กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 232 พี่สาวเฉิน
ฉับพลันคนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวต่อหน้าของ อู่ อวี้
ซึ่งเขาเป็นบุคคลที่ อู่ อวี้ ไม่สามารถสัมผัสความ
แข็งแกร่งได้แม้แต่น้อย
ราวกับว่านางออกมาจากความว่างเปล่า ปรากฏตัว
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
โดยเฉพาะประกายแสงเงาของดวงดารา บางส่วนที่
ยังหลงเหลืออยู่ ไม่สูญสลายเลือนหายไปไหน ซึ่งเป็น
ข้อพิสูจน์ได้ว่านางเพิ่งมาถึง
นางสวมใส่ชุดคลุมกระบี่สีม่วง นับได้ว่าเป็นสตรีผู้มี
รูปโฉมงดงามอีกนางหนึ่ง นางมีใบหน้าอ่อนโยน
ทรวงทรงทั้งสรรพางค์กายดูประณีตบรรจง ทั้งหมดที่
กล่าวมานี้ช่วยดึงดูดสายตาของทุกผู้คน
ขณะช่วงเวลาที่นางได้ปรากฏออกมานัก ทุกผู้คนซึ่ง
ก าลังกล่าวขวัญถึงเรื่องนี้ ล้วนปิดปากเงียบสนิท
“ ดูนั่นสิ แม้แต่ เฉิน ชิงหยู๋ ก็ยังสนอกสนใจในตัว
เขา” ท่ามกลางความคลุมเครือไม่ชัดเจน อู่ อวี้ ได้
ยินเสียงกระซิบกระซาบอย่างแผ่วเบา ของผู้คนก าลัง
กล่าวขวัญถึงนาง ท าให้เขาล่วงรู้ถึงศักดิ์ฐานะของ
นางได้ในระดับหนึ่ง
ชุดคลุมยาวสีม่วง โบกสะบัดพริ้วไหวท่ามกลางสาย
ลม มองลึกเข้าไปภายในดวงตานั้น ประดุจดั่ง
ท้องนภายามราตรี ซึ่งเต็มไปด้วยดวงดารา แต่ยังคง
แฝงไว้ให้ความรู้สึกเฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง
สตรีผู้นี้เป็นน้องสาวของ จอมกระบี่ชิงเหอ นางคือ
เฉิน ชิงหยู๋ เป็นสาวกขั้นกระบี่โลกา และ เป็น
อาจารย์ของ หลี่ ชางห่าย
เพียงแค่นางปรากฏตัว หลี่ ชางห่าย รีบคุกเข่าลงไป
กับพื้นแล้วกล่าวขึ้นอย่างเคารพนบนอบว่า” ศิษย์
หลี่ ชางห่าย น้อมคารวะอาจารย์”
เฉิน ชิงหยู๋ โบกมือเบา ๆ แล้วกล่าวว่า” ลุกขึ้นเถอะ
จงไปคิดทบทวนเหตุที่ท าให้เจ้าพ่ายแพ้ ไตร่ตรองถึง
ความผิดพลาดจุดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น กลับไปได้แล้ว
รายชื่อของเจ้าไม่ได้หลุดจาก รายนามหมื่นเซียน
กระบี่ ฉนั้นจึงยังมีโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้าได้”
“ ขอรับ!” หลี่ ชางห่าย เคารพสตรีผู้นี้เป็นอย่างมาก
มันไม่กล้าแม้แต่จะเงยมองหน้าของนาง ทันใดนั้นมัน
ก็รีบน้องตัวโค้งค านับแล้วก้าวถอยหลังเดินจากไป
เนื่องจากรายชื่อของเขาร่วงตกไปอยู่ด้านล่างของ
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ เขาจึงต้องไปยังพนักที่นั่ง
ของตนเอง
ท าให้ยามนี้หลงเหลือเพียง อู่ อวี้ กับ เฉิน ชิงหยู๋
ก าลังยืนอยู่ตรงข้ามกันและกัน
“ เฉิน ชิงหยู๋ ก าลังท าอะไร ? นางต้องการรับ อู่ อวี้
เป็นศิษย์ฝึกหัดเช่นนั้นหรือ ?”
