กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 224 พิษแทรกซึม
หากหันกลับไปมองจะเห็นว่า บุปผาวิญญาณซากศพ
มันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าสามารถขาย
มันให้กับผู้ฝึกตนนอกรีตได้ ทว่าในความคิดของคน
ทั่วไปแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าเยื้องย่างก้าวไปด้านหน้า
ฉกฉวยมันไปจาก อู่ อวี้
หากมีผู้ใดพบเห็นมันกับตัวเขาอยู่เพียงล าพัง แลถูก
ความโลภโมโทสันในเงินทองดึงดูดให้เข้ามา บางที
อาจจะเกิดการปะทะต่อสู้ขึ้น
ท่ามกลางสนามรบโบราณอันกว้างใหญ่ สถานการณ์
ยังคงด าเนินไปในทิศทางที่ดี ยังคงอยู่ในการควบคุม
ของ ฮวง เฟยหยุน กับ จู จื้อสิง ถึงแม้ในความเป็น
จริงแล้วหลายคนสามารถมีส่วนร่วมในการแย่งชิง
สมบัติครั้งนี้ ถึงแม้จะมีสมบัติบางส่วนถูกฉกฉวย
ออกไป แต่สิ่งที่เขาได้รับก็นับว่าดีมาก
แน่นอนว่าคนเหล่านี้ เหลือบมองไปที่พวกเขาทั้งสอง
ด้วยสายตาริษยาอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว
นั่นก็เพราะการได้เป็นสาวกซูซัน นั้นเป็นความใฝ่ฝัน
ของใครหลาย ๆ คน แต่พวกเขาคือบุคคลที่ไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอ
หนานกง เหว่ย กับ อู่ อวี้ ต่างมองหน้ากัน จากนั้น
เขาก็เอ่ยถามนางขึ้นว่า” เจ้ามีพอหนทางดี ๆ อยู่บ้าง
หรือไม่?”
หนานกง เหว่ย ส่ายหัวแล้วตอบกลับไปว่า” ข้าก็ไม่
ทราบ ถ้าเราไม่เข้าไปใกล้มัน แล้วใช้ศาสตราเต๋า
เชื่อมจิต ตัดมันแบบดื้อ ๆ จากนั้นก็ยัดลงถุงจักรวาล
แล้วเอามันออกไปจะได้เลยหรือเปล่านะ ?”
แต่ถ้าหากเข้าใกล้ บุปผาวิญญาณซากศพ มากเกินไป
ก็เกรงว่าจะถูกพิษแล้ว บุปผาวิญญาณซากศพ จับ
กลืนกินเสียสิ้น
“ ก็คงจะมีแค่หนทางนี้เท่านั้น”
อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย หลบซ่อนตัวเพื่อ
สังเกตการณ์ บุปผาวิญญาณซากศพ อยู่ห่างๆ เพื่อ
ยืนยันให้แน่ใจ เนื่องจากตามปกติแล้ว เป็นไปไม่ได้
เลยที่จะเข้าไปใกล้มัน อู่ อวี้ ควบคุม กระบี่ทองค า
เนตรเทวะ กับ กระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสี จากนั้นก็ใช้
เคล็ดกระบี่จักรพรรดิควบคุมกระบี่ทั้งสอง และ
สะบัดมือวาดอาคมปลดปล่อยกระบี่ทั้งสองบิน
ทะยานส่งเสียงหวีดหวิวพุ่งไปเบื้องหน้า ปักแทงเข้า
ใส่ส่วนรากของ บุปผาวิญญาณซากศพ
อู่ อวี้ ปรารถนาที่จะถอนรากถอนโคนของ บุปผา
วิญญาณซากศพ นี้เสีย
กระบี่ทองค าเนตรเทวะถือเป็นกระบี่ทองค า ที่คม
กล้าเป็นอย่างยิ่ง ส่วนกระบี่ทองค าเนตรเทวะะเจ็ดสี
ได้ปลดปล่อยเปลวเพลิงอันร้อนระอุม้วนกวาดผ่านไป
ทั่วทุกทิศทาง บุปผาวิญญาณซากศพปลดปล่อย
พลังหยินอันชั่วร้ายทั้งยังหนาแน่นน่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง เมื่อกระบี่ทั้งสองเข้ามาใกล้ บุปผาวิญญาณ
ซากศพ ก็ปลดปล่อยเสียงกรีดร้องแหลมสูง
สั่นสะเทือนไปทั้งแก้วหู เถาวัลย์ตวัดกวัดแกว่ง
ฉวัดเฉวียนไปทั่วทุกทิศทาง หมายจะปัดกระบี่ทั้ง
สองให้กระเด็นออกไป
“ท าลาย!”
