กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 235 เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
เจียง เฟิงหั่ว หัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า” นี่น่ะหรือ
มันคือ ‘เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร’ ดูเหมือนว่าเดิมทีมัน
จะเป็นของ ‘นครจักรพรรดิ์เพลิง’ ถูกสร้างขึ้นโดย
ผู้อาวุโส ท่านหนึ่งใน ต าหนักเซียนจี้ แม้ว่ามันจะเป็น
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต แต่พลังอ านาจของมันน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าฟาดทุบครั้งเดียว
สามารถบดขยี้ท าลายภูผา ป่วนมหาสมุทร
สยบปีศาจแลผู้ฝึกตนนอกรีต หลังจากเปลี่ยนมือ
มาแล้วหลายครั้ง ในที่สุดมันก็ตกมาอยู่ในมือของเขา
ซูซัน ดูเหมือนว่าไม่มีผู้ใดใช้มันมาหลายปีแล้ว
แต่เนื่องผู้ฝึกตนภายในเขาซูซัน ทั้งหมดทั้งมวลล้วน
ฝึกฝนวิถีแห่งกระบี่ ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องแปลกเราที่
จะใช้อาวุธชนิดอื่น ข้าคงต้องกล่าวตามตรงว่า
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ต้นนี่ทรงอนุภาพอย่างยิ่ง
แต่กลับไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในเขาซูซันของเรา ฉะนั้น
มันย่อมดีกว่าถ้าจะขายให้กับ นครจักรพรรดิ์เพลิง
แล้วเนื่องจากไม่มีผู้ใดอยากได้มันมาหลายร้อยปี
มันเลยถูกตั้งวางไว้ที่นี่ กลายเป็นเพียงแค่สิ่งของ
ประดับตกแต่ง”
ถึงแม้เขาจะไม่ได้กล่าวอันใดออกมา อู่ อวี้ ก็เข้าใจ
อย่างลึกซึ้งว่า ‘เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร’ นั้นทรงพลัง
อ านาจมากเพียงใด มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่ ศาสตรา
เต๋าเชื่อมจิต ธรรมดาอย่างที่ตาเห็น แต่มันแฝงไว้ซึ่ง
พลังอ านาจอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
“ จะท าอย่างไร หากมีผู้อื่นต้องการมัน ?” อู่ อวี้
ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกริษยาผู้ที่จะได้
ครอบครอง เนื่องจาก เสาร้อยวิญญาณโลหิต
ไม่สอดคล้องกับสภาพจิตใจของเขา ซึ่งเขาไม่
ต้องการใช้งานมันมานานแล้ว
เจียง เฟิงหั่ว ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ข้าเคยได้ยินมาว่า เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร มีราคาค่า
งวดอยู่ที่ 1,500 แต้มความส าเร็จ มันคือศาสตราเต๋า
ที่มีคุณค่ามากที่สุดภายใน อาณาเขตกระบี่สามัญ ใน
บรรดา ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต ทั้งหมด ด้วยคุณค่า
ของมัน แท้จริงแล้วมันควรจะมีราคาค่างวดอยู่ที่
2000 แต้มความส าเร็จเป็นอย่างน้อย แต่ถึงแม้ราคา
จะลดลงจนเหลือ 1,500 แต้มความส าเร็จ แต่ก็ยังไม่
มีผู้ใดน าสามารถแลกเปลี่ยนมันออกไป นอกเสียจาก
สาวกขั้นกระบี่ปฐพี กับ สาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ ถึง
จะสามารถน ามันออกไปได้”
หนึ่งพันห้าร้อย!
