กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 210 : เคล็ดแปลงกายเคล็ดที่ 2
เพื่อการยกระดับตนเองอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ จึง
ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และอุดมด้วย
กลิ่นอายฟั้าดิน รวมถึงทรัพยากรที่จำเป็นอย่างโอสถ
สมุนไพร ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซับบ่มเพาะ อีกทั้งยัง
ทำให้เขาสามารถทุ่มเทสมาธิได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนบ่มเพาะในเคล็ดวิชาเต๋ามี
ความยืดหยุ่นกว่ามาก ไม่จำเป็นต้องเข้าฌานสมาธิ
แต่ก็ยังสามารถฝึกฝนทำความเข้าใจ ณ เวลาใดก็ได้
แม้กระทั่งในระหว่างการต่อสู้
แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังปรารถนาที่จะยกระดับฝีมือใน
ขั้น สร้างแกนนภา อย่างเต็มที่เขาจึงจำเป็นต้องหา
พื้นที่ปลอดภัย สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยทรัพยากร
อันอุดมสมบูรณ์ อย่าง ถ้ำสร้างแกนนภา แต่เมื่อเขา
ปรารถนาที่จะขัดเกลาไตร่ตรองเคล็ดวิชาเต๋า ต่อให้
เป็น หุบเหวปีศาจ แห่งนี้ก็สามารถกระทำได้
ในขณะเดียวกัน หนานกง เหว่ย เองก็ไม่ปรารถนาที่
จะออกไปจากที่นี่
นางกลัวว่าหากออกไปด้านนอก นางอาจจะถูกจับตัว
เอาได้
” เช่นนั้นเราควรค้นหาสถานที่ห่างไกล พ้นหูพ้นตา
จากพวกปีศาจกันก่อน ”
“ตกลง ” หนานกง เหว่ย มองไปรอบ ๆ แล้วกล่าวว่า
” ที่นี่น่าจะมีปีศาจไม่มาก เพราะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก
ประตูทางเข้าไม่น้อยทีเดียว ”
” ดี ”
ความจริงแล้วการค้นหาสถานที่ ซึ่งเหมาะสม
สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขา นั้น
ถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากทีเดียว
ยังมีปีศาจอยู่นับพันนับหมื่นตน ที่ยังคงหลบซ่อนตัว
อยู่ภายใน หุบเหวปีศาจ อันกว้างใหญ่แห่งนี้ หาก
มองไปบนเทือกเขา ต้นไม้ หรือ แม่น้ำลำธาร อันมืด
มิด บางทีภายในความมืดมิดเหล่านั้น อาจจะมีปีศาจ
ตนใดตนใดตนหนึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ แต่ทว่าไม่อาจพบ
เห็นมันได้
อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย เริ่มเดินทางต่ออีกครั้ง
ห่างไกลออกไปจากพื้นที่นี้ มีผู้คนเบาบาง แต่ยังคง
อยู่ภายในอาณาเขตของ หุบเขาปีศาจ อยู่
1 วันต่อมา พวกเขาก็ได้พบกับสถานที่เหมาะสมกับ
ตนเอง สถานที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ
มีถ้ำปรากฏอยู่ภายในส่วนลึกของหุบเหวนี้ อีกทั้ง
ภายในถ้ำยังคงสะอาดสะอ้าน ทั้งยังมีขนาดกว้าง
ใหญ่อย่างยิ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ เดินเข้ามาเขาก็ใช้ เคล็ดวิชาเต๋าสายนอก
ทำความสะอาดทันที ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน ผนัง
อากาศ เพื่อให้ภายในใหม่หมดจด อีกทั้งยังจุดไฟเพิ่ม
แสงสว่าง ช่วยเสริมตกแต่งภายในถ้ำให้ดูมีชีวิตชีวา
มากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาเต๋าปิดกั้นอาณาเขต
เพื่อไม่ให้แสงสว่างจากไฟเล็ดลอดออกไปยังด้านนอก
บัดนี้ถ้ำถูกปิดสนิท แสงสว่างกระพริบจากแสงไฟ ไม่
อาจเล็ดลอดโผล่ออกไปด้านนอกได้ ภายใต้เปลวไฟสี
แดงที่กำลังส่องสว่างเรือนรอง ใบหน้าของ หนานกง
เหว่ย เป็นสีแดงระเรื่อน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง
เมื่อชายหญิงแปลกหน้าต้องมาอยู่ร่วมถ้ำเดียวกัน
ช่างเป็นบรรยากาศที่เปราะบางหมิ่นเหม่อย่างยิ่ง แต่