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ค่อนข้างระมัดระวังเป็นอย่าง
มาก เนื่องจาก สิ่งที่ร้ายกาจทรงอนุภาพมากที่สุด
ของ เถาวัลย์บุปผาวิญญาณซากศพ คือพิษรุนแรง
ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัว แต่ถึงมันจะร้ายกาจมาก
เพียงใดแต่ก็ไม่สามารถเปรียบได้กับ ศาสตราเต๋า
เชื่อมจิต ทันใดนั้นกระบี่ทองค าเนตรเทวะก็
ปลดปล่อยประกายแสงสีทองวูบวาบขึ้น พุ่งทะยาน
เข้าไปพร้อมกับเปลวเพลิงเจ็ดสีแผดเผา เพียงชั่ว
พริบตา รากของ บุปผาวิญญาณซากศพ ก็ถูกสะบั้น
ลงในทันที บุปผาวิญญาณซากศพกระเด็นกระดอน
หลุดลอยออกมาพร้อมกับส่วนรากของมัน
บุปผาสูญเสียความแข็งแกร่งแพ้พ่ายลงในที่สุด
หลังจากมันถูก อู่ อวี้ สะบั้นขาดร่วงลงสู่พื้นดิน ราว
กับว่ามันได้สูญเสียความแข็งแกร่ง ไร้ก าลังต่อต้าน
ดิ้นรน เช่นดั่งคนใกล้ตาย
แต่เพราะเนื่องจากบุปผานี้มีเส้นวิญญาณถึง 4 เส้น
จึงท าให้สีสันของมันยังคงดูสดใส อีกทั้งเส้นวิญญาณ
ได้แผ่กลิ่นอายพลังฟ้าดินออกมา ซึ่งไม่ได้แผ่ออกมา
ในตอนแรก
“ ส าเร็จ”
“ภายในถุงจักรวาลจะต้องมีพื้นที่เหลือมากพอ ให้ใส่
มันลงไปได้” เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหว บุปผา
วิญญาณซากศพ ค่อย ๆ สงบลง อู่ อวี้ จึงกล่าวขึ้น
ขึ้น พร้อมกับหยิบถุงจักรวาลขนาดใหญ่ที่สุดออกมา
เมื่อเข้ามาใน นิกายเซียนซูซัน เขาก็ได้รับถุงจักรวาล
ขนาดใหญ่เท่าที่เคยมีมา ขนาดความบรรจุของมัน
เรียกได้ว่าใหญ่มากพอที่จะใส่ภูเขาลงไปได้ทั้งลูก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังไม่กล้าแตะต้องสัมผัส บุปผา
วิญญาณซากศพ นั่นเพราะว่าเขาล่วงรู้ ถึงพิษสงอัน
ร้ายกาจของมันเป็นอย่างดี
“ ความจริงส าหรับนิกายเซียน ไม่จ าเป็นจะต้องใช้
บุปผาวิญญาณซากศพ ดอกนี้ เหตุผลที่เราเก็บ
บุปผาวิญญาณซากศพ ก็เพราะต้องการแต้ม
ความส าเร็จ ซึ่งสาวกผู้นั้นจะได้รับรางวัลเนื่องจากผล
ทางพิษอันร้ายแรงของวันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุปผานี้
ตกอยู่ในมือของผู้ฝึกตนนอกรีต ดังนั้นข้าก็ไม่
จ าเป็นต้องห่วงกังวลถึงความสมบูรณ์ของ บุปผา
วิญญาณซากศพ มากนัก เพียงแค่น ามันกลับไป ก็
พิสูจน์ได้ว่าข้าได้ท าลายมันแล้ว”
คาดว่า บุปผาวิญญาณซากศพ น าไปแลกเปลี่ยนกับ
แต้มความส าเร็จ น่าจะได้มาก 800 แต้ม ซึ่งมันท าให้
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย หลังจากที่เขา
เข่นฆ่าปีศาจภายใน หุบเหวปีศาจ มาเป็นเวลานาน
แต่คะแนนความส าเร็จที่ได้รับกลับไม่ถึง 20 แต้มเสีย