ราคาค่างวดอันสูงลิ่วมันได้ห้ามปรามเขาไว้ ถึงแม้ว่า
ภายในวันนี้เขาจะไม่ได้แลกเปลี่ยนสิ่งของอื่น ๆ แต่
เขาก็ยังมีแต้มความส าเร็จไม่เพียงพอ เนื่องจาก
บุปผาวิญญาณซากศพ แลกเปลี่ยนได้ไม่ถึง 1,500
แต้มความส าเร็จ แต่ถึงอย่างไรก็นับเมื่อเขาได้รับโชค
ครั้งใหญ่อยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะบุปผาวิญญาณซากศพ
แม้แต่ กระบี่ทองค าเนตรเทวะ ก็คงจะไม่อาจ
แลกเปลี่ยนได้
ด้วยราคาค่างวดนี้ ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกไม่ยินยอมนัก
ดวงตาของเขาร้อนผ่าวด้วยเพราะความอยากได้ เมื่อ
พบเจอสิ่งที่ตนเองปรารถนาอยู่ตรงหน้าแล้ว ย่อม
เป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้สึกอยากหยิบฉวยมันออกไป
ในทันที แต่ช่างน่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ในถุงของเขา
นั้นมีแก่นกระบี่ไม่เพียงพอ! ตอนนี้เขาใช้ 600 แต้ม
ความส าเร็จไปแล้ว เหลือเพียงแค่ 600 แต้ม
ความส าเร็จ อู่ อวี้ ยังต้องแลกเปลี่ยนคัมภีร์ลับวิถี
หลอมสร้างอมตะ และ เคล็ดวิชาเต๋าอีก! โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเคล็ดวิชาเต๋า มันคือสิ่งที่ เฉิน ชิงหยู๋ แนะน า
ให้เขาศึกษาเรียนรู้! เนื่องจาก เคล็ดวิชาเต๋าสร้าง
แกนนภา ในปัจจุบันที่เขามีอยู่ มันยังอ่อนด้อยมาก
เกินไป
“ ศิษย์น้อง? เจ้าไม่ได้ใช้แค่กระบี่ใช่หรือไม่ ? ท่าน
สนใจ ‘เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร’ นี้ ?” เจียง เฟิงหั่ว
ไต่ถามขึ้นอย่างฉงนสงสัย
ค าไต่ถามอย่างตรงไปตรงมาของ เจียง เฟิงหั่ว ช่าง
เป็นค าถามที่จี้ใจด าของ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง เขายิ้มแล้ว
กล่าวขึ้นว่า” ใช่ดังที่ท่านถาม แต่ด้วยราคาค่างวดที่
สูงเกินไป ท าให้ข้าต้องหักห้ามใจของตนเองเอาไว้”
เจียง เฟิงหั่ว ก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกัน เขาจึงกล่าวขึ้น
ว่า” จริงดั่งที่เจ้าว่า ในบางครั้งเมื่อพบเจอสิ่งที่
ต้องการ แต่ก็ค้นพบว่าแต้มความส าเร็จนั้นกลับมีไม่
เพียงพอ จนติดเป็นนิสัย เฮ่อ การบ าเพ็ญเพียร
กลายเป็นเซียนอมตะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ”
อู่ อวี้ หันไปมองมันอีกสองสางครั้ง เหมือนเป็นการ
บอกเป็นนัยว่าเขาไม่เต็มใจที่จะออกไปเท่าใดนัก
“พี่ชาย …” หนานกง เหว่ย ได้เฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น
จากนั้นนางก็มองไปที่ เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร นัยน์ตา
ของนางส่องประกายขึ้นสองสามครั้ง แต่แล้วนางก็
ไม่ได้เอ่ยถ้อยค าใดออกมา
หลังออกมาจากวิหารศาสตร์เต๋า อู่ อวี้ ยังคงอยู่
ภายในห้วงภวังค์หลงใหลเคลิบเคลิ้ม ภายใต้การ
เรียกสติของ หนานกง เหว่ย ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจ
ออกเดินทางไปที่ ‘วิหารบัญญัติเต๋า’ อู่ อวี้ ใช้เวลา
กว่าหกชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ยอมวางเรื่อง ‘เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร’ ลงก่อนชั่วคราว เนื่องจากในยามนี้มี
2 เคล็ดวิชาเต๋าที่เขาปรารถนา แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น
คือเคล็ดลับหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ
มูลค่าของ เคล็ดลับหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ
มีราคาค่างวดอยู่ที่ 150 แต้มความส าเร็จ ซึ่งได้ถูกยก
ย่องว่าเป็น เคล็ดลับหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ
ในรูปแบบใหม่ที่ดีที่สุด มันถูกเรียกว่า ‘เก้าสิบเก้าวิถี
หลอมสร้าง’ ภายในกล่าวถึงโอสถสมุนไพร 99 ชนิด
แต่ละชนิดจะถึงบอกวิธีการปรุงโอสถทั้งหมด 9 วิธี
ทั้ง 9 วิธีการปรุงนี้ ได้อธิบายรายละเอียดเอาไว้อย่าง
ถี่ถ้วน ถ้า อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้การจับตามองของ
เฉิน ชิงหยู๋ คาดว่าคงไม่มีผู้ใดแนะน า เคล็ดลับหลอม
สร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ ‘เก้าสิบเก้าวิถีหลอมสร้าง’
ซึ่งจัดเป็นเคล็ดลับที่ดีที่สุดให้แก่ อู่ อวี้ ในต าราเล่มนี้
จะกล่าวถึงโอสถสสมุนไพร 99 ชนิด และ การเริ่ม
เรียนรู้วิถีหลอมสร้างกลั่นสกัด มันจะท าให้เขามี
รากฐานดีกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน
ส่วนเคล็ดวิชาเต๋าอีกเล่ม อู่ อวี้ ต้องใช้ 430 แต้ม
ความส าเร็จท าให้แต้มความส าเร็จที่อยู่ในมือของเขา
จึงเหลือน้อยกว่า 100 แต้มความส าเร็จ
หลักการที่ อู่ อวี้ ใช้อยู่เสมอคือ ไม่ควรมีสิ่งของไม่
จ าเป็นอยู่ในมือมากเกินไป ถึงจะมีน้อย แต่มันจะ
เป็นสิ่งของที่ดีที่สุด แต้มความส าเร็จมากกว่า 400
แต้มนี้ เขาสามารถน าไปแลกเปลี่ยนเป็น เคล็ดวิชา
เต๋าประเภทโจมตี ได้มากมาย เช่นดั่ง ‘เพลงกระบี่
มังกรวารีพลิกสมุทร’ ที่ หลี่ ชางห่าย ใช้ ราคาค่างวด
ของมันอยู่ที่ 150 แต้มความส าเร็จ แต่หาก อู่ อวี้
ต้องการใช้แต้มความส าเร็จให้คุ้มค่ามากที่สุด ฉะนั้น
เขาจ าเป็นต้องเลือกสิ่งที่สามารถควบคุมได้ และ ดี
ที่สุด
ว่ากันว่าสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ ส่วนใหญ่จะฝึกฝน
เคล็ดวิชาเต๋าระดับนี้ ส่วนสาวกระดับปฐพีจ านวน
มาก ไม่สามารถแลกเปลี่ยนมันมาบ่มเพาะได้
เนื่องจากส่วนใหญ่มีแต้มความส าเร็จไม่เพียงพอ
ผู้คนเรียกมันว่า”เคล็ดกระบี่สวรรค์ปฐพีหยินหยาง
ไร้ลักษณ์” หลังจากคนของ วิหารบัญญัติเต๋า รับรู้
ความต้องการของ อู่ อวี้ จึงได้ให้ค าแนะน าเป็นพิเศษ
แก่เขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วใน วิหารสามัญทั่วไป ไม่มี
เคล็ดวิชาเต๋าระดับดังกล่าว
อู่ อวี้ พลิกเปิดอ่าน เคล็ดกระบี่สวรรค์ปฐพี
