กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 215 หยูฮวา เซิง
“มีบางสิ่งก าลังเคลื่อนไหวมา?” สิ่งนี้ก็อยู่นอกเหนือ
การคาดการณ์ของ อู่ อวี้
อาจจะเป็นเพราะว่าต้องแบกรับแรงกดดันจากอีก
ฝ่ายเป็นระยะเวลานาน และตนเองต้องคอยต่อต้าน
มนต์เสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกเอาไว้ จึงท าให้ไม่รู้ว่า
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดแล้ว
“พี่ชาย ท่านจับนางส าเร็จแล้ว?” นัยน์ตาของ
หนานกง เหว่ย สว่างไสวขึ้น นางรู้เพียงแค่ว่าภายใน
ก าลังมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็ไม่สามารถช่วย
อะไรได้ ท าได้เพียงเฝ้าดูต้นทาง ถ้าหากมีคนเข้ามา
ใกล้ ก็จะแจ้งเตือนเขา
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้หวังว่า อู่ อวี้ จะสามารถท าได้
ส าเร็จ
แต่ในใจก็ยังคงมีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวของ อู่ อวี้
อยู่ แถมยังเพิ่มขึ้นไม่ลดลงอีกด้วย
บางทีอาจจะเป็นเพราะแต้มความส าเร็จสี่สิบแต้มนั้น
ในหัวใจของ หนานกง เหว่ย จึงเต็มไปด้วยความสุข
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงคนแข็งแกร่งจ านวนมากที่
อยู่ภายนอก ในใจนางจึงเต็มไปด้วยความร้อนรน
แล้วกล่าวออกมา”พี่ชาย เร็วเข้ารีบๆลงมือสังหาร
เจ้าปีศาจจิ้งจอกตนนี้เร็วเข้า แล้วน าซากของมันเก็บ
เข้าไปใส่ไว้ในถุงจักรวาล พวกเราจะได้รีบจากไปเสีย
ที ถ้าหากโดนคนเหล่านี้ปิดล้อมเข้าล่ะก็ พวกมัน
อาจจะปล้นชิงสิ่งของทั้งหมดของเราไปได้!”
การแข่งขันภายในหุบเหวปีศาจ อนุญาตให้เหล่า
สาวกซูซันแย่งชิงกันได้
อู่ อวี้ น ามายาสีเงินออกมาลากปีศาจจิ้งจอกให้มาอยู่
ข้างกายตนเอง แต่เขายังไม่ได้ลงมือสังหารไป แล้ว
รีบมุ่งยังที่ที่ หนานกง เหว่ย อยู่ แล้วกล่าวว่า”
พวกเรารีบไปก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”
ใบหน้าของ หนานกง เหว่ย เศร้าสลดลง เมื่อต้อง
มองไปยังปีศาจจิ้งจอกที่แสนน่ารังเกียจที่อยู่เบื้อง
หน้านี้แล้วเอ่ยออกมา ”พี่ชาย ท่านไม่สามารถตัดใจ
ที่จะสังหารเจ้าปีศาจจิ้งจอกตนนี้ลงได้ใช่หรือไม่
ข้ามักจะรู้สึกได้ว่า ท่านมีเมตตาให้กับเหล่าปีศาจ
อย่างไรก็ตามพวกปีศาจพวกนี้ไม่สมควรจะได้รับ
ความเมตตาจากท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกปีศาจ
จิ้งจอก พวกมันท าร้ายมนุษย์ อาจจะมากกว่าที่ท่าน
จะจินตนาการก็ได้! ”
นี่คือค าพูดที่ยืนกรานในมุมมองของนาง ส าหรับนาง
แล้วดูเหมือนว่าจะไม่มีสิ่งใดที่ผิดเลยสักนิดที่จะ
สังหารเข่นฆ่าเหล่าปีศาจ
อู่ อวี้ เดิมทีต้องการรีบหลบลี้หนีออกไป เมื่อเห็นนาง
มีความรู้สึกอ่อนไหว เศร้าใจ ท าให้ในใจของเขาจึงไม่
อาจทานทนได้อีก เพียงแต่ในชั่วเวลานี้ทันในนี้กลับ
สายไปเสียแล้ว พื้นดินรอบข้างเกิดการสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงขึ้น
ตูม!
