กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 198 : กฏของผูมาใหม
คนทั้งห้าล้วนแสดงสีหน้าอบอุ่นมีน้ำใจ ขณะจ้องมอง
ไปทาง อู่ อวี้
บัดนี้คนอื่น ๆ รวมทั้ง จาง ฝูถู ได้หายกันไปหมดแล้ว
แม้ จาง ฝูถู บอกว่าตนเองจะกลับไปยัง เทือกเขาซู
ซัน แต่ อู่ อวี้ คาดว่า เขาจะต้องคอยจับตาดูตัวเขา
อยู่ในความมืดอย่างแน่นอน
ศิษย์พี่ทั้ง 3 แสดงท่าทางราวกับว่าสนิทชิดเชื้อกับ อู่
อวี้ เป็นอย่างดี พวกเขาก้าวไปข้างหน้าโอบไหล่ของ
อู่ อวี้ พร้อมกับยิ้มแล้วกล่าวว่า ” อาจารย์ของเรา
ช่างขาดความรับผิดชอบเสียจริง ๆ ในตอนที่เขารับ
ข้าเป็นศิษย์ครั้งแรกกลับทิ้งข้าเอาไว้ที่นี่ จากนั้นเขาก็
บินกลับไปที่ ‘เขตแดนกระบี่ปฐพี’ หลังจากผ่านไป
หนึ่งปี ถึงจะก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง แถมยังต้องให้ข้ามา
นั่งรอเช่นนี้อีก ”
” เขาไม่ค่อยใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่ในวิหารฝูถูเจ้ารู้
หรือไม่ ? ” คนที่มีรูปร่างไม่สูงนัก กำลังโอบไหล่ของ
อู่ อวี้ เอ่ยขึ้น เขารู้สึกไม่ชอบผู้คนเหล่านี้เท่าไหร่นัก
ทั้งยังคอยระมัดระวังตัวตั้งแต่ก้าวย่างมาถึง
เนื่องจากรอยยิ้มของคนพวกนี้ไร้ซึ่งความจริงใจสิ้นดี
ซึ่งไม่เหมือนกับ โม่ ซือซู แม้แต่น้อย
โจวซวน ตบต้นขาของตนเองพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ”
แน่นอนว่าการจะเป็นศิษย์ของ ผู้อยู่ในมหาวงจรสี่วิถี
กระบี่ และจนมาถึงจุดนี้ได้นั้นไม่ง่ายดายเลย? ตลอด
1 ปี การได้พบเขาสักครั้งหนึ่งก็ถือว่าดีมาก
แล้ว อย่าสนใจเรื่องราวเหลวไหลที่ข้าเล่าเลย เอา
เป็นว่าศิษย์พี่ผู้นี้จะพาเจ้าไปส่งที่ ยอดเขาเฉียนฝู เอง
ในเมื่อ หวงเฉิง ตกตายกลายเป็นผีไปแล้ว อาาา∼
ยอดเขาเฉียนฝูช่างเป็นสถานที่ ๆ ดี ข้าล่ะอิจฉาเจ้า
เสียจริง ๆ ”
จากนั้นคนที่เหลืออีก 4 คนก็เข้ามากล่าวคำทักทาย
กับเขา ในตอนนั้นเองทุกคนก็นำศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ออกมา พร้อมกับสาวเท้าขึ้นไปบนกระบี่ แล้วใช้
เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ คนทั้ง 5 นี้ ล้วนมีฝีมืออยู่ใน
ระดับ สร้างแกนนภา
อู่ อวี้ แอบสังเกตพวกเขาอย่างลับ ๆ พบว่าคน
เหล่านี้ยังมีอายุอ่อนเยาว์มากนัก พวกเขาทั้งหมดต่าง
มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ หวันเทียน หยู๋เซวีย แต่
กลับมีระดับฝีมืออยู่ในขั้นสร้างแกนนภา อีกทั้งยังมี
ระดับการฝึกตนไม่ได้ด้อยไปกว่า เฟิง ซัวหยา แต่
ประการใด แต่ระดับฝีมือของพวกเขากลับถือว่าดาด
เดื่อน หาพบเจอได้ง่ายในสถานที่แห่งนี้
” ผู้มีพรสวรรค์ที่แท้จริงภายใน นิกายเซียนซูซัน จะ
แข็งแกร่งถึงเพียงใดกันนะ ? ” ในใจของ อู่ อวี้ อด
ไม่ได้ที่จะบังเกิดคำถามนี้ขึ้น
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกไป ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่ง
แสดงท่าทางเห็นอกเห็นใจ พร้อมกับกล่าวว่า ” เดี๋ยว
ก่อน พาศิษย์น้องของเจ้ามาด้วยสิ ในเมื่อฝีมือของ