ด้วยซ้ า อย่างเช่นปีศาจจิ้งจอกที่มี แก่นวิญญาณชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ ยังมีค่าหัวอยู่ที่ 40 แต้มความส าเร็จเท่านั้น
ทว่าผลจากการเก็บเกี่ยวคราวนี้ นอกจากจะได้ ยันต์
กลืนวิญญาณ ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ติดไม้ติดมือกลับ
มาแล้ว เขายังได้แต้มความส าเร็จมากกว่า 800 แต้ม
!
การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ ได้ผลตอบแทนมหาศาลอย่างยิ่ง
แน่นอนว่ายังมีถุงจักรวาลของ ฮวง หลิงหยุน อู่ อวี้
ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ในตอนนี้ แต่คาดว่าน่าจะ
มีสมบัติล้ าค่าอยู่มากมาย
ประโยชน์ของแต้มความส าเร็จ หากมีจ านวนมาก
เพียงพอ คนผู้นั้นสามารถน าแต้มความส าเร็จ ไป
แลกเปลี่ยนกับสมบัติของซูซันได้หลากหลายชนิด
อย่างนับไม่ถ้วน ได้มากเท่าที่คนผู้นั้นปรารถนา!
“ มายาสีเงิน” เขาน า มายาสีเงิน ออกมา แล้วแผ่
ขยายมันออกแล้วโยนไปด้านหน้า ผูกรัดพันรอบ
บุปผาวิญญาณซากศพ จนกลายเป็นลูกบอล บัดนี้
บุปผาวิญญาณซากศพ ถูกมายาสีเงินพันธนาการจน
เกือบสมบูรณ์ เมื่อด าเนินการเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ลาก
มันเข้ามาหาอย่างช้า ๆ
ในขณะเดียวกันเขาก็ควบคุมให้ถุงจักรวาลเปิดกว้าง
ขยายออก อักขระเวทย์ตราผนึกเปลี่ยนแปลงขนาดที่
อยู่ภายใน ซึ่งถูกวาดเอาไว้ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งใน
ความจริงแล้ววงเวทย์เปลี่ยนแปลงขนาดนี้ สามารถ
เปลี่ยนแปลง และ ขยายขนาดของถุงให้ใหญ่ขึ้นมาก
ยกตัวอย่างเช่นถุงที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้ ตอนนี้ ได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นถุงผ้าที่มีขนาดใหญ่เท่ากับ 2
ห้อง แต่กระนั้นมันกลับแทบจะไม่สามารถใส่บุปผา
วิญญาณซากศพลงไปได้
อู่ อวี้ ควบคุม มายาสีเงิน อย่างระมัดระวัง ระหว่าง
น า บุปผาวิญญาณซากศพ ใส่เข้าไปในถุงจักรวาล
ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่รอบข้าง ต่างจับจ้องมองการ
กระท าของ อู่ อวี้ ด้วยสายตาริษยาเป็นอย่างยิ่ง ทว่า
ช่างน่าเสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นหาใช่สาวกของซูซัน
ถึงแม้จะต่อสู้ดิ้นรนก็คงจะไร้ประโยชน์อยู่ดี
หนานกง เหว่ย กระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง ใบหน้า
ของนางท่วมท้นไปด้วยความดีใจ จากนั้นนางก็กล่าว
ขึ้นเพื่อรอยยิ้มว่า”เยี่ยมยอดไปเลย คราวนี้สิ่งที่
พี่ชายต้องการแลกเปลี่ยน ก็สามารถเอามาไว้ในก า
มือได้ ไม่ว่าอยากเรียนรู้สิ่งใด ก็สามารถเรียนรู้ได้!”