ล าแสงกระบี่สายหนึ่งกวาดเข้ามา ยอดเขาบนศีรษะ
ของ อู่ อวี้ ถูกตัดออกจนเตียน ในเวลานี้เหนือหัว
ของเขาล้วนหลงเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า
ยอดเขานี้ก็ถูกผ่าครึ่งออกมา กลายเป็นเพียงแค่ที่
ราบเล็กๆแห่งหนึ่ง
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นก็มีสาวกจ านวนไม่น้อย
รุมเข้ามาปิดล้อม อู่ อวี้ เอาไว้ พวกเขายืนอยู่บนที่
ราบที่ถูกตัดออก แต่ละคนก็จ้องมองมาทาง อู่ อวี้
และ หนานกง เหว่ย
เมื่อกวาดสายตามองไป ก็พบกับเหล่าสาวกซูซันที่
ตามไล่ล่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้ไปอีกฝั่งได้มายืนรวมกัน
อยู่
อู่ อวี้ กวาดสายตามองไป ก็พบว่ามีประมาณสามคน
ที่ท าให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งสามคนที่
ยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่มคนนั้น มีอายุน้อยที่สุด อีกทั้งไม่
ว่าจะมองจากมุมไหนก็ล้วนแต่ล้ าเลิศยิ่งกว่า หวังฝู
เสียอีก
คนเหล่านี้มีอายุมากกว่า อู่ อวี้ ไม่เท่าไหร่ ทั้งหมดอยู่
ในขอบเขตสร้างแกนนภา และคนทั้งสามที่อยู่
ด้านหน้าซึ่งโดดเด่นที่สุดนั้น ถ้าหากเดาไม่ผิด ก็
สมควรจะอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สาม
แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือสาวกชุดฟ้าของวังกระบี่ชิง
ชวน อีกทั้งเขายังหนึ่งในผู้มีชื่อเสียงแห่งวังชิงชวนอีก
ด้วย
ส่วนสองคนที่อยู่ด้านข้างมาจากวังกระบี่วังอื่น
ซึ่งด้านหลังของพวกเขามีสาวกจ านวนมากมายคอย
ติดตามมาด้วย และพวกเขาทั้งสามคือผู้โดดเด่นที่
อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยนั่นเอง
นอกจากพวกเขาทั้งสามคนนี้แล้ว ก็ยังมีผู้คนจับกลุ่ม
กลุ่มละสองถึงสามคนอีกสิบกว่ากลุ่ม มีทั้งอยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาระดับที่หนึ่ง และมีทั้งระดับที่สอง
แต่กล่าวโดยทั่วไปแล้วก็ถือว่าไม่น่าหวาดกลัวอะไร
“ปีศาจจิ้งจอกอยู่ในมือของเจ้าเด็กนั่น!”
“มันจับกุมปีศาจจิ้งจอกเอาไว้ได้!”
