กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 200 : จิตเทวะ คนหาเตา
ณ เทือกเขาฝูถู บนจุดสูงสุดของ ยอดเขาเฉียนฝู อู่
อวี้ กำลังนั่งอ่านตำราทั้ง 4 ภายในกระท่อมไม้ ซึ่งใน
ตอนนั้นบริเวณด้านนอกก็ปรากฏร่างลึกลับของคน
ทั้งหก ผู้นำคนกลุ่มนี้ก็คือ จาง ฝูถู
เขายืนเอามือไพล่หลัง ดวงเนตรลึกล้ำสง่างาม
” ศิษย์พี่จาง คนผู้นี้สามารถเอาชนะผู้มีฝีมืออยู่ใน
ระดับสร้างแกนนภา ขั้นที่สอง ได้จริง ๆ เช่นนั้นรึนี่?
” รองเจ้าวิหารเอ่ยถาม
จาง ฝูถู ส่ายศีรษะ
เป็นเพราะชัยชนะที่ อู่ อวี้ ได้มานั้นเกิดจาก ยันต์
อัสนีล่าวิญญาณ
ชายผู้หนึ่งยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าคิดไว้แล้วเชียว ว่าเด็ก
หนุ่มผู้นี้ไม่น่าจะมีฝีมือแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น แม้มันผู้
นี้จะมาจากดินแดนแห้งแล้งทุรกันดาร แต่
ความก้าวหน้าของมันช่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ยัง
สามารถชนะผู้อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา ได้ เด็กหนุ่มผู้
นี้มีคุณสมบัติมากเพียงพอ ให้พี่ชายจางรับมันเป็น
ศิษย์! ”
ชายอีกผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า ” การที่เขาจะสามารถ
แข็งแกร่งจนถึงขั้นสูงสุดเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง แต่
การรุกราน หรือ สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้อื่น ไม่ช้า
ก็เร็วเขาจะต้องได้รับบทเรียน อันหนักหนาสาหัส ”
จาง ฝูถู กล่าว ” ไม่มีปัญหา ให้เขาได้รับบทเรียนไป
เยอะๆนั่นแหละดีแล้ว เพราะมันจะทำให้เขายิ่ง
เติบโตได้รวดเร็วขึ้น เวลาจะแสดงออกมาให้เห็นเอง
เอาเถอะ… ทุกคนแยกย้ายกันได้แล้ว ”
อีกผู้หนึ่งไต่ถามขึ้น ” ท่านเจ้าวิหาร หากท่านกลับไป
ยังอาณาเขตกระบี่ปฐพี แล้วถ้าหากเด็กหนุ่มผู้นี้ถูก
ข่มเหงรังแก พวกเราจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไป
ช่วยเหลือหรือไม่? ”
จาง ฝูถูเจ้ากล่าวว่า ” ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ปฏิบัติ
กับเขาเฉกเช่นสาวกสามัญทั่วไป จะเป็นเรื่องดี
สำหรับการฝึกฝนของเขา ”
มีผู้หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” พี่ชายจาง มีเจตนาดีเยี่ยงนี้
หากอนาคตภายภาคหน้าเขาประสบความสำเร็จ เขา
คงจะต้องขอบคุณท่านอย่างยิ่ง”
จาง ฝูถู เผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา แต่คนที่อยู่
เบื้องหลังของเขาไม่อาจมองเห็นรอยยิ้มนี้ได้ หว่างคิ้ว
ของเขายังคงย่นเข้าหากัน เนื่องจากภายในใจลึก ๆ
ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยอยู่เล็กน้อย
เมื่อเขาออกจากที่นี่ไปยัง นิกายเซียนซูซัน ก่อนไป…
เขาได้สั่งให้รองเจ้าวิหาร จับตาดูการเคลื่อนไหวของ
อู่ อวี้ กับ โจวซวน หลังจากนั้นให้คอยแจ้งความ
เคลื่อนไหวต่อ จาง ฝูถู อย่างลับ ๆ แต่ทว่า จาง ฝูถู