เจ้ายังไม่ถึงขั้นสร้างแกนนภา แล้วเขาจะบินได้
อย่างไร… ? ”
ในความเป็นจริง พวกเขาต่างเตรียมพร้อมที่จะออก
เดินทางกันแล้ว
” โอ้ะ! จริงสิ ศิษย์น้อง ข้าลืมไปเสียสนิท ฮ่าๆศิษย์
น้อง… ”
เพียงแค่ โจวซวน เอ่ยปากขึ้น อู่ อวี้ ก้าวขึ้นมาบน
ดาบ แล้วบินติดตามพวกเขาไปทันที วิชาที่ อู่ อวี้ ใช้
ดูเหมือนกับเคล็ดกระบี่บินจักรพรรดิทุกประการ ซึ่ง
สิ่งนี้เป็นเหมือนกับการตบหน้า โจวซวน และ พรรค
พวกของมันฉาดใหญ่
“เหตุใดเจ้าถึงใช้กระบี่บินได้ ในเมื่อเจ้าผู้อยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณเท่านั้น!” โจวซวน ด้วยน้ำเสียง
ตกตะลึงปนเศร้าหมอง เนื่องจากมันเตรียมตัวที่จะ
ปล่อยให้ อู่ อวี้ ติดตามไล่ล่าพวกมันจากบนพื้นดิน
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นมาอย่างแผ่วเบาว่า ” เป็นเพราะ
รากฐานเซียนชนิดพิเศษ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงสามารถใช้
กระบี่บินได้ ข้าคงต้องรบกวนศิษย์พี่ให้ช่วยนำทาง”
แท้จริงแล้วเขาค่อนข้างเกียจคร้าน จัดการกับคน
เหล่านี้ นิกายเซียนซูซัน ช่างกว้างใหญ่ไพศาล ยังคง
มีสิ่งน่าสนใจต่าง ๆ มากมายดึงดูดเขาอยู่ แต่
ในตอนนี้ เขากำลังอยู่ท่ามกลางการรวมกลุ่มของผู้ที่
หิวโซกลุ่มใหญ่
” เยี่ยม! งั้นก็รีบตามข้ามาให้ไว! ” โจวซวน กับ พรรค
พวกของมัน ต่างมองหน้ากัน หลังจากนั้นก็รีบเร่ง
ความเร็วในทันที ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสิ่งที่พวกเขาทำ
ดูเหมือนว่าต้องการหยอกล้อ อู่ อวี้ ด้วยเหตุนี้พวก
เขาจึงเร่งความเร็วกันอย่างเต็มที่ ซึ่งมันเป็นความเร็ว
ที่เหนือกว่า เฟิง ซัวหยา
อู่ อวี้ ไม่ได้ตั้งใจแข่งขันกับพวกเขา แต่เขาก็ยังคง
เป็นตามติดอยู่เบื้องหลังของพวกเขาเสมอ
ผืนแผ่นดินเต็มไปด้วยหิมะแลน้ำแข็งปกคลุม บรรพต
แลสายนที มากมายนับไม่ถ้วน ลำแสงกระบี่บิน
ฉวัดเฉวียนขับเคลื่อนผ่านบนฟากฟั้า ส่งเสียงหวีด
หวิวด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แหวกผ่านม่าน
เมฆ แต่ไร้ซึ่งผู้คนสามารถเหลือบแลเห็น
โจวซวน ย้อนกลับไปมองด้านหลัง ซึ่งยังคงเห็น อู่
อวี้ บินติดตามด้านหลังของพวกเขามาติด ๆ ทำให้
มันรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันลอบ
กล่าวกับตนเองว่า ” เจ้าเด็กคนนี้ เพิ่งอยู่ในระดับ
หลอมรวมลมปราณเท่านั้น แต่กลับสามารถควบคุม
กระบี่บินขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ! ”
” เห็นได้ชัดว่าผู้มาใหม่ ไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่นัก
เพิ่งมาใหม่ แต่กลับมาแสดงความโอหังเหิมเกริมต่อ
หน้าพวกเรา โจวซวน ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป
หลังจากนี้ เขาคงไม่เห็น เราศิษย์พี่ทั้ง 3 อยู่ใน
สายตาเป็นแน่ ” ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่หญิงกล่าวออกมา
ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
” สำหรับ หวงเฉิง ยังพอเข้าใจได้ เนื่องจากว่ามันทำ
