กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 234 กระบี่เต๋าหยินหยาง
ก่อนที่เข้ามาภายในมหาวิหารศาสตราเต๋า อู่ อวี้ ได้
ถาม หนานกง เหว่ย ถึงสามครั้งสามคราเพื่อยืนยัน
แต่นางก็ยังคงยืนกรานที่จะไม่รับแต้มความส าเร็จ
ใดๆ
อู่ อวี้ คาดเดาว่านางอาจจะไม่สามารถอยู่ภายในเขต
แดนกระบี่สามัญนี้ได้นานนัก
ถ้านางบอกว่าบิดาของนางมีอ านาจมหาศาล
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่สามารถปล่อยให้นางออกมาได้
นานนัก
แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็มิสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้
สาวกขั้นกระบี่ปฐพีของวิหารศาสตราเต๋า เมื่อได้เห็น
ป้ายค าสั่งกระบี่โลกาของ เฉิน ซิงหยู๋ ที่อยู่ในมือของ
อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพวกเขา ใบหน้าปกคลุม
ไปด้วยความยิ้มแย้ม แล้วกล่าวแนะน าตนเองว่า”
ตัวข้าพเจ้ามีนามว่า เจียง เฟิงหัว จะเรียกข้าว่าศิษย์
พี่เจียงก็ได้ ขอถามสักหน่อยว่าท่านทั้งสองก าลังมอง
หาศาสตราเต๋าแบบไหนอยู่หรือ?”
“ข้าอยากจะดูเตาหลอม” มหาวิหารของวิหาร
ศาสตราเต๋ามีใหญ่ขนาดเป็นอย่างมาก จึงต้องมีคน
มาคอยให้การแนะน า ดีกว่าหาเองโดยไม่รู้ทิศรู้ทาง
ซึ่งมันท าให้สามารถช่วยประหยัดเวลาได้
“เตาหลอมสกัด? ไม่เลว ตราบใดที่ท่านเป็นสาวก
ขอบเขตสร้างแกนนภาก็ย่อมท าได้ ความจริงแล้ว
การจะตีเหล็กต้องตีที่มันยังร้อน การศึกษาศาสตร์
ปรุงยานั้นถือว่าเป็นการดี เตาหลอมยาของ
มหาวิหารศาสตราเต๋ามีอยู่มากมายนับแสนเตา
ไม่ทราบว่าท่านต้องการเตาหลอมยาที่มีมูลค่ากี่แต้ม
ความส าเร็จดี?”
อู่ อวี้ คิดค านวนในใจ เตาหลอมยาไม่ควรจะมี
คุณภาพที่แย่เกินไป แต่ว่าตอนนี้เขาเพิ่งจะเริ่มต้น
เท่านั้น ก็ไม่สมควรจะสิ้นเปลืองแต้มความส าเร็จ
ทั้งหมดไปกับเตาหลอมยา ไม่ว่าเตาหลอมยาจะดี
แค่ไหน แต่เมื่อมาอยู่ในผู้เริ่มต้นเช่นเขาจะนับว่าเป็น
การเสียของไปเปล่าๆ
“ประมาณสองร้อยแต้มความส าเร็จ”
“สองร้อยแต้ม!”
