กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 214 ธิดาแห่งแดนเก้านภา
“ พี่ชาย ผู้อื่นล้วนไปค้นหาไปยังทิศทางนั้น การที่
พวกเราแยกตัวออกมาหาที่นี่ ท่านแน่ใจว่าจะหาเจอ
ใช่หรือไม่ ?” หนานกง เหว่ย ไต่ถาม
“ พวกเขาอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ หากปีศาจจิ้งจอก
ปรากฏตัวขึ้นที่นั่นจริง แน่นอนว่าจะต้องเกิดเสียงดัง
อึกทึกครึกโครม ถึงเวลานั้นเราค่อยกลับไปแข่งขัน
ช่วงชิง ปีศาจจิ้งจอก ก็ยังทัน แต่ถ้าปีศาจจิ้งจอก
ปรากฏขึ้นทางฝั่งเรา ตราบใดที่เรายังเคลื่อนไหว
อย่างแผ่วเบา ไม่กระโตกกระตาก โอกาสส าเร็จก็มี
มาก”
อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้กระบี่บินเพื่อเสาะหาปีศาจ แต่เขาเดิน
เท้าบนพื้นดิน เพื่อแกะรอยแทน เขามองตรวจสอบ
คราบดินโคลนที่อยู่รอบ ๆ ต้นไม้อย่างระมัดระวัง
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปีศาจจิ้งจอกหลบหนีกลับมายัง
ทิศทางนี้ ฉะนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะพบเจอ
ปีศาจจิ้งจอกที่นี่
ท่ามกลางความมืดมิดนั้น อู่ อวี้ ได้พบเห็นร่องรอย
หยดโลหิต หยดที่สอง เขาเกือบจะมั่นใจแล้วว่า
ปีศาจจิ้งจอก อยู่ที่นี่จริง ๆ
“อยู่ข้างหน้านี้ เร็วเข้า!”
พวกเขาทั้งสองเร่งความเร็วสูงขึ้น
เนื่องจากเข้าพบเห็นหยดโลหิตเพิ่มเติม ดังนั้น
หนานกง เหว่ย จึงเชื่อถือเขา
หลังจากเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปประมาณ 2 ก้านธูป
เมื่อมองย้อนกลับไปด้านหลัง ก็พบว่าบัดนี้พวกเขาไม่
สามารถมองเห็นเหล่าสาวกซูซัน อีกต่อไป ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่าในเวลานี้พวกเขาอยู่ห่างไกลออกมา
พอสมควร
ทันใดนั้น อู่ อวี้ พบว่านางหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ ๆ
เขาคุ้นเคยอย่างยิ่ง
“ เหว่ยเอ๋อ ที่นี่คือหุบเขาที่เราหลบซ่อนบ่มเพาะ
เคล็ดวิชาเต๋า”
เมือได้ยินดังนั้น หนานกง เหว่ย จึงหันมองตรวจสอบ
โดยรอบจากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า” ใช่จริง ๆ ด้วย โชคดี
ที่พวกเราย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้ง”
อู่ อวี้ ก าหนดลมหายใจเพื่อตั้งสมาธิ ขณะดวงตาของ
เขาจ้องมองไปยังที่ห่างไกล แต่แล้วอยู่ ๆ ดวงตาของ
เขาก็ส่องประกายขึ้น จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า”
สถานที่แห่งเดียวที่ปีศาจจิ้งจอกสามารถหลบซ่อนตัว
ได้ ก็คือถ้ าที่พวกเราเคยอยู่!”
ทั้งสองแสดงท่าทางตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้น
พวกเขาก็ค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ปากถ้ าอย่างรวดเร็ว หลังจาก
นั้น อู่ อวี้ ก็บอกให้ หนานกง เหว่ย ไปหลบซ่อนตัว
เสียก่อน
เนื่องจากฝ่ายตรงข้าม เป็นปีศาจที่ฝีมืออยู่ในระดับ
สร้างแกนนภาขั้นที่ 3 นอกจากนี้ยังมี แก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ
อู่ อวี้ หยุดยืนอยู่ตรงปากถ้ า จากนั้นก็แปร
เปลี่ยนเป็นเสียงลมหวีดหวิว วิ่งทะยานเข้าไปในถ้ า
อันกว้างใหญ่ ซึ่งดูคล้ายกับถ้ าของ จิ่วเซียน
หลังจากเข้าไปในถ้ า อู่ อวี้ ก็สร้างแสงอันทรงพลังขึ้น
ภายในถ้ า แทบจะในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งถ้ าพลัน
สว่างไสวขึ้นในพริบตา อู่ อวี้ มองไปยังมุมหนึ่งของ
ถ้ า มีจิ้งจอกเก้าหางตัวเล็ก ๆ หลบซ่อนตัวอยู่ ทั่วทั้ง
ร่างเต็มไปด้วยบาดแผล!