ให้ท่านอาจารย์ผิดหวังตั้งแต่เริ่ม ส่วน อู่ อวี้ ก็ไร้ซึ่ง
หัวนอนปลายเท้า แต่กลับได้รับตำแหน่งของ หวงเฉิง
เอาดื้อ ๆ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ที่อยู่มา
นานกว่า ฉะนั้นวันนี้เราจะสั่งสอนผู้มาใหม่ ให้รู้จักยำ
เกรงเคารพพวกเรา ” โจวซวน แอบกล่าวกับคนอื่น
ๆ
” ถึงแล้ว ”
ในที่สุดก็มาถึง ยอดเขาเฉียนฝู โดยใช้เวลาเพียงชั่ว
พริบตา อู่ อวี้ ติดตามพวกเขาจนมาถึงอาณาเขตของ
ตนเอง
ขณะเดียวกันเขาก็จ้องมองไปยังยอดเขาของตนเอง
กล่าวตามตรงยอดเขาในนิกายเซียนซูซัน ไม่ได้คึกคัก
ดูมีชีวิตชีวาเท่าใดนัก ไม่มีแม้แต่สาวกรับใช้ อนาคต
ภายภาคหน้าย่อมมีเพียง อู่ อวี้ คนเดียวที่อยู่ที่นี่
แม้ยามนี้ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่ก็ยังคง
เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความแข็งแกร่ง มีต้นสนหิมะ
ขึ้นปกคลุมหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีพฤกษาพันธุ์ไม้
นานาชนิด เติบโตงอกขึ้นอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ บางที
พวกมันอาจดูดซับพลังฟั้าดินให้จนทำให้พืชพันธุ์
เหล่านี้มีความแข็งแกร่งมาก อีกทั้งพวกมันยังท้วม
ท้นไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ ผกามาศชูช่อเบ่ง
บานล้วนถูกเกล็ดหิมะปกคลุม ขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้ง
ยอดเขาและที่ราบ ช่างดูงดงามอย่างยิ่ง
ระหว่างที่ยอดเขาลูกนี้แลต้นสน ล้วนถูกปกคลุมไป
ด้วยเกล็ดหิมะ แต่กลับอุดมไปด้วยกลิ่นอายพลังฟั้า
ดินหนาแน่นอย่างยิ่ง ท่ามกลางบรรดาวัง และ วิหาร
หลายแห่งซึ่งถูกก่อตั้งขึ้น
อู่ อวี้ แลคนอื่น ๆ ร่อนถลาลงยังพื้นที่เปิดโล่งบน
ยอดเขา แต่อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่ปรารถนาที่จะลงไป
พร้อมกับคนเหล่านี้ เขาจึงแสดงท่าทางอ่อนน้อม
พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” ขอบคุณพี่ชายทั้งหลายที่นำ
ทาง อู่ อวี้ จนมาถึงได้ในที่สุด ข้ายังมีเรื่องที่ต้อง
เรียนรู้เกี่ยวกับนิกายเซียนอีกมาก ฉะนั้นข้าจึงขอ
ล่วงหน้าลงไปก่อน ”
แท้จริงแล้ว โจวซวน ไม่ใช่คนดีเฉกเช่นภาพลักษณ์ที่
มันปันแต่งขึ้น มันก้าวมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าของ อู่
อวี้ ดวงตาเปิดกว้างพร้อมกล่าวว่า ” ศิษย์น้อง ดู
เหมือนจะไม่ค่อยถูกต้องนัก ศิษย์พี่ชายหญิงหลาย
คน อุตส่าห์ดั้นด้นทนลำบากมาส่งเจ้าถึงที่นี่ แล้วเหตุ
ใดเจ้าถึงขับไล่ไสส่งพวกเราเช่นนี้? มันไม่ดูหยาบคาย
เกินไปหน่อยหรือ? ที่นี่คือ นิกายเซียนซูซัน มันคือ
สถานที่ซึ่งมีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ยอดเขาของเจ้า เข้าใจ
หรือไม่?”
อู่ อวี้ ไม่ใช่คนขี้ขลาด ถึงแม้ฝั่ายตรงข้ามจะแสดง
ท่าทีของข่มขู่คุกคามออกมาเช่นนี้ เขาไม่ได้สะดุ้ง
สะเทือนกับคำพูดเหล่านั้น พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ”
พี่ชาย ข้าต้องทำเช่นไรถึงจะเรียกว่าสุภาพ?”