หยินหยางไร้ลักษณ์ เพียงผ่าน ๆ เขายังสัมผัสได้ถึง
ความซับซ้อนของเคล็ดวิชานี้เป็นอย่างมาก หากดู
จากค าอธิบายที่เขียนบ่งชี้เอาไว้ บอกได้ว่าวิชานี้มี
ขอบเขตพลังมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสูงกว่า สาม
กระบี่สังหารประกาศิตสวรรค์ นับสิบเท่า อีกทั้งยังสูง
กว่าเคล็ดวิชาเต๋าของ หลี่ ชางห่าย กว่าสามเท่า
สิ่งส าคัญที่สุดก็คือ มันสามารถปลดปล่อยขีด
ความสามารถของ กงล้อกระบี่หยินหยาง ได้อย่าง
เต็มประสิทธิภาพ เมื่อกล่าวถึงรากฐานเซียน อู่ อวี้
ตระหนักดีว่า รากฐานเซียนกงล้อกระบี่หยินหยาง
ของเขามีศักยภาพไร้สิ้นสุด ไม่ได้ด้อยกว่าอัจฉริยะ
ผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์คนอื่น ๆ แม้แต่น้อย
ในที่สุดเขาก็ใช้แต้มความส าเร็จ ซึ่งแลกเปลี่ยนมา
จาก บุปผาวิญญาณซากศพ ได้อย่างคุ้มค่าไปจน
เกือบหมดเกลี้ยง ในยามนี้เขามีทรัพยากรชั้นเลิศ
มากมายอยู่ในมือ อู่ อวี้ ล่วงรู้อย่างชัดเจนว่า ในเขา
ซูซันแห่งนี้แต้มความส าเร็จถือเป็นสิ่งที่ส าคัญอย่าง
ยิ่ง ซึ่งเกือบจะไม่แตกต่างจากเงินตราที่มนุษย์ใช้
แลกเปลี่ยน
แต่สิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุดนั่นก็คือเขาไม่ได้ ‘เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร’
อู่ อวี้ ปล่อยวางความใฝ่ฝันนี้ไว้ในจิตใจก่อนชั่วคราว
หากครั้งต่อไปเขาได้แต้มความส าเร็จจ านวนมากอีก
เขาจะไปแลกเปลี่ยนมันออกมา
แน่นอนว่า ความปรารถนาของเขาไม่น่าจะเป็นไปได้
ง่ายๆ เนื่องจาก บุปผาวิญญาณซากศพ ไม่ได้ปรากฏ
ขึ้นให้เห็นได้ทุกวัน
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นลง อู่ อวี้ ก็กลับไปหา
จาง ฝูถู อีกครั้ง จาง ฝูถู กล่าวว่าหากไม่มีเรื่องใด
แล้ว จะพาเขากลับไปยัง เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน
แต่คราวนี้ อู่ อวี้ มุ่งมั่นจะพูดคุยกับ จาง ฝูถู ให้
ชัดเจนรู้ด ารู้แดง ขณะก าลังบินกระบี่จักรพรรดิอยู่
นั้น เสียงของ อู่ อวี้ ได้กล่าวดังขึ้นอย่างแข็งกระด้าง
ไม่แยแส ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก ต่อผู้ที่อยู่
ด้านหน้าอย่าง จาง ฝูถู ว่า” ข้าล่วงรู้ถึงวัตถุประสงค์
ที่ท่านมีต่อข้า คิดว่าข้าเป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลาย
เท้าที่มาจากสถานที่เล็ก ๆ แต่ท่านก็ยังริษยาใน
บางอย่างที่ข้ามี ด้วยเหตุนี้ท่านจึงปรารถนาที่จะ
ควบคุมข้า โดยการฉกชิงทุกอย่าง ที่ข้าอุตส่าห์
พากเพียรพยายามสั่งสมมาให้แก่ท่าน ด้วยเหตุนี้
ท่านจึงยอมพาข้ากลับ เขาซูซัน เพียงแต่ท่านไม่เคย
คาดคิดมาก่อนว่า ข้าจะอยู่เหนือการควบคุมของ
ท่าน”
จาง ฝูถู เงียบไปสักครู่ แล้วตอบว่า” เจ้าก าลังพูดใน
ฐานะผู้ชนะอยู่ใช่หรือไม่ ? เจ้าก าลังแสดงให้เห็นว่า
เจ้าชนะแล้วเช่นนั้นหรือ ?”