“ แต่ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ ได้คารวะคนผู้อื่นเป็น
อาจารย์แล้ว แม้ว่าจะเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพีก็ตามที
แต่อย่างไรคนผู้นั้นก็เป็นอาจารย์ของเขา เพิ่งเข้ามา
ในนิกายได้ไม่ถึงหนึ่งปี แต่กลับคารวะผู้อื่นเป็น
อาจารย์อีก ข้าว่าคงไม่งามนัก”
การปรากฏตัวของ เฉิน ชิงหยู๋ ในฐานะสาวกขั้น
กระบี่โลกา ท าให้ผู้คนจ านวนมากมายสังเกตเห็นการ
ด ารงอยู่ของ อู่ อวี้ ซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยฉับพลัน
“ เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?” คิ้วข้างหนึ่ง
ของ เฉิน ชิงหยู๋ เลิกขึ้น พร้อมกับไต่ถามขึ้นด้วย
น้ าเสียงยียวน ในเวลานี้นางเดินเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ เมื่อ
กระแสลมพัดโชยผ่าน กลิ่นกายอันหอมอ่อนละมุน
นาง ได้ถูกพัดพาตามสายลมปะทะเข้าใส่ใบหน้าของ
เขา
“ผู้เยาว์ทราบ” อู่ อวี้ พยักหน้า
“ความเย่อหยิ่งของเจ้าก่อนหน้านี้ หายไปไหนหมด
ซะแล้วล่ะ?” เฉิน ชิงหยู๋ ยิ้มขึ้นที่มุมปาก จากนั้นนาง
ก็มองกวาดผ่านไปทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้
เนื่องจากนางเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับต าหนักม่วง
มรกต ทั้งความแข็งแกร่ง และ แรงกดดัน ล้วนสยบ
อู่ อวี้ ลงได้อย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วแต่ก็ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมา ถึงแม้จะ
ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก แต่การปิดปากเงียบก็
น่าจะดีกว่า
“ เอาล่ะ พี่สาวจะเลิกกล่าวเหลวไหลกับเจ้า ข้าจะ
ถามเจ้าว่า เจ้าคารวะผู้ใดเป็นอาจารย์แล้วหรือยัง ?”
เฉิน ชิงหยู๋ ยืนกอดอก พร้อมกับจ้องมองเขาด้วย
ดวงตาที่ส่องประกายแสงสีม่วงแวววับ
“ คารวะแล้วขอรับ อาจารย์ของข้าคือ เจ้าวิหารฝูถู
นามว่า จาง ฝูถู เป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี” อู่ อวี้
ตอบ
เขาล่วงรู้ดีว่า เขาจะต้องเล่นละคร
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉิน ชิงหยู๋ มองลงไปแล้วกล่าวว่า”
ผู้ใดคือ จาง ฝูถู ก้าวออกมาข้างหน้า”
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ เนื่องจาก
สาวกขั้นกระบี่ปฐพี ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางแม้แต่
น้อย
จาง ฝูถู ไม่มีทางเลือก นอกจากขี่กระบี่จักรพรรดิมา
ที่นี่ อย่างไรก็ตามเขาเป็นดั่งจิ้งจอกแก่เจ้าเล่ห์ เขาจึง
เข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะท าการคารวะ เฉิน
ชิงหยู๋ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” ข้าน้อย จาง ฝูถู น้อม
คารวะศิษย์พี่หญิงเซิน”
เฉิน ชิงหยู๋ มองไปที่เขาแล้วพูดว่า” จาง ฝูถู ศิษย์
ของเจ้า อู่ อวี้ นับว่าเจ้าท าได้ไม่เลวทีเดียว การที่เจ้า
สามารถค้นพบอัจฉริยะผู้มากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้
ได้ นับว่าเป็นผลงานของเจ้า แต่ข้าคงต้องกล่าวตาม