โจวซวน กับคนทั้ง 4 ต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน
หลังจากนั้นพวกเขาต่างก็เปล่งเสียงหัวเราะกันขรม
แล้วกล่าวว่า ” ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
สำหรับเจ้า แต่นิกายเซียนย่อมมีกฎของนิกายเซียน
พวกเราเองก็โดนบททดสอบนี้ ตั้งแต่ก้าวเหยียบเข้า
มาตั้งแต่แรก มันคือประเพณีสืบทอดสำหรับพวกเรา
แล้วเราก็จะเมตตาส่งต่อมันให้แก่เจ้า ในฐานะเจ้าผู้
ซึ่งเป็นน้องใหม่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความ
ผูกพัน ซึ่งมันจะช่วยพวกเราเหล่าพี่น้องมีสาย
สัมพันธ์แน่นแฟั้นมากขึ้นในอนาคต เจ้าเข้าใจ
หรือไม่? ”
โจวซวน สาธยายออกมาอย่างรื่นรมย์ ราวกับว่ามัน
คือความจริงอันแน่แท้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
อู่ อวี้ เข้าใจดีว่า คนพวกนี้มองเห็นเขาเป็นเพียงผู้มา
ใหม่ อีกทั้งความแข็งแกร่งของเขา เรียกได้ว่าอยู่ใน
ระดับเริ่มต้นเท่านั้น ทั้งยังด้วยอายุยังน้อย ไม่มีภูมิ
หลังที่ทรงอำนาจ จึงได้ถูกข่มขู่รีดไถเช่นนี้
เขายิ้มขึ้นแล้วเอ่ยถามว่า ” ศิษย์พี่คิดว่า วิธีไหนจะ
เป็นวิธีที่ดีที่สุด?”
ความจริงแล้วเขารู้ดีว่า การที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา
แทนที่ตำแหน่งของ หวงเฉิง อย่างไม่ทราบที่มาที่ไป
อาจทำให้บางคนรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
จาง ฝูถู ได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมีชาติกำเนิดต่ำต้อย
เมื่อ โจวซวน เห็น อู่ อวี้ ทำท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว
มันก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “มัน
ง่ายดายอย่างยิ่ง ในหมู่ ‘ของกำนัลต้อนรับเข้านิกาย’
มีเม็ดยาสร้างแกนนภาอยู่ 5 เม็ด หลังจากนั้นเจ้า
จะต้องรวบรวมมาอีก 10 เม็ด กลายเป็น 15 เม็ด
แล้วแบ่งให้พวกเราเหล่าพี่น้องทั้ง 5 คน คนละ 3
เม็ด ถือเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เท่านั้น ถือเป็น
การลงทุนสู่อนาคตภายภาคหน้า โดยมีพวกข้าเหล่า
ศิษย์ที่เป็นผู้คอยปกปั้องคุ้มกัน ไม่ให้ผู้ใดมากลั่น
แกล้งรังแกเจ้าได้”
ในตอนนี้ เม็ดยาสร้างแกนนภา คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ยังไม่
เต็มใจที่จะใช้มัน เม็ดยาสร้างแกนนภา 1 เม็ด มีค่า
เทียบเท่ากับการดูดซับวิญญาณเซียนซึ่งมีเส้น
วิญญาณ กล่าวได้ว่าเม็ดยานี้มีอำนาจพลังมากกว่า
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณกว่าร้อยเท่า
“สิบห้าเม็ด? ท่านเป็นสิงโตที่รออ้าปากกว้างตะครุบ
เหยื่อหรือไง ศิษย์พี่โจว ท่านกับข้าเป็นศิษย์ของเจ้า
วิหารเช่นเดียวกัน แต่ท่านกลับรวมกลุ่มคนจาก
ภายนอก เพื่อรีดไถศิษย์น้องของตนเอง ท่านไม่กลัว
ว่าเจ้าวิหารจะลงโทษหรืออย่างไร?” อู่ อวี้ หุบยิ้ม
พร้อมกับแสดงสีหน้าหนาวเย็น เขามีลางสังหรณ์ว่า
วันนี้ตัวของเขาจะไม่สามารถปิดซ่อนตัวตนไว้ได้อีก
ต่อไป
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ อู่ อวี้ พวกมันก็พากันหัวเราะ
จนท้องแข็ง ราวกับว่าพวกมันกำลังฟังเรื่องตลกอย่าง
ถึงที่สุด แม้กระทั่งในเวลานี้ สีหน้าของพวกมันก็ยัง
สั่นกระตุกไม่หยุด
“เจ้าวิหารย้อนกลับไปที่ เขตแดนกระบี่ปฐพีแล้ว อีก
1 ปีท่านถึงจะกลับมา เจ้านี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!”
