กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 216 โลหิตบรรพกาลหวนคืน
นี่นับเป็นครั้งแรกที่พลังของเขาไต่มาถึงระดับที่แม้แต่
ตัวเขายังต้องรู้สึกตกตะลึง
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว สั่นคลอนจิตใจของ
สาวกนิกายซูซันทั้งหมดที่อยู่ในที่แห่งนี้ ทันใดนั้น
สายตาของทุกผู้ที่อยู่ในหุบเหวปีศาจต่างจับจ้องไป
ยังจุดจุดเดียว พวกเขาเห็นเพียงแต่เสาโลหิตร้อย
วิญญาณที่มีความยาวอย่างไม่น่าเชื่อ และส่วนปลาย
ของเสาก็มีขนาดใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้ ซึ่งแท่ง
เสาอันใหญ่ยักษ์นี้ได้บดขยี้ร่างกายของสาวกทั้งห้า
คนจากวังกระบี่ปีกสวรรค์จนย่อยยับในหนึ่งการ
โจมตี
ทั้งห้าคนยังมิทันได้ส าแดงเคล็ดวิชาที่เป็นวิชาลับของ
วังกระบี่ปีกสวรรค์อะไรเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีใครคาดคิดว่าการปะทะกันครั้งนี้ อู่ อวี้ บดขยี้
อีกฝั่งได้ภายในพลองเดียวเช่นนี้ มันท าให้สาวกทั้งห้า
คนของวังกระบี่ปีกสวรรค์ต้องพบกับความพ่ายแพ้ใน
เวลาเดียวกัน พวกเขาได้กระอักเลือดออกมากลาง
อากาศ กระเด็นออกไปไกลนับร้อยจั้ง ได้รับบาดเจ็บ
สาหัสและตกลงไปกระแทกยังพื้นดินอย่างรุนแรง
แม้แต่ หยู ฮวาเซิง ที่ดูสง่างามก็ยังตกอยู่ในสภาพ
เช่นนี้
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ เพิ่งจะอยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาระดับหนึ่ง ซึ่งห่างชั้นกับ หยู ฮวาเซิง
ที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สามอย่างแน่แท้แล้ว
ที่ส าคัญ หยู ฮวาเซิง ผู้นี้ก็ยังเป็นถึงศิษย์คนหนึ่งของ
เจ้าวิหารในวิหารของวังกระบี่ปีกสวรรค์ เล่าลือกันว่า
เขาเป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์ และมีอายุเพียงแค่ยี่สิบ
กว่าปีเท่านั้น
ผลลัพธ์ที่ผิดคาดเช่นนี้มันท าให้คนจ านวนมากยากที่
ท าใจยอมรับได้
ในขณะนั้น แม้แต่ ชิงชวนเสวี่ย กับ หลี่ตงหยวน ก็
ต้องหยุดการต่อสู้ลง และจับจ้องไปที่ อู่ อวี้ ด้วย
ความงุนงง ทั่วทั้งสี่ทิศถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัด
พวกเขาต่างเบิกตากว้าง ภายในสมองมีแต่ความว่าง
เปล่า กระทั่งบางคนยังได้สูดลมหายใจเย็นยะเยือก
เข้าไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชิงชวนเสวี่ย ใบหน้าที่ถูกปกคลุม
ด้วยผ้าคลุมเกิดอาการแข็งค้างขึ้น อาจจะเป็น
เพราะว่าก่อนหน้านี้ตนเองได้กล่าวค าพูดเยาะเย้ย
ถากถาง อู่ อวี้ ออกไป
การที่อีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งองอาจเช่นนี้ จึงเท่ากับ
ว่าได้ตบไปบนใบหน้าของนางไปอย่างจัง
“ใช่แล้ว คนผู้นี้สามารถจับปีศาจจิ้งจอกได้ เขา
จะต้องมีพลังแกร่งกล้าอย่างแน่นอน”
“ข้าว่าจริงๆแล้วเขาอยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภา
ระดับที่สี่ แต่ปลอมแปลงระดับพลังของตนเองให้อยู่
ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่หนึ่ง”
“เป็นไปไม่ได้ เขาอยู่เพียงแค่ขั้นสร้างแกนนภาระดับ
ที่หนึ่ง การที่จะปลอมแปลงระดับพลังนั้นง่ายดาย
เพียงนั้นเชียวหรือ กล่าวได้ว่า ในนิกายเซียนซูซัน
ของพวกเรา ถ้าเขาแสร้งท าตัวเป็นอัจฉริยะ ก็คงจะ
โดนผู้อื่นจัดการไปนานแล้ว”
“นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่หนึ่ง
ท าไมถึงสามารถจัดการ หยู ฮวาเซิง ได้ภายในเวลา
แค่พริบตาเช่นนี้!”
