนั้น
ใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้น ฉะนั้นกระบวนท่าสำคัญที่เขา
ได้เห็น จึงมีแค่เคล็ดตรึงกายา!
” ด้วยความเร็วของ จาง ฝูถู ในระหว่างที่ข้ากำลัง
ต่อสู้กับ หวงเฉิง คาดว่าทันทีเขาคงจะมาถึงที่เกิด
เหตุได้อย่างรวดเร็ว แต่เพราะเหตุใดเขาถึงได้ มาถึง
ช้ากว่าอาจารย์ของข้า ? ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ฉุกคิด ว่า
เขาได้มาถึงนานแล้ว แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ยื่นมือเข้า
ช่วยเหลือ หวงเฉิง ถ้าหากเขาอยู่ที่นั่นจริง เป็นไปได้
ว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงเคล็ดตรึงกายาของข้าได้อย่าง
ชัดเจน…”
กล่าวถึงเคล็ดตรึงกายา ผู้ที่เคยสัมผัสมากับตัวจะรับรู้
ถึงมันได้อย่างชัดเจน ส่วนคนผู้อื่นที่อยู่รอบ ๆ จะ
รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในครั้งนั้นที่ หวง
เฉิง ถูก อู่ อวี้ ใช้เคล็ดตรึงกายากว่าหนึ่งลมหายใจ
ซึ่งมันค่อนข้างชัดเจนอย่างยิ่ง ถ้าเวลานั้น จาง ฝูถู
อยู่ใกล้ ๆ เขาก็ควรจะสังเกตเห็นมันด้วย นี่คือวิชา
เซียนของฉีเทียนต้าเซิ่ง จาง ฝูถู ซึ่งเป็นเพียงมนุษย์
ธรรมดา แน่นอนว่าต้องรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่
เกิดขึ้น…
“บางทีเขาอาจจะรู้ถึงการมีอยู่แล้ว แต่ยังคงไม่แน่ใจ
จึงอยากจะเห็นข้าตกอยู่สถานการณ์เป็นตาย แล้วใช้
เคล็ดวิชาตรึงกายาอีกครั้ง? ” สิ่งที่ อู่ อวี้ คิดออกก็มี
เพียงคำอธิบายนี้เท่านั้น
เป็นไปได้ว่าครั้งล่าสุด เขาอาจจะยังไม่ได้เห็นมัน
ชัดเจนนัก เพราะ อู่ อวี้ เริ่มใช้เคล็ดตรึงกายา ตั้งแต่
แรก
” มีความเป็นไปได้ว่า เพราะฉับพลันข้าได้ใช้ออก
เคล็ดตรึงกายาเพื่อสังหาร หวงเฉิง ดังเขาเขาจึงไม่
คิดจะหยุดหยั้ง ไม่ลงโทษ อีกทั้งยังรับข้าเป็นศิษย์
ฝึกหัดอีกด้วย”
เมื่อคิดได้ดังนี้ เหงื่ออันเย็นเยียบของ อู่ อวี้ ก็ไหลซึม
ออกมา
ต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างแน่นอน
” ในเมื่อเขายังไม่แน่ใจ ข้าก็จะต้องไม่ทำให้เขารู้มาก
ไปกว่านี้ ฉะนั้นข้าจะใช้เคล็ดตรึงกายาไม่ได้!”
เฟิง ซัวหยา ได้บอกกับเขาไว้ว่า ทันทีที่เขาเดินทาง
ออกไปจากนิกายกระบี่สวรรค์ ให้เขาระวังทุกผู้คน
เอาไว้ แม้แต่บุคคลภายใน นิกายเซียนซูซัน
เนื่องจากมรดกของ อู่ อวี้ นั้นพิเศษอย่างยิ่ง มี
แนวโน้มว่าจะถูกคนเลวริษยาแย่งชิงไป
อู่ อวี้ รู้ดีว่าทุกสิ่งที่ตัวเขามีนั้น น่าสะพรึงกลัวมากแค่
ไหน!