ตรง ด้วยระดับความสามารถของเจ้า ไม่สามารถ
มอบอนาคตที่ดีให้กับเขาได้ ผู้ที่จะมาเป็นศิษย์
อาจารย์กันได้ ล้วนเกิดโชคชะตาชักน าพา ดังนั้นข้า
จะไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเจ้าทั้งสอง แต่เจ้า
จงรู้เอาไว้ว่า หากต้องการให้ อู่ อวี้ มีระดับที่สูงขึ้น
เจ้าจะต้องปล่อยเขาไป ให้เขาได้พบเจอกับอาจารย์ที่
ดีมีชื่อเสียงกว่า ไม่เช่นนั้นจะเป็นการท าลายอนาคต
ของเขา เจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”
จาง ฝูถู สะดุ้งเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า”ข้าน้อยเข้าใจ”
ค ากล่าวของ เฉิน ชิงหยู๋ นั้น มีความหมายแสดงเป็น
นัยว่า นางได้ยอมรับในตัวของ อู่ อวี้ แต่เนื่องจาก
ยามนี้ยังอยู่ท่ามกลางฝูงชนจ านวนมาก การที่นางจะ
บีบบังคับน าศิษย์ของผู้อื่นมาอย่างดื้อ ๆ มันคงจะดู
ไม่งามเท่าใดนัก ดังนั้นนางจึงไม่อาจกล่าวอะไรมาก
ไปกว่านี้ แต่ก็ยังกล่าวขึ้นว่า” เจ้าจะต้องตัดสินใจ
ด้วยตนเอง ว่าจะปล่อยให้เขาบินทะยานไปไกล
มากกว่านี้เมื่อใด แต่ข้าคงจะต้องบอกว่า นับจาก
วันนี้ข้าจะคอยจับตาดู อู่ อวี้ หากเขาสูญเสีย
พรสวรรค์ และ ความสามารถ เมื่อนั้นมันจะเป็น
ความผิดของเจ้า นั่นเป็นเพราะเจ้าไร้ความสามารถ
ชี้น าเขาไปในทิศทางที่ผิด ณ ตอนนี้ เขายังคงขาด
แคลนพลังความแข็งแกร่ง เว้นเสียแต่ว่าเจ้าต้องการ
ให้เขาได้ไปเผชิญกับโลกกว้างเพื่อเพิ่มพูน
ประสบการณ์ แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขาแล้ว
ล่ะก็ ข้าจะรีดเค้นค าอธิบายจากเจ้า”
แม้ว่า เฉิน ชิงหยู๋ จะไม่ได้กล่าวออกมาอย่างชัดเจน
ว่านางนั้นยอมรับในตัวของ อู่ อวี้ แต่ค าพูดทุกค าที่
นางได้เอ่ยวาจาออกมานั้น ล้วนบีบบังคับให้ จาง ฝูถู
เป็นผู้ที่เริ่มเอ่ยวาจาขึ้นมาก่อน
อันที่จริงถ้อยค าทุกค าที่เกิดขึ้นที่นี่ อู่ อวี้ เข้าใจ
ทุกอย่าง ๆ ชัดเจนแจ่มแจ้ง ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงเป็น
ศิษย์ของ จาง ฝูถู อยู่ก็ตาม แต่ทว่า จาง ฝูถู ก็ยังคง
ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดกับเขา เนื่องจากยามนี้
เฉิน ชิงหยู๋ ให้ความสนใจในตัวของ อู่ อวี้ อีกทั้งยัง
คอยจับตามองดูเขาอยู่ ซึ่งหากมีภัยพิบัติอันใดเกิด
ขึ้นกับเขา นางจะรู้ได้ในทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น
กระทั่ง จาง ฝูถู ย่อมตระหนักถึงจุดประสงค์ของนาง
ดี แน่นอนว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เขาย่อม
ไม่สามารถอยู่ในเขาซูซันได้อีกต่อไป
“เอาล่ะ เจ้าไปได้” เฉิน ชิงหยู๋ โบกมือให้ จาง ฝูถู
ไปอย่างไม่แยแสใส่ใจ ในสายตาของนาง เขาเป็น
เพียงแค่สาวกธรรมดาในขั้นกระบี่ปฐพีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับ
จุดประสงค์ของ จาง ฝูถู ให้ เฉิน ชิงหยู๋ ฟังได้
เนื่องจากว่าในยามนี้ จาง ฝูถู ยังไม่ได้ลงมือกระท า
สิ่งใด ซึ่งแสดงว่ายังไม่มีหลักฐานอันใดผูกมัด จาง ฝูถู
ได้อย่างแน่นหนา เขาจึงไม่อาจกล่าวค าพูดอย่าง
เลื่อนลอยไร้สาระ เนื่องจากเขาซูซันมีกฎระเบียบ