ฝูงชนอดไม่ได้ที่จะจับจ้องมอง หยู ฮวาเซิง และพวก
พ้องของเขาด้วยความสงสาร และพบว่าพวกเขาทั้ง
ห้าคนต่างก็เรียกใช้ตราประทับกระบี่วัชระออกมา
เพื่อปกป้องตนเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลว่า อู่ อวี้
จะท าการโจมตีพวกเขาอีกครั้ง ดังนั้นในเวลานี้จึง
ต้องใช้ตราประทับกระบี่วัชระออกมา สิ่งที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ก็คือพวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จ าเป็นต้องให้ผู้อาวุโสปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือ
พวกเขา
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สังเกตสถานการณ์ที่เกิด
กับอีกฝ่าย ชิงชวนเสวี่ย และ หลี่ตงหยวน ทั้งคู่ต่าง
สบสายตาซึ่งกันและกัน ค ารามออกมาเสียงดังสนั่น
ให้สาวกแปดคนของทั้งสองฝ่ายเข้าปิดล้อมและโจมตี
ไปที่ อู่ อวี้ !
จ านวนคนมีเยอะกว่าเกือบสองเท่า!
อีกทั้งยังมีผู้ที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สามอยู่
ถึงสองคน
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร! ปีศาจจิ้งจอกนั่นเป็นของพวก
ข้าวังกระบี่ชิงชวนที่เป็นคนท าให้มันได้รับบาดเจ็บ
สาหัส! มันเป็นของพวกข้า ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางยอม
มอบมันให้กับเจ้า หากว่าเจ้าคิดจะน ามันไปแลกแต้ม
ความส าเร็จ พวกข้าก็จะไม่ให้เจ้าได้อยู่อย่างสงบ
แน่!”
ชิวชวนเสวี่ย ตะโกนออกมา
“อย่ามัวแต่พร่ าน่าร าคาญ เข้ามาได้แล้ว” จากนั้น
อู่ อวี้ ก็ใช้มายาสีเงินรัดพันปีศาจจิ้งจอกเข้าไว้กับ
ตนเอง พลันเก็บเสาโลหิตร้อยวิญญาณไป แล้วน า
กระบี่ทองค าเนตรเทวะและกระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสี
ออกมาถือไว้ในมือ
ผลข้างเคียงของการใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ในใจ
ของเขาได้คิดค านวณออกมาแล้ว ดังนั้นในตอนนี้
เขาจึงหวังให้การต่อสู้นี้จะจบลงโดยเร็ว!
นี่เป็นความตั้งใจของเขา ความปรารถนาของเขา!
สู้!
ค านี้ค่อยๆดังออกมาจากภายในโลหิตของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาที่ได้รับสืบทอดมรดกทั้งหมด
ของ ฉีเทียนต้าเซิ่ง!
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็เหมือนกับว่าเกิดมาเพื่อต่อสู้
เช่นกัน!
ตูม ตูม!
กระบี่คู่ที่อยู่ในมือของเขาค ารามก้องออกมา!
จิตวิญาณที่แสนแผ่วบางของมัน ราวกับได้ถูกเติม
เต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้ของ อู่ อวี้
เมื่อ ชิงชวนเสวี่ย และเหล่าพรรคพวกของนาง
พุ่งเข้ามาจู่โจม เสื้อของ อู่ อวี้ พลันระเบิดออก
ร่างกายของเขาขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วจน
สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รูปร่างสูงใหญ่และ
ก าย าขึ้น มือและเท้าของเขาหนาขึ้น พละก าลัง
เพิ่มขึ้น แม้แต่กรงเล็บอันแหลมคมสีทองก็ยังงอกเงย
ออกมา! ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยขนสีทอง
ราวกับเปลวเพลิงสีทองลุกท่วมทั่วทั้งร่างกายของเขา
อีกทั้งใบหน้าของเขาก็เริ่มกลายเป็นเหมือนกับลิง
รูปลักษณ์ดูดุร้ายขึ้น ดวงตาทั้งคู่ลุกไหม้ไปด้วย
เปลวเพลิง คล้ายกับเป็นดวงตะวันคู่หนึ่งที่สามารถ
แผดเผาจิตใจของผู้คน
ร่างจ าแลงเซียนวานร!