หลังจากที่เข้าใจเช่นนี้ หัวใจของเขาก็แจ่มชัด
แต่วิกฤตใหญ่หลวงก็คือ พลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้นำหญิง
มีความแข็งแกร่งมากกว่าตัวเขา สภาพของ อู่ อวี้
นิยามนี้เรียกได้ว่าสิ้นหวัง แล้วเขาจะจัดการกับนาง
อย่างไร ?
” ข้าไม่ได้เป็นศัตรูกับเจ้า ข้าไม่ปรารถนาจะทำร้าย
เจ้า!” การต่อสู้ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
” ข้าไม่สนอะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความ
เกลียดชัง แต่มันคือเรื่องของความเป็นความตาย เจ้า
จงยอมรับในโชคชะตาอันไม่อาจหลีกเลี่ยง!” ดวง
เนตรของผู้นำหญิงมีหยาดน้ำตาไหลริน แต่เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าการโจมตีอันไร้ร่องรอยของนาง เป็น
เคล็ดวิชาเต๋าที่เหนือกว่า เฟิง ซัวหยา โดยสิ้นเชิง
กระบี่หลิงหยุน สามวิถีปราณกระบี่ทองคำ
ท่ามกลางหมู่เมฆฉับพลันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น
พยัคฆ์ทองคำ โจมตีผ่านหมู่เมฆพุ่งทะลวงเข้ามาจาก
สามทิศทาง หมู่เมฆฉีกกระชาก ปรากฏเป็นพายุคลั่ง
ทุ่มโจมตีหมายสังหารเข้ามา!
บางทีนางอาจกล่าวได้ถูกต้อง!
การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่พวกเขาทั้งสอง
เกลียดชังกันแม้แต่น้อย ทุกอย่างล้วนเกิดจาก จาง ฝู
ถู! จาง ฝูถู เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตว่าในพวกเขา มี
เพียงหนึ่งที่จะอยู่รอดไปได้! สำหรับ อู่ อวี้ ไม่
ปรารถนาทำร้ายนางแม้แต่น้อย แต่เขาเองก็ไร้ซึ่ง
ทางเลือก
ทั้งโทสะแลความเกลียดชังถูกถ่ายโอนไปยัง จาง ฝูถู
ทั้งสิ้น
” เคล็ดวิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำ! ” กระบี่ทองคำ
เนตรเทวะ ของ อู่ อวี้ ขยายออกอย่างฉับพลัน
กลายเป็นกระบี่ขนาดยักษ์ แหวกม่านเมฆ ฟัดฟันใส่
ศีรษะพยัคฆ์ทองคำ ศีรษะพยัคฆ์ถูกฟันเป็นชิ้น ๆ
จากนั้นก็โจมตีเข้าใส่พยัคฆ์อีกสองตัวที่กำลังกระโจน
เข้ามา!
อย่างไรก็ตาม หลังจากพยัคฆ์ถูกทำลาย พยัคฆ์
ทองคำ ก็แปรเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่นับร้อย พร่าง
พรมลงมาราวกับห่าฝน ปรากฏเป็นเสียงหวีดหวิวดัง
ขึ้นไปทั่ว
” เคล็ดวิชาเต๋าสร้างแกนนภา ช่างยอดเยี่ยมอย่าง
ยิ่ง!”
เคล็ดวิชาเต๋านี้ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ อู่ อวี้ ตกอยู่
ในสถานการณ์เสียเปรียบตั้งแต่ต้น หากเป็นเคล็ด
วิชาเต๋าสามัญ แน่นอนว่าไม่สามารถปลดปล่อยการ
โจมตีเช่นนี้ออกมาได้
แม้การโจมตีส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้นด้วยกระบี่ทองคำ
แต่ก็ยังคงมี ปราณกระบี่ จำนวนมากที่แทงเข้าใส่
ร่างกายของเขา!