เจียง เฟิงหัว รู้สึกตกตะลึง เขาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเป็น
อย่างยิ่ง สมควรแล้วที่เป็นสาวกที่มีความสัมพันธ์กับ
เฉิน ซิงหยู๋ เตาหลอมยาส าหรับมือใหม่เช่น อู่ อวี้
โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้เตาหลอมที่มีมูลค่าสามสิบ
แต้มความส าเร็จ อย่างมากก็จะใช้เตาที่มีมูลค่าห้าสิบ
แต้มความส าเร็จ เตาหลอมยาสองร้อยแต้ม
ความส าเร็จนี่ มันเพียงพอที่จะให้ อู่ อวี้ ใช้ได้เป็น
ระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังสามารถรับประกันได้ว่า
เมื่อ อู่ อวี้ ท าการหลอมยาโอสถแล้ว จะท าให้ได้เม็ด
ยาที่มีคุณภาพดีอย่างแน่นอน
“ทั้งสองโปรดตามข้ามา” เจียง เฟิงหัว ยิ้มแย้ม แล้ว
ใช้กระบี่บินจักรพรรดิบินน าพวกเขาไป อู่ อวี้ และ
หนานกง เหว่ย ก็ตามขึ้นไปทันที ภายในมหาวิหาร
ศาสตราเต๋ามีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ศาสตรา
เต๋าถูกแบ่งตามระดับและประเภทต่างๆ เตาหลอมที่
อู่ อวี้ ต้องการนั้นจะถูกจัดอยู่ในส่วนเดียวกับของ
ชิ้นอื่นที่มีราคาเดียวกัน
ทางเดินภายในมหาวิหารศาสตราเต๋าขยายยาวไป
ทุกทิศทางรอบด้าน หลังจากเดินมาประมาณครึ่งวัน
เบื้องหน้าก็ปรากฏเป็นประตูส าริดขนาดใหญ่หนึ่ง
บาน บนประตูส าริดแกะสลักรูปสัตว์อสูรชนิดต่างๆ
เอาไว้ มันดูราวกับมีชีวิตจริงๆ ว่ากันว่ารูปสลัก
ทั้งหมดเป็นรูปของสัตว์สวรรค์ ท าให้ประตูบานนี้ดู
ดุดันและน่าเกรงขามยากจะหาที่ใดมาเปรียบ
ประตูส าริดยักษ์แบบนี้ มีอยู่นับพันบานในมหาวิหาร
ศาสตราเต๋าแห่งนี้
เจียง เฟิงหัว ผลักประตูเปิดกว้างออกไป พาพวก
อู่ อวี้ เข้าไปข้างใน หลังจากที่เข้ามาข้างในเรียบร้อย
แล้วประตูยักษ์บานนั้นพลันปิดลงอย่างเสียงดังสนั่น
หวั่นไหว ท าให้ อู่ อวี้ ตกใจเล็กน้อย การตกแต่ง
ภายในดูสวยสง่า แสงตกกระทบไปบนผนังก าแพง
และเพดานสะท้อนซึ่งกันและกันท าให้มันส่องสว่าง
เป็นประกายออกมา พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างขวาง
เมื่อสอดส่ายสายตาไปรอบๆ จะสามารถมองเห็น
ศาสตราเต๋าประเภทเตาหลอมยาชนิดต่างๆ
เตาหลอมประมาณห้าร้อยกว่าใบ ถูกวางเอาไว้อยู่บน
โต๊ะส าริดตัวหนึ่ง
“ข้างในนี้เป็นศาสตราเต๋าประเภทเตาหลอม พวกมัน
มีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งร้อยแต้มความส าเร็จไปจนถึงสาม
ร้อยแต้มความส าเร็จ มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน มี
ทั้งหมดห้าร้อยแปดใบ ที่จริงยังมีเตาหลอมอีก
ประมาณสิบใบที่มิได้น าออกมาตั้งไว้ เชิญ”
หลังจากที่ เจียง เฟิงหัว กล่าวเสร็จ อู่ อวี้ รู้สึกตะลึง
ไปโดยสิ้นเชิง ความยิ่งใหญ่และอุดมสมบูรณ์ของ
นิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ ก็พอจะทราบมาบ้างแล้ว แต่
หลังจากที่ได้เห็นเตาหลอมอันมากมายมหาศาล และ
ได้ยินค าอธิบายของ เจียง เฟิงหัว เช่นนี้ อีกทั้งยังมี
ศาสตราเต๋าที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งมหาวิหารอีก
มันจึงแสดงให้เห็นว่าความยิ่งใหญ่ของนิกายเซียน
ซูซันแห่งนี้อยู่เหนือกว่าจินตนาการของเขาเสียอีก!
สมแล้วกับที่เป็นหนึ่งในนิกายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน
ทวีปตงเสิน!
ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงแค่เขตแดนกระบี่สามัญ
ส าหรับเทือกเขาชิงเทียนแล้วคงเป็นแค่เรื่องปกติ
เท่านั้น
อู่ อวี้ เดินไปหยุดไปอยู่เบื้องหน้าของเหล่าเตาหลอม
ยามากมาย เขายังเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
ดังนั้นจึงยังไม่เห็นเคล็ดวิชาเต๋าของเตาหลอมเหล่านี้
เจียง เฟิงหัว สังเกตเห็นถึงความสับสนของเขา แล้ว
จึงกล่าวว่า”ให้ข้าแนะน าท่านสักหน่อยดีหรือไม่?
