กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 225 ตราตรึงใจไปตลอดชีวิต
การที่เพลิงอมตะใช้ได้ผล ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว นับว่านี่
เป็นข่าวดีอย่างยิ่ง
อารมณ์ที่สับสนวุ่นวาย ในที่สุดก็ค่อยๆสงบลง
จนกระทั่งท าให้อารมณ์ของเขาสุขุมลงได้ดั่งปกติ
“พี่ชาย ท่านใช้สิ่งใดรึ ท้องข้ารู้สึกอบอุ่นจัง”
ท่ามกลางความสับสน หนานกง เหว่ย เปิดตาของ
นางขึ้นมา มองไปทาง อู่ อวี้ ด้วยสภาพอ่อนแอ
“เหว่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าหาหนทางที่จะ
ช่วยเจ้าได้แล้ว เจ้าเพียงแต่ต้องอดทนเอาไว้ อย่าได้
หวาดกลัวก็เพียงพอแล้ว” อู่ อวี้ กล่าวกับนางเบาๆ
และยังคงส่งเพลิงอมตะที่อยู่ในมือของเขาเข้าไป
อย่างต่อเนื่อง
เมื่อได้ยินค าพูดเหล่านี้ หนานกง เหว่ย ก็ยิ้มออกมา
อย่างพึงพอใจ แล้วกล่าว”เหว่ยเอ๋อร์ รู้ดีว่าพี่ชาย
จะต้องหาทางช่วยข้าได้อย่างแน่นอน”
แน่นอนว่าจะต้องพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้นาง
ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ไปได้ แต่ทว่าในสนามรบ
โบราณนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมในการจะน าพิษ
ออกมา ทั้งยังมีผู้คนอยู่จ านวนมากคอยเฝ้าดูอยู่ ใคร
จะรู้ว่ามีใครบ้างที่จะเข้ามาสร้างปัญหาให้พวกเขา
อีก!
อู่ อวี้ เรียกใช้ใช้กระบี่บินจักรพรรดิบินออกมาพร้อม
อุ้ม หนานกง เหว่ย เอาไว้ จากนั้นสองคนเร่งบินข้าม
สนามรบโบราณนี้ออกไปในทันที หลังจากที่ค้นหา
ทางออกได้แล้วจึงเร่งทะยานไปอย่างรวดเร็วเพื่อ
ออกไปจากที่แห่งนี้ ในครั้งนี้พวกเขาเก็บเกี่ยว
ผลประโยชน์มาได้มากมาย แต่ก็เสียดายที่ หนานกง
เหว่ย ต้องประสบกับเคราะห์ร้าย
ในขณะที่ อู่ อวี้ ก าลังบินผ่านไป ก็ถูก ฮวง เฟยหยุน
ที่มีกลุ่มคนจากวังนภาล้อมรอบอยู่ก็ยิ้มกว้างขึ้น
“บิดาท่านช่างฉลาดจริงๆ ถึงแม้ว่ามันจะตกตายไป
เพียงแค่คนเดียว ก็ถือว่าได้ล้างแค้นให้กับน้องชาย
ของข้าแล้ว” ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านข้างซึ่งมีลักษณะ
คล้ายคลึงกับ ฮวง หลิงหยุน กล่าวออกมา
ฮวง เฟยหยุน ยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า”อย่ากล่าวส่ง
เดช ข้ายังไม่ได้เห็นบุบผาวิญญาณซากศพมาก่อน
ใครจะรู้ว่าเจ้าบุบผาวิญญาณซากศพจะจัดการ
ยากเย็นเช่นนี้! เรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้า
อย่าได้กล่าวออกมาเช่นนี้ให้คนอื่นได้ยิน!”
ชายผู้นั้นก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า”บิดาโปรดมั่นใจ
เถิด เรื่องนี้ข้ามีแผนอยู่ในใจแล้ว ส่วน หลิงหยุน ก็ท า
ได้เพียงแค่ต าหนิที่ชีวิตของมันนั้นโชคร้าย”
ฮวง เฟยหยุน ส่ายหัวแล้วกล่าวขึ้น”เจ้านั่นมันหา
เรื่องใส่ตัวเอง ไม่ยอมมาปรึกษาอันใดกับข้าก่อน
เช่นนี้ก็สมควรตายแล้ว”
……..