หลังจากที่ใช้ออก ร่างจ าแลงเซียนวานรออกไป อู่ อวี้
จึงปรากฎลักษณะที่ใกล้เคียงกับ ฉีเทียนต้าเซิ่ง!
แน่นอนว่าตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ในนิกายเซียนซูซัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงการแปลงกายเช่นนี้
การแปลงกายในครั้งนี้ ก็เป็นอีกอย่างที่ท าให้ผู้คนใน
บริเวณนี้รู้สึกตกตะลึง
ทันใดนั้น มีบางคนร้องตะโกนออกมา”มันเป็นปีศาจ!
มันเป็นปีศาจ! รีบเข้าไปสังหารมันเร็ว!”
แต่ทว่าบางคนก็รีบตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า
“ผิดแล้ว! ความจริงแล้วไม่ใช่ปีศาจ ทั่วทั้งร่างกาย
ของมันยังคงมีกลิ่นอายของผู้ฝึกตนอยู่ และแกน
ปีศาจของพวกปีศาจ กับแกนนภาของพวกเรา ยังมี
กลิ่นอายที่แตกต่างกัน เขาไม่ได้เป็นปีศาจอย่าง
แน่นอน”
“แล้วเขามีรูปร่างอย่างนี้ได้ยังไง?”
“เจ้ากบก้นบ่อเอ้ย เจ้าคงไม่ได้อ่านต ารารวม
ประวัติศาสตร์ทวีปตงเสินโดยละเอียดล่ะสิ การที่คน
จะแปลงกายเป็นสัตว์อสูรได้ก็มีอยู่หลายวิธี ส่วนที่
เรามักจะพบเห็นกับบ่อยก็มีอยู่สองแบบ แบบแรก
บนร่างกายของตนเองจะต้องได้รับการสืบทอด
สายเลือดโบราณมา ว่ากันว่าต้องเป็นสายเลือดที่ผ่าน
ระยะเวลามานานแล้วด้วย สายเลือดของคนและสัตว์
อสูรมีบางสิ่งที่เชื่อมต่อกันอยู่ ยิ่งสายเลือดที่ได้รับ
การสืบทอดมามีความใกล้เคียงกับสัตว์ร้ายมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเป็นได้ที่จะได้รับพรสวรรค์พิเศษ
บางอย่างมาจนคนอื่นยังต้องรู้สึกอิจฉา แบบที่สอง
มักจะมีรากฐานเซียนมากมายที่มีลักษณะพิเศษซึ่งท า
ให้คนสามารถแปลงกายได้ ข้าคิดว่าคนผู้นี้จะใช้
ความสามารถพิเศษในการแปลงกายของรากฐาน
เซียนซะมากกว่า ด้วยรากฐานเซียนนี้ ข้าคาดว่า
พละก าลังของมันจะต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่นอน”
คนส่วนใหญ่ตกตะลึงกับการแปลงกายเซียนวานร
ของ อู่ อวี้ ที่จริงแล้วพวก ชิงชวนเสวี่ย ไม่ได้รู้สึก
ตกใจอะไรมากนัก ส าหรับพวกเขาแล้ว การแปลง
กายของ อู่ อวี้ นับเป็นเพียงเรื่องปกติที่พบเห็นได้
บ่อยๆ
นอกจากนี้หากเปรียบเทียบกับ อู่ อวี้ และวานร
ทั่วๆไป โดยพื้นฐานแล้วย่อมไม่เหมือนกัน รูปร่าง
ลักษณะของเขา ในความเป็นจริงก็คือครึ่งคนครึ่ง
วานร เมื่อเปรียบกับวานรทั่วไปแล้ว เขาค่อนข้างจะ
เอียนเอียงไปทางมนุษย์มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
โครงร่างของ หู ตา จมูก ริมฝีปาก และลิ้น
“สมควรจะเป็นการแปลงกายจากรากฐานเซียน!”