ตอนนี้ท่านยังอยู่เพียงแค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่
จ าเป็นที่สุดก็คือเตาหลอมที่มีความเสถียรมั่นคงที่สุด
มันจะท าให้ท่านสามารถควบคุมความร้อนได้ดี อัตรา
ความส าเร็จในการหลอมเม็ดยาก็จะสูงขึ้นอีกด้วย
ในกรณีเช่นนี้ก็ไม่จ าเป็นที่จะต้องเลือกเตาหลอมที่มี
คุณสมบัติแข็งแกร่งที่สุด หรือเตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อ
หลอมสกัดเม็ดยาเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง ด้วยแต้ม
ความส าเร็จสองร้อยแต้มนี้ เตาหลอมที่มีความมั่นคง
และเสถียรมากที่สุดก็คือ ‘เตาหลอมสามขา’ใบนี้ ซึ่ง
มันมีมูลค่าแต้มความส าเร็จสองร้อยแต้มพอดี”
เจียง เฟิงหัว พา อู่ อวี้ ไปเบื้องหน้าของเตาหลอมยา
ใบหนึ่ง ลักษณะของเตาหลอมใบนี้เป็นเตาตั้ง ซึ่งมี
ทั้งหมดสามขา มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณครึ่งฉื่อ
(ครึ่งฟุต) มีเสถียรภาพเป็นอย่างมาก บนเตามีอักขระ
เวทย์วาดไว้อยู่หลายชนิด หมุนวนไปมาอย่างมั่นคง
ตัวเตาถูกแกะสลักเอาไว้ด้วยมังกรสีด า ราวกับคอย
สะกดข่มเตาสามขานี้ร่วมกับวงเวทย์เวทย์ เห็นได้ชัด
ว่าเตาหลอมนี้ดูมีความเสถียรเป็นอย่างยิ่ง ระดับขอ
งวงเวทย์ศาสตราเต๋านี้ เกรงว่าคงจะสูงกว่ากระบี่
ทองค าเนตรเทวะเสียอีก
“เตาหลอมยาชนิดนี้สามารถใช้โจมตีได้อีกด้วย
เนื่องจากว่าภายในมีอักขระ ‘วงเวทย์ขุนเขาไท่ซาน’
และยังสามารถน ามาใช้ป้องกันได้ เพราะว่ามี
‘วงเวทย์ภูผา’ ข้าว่าเตาใบนี้เหมาะกับท่านมาก
ที่สุด”
อู่ อวี้ มองไปรอบๆ แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่ เจียง เฟิงหัว
กล่าวมาไม่เลวเลยทีเดียว แต่สิ่งที่เขาต้องการมาก
ที่สุดในตอนนี้ก็ยังเป็นการเรียนรู้หลอมสกัดยาโอสถ
ซึ่งด้วยแต้มค่าความส าเร็จที่เขาถือครองไว้อยู่
เตาหลอมสามขาถือว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อู่ อวี้ ตัดสินใจแลกเปลี่ยนกับเตาหลอมสามขานี้
ภายในวิหารจะมีสาวกขั้นกระบี่ปฐพีคอยประจ าการ
อยู่ อู่ อวี้ ส่งมอบแก่นกระบี่สองร้อยชิ้นไป และรับ
เตาหลอมสามขานี้มา หลังจากที่รู้ว่า เฉิน ซิงหยู๋ เป็น
ผู้แนะน าให้ อู่ อวี้ ชายผู้นั้นยังส่งถุงจักรวาลใบใหญ่
ให้เขาอีกด้วย มันมีขนาดใหญ่กว่าถุงจักรวาลที่ อู่ อวี้
มีถึงสามเท่า
“ไปกันเถอะ”
เจียง เฟิงหัว เตรียมตัวที่จะส่ง อู่ อวี้ ออกไป
ภายนอก คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ ใส่เตาหลอม
สามขาเข้าไปในถุงจักรวาล พร้อมกล่าวออกมาว่า”
ข้ายังต้องการแลกเปลี่ยนกระบี่อีกสักสองเล่ม มูลค่า
ของมันเอาเป็นแต้มค่าความส าเร็จสักประมาณสอง
ร้อยแต้ม”
“กระบี่สองเล่ม เล่มละสองร้อยแต้มความส าเร็จ?”