อู่ อวี้ ใช้เพลิงอมตะแผดเผา หนานกง เหว่ย พร้อม
ใช้กระบี่บินจักรพรรดิไปอย่างต่อเนื่อง และเขายังคง
สอดส่องมองหาสถานที่ที่พวกเขาจะท าการซ่อนตัว
ได้
เขาไม่ต้องการถ้ าสวรรค์ใดๆทั้งสิ้น ต้องการเพียงแค่
สถานที่ที่เงียบสงบและจะไม่ถูกรบกวน
อาการของ หนานกง เหว่ย ตอนนี้สาหัสอย่างมาก
เขาต้องการเพียงแค่ให้นางฟื้นคืนสภาพโดยไว
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม เขาก็มองเห็น
ทะเลสาบใสสะอาดแห่งหนึ่ง ทะเลสาบนี้ค่อนข้างลึก
เป็นอย่างมาก อู่ อวี้ จึงเร่งใช้เคล็ดวิชาเต๋าสายนอก
สร้างฟองอากาศโปร่งใสมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
สามจั้งล้อมรอบตัวเขา และ หนานกง เหว่ย เอาไว้
จากนั้นก็ด าดิ่งลงไปในในทะเลสาบทันที ซึ่งผิวน้ า
ทะเลสาบแห่งนี้ย่อมสามารถปิดกั้นสายตาผู้คนเอาไว้
ได้เป็นอย่างดี ถ้าหากมีผู้ฝึกตนธรรมดาบินผ่านมา
โดยทั่วไปแล้วพวกเขาย่อมไม่สังเกตเห็นถึงความ
เคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้ทะเลสาบแห่งนี้
หลังจากจมดิ่งลึกลงไป ทั้งสี่ทิศก็ถูกปกคลุมด้วย
ความเงียบสงบ สามารถมองเห็นคลื่นน้ าของ
ทะเลสาบกระเพื่อมได้อยู่ภายนอกของฟองอากาศ
ดวงอาทิตย์เหนือหัวส่องลงมากระทบกับคลื่นน้ าใน
ทะเลสาบ ก่อให้เกิดคลื่นแสงที่สวยงามเป็นอย่างมาก
หนานกง เหว่ย พลันเปิดเปลือกตาขึ้นมาและกล่าว
ถามว่า”พี่ชาย ที่นี่ที่ไหน?”
“ทะเลสาบ” อู่ อวี้ ก็โอบกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน
พิงเข้ากับตัวของเขา ทั้งสองคนนั่งอยู่ภายใน
ฟองอากาศ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับนางว่า”ข้าใช้
เพลิงอมตะในการช าระล้างพิษร้ายร่างกายของเจ้า
รีดพวกมันออกมา อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย เจ้า
จะต้องอดทนเอาไว้ ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด เข้าใจ
หรือไม่?”
