กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 247 วังเต๋าหยินหยาง
ณ ยอดเขาเทียมฟ้า วังเต๋าหยินหยาง
นี่คือยอดเขาเทียมฟ้าที่มีความสูงมากที่สุดในวัง
มีความหรูหราเกินบรรยาย อีกทั้งวังแห่งนี้ยังมีขนาด
ใหญ่มากกว่าเมืองหลวงของนครบูรพาเยว่อู่เสียอีก
สิ่งปลูกสร้างต่างๆถูกสร้างขึ้นรอบยอดเขาที่สูงชัน
แห่งนี้ บนก าแพงมีการลงค่ายกลอักขระเวทย์เอาไว้
อย่างแน่นหนา ซึ่งค่ายกลอักขระเวทย์เหล่านี้
สามารถดูดพลังฟ้าดินมาเสริมความแข็งแกร่งให้
ก าแพงได้อีกด้วย
นิกายเซียนซูซัน มีประวัติความเป็นมามากกว่าหนึ่ง
ล้านปียาวนานนับไม่ถ้วน ในหนึ่งรอบโคจรจะมี
ช่วงเวลากว่า120,000ปี และด้วยประวัติศาสตร์หนึ่ง
ล้านปีนี้ จึงกล่าวได้ว่า นิกายเซียนซูซัน ได้ครบรอบ
โคจรมากว่าแปดรอบแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าวังเต๋าหยินหยาง
แห่งนี้มีความเป็นมายาวนานเท่าใดแล้ว ยามนี้ อู่ อวี้
ได้เดินทอดน่องอยู่ในวังอันว่างเปล่า เขาได้
จินตนาการถึงการฝึกฝนวิถีกระบี่ในที่แห่งนี้ได้นับ
หลายร้อยรูปแบบ
ต าแหน่งที่เขาก าลังนั่งอยู่นี้ เป็นศูนย์กลางกลิ่นอาย
ฟ้าดินของทั่วทั้งยอดเขาเทียมฟ้าที่ถูกค่ายกลอักขระ
เวทย์ดึงดูดพวกมันเข้ามา พลังฟ้าดินทั้งหมดถูก
อู่ อวี้ ดูดซับเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งในต าแหน่งที่เขา
อยู่นี้ ไม่ทราบว่าเคยมีผู้ฝึกตนมากมายเท่าใดเคยมา
นั่งฝึกฝนบ่มเพาะที่นี่มาก่อน
ที่แห่งนี้มีนามว่า วังเต๋าหยินหยาง มันเป็นวังที่เขา
ตั้งชื่อด้วยตัวเอง (ยอดเขาเทียมฟ้า ชื่อวังเต๋าหยิน
หยาง)
ถึงแม้ว่าเขาเซียนหมื่นกระบี่จะยังคงมีการต่อสู้กัน
อย่างคึกคักร้อนแรง แต่ทว่าจิตใจของเขายังคงสงบ
นิ่งอยู่
“มีเพียงผู้มีฝีมือที่แข็งแกร่งเท่านั้น จึงจะสามารถส่อง
ประกายต่อหน้าฝูงชนเช่นนี้ได้”
บางมีอาจจะมีผู้คนมากมายก าลังรอคอยให้เขา
ปรากฏตัวให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่
ข่าวการสังหารจางฝูถูได้ถูกเผยแพร่ออกไป
ตอนนี้ เฉิน ซิงเหยา เพียงแค่สนใจในตัวเขาเท่านั้น
ท้ายที่สุดจะส าเร็จหรือไม่ก็สุดแล้วแต่วาสนา นี่เป็น
เรื่องที่เขากังวลอย่างยิ่ง และเชื่อว่าน่าจะมีอีกหลาย
คนยังอยากจะรู้เรื่องนี้มากกว่า อู่ อวี้ เสียอีก
“บนเส้นทางแห่งการฝึกตนนี้ ไม่ว่าด้านนอกจะ
คึกคักเพียงใดหรือท้องฟ้าจะถล่มแผ่นดินทลาย ในใจ
ก็จะต้องมีความสงบนิ่ง จะรู้แจ้งเมื่อถึงเวลารู้แจ้ง
จะต้องสู้เมื่อถึงเวลาที่ต้องสู้!”