ในช่วงเวลานี้ เหล่าฝูงชนต่างรู้สึกจิตใจสั่นสะเทือน
สายตาจับจ้องไปบนร่างของ อู่ อวี้
ส าหรับพวกเขาแล้ว อู่ อวี้ ช่างน่าประหลาดยิ่ง
ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจึงรู้สึกตื่นตระหนก
ตกใจว่า อู่ อวี้ สามารถปราบเจ้าปีศาจจิ้งจอกตนนี้ได้
อย่างไร
เหล่าผู้ฝึกตนจะสามารถต่อกรกับศัตรูที่เหนือกว่า
ตนเองได้อย่างไร โดยเฉพาะตนเองที่อยู่ในขอบเขตที่
ต่ ากว่าขอบเขตพลังศัตรูอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วถือ
ว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และสิ่งที่พวกเขารู้สึกสัมผัสได้
ไม่ใช่คุณภาพของแกนก าเนิด แต่เป็นระดับขั้น
ถ้าหากเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับที่เหนือกกว่า อู่ อวี้
ก็จะสามารถตัดสินได้ทันทีว่าเขาอยู่เพียงแค่ขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่หนึ่ง
อยู่เพียงแค่ขอบเขตเริ่มต้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
จัดการกับปีศาจจิ้งจอกตนนี้ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็รู้สึกว่า อู่ อวี้ ไม่มีคุณสมบัติเพียง
พอที่จะได้รับแต้มความส าเร็จสี่สิบแต้มนี้ไป ในเวลา
นั้นเอาเหล่าฝูงชนจึงเริ่มเตรียมตัวที่จะบุกเข้าไปจู่โจม
และแย่งชิงปีศาจจิ้งจอกมา
“ทุกคนห้ามขยับ!” สาวกที่เข้มแข็งที่สุดของวังกระบี่
ชิงชวนที่สวมใส่ผ้าปกคลุมใบหน้าตะโกนออกมา
ท าให้ทั่วทั้งสี่ทิศเกิดการหยุดชะงัก
เสียงตะโกนดังสุดขีดนี้ ท าให้ทุกคนหวาดกลัวและ
หยุดทุกการกระท า
จากนั้นมีบุคคลหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง สวมใส่เสื้อคลุม
กระบี่สีทองอร่ามบนเสื้อคลุมก็ปักลายมังกรทอง
มีลักษณะที่เต็มไปด้วยพลังอ านาจ เหยียดหยามทุก
สิ่งใต้ฟ้าสวรรค์ แสดงออกราวกับเป็นจักรพรรดิ
เขาคือหนึ่งในผู้น ากลุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลาและ
เต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่าทีที่แสดงออกนั้นค่อนข้าง
จะดูอบอุ่นน่าพึ่งพาเป็นอย่างยิ่ง เขาได้ระเบิดเสียง
หัวเราะขึ้นแล้วหันไปกล่าวกับสาวกของวังกระบี่
ชิงชวน”ชิงชวน เสวี่ย ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ก็มิได้เป็น
ของเจ้า ท าไมเจ้าถึงต้องท าท่าทางมี
อ านาจบาตรใหญ่มาข่มขู่ผู้อื่นเช่นนี้?”
สตรีที่มีนามว่า ชิงชวน เสวี่ย ก็กล่าวออกอย่าง
เย็นชาว่า”ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ถูกพวกข้าท าให้ได้รับ
บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว จนหลบหนีมาที่นี่ด้วยสภาพ
สาหัสเช่นนี้ จึงท าให้คนผู้นี้สามารถจับมันได้โดยง่าย
ท าให้สรุปได้ว่าปีศาจจิ้งจอกตัวนี้จึงเป็นเหยื่อที่พวก
ข้าล่ามาได้ พวกเจ้าทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเรื่อง
นี้ พวกเจ้าทั้งหมดเป็นบุรุษ ถ้าหากเผชิญหน้ากับ
ปีศาจจิ้งจอกนี้ได้เพียงล าพัง โดยไม่ใช้ตราประทับ
กระบี่วัชระก็เหมือนกับน าชีวิตไปทิ้ง ยังจะกล้ามา
แย่งชิงกับพวกข้าอีก หลี่ ตงหยวน เจ้าลองไปยืนอยู่
เบื้องหน้าของปีศาจจิ้งจอกนี้ดูสิ ดูสิว่าเจ้าจะสามารถ
ทนได้หรือไม่?”
นางนั้นจดจ า อู่ อวี้ และ หนานกง เหว่ย ได้ เมื่อเกิด
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วพบเห็นปีศาจจิ้งจอกตก
อยู่ในเงื้อมมือของ อู่ อวี้ นางจึงโกรธจนหน้าของนาง
เปลี่ยนสี
หลังจากที่ หลี่ ตงหยาน สาวกแห่งวังกระบี่
จักรพรรดิทองค า กล่าวจบแล้ว ทางด้าน ชิงชวน
เสวี่ย ก็มองสายตาอันเย็นชาไปทาง อู่ อวี้ จากนั้นก็
ยื่นมือออกแล้วกล่าวว่า”ข้าไม่ทราบว่าพวกเจ้านั้น
โผล่มาจากตรงไหน รีบส่งปีศาจจิ้งจอกคืนมาให้กับ
ข้าซะ มิฉะนั้นอย่ามาร้องขอความเมตตาทีหลัง มัน
ถือเป็นทรัพย์สมบัติของวังกระบี่ชิงชวนแล้ว เจ้ายัง
กล้าคิดที่จะชิงมันไปอีก?”