อู่ อวี้กล่าวว่า”ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะเข้าใจมันหรือไม่
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้าได้แปรเปลี่ยน
ไปแล้ว ข้าคาดว่าท่านคงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ว่า
ท่านได้พลาดช่วงเวลาส าคัญที่สุดไปแล้ว นับจากนี้
ท่านจะไม่สามารถเข้าถึงตัวข้าได้อีก ดังนั้น ท่านควร
ปล่อยข้าไปเสียดีกว่า มันจะเป็นการดีกว่าส าหรับ
ท่าน หากท่านยังยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับข้า ไม่ว่าข้าจะ
เป็นหรือตาย อย่างน้อย ๆ สิ่งที่ท่านคิดย่อมไม่มีทาง
ส าเร็จ ข้าไม่ต้องการผลาญท าลายหยกศิลา[1]ไป
พร้อมกับท่าน”
จาง ฝูถู ยังคงแสดงท่าทางสุขุมสงบเงียบอยู่
จากนั้นมันก็กล่าวขึ้นว่า”เจ้าต้องการจะบอกว่า
ตราบใดที่ข้ายอมยกเลิกความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์
เจ้าจะยอมปล่อยวางในสิ่งที่ข้าเคยกระท ากับเจ้าใช่
หรือไม่?”
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน
เนื่องจาก จาง ฝูถู ไม่เคยล่วงรู้ถึงอีกเหตุผลหนึ่ง ว่า
เพราะเหตุใด อู่ อวี้ ถึงอยากจะจัดการเขา ทั้งหมด
ทั้งมวลนี้เกิดจากความปรารถนาอันยาวนานของสตรี
ผู้หนึ่ง ซึ่งได้ตกตายไปใน หุบเขาจิ้งจอก
แต่ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ จ าต้องปล่อย จาง ฝูถู ไปก่อน
เนื่องจาก มันคือวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึง
กล่าวขึ้นว่า”เอาล่ะ… นับจากนี้ไป ถือว่าเรื่องราว
ระหว่างเราไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หากยินยอม ท่านก็
ก้าวเดินไปในเส้นทางของตนเองอย่างสะดวก ส่วนข้า
จะก้าวเดินไปบนสะพานไม้ของข้า ดีหรือไม่? จาง ฝูถู
หลายปีหลังจากนี้ ข้าอาจจ าไม่ได้แล้วว่าท่านเป็น
ใคร”
จาง ฝูถู ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” เยี่ยม! อู่ อวี้ ยามนี้เจ้า
ก าลังรุ่งโรจน์ทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์ ส่วนข้า จาง ฝูถู
เป็นแค่ผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม แล้วเจ้าจะจดจ าข้าได้
เช่นไร?”
“ ท่านจะกล่าวเสียดสีข้าอย่างไรก็ช่าง แต่ข้ารู้ดีว่า
ท่านเป็นคนฉลาด ท่านรู้อยู่แล้วว่าควรตัดสินใจ
อย่างไร” การต่อสู้แย่งชิงความเป็นหนึ่งในเขาซูซัน
แท้จริง มันเป็นเรื่องล าบากยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามมีศักดิ์ฐานะเป็นอาจารย์ของ
เขาด้วยแล้ว การทรยศหักหลังอาจารย์ของตน ตาม
กฏของเขาซูซัน ถือเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่งนัก
“หึหึ”
จาง ฝูถู หัวเราะในล าคอออกมา 2-3 ครั้ง จากนั้นก็
ไม่ได้กล่าวอันใดออกมาอีก
เขาไม่ได้พูดโต้ตอบอันใดอีก แต่กลับเร่งความเร็วเพิ่ม
สูงขึ้น เพื่อพา อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย ไปส่งที่ เขา
เซียนหมื่นกระบี่บิน
“เดี๋ยวก่อนนะ พี่ชาย คนที่เป็นผู้รับผิดชอบ รายนาม
หมื่นเซียนกระบี่ ในครั้งนี้ ใช่จอมกระบี่ชิงเหอหรือ
ไม่?” ระหว่างที่ก าลังบินใกล้จะถึง หนามกง เหว่ย
ก็เอ่ยถาม อู่ อวี้ ขึ้นอย่างกะทันหัน
“มีอันใดรึเปล่า?”