เข้มงวด ซึ่งแม้แต่ เฉิน ชิงหยู๋ ก็ไม่สามารถละเมิดกฎ
ได้
หลังจาก จาง ฝูถู จากไป เฉิน ชิงหยู๋ ก็หันกลับมา
มอง อู่ อวี้ อีกครั้ง สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็น
อ่อนโยนทรงเสน่ห์น่าดึงดูดอย่างยิ่ง การ
เปลี่ยนแปลงสีหน้าของนางรวดเร็วยิ่งกว่าการพลิก
หน้าต ารา นางกวาดตามอง อู่ อวี้ อยู่สองสามครั้ง
จากนั้นนางก็ยื่นมืออันเรียวบางราวดั่งหยกขาว
ออกมา พร้อมยื่นมือไปจับกล้ามเนื้อของ อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวว่า” แข็งแกร่งจริง ๆ …”
“อืม… ข้าเห็นว่าทั้ง ศาสตราเต๋า เคล็ดวิชาเต๋า ของ
เจ้าล้วนสามัญเป็นอย่างมาก ช่างเป็นศาสตร์ตราเต๋า
ที่น่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง มูลค่าของมันน่าจะไม่ถึง 30
แต้มความส าเร็จเสียด้วยซ้ า ส่วนเคล็ดวิชาเต๋าที่เจ้า
ใช้ สามกระบี่สังหารประกาศิตสวรรค์ เป็นเพียง
เคล็ดวิชาเต๋าสร้างแกนนภา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งไม่ควรค่า
ต่อความสามารถ หรือ พรสวรรค์ที่เจ้ามี ที่แย่กว่า
นั้นก็คืออาจารย์ของเจ้า กลับไม่ให้สิ่งดี ๆ แก่เจ้าเลย
ชักชิ้น ช่างน่าเศร้าเสียจริง ๆ ข้าอยากจะแนะน าให้
เจ้าท าภารกิจเพื่อแลกเปลี่ยนแต้มความส าเร็จ
จากนั้นก็ค่อยน าไปแลกเปลี่ยนศาสตราเต๋า กับ เคล็ด
วิชาเต๋า แล้วค่อยกลับมาท้าประลองอีกครั้ง ซึ่งข้า
เองก็คิดว่าเจ้าน่าจะไต่อันดับขึ้นไปได้สูงมากกว่านี้”
ในความเป็นจริงสถานการณ์ในตอนนี้ ยังคงอยู่
ภายใต้การจับตามองของฝูงชนจ านวนมาก ด้วย
ความสนใจในตัว อู่ อวี้ ที่นางแสดงออกอย่างเห็นได้
ชัดในปัจจุบัน คาดว่านางจะปราณจะส่งเสริมเขา
อย่างจริงจัง
อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่านางชื่นชมเมตตาในตัวเขา เขาล่วงรู้
อยู่แก่ใจว่าเขาสามารถปรึกษาพูดคุยกับสตรีผู้นี้ได้
ซึ่งย่อมดีกว่า จาง ฝูถู นับหมื่นเท่า … นอกจากนี้นาง
ยังมีพี่ชายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ทราบดีว่านี่ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะคารวะ
นางเป็นอาจารย์ เนื่องจากส าหรับเขาซูซันแล้ว
พิธีกรรมถือเป็นสิ่งที่ส าคัญมาก โดยเฉพาะเรื่องการ
คารวะเป็นอาจารย์ ไม่ว่า จาง ฝูถู จะน่ารังเกียจมาก
เพียงใด แต่ จาง ฝูถู ก็ยังคงถือว่าเป็นอาจารย์ของ
อู่ อวี้ หากเขาแสดงพฤติกรรมละทิ้ง จาง ฝูถู อย่าง
เปิดเผย จะท าให้เกิดความคลางแคลงไม่พอใจ ทั้งยัง
อาจถูกมองว่าเป็นคนทรยศ อาจถูกปฏิเสธดูถูกได้
หากฟังจากค ากล่าวของ เฉิน ชิงหยู๋ แล้ว อู่ อวี้ คิด
ว่าเขาคือผู้ได้รับชัยชนะในการประลอง ซึ่งถึงเวลาที่
เขาจะต้องเพิ่มพูนชื่อเสียงของตนเองให้เลื่องลือขึ้น
แต่เขาจ าเป็นต้องเร่งรีบกระท าบางอย่าง ทันใดนั้น
เขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ความคิดของเขา
กระจ่างใสขึ้นมาอย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้น
ว่า”อาวุโสท่านกล่าวถูกต้องแล้ว…”
“อย่าเรียกข้าว่าผู้อาวุโส ข้าไม่ได้ชราถึงเพียงนั้น