ส าหรับสาวกผู้ซึ่งเข้าสู่ระดับ สร้างแกนนภา มาได้ไม่
นานอย่างพวกเขา การได้พบเจอโชคลาภอันใหญ่
หลวง ทั้งยังได้รับแต้มความส าเร็จมากมาย ถือเป็น
ความส าเร็จท่วมท้นมหาศาลอย่างยิ่ง!
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นนางมีความสุข เขาก็รู้สึกผ่อนคลาย
อย่างช่วยไม่ได้
แต่ทันใดนั้นเอง ก็บังเกิดอุบัติเหตุบางอย่างคือ!
โดยทั่วไปแล้วพฤกษาวิญญาณเซียน จะไม่มี
สติปัญญา อีกทั้งยังไม่หน้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้
อีกด้วย
แต่ส าหรับ บุปผาวิญญาณซากศพ นั้นแตกต่าง
ออกไป มันดูดซับซากศพจนก่อตัวเป็นสี่เส้นวิญญาณ
ขึ้น และเนื่องจากมันดูดซับกลิ่นอายความตาย ความ
เคียดแค้นชิงชังจึงมีมากเกินไป ท าให้มันสามารถ
เคลื่อนไหวได้ดั่งสิ่งมีชีวิต
ด้วยสติปัญญา และ จิตส านึก มันจึงเป็นเฉกเช่นดั่ง
วิญญาณชั่วร้ายซึ่งเต็มไปด้วยความสับสน ทันทีที่มัน
อยู่ในสถานการณ์คับขัน จึงไปกระตุ้นสัญชาตญาณ
ความอยู่รอดของมันเข้า
ความจริงแล้ว นอกจากเหล่าสัตว์ร้าย หมู่มวล
พฤกษา หรือวัตถุ ที่ไม่มีชีวิตทั้งหมด มีความเป็นไป
ได้ว่าจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นปีศาจ ซึ่งวิญญาณเซียน
ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นปีศาจ แต่ทว่า
บุปผาวิญญาณซากศพ ดอกนี้ ยังไม่ถึงจุดที่จะ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นปีศาจ
โดยทั่วไปแล้วหมู่มวลพฤกษา หรือ วัตถุไม่มีชีวิตที่ได้
เกิดการแปรเปลี่ยนกลายเป็นปีศาจ จะมีความ
แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าปีศาจสามัญทั่วไป
ระหว่าง อู่ อวี้ ก าลังจะเก็บ บุปผาวิญญาณซากศพ
ลงไปในถุงจักรวาล ด้วยความยากล าบาก ทันใดนั้น
รอยตัดที่เกิดขึ้นจากการฟันของ อู่ อวี้ ก็ปลดปล่อย
หมอกสีด าทมิฬก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาปกคลุมร่าง
ของ อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย อย่างไม่ทันตั้งตัว
เนื่องด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในครั้งนี้
จึงท าให้คนทั้งสองไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ ถึงแม้
พวกเขาทั้งสองจะพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ อู่ อวี้ ก็
รู้สึกได้ว่า หมอกด าทมิฬบางส่วนยังคงพวยพุ่งเข้าใส่
ร่างกายของเขา
“วัชระคุ้มกาย!”