” วัชระคุ้มกาย! ”
ชั่วอึดใจนั้นเอง ร่างกายของ อู่ อวี้ ก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างของเขาค่อย ๆ
ขยายใหญ่และสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็น
พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรนั่งขัดสมาธิอยู่
บนฐาน มีขนาดความสูงถึง 6 จั้ง ตั้งตระหง่านโดด
เด่นอลังการดูศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบ ปราณกระบี่
ทองคำถูกฟาดฟันอัดปะทะเข้าใส่ กายาเพชรอมตะ
อย่างไรก็ตามคมกระบี่ ทำได้เพียงทิ้งร่องรอยกระบี่
ไว้บนร่างของเขาเท่านั้น แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้รับ
บาดเจ็บร้ายแรงไม่
ตู้มมม!
พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ซึ่งมีขนาด
ใหญ่โตมโหฬาร บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็น อู่
อวี้ เช่นเดิม
ณ เวลานี้ช่างน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง!
เกือบจะถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ !
“กายเนื้อแข็งแกร่งอย่างยิ่ง!”
ผู้นำหญิงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ถึงกระนั้นการ
โจมตีไล่ล่างก็ยังคงรวดเร็วปานสายฟั้าแลบ การ
โจมตีในรูปแบบต่าง ๆ ถาโถมเข้าใส่ อู่ อวี้ ประดุจดั่ง
พายุคลั่ง บีบบังคับไล่ต้อนให้เขา เข้าสู่สถานการณ์
เป็นตาย!
“ข้าไม่มีใจที่จะสังหาร แต่ถ้าหากฝั่ายตรงข้ามยัง
โจมตีเข้ามาเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เกรงว่าข้าจะไม่
สามารถต้านรับได้ถึง หนึ่งเค่อ(15นาที)…”
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ในเวลานี้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เมื่อคิด
ว่าตนเองสามารถทานทน ผ่านเวลาหนึ่งเค่อไปได้
นางจะต้องตาย การตายของนางจะทิ้งบาดแผลไว้ใน
จิตใจของเขา อาจเป็นเช่นดังที่นางได้กล่าวเอาไว้ ว่า
การดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ คือสิ่งที่ได้สังหารนาง
“ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้นางได้สังหารข้า!” ภายใน
หัวใจของ อู่ อวี้ ไม่ยินยอมเด็ดขาด
อันที่จริงเขาล่วงรู้ดีว่า จาง ฝูถู ย่อมไม่ปล่อยให้เขา
ตาย แต่ความคิดของชายผู้นี้เป็นเรื่องยากจะคาดเดา
จึงยังไม่อาจยืนยันได้อย่างแน่ชัด
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
เคล็ดวิชาเต๋าของผู้นำหญิง แข็งแกร่งลึกล้ำอย่างยิ่ง
ณ เวลานี้บนฟากฟั้า หยาดพิรุณสีทองกำลังพร่าง
พรมร่วงหล่นลงสู่พื้น ทำให้ อู่ อวี้ ตกอยู่ใน
สถานการณ์ยุ่งเหยิงบีบคั้น ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีได้!
หากไม่โต้ตอบเขาก็จะต้องตกตาย!
“ข้าไม่ยินยอมเด็ดขาด!”
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความผิดของ จาง ฝูถู อู่
อวี้ ถูกบีบบังคับอย่างไร้ซึ่งทางเลือก
“กระบี่สะท้านฟั้า!”
นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าที่จะถ่ายทอดให้เฉพาะปรมาจารย์
แห่งนิกายกระบี่สวรรค์เท่านั้น ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกที่อยู่
ที่ใช้วิชานี้ร่วมกับ ‘กระบี่ทองคำเนตรเทวะ’ เขาชู
กระบี่แล้วตวัดฟันลงด้านล่าง กระบี่สะท้านฟั้า ทำให้
อากาศสั่นไหวอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ ทั่วทั้งรัศมี
สิบลี้เกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมสะเทือนเลือนลั่น
บัดนี้ตำแหน่งที่ผู้นำหญิงอยู่ได้เกิดการสั่นสะเทือน
ของคลื่นอากาศขึ้น กระแสวายุที่อยู่ท่ามกลางชั้น
บรรยากาศได้แปรเปลี่ยนเป็นปราณทองคำ
กลายเป็นคลื่นกระแทกทองคำอันน่าสะพรึงกลัว ปิด
ล้อมผู้นำหญิงเอาไว้ ทันใดนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้น
อย่างฉับพลัน จนร่างของนางกระเด็นลอยออกไป
“เข้ามาอีกครั้ง!”