ในห้องโถงใจกลางวังเต๋าหยินหยาง อู่ อวี้ ที่นั่งอยู่ใน
ต าแหน่งกึ่งกลาง ทั้งสี่ทิศกว้างโล่งอย่างไม่มีที่เปรียบ
คนธรรมดาไม่สามารถจะมองเห็นขอบก าแพงทั้งสี่ทิศ
ได้ แม้แต่เพดานด้านบนยังมีความสูงมากกว่าสิบจั้ง
มีกลิ่นอายฟ้าดินมหาศาลถูกดูดเข้ามาในวังที่
กว้างขวางหลังนี้ พลังหมุนวนอยู่ภายในวัง ซึ่ง อู่ อวี้
เป็นศูนย์กลางของกระแสน้ าวนพลังฟ้าดิน ดูดซับ
พลังฟ้าดินอันมหาศาลเข้าไป ใช้วิถีเร้นลับสร้างแกน
นภาของเคล็ดวิถีมหาเทียนเซียน หลอมรวมพลังฟ้า
ดิน กลั่นสกัดแกนนภา เปลี่ยนพลังฟ้าดินให้มาหลอม
รวมเข้าไปในแกนนภาของตน
นี่เป็นกระบวนการที่น่าเบื่อหน่ายและซ้ าซาก แต่
จ าเป็นต้องใช้สมาธิระดับสูงสุด ท าตามขั้นตอนไป
ทีละก้าว
แม้ว่าแกนนภาของ อู่ อวี้ จะใช้เคล็ดมหาวิถีเทียน
เซียนซึ่งดีที่สุดมากลั่นสกัด แต่ก็จ าเป็นที่จะต้องไปที
ละขั้นตอน นอกจากจะมีเม็ดยาสร้างแกนนภาเข้ามา
ช่วยเสริม จึงจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นกว่า
นี้
แต่ทว่าตอนนี้ อู่ อวี้ ยากจนเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งแต้ม
ความส าเร็จก็เหลือไม่มากแล้ว
ต่อให้มีเม็ดยาสร้างแกนนภา เขาก็จะต้องใช้มันอย่าง
ระมัดระวัง หลังจากที่ท าการกลั่นสกัดแกนนภาของ
ตนเองไปทีละขั้นตอน ความเป็นจริงแล้วมันก็ค่อยๆ
เสถียรภาพมากขึ้น
นอกเหนือไปจากนั้น อู่ อวี้ ที่อยู่ในวันคืนอันแสน
น่าเบื่อ เขายังได้ท าอีกสองอย่าง ซึ่งอย่างแรกคือ
การหลอมสกัดเม็ดยา เขาสูญเสียวิญญาณเซียนไป
อย่างรวดเร็ว เม็ดยาหลอมรวมลมปราณและเม็ดยา
ทั่วไปทั้งหมด ได้ถูกหลอมสกัดออกมามากมาย
ส่วนเม็ดยาสร้างแกนนภาในตอนนี้เขายังคงไม่
สามารถหลอมสกัดมันได้ส าเร็จ เพราะยังไงแล้วเขา
ยังต้องมีเพลิงอมตะที่แข็งแกร่งมากกว่านี้และเคล็ด
วิธีการหลอมที่ลึกล้ ามากกว่านี้
ส่วนอีกอย่างคือ เขาได้ศึกษา ‘เคล็ดกระบี่สวรรค์
ปฐพีหยินหยางไร้ลักษณ์’ ช่วงที่ตนได้ต่อสู้กับ
ซือถู กงเต๋อ มันเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าถึงพื้นฐานของ
เคล็ดวิชานี้ เมื่อมีพื้นฐานการจะก้าวไปสู่ระดับที่สูง
กว่าจึงไม่ได้ยากล าบากเหมือนช่วงแรกที่ต้องงมทาง
เองเท่าใดนัก
“ยังมีเวลาเหลืออีกสองเดือน จะต้องออกไปท าการ
ท้าทายรายนามหมื่นเซียนหมื่นกระบี่สวรรค์ ยังคงมี
เวลาอีกเจ็ดเดือนที่การต่อสู้บนรายนามหมื่นเซียน
หมื่นกระบี่สวรรค์จะถึงจุดสิ้นสุด ข้าจะต้องทะลวง
เข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สามให้ได้อย่างน้อย
ภายในเจ็ดเดือนนี้ จากนั้นก็พยายามศึกษาเคล็ด
กระบี่ไร้ลักษณ์ให้เชี่ยวชาญให้ได้มากที่สุด”
อู่ อวี้ วางแผนไว้เช่นนี้
ถ้าหากทั้งสองเป้าหมายของเขาสามารถประสบ
ความส าเร็จ ไม่ต้องกล่าวถึงอันดับแรกของรายนาม
หมื่นเซียนกระบี่สวรรค์ ซึ่งเป็นบุตรของจ้าว
เทียนเจี้ยน ที่มีชื่อเสียงในด้านความต่ าช้าเลวทราม