ก็ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะได้เห็นข้อพิพาทขัดแย้ง
ระหว่าง อู่ อวี้ กับ โจวซวน เช่นนี้
” พวกเราทั้งหมดแยกย้าย ท่านเจ้าวิหารไม่ต้องการ
ให้พวกเรารบกวนเด็กหนุ่มผู้นี้ ”
รองเจ้าวิหารหลายคน ต่างแยกย้ายกลับไปยังอาณา
เขตของตนเอง เนื่องจากพวกเขาต่างมีสิ่งสำคัญที่
ต้องกระทำ นั่นก็คือทะลวงผ่าน ก้าวข้ามเข้าสู่ระดับ
ฝีมือในขั้นต่อไป มุ่งมั่นปรารถนาให้ตนเองป็นหนึ่งใน
มหาวงจรสี่วิถีกระบี่ ในระดับกระบี่ปฐพี
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่า เพียงข้อพิพาทขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย
ๆ นี้ กลับถูก จาง ฝูถู เฝั้าสังเกตการณ์จากด้านนอก
” เส้นทางมุ่งสู่อนาคตภายภาคหน้า ไร้ซึ่งอาจารย์
สอนสั่ง ไร้ซึ่งศิษย์พี่น้องคอยช่วยเหลือ ข้าจะต้อง
ก้าวเดินด้วยลำแข้งของตนเองเท่านั้น! ”
เขาคอยพร่ำเตือนตัวเอง ว่าที่นี่คือ นิกายเซียนซูซัน
เขาสงบจิตใจลง จากนั้นก็เริ่มต้นอ่านตำราสำคัญทั้ง
4 เล่ม ในบรรดาตำราบันทึกทั้งหมด ‘ตำรารวม
ประวัติศาสตร์ทวีปตงเสิ้ง ’ เป็นตำราที่หนามากที่สุด
เนื้อหารายละเอียดมากที่สุด และ ใช้เวลาในการอ่าน
ทำความเข้าใจยาวนานที่สุด ส่วน ‘ กฎนิกายซูซัน ’
กับ ‘บันทึกบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน ’ มีเนื้อหาน้อย
กว่า ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเริ่มต้นเล่มที่มีเนื้อหามากที่สุด
อย่าง ‘กฎนิกายซูซัน ’ จากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตา
อ่านมันอย่างขะมักเขม้น
หลังจากอ่านอย่างละเอียดรอบครอบแล้ว เขาก็
พบว่า กฎนิกายซูซัน มีความเกี่ยวข้องกับ ปีศาจ
และ ผู้ฝึกตนนอกรีต เป็นอย่างมาก อีกทั้ง นิกาย
เซียนซูซัน ยังมีกฎระเบียบเข้มงวดอย่างยิ่ง กฎซูซัน
ได้บัญญัติเอาไว้ว่า สาวกของนิกายห้ามข้องแวะกับ
ปีศาจ และ ผู้ฝึกตนนอกรีตอย่างเด็ดขาด หากตรวจ
พบจะถูกขับไล่ออกจาก นิกายเซียนซูซัน ในทันที
ปีศาจ กับ ผู้ฝึกตนนอกรีต เปรียบเสมือนกับความชั่ว
ร้าย หากสาวกซูซันคนใดพบเห็นต้องให้รีบกำจัดทิ้ง
เสียให้สิ้น เพื่อยึดมั่นส่งเสริมในแนวทางที่ถูกต้อง
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับสาวก สาวกในนิกายเดียวกันห้ามมิ
ให้เข่นฆ่ากันเองโดยเด็ดขาด หากประลองชี้แนะกันก็
ห้ามกระทำให้คู่ประลองได้รับบาดเจ็บสาหัส หาก
เกิดข้อพิพาทขัดแย้งจนถึงขั้นสูญเสียชีวิต หรือ ไม่
อาจอยู่ร่วมใต้ฟั้าเดียวกันได้ ต้องแจ้งเจตจำนงแก่เจ้า
วิหาร เพื่อเข้าสู่ ‘ สนามประลองเป็นตาย ‘ แต่โอกาส
ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น มีความเป็นไปได้น้อยมาก
อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดถึงข้อพิพาทที่อันเกิดขึ้น
ระหว่างตัวเขา กับ โจวซวน ในเรื่องที่พวกมันบีบ
บังคับรีดไถ ให้เขาส่งมอบ เม็ดยาสร้างแกนนภา
ถึงแม้จะมีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ตราบใดที่