เพราะว่าเพลิงอมตะของนางไม่ได้มีลักษณะพิเศษท า
ให้ไม่สามารถจะรีดพิษออกมาได้ จึงพึ่งพาได้เพียง
เพลิงอมตะของตัวเขาเองเท่านั้น
“ได้ เหว่ยเอ๋อร์ ย่อมไม่กลัว เมื่อมีพี่ชายอยู่ด้วย”
หนานกง เหว่ย ยิ้มออกมา ในสายตาของนางเต็มไป
ด้วยความแน่วแน่
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก หลังจากที่ค้นหาสถานที่ที่
เงียบสงบเช่นนี้ได้แล้ว เขาก็เพิ่มการส่งเพลิงอมตะ
เข้าไปอีก เพลิงอมตะจากแกนนภาสีขาวถูกส่งออก
มาจากทั่วทั้งร่างของเขา เขายังไม่สามารถควบคุม
เปลวไฟนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เพลิงอมตะอัน
ร้อนแรง ไม่สามารถส่งผ่านไปยังผิวขาวเนียนราว
หิมะของ หนานกง เหว่ย ได้โดยตรง มิฉะนั้นมัน
อาจจะท าให้นางถูกเผาจนตกตายไปก็เป็นได้ ดังนั้น
เขาจ าเป็นที่จะต้องรักษาระยะห่างกับนางเอาไว้
ในขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็ยังหยิบยาทั้งหมดที่มีผลต่อ
กล้ามเนื้อ เสริมสร้างความเข็มแข็งให้ร่างกาย และ
ยาที่เอาไว้ใช้รักษาคอย ป้อนให้กับ หนานกง เหว่ย
ทีละเม็ด
เพลิงอมตะนั้นมาจากแกนนภา ไหลผ่านตามชีพจร
ในร่างออกมา เพราะว่า อู่ อวี้ ไม่สามารถควบคุมมัน
ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นภายในฟองอากาศจึงเกิดไฟ
ลุกขึ้น อีกทั้งเสื้อผ้าของเขายังถูกเผาไหม้
อย่างไรก็ตามสิ่งส าคัญในเวลานี้ก็คือการช่วยชีวิตคน
เขาปิดตาของเขาลงและไม่ให้ความสนใจถึงมันมาก
นัก
แน่นอนว่าเสื้อผ้าของ หนานกง เหว่ย ก็ถูกเผาไหม้
จนหมดภายในชั่วพริบตา เผยให้เห็นถึงรูปร่างของ
สาวงามที่ก าลังเจริญเติบโต ด้วยร่างกายของเด็กสาว
ผู้นี้ หากผ่านไปอีกสักสองปี จะต้องกลายเป็นสาว
งามอันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะมี
อายุเพียงแค่สิบสี่ปีเท่านั้น แต่กลับมีเสน่ห์ที่ดึงดูด
ผู้คนเช่นนี้ ช่างน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
เพลิงอมตะของแกนนภาสีขาวโอบล้อมร่างของนาง
และ อู่ อวี้ เอาไว้ ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าจะหายไปแล้ว แต่
ยามนี้ทั้งสองต่างมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน
เมื่อถูกเพลิงอมตะโอบล้อมเอาไว้ แน่นอนว่าพิษร้าย
ที่อยู่ภายในร่าง ก็ราวกับพบศัตรูตามธรรมชาติ เดิม
ทีพิษได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างของ หนานกง เหว่ย
ไปแล้ว แต่ในเวลานี้มันก็หยุดการแพร่กระจาย
ออกไป ซึ่งในขณะที่มันหยุดการแพร่กระจาย มันก็
ถูกเพลิงอมตะท าการช าระล้างมันออกไปด้วยเช่นกัน
ภายใต้การปกคลุมของเพลิงอมตะ หนานกง เหว่ย
พลันรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้ บัดนี้
ยารักษาภายในร่างของนางก็แสดงผลออกมา เมื่อ
เวลาได้ผ่านล่วงเลยไป ความรู้สึกทรมานของนาง
ค่อยๆบั่นทอนลง อีกทั้งความรู้สึกนึกคิดก็ค่อยๆ
ชัดเจนขึ้น
เมื่อตระหนักได้ว่าก าลังเปลือยกายอยู่ ใบหน้าที่
อ่อนเพลียของนางก็แดงขึ้นในทันที เนื่องด้วยเป็น