นอกจากนี้อายุอานามของข้าก็ไม่ได้ห่างจากเจ้า
เท่าใดนัก เรียกข้าว่า พี่สาวเซิน แล้วกัน” เฉิน ชิงหยู๋
จับจ้องมายังเขาด้วยแววตาส่องประกาย ราวกับว่า
นางแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะกระโจนเข้ามากลืนกิน
เขา
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจ เมื่อตนเองกลายเป็นที่โปรด
ปราน จากนั้นเขาก็กล่าวตอบกลับไปว่า” พี่สาวเซิน
กล่าวถูกต้องแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าได้ออกไปด้านนอก
นิกาย บังเอิญเก็บเกี่ยว ‘ดอกบุปผาวิญญาณซากศพ’
มาได้ กะว่าจะน ามันไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้ม
ความส าเร็จ เพื่อแลกเปลี่ยนศาสตราเต๋า หรือ เคล็ด
วิชาเต๋าบางชนิด”
เฉิน ชิงหยู๋ แสดงท่าทางประหลาดใจ แล้วกล่าวขึ้น
ว่า”บุปผาวิญญาณซากศพ? เป็นสมบัติที่ไม่เลวเลย
ทีเดียว มันสามารถแลกเปลี่ยนแต้มความส าเร็จได้
กว่า 1,000 แต้ม! ส าหรับผู้เยาว์อย่างเจ้าแล้ว ถือ
เป็นโชคลาภครั้งใหญ่ เช่นนั้นเจ้าจงอย่าได้รอช้า รีบ
น ามันไปแลกเปลี่ยนเดี๋ยวนี้”
อันที่จริงแล้ว นางอยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อู่ อวี้
ด้วยตนเอง แต่เกรงจะถูกมองดูไม่ดี อาจจะมีใคร
บางคนเคลือบแคลงสงสัยคิดว่านางอยากจะปล้นชิง
ศิษย์ของผู้อื่น การที่ อู่ อู่วี้ มีสมบัติอย่างบุปผา
วิญญาณซากศพ ท าให้นางรู้สึกโล่งใจมากยิ่งขึ้น
นางเป็นสตรีมีน้ าใจ อีกทั้งยังละเอียดรอบคอบอย่าง
ยิ่ง นางล้วงมือเข้าไปในถุงจักรวาล แล้วหยิบป้าย
ค าสั่งสีม่วงโยนให้ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า” นี่คือ ‘ป้าย
ค าสั่งกระบี่โลกา’ ของข้า เจ้าจงน าป้ายค าสั่งนี้ไป
แสดงที่มหาวิหารความส าเร็จ เพื่อแลกเปลี่ยนแต้ม
จากนั้นก็ไปยังมหาวิหารหลักอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยน
สมบัติ มหาวิหารถือเป็นสถานที่ที่รวบรวมสมบัติไว้
มากมายที่สุดแล้ว”
อู่ อวี้ มองดูอักขระเวทย์ที่ถูกวาดไว้บนป้ายค าสั่งนี้
อย่างพินิจ รูปร่างอักษรคลุมเครือถูกวาดเอาไว้ว่า
‘โลกา’ ดูลึกลับซับซ้อนอย่างยิ่ง คาดว่าคนนอกคงไม่
มีทางคัดลอกมันได้ ส่วนอีกด้านสลักอักษรค าว่า ‘
เฉิน ชิงหยู๋ ‘
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ด้วยนามของ เฉิน ชิงหยู๋
และ ป้ายค าสั่งของนาง ทั่วทั้งอาณาเขตกระบี่สามัญ
ตราบใดที่ไม่ใช่เขตหวงห้าม เขาสามารถย่างก้าวเข้า
ไปได้แทบทุกที่
“ ดูนั่น เฉิน ชิงหยู๋ มอบป้ายค าสั่งกระบี่โลกาแก่เขา
ดูเหมือนว่านางจะโปรดปราณปรารถนาจะสนับสนุน
อู่ อวี้ ผู้นี้จริง ๆ”
“เฮ้ สาวน้อย ข้าผู้นี้ก าลังจะก้าวออกไป แต่เจ้า
กลับมาตัดหน้าข้าเสียก่อนดื้อ ๆ !”
“ เปล่าประโยชน์ที่จะออกไปตอนนี้ พี่ชายของ
เฉิน ชิงหยู๋ ไม่เพียงแต่เป็นถึงจอมกระบี่ชิงเหอ
นางยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวแลรูปโฉมงดงามยิ่ง หากข้า
เป็น อู่ อวี้ ข้าจะต้องเลือกนางอย่างแน่นอน คิดว่า
เขาจะเลือกกระดูกแก่ ๆ อย่างเจ้าหรือไง ?”