ทันทีที่ อู่ อวี้ ก้าวมาถึง นางก็ส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อได้
เจอศัตรู ทันใดนั้นรูปลักษณ์ของนางก็แปรเปลี่ยน
เป็นหญิงสาว สวมใส่ชุดสีขาวคุ้นตา นางคือสตรีที่
อู่ อวี้ เคยพบเจอมาก่อนอย่างแน่นอนที่สุด
“ จิ้งจอกเก้านภา?” เมื่อ อู่ อวี้ มองไปที่นาง
เกือบจะเหมือนกับ จิ่วเซียน
อีกฝ่ายหนึ่งไม่ตอบสนอง แต่กลับจ้องมองเขาอย่าง
เย็นชา พร้อมกลับกล่าวขึ้นด้วยน้ าเสียงไม่แยแสว่า”
คิดไม่ถึงว่าจะตามหาข้าจนมาถึงที่นี่ได้ ! แต่น่า
เสียดาย ที่ข้ารับรู้ได้ว่า แกนนภาของเจ้ามีขนาดเล็ก
มาก เจ้าอยู่เพียงแค่ระดับ สร้างแกนนภาขั้นที่ 1
เท่านั้น”
“ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามี แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่ง
เทียบเท่ากับ 40 แต้มความส าเร็จ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
แต่ในความเป็นจริงเขาพร้อมจะต่อสู้แล้ว
“ ชีวิตของข้า มีค่าเพียงแค่ตัวเลขเองงั้นหรือ?”
ปีศาจจิ้งจอกยิ้มอย่างข่มขืน ขณะจ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยความเกลียดชังอย่างยากจะหาสิ่งใดเปรียบ
พร้อมกับข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะกล่าวขึ้นว่า”มนุษย์
เช่นพวกเจ้า คือสิ่งชั่วช้าโสมมที่สุดในปฐพีแห่งนี้
อวดอ้างตนเองเป็นดั่งเช่นผู้สูงส่ง เปี่ยมล้นไปด้วย
คุณธรรม แต่ภายในจิตใจกับเต็มไปด้วยความ
เหี้ยมโหดอ ามหิต ไร้จิตส านึก มนุษย์อย่างพวกเจ้า
แค่จับสัตว์ป่ามากินเป็นอาหารยังไม่พอ ยังจับ
เผ่าพันธุ์ของข้ามาเป็นทาสอีกด้วย?”
อู่ อวี้ ไม่สามารถลบล้างเหตุผลต่าง ๆ ที่นางเอ่ยมา
ได้ แต่เขาก็กล่าวขึ้นว่า” บางทีภายใต้ผืนฟ้านี้ คงมี
แต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพ
ย าเกรง ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงมีสิทธิ์พูด ในดินแดน
แห่งมนุษย์ ปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกัน ความ
เกลียดชังที่เกิดขึ้นระหว่างสองเผ่าพันธุ์ ซึ่งถูกส่งต่อ
ผ่านรุ่นสู่รุ่น เป็นสิ่งที่พวกเราสองคนไม่สามารถกล่าว
หรือ ชี้ชัดอันใดได้”
หลังจากปีศาจจิ้งจอกได้ยินเรื่องนี้ ก็ตกตะลึงไปชั่วครู่
แล้วกล่าวขึ้นว่า”ข้าไม่คาดหวังว่าในเขาซูซันนี้ จะมี
ผู้ที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างเจ้าอยู่ สิ่งที่เจ้ากล่าวนั้นถูกต้อง
ว่ามันคือความเกลียดชังระหว่างเผ่าพันธุ์ ไม่มีฝ่ายใด
ดี หรือ ชั่ว อย่างแท้จริง ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะมอบ
ความตายที่ดีที่สุดแก่เจ้า”
อู่ อวี้ ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก แต่ในความเป็นจริง
ในมือของเขาได้จับก ากระบี่ 2 เล่ม เตรียมพร้อมต่อสู้
ห้ าหั่นสังหารเอาชีวิต
อีกฝ่ายเป็น จิ้งจอกก้าวนภา แน่นอนว่านางไม่ได้มี
ความเกี่ยวข้องอันใดกับ จิ่วเซียน แม้แต่น้อย สถานที่
ที่เขาจากมาคือดินแดนอันห่างไกล นอกจาก จาง ฝูถู
แล้ว คงไม่มีผู้ใดไปยังดินแดนตะวันออกอันห่างไกล
เช่นนั้นอีก