เจียง เฟิงหัว จิตใจเลื่อนลอยไปชั่วขณะ ช่วยไม่ได้ที่
เขาจะรู้สึกว่าแต้มความส าเร็จที่อยู่ในมือ อู่ อวี้ นั้นมี
มากมายขนาดไหนกัน! นี่เท่ากับว่าเขาได้ใช้แต้ม
ความส าเร็จหกร้อยแต้มไปแล้ว สาวกขั้นกระบี่ปฐพี
ทั่วไป ผู้ที่มีแต้มความส าเร็จมากที่สุด ยังไม่อาจจะมี
ได้มากมายเท่านี้เลย
“ตามข้ามา ตามข้ามา!” เจียง เฟิงหัว รีบน าทาง
อู่ อวี้ ไปอย่างรวดเร็ว
ศาสตราเต๋าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของนิกาย
เซียนซูซัน แน่นอนว่าย่อมเป็นกระบี่! ในวิหาร
ศาสตราเต๋าแห่งนี้ เกือบครึ่งหนึ่งเป็นกระบี่ทั้งสิ้น
อีกทั้งยังมีแทบจะทุกชนิดและทุกประเภท ซึ่งมี
จ านวนมากกว่าแสนเล่ม
ในหมู่กระบี่ ก็ยังแบ่งออกเป็นหลายระดับและหลาย
ประเภท
กระบี่ทองค าเนตรเทวะและกระบี่เพลิงเทวะเจ็ดสี
ของ อู่ อวี้ คาดว่ามูลค่าของพวกมันน่าจะมีมูลค่า
กว่าหนึ่งร้อยกว่าแต้มความส าเร็จ ในตอนที่ประลอง
กับ หลี่ ชางห่าย เขารู้สึกว่ากระบี่ของตนเอง
อ่อนด้วยกว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ไม่น้อย
“ข้าขอบังอาจถามสักหน่อย กระบี่ในที่แห่งนี้มี
มากมายเกินไป ศิษย์น้องต้องการกระบี่ประเภท
ไหน?”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่สักครู่ แล้วกล่าวว่า” เพราะว่าข้ามี
รากฐานเซียนที่มีลักษณะพิเศษ ดังนั้นจึงสามารถใช้
กระบี่สองเล่มในเวลาเดียวกันได้ ถ้าจะให้ดีที่สุด
จะต้องเป็นธาตุหยินและธาตุหยาง แต่ถ้าหากไม่มีก็
สามารถใช้ ธาตุทองและธาตุไฟแทนได้”
ที่เหมาะสมส าหรับกงล้อกระบี่หยินหยางมากที่สุด
ก็คือกระบี่หยินหยางที่ เฟิง ซัวหยา มอบให้เขา แต่
น่าเสียดายที่กระบี่หยินหยางมิใช่ศาสตราเต๋าระดับ
เชื่อมจิต และระดับของวงเวทย์นั้นต่ าเกินไป
เจียง เฟิงหัว หัวเราะแล้วกล่าวขึ้น”ในนิกายเซียนซู
ซันนี้ มีเพียงท่านเท่านั้นที่คิดว่าที่แห่งนี้ไม่มีกระบี่
อย่างที่ต้องการ ท่านกล่าวว่าหนึ่งหยินหนึ่งหยาง
เท่าที่ข้าพอจะรู้มา มีกระบี่อยู่ประเภทหนึ่งที่
เหมาะสมกับท่านมากที่สุด”
หลังจากที่กล่าวจบ เขาก็ได้เดินทางพาทั้งสองไปด้วย
ความตื่นเต้น หลังจากที่ผ่านไปครึ่งยั่วยาม ก็มาอยู่
เบื้องหน้าของประตูส าริดบานหนึ่ง เจียง เฟิงหัว
เปิดประตูส าริดบานนั้นแล้วกล่าวขึ้น”กระบี่ที่อยู่
ภายในนี้ เกือบทั้งหมดเป็นกระบี่ชั้นยอดของ
ขอบเขตสร้างแกนนภา ทั้งหมดมีมูลค่าสี่ร้อยแต้ม
ความส าเร็จ กระบี่ของข้าความจริงแล้วมีมูลค่า
ประมาณสามร้อยแต้มความส าเร็จเท่านั้น เนื่องจาก
แต้มความส าเร็จมันยากที่จะได้รับ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งเมื่อเป็นสาวกกระบี่ขั้นปฐพีแล้ว เพราะมันจะมี