พลังศักดิ์สิทธิ์ของ อู่ อวี้ ยังคงอ่อนด้อย เนื่องจากยัง
ไม่ได้เข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา ข้อดีของกระบี่เขาก็คือ
สองกระบี่โจมตีผสานในช่วงขณะเดียวกัน! บัดนี้
กระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสี ได้ปรากฏอยู่ในมืออีกข้าง
พร้อมกับโจมตีออกไป!
ฟูม!
อากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ตู้ม!
เปลวเพลิงเจ็ดสี ม้วนกวาดเข้าใส่ร่างของผู้นำหญิง
ในขณะเดียวกัน ก็เกิดระเบิดสีทองกึกก้องคำราม
สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว ส่งผลให้ร่างของผู้นำหญิง
กระเด็นลอยออกไปทันที
นับเป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ โจมตีตอบโต้ฝั่ายตรงข้าม
กลับไป
เกือบจะเรียกได้ว่า นี่คือการโจมตีด้วยวิถีกระบี่ที่
แข็งแกร่งมากที่สุดของเขาแล้ว ถ้าอีกฝั่ายยังไม่ยอม
ตกตาย อู่ อวี้ ก็ไร้ซึ่งทางเลือก การใช้สองกระบี่
ผสานโจมตีพร้อมกัน ทำให้เขาสูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์
ไปอย่างมากมายมหาศาล หากเข้าสู่ระดับสร้างแกน
นภาได้ หากใช้สองกระบี่คู่ต่อสู้โรมรันผสาน คาดว่า
อีกฝั่ายหนึ่งจะต้องถูกสังหารลงอย่างแน่นอน
ตู้ม!
ร่างของผู้นำหญิงลอยกระเด็นอัดกระแทกเข้าใส่ภูเขา
ช่วงเวลาสั้น ๆ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว แต่เมื่อ อู่ อวี้
ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น
เงาสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า อู่ อวี้ มองลึกลงไป
ในเงานั้น ปรากฏเป็นร่างของผู้นำหญิงซึ่งปกคลุมไป
ด้วยแสงสีทอง ราวกับถูกหลอมสร้างขึ้นมาจาก
ทองคำ เสมือนดั่งกายาทองคำมหาตะวันในขั้นสร้าง
แกนนภา เป็นกายาที่ยกระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ และ
ร่างกายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเก่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่
โดดเด่นสะดุดตามากที่สุดก็คือ ปีกทองคำที่อยู่
ด้านหลังของนาง ราวกับเป็นเหล็กกล้าที่ถูกหลอม
สร้างขึ้นมาจากแม่พิมพ์ ขนนกแต่ช่อ ส่องประกาย
แสงสีทองงดงามอย่างน่าเหลือเชื่อ!
ฟิว!
ขนนกที่ระเบิดออกมานั้น กลับกลายเป็นกระบี่สีทอง
เล็ก ๆ นับพัน ซึ่งถูกควบคุมโดยตัวของนาง
อู่ อวี้ พลันตระหนักรู้ขึ้นในทันทีว่า อีกฝั่ายหนึ่งเป็นผู้
ฝึกตนซึ่งฝึกฝนมาหลายร้อยปี ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้า
พรรค ยังไงก็ย่อมไม่สามารถเป็นคู่มือให้นางได้แต่
แรกแล้ว บัดนี้นางได้ถาโถมบดขยี้เข้าใส่ อู่ อวี้ อีก
ครั้ง เว้นแต่เขาจะใช้เคล็ดตรึงกายาอีกครั้ง มิเช่นนั้น
ก็ไม่สามารถหยุดฝั่ายตรงข้ามได้ เพราะยังไงแล้ว
กระบี่สะท้านฟั้า ไม่สามารถสังหารนางได้!