สายตาของปีศาจจิ้งจอก แฝงไว้ด้วยความเศร้าโศก
สิ้นหวังซุกซ่อนไว้ในส่วนลึก แต่ในขณะเดียวกันก็แฝง
ไว้ด้วยเพลิงโทสะราวกับเปลวเพลิงแห่งอัคคีลาวา
อู่ อวี้ เห็นชัดว่านาง ได้หลั่งน้ าตาออกมาจากดวงตา
ทั้งสองข้าง ก่อนการต่อสู้
“ เหตุใดต้องร่ าไห้?” อู่ อวี้ไต่ถาม
“ ไม่เกี่ยวกับเจ้า” ปีศาจจิ้งจอกตอบอย่างไม่แยแส
“เอาล่ะ”
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะกล่าวเช่นนั้น แต่ภายในหัวใจของเขา
ไม่ได้อยากต่อสู้แม้แต่น้อย แต่ หนานกง เหว่ย
คาดหวังให้เขาปลิดชีพปีศาจจิ้งจอกตัวนี้
เวทย์ปีศาจที่แข็งแกร่งมากสุดของปีศาจจิ้งจอก
คงจะเป็นเคล็ดการดึงดูดเสน่ห์ ชื่อเสียงของปีศาจ
จิ้งจอก แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง แต่แก่น
พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของนาง มีพลังอ านาจเหนือล้ ายิ่ง
กว่าเวทย์ปีศาจ อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้
จะเริ่มโจมตี ด้วยพรสวรรค์อันเหนือล้ าของปีศาจ
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
“ มันมีนามว่า ธิดาแห่งแดนเก้านภา!”
ปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ภายในนั้น เปิดริมฝีปากอันเรียว
งามของนาง จากนั้นนางก็ร่ายร า ทันใดนั้นเองทั่วทั้ง
ร่างของนางก็ส่องประกายแสงหลากสีออกมา ทั้งสง่า
งามและเคลิบเคลิ้ม โลหิตที่ติดอยู่บนกระโปรงของ
นาง ยิ่งทวีสีสันให้ดูหลากหลายงดงามมากยิ่งขึ้น
ปีศาจจิ้งจอกบอก อู่ อวี้ ว่า ชื่อของ แก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ นี้เรียกว่า ‘ ธิดาแห่งแดนเก้านภา ‘
แดนเก้านภานั้นเป็นจุดสูงสุดแห่งความเคลิบเคลิ้ม
หลงใหล ไม่นานนักเขาก็เกิดอาการวิงเวียนหมุน
คว้าง ไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง เนื่องจากในเวลา
นี้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าได้แปลเปลี่ยนไปทั้งหมด
“ วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร !” อู่ อวี้ ล่วงรู้เป็นอย่างดี
ว่าเคล็ดเสน่ห์ดึงดูดของนางนั้นน่าหวาดกลัวเพียงใด
ดังนั้นก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มโจมตี เขาจึงเริ่ม
ท่องสัจจะคาถา วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ทันที
“วัชระคุ้มกาย”
เขารีบนั่งลงบนพื้นแล้วท่องสัจจคาถาในทันที บัดนี้
พระพุทธรูปมีความสูงกว่า 6 จั้ง ทั่วทั้งล่างปกคลุมไป
ด้วยทองค า เมื่อมองดูแล้วเปรียบเช่นดั่งภูผาตั้ง
ตระหง่านอยู่ภายในถ้ านี้ โดยไม่เคลื่อนย้ายไหวติงแต่
ประการใด
จากนั้น วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ยังคงด าเนินต่อไป
ถึงแม้ว่าแก่นแท้ธรรมสูตรขั้นที่ 2 จะบรรลุถึงระดับ
สมบูรณ์แล้ว แต่เขาก็ยังท่องสัจจะคาถาหลอมสร้าง
ร่างกายได้ อย่างไรก็ตามมันจะส่งผลเพียงเล็กน้อย
เท่านั้น แน่นอนว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่จ าเป็นต้องใช้
ประโยชน์จากการหลอมสร้าง ใช้เพียงเพื่อกระตุ้น
ความเจ็บปวดจากร่างกายเท่านั้น
ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมรับมืออย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ถึงกระนั้นแก่นพลังชีวิตเวทย์ปีศาจก็ยังคงแทรกซึม
เข้ามา
บัดนี้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ทุกสรรพสิ่งแปรเปลี่ยน
อยู่ ๆ อู่ อวี้ ก็ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน เขาก็คงพบว่า
ตนเองนั่งอยู่บนยอดแหลมของเจดีย์สูง เมื่อมอง
ลงมาภายในขอบฟ้า ก็ได้พบเห็นอาณาจักรอันไร้
สิ้นสุด เป็นอาณาจักรที่มีทุกสรรพสิ่งรวมอยู่ ไม่ว่าจะ
เป็นห้างร้านที่ตั้งเรียงราย อยู่ริมข้างทางท้องถนน
รวมถึงหลังคาที่มีหลากหลายรูปแบบ แผ่นกระเบื้อง
ที่ดูสมจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ
สิ่งที่น่าตื่นตกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไม่ว่าจะมองไปใน
แห่งหนใดของอาณาจักรนี้ ก็พบว่าทุกคนล้วนเป็น
อิสตรี พวกนางทุกคนล้วนงดงามราวกับเทพธิดา
ทุกท่วงท่า ทุกการเคลื่อนไหวล้วนประณีตบรรจง
ทุกผู้คนที่อยู่ภายในอาณาจักรแห่งนี้ งดงามอย่างหา
ได้ยากยิ่งในผืนปฐพีนี้ ด้วยความมัวเมาลุ่มหลง
อิสตรีทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ สวมใส่เพียงน้อยชิ้น
กล่าวได้ว่านุ่งน้อยห่มน้อยก็มิผิด ราวกับว่าแทบจะ
ไม่มีอะไรปกปิดเอาไว้
ในตอนนี้ เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้น ก็ปรากฏภาพ
ของสตรีมายนับไม่ถ้วนอยู่บนพื้น พวกนางหมอบ
คลานอยู่บนพื้นราวกับว่า อู่ อวี้ คือจักรพรรดิของ
พวกนาง
เสียงอ่อนหวานของพวกนาง ก้องสะท้อนกังวานไป
ทั้งใต้หล้า
“ดินแดนแห่งนี้ ท่านเป็นบุรุษเพศเพียงผู้เดียวเท่านั้น
สถานที่แห่งนี้คือดินแดนสุขาวดีของท่าน เหล่าสตรี
งดงามซึ่งเรียงรายอยู่นี้ ก าลังเฝ้ารอปรนนิบัติ
ปรนเปรอ มอบความสุขให้แก่ท่าน พวกนางเหล่านี้
สามารถถยอมตายเพื่อท่านได้ ท่านคือศูนย์รวมแห่ง
จิตใจของพวกนาง…”
เสียงหนึ่งดังก้องกังวานขึ้นภายในหูของ อู่ อวี้ ดึงดูด
ล่อ ลวงจิตใจของเขา
“กระโจนเข้าไป เพียงแค่กระโจนเข้าไปเท่านั้น ท่าน
จะได้อยู่ภายในแดนสุขาวดีอันแสนอบอุ่นอ่อนโยน
ตลอดกาล ที่นั่นไร้ซึ่งความกังวล ไร้ซึ่งความทุกข์
ท่านจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความสุขไปจนตราบนิจ
ชั่วนิรันดร์ …”
“ เพียงแค่กระโจนเข้าไป”
อู่ อวี้ คือบุรุษหนุ่ม ผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่ง
วัยหนุ่มสาว เขาปรารถนาที่จะกระโจนเข้าไป แต่
ทว่าความเจ็บปวดจากร่างกายได้ดึงสติเขากลับมา
ยามนี้เขาก าลังท่องสัจจคาถาวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร
อยู่ ท าให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง ทั้งยังคอยร้องเตือนว่า
อย่าหลงกลเด็ดขาด
“หากข้ากระโดดลงไป เท่ากับปล่อยให้แก่นชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า โจมตีเข้าใส่จิตใจของข้า เมื่อถึง
ตอนนั้นก็เท่ากับว่าข้าได้ตกตายไปแล้ว” อู่ อวี้ ซึ่ง
ก าลังยืนอยู่ด้านบนเจดีย์ สะบัดศีรษะเพื่อเตือนสติ
ตนเอง
เขาหลับตาลง เพื่อ ปิดหู ปิดตา เพราะไม่ปรารถนาที่