แต่กระทั่งสาวกขั้นกระบี่ปฐพีจ านวนมาก อู่ อวี้ ก็
มิได้หวาดกลัวอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้อย่างชัดเจนว่าการจะกลั่นสกัด
แกนนภามันมีความยากเย็นมากกว่าการก่อตั้งจุด
บัญญัติก่อก าเนิดอย่างมหาศาล! มีคนมากมายติดอยู่
ในขอบเขตสร้างแกนนภา สาเหตุเกิดจากวิถีเร้นลับ
สร้างแกนนภาที่อ่อนแอ พรสวรรค์ที่หมดสิ้นลง
ความรู้แจ้งเรื่องจิตวิญญาณไม่เพียงพอ
ความจริงในวิถีแห่งเต๋าก็คือ หลายสิ่งเกิดขึ้นมาจาก
สวรรค์ แม้จะบีบบังคับมันมากเท่าไหร่มันก็ไม่
สามารถลงมาหาได้
ภายในเจ็ดเดือนนี้เป้าหมายทั้งสอง ถึงจะมีโอกาส
เป็นไปได้สูง แต่ก็มีโอกาสที่จะล้มเหลวเช่นเดียวกัน
ที่ส าคัญคือหลังจากที่ อู่ อวี้ คืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
เป็นเวลาครึ่งเดือน เขาได้หยุดการบ่มเพาะลง
ชั่วคราว ตั้งแต่เขามาอยู่ที่กว้างใหญ่แห่งนี้ เขาอดที่
จะสงสัยไม่ได้ว่า ท าไม หนานกง เหว่ย ถึงยังไม่มาหา
เขาอีก?
“ข่าวว่าข้ามาอยู่วิหารสงครามเซียน น่าจะกระจาย
ไปทั่วเขตแดนกระบี่สามัญแล้ว รวมถึงเรื่องที่ข้า
สังหาร จาง ฝูถู ไป แน่นอนว่ามันจะต้อง
แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง เหว่ยเอ๋อร์ จะต้องรู้
ที่อยู่ของข้า แล้วท าไม่ถึงยังไม่มาหาข้าอีกนะ?
เป็นไปได้ไหมว่าเป็นเพราะเรื่องของข้า นางจึงถูกคน
ของเทือกเขาซูซันหาตัวนางพบแล้ว?”
“นางสมควรจะเป็นลูกหลานของคนที่แข็งแกร่ง แล้ว
ท าไมถึงจะต้องหลบหนีออกมาด้วย แล้วท าไมนางถึง
ไม่ยอมบอกแก่ข้า จะเป็นไปได้ไหมว่าครั้งนี้นางถูกน า
ตัวกลับไปแล้วจริงๆ แม้แต่ค ากล่าวอ าลาก็ยังไม่มี
โอกาสได้บอก……”
เมื่อคิดดูแล้วเขาได้ใช้เวลากับเด็กผู้หญิงคนนี้นานนับ
ปีกว่า ดูเหมือนว่าจะคุ้นเคยกับวันเวลาที่นางอยู่ข้าง
กายมาตลอด ท าให้ตอนนี้เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย
กับการอยู่คนเดียวสักเท่าไหร่นัก
“หนทางแห่งการฝึกตนช่างยาวไกลยิ่งนัก ถ้าหากมี
ข้าเพียงแค่คนเดียว จะเกิดความอ้างว้างเดียวดาย
หรือไม่” ในห้องโถงที่ว่างเปล่านี้ ท าให้ อู่ อวี้ เกิด
เป็นความรู้สึกเหงาขึ้นมา
เมื่อคิดไปแล้ว ในนิกายเซียนซูซันแห่งนี้ แม้แต่พี่น้อง
สักคนก็ไม่มี มีเพียงแค่ หนานกง เหว่ย เท่านั้นที่เขา
สนิทชิดเชื้อด้วย แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่านางจะจากไป
แล้ว แม้แต่ค าบอกลาก็ไม่ได้กล่าว
ทันใดนั้นเขาคิดไปถึงค าว่า ‘คู่บ าเพ็ญเพียรเต๋า’
“คู่บ าเพ็ญเพียรเต๋าของผู้ฝึกตน ก็เป็นเหมือนการ
แต่งงานของคนปกติ จะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไป
ตลอดชีวิตหลังจากนี้ ยังมีความหมายที่ลึกล้ ากว่านี้
อีก ก็คือการฝึกตนด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่าน
ช่วงเวลาทุกข์ยากไปด้วยกัน มีชีวิตอยู่และตกตายไป
พร้อมกัน”