หนานกง เหว่ย แสดงท่าทางกังวล จากนั้นก็เข้ามา
กระซิบกระซาบกับ อู่ อวี้ ว่า” เฉิน ชิงหยู๋ รู้จักข้า
ข้าจะให้นางเห็นไม่ได้ ฉะนั้นข้าจึงไม่อาจอยู่กับพี่ชาย
ได้ ข้าจะแฝงตัวอยู่กับฝูงชนด้านล่างรอท่านแล้วกัน”
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่า
หนานกง เหว่ย รู้จัก เฉิน ชิงหยู๋ เป็นอย่างดี อีกทั้ง
สิ่งที่นางกล่าวยังแสดงให้เห็นว่า บิดาของนางมีศักดิ์
ฐานะไม่ธรรมดา เนื่องจากว่า เฉิน ชิงหยู๋ ถือเป็น
บุคคลชั้นแนวหน้าของนิกายแห่งนี้
“ตกลง” เมื่อเข้าใกล้ เขาเซียนหมื่นกระบี่บิน
หนานกง เหว่ย ก็ทะยานลงไป แล้วรีบแฝงตัวเข้ากับ
ฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง ส่วนตัวเขากับ จาง ฝูถู ก็บินเข้า
ไปใกล้บริเวณของ ระฆังส าริดโบราณ เฉิน ชิงหยู๋
ยังคงยืนรออยู่ที่นั่น แน่นอนว่า อู่ อวี้ รีบเดินเข้าไป
ส่งป้ายตราค าสั่งคืนให้แก่นาง
ซึ่งยามนี้ พี่สาวที่อยู่ด้านหน้าของเขาก าลังท าตัว
พราวเสน่ห์อีกครั้ง แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึก
ตื่นเต้นเหมือนก่อน เขาส่งป้ายค าสั่งกระบี่โลกาคืน
ให้แก่นาง หลังจากที่เขากล่าวขอบคุณ เฉิน ชิงหยู๋
ก็เอ่ยถามว่า”เจ้าแลกเปลี่ยนอะไรมา จะบอกให้
พี่สาวเฉินผู้นี้ฟังสักหน่อยได้หรือไม่?”
อู่ อวี้ กล่าวตอบนางว่า” ข้าได้แลกเปลี่ยน
เตาปรุงยา กับ วิถีหลอมสร้างกลั่นสกัดโอสถ ‘กระบี่
เต๋าหยินหยาง’ และ ‘เคล็ดกระบี่สวรรค์ปฐพี
หยินหยางไร้ลักษณ์’“
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉิน ชิงหยู๋ ก็ถึงกับตกตะลึงอึ้ง
ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็กล่าวขึ้นว่า”เจ้าเด็กคน
นี้ ใช้แต้มความส าเร็จได้บ้าคลั่งจริง ๆ สมบัติเพียง
ไม่กี่ชิ้น เจ้ากลับใช้แต้มจนหมด หลังจากนี้ เจ้าก็ไม่
เหลือแต้มความส าเร็จให้ใช้ได้มากมายแล้ว แต่
อย่างไร สิ่งที่เจ้าเลือกมาก็นับว่าไม่เลวทีเดียว บาง
คนที่มีชื่ออยู่ด้านบน รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ยังไม่
มีสมบัติวิเศษเทียบเคียงกับเจ้าเลย
อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อย เรื่องการใช้แต้มความส าเร็จ เขา
ไม่รู้จะตอบอย่างไรจริง ๆ
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มองไปที่ จาง ฝูถู ซึ่งเขายังไม่ได้จาก
ไปทันที อู่ อวี้ คิดว่า เขาน่าจะมีบางอย่างที่ต้องการ
จะพูด
ตอนนี้ ยังคงมีการต่อสู้ในสนามประลองอย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่ง จาง ฝูถู ก าลังอยู่ภายใต้การจับจ้องจาก
อู่ อวี้ ทันใดนั้น เขาก็พยายามกล้ ากลืนฝืนทน กล่าว
ขึ้นมาอย่างยากล าบากว่า”พวกท่านทั้งหลาย ไม่ว่า
จะเป็น ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง หญิงชาย ทั้งหลายในวันนี้