ท่ามกลางความริษยาของผู้คน อู่ อวี้ รับป้ายค าสั่ง
โลกามาแล้วออกไป
เฉิน ชิงหยู๋ ทะยานมาหา จาง ฝูถู แล้วนางก็กล่าว
ว่า” จาง ฝูถู เจ้าจงพา อู่ อวี้ ไปที่มหาวิหาร
ความส าเร็จ จากนั้นก็พาไปยังวิหารหลักอื่น ๆ รีบ
จัดการให้เสร็จสิ้น ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ จากนั้น
ก็น าตัวเขากลับมายัง สนามประลองหมื่นเซียนกระบี่
ก่อนที่การจัดอันดับจะเสร็จสิ้น เขาจะได้ต่อสู้เพื่อ
เพิ่มระดับลับคมฝีมือให้ดียิ่งขึ้น”
นี่คือการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ถึงแม้ อู่ อวี้ จะต้อง
ร่วมเดินทางไปกับ จาง ฝูถู แต่เขาก็ไม่จ าเป็นต้อง
หวาดกลัว เพราะนับแต่นี้เป็นต้นไป จาง ฝูถู จะไม่
สามารถท าอะไรเขาได้อีกแล้ว!
“ รีบไป” เฉิน ชิงหยู๋ ยิ้ม นางเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉม
งดงาม สมกับวัยหนุ่มสาว รอยยิ้มของนางท าให้รู้สึก
ผ่อนคลายสบายใจอย่างยิ่ง …
“ ขอบคุณพี่สาวเฉิน!” ในวันนี้ อู่ อวี้ ได้พบกับบุคคล
ทรงเกียรติสง่า มันท าให้เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่าง
ยิ่ง จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า ” หลังจากข้าได้สิ่งที่พึง
พอใจปรารถนาแล้ว ข้าจะรีบกลับมาที่นี่ในทันที ข้า
หวังว่าพี่สาวเฉินจะช่วยชี้แนะสัก 1 หรือ 2
แนวทาง”
“ ฮิฮิ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ทั้งคู่ไปได้แล้ว” เฉิน ชิงหยู๋
กล่าว ตอนรับ นางรู้สึกว่ายิ่งนางได้พูดคุยรู้จักกับเขา
มากขึ้นเท่าใด นางก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูชอบพอเขามาก
ยิ่งขึ้นเท่านั้น …
เหตุผลที่ อู่ อวี้ กล่าวกับนางออกไปว่า จะรีบกลับมา
ที่นี่ นั่นก็เพราะต้องการให้ จาง ฝูถู ส่งเขากลับมาที่นี่
อีกครั้ง เขายังคงกังวลระมัดระวังตัวเมื่อต้องอยู่กับ
จาง ฝูถู
หลังจาก อู่ อวี้ ก้าวออกมา ชายชราสวมใส่ชุดคลุมสี
ด า ก็เข้ามาตบไหล่ของ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า” หนุ่ม
น้อย ดีมากที่เจ้าทุ่มเทพยายามอย่างหนัก บางที
อนาคตภายภาคหน้าของซูซัน เจ้าอาจเป็นหนึ่งในผู้มี
บทบาทส าคัญ”
“ ผู้น้อยขอบคุณส าหรับค าชมของท่าน”
ในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ท าให้ อู่ อวี้ ได้รู้ว่าในความเป็นจริง
แล้วผู้อาวุโสส่วนใหญ่ภายในเขาซูซัน นั้นดีกว่าที่เขา
ได้คาดคิดเอาไว้ อาจเป็นเพราะว่า เขาได้พบเจอกับ
จาง ฝูถู เป็นคนแรกมันจึงท าให้เขามีอคติในแง่ลบ
“ไปกันเถอะ” อู่ อวี้ หันไปหา จาง ฝูถู จากนั้นก็ยิ้ม
แล้วกล่าวขึ้น
“อืม” จาง ฝูถู คงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการ
ผิดปกติใด ๆ ออกมา เข้าใช้กระบี่บินจักรพรรดิ
หลังจากที่ อู่ อวี้ กระโดดขึ้นมาบนกระบี่ เขาก็เริ่ม
ทะยานออกไป
เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน ให้ความรู้สึกลึกลับเสมือนดั่ง
มีมนต์ขลัง ในเวลานี้สถานการณ์ระหว่าง อู่ อวี้ กับ
จาง ฝูถู ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