ทันใดนั้นร่างกายของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นทองค า
เมื่อหมอกพวยพุ่งเข้ามา ไม่อาจเจาะทะลวงเข้าสู่
ร่างกายของเขาได้ หมอกนี้ท าได้เพียงอัดกระแทก
เข้าใส่ อู่ อวี้ จนร่างของเขากระเด็นลอยออกไป ชั่ว
ขณะที่เขาก าลังตื่นตระหนกตกใจอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
สะบัดมือออกไปทันที มายาสีเงินมัดพันเข้าใส่บุปผา
วิญญาณซากศพ พร้อมกับดึงมันเก็บเข้าใส่ถุง
จักรวาล จากนั้น ขนาดของ ถุงจักรวาล ก็ย่อหดเล็ก
ลง ร่วงหล่นลงมาบนมือของ อู่ อวี้
เนื่องจากมี มายาสีเงิน ปิดผนึกเอาไว้อยู่ มิเช่นนั้น
บุปผาวิญญาณซากศพ ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อยู่
หรือ อาจจะระเบิดถุงจักรวาลของพวกเขาเลยเสีย
ด้วยซ้ า
หลังจากทุกอย่างสิ้นสุดลง อู่ อวี้ รีบตรวจสอบ
ร่างกายตนเองทันที เนื่องจากเขาใช้ ‘วัชระคุ้มกาย’
ได้ทันท่วงที จึงท าให้พิษจาก บุปผาวิญญาณซากศพ
ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ไม่ส่งผลกระทบต่อ อู่ อวี้ แต่
ประการใด
กายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ทรงพลังยิ่ง
กว่าเคล็ดวิชากายเนื้อทั้งหมดที่เขาเคยพบพานมา
ถึงแม้จะโดนยาพิษร้ายกาจ แต่มันก็มิอาจกล้ ากราย
เขาได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้สึกเป็นห่วงกังวลด้านของ
หนานกง เหว่ย เสียมากกว่า
เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน
เขาจึงไม่มีเวลามากพอจะหันไปช่วยปกป้อง หนาน
กง เหว่ย เมื่อหันไปมอง นางยังคงตกตะลึงอยู่ อู่ อวี้
สามารถมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ในเวลานี้หมอกทมิฬ
ได้แตะสัมผัสกับส่วนหน้าผากของนาง เจาะชอนไช
เข้าไปในมือแลเท้า เมื่อเขาพบมันก็ตระหนักว่าสาย
เกินไปที่จะหยุดยั้งมันได้
“พี่ชาย … ข้ารู้สึกเวียนหัวจัง ข้าขยับตัวไม่ได้…”
สีหน้าของ หนานกง เหว่ย แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลด
หม่นหมองลงอย่างฉับพลัน นัยน์ตาของนางเริ่มเลื่อน
ลอย
เมื่อเห็นนางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ท าให้หัวใจ อู่ อวี้
หล่นวูบทันที เขารีบเข้าไปช่วยนางอย่างรวดเร็ว เห็น
ได้ชัดว่าเวลานี้ นางได้ถูกพิษจากดอก บุปผา
วิญญาณซากศพ เข้าไปอย่างจังแล้ว
“โอสถขจัดพิษ!” ในถุงจักรวาลของเขา มีโอสถขจัด
พิษเหลืออยู่บางส่วน บัดนี้เขารีบน ามันออกมาทันที
จากนั้นก็ป้อนมันให้กับ หนานกง เหว่ย เขารู้สึกมึน
งงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่า หนานกง เหว่ย แสดงอาการ
ท่าทางเจ็บปวดออกมา หลังจากเฝ้าดูอาการผ่านไป
ได้ครู่หนึ่ง อู่ อวี้ พบว่ามันโอสถขจัดพิษที่เขามอบที่
นางนั้นไร้ผล ซ้ าร้ายสถานการณ์ของ หนานกง เหว่ย
ในยามนี้ยิ่งเลวร้ายลงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เหตุที่ บุปผาวิญญาณซากศพ สามารถกลืนกินมนุษย์
ลงไปได้ทั้งคน ทั้งหมดล้วนอาศัยพิษจากเถาวัลย์ของ
มัน ฉะนั้นความรุนแรงของพิษนี้จึงน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
นัก!