ข้อจ ากัดบางอย่าง ท าให้สาวกแกนกระบี่สามัญเช่น
พวกเจ้ามันสามารถได้รับมันมาง่ายดายกว่า……”
แน่นอนว่าผู้ฝึกตนมิได้ใช้เพียงแค่ศาสตราเต๋าเพียง
อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีเม็ดยาสร้างแกนนภา เม็ดยา
ประเภทต่างๆ วิญญาณเซียน และยังมีเคล็ดวิชาเต๋า
และยันต์อีกด้วย
“สี่ร้อยแต้มความส าเร็จ?” ของที่ อู่ อวี้ ต้องการแต่
ละชิ้นมีมูลค่าเพียงแค่สองร้อยแต้มความส าเร็จ
ท าไมเขาถึงพาตนเองมายังสถานที่ที่ต้องใช้สี่ร้อย
แต้มความส าเร็จกัน……
แต่ว่า อู่ อวี้ ก็รีบขจัดความสับสนออกไปอย่าง
รวดเร็ว เพราะว่า เจียง เฟิงหัว พาเขามาอยู่เบื้อง
หน้ากระบี่ยาวชนิดหนึ่ง ศาสตาเต๋ากระบี่ยาวเล่มนั้น
อู่ อวี้ คุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้านซ้ายมีสีขาวบริสุทธิ์
ส่วนด้านขวาเป็นสีด าทมิฬ ลักษณะของมันมีแทบจะ
คล้ายคลึงกับกระบี่หยินหยาง! แต่แน่นอนว่ามัน
แตกต่างกับกระบี่หยินหยางราวฟ้ากับดิน!
อู่ อวี้ เปิดต าราที่วางอยู่เบื้องหน้าศาสตราเต๋ากระบี่
ยาวนั้น และอ่านมัน”กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่า กระบี่เต๋าห
ยินหยาง เป็นของบรรพบุรุษที่อยู่ในนิกายเซียนซูซัน
ซึ่งจอมกระบี่จักรพรรดิหยินหยางเป็นคนสร้างมัน
ขึ้นมา กระบี่สามารถแยกออกเป็นสองเล่มได้
เหมาะสมกับคนที่เชี่ยวชาญใช้กระบี่คู่ บนตัวกระบี่มี
วงเวทย์อยู่ทั้งหมดแปดชนิด มีวงเวทย์หลักๆอยู่สอง
ชนิด แบ่งเป็น ‘วงเวทย์ผสานหยางเก้าชั้น’และ
‘วงเวทย์หยินกลืนทมิฬ’ มูลค่าของผสานหยางกลืน
กินหยิน จะต้องใช้สี่ร้อยสิบแต้มความส าเร็จถึงจะ
แลกเปลี่ยนมันได้ หมายเหตุ มันสามารถแยก
ออกเป็นกระบี่คู่ได้ ถ้าหากใช้กระบี่เดี่ยว สามารถ
เทียบเท่ากับกระบี่ยาวที่มีมูลค่าสามร้อยแต้ม
ความส าเร็จ”
ไม่ต้องสงสัยเลย เจียง เฟิงหัว ท าให้ อู่ อวี้ ได้พบกับ
ศาสตราเต๋าที่เหมาะสมกับเขามากที่สุดเข้าเสียแล้ว
กระบี่เต๋าหยินหยาง และ กระบี่หยินหยางมี
รูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งเหมือนกับเป็น
กระบี่หยินหยางที่มีการยกระดับขึ้น
เมื่อ อู๋ อวี้ หยิบกระบี่เต๋าหยินหยางขึ้น และแยกมัน
ออกเป็นกระบี่คู่ เขารู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อกัน
ระหว่างกงล้อกระบี่หยินหยางและกระบี่เต๋า
หยินหยาง ราวกับว่ากระบี่เต๋าหยินหยางเกิด
ความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเพราะการด ารงอยู่ของกงล้อ
กระบี่หยินหยาง
เมื่อกล่าวตามจริงแล้ว มีหลายคนที่ใช้กระบี่คู่
โดยทั่วไปจะเป็นหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง การที่จะสามารถ