ท้ายที่สุดทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน
ในเวลานี้ กระบี่ที่ อู่ อวี้ ถืออยู่บนมือทั้งสองข้าง ได้
พุ่งเข้าฟาดฟันกับ ชิงชวนเสวี่ย และ หลี่ ตงหยวน
และยังมีผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สองอีกหก
คนได้คอยให้ความช่วยเหลือจากวงนอก มันท าให้
อู่ อวี้ ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ล าบาก
หนานกง เหว่ย รู้สึกไม่ค่อยตึงเครียดเท่าใดนัก นาง
ก าลังจดจ้องไปยัง อู่ อวี้ ที่ก าลังหลบหลีกการโจมตี
ของศัตรู อีกทั้งยังรวมถึงเรื่องของรูปลักษณ์ของ
อู่ อวี้ ในยามนี้อีกด้วย นางรู้ดีว่าเขาไม่ใช้ปีศาจ เป็น
เพราะว่าตัวนางเองก็มีโลหิตบรรพกาลหวนคืนใน
ต านาน
“คาดไม่ถึงว่า พี่ชาย ก็ได้รับการสืบทอดโลหิตบรรพ
กาลหวนคืนเช่นเดียวกับข้า”
เรื่องนี้ได้ท าให้หัวใจของนางพลันเต้นแรงขึ้น
“กระบี่สะท้านฟ้า!”
หลังจากที่ อู่ อวี้ แปลงกายเป็นเซียนวานรแล้ว ยาม
นี้เขาจึงไร้คู่ต่อสู้ไปในทันที เขารับมือกับคู่ต่อสู้รอบ
ทิศโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า พร้อมทั้งส าแดงเคล็ดวิชา
สามกระบี่ประกาศิตสังหารสวรรค์ บดขยี้ทุกคนด้วย
ความรุนแรง ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับ
ที่สองไม่สามารถรับกระบวนท่านี้ของเขาได้ จึงปลิว
กระเด็นออกไป!
ฟิ้ว!
จุดส าคัญก็คือ อู่ อวี้ มีความว่องไวมากเกินไป ท าให้
เขาไม่ถูกปิดล้อม เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วอย่าง
ต่อเนื่อง หนึ่งกระบี่ที่ตวัดออกไปสามารถจัดการหนึ่ง
ผู้คนให้สิ้นท่า จากนั้นก็หันไปโจมตี ชิงชวนเสวี่ย
และ หลี่ ตงหยวน อย่างรุนแรง!
ทุกคนที่ได้มองต่างรู้สึกตื่นตระหนก รู้สึกได้ว่าเวลา
เพิ่งล่วงเลยจะผ่านไปไม่นาน แต่กลับปรากฏสาวก
สร้างแกนนภาระดับที่สองพ่ายแพ้ไปสามคน
เพื่อที่จะป้องกันกระบี่ของ อู่ อวี้ บางคนถึงกับต้องใช้
ตราประทับกระบี่วัชระออกไป
อีกสามคนที่เหลือ คิดจะหลบหนีออกไปจากรัศมี
การโจมตีของ อู่ อวี้ โดยตรง
“เขาสามารถใช้หนึ่งใจแบ่งสองจิตได้ การต่อสู้ของ
เขาจึงสามารถรับมือกับคนสองคนพร้อมกันได้อย่าง
ง่ายดาย!” ในไม่ช้า ทุกคนก็เข้าใจจุดที่โดดเด่นของ
อู่ อวี้
นี่เป็นอานุภาพของกงล้อกระบี่หยินหยาง ขนาด
อู่ อวี้ ยังไม่แสดงพลังของรากฐานเซียนนี้ออกมา
อย่างเต็มที่ก็ยังสามารถจัดการศัตรูได้เช่นนี้แล้ว
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า รากฐานเซียนชนิดนี้ล้ าเลิศเป็น
อย่างยิ่ง ถ้าหากบางคนแสดงพลังที่แท้จริงของมัน
ออกมาได้ ก็สามารถก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกที่
สามารถแบ่งท าได้หลายอย่างในร่างเดียว
แน่นอนว่า ภายในนี้นิกายเซียนซูซันมีคนที่รากฐาน
เซียนเช่นนี้มากมายนัก สิ่งที่ อู่ อวี้ ท าจึงถือได้ว่าเป็น
เพียงแค่เรื่องปกติธรรมดา
“ชิงชวนเสวี่ย” พริบตานั้นเอง อู่ อวี้ ก็จับจ้องไปยัง
นาง
“ตาย!” ผ้าคลุมหน้าของชิงชวนเสวี่ย ก็หลุดออก
จริงๆแล้วนางก็ถือเป็นคนที่งดงามมากคนหนึ่ง เพียง
แค่นิสัยใจคอของนางชั่วร้ายเกินไป อู่ อวี้ จึงไม่ชอบ
เท่าไรนัก
มือข้างหนึ่งของ ชิงชวนเสวี่ย กุมกระบี่เอาไว้ ส่วนมือ
อีกข้างถือโคมไฟสีครามไว้อยู่ นั่นเป็นศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตที่พิเศษอย่างยิ่ง เปลวเพลิงของไส้ตะเกียง
กระพริบอยู่ตลอด คอยพุ่งเข้าไปเผาไหม้ อู่ อวี้ อย่าง
ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าที่
ฝ่ายตรงข้ามจะใช้มันเข้ามาจู่โจมเขา!