ด้วยเพราะ หนานกง เหว่ยยัง ยังคงอ่อนเยาว์อยู่มาก
จึงทำให้ไม่มีความรู้สึกในเชิงชู้สาว อีกทั้งเนื่องด้วย
เขากับนาง ต่างเดินทางร่วมกันมาเป็นเวลานาน
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว นางเป็นเพียงแค่น้องสาวตัวน้อย
ซึ่งมีหัวใจ ซื่อตรง บริสุทธิ์ สดใสเจิดจรัส เป็นอย่าง
มาก
” ฮิฮิ พี่ชาย สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เงียบสงบ
มาก ๆ ” หนานกง เหว่ย กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วย
ท่าทางพออกพอใจเป็นอย่างมาก
สำหรับอายุอานามของนาง ทุกสรรพสิ่งยังคงแปลก
ใหม่
หลังจาก อู่ อวี้ เข้าสู่ระดับ สร้างแกนนภา เขาก็
คาดหวังว่าอยู่ตลอดเวลาว่าจะสามารถฝึกฝน ‘เคล็ด
แปลงกายอสูร(72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์) ’ เคล็ดที่สองได้
ในเวลานี้เขาไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป ฉะนั้นเขา
จึงรีบสื่อสารกับ หมิงซวง ทันที
“เจ้าควรจะมอบ เคล็ดแปลงกายอสูร ให้แก่ข้าได้แล้ว
” อู่ อวี้ ไต่ถาม
ฉับพลัน หมิงซวง ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอยู่ในระยะ
สายตาของเขา นางดูตัวเล็กกว่า หนานกง เหว่ย
หากไม่ใช่เพราะนางชอบทำหน้ามุ่ยแล้วล่ะก็ นางคง
น่ารักมากทีเดียว
ท่ามกลางการปรากฏตัว ใบหน้าอันโดงดงามราวกับ
เทพธิดา ของนางได้ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น นี่
แสดงให้เห็นว่านางกำลังมีความคิดชั่วร้ายอะไร
บางอย่างอยู่
แต่หลังจากผ่านประสบการณ์ชีวิต เสี่ยงเป็นเสี่ยง
ตายกันมาพอสมควร ข้อเสนอของ หมิงซวง ในช่วง
เวลานั้น ก็เริ่มคลุมเครือแอบแฝงน้อยลง อีกทั้งนาง
คอยช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในยามคับขัน ยามนี้พวกเขาทั้ง
สองมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อกัน อย่างไม่อาจแยก
ออกจากกันได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้สึกไว้วางใจในตัว
นางมาก
” ย่อมได้ แต่หญิงชราผู้นี้ไม่ปรารถนาทำการค้า โดย
ไร้ประโยชน์ตอบแทน เจ้ายังคงเป็นเด็กกตัญูรู้คุณ
อยู่หรือไม่ ?” นางสาวกล่าวลากเสียง พร้อมกับเกริ่น
นำบทสนทนาแปลก ๆ ออกมา
“ท่านต้องการสิ่งใด” อู่ อวี้ รู้ดีว่านางเป็นเช่นนี้เสมอ
นางฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดี แล้วกล่าวอย่างไม่
เกรงใจ “ครั้งนี้เจ้าอย่าได้ต่อรอง และเห็นว่ามันเป็น
เพียงสิ่งของราคาถูกอีก การที่เจ้าจะให้ข้าเปิดเผย
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ แต่ละรูปแบบล้วนเป็นสิ่งล้ำค่า
หากข้าเริ่มทำข้อตกลงกับเจ้า เจ้าย่อมไม่มีคำว่า
ขาดทุนอย่างแน่นอน ”
” พูดเหลวไหลไร้สาระให้น้อย ๆ หน่อย จะได้ไหม ”
” เห่อ แท้จริงแล้วข้ามีเพียงแค่ข้อตกลงเดียวเท่านั้น ”
” ข้อตกลงอะไร ? ”
“ถ้าเจ้ากลายเป็นเซียนอมตะ เจ้าก็สามารถทำให้ข้า
กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ใช่รึไม่? และหลังจากข้าได้
กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าเกรงว่าจะมีพลังปกปั้อง
ตนเองได้ไม่มากพอ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าช่วยปกปั้องข้า
ด้วย จนกว่าข้าจะกลายเป็นเซียนอมตะ”
เป็นสัญญาที่สร้างขึ้นเพื่อผูกมัดไม่ให้ อู่ อวี้ ไปจาก
นาง หลังจาก อู่ อวี้ กลายเป็นเซียนอมตะ
บางทีมีหมิงซวงอาจรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่?