“พี่ชาย ข้าก าลังจะตายงั้นหรือ?” หนานกง เหว่ย
กล่าวขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางล้มพับลงบนอ้อมแขน
ของ อู่ อวี้ พร้อมกับ พยายามฝืนตาจ้องมองมาที่เขา
อย่างยากล าบาก
นางตระหนักถึง สภาพร่างกายของตนเองในยามนี้
เป็นอย่างดี แล้วกล่าวขึ้นว่า”พิษนี้กัดกร่อนเข้าไปใน
เลือดเนื้อของข้า เริ่มจากอวัยวะภายใน ถึงแม้ข้าจะ
ไม่ได้ถูกบุปผาวิญญาณซากศพกลืนกินลงไป แต่มัน
ก าลังย่อยสลายข้าอยู่…”
สถานการณ์ในตอนนี้ นักหนายิ่งกว่าที่ อู่ อวี้ คาดคิด
เอาไว้!
เมื่อมองดูสภาพอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงของ หนานกง
เหว่ย ใบหน้า มือ และ เท้า ของนางตอนนี้เริ่มซีด
เผือดเย็นลง อีกทั้งยังเริ่มเหี่ยวแห้ง ปรากฏริ้วรอย
แห่งการเสื่อมสลาย บุปผชาติบานสะพรั่งแสนงดงาม
บัดนี้ก าลังเริ่มเหี่ยวแห้งลงท่ามกลางสายตาของ อู่
อวี้
“ไม่มีทาง!!!” อู่ อวี้ รีดเค้นสมองครุ่นคิดหาวิธีอย่าง
สุดก าลัง
“พี่ชาย ข้ารู้สึกง่วงนอนมากจริง ๆ ข้าอยากจะของีบ
สักหน่อย” หนานกง เหว่ย กล่าวว่า ด้วยน้ าเสียงสั่น
เครือจากในล าคอของนาง ท าให้ผู้รับฟังรู้สึกปวดร้าว
หัวใจอย่างสุดจะทานทน พิษจาก บุปผาวิญญาณ
ซากศพ ช่างร้ายกาจอย่างยิ่ง มันเป็นพิษที่สามารถ
กลืนกินทุกสรรพสิ่งได้อย่างง่ายดาย จนไม่เหลือ
เศษซาก
นอกจากนี้ หนานกง เหว่ย ยังได้รับพิษเข้าไปเป็น
จ านวนมาก
ในขณะนั้น จิตใจของ อู่ อวี้ รู้สึกสับสนอย่างที่ไม่เคย
เป็นมาก่อน พวกเขาทั้งสองเดินทางร่วมกันมาอย่าง
ยาวนาน หนานกง เหว่ย เปรียบดั่งญาติมิตรแล
สหายสนิท เป็นดั่งน้องสาวของเขา แต่ตอนนี้ร่างกาย
ของนางก าลังสูญสลายตกตายไปต่อหน้าต่อตา แต่
ทว่าตัวของเขากระท าได้แค่เพียง เฝ้ามองดูนางตก
ตายไปเท่านั้น ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขา มัวแต่คิดฝัน
ปรารถนาอยากได้แต้มความส าเร็จ ท าให้นางต้องมา
พบพานกับเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ …
เขาโอบกอดนางเอาไว้ ด้วยอารมณ์ความรู้สึกโกรธ
แค้นชิงชังตนเองอย่างยิ่ง
“ห้ามหลับเด็ดขาด เหว่ยเอ๋อ ข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้
จงได้!” หากนางหลับใหลจมสู่ห้วงนิทรา ก็ยากที่จะ
ตื่นขึ้นมาได้อีก
พิษจาก บุปผาวิญญาณซากศพ กัดกร่อนกลืนกิน
เลือดเนื้อของนางอยู่ตลอดเวลา
“หมิงซวง!” ในสถานการณ์เช่นนี้ อู่ อวี้ คิดได้เพียง
ขอความช่วยเหลือจากหมิงซวงเท่านั้น เขาร้อง
ค ารามขึ้นเสียงดังสนั่น ทันใดนั้นเอง หมิงซวง ก็
ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา พร้อมกับท าท่าบิด
ขี้เกียจไปด้วย นางจ้องมองเขาพร้อมกับกล่าวขึ้น
อย่างไม่แยแสว่า”ท าไมเจ้าต้องมารบกวนเวลานอน
หลับของท่านยายด้วย?”