ใช้หนึ่งใจแบ่งเป็นสองเช่นเดียวกับ อู่ อวี้ โดยทั่วไป
แล้วไม่ค่อยมีให้พบเห็นมากนัก ดังนั้นถึงแม้กระบี่
เต๋าหยินหยางจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีน้อยคนที่
จะท าการแลกเปลี่ยนมัน
“กระบี่เล่มนี้ เจ้าพึงพอใจหรือไม่?” เจียง เฟิงหัว ลูบ
คล าหนวดของเขา ยิ้มออกมาแล้วถาม
“ขอบคุณศิษย์พี่เจียงมาก กระบี่เล่มนี้ มันราวกับว่า
ถูกสร้างมาเพื่อข้า”
“วิเศษ”
เจียง เฟิงหัว ยินดีเป็นอย่างยิ่ง คนเร่งพา อู่ อวี้ บิน
ออกไปในทันที การบินในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ
ครึ่งชั่วยาม ถึงจะสามารถออกจากค่ายกลวงเวทย์
ศาสตราเต๋านี่ได้
“ขอบังอาจถามศิษย์น้อง ท่านเป็นศิษย์ของ
เฉิน ซิงหยู๋ หรือไม่?” ระหว่างทาง เจียง เฟิงหัว
แสร้งท าเป็นไม่ได้ตั้งใจถามขึ้น
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วตอบว่า”ยังมิได้เป็น”
ยังมิได้เป็น ก็หมายความว่าในอนาคตจะต้องเป็น
ศิษย์ของนางอย่างแน่นอน เจียง เฟิงหัว หัวเราะขึ้น
แล้วกล่าวว่า”อนาคตของศิษย์น้องจะต้องไม่มีที่
สิ้นสุดอย่างแน่นอน”
ทันใดนั้น อู่ อวี้ พลันหยุดอยู่กลางอากาศแล้วมองไป
ทางด้านซ้าย มองเห็นมุมหนึ่งของก าแพง มีแสงสี
ทองกระพริบอยู่ ที่แห่งนั้นดูเหมือนจะมีเสาสีทองตั้ง
เอาไว้ มันมีความสูงถึงยี่สิบจั้ง เสาสีทองนี้อยู่บน
จุดสูงสุดของวิหารศาสตราเต๋า ซึ่งราวกับว่ามันจะ
คอยค้ ายันวิหารศาสตราเต๋าเอาไว้อยู่
“นั่นคือสิ่งใด?” อู่ อวี้ เกิดความรู้สึกสนใจ และ
พุ่งตรงไป เมื่อเขาเข้ามาใกล้ สายตาของเขาเปล่ง
ประกายออกมา สิ่งที่เขาเห็นก็คือเก้าเสาสีทอง
ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา ซึ่งบนเสาล้วนมีมังกร
ทองอยู่ มังกรทองนั้นมีความดุดันและน่าเกรงขาม
เป็นอย่างยิ่ง เขี้ยวและกรงเล็บของมันเต็มไปด้วย
พลังอ านาจอย่างล้นหลาม แสดงให้เห็นว่าเป็น
ศาสตราเต๋าชนิดหนึ่ง วงเวทย์ถูกวาดขึ้นอยู่บนเกล็ด
ของมังกรทอง เสาทองแต่ละต้น ล้วนมีอักขระเวทย์
ล้อมรอบอยู่ประมาณเก้าชนิด อักขระเวทย์สีทองนั้น
ค่อนข้างน่าตกตะลึง เพียงแค่มองไปครู่เดียว ก็
เหมือนกับมียอดเขาลูกหนึ่งพุ่งเข้ามากดดัน อู่ อวี้
เอาไว้
“พี่ชาย” หนานกง เหว่ย เบิกตากว้าง นางรู้ว่า อู่ อวี้
เชี่ยวชาญศาตตราเต๋าอีกชนิด และดูเหมือนเขาจะ
ชอบศาสตราเต๋าชนิดนี้มากกว่ากระบี่เสียอีก
“สิ่งนี้คืออะไร?” อู่ อวี้ บินเข้าไปและยืนอยู่ต าแหน่ง
ตรงกลางระหว่างทั้งเก้าเสานี้ ซึ่งในต าแหน่งที่เขายืน
อยู่ได้ถูกรายล้อมรอบด้วยแสงสีทองของมังกรทอง
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