ด้วยผลกระทบจากเคล็ดวิชาเซียน ท าให้รัศมี
โดยรอบเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรง
“กระบี่แยกสวรรค์!” กระบี่ถูกใช้ออกด้วยความ
รวดเร็วดั่งสายฟ้า พุ่งเป้าหมายไปที่แขนของ
ชิงชวนเสวี่ย ข้างที่ก าลังถือโคมไฟสีคราม
“กระบี่ทะลวงสวรรค์!” กระบี่คู่จู่โจมออกไปในเวลา
เดียวกัน กระบี่ทะลวงสวรรค์มีอานุภาพรุนแรงกว่า
ฟาดฟันกระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสีออกไป เป้าหมายก็คือ
ชิงชวนเสวี่ย ท่ามกลางเคล็ดวิชาสามกระบี่ประกาศิต
สังหารสวรรค์ได้สะสมพลังเปลวเพลิงเอาไว้ พลัน
ระเบิดพลังสังหารออกมาปรากฏรอยแตกบนอากาศ
ที่ว่างเปล่า
ฉีกกระชาก!
ชิงชวนเสวี่ย ที่อยู่บนพื้นดินนั้น จู่ๆพลันปรากฏ
รอยแตกราวกับต้นหลิวนับไม่ถ้วนปรากฏออกมา
เบื้องหน้านาง และสามารถปัดป้องเคล็ดวิชากระบี่
ทะลวงสวรรค์เอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามวิชาสังหารที่
แท้จริงของ อู่ อวี้ ก็คือวิชากระบี่แยกสวรรค์
ซึ่งกระบี่แยกสวรรค์นั้นมีความรวดเร็วและรุนแรงยิ่ง
กว่าเคล็ดวิชาก่อนหน้า ท าให้ในชั่วพริบตาเดียวก็
สามารถตัดแขนของ ชิงชวนเสวี่ย ออกจากกันอย่าง
หมดจด!
“อ้าก!” ใบหน้าของ ชิงชวนเสวี่ย บิดเบี้ยวขึ้น
จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด
“ไสหัวไปซะ!”
อู่ อวี้ ไม่ได้มีความรู้สึกสงสารแม้แต่นิดเดียว
หลังจากที่ตัดแขนของอีกฝ่ายแล้ว จึงฟันออกไปอีก
หนึ่งกระบี่ ท าให้ ชิงชวนเสวี่ย ต้องปลิวกระเด็น
ออกไป!
ในชั่ววินาทีแห่งความเป็นความตาย ชิงชวนเสวี่ย
ท าได้เพียงเรียกใช้ตราประทับกระบี่วัชระเท่านั้น!