จะมองเห็น หรือ ได้ยิน ได้ฟัง ใด ๆ ทั้งสิ้น ปฏิเสธ
การรับรู้ทุกสรรพสิ่ง
เขาอยู่ในห้วงภวังค์หวนคิดถึง สิ่งที่มีอยู่ภายใน
คัมภีร์วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร
แน่นอนว่าในเวลานี้ ปีศาจจิ้งจอกยังคงไม่ยอมแพ้
นางพยายามล่อลวงเขาอย่างต่อเนื่องไม่ลดละ ภาพ
ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า ยังคงแปรเปลี่ยนไป
อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นจวบจนถึงปัจจุบัน ภายใน
จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงแน่วแน่ไม่สั่นคลอน หรือ
แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
คงต้องขอบคุณ จิ่วเซียน ที่ช่วยลับคมจิตใจของเขา
รวมถึงพระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรขั้นสูงสุด
ของเขา
วัชระคุ้มกาย ไม่ไหวติงเฉกเช่นดั่งภูผา มั่นคงและยืน
หยัด
หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป คาดว่าปีศาจ
จิ้งจอกคงไม่อาจทานทนได้
อู่ อวี้ ทนต่อการล่อลวงมานานกว่า 1 ก้านธูป แต่เขา
ก็คงยึดมั่นรักษาความมั่นคงของจิตใจเอาไว้ได้
แน่นอนว่าในเวลานี้ แกนก าเนิดของเขานั้นแข็งแกร่ง
มาก ท าให้ไม่ได้เสียเปรียบฝ่ายตรงข้ามมากนัก
ดังนั้นเขาจึงสามารถป้องกัน แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ได้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นแล้ว
ล่ะก็ คงไม่สามารถต้านทานมันได้นานถึงเพียงนี้
เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นอิสตรี
มนต์เสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอก หากใช้กับสตรีแล้วผล
ของมันจะลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งนี่ถือเป็นเหตุผลว่า
ท าไมเหล่าสาวกสตรีของ วังชิงชวน ถึงสามารถโจมตี
นางได้ หากเปลี่ยนเป็นสาวกซึ่งเป็นบุรุษเพศแทน
แล้วล่ะก็ นอกจาก อู่ อวี้ คงไม่มีผู้ใดสามารถ
ต้านทานมันได้อีกแล้ว
“พอเถอะ”
เสน่ห์ดึงดูดของนาง ดีไม่ดีอาจรุนแรงเสียยิ่งกว่า
จิ่วเซียน ที่ใช้กับตัวเขา แต่อย่างน้อย ๆ ตัวของเขา
กับ จิ่วเซียน ก็มีอดีตร่วมกันมาไม่น้อย
การที่เขาเห็นปีศาจจิ้งจอกตัวอื่นนอกจากนาง จึงท า
ให้เขาไม่ได้รับผลกระทบอันใดมากนัก
กายาวัชระแก่นแท้ ท าให้เขามีความแข็งแกร่งมาก
ยิ่งขึ้น
“เป็นไปไม่ได้…” ทันใดนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าของ
นางก็เริ่มพร่ามัว สีหน้าของปีศาจจิ้งจอกซีดเผือดลง
อย่างทันตา ร่างของนางซวนเซล้มลงไปกองกับพื้น
ด้วยความอ่อนแรง ทันใดนั้นรูปลักษณ์ของนางก็
แปรเปลี่ยน เป็นเพียงปีศาจจิ้งจอกตัวน้อย แหงน
มองมาที่ อู่ อวี้ อย่างเศร้าสร้อย
นางใช้ แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ออกมาอย่างเต็มที่
จนกระทั่งพลังจากดวงธาตุปีศาจของนางแทบจะ
หมดเกลี้ยง บัดนี้นางอ่อนล้าอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่
สามารถไขว่คว้าชัยชนะมาจาก อู่ อวี้ ได้
เมื่อประจวบกับ อาการบาดเจ็บสาหัสที่เกิดขึ้นทั่ว
ทั้งร่างของนาง จึงท าให้ในเวลานี้นางหมดสิ้น