“นอกจากนี้รองเจ้าวิหาร ก็ยุ่งกับภารกิจของตนเอง
ผู้ใดจะมาใส่ใจคนโง่งมอย่างเจ้า!”
” พวกมาใหม่ยังไงก็เป็นพวกมาใหม่อยู่วันยังค่ำ เห็น
ว่ากันว่าเจ้ามาจากดินแดนทางทิศตะวันตกออกอัน
แสนห่างไกล สถานที่แห่งนั้น แห้งแล้งทุรกันดารมาก
เลยใช่หรือไม่? เอาจริงๆก็ช่วยไม่ได้หรอก เขตแดน
กระบี่ปฐพี เป็นสถานที่วิเศษซะขนาดนั้น การที่
นานๆทีท่านอาจารย์จะกลับมายังที่นี่ก็ย่อมเป็นเรื่อง
ธรรมดา เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่า ตนเองกลายเป็นศิษย์
ของท่านอาจารย์แล้ว พอเข้ามาอยู่ใน นิกายเซียนซู
ซัน จะทะยานขึ้นสู่ท้องนภาได้?”
พวกเขาต่างดูถูกเหยียดหยาม หัวเราะเยาะเย้ยใน
ความโง่เขลาของ อู่ อวี้ เสียงหัวเราะดังมากว่าหนึ่ง
จนพวกมันแทบจะล้มไปนอนกลิ้งอยู่บนพื้นดิน
ในวันแรกที่ก้าวย่างเข้ามาภายใน นิกายเซียนซูซัน
เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมาพบเจอกับคนเช่นนี้
“สถานที่แห่งนี้คือนิกายเซียน ซึ่งถือเป็นนิกายที่มีการ
แข่งขันมากที่สุด เฉกเช่นดังคำกล่าวที่ว่า พนาสัณฑ์
ยิ่งกว้างใหญ่ขึ้น ย่อมมีวิหคนานาชนิดอยู่ ข้าไม่ควร
ทุ่มเทใส่ใจกับ จาง ฝูถู มากจนเกินควร เนื่องจากคน
เยี่ยงเขามีอยู่จำนวนไม่น้อยภายในนิกายเซียน ”
“ถึงมันจะผิดกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย ในทวีปแห่งนี้
สำหรับเหล่าพรรคนิกายชั้นนำแล้ว มีการแข่งขัน
ภายในสูงล้ำเสียยิ่งกว่า นิกายกระบี่สวรรค์ นับหมื่น
เท่า ภายใน นิกายกระบี่สวรรค์ ข้ากลายเป็นศิษย์
ของเจ้านิกาย กล่าวได้ว่าเกือบจะมีฐานะสูงสุดในนั้น
แล้ว แต่สำหรับที่นี่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลยิ่ง
นัก ผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่า ข้าจะมีโอกาสได้ก้าวหน้า
หรือไม่”
“สิ่งสำคัญก็คือ ยืนหยัดมุ่งมั่น แน่วแน่ตั้งใจสู่การ
บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน ในขณะเดียวกัน ก็ไม่หวั่น
เกรงต่อการต่อสู้!”
จิตใจของเขาตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเล ดังนั้น
เมื่อเห็นอีกฝั่ายหัวเราะเยาะตนเอง เขาจึงกล่าวขึ้น
อย่างเด็ดเดียวว่า “ เม็ดยาสร้างแกนนภา แค่เม็ด
เดียวก็ให้ไม่ได้ ถ้ายังไม่จากไปตั้งแต่ตอนนี้ ก็อย่ามา
หาว่าข้าไม่เกรงใจ อย่างน้อยในอนาคตเรายังอาจ
เป็นสหายกันได้ มิเช่นนั้น…”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ พวกมันก็พากันหัวเราะออกมา
หนักมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางหมอกเซียน พวกมันสวมใส่
ชุดคลุมกระบี่ ดูองอาจสง่างาม แต่ในเวลานี้ดูน่า
เกลียดน่ากลัวอย่างยิ่ง
“มิเช่นนั้น เจ้าจะทำอะไรพวกเรารึ ?” โจวซวนเอ่ย
ถามขึ้น
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ใช่ฝั่ายที่ลงมือโจมตีก่อน เขามอง
ไปที่ โจวซวน ด้วยดวงตาหนาวเย็น พร้อมกับเดินไป
ที่พระราชวังของยอดเขาเฉียนฝู โดยเมินเฉยต่อพวก
มันโดยสมบูรณ์
” เจ้ากล้าเดินจากไปเช่นนั้นรึ ? ” ทันทีที่กล่าว สีหน้า
ของมันก็เย็นเฉียบลงทันที เช่นเดียวกับผู้คนที่อยู่ข้าง
ๆ บัดนี้พวกมันทั้ง 4 แสดงสีหน้าโกรธเคืองเป็นอย่าง
ยิ่ง โดยไร้ซึ่งคำกล่าวใด หลังจากนั้นพวกมันก็หยิบ
ศาสตราเต่าเชื่อมจิตออกมา เกิดเสียงหวีดหวิวดังขึ้น
มาจาก 4 ทิศทาง จากนั้นพวกมันก็เข้าสกัดกั้น
เส้นทางของ อู่ อวี้ จนสิ้น โจวซวนได้เข้าเหนี่ยวรั้ง
แขนของเขาเอาไว้ พร้อมกับกล่าวขึ้นด้านหลัง อู่ อวี้
ว่า ” แค่เม็ดยาสร้างแกนนภา 15 เม็ด ตอนที่ข้ามา
ครั้งแรก ข้าเองก็เคยทำมันมาก่อน แล้วเจ้ามัวทำ
อะไรอยู่ มัวรีรอชักช้าอยู่ไย ? อู่ อวี้ ข้าขอเตืนเจ้า
เป็นครั้งสุดท้าย หากเจ้าแหกกฎ ไม่ยอมส่งมอบเม็ด
ยาสร้างแกนนภาให้เราแต่โดยดี นับจากนี้ข้าศิษย์พี่
จะทำให้เจ้าได้รู้ว่าตนเองตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ ”
แท้จริงแล้วมันไม่ใช่กฎ หรือ ธรรมเนียมปฏิบัติของ
นิกายเซียนซูซัน แต่ประการใด มันเป็นเพียงส่วน
หนึ่งของการรีดไถในวิหารเท่านั้น อย่างเช่น วิหารฝูถู
แห่งนี้ โจวซวน มักข่มขู่รีดไถศิษย์ผู้มาใหม่ ทำให้มัน
ได้รับ เม็ดยาสร้างแกนนภา เป็นจำนวนมากจาก
และคนส่วนใหญ่ย่อมไม่กล้าปริปากเอ่ยสิ่งใดออกมา
เนื่องจากรองเจ้าวิหารเองไม่ค่อยเต็มใจจะจัดการ
เรื่องต่าง ๆ เท่าใดนัก ส่วน จาง ฝูถู ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ อีก
ทั้งมันยังเป็นศิษย์ของ จาง ฝูถู ดังนั้นผู้มาใหม่ จึงทำ
ได้เพียงอดทนส่งมอบสิ่งของให้แก่มัน เพื่อให้
เรื่องราวผ่านพ้นไป
เมื่อ อู่ อวี้ แสดงท่าทางไม่แยแส พร้อมกับเดินก้าว
ต่อไป
สิ่งนี้ได้กระตุ้นโทสะของเขาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้พวก
มันต้องเสียหน้า
” มีระดับฝีมืออยู่เพียงแค่ หลอมรวมลมปราณ ช่างไม่
รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียนี่กระไร โง่เง่าสิ้นดี ตอนนี้เจ้าหนีไป
ไหนไม่ได้แล้ว เดี๋ยวศิษย์พี่ผู้นี้ จะชี้แนะสั่งสอนเจ้า
เอง ” โจวซวน ชักกระบี่ยาวออกมา พวกมันคือผู้ฝึก
ตนในวิถีกระบี่ดั้งเดิม ดังนั้นเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่ของ
พวกมัน จึงกล่าวได้ว่าเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะ
เป็นท่วงท่าหรือการจับกระบี่ ทั้งอักขระเวทย์ที่
ปรากฏขึ้น ล้วนให้ความรู้สึกถึงความดั้งเดิมแลเก่าแก่
โบราณอย่างยิ่ง
เชร้ง!
โจวซวน ฟาดฟันกระบี่
ในขณะนั้นสายตาของ อู่ อวี้ เย็นยะเยือกเย็นสุดขั้ว
สองมือถือกระบี่ทั้งสองเล่มเอาไว้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