ข้อพิพาทนั้นไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ก็ถือว่าได้รับ
อนุญาต
ในบันทึกได้ระบุเอาไว้ว่า สถานที่บางแห่งเป็นสถานที่
อันห้ามใช้กำลัง หากฝั่าฝืนก็จะถูกจับคุมขัง ซึ่งคุกคุม
ขังของนิกายเซียนซูซัน ไม่ได้เสมือนกับห้องขังเดี่ยว
ของ นิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งหากเป็น นิกายเซียนซู
ซัน ผู้ที่คุมขังส่วนใหญ่ก็จะเป็นปีศาจ และ ผู้ฝึกตน
นอกรีต ซึ่งพวกมันจะได้รับความทุกข์ทรมานเสียยิ่ง
กว่าตกตาย ซึ่งดูเหมือนว่าคุกคุมขังจะมีอยู่หลาย
ระดับ เมื่อศิษย์กระทำความผิด ก็มีแนวโน้มว่าจะถูก
คุมขังอยู่ภายในคุกที่คุมขังปีศาจ ซึ่งน่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง
หลังจากอ่าน ‘ กฎนิกายซูซัน ’ อู่ อวี้ ก็พบว่าข้อมูล
ในนี้สำคัญกับเขาอย่างยิ่ง กฎระเบียบเหล่านี้จึง
จำเป็นต้องท่องจำอย่างขึ้นใจ
เขาใช้เวลากว่า 3 วัน เพื่อจดจำกฎระเบียบข้อบังคับ
นับร้อยข้อ เหล่านี้ให้ขึ้นใจ
หลังจากทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ในที่สุดก็
ถึงเวลาที่จะเปิดตำราอีกเล่ม ภายในจิตใจของเขา
กำลังตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือ ‘บันทึกบำเพ็ญ
เพียรเป็นเซียน’ บันทึกเล่มนี้แนะนำรายละเอียด
เกี่ยวกับการฝึกตนบำเพ็ญกลายเป็นเซียน
อู่ อวี้ เปิดข้ามการแนะนำระดับ หลอมรวมลมปราณ
ไป หลังจากคร่ำเคร่งอ่านอยู่ประมาณครึ่งวัน เขาก็
จะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
แม้ว่าจะเรียบง่าย แต่หลังจากการทำความเข้าใจ
หัวใจของเขาก็ยังคงรู้สึกตื่นตระหนก ภายในหัวใจ
คำรามกู่ก้อง นั่นเป็นเพราะว่า ในที่สุดเขาก็รู้หนทาง
ว่าจะสามารถ กลายเป็นเซียนอมตะอย่างแท้จริงได้
อย่างไร
การที่จะเข้าสู่ระดับ สร้างแกนนภา ประการแรก
จะต้อง หลอมรวมลมปราณ ให้สำเร็จเสร็จสิ้น
จากนั้นก็ทำการหลอมรวมบัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 10
จุด ไว้ในจุดชี่ห่าย ก่อรูป ‘แกนกำเนิด’ (ต้นกำเนิด
พลังแห่งแกนนภา) ภายในแกนนภา แปรเปลี่ยน
ยกระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ให้สูงยิ่งขึ้น หลังจากควบแน่น
สร้างแกนนภาเสร็จสิ้น ภายในแกนนภาจะสามารถ
จุด ‘เพลิงอมตะ’ ซึ่งเพลิงอมตะนี้สามารถใช้ในการ
หลอมสร้างศาสตราเต๋า แลปรุงเม็ดยาอมตะได้
เมื่อเข้าสู่ระดับสร้างแกนนภา เนื่องจากคนเรามี
ความแตกต่างกัน ประสิทธิภาพจึงย่อมแตกต่างกัน
ไปด้วย คุณภาพของแกนนภานั้นถูกแบ่งออกเป็น 3
สี ได้แก่ สีทองอ่อน สีทอง และ ทองเข้ม แต่ถ้าหากมี
เมฆหมอกลอยล้อมรอบ แกนนภา ระดับของแกน
นภาก็จะสูงขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งระดับของ แกนภา
ยังส่งผลต่อการก่อรูป เพลิงอมตะ ผู้ฝึกตนที่มีแกน
นภาอยู่ในระดับสูง ถึงแม้จะอยู่ในระดับพลังขั้น
เดียวกันแต่พลังจากแกนกำเนิด และ เพลิงอมตะ ที่
ปลดปล่อยออกมาก็จะแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกัน
มาก นอกจากนี้ยังมีพลังอำนาจ ในการต่อสู้ รวมถึง
ความสามารถในการ หลอมสร้างเม็ดยาอมตะ จะอยู่
เหนือยิ่งกว่าผู้ฝึกตนสามัญทั่วไป
แกนนภาแบ่งออกเป็น 10 ขั้น ใน 5 ขั้นแรกจะเป็น
การเติบโตของแกนนภาขึ้นทีละขั้น จากขนาดเล็ก
เท่านิ้วก้อย ไปจนถึงขนาดเท่ากับไข่ จากนั้นจะเป็น
การยกระดับแกนนภาไปสู่ขั้นต่อไป
หลังจากบรรลุสู่ขั้น 5 จำเป็นต้องทำการ ‘หนึ่งคน
หนึ่งแกนผสานเป็นหนึ่ง’ หลังจากนั้นจึงจะสามารถ
ฝึกฝน มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ วิถีแรกประทับลง
บนแกนนภาได้
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้ทราบถึงข้อมูลของ มหาวิถีเต๋า
เชื่อมต่อสวรรค์ ซึ่งมันมีความแตกต่างจากเคล็ดวิชา
เต๋า และ วิถีแห่งการบ่มเพาะอย่างสิ้นเชิง กระบวน
ท่าโจมตีแตกต่างจากเคล็ดวิชาเต๋า ปลดปล่อย
อำนาจวิเศษอันยิ่งใหญ่ การฝึกฝนบ่มเพาะ จะมี
ความเกี่ยวโยงเฉพาะกับร่างกายของบุคคลนั้น ฉะนั้น
มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ จึงไม่มีแบ่งระดับขั้น แต่
ถ้าหากให้แจกแจงความแข็งแกร่งแลจุดอ่อน กล่าว
ได้ว่ามหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ ถือเป็นอำนาจวิเศษ
ที่อยู่ระหว่างสวรรค์ และ ปฐพี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การ
ยกระดับอำนาจวิเศษ จำเป็นต้องใช้ทรัพยากร
จำนวนมหาศาล
ว่ากันว่าหลังจากปีศาจเข้าสู่ขั้น สร้างแกนนภา จะ
เปิดใช้งานความสามารถของ ‘ สายโลหิตวิเศษ ‘ ซึ่ง
โคจรไหลเวียนอยู่ภายในสายเลือดของมัน อาจกล่าว
ได้ว่ามหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตน
โบราณ ช่วงชิงมาจากร่างกายของปีศาจ แปรเปลี่ยน
เป็นตราผนึกเวทย์ แล้วนำมาประทับอยู่ภายในแกน
นภาของตนเอง กลายเป็นทักษะความสามารถเสริม
เฉพาะตัว อาจกล่าวได้ว่ายิ่งพลังจากแกนกำเนิด
แข็งแกร่งมากเท่าใด มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ ก็จะ
แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้จะอยู่ในระดับที่เรียก
ได้ว่า ใกล้จะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ อำนาจ
วิเศษจาก มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ ก็ยังคงติดตาม
ไปด้วย
ว่ากันว่าหลังจากเข้าสู่สร้างแกนนภา ขั้นที่ 5 แล้ว
หากเกิดการปะทะต่อสู้ขึ้น จะแพ้ หรือ ชนะจะขึ้นอยู่
กับ มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์
ส่วนรายละเอียดของ มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ มี
อธิบายไว้ใน ‘บันทึกนำวิถีแห่งเต๋า ‘ ภายในตำราเล่ม
นี้มีคำแนะนำอย่างละเอียด อู่ อวี้ จึงตัดสินใจก้มหน้า
ก้มตาอ่านต่อ
ขอบเขตของช่วงชีวิตของผู้ฝึกตน ขั้นสร้างแกนภา มี
อายุขัยอยู่ประมาณ 300 ปี แม้ว่าจะไม่ได้มีอายุยืน
ยาวเท่ากับปีศาจ แต่การปฏิบัติบำเพ็ญตนกลับ
รวดเร็ว และ ก้าวรุดหน้ากว่าปีศาจซึ่งบำเพ็ญตบะมา
นับพันปี อย่างยากเย็นแสนเข็ญ
หลังจากบรรลุระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 10 ได้ ซึ่ง
แกนนภาขยายเติบโตไปถึงจุดสูงสุด จะสามารถใช้
บัญญัติตำหนักม่วง บดขยี้ทำลายแกนนภา แกนที่ถูก
บดบดขยี้สูญสลายกลายเป็นพื้นปฐพี จากนั้นจะ
ก่อกำเนิดเป็นโลกขนาดย่อมขึ้นมา แกนกำเนิดจะ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมอกสีม่วง จากนั้นจะเข้าห้อม
ล้อมโลกขนาดย่อมนี้เอาไว้ เหตุนี้จึงถูกเรียกว่า
ตำหนักม่วง
เมื่อบรรลุตำหนักม่วงขั้นแรก สามารถทำการฝึกฝน
มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์วิถีที่สอง ได้ จากนั้นแกน
กำเนิดก็จะกลายเป็น ‘พลังตำหนักม่วงก่อกำเนิด’
ส่วนเพลิงอมตะก็จะแปรเปลี่ยนเป็น ‘เพลิงตำหนัก
ม่วงก่อกำเนิด’ ซึ่งถือเป็นการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
เมื่อบรรลุสู่ตำหนักม่วงขั้นที่ 4 พลังตำหนักม่วง
ก่อกำเนิดจะควบแน่นกลายเป็นของเหลว ผัน
แปรเปลี่ยนเป็นทะลสาบ ในขณะเดียวกันก็สามารถ
ทำการปลูกฝัง มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ วิถีที่สาม
ได้
เมื่อบรรลุสู่ตำหนักม่วงขั้นที่ 7 ทะเลสาบจะขยาย
ใหญ่กลายเป็นมหาสมุทร จากนั้นจะสามารถทำการ
ปลูกฝัง มหาวิถีเต๋าเชื่อมต่อสวรรค์ วิถีที่สี่ ได้
เมื่อบรรลุสู่ตำหนักม่วงขั้นที่ 10 มหาสมุทรจะ
ก่อกำเนิดเป็นดวงจันทราส่องกระจ่าง ก่อกำเนิดเป็น
รากฐานเต๋า
ว่ากันว่าระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต เป็น
อาณาจักรรองที่ใช้กักเก็บพลังอำนาจที่แท้จริงเอาไว้
ผู้ฝึกตนที่สามารถบรรลุเข้าสู่ระดับ ตำหนักม่วงทะเล
มรกต จะมีพลังอำนาจมหาศาล เฉกเช่นดั่ง
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ สามารถแหวกนภาคว้าดิน
เปรียบเช่นดั่งมหาสมุทรคลั่ง มีพลังอำนาจวิเศษถึง 4
วิถี เป็นพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
ผู้ที่เข้าสู่ระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต จะมีอายุขัย
ยาวนานถึง 500 ปี!
หลังจาก ตำหนักม่วง เข้าสู่ขั้นที่ 10 กายเนื้อ แล
พลังศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ จากนั้นก็จะก้าว
เดินต่ออีกครั้งเพื่อที่จะเข้าไปสู่ เส้นทางแห่งการฝึก
ตนในระดับที่สูงขึ้น
ใน ‘ บันทึกบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน ’ ได้อธิบายถึง
อาณาจักรต่อไป แต่ไม่ค่อยละเอียดนัก จากการ
คาดการณ์ของ อู่ อวี้ อาจเป็นเพราะเขาเพิ่งก้าวเข้า
มาอยู่ในวิถีแห่งเต๋าระดับเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้
การที่จะให้รู้เรื่องที่มากมายเกินไปจึงไม่มีประโยชน์
อันใด
ระดับต่อไปเรียกว่า ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ตำหนัก
ม่วงจะทะยานสูงขึ้น ยกระดับแหล่งพลังต้นกำเนิด
บดขยี้มหาสมุทร จากนั้น ‘จิตวิญญาณ’ และ
‘ร่างกาย’ จะผสานหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อรูปเป็น ‘จิต