เรี่ยวแรงอย่างสมบูรณ์ ร่างของนางล้มไปกอง
อยู่ที่พื้น
มายาสีเงินบินทะยานออกไปจากมือของ อู่ อวี้ ทันที
โซ่สีเงินมัดพันสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยไว้ทันที
บัดนี้การต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
มายาสีเงิน เกี่ยวรัดมัดพันธนาการร่างของนางไว้
นางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืน จนไม่สามารถหลบหนีไป
ไหนได้อีก เรียกได้ว่า อู่ อวี้ แทบจะไม่ต้องออกแรง
อันใดเลย นางท าได้เพียงแค่ขัดขืนเขาอย่างแผ่วเบา
เพียงเท่านั้น
การต่อสู้ครั้งนี้ใช่จะกล่าวได้ว่า ไม่อันตราย เพราะ
อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ความจริงแล้วมันเป็นการ
ต่อสู้ที่อันตรายอย่างยิ่ง
ยามนี้ภายในถ้ าเงียบสงบลง สุนัขจิ้งจอกสีขาวลืมตา
จ้องมองมายัง อู่ อวี้ ภายในดวงตากลมโตนั้น ส่อง
ประกายความไม่เข้าใจ และ หวาดกลัวอย่างยิ่ง
“ดี หากข้าต้องตายด้วยมือของท่าน ข้าก็ไม่มีอะไร
โต้แย้ง นามของท่านคืออะไร?”
“อู่ อวี้”
อีกฝ่ายพยายามจดจ าชื่อนี้ไว้ จากนั้นก็กล่าวขึ้นอีก
ครั้งว่า”ท่านสามารถใช้แกนปีศาจของข้า น าไป
แลกเปลี่ยนแต้มความส าเร็จได้ นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ
ในร่างกายของข้าก็ไม่มีค่าอะไรแล้ว หากท่านเมตตา
ข้า เพียงฝังข้าไว้นอกภูเขา ข้าไม่อยากถูกกลบฝังอยู่
ในสถานที่ต่ าทรามสกปรกเช่นนี้”
ที่นี่คือเขาซูซัน ในสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนสถานที่
แห่งนี้คือวิมานแห่งสวรรค์ แต่นางกลับกล่าวว่า
สถานที่แห่งนี้ต่ าทรามสกปรกโสมม
“ครั้งหนึ่งข้าเคยอยู่ใน ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ใน
เวลานั้นข้ามีความสุขมาก ช่างน่าประหลาดที่ข้ากลับ
ละทิ้งที่นั่นมา เพียงเพื่ออยากรู้เรื่องราวของโลก
มนุษย์ ในวันนี้ มันคือเคราะห์กรรมของข้าแล้ว…”
ปีศาจจิ้งจอกตัวน้อยกล่าวขึ้นอย่างเศร้าโศก
หยาดน้ าตาไหลรินลงมาจากดวงตาของนาง
ถึงแม้จะดูเหมือนว่า นางยอมรับในชะตากรรม
แต่ภายในจิตใจลึก ๆ แล้ว นางยังไม่อยากตาย
กระบี่ของ อู่ อวี้ ยืดขยายออกไป
“ ข้าจะรอท่านอยู่ภายในสุสาน โลกหลังความตาย
…” ปีศาจจิ้งจอกหลับตาลง หมอบคุกเข่าลงบนพื้น
ด้วยร่างกายสั่นเทารุนแรง
นางอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของตัวเอง นางเป็นอีก
คนหนึ่งที่ก าลังหายไป
ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ พอจะเข้าใจเรื่องราวของนาง
นางเคยอยู่ในห้วงสมุทรเมฆาลวงตา นางออกมาและ
ค้นหาสิ่งที่เรียกว่า สุสาน ปีศาจ แต่ทว่าในท้ายสุด
นางกลับถูกสาวกซูซันจับตัวมาไว้ที่นี่
ไม่ว่าจะเป็นคน หรือ ปีศาจก็มีความรู้สึกเหมือนกัน
มีความคิดแลภูมิปัญญา
เพียงเพื่อแต้มความส าเร็จ เขากลับต้องฆ่านาง?
ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกสั่นสะท้าน
ในเวลานั้นเอง หนานกง เหว่ย ก็กุลีกุจอวิ่งเข้ามา
แล้วกล่าวกับเขาว่า” พี่ชาย มีผู้คนจ านวนมากก าลัง
แห่กันมาที่นี่”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