ข้า จาง ฝูถู อาจารย์ของ อู่ อวี้ มีบางอย่างอยากจะ
ป่าวประกาศแก่พวกท่าน”
“อู่ อวี้ คือผู้เยาว์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์อย่าง
แท้จริง ข้าน้อยตระหนักดีถึงศักยภาพของตนเองดี
ข้าน้อยเป็นเพียงสาวกขั้นกระบี่ปฐพีอันเล็กกระจ้อย
ร่อย ทั้งยังขาดความสามารถ ซึ่งมันยังไม่เพียง
พอที่จะเป็นผู้ชี้แนะให้กับ อู่ อวี้ ผู้มากไปด้วย
พรสวรรค์ ดังนั้น วันนี้ข้าจึงตัดสินใจ ยกเลิก
ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับ อู่ อวี้ ปล่อยให้เขาได้
ไปพบกับผู้ที่เหมาะสมกว่า ขอเชิญยอดฝีมือทุกท่าน
ให้การยอมรับ อู่ อวี้ ด้วย”
เมื่อได้ยินค ากล่าวของเขา ฝูงชนก็เริ่มพากันแตกตื่น
พวกเขาต่างจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยความอิจฉา
ริษยา แน่นอนว่าความริษยานี้ยังรวมถึง เฉิน ชิงหยู๋
ด้วยที่จะได้ศิษย์อย่างเขา
อู่ อวี้ ทราบดีว่า บัดนี้บทสนทนาล่าสุดระหว่างเขา
กับ จาง ฝูถู ได้บังเกิดผลแล้ว ในที่สุด จาง ฝูถู ก็
ยอมรับความพ่ายแพ้ นับว่าเป็นเรื่องสมควร
เหมาะสมอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางฝูงชนมากมาย เขา
จ าเป็นต้องท าตามพิธี เดี๋ยวผู้คนจะคิดว่าเขาเป็น
ศิษย์ผู้หลอกลวงลบล้างบรรพจารย์ เมื่อประสบ
ความส าเร็จก็เขี่ยอาจารย์ของตนเองทิ้งทันที ดังนั้น
เขาจึงกล่าวขึ้นมาว่า”ข้า อู่ อวี้ จะขอจดจ าอาจารย์
ไว้ภายในจิตใจตลอดไป ความสัมพันธ์ของข้ากับท่าน
จะไม่มีทางแปรเปลี่ยน”
แน่นอน สิ่งที่ อู่ อวี้ จดจ า จาง ฝูถู ไว้ภายในจิตใจ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์
เพียงเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ เขา
แค่กล่าวออกไปเพื่อให้ผู้ฟังจากภายนอกรู้สึกดี
เท่านั้น
จากนั้นเขาก็หันไปมอง เฉิน ชิงหยู๋
อู่ อวี้ ไม่จ าเป็นต้องให้ เฉิน ชิงหยู๋ ออกหน้าแทนเขา
ด้วยตนเอง เขาแค่ต้องการใช้ฝูงชนมากมายนี้ เพื่อ
ก าจัด จาง ฝูถู ออกไปเท่านั้น
“ เฉิน ชิงหยู๋ อย่าชักช้า จงยอมรับ อู่ อวี้ เป็นศิษย์
เดี๋ยวนี้”
“ใช่แล้ว ถ้าเจ้ายังไม่ยอมรับ ชายชราผู้นี้จะเป็นคน
รับไปเอง”
ท่ามกลางสายตาจ่าฝูงชน เฉิน ชิงหยู๋ ชี้นิ้วออกไป
จากนั้นนางก็ผ่อนลมหายใจ แล้วกล่าวขึ้นว่า”ข้าว่า
ทุกคนคงเดาผิดแล้ว ไม่ใช่ข้า แต่เป็นคนที่อยู่ด้านบน
พวกท่านต่างหาก”
นางกล่าว พร้อมกับชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องนภา
———————–
เชิงอรรถ
1. ผลาญท าลายหยกศิลา (玉石俱焚) คือ
ไม่ว่าจะหยกงามหรือก้อนหินก็เอามาเผาจนหมดสิ้น
เปรียบเปรย การไม่แยกแยะดีชั่ว จะคนดีหรือคนเลว
เรื่องดีหรือเรื่องเลวก็ท าลายจนพังพินาศลงสิ้น
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