และนางกลัวว่า เมื่อถึงเวลานั้น อู่ อวี้ อาจจะจาก
นางไป
สำหรับตัวนางแล้ว การขอร้องผู้อื่นให้มาปกปั้อง
แม้แต่ตัวนางเองก็ยังยากจะยอมรับ เพราะนางจะ
กลายเป็นตัวภาระของผู้อื่น เฉกเช่นดั่งการลากขวด
น้ำมันติดตัว
อีกทั้งนางก็ยังรู้จัก อู่ อวี้ ไม่ดีพออีกด้วย จึงจำต้อง
ทำการเรียกข้อเสนอเช่นนี้ขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว นางไม่จำเป็นนางต้องทำการค้า
แลกเปลี่ยน หรือ มีข้อแม้ต่าง ๆ มากมาย กับ อู่ อวี้
เช่นนี้ก็ได้ เพราะถ้าหากวันหนึ่ง อู่ อวี้ สามารถ
กลายเป็นเซียนอมตะได้ ความเมตตาที่นางมอบให้
เหล่านั้น เขาย่อมไม่อาจละเลย
” ไม่มีปัญหา ” เขาตกปากรับคำอย่างง่ายดายชัดเจน
” เจ้าไม่คิดสักหน่อยก่อนหรือ ก่อนที่จะตกปากรับคำ
ข้าอย่างง่ายดายเช่นนี้”
อู่ อวี้ กล่าวว่า “ถึงเจ้าไม่กล่าวข้อตกลงนี้ขึ้นมา ข้าก็
จะทำมันอยู่แล้ว”
“เอ๋!? ” หมิงซวง รู้สึกตกใจเมื่อ อู่ อวี้ กล่าวออกมา
เช่นนั้น จากนั้นนางเองก็มีท่าทางเขินอายเล็กน้อย
บางทีนางอาจจะคุ้นเคยกับกลยุทธ์ กลโกงต่าง ๆ
คุ้นเคยกับการต่อสู้ และยามที่นางได้มาพบเจอ อู่ อวี้
นางจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงนิสัยดั้งเดิมแต่ประการใด
เนื่องด้วยภายใต้จิตใต้สำนึกเดิม นางจึงใช้กลเม็ดวิธี
แบบเก่าอย่างที่เคยทำจัดการกับ อู่ อวี้ แต่เมื่อมาเจอ
กับคนที่ซื่อตรงอย่าง อู่ อวี้ นางจึงค่อนข้างกระอัก
กระอ่วนเล็กน้อย
นี่จึงสะท้อนให้เห็นว่า ความรู้สึกระแวดระวังภัย
ยังคงอยู่ภายในหัวใจของนางไม่เสื่อมคลาย
” หญิงชราผู้นี้ ไม่ใช่คนใจจืดใจดำ ไร้ความเมตตา
การที่ท่านย่าผู้นี้ชอบค้าขายต่อรองกับเจ้า นั่นก็
เพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณของเจ้า!” นางยืน
กอดอก กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง
“อื้ม … ช่างเถอะๆ ”
อู่ อวี้ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับนาง เพราะสิ่งที่เขา
ต้องการนั้น แค่เพียงปรารถนาให้นางส่งมอบ เคล็ด
แปลงกายอสูร ให้แก่เขาแต่โดยดี
หมิงซวง เริ่มกล่าวว่า “เคล็ดที่ข้าเลือกให้กับเจ้าก่อน
หน้านี้ก็คือ ‘แปรเปลี่ยนการตรึงกาย’ ซึ่งมันก็คือ
เคล็ดตรึงกายา ที่ช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้หลายต่อหลาย
ครั้ง เจ้ามีความแข็งแกร่งทางกาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง
ของเจ้าในตอนนี้ เช่นนั้นต่อไปข้าจึงเลือกเฟั้นเคล็ด
ชนิดการโจมตีให้กับเจ้า ตัวข้านั้นได้เรียนรู้เคล็ดวิชา
มามากมายนับไม่ถ้วน เลยมีเคล็ดวิชามากมายให้
เลือกสรร การแปลงกายเคล็ดที่ 2 ซึ่งข้าจะมอบ
ให้แก่เจ้าก็คือ ‘แปลงกายเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง’ ”
แปรเปลี่ยนการตรึงกาย คือเคล็ดวิชาตรึงกายา
ทักษะแต่ละอย่างของ 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์นั้น มี
รูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย แน่นอนว่าแต่ละเคล็ด
วิชาย่อมมีความสามารถที่หาตัวจับได้ยาก เรียกได้ว่า
ฝืนชะตาฟั้าลิขิตสวรรค์เลยก็ว่าได้
เช่นนั้น ‘แปลงกายเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง’ คือการ
แปรเปลี่ยนอะไรกันแน่?