” ข้าไม่สามารถใช้เคล็ดตรึงกายาได้ หากข้าใช้มัน
จาง ฝูถู จะบรรลุเปั้าหมายที่เขาได้คาดเอาไว้ ใน
ภายภาคหน้าจะยิ่งเป็นภัยแก่ตัวข้าเอง …” อู่ อวี้
เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง
ผู้นำหญิงต้องการมีชีวิตรอดต่อไป ดังนั้นนางจึงต้อง
สังหาร อู่ อวี้ ให้ได้ภายในหนึ่งเค่อ(15นาที) ด้วย
เวลาที่บีบคั้นจึงไม่มีเวลาให้ อู่ อวี้ ได้ทันตรึกตรองสิ่ง
ใดมากนัก บัดนี้เขาทำได้เพียงหลบหนีเท่านั้น ขณะนี้
นางกำลังควบคุมขนนกจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งเข้า
โจมตีหมายมาดสังหารเขา ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปยัง
ทิศทางใด ขนนกจะเข้ามาจู่โจมทำลายทันที
บัดนี้วิกฤติความตายกำลังจู่โจมมาจากด้านบนศีรษะ
อู่ อวี้
” ขออภัยด้วย ” อู่ อวี้ ถอนหายใจยาวเหยียด แม้เขา
จะเข้าใจนาง แต่เขาเองก็ปรารถนาที่จะมีชีวิตต่อไป
เช่นกัน
ก่อนจะตาย อู่ อวี้ หยิบ ‘ ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ ‘
ออกมาจากถุงจักรวาล
จาง ฝูถู ต้องไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน
เนื่องจาก ‘ ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ ‘ เป็นของ จาง ฝูถู
ที่มอบหมายให้แก่ หวงเฉิง เอาไว้ช่วยชีวิตเมื่อตกอยู่
ในสถานการณ์คับขัน แต่บัดนี้ อู่ อวี้ ได้ยึดครองมัน
มาเก็บไว้เป็นของตนเอง เขาคาดหวังที่จะได้เห็น อู่
อวี้ ใช้เคล็ดตรึงกายาอีกครั้ง แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะ
ใช้ ‘ ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ ‘
พลังศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นเพื่อกระตุ้นใช้ยันต์
แต่ยันต์ชนิดนี้ไม่กินพลังศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย ‘
ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ ‘ เปรียบเสมือนมีดวงเนตรติด
ตัว อู่ อวี้ หลับตาลงตั้งเปั้าหมายไปที่ผู้นำหญิงทันที
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
บัดนี้อำนาจพลังยันต์อัสนี ปล่อยเสียงดังคำราม
กึกก้องไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี อู่ อวี้ รีบพุ่งทะยาน
หลบหนีอย่างเร่งรีบ กลิ้งม้วนไปด้านหลังสองสาม
ตลบ
เขาไม่ปรารถนาจะได้เห็นฉากนี้
หลังจากทุกสิ่งทุกอย่างจบลง เขาจึงลุกขึ้นยืน บัดนี้
ผู้นำผู้ได้หายไปแล้ว เวลาเหลือน้อยกว่าสามลมหาย
ใจ อู่ อวี้ ปลิดชีพนางด้วย ‘ ยันต์อัสนีล่าวิญญาณ ‘
รอบกายเงียบลงอย่างเช่นความตาย
” จงไปดีเถิด เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าาจะใช้กระบี่ของ
เจ้า เพื่อแก้แค้นให้แก่เจ้าเอง ”
อู่ อวี้ กล่าวกับผู้นำหญิงในจิตใจของเขา
ไม่ใช่ อู่ อวี้ เป็นผู้สังหารนาง แต่เป็น จาง ฝูถู เขา
ตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่ให้นางมีชีวิตอยู่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