สาวน้อยวัยแรกแย้มอยู่แล้ว ท าให้ในเวลานี้หัวใจของ
นางเต้นแรงขึ้นอย่างรุนแรง นางไม่กล้าที่จะหัน
กลับไปมอง เพราะนางเองก็รู้ว่า อู่ อวี้ อาจจะมี
สภาพเช่นเดียวกับนาง
“สมาธิ” อู่ อวี้ เอ่ยก าชับนาง
”อื้อ!” หนานกง เหว่ย พึมพ าแล้วแลบลิ้นออกมา
เล็กน้อย บัดนี้ดวงตาคู่งามของนางค่อยๆกระจ่างใส
ขึ้นเรื่อยๆ
นางสามารถรู้สึกได้ถึง พิษที่อยู่ภายในร่างค่อยๆ
น้อยลงและสลายหายไปในที่สุด ไม่ได้คุ้มคลั่งเฉกเช่น
ก่อนหน้านี้อีกแล้ว มีเพียงบางส่วนบนร่างกายที่ได้รับ
ความเสียหายเท่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะมีการช่วยเหลือ
จากยาโอสถรักษา อีกด้านก็เป็นเพราะร่างกายของ
นางที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง ดังนั้นอาการบาดเจ็บก็
น่าจะได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว
หนานกง เหว่ย ค้นหาในถุงจักรวาลของตนเอง แล้ว
น ายารักษาออกมาสองสามเม็ด ประสิทธิภาพของยา
โอสถรักษาที่อยู่ในถุงจักรวาลของนางนั้นดีกว่ายา
รักษาของ อู่ อวี้ แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดพิษจากบุบ
ผาวิญญาณซากศพได้อยู่ดีหากไม่มี อู่ อวี้ คอย
ช่วยเหลือ กล่าวได้ว่าในเวลานี้มันมีประโยชน์อย่าง
ยิ่ง หลังจากที่นางกลืนมันลงไป อู่ อวี้ ก็พบว่าในเวลา
สั้นๆว่า ความเสียหายที่ได้รับจากบุบผาวิญญาณ
ซากศพสามารถฟื้นฟูด้วยอัตราความเร็วที่มองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ผิวของนางก็กลับมา
อ่อนนุ่ม อวบอิ่ม ขาวราวกับเป็นหิมะดั่งเดิม
ใบหน้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง ดวงตาส่องประกายมี
ชีวิตชีวา
ในเวลานี้ถึงแม้ว่าพิษส่วนใหญ่จะยังคงตกค้างอยู่ใน
ร่างกาย แต่ความเป็นจริงนางก็พ้นขีดอันตราย
เรียบร้อยแล้ว พิษเหล่านั้นถูกสะกดข่มโดยเพลิง
อมตะ ท าให้ไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างคุ้มคลั่งอีก
ต่อไป
เพราะว่าตอนนี้นางเปลือยอยู่ หัวใจของนางจึงเต้น
เร็วขึ้น แก้มสีชมพูแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงราวกับ
ดอกกุหลาบ ขั้นตอนนี้ให้ความรู้สึกราวกับว่าผ่านไป
ยาวนานนับปี
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ไม่มีวิธีจัดการ เพราะว่าพิษมัน
แพร่กระจายไปทั่ว จึงต้องใช้เพลิงอมตะไล่ล่าแผด
เผาพวกมัน ท าการช าระล้างให้สะอาด เช่นนี้เสื้อผ้า
จึงถูกเผาไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขั้นตอนนี้ ใช้เวลานานเป็นอย่างมาก
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งค่อนวัน อู่ อวี้ พลันรู้สึก
เหนื่อยล้าขึ้น แกนนภามืดสลัวลง ไม่ว่าจะเป็นแกน
ก าเนิดหรือว่าเพลิงอมตะ แกนนภาล้วนแต่ส่งพลัง
ออกไปทั้งสิ้น
เขาหยิบเม็ดยาสร้างแกนนภาหนึ่งเม็ดออกมาจากถุง
จักรวาลของ ฮวง หลิงหยุน จากนั้นก็ท าการกลืนมัน
เข้าไป ด้านหนึ่งท าการพักผ่อนฟื้นฟู ส่วนอีกด้าน