อู่ อวี้ ไม่ได้ขัดจังหวะนางแม้แต่น้อย แต่ยังคงตั้งใจ
ฟังต่อไป
หมิงซวง ปลดปล่อยกลิ่นอายเก่าแก่โบราณ ก้าวเดิน
จากบนอากาศมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ พร้อม
กับกล่าวขึ้นว่า “สิ่งที่เรียกว่า ‘แปลงกายเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่ง’ นามอันแท้จริงของมันก็คือ ‘เคล็ดเพิ่มพูน
พลัง’ หรือจะเรียกอีกชื่อว่า ‘เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง’
แน่นอนว่าข้าชอบเรียกมันว่า ‘เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง’
มากกว่า”
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง… ความสามารถของมันคือ
อะไรงั้นรึ?”
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง คือการแปลงกายเพิ่มพูน
ความแข็งแกร่ง แน่นอนว่ามันย่อมเกี่ยวข้องกับกาย
เนื้อ ซึ่งผลของมันก็ง่ายต่อความเข้าใจอย่างยิ่ง มัน
คือการเปลี่ยนแปลงกายเนื้อชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเจ้าใช้
‘เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง’ กายเนื้อของเจ้าจะเพิ่มพูน
ขยายขึ้น กล้ามเนื้อ และ ร่างกายของเจ้า เมื่ออยู่ใน
ช่วงเวลานั้น จะระเบิดพลังเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือ อาจ
เพิ่มสูงขึ้น 3 หรือ 4 เท่าเลยทีเดียว… ในตำนานเคย
เล่าขานเอาไว้ว่า เคล็ดวิชานี้สามารถระเบิดพลัง
เพิ่มพูนได้ไร้สิ้นสุด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เขา
รู้สึกว่า หมิงซวง กำลังหยอกล้อเขาเล่นอยู่ แค่เคล็ด
ตรึงกายก็ลึกล้ำยากจะหยั่งถึงมากพอแล้ว แต่ยังมี
ทักษะที่มหัศจรรย์น่าพิศวงอย่างการแปลงกาย
เพิ่มพูนความแข็งแกร่งอยู่อีกงั้นหรือ? เขาแทบไม่
อาจจินตนาการได้ว่า หากพลังอำนาจทางกายเนื้อ
ของเขา สามารถเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิมถึง 2 เท่านั้น
มันจะน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด โดยเฉพาะอำนาจ
การสะกดข่มอย่างมหาศาล จากกายเนื้อของเขา
หมิงซวง ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของตื่นตะลึงของ
อู่ อวี้ เท่าใดนัก นางยังคงทำท่าดั่งเช่นผู้สูงส่ง แล้ว
กล่าวต่อไปว่า “เคล็ดตรึงกายา กับ เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง จากการคาดเดาของข้า วิชาเหล่านี้คือเคล็ดวิชา
ของเซียนอมตะ ถึงแม้ว่ากายเนื้อของเจ้าจะเพิ่มพูน
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เคล็ดระเบิดพลังคลั่งก็ทำให้ความ
บ้าคลั่งของเจ้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเช่นกัน ซึ่งนี้คือสิ่งที่
ไม่อาจปฏิเสธได้ พลังอำนาจของเจ้าจะเพิ่มพูนขึ้นจน
สามารถพังทลาย ‘เทือกเขาซูซัน’ ลงได้ เมื่อเจ้า
สามารถแสดงอำนาจของเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
ออกมาได้อย่างเต็มที่ เจ้าจะมีพลังอำนาจมาก
พอที่จะผ่า ‘เทือกเขาซูซัน’ ออกเป็น 2 ส่วน มันคือ
พลังอันน่าอัศจรรย์ ตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด เป็นพลัง
ซึ่งเหนือธรรมชาติไร้ซึ่งขีดจำกัด
ณ จุดนี้ อู่ อวี้ ทราบดี เช่นวิชากระบี่สังหารปลาวาฬ