มีข่าวลือมากมายว่าสาวกหญิงของวังกระบี่ชิงชวนมี
ความเย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก จนได้มาพบวันนี้ ก็
สามารถยืนยันข่าวลือได้แล้ว
หลังจากที่กล่าวจบแล้ว บุคคลกลุ่มที่สามก็หัวเราะ
ออกมา คนกลุ่มนี้มาจาก วังกระบี่ปีกสวรรค์ พวกเขา
สวมใส่เสื้อคลุมสีฟ้าอ่อน อีกทั้งยังมีภาพที่วาดด้วย
หมึกอยู่บนเสื้อคลุมของพวกเขาอีกด้วย ท าให้ดู
สะอาดสะอ้านแลอยู่หรูหราโดดเด่นต่างจากกลุ่มอื่น
ซึ่งกลุ่มนี้มีทั้งบุรุษและสตรี ในหมู่พวกเขาน าโดย
หยู ฮวาเซิง คนผู้นี้มีลักษณะคล้ายบัณฑิต ทุกๆการ
เคลื่อนไหวแสดงออกดั่งเป็นคนมีการศึกษา เขากล่าว
ออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน”ชิงชวน เสวี่ย เจ้าเอาแต่
ใจเกินไปแล้ว ดั่งค ากล่าวที่ว่า สมบัติของสวรรค์
ย่อมต้องอยู่กับผู้มีคุณธรรม เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถจับ
ปีศาจจิ้งจอกได้ ก็เป็นธรรมดาที่มันจะต้องเป็นของ
เขา ต่อหน้าสาธารณชน สิ่งของที่เป็นของผู้อื่น เจ้า
ยังกล้าที่จะไปแย่งชิงมันมาอีกหรือ?”
ทั้งสามฝ่ายต่างประจันหน้ากันและกัน เป้าหมายของ
พวกเขาก็คือปีศาจจิ้งจอก
ตอนนี้การที่จะสังหารปีศาจจิ้งจอกกล่าวได้ว่าไม่ทัน
เสียแล้ว อู่ อวี้ พลันก้มหัวลง ยามเมื่อ หนานกง
เหว่ย มองเห็นการเผชิญหน้ากันเช่นนี้ ในใจจึงรู้สึก
กระวนกระวายขึ้น อู่ อวี้ จึงกล่าวกับนางว่า”พวก
เขาช่างไร้เหตุผลสิ้นดีที่จะมาเปิดศึกต่อสู้กันเช่นนี้”
หนานกง เหว่ย เริ่มหลั่งน้ าตาออกมา ส่ายศีรษะแล้ว
กล่าวว่า”พี่ชาย ข้าไม่อยากให้พวกเขามารังแกท่าน”
ถึงจะเป็นเพราะเรื่องของปีศาจเป็นเหตุ นางก็ยังคง
จริงใจกับ อู่ อวี้ และไม่ทิ้งไปไหน
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าว”เจ้าอย่าได้ประมาทข้า บุคคล
เหล่านี้คิดจะรังแกข้างั้นรึ เห็นทีจะยาก”
เมื่อกล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ไม่ปล่อยให้นางกล่าวโต้แย้งอัน
ใดอีก คนเร่งตรงไปหยิบเสื้อผ้าของนางออกมา แล้ว
โยนมันออกไปให้ตกตรงต้นไม้ข้างกาย หลังจากนั้น
เขาก็หยิบมันขึ้นมาห่อปีศาจจิ้งจอกที่กลายร่างเป็น
สุนัขจิ้งจอกตัวจ้อยเอาไว้บนแขนของเขา
ในเวลานี้ ชิงชวน เสวี่ย และ หยู ฮวาเซิง ก็กล่าวต่อ
ว่ากันอย่างดุเดือดเป็นอย่างมาก ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็
กล่าวยั่วยุพวกนางออกมา”ถ้าหากพวกเจ้าคิดจะแย่ง
ชิงสิ่งของของข้า ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ถ้าหาก
แย่งชิงไปไม่ได้ ก็อย่าได้มาร้องไห้ต่อหน้าธารก านัล”
“เจ้า!” สาวกชุดฟ้าทั้งสี่พลันตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความ
โกรธ จากนั้นพวกเขาก็ได้กรีดร้องค ารามออกมา
และหยิบศาสตราเต๋ากระบี่ที่มีลักษณะเหมือนกับ
ไม้ไผ่ หันไปทาง อู่ อวี้ แล้วพุ่งเข้าไปประหัตประหาร
ในทันที รูปร่างที่เพรียวบางราวกับต้นหลิว สามารถ
ท าให้ผู้คนที่มองเห็นได้เกิดความรู้สึกลุ่มหลงขึ้นอย่าง
ช่วยไม่ได้
ในมุมมองของ อู่ อวี้ บัดนี้ที่เขาก าลังราวกับ
เผชิญหน้ากับป่าไม้ไผ่ที่บ้าคลั่ง ใบไผ่ที่แหลมคมปลิว
ว่อนอยู่เต็มท้องฟ้า จึงท าให้มองเห็นว่าเป็นการโจมตี
น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แต่เวลานั้นกลับมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย อู่ อวี้ เอาไว้
ซึ่งคนผู้นั้นก็คือสาวกชายของวังกระบี่จักรพรรดิ
ทองค า เมื่อวังกระบี่ชิงชวนท าการลงมือ พวกเขาก็
เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ในทันที คอยขัดขวางพวกนาง
เอาไว้ ท่ามกลางการต่อสู้นี้ หลี่ ตงหยาน ก็ได้เข้า
ปะทะกับ ชิงชวน เสวี่ย ก่อนที่จะเข้าถึงตัว อู่ อวี้
ในเวลาเดียวกัน เคล็ดวิชากระบี่ก็ปลิวว่อนไป
ทุกหนแห่ง!
ฉับพลัน หลี่ ตงหยาน ก็หยิบกระบี่ยักษ์สีทองขึ้นมา
มันมีพละก าลังมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคนที่ผ่ายอด
เขาเมื่อครู่นี้ก็คือเขาเอง
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ระหว่างเขากับ ชิงชวน เสวี่ย
ที่ทั้งคู่ต่างมีพลังเท่าเทียมกัน ต่างฝ่ายจึงผลัดกันรุก
ผลัดกันรับ
“สุนัขสองตัวก าลังกัดกันไปแล้ว นี่จึงเป็น
ผลประโยชน์จากผู้ฉลาด!” ในขณะนี้ หยู ฮวาเซิง
จากวังกระบี่ปีกสวรรค์ก็หัวเราะออกมา ในขณะที่
ชิงชวน เสวี่ย ก าลังต่อสู้อยู่ พวกเขาจึงพุ่งห่างออกไป
อีกทิศหนึ่ง ในขณะที่ ชิงชวน เสวี่ย และ หลี่
ตงหยาน ก าลังพัวพันกันอยู่นั้น คนของวังกระบี่ปีก
สวรรค์ ก็ช่วงชิงจังหวะพุ่งตรงเข้าไปหา อู่ อวี้ !
หนึ่งคนอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สาม อีกสี่คน
อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สอง
อู่ อวี้ และ พวกเขาก็เผชิญหน้ากันและกันในทันที
เป้าหมายของพวกเขาก็คือเอาชนะ อู่ อวี้ เพื่อแย่งชิง
ปีศาจจิ้งจอก แล้วหลบหนีจากไปโดยปราศจาก
ร่องรอย
“ เจ้าควรจะยอมแพ้ซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่
เตือน” หยู ฮวาเซิง ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ พลัง
อ านาจจากกระบี่ของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ช่วงระยะเวลานั้นท้องฟ้าพลันปรากฎขนนกสีขาว
ราวกับหิมะบินว่อนเต็มฟากฟ้า หากค านวณด้วย
สายตาคร่าวๆแล้วน่าจะมีไม่ต่ ากว่าหมื่นสาย!