หนึ่งก็ยังคงส่งเพลิงอมตะเข้าไปท าการช าระล้าง
อย่างต่อเนื่อง
หนานกง เหว่ย ถึงแม้จะไม่กล้าหันไปมองเขา แต่นาง
ก็รู้ดีว่าตอนนี้เขาคงอ่อนล้าเป็นอย่างมาก นางจึง
รู้สึกปวดใจแลหันไปกล่าวว่า”พี่ชาย ท่านต้องพักสัก
หน่อย เหว่ยเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรแล้ว”
“ไม่ได้ หากข้าหยุด พิษร้ายที่เหลือก็จะสามารถ
แพร่กระจายออกมาได้อีก แล้วเจ้าก็จะต้องเจ็บปวด
ทรมาน” อู่ อวี้ กล่าว
“ทรมานนิดหน่อย ข้าไม่เป็นไรหรอก พี่ชายท่านรีบ
พักผ่อนเถอะ” เสียงของ หนานกง เหว่ย สั่นเล็กน้อย
อาจจะเป็นเพราะค ากล่าวของ อู่ อวี้ นางจึงรู้สึกเป็น
กังวล
“ตั้งสมาธิ อย่ากล่าวสิ่งใดอีก” อู่ อวี้ กล่าว
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นเขา
จึงไม่อาจหยุดได้ ต่อให้เขาเหนื่อยแค่ไหนเขาก็ยังคง
ท าการใส่เพลิงอมตะต่อไป
หนานกง เหว่ย รู้สึกตะลึงนิดหน่อย ความอบอุ่นโอบ
ล้อมร่างกาย ท าให้ก าแพงหินในหัวใจของนาง
พังทลายลงไปเรื่อยๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในก้นทะเลสาบ
แห่งนี้ นางย่อมไม่มีวันลืมมันไปชั่วชีวิต
ทุกๆลมหายใจที่ผ่านไป ในหัวใจของนางก็เริ่มรู้สึก
ประหม่าขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันมาก สามารถได้ยินเสียง
หายใจของ อู่ อวี้ ได้อย่างชัดเจน
หากยังคงท าต่อไป อู่ อวี้ จะต้องหมดแรงอย่าง
แน่นอน จึงกลืนเม็ดยาสร้างแกนนภาลงไปอย่าง
ต่อเนื่อง สถานการณ์เช่นนี้ใช้เวลาไปกว่าสามวันสาม
คืน หนานกง เหว่ย รับรู้ได้อย่างชัดเจน พิษของบุบ
ผาวิญญาณซากศพที่อยู่ในร่าง ยิ่งน้อยลง จนกระทั่ง
มันหายไปจนหมด
“ปิดตา แล้วสวมเสื้อผ้าของเจ้าเถิด” หลังจากเสร็จ
สิ้นกระบวนการ เสียงของ อู่ อวี้ ก็ดังก้องอยู่ภายในหู
“ได้! ข้าจะไม่มองท่านเช่นกัน” หนานกง เหว่ย ปิด
ตาของนางไปจริงๆ แต่ปากกลับยกยิ้มขึ้นจนไม่
สามารถหุบลงได้ ไม่รู้ว่าในใจของนางจะมีความสุข
เพียงใด
นางหยิบชุดที่สวยที่สุดออกมาจากถุงจักรวาล และ
สวมใส่มันลงไปอย่างรวดเร็ว หลังจากรอมาสักพัก
นางก็เปิดเปลือกตาของนางขึ้น จากนั้นก็พบว่า อู่ อวี้
แต่กายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และก าลังหันหลังให้นาง
“พี่ชาย หันกลับมาได้แล้ว” หนานกง เหว่ย รู้สึก
กังวลเล็กน้อย หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป อู่ อวี้ ก็ได้
กลายเป็นคนส าคัญอยู่ในใจของนาง
อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจ และหันกลับมา ทั้งสองตาพบเห็น
สาวน้อยผู้นี้แต่งตัวด้วยชุดที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ท า
ให้คนที่ได้มองไม่อาจละสายตาได้ โดยเฉพาะรอยยิ้ม
เช่นนี้ที่ท าให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความแจ่มใสอันมีชีวิตชีวา
ของนาง เด็กหญิงผู้นี้ช่างมีวาสนายิ่ง ยังไม่โตเต็มวัย
แต่กลับเปล่งประกายแห่งความงดงามเช่นนี้ออกมา
ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่กี่วันมานี้ ท าให้เขาอ่อนล้า