“คู่บ าเพ็ญเพียรเต๋า บางเวลาก็สนิทสนมกันมากกว่า
สามีภรรยาทั่วไป แบ่งปันซึ่งกันและกันแทบจะทุกสิ่ง
ทุกอย่าง”
“ชั่วชีวิตนี้สามารถมีคู่บ าเพ็ญเพียรเต๋าได้แค่คนเดียว
การละทิ้งคู่บ าเพ็ญเพียรเต๋า จะถูกผู้ฝึกคนทั้งหมด
ปฏิเสธด้วยความรังเกียจ”
เขาได้พบเจอกับผู้ฝึกตนหญิงมากมาย คนแรกก็คือ
ซู หยานหลี่ เริ่มแรกเขารู้สึกดีกับนาง แต่หลังจากนั้น
เขายอมรับนางเป็นดั่งพี่สาวคนหนึ่ง ยามนี้ อู่ อวี้ ได้
ยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง ท าให้พวกเขาทั้งคู่เริ่มอยู่
ห่างไกลกันออกไปเรื่อยๆ
หลังจากนั้น เป็น จิ่วเซียน เป็นปีศาจตนหนึ่งที่ อู่ อวี้
ทั้งรักและทั้งชิงชัง แต่บัดนี้นี้เขาได้สลัดนางออกไป
จากหัวใจได้แล้ว อาจเป็นเพราะนางเป็นปีศาจอันชั่ว
ช้า อีกทั้งนางยังต้องการที่จะกลืนกินชีวิตของ อู่ อวี้
อีก
หลังจากมาถึงนิกายเซียนซูซัน คนเดียวที่ท าให้ อู่ อวี้
ได้พบเจอกับความอบอุ่นหัวใจก็คือ หนานกง เหว่ย
เพียงแต่ว่านางยังเยาว์วัยนัก ถึงแม้ว่าจะอยู่กับนาง
เป็นเวลานาน แต่ว่าเขาก็ยังไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ว่า ตัวของ หนานกง เหว่ย นั้น
ชอบเขาอยู่หน่อยๆ
“ในอนาคต ข้าและ เหว่ยเอ๋อร์ จะสามารถเดินทาง
ไปด้วยกันได้หรือไม่? เพราะยังไงแล้วนางก็ยังคง
เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น พรสวรรค์ของนางก็จะโดด
เด่นเหนือผู้คน ซึ่งนางเกือบจะเป็นสตรีที่มีพรสวรรค์
มากที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา ความสัมพันธ์ของ
พวกเราจะสามารถไปด้วยกันได้หรือไม่?”
เกี่ยวกับเรื่องในอนาคต อู่ อวี้ รู้สึกว่ายังไม่
จ าเป็นต้องไปคิดถึงมันมากนัก ยามนี้มีเพียงสิ่งเดียว
คือเขาจะต้องก้าวต่อไปข้างหน้า
“ข้าหวังว่าจะมีโอกาสได้พบเจอเจ้าอีกครั้ง”
นับตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้พบกันอีก แม้ว่าจะเป็นเพียง
มิตรภาพเล็กๆ แต่การจากไปโดยไม่ได้กล่าวค าอ าลา
เช่นนี้มันท าให้ อู่ อวี้ ย่อมรู้สึกเสียใจ
นิกายเซียนซูซันมีการก่อตั้ง ‘วิหารคู่เซียน’ ส าหรับ
คู่ฝึกตนใดก็ตามที่มีความสมัครใจ จะสามารถเข้าไป
อยู่ในวิหารคู่เซียนและขอรับศาสตราเต๋า ‘ห่วงเชื่อม
ใจ’ หลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงจะกลายเป็นคู่บ าเพ็ญ
เพียรเต๋า และประกาศให้โลกรู้ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน
หนานกง เหว่ย ที่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเลยนั้น
อู่ อวี้ จึงออกไปตามหานางหลายครั้ง แต่ไม่พบ
เบาะแสใดๆทั้งสิ้น ตลอดมาเขาไม่ได้ไปที่เขาเซียน
หมื่นกระบี่อีก ได้ยินว่าการท้าทายครั้งใหม่ใน
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ได้เริ่มขึ้นไปแล้ว ดังนั้นทุก
คนจึงก าลังรอคอยการปรากฏตัวของ อู่ อวี้
เกี่ยวกับตัวตนของ อู่ อวี้ เขาท าให้หลายคนรู้สึก