นี่เป็นวิชาเต๋าเปลี่ยนแปลง มันสามารถเปลี่ยนแปลง
ได้ไม่สิ้นสุด นี่คือความร้ายกาจของระดับความ
เข้มข้นแกนนภา อย่างน้อยก็แตกต่างจากขั้นสีทอง
สามัญโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามตั้งแต่เริ่มต้น อู่ อวี้ ยังคงมีจิตใจที่สงบ
เยือกเย็น ยามที่ หยู ฮวาเซิง ลงมือ เสาโลหิตร้อย
วิญญาณพลันปรากฏขึ้นในมือของเขา เมื่อ อู่ อวี้ ถือ
เสาโลหิตร้อยวิญญาณนี้แล้ว เขาก็ยื่นมันออกไป
กลางอากาศและชี้ยืดมันออกจนพุ่งไปไกลสุดลูกหู
ลูกตา ทันใดนั้นเอง ภายในดวงตาทั้งคู่ของ อู่ อวี้
ปรากฎเปลวเพลิงลุกโชนขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะ
มองเห็นโลกที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงอีกครั้ง!
ท่ามกลางโลกใบนั้น เปลวเพลิงลุกโชนขึ้น ราชัน
วานรหนึ่งในใต้หล้าผู้นั้น ก าลังถือพลองทองสม
ปรารถนาอยู่ในมือ แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสาค้ าจุน
สวรรค์ บดขยี้สวรรค์ ท าให้สวรรค์พังทลาย!
นั่นก็คือ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในจิตใจของเขาอยู่
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ท่องสัจจาคาถานี้ออกมาโดยที่เขา
ไม่รู้สึกตัว!
เปลือกตาปิดลงกระทบกัน และฉับพลันเปลือกตา
พลันลืมตาขึ้น
โลกที่อยู่เบื้องหน้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ขณะนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขาก็มีเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้น
เปลวเพลิงนี้ก าลังลุกไหม้อยู่ในร่างกายของเขา
กระดูก โลหิต อวัยวะภายในทั้งหมดก็ก าลังลุกไหม้
อยู่เช่นกัน
มันเป็นพลังที่ยากเกินจะทนทาน ในทางตรงกันข้าม
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกับ
อู่ อวี้ ก าลังจะระเบิด!
พละก าลังเพิ่มขึ้นสองเท่า!
แม้แต่ร่างจ าแรงเซียนวานร ก็ยังไม่ก่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ถ้าหาก อู่ อวี้ ส าแดง
เคล็ดวิชาร่างจ าแรงเซียนวานรออกมาในตอนนี้
พละก าลังก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!
พละก าลังเกิดการเปลี่ยนแปลง!
การเปลี่ยนแปลงในส่วนอื่น ก็ยังมี เลือดเนื้อ กล้าม
กระดูก ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย
พลังจากที่เปลวเพลิงเผาไหม้เสร็จแล้ว ดวงตาทั่งคู่
ของเขาพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมา ราวกับเป็น
พระอาทิตย์สองดวง ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของ
หยู ฮวาเซิง
ในเวลานั้นเสาโลหิตร้อยวิญญาณก็ขยายจนมีขนาด
นับสิบจั้ง เสาที่ทั้งใหญ่และหนักนี้ ถูกควงด้วยมือ
เพียงข้างเดียวของ อู่ อวี้ จากนั้น อู่ อวี้ ก็ค าราม
ออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เหวี่ยงเสาโลหิตร้อย
วิญญาณออกไปอย่างหนักหน่วง เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง มีพละก าลังเหนือทุกสิ่ง เสียงค ารามก้องของเสา
โลหิตร้อยวิญาณ พุ่งตรงเข้าไปอัดกระแทกเบื้องหน้า
ของ หยู ฮวาเซิง
และสาวกอีกสี่คนอย่างรุนแรง!
บางทีเป็นเพราะพลังอ านาจของ อู่ อวี้ น่ากลัวเกินไป
จิตใต้ส านึกของพวกเขาจึงถูกกระแทกไปพร้อมกับ
การโจมตีของ อู่ อวี้ !
ตูม!
ทั้งห้าคนถูกซัดกระเด็นออกไป จนกระอักเลือดออก
มากลางอากาศอย่างทุกข์ทรมาณ
…………………………………….……………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