เทวะ’ ยกระดับจิตวิญญาณ ถึงแม้ว่าร่างกายจะตก
ตายไป แต่จิตวิญญาณไม่มีวันถูกทำลาย กำเนิดจิตเท
วะรู้แจ้งในวิถีแห่งจิต สามารถแผ่ขยายพลังแห่งจิต
ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบ ๆ หยั่งรู้ในพิภพ
ถึงแม้จิตเทวะจะออกจากร่างกาย แต่ก็ไม่มีวันตก
ตายดับสูญ
หากสามารถเข้าสู่ระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ คนผู้
นั้นจะสามารถวาด ‘วงเวทย์’ ที่แท้จริงได้ ไม่ว่าจะ
เป็น ‘วงเวทย์ศาสตราเต๋า’ ‘ตราผนึกยันต์’ ‘มหาข่าย
อาคมโจมตี’ ‘มหาค่ายกลคุ้มภัย’ ส่วนระดับอื่น ๆ ที่
อยู่ต่ำกว่าก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ จะไม่มีพลังอำนาจที่
แท้จริงของวงเวทย์นั้นอยู่ ถือเป็นเพียงวงเวทย์
คัดลอกเท่านั้น
เกี่ยวกับการวาดวงเวทย์ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะได้อย่างไรนั้น สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ยังอีกห่างไกลยิ่ง
นัก
ผู้ซึ่งบรรลุเข้าสู่ขั้น ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ว่ากันว่า
คนผู้นั้นจะมีอายุขัยอย่างน้อย 1,000 ปี
เดิมที อู่ อวี้ เคยคิดว่าหากเข้าสู่ระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ คนผู้นั้นจะก้าวเข้าสู่การเป็นเซียนอมตะ
แต่แท้จริงแล้วกลับหาใช่เรื่องจริงไม่ เนื่องจากยังมี
ระดับที่เหนือกว่า สำคัญมากยิ่งกว่า ดั่งเช่นระดับ
ของ หมิงซวง ในปัจจุบัน
ระดับขอบเขตนี้เรียกว่า : ระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋า
ระดับนี้ไร้ซึ่งคำอธิบายใด ๆ อู่ อวี้ รู้เพียงว่าจะต้อง
บรรลุมหาจิตเทวะ สร้างรากฐานเต๋าสมบูรณ์ จากนั้น
ก็จะเข้าสู่ระดับค้นหาเต๋า รู้แจ้งในเต๋า เพื่อแสวงหา
เส้นทางเต๋าของตนเอง ระหว่างกระบวนการค้นหา
เต๋า จะต้องพบเจอกับภัยพิบัติสาม 3 ครั้งด้วยกัน
การค้นหาเต๋าสามภัยพิบัติ จะต้องประสบกับภัยพิบัติ
ครั้งแรกจากขั้นที่ 3 ไปยังขั้นที่ 4 ส่วนภัยพิบัติครั้งที่
สองต้องประสบในขั้นที่ 6 ไปยังขั้นที่ 7 ภัยพิบัติครั้ง
ที่สามต้องประสบในขั้นที่ 9 ไปยังขั้นที่ 10 หลังจาก
ผ่านภัยพิบัติครั้งที่ 3 มาได้คนผู้นั้นจะถือว่าเป็นครึ่ง
เซียน เมื่อเข้าสู่การเป็นครึ่งเซียน เมื่อกลายเป็นครึ่ง
เซียนคนผู้นั้นจำเป็นต้องมี ‘เต๋า’ เป็นของตนเอง รู้
แจ้งในวิถีแห่งเต๋าอย่างแท้จริง จากนั้นจะต้อง
เผชิญหน้าครั้งสุดท้าย ‘มหาภัยพิบัติแห่งเซียน’ หาก
สามารถข้ามผ่านไปได้ จะกลายเป็นเซียนที่แท้จริง
หากไม่ร่างกายก็จะสูญสลายตกตายไป มีแต่ต้องฝืน
ลิขิตสวรรค์ ถึงจะกลายเป็นเซียนอมตะ และ‘มหาภัย
พิบัติแห่งเซียน’ ก็คือการที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น
นั่นเอง
สร้างแกนนภา ตำหนักม่วง กำเนิดจิตเทวะ ค้นหา
เต๋า!
และขณะที่ อู่ อวี้ นับระดับขั้นของตัวเอง ก็พบว่า
ยังคงห่างไกลจากเซียนอมตะอีกหลายขุมทีเดียว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