แห่งบูรพาสมุทรของเขา เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาเต๋าที่
แท้จริงแล้ว มันอ่อนแอกว่ามาก หรือแม้กระทั่งเคล็ด
วิชาเต๋ามหากระบี่ทองคำของเขา ก็ยังถือว่าระดับต่ำ
เกินไป ด้วยระดับพลังของแกนกำเนิดในปัจจุบันของ
เขา เคล็ดวิชานี้ไม่สามารถปลดปล่อยพลังอำนาจของ
อู่ อวี้ ออกมาได้อย่างเต็มที่
แต่กับเคล็ดตรึงกายา กับ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง นั้น
แตกต่างออกไปมาก เคล็ดวิชาทั้งสองนี้สามารถ
ปลดปล่อยพลังอำนาจของเขาออกมาได้อย่างไร้
สิ้นสุด
อย่างไรก็ตาม เคล็ดตรึงกายา นั้นจำเป็นต้องใช้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์ท่วมท้นมหาศาล แม้แต่ แกนกำเนิด ของ
เขาก็เป็นไปได้ว่า จะไม่สามารถปลดปล่อยพลัง
อำนาจ ของมันออกมาได้อย่างเต็มที่ อย่างไรมันก็
คือบัญญัติเซียนซึ่งเป็นเคล็ดวิชาที่ฝั่าฝืนกฎแห่ง
สวรรค์ ซึ่งกระทั่งตัวของ อู่ อวี้ ก็มีความรู้แค่เพียงผิว
เผินเท่านั้น
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงพอคาดเดาได้ว่า ‘เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง’ นี้ หากลองทำความเข้าใจด้วยตนเองแล้ว
อาจจะพบข้อเสียบางประการของมันอยู่บ้างก็เป็นได้
หมิงซวง กล่าวว่า ” เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง นั้น
แข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากให้พูดโดยรวมแล้วมันก็คือ
การกระตุ้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ด้วยการ
ระเบิดพลังออกมาอย่างฉับพลัน โดยที่ไม่มีอะไร
เกี่ยวข้องกับ แกนกำเนิด แต่มันอาจสร้างผลกระทบ
อาจก่อความเสียหายให้แก่กล้ามเนื้ออยู่บ้าง ในทุก
ครั้งที่เจ้าใช้มัน ร่างกายบางส่วนของเจ้าจะได้รับ
ความเสียหายจากการเปิดใช้พลังนี้ อย่างไรก็ตามถ้า
เจ้าปลดปล่อยพลังอำนาจอันมหาศาลจากร่างกาย
หลาย ๆ ส่วนพร้อมกัน ความเสียหายที่จะได้รับก็
มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากยาม
ปกติเก็บซ่อนมันเอาไว้ แต่ถ้ากล่าวถึงการปิดฉาก
ต่อสู้อย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ การผสานโจมตีระหว่าง
เคล็ดตรึงกายา และ เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง ถือ
เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีต ข้าก็
อาศัยเคล็ดระเบิดพลังคลั่งนี้ สังหารผู้ก้าวเดินอยู่ใน
เส้นทางแห่งความถูกต้องไปมากมาย”
คงต้องกล่าวว่าในยามนี้ หมิงซวง ภาคภูมิใจกับชัย
ชนะที่นางได้มาเป็นอย่างยิ่ง นางจึงระเบิดเสียง
หัวเราะออกมาดังลั่น
ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่า ความมหัศจรรย์ของเคล็ด
วิชาระเบิดพลังคลั่งคือการกระตุ้นพลังอำนาจใน
ร่างกาย จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของแปลงกาย
อย่างไรก็ตามการปลดปล่อยอำนาจทำลายล้างถึง 2
เท่าสำหรับ อู่ อวี้ ยังถือว่าเรื่องนี้ไร้เหตุผลสิ้นดี ทุก
สรรพสิ่งที่อยู่ในพื้นปฐพีแห่งนี้ล้วนเกิดขึ้นอย่างมีที่มา
ไม่มีทางว่าอยู่ดี ๆ พลังจะโผล่ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
แต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นพลังอันน่าอัศจรรย์ของ เคล็ด