หลังจากนั้น เมื่อตราประทับกระบี่วัชระล้อมตัวนาง
ได้ส าเร็จ การที่ อู่ อวี้ จะโจมตีนางอีกครั้งก็เป็นเรื่อง
ยากเสียแล้ว
ภายในตราประทับกระบี่วัชระ ใบหน้าของชิงชวน
เสวี่ย บิดเบี้ยวอยย่างรุนแรง ก่นด่าสาปแช่ง อู่ อวี้
โกรธเกรี้ยวจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว แล้วโยนแขน
ของนางออกไป ให้ศิษย์น้องของนางเก็บเอาไว้
นางต้องรีบน าแขนข้างนี้ออกไปรักษา มิฉะนั้นจะเกิด
ปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลัง
เมื่อเห็น ชิงชวนเสวี่ย พ่ายแพ้ต่อหน้าต่อตาด้วย
พละก าลังของ อู่ อวี้ ท าให้ฝูงชนรู้สึกตกตะลึงอีก
ครั้ง!
เวลานี้ทุกคนจับจ้องมองไปยังผู้เยาว์ที่ไม่รู้จักภูมิหลัง
อย่างโง่งม พวกเขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นชายหนุ่มผู้นี้
เลยแม้สักครา
ไม่แม้กระทั่งอยู่บนประกาศรายชื่อใดๆ เห็นได้ชัดว่า
เขาไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อเสียง
มีอัจฉริยะมากมายในเขตแดนกระบี่สามัญ บางคน
เป็นศิษย์โดยตรงของผู้ฝึกตนมหาวงจรสี่วีถีกระบี่
อันยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่เป็นศิษย์ของจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเซียนซูซัน ที่มาอยู่ใน
เขตแดนกระบี่สามัญเพียงชั่วคราว อย่างไรก็ตามล้วน
ไม่เคยมีบุคคลเช่น อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน
พวกเขาก าลังครุ่นคิดพิจารณาถึงตัวตนของ อู่ อวี้
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น ท าให้
หันกลับไปมองอย่างฉับพลัน แลพบเห็น หลี่
ตงหยวน ผู้ที่ใช้กระบี่ยักษ์สีทองซึ่งก าลังจ่อไปที่ล าคอ
ของ หนานกง เหว่ย และในเวลาเดียวกันก็ใช้โซ่สี
ทองพันธนาการมือและเท้าของ หนานกง เหว่ย
เอาไว้ ท าให้นางไม่มีโอกาสจะได้ใช้ตราประทับกระบี่
วัชระ
“พี่ชาย!”การที่ หนานกง เหว่ย ถูกพันธนการเช่นนี้
นางจึงรู้สึกอึดอัดเป็นมาก นางกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
กับ หลี่ ตงหยวน ว่า”เจ้ามันช่างไร้ยางอาย ลอบเข้า
มาจับตัวข้า ยังมียางอายอยู่อีกรึ?”
หลี่ ตงหยวน ใบหน้าบิดเบี้ยว มองไปทาง อู่ อวี้ ด้วย
สายตาเย็นชา แล้วกล่าวว่า”ข้าจะไม่กล่าวซ้ า
ส่งมอบปีศาจจิ้งจอกมาให้ข้า และจากนั้นข้าจะ
ปล่อยน้องสาวของเจ้าไป มิฉะนั้นข้าจะให้นางได้รับ
ความทุกข์ทรมาน!”
ห่วงโซ่สีทองรัดพันอยู่รอบกายของ หนางกง เหว่ย
อยู่ในเวลานี้ ถ้าหากเขามีจิตใจที่อ ามหิต ก็ไม่เป็น
ปัญหาอะไรถ้าหากจะปล่อยเด็กผู้หญิงคนนี้ตกตาย
กลายเป็นซากศพ แต่ทว่าเขาไม่กล้าที่จะท าเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นเด็กสาวคนหนึ่งต้องร่ าไห้
มันท าให้คนที่ได้เห็นฉากนี้ต่างทนไม่ได้
“เจ้ากล้ากระท าเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ ต่อหน้า
สาธารณชนได้ลงคอ เจ้ายังเป็นสาวกของนิกายเซียน
ซูซันอีกหรือ?” อู่ อวี้ ยิ้มขึ้น
เมื่อเขามองไปที่ใบหน้าที่ทรมานของ หนานกง เหว่ย
ความจริงในใจของเขาก็เกิดความโกรธเกรี้ยวขึ้น
“ไร้สาระ ข้าให้เวลาเจ้าสามลามหายใจ!”
หลี่ ตงหยวน ตะโกนออกมา
…………………………………….……………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