ระหว่างที่นางกล่าวขึ้นนั้น นางก็หันไปมองยังทิศทาง
ของ หนานกง เหว่ย
“พิษจากบุปผาวิญญาณซากศพ” อู่ อวี้ จ้องมองด้วย
แววตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ
เมื่อเห็นเขาอยากกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งยังวิตกกังวล
หมิงซวง ก็เบ้ปากพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า”เอาล่ะ ครั้งนี้
ข้าจะยอมให้เจ้าซักครั้ง มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ถือ
เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาเซียนที่ขึ้น ชื่อในเรื่องการฟื้นฟู
ท่ามสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ สามารถเผาผลาญความ
ชั่วร้ายทั้งมวลในใต้หล้านี้ ไม่ว่าจะเป็น มนต์เสน่ห์
พลังหยินแห่งความมืด ก็มิอาจกล้ ากรายเจ้าได้ ไม่ว่า
จะเป็นแกนนภา พลังอ านาจแห่งแกนก าเนิด หรือ
เพลิงอมตะ ของเจ้า ไม่ได้มีความสามารถแค่เพียง
หลอมสร้างกลั่นสกัดเท่านั้น มันยังรวมถึงขจัดพิษ
ด้วย ถึงแม้ข้าจะยังไม่แน่ใจว่าเพลิงอมตะของเจ้านี้
ตอนนี้ จะมีพลังเพียงพอต่อการเผาผลาญหรือไม่ แต่
ก็ลองทดสอบดูเอาแล้วกัน”
“ขอบคุณ!” ในยามนี้ เขากับ หมิง ซวง ต่างพึ่งพา
อาศัยซึ่งกันและกันเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางผืน
ปฐพีอันกว้างใหญ่นี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่านางเริ่มให้ความ
ร่วมมือ และ ดีกับเขามากขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่บางที
นางอาจจะแค่ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เป้าหมายของ
นางด าเนินต่อไป จนบรรลุจุดประสงค์เพียงเท่านั้น
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่า เพลิงอมตะของเขาจะมี
ความสามารถเช่นนี้อยู่ด้วย
เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาอีก เพียงตั้งมั่น
เพ่งสมาธิ จุดเพลิงอมตะสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นในมือ
เผาผลาญอาภรณ์ตั้งแต่ช่วงหน้าอกของ หนานกง
เหว่ย ลงไปยังส่วนหน้าท้องอย่างรวดเร็ว ร่างของ
หนานกง เหว่ย ซึ่งอยู่ในสภาพซูบผอมโรยรา
สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เลือดเนื้อบางส่วนของ
นางเป็นสีด า เมื่อถูกเพลิงอมตะของ อู่ อวี้ เผาผลาญ
ส่วนสีด าที่อยู่บนร่างกายของนางนั้น ได้ถูกขับไล่
ออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นข้อ
พิสูจน์ได้ เพลิงอมตะ ของเขา มีพลังอ านาจในการ
ขจัดพิษจริง!
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