วิชาระเบิดพลังคลั่ง การปลดปล่อยพลังอำนาจ 2
เท่าเพื่อเกาะกุมชัยชนะในช่วงเวลาวิกฤต สิ่งดึงดูดใจ
อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
หากลองนึกภาพการแปลงกายที่เกิดขึ้น แน่นอนว่า
ย่อมเกินกว่าจินตนาการของทุกผู้คน! แต่ทว่าการปิด
ซ่อนมันเอาไว้ หมายถึงการเพิ่มโอกาสในการมีชีวิต
รอดของเขาให้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ตอนนี้เขามี แกนนภาสีขาว กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 2
เคล็ดตรึงกายา เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง หากเขา
ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาอย่างเต็มที่ แน่นอนว่า
มันคือการฝืนลิขิตชะตาฟั้าอย่างแท้จริง
” ข้าอยากฝึกฝน เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง นี้ให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ”
อู่ อวี้ ไม่อาจอดทนรอได้อีก
” เจ้านี่มันลิงโง่ขนานแท้ เจ้าจะรีบร้อนไปไย ถ้า
เช่นนั้นข้าจะสาธิตตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ดูก็แล้ว
กัน ” หมิงซวง หัวเราะคิกคัก ยิ้มอย่างคึกคักหัวเราะ
โดยไม่รีรอชักช้าอีกต่อไป นางก็เริ่มให้ อู่ อวี้ ทำ
ความเข้าใจเกี่ยวกับ เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง นี้
ทันที
” เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง ” เปรียบเช่นดังคัมภีร์ที่
ต้องอ่านร่วมกันกับ หมิงซวง ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้
จำต้องปฏิบัติตาม หมิงซวง เท่านั้น
มันคล้ายคลึงกับ ‘เคล็ดตรึงกายา’ เพียงแต่ว่า ‘
เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง’ เป็นคัมภีร์ที่มีอักษร
มากกว่า 900 คำ
อู่ อวี้ อธิบายให้ หนานกง เหว่ย ฟังอย่างชัดเจน
จากนั้นเขาก็เข้าสู่สถานะเข้าฌานสมาธิ ไปพร้อมกับ
สัจจคาถาที่ หมิงซวง เอ่ยทอง จมลงสู่ห้วงภวังค์แห่ง
ความลึกลับอันยิ่งใหญ่
ขณะที่พวกเขาเริ่มท่องสัจจคาถา ทันใดนั้นเองก็
บังเกิดเสียงดังกึกก้องคำรามดังขึ้น ฉับพลันเปลว
เพลิงสีทองอันไร้สิ้นสุด ก็พรั่งพรูออกมาอย่างเกรี้ยว
กราดบ้าคลั่ง แผ่ขยายมายังด้านหน้าของ หนานกง
เหว่ย กลืนกินร่างของนาง บัดนี้เปลวเพลิงอันเกรี้ยว
กราดโอบล้อมห่อหุ้มร่างของ อู่ อวี้ พร้อมกับทะยาน
เข้าไปภายในภวังค์แห่งจิตของเขา บัดนี้สิ่งที่ปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ คือโลกอันเต็มไปด้วยเปลว
เพลิงสีทองอะไรสิ้นสุด
ท่ามกลางโลกแห่งเปลวเพลิง ปรากฎภาพของราชา
วานรผู้ไร้พ่าย ยืนสวมใส่ชุดเกราะยืนอยู่ท่ามกลาง
เปลวเพลิงนั้น
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าบัดนี้ในมือของ
ราชาวานรถือจับ พลองทองสมปรารถนาอยู่!
“พินาศ! ”
ทันใดนั้น ราชาวานรผู้ไร้พ่าย กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
ขึงขังดุดันแล้วยก พลองสมปรารถนา ขึ้น ฉับพลัน
พลองสมปรารถนา ก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล
เฉกเช่นดั่งมันจะทะลุทะลวงไปถึงสวรรค์ พริบตานั้น
สรรพสิ่งก็พังทลายลง
เพียงชั่วอึดใจ สวรรค์พลันถล่มปฐพีพังทลาย!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