เป็นอย่างมาก
“ข้าขอตัวพักผ่อนสักครู่ เจ้าสามารถออกไปวิ่งเล่นได้
แต่อย่าออกไปไกลมากนัก เข้าใจหรือไม่?” อู่ อวี้
ก าชับนาง ความจริงในเวลานี้พลังในกายเขาแห้ง
เหือดไปหมดแล้ว
“อื้มอื้ม!” หนานกง เหว่ย พยักหน้าหลายครั้ง แต่
นางก็ไม่คิดจะไปที่ไหน
อู่ อวี้ นั่งขัดสมาธิลงไป เริ่มต้นท าการฟื้นฟูในทันที
การฟื้นฟูในครั้งนี้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงสามวัน
ซึ่งหลังจากสามวัน เขาก็ฟื้นคืนกลับมาอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์พร้อม ยามนี้เขามองเห็น หนานกง เหว่ย
กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เขารู้ว่าเรื่องในสนาม
รบโบราณนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งครั้งนี้ เขาสามารถ
เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
“พวกเรามาแบ่งส่วนแบ่งกันเถอะ” อู่ อวี้ อารมณ์ดี
เป็นอย่างยิ่ง พวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ก้นทะเลสาบได้
หยิบถุงจักรวาลของ ฮวง หลิงหยุน ออกมา
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้เอ่ยออกมาก่อนว่า”เหว่ย
เอ๋อร์ ยันต์ทมิฬนี่เป็นเจ้าที่พบเห็นมันก่อน แต่ว่าที่ยัง
เหลืออีกแผ่นหนึ่ง มันมีประโยชน์ส าหรับข้ามาก”
ยังไม่ทันจะกล่าวจบ หนานกง เหว่ย ก็กล่าวแทรก
ขึ้น”พี่ชาย ครั้งนี้ เหว่ยเอ๋อร์ ได้ท่านช่วยชีวิตเอาไว้
ข้าไม่ต้องการสิ่งของใดๆ ตราบใดที่ เหว่ยเอ๋อร์ ได้
ผจญภัยฝ่าอันตรายไปพร้อมกันท่าน เหว่ยเอ๋อร์ ก็มี
ความสุขแล้ว”
ในจิตใจของนางก็ยังคงชื่นชอบการออกไปผจญภัย
ส ารวจที่ต่างๆในโลกกว้างใบนี้
อู่ อวี้ ส่ายหัว เนื่องจากตัวของเขาเองก็มีกฎเป็นของ
ตัวเองเช่นกัน”เป็นเช่นนี้ไม่ได้ มันสมควรเป็นของเจ้า
พวกเราต่างร่วมมือร่วมแรงด้วยกันมา ข้าไม่สามารถ
เก็บเอาไว้คนเดียวได้”
ส าหรับยันต์ทมิฬ นั่นคือสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็นสิ่งของที่
ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ หลังจากที่ออกมาครบ
สามเดือน ยังไงก็ต้องกลับเข้าไป และด้วยยันต์ทมิฬ
แผ่นนี้ จะท าให้เขามีความกล้าที่จะกลับไปมากขึ้น
เมื่อ จาง ฝูถู เกิดใช้ไม้แข็งหมายจะสังหารช่วงชิง
สมบัติจากเขาขึ้นมา เช่นนั้นเขาก็ไม่สนใจหากจะต้อง
แบกรับความผิดในการสังหารอาจารย์
เขาคาดว่า ฮวง เฟยหยุน และ จาง ฝูถู น่าจะมีฝีมือ
ไม่ห่างกันนัก
จากนั้นเขาก็น าถุงจักรวาลของ ฮวง เฟยหยุน
ออกมาเพื่อท าการตรวจสอบ
อู่ อวี้ นั้นได้พกสมบัติต่างๆของของเขาทั้งหมดเอาไว้
กับตัวตลอดเวลา ซึ่งแตกต่างกับคนอื่นๆ เพราะเพื่อ
ป้องกันการปล้นชิง พวกเขาจึงเอาสมบัติบางส่วน
เก็บไว้ในคลังสมบัติของนิกาย ซึ่งมันจะปลอดภัย
มากกว่าเมื่อได้รับการคุ้มกันจากนิกาย
จากนั้นเขาได้เริ่มเปิดถุงจักรวาลออกมาและเริ่มท า
การตรวจสอบภายในทันที
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