อิจฉา ผนวกกับเรื่องของ จาง ฝูถู จึงท าให้มีคนตั้งใจ
ปลุกปั่นปล่อยข่าวลือ ให้ร้ายเขา ทุกวันนี้เพียงแค่เขา
ออกไป เขาจะได้ยินความคิดเห็นด้านลบเกี่ยวกับเขา
เป็นจ านวนมาก อย่างน้อยมากกว่าเจ็ดส่วนของผู้คน
ก็ย่อมไม่ปรารถนาที่จะให้เขากลายเป็นศิษย์ของ
จอมกระบี่ชิงเหอ
ขึ้นชื่อว่าการสังหารผู้เป็นอาจารย์ ชื่อเสียเช่นนี้มันท า
ให้เหล่าผู้คนเกิดความตื่นตระหนกยิ่ง
ส าหรับรายละเอียดต่างๆ ศิษย์ของ จาง ฝูถู
ไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้ พวกมันกล่าวเพียง
แค่ว่า ถ้าหาก เฉิน ซิงหยู๋ ไม่ได้เข้าข้าง อู่ อวี้ อู่ อวี้
คงจะโดนจับส่งเข้า ‘คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ’ ไป
นานแล้ว
นิกายเซียนซูซัน ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับ
สาวกที่ท าผิดศีลธรรม
เวลายังคงผ่านไปอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ แทบจะไม่ได้
ออกไปภายนอก ด้านหนึ่งเพราะไม่ต้องการที่จะรับ
ฟังความเห็นแง่ร้ายของคนอื่น อีกด้านความเป็นจริง
แล้วเขารู้สึกกดดันอย่างมาก ในใจมักจะปรากฏ
ความรู้สึกสายหนึ่ง ราวกับเป็นดวงดาวที่อยู่บน
จุดสูงสุดคนก าลังจับจ้องเขาอยู่
บางครั้ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง ท าไมเขาถึง
ต้องดึงตัวเองให้เข้าสู่วังวนแห่งความกังวลเช่นนี้ด้วย?
มีบางครั้ง เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ถ้าหากไม่ได้
เฉิน ซิงหยู่ เขาอาจจะไม่สามารถมายังวิหารสงคราม
เซียนแลสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยเช่นนี้
ถ้าไม่มาที่นิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ คงจะไม่มีวันรู้ว่า
บนหนทางแห่งการฝึกตนนี้มีความยิ่งใหญ่เพียงใด
เมื่อมีการทุ่มเทอะไรสักอย่างเวลามักจะผ่านไปอย่าง
รวดเร็วเสมอ อู่ อวี้ ลืมไปแล้วว่าเวลาได้ผ่านไปนาน
เท่าไหร่ รู้เพียงแค่ว่าการต่อสู้ในลานประลองหมื่น
กระบี่ได้ใกล้เข้ามาแล้ว แต่ปัญหาคือ การใช้พลังฟ้า
ดินมาหลอมแกนนภา อย่างไรเสียก็ไม่เหมือนกับการ
ใช้เม็ดยาสร้างแกนนภา จึงไม่สามารถกระท ารวดเร็ว
เช่นนั้นได้ ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาจัดว่า
รวดเร็วยิ่ง สาวกคนอื่นนิกายเซียนซูซัน อย่างน้อย
จะต้องใช้เวลาหลายปีในการกลั่นสกัดพลังฟ้าดิน
สร้างแกนนภาถึงจะสามารถทะลวงจากขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่สองไปยังระดับที่สาม แต่เขากลับ
เหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
ยามนี้เขาจึงรู้สึกว่ามันช้าเกินไป
“ถ้าหากในใจยังคงมีความรู้สึกกังวล มันจะไม่ดีต่อ
การฝึกตน” เขารู้ความจริงข้อนี้อย่างชัดเจน
“แต่ว่า ตอนนี้ระยะทางทะลวงเข้าสู่ระดับที่สามนั้น
ยังคงอยู่อีกไกล ระยะเวลาการท้าทายเขาเซียนหมื่น
กระบี่เจ็ดเดือนก็ใกล้จะผ่านพ้นไปแล้ว”
“ด้วยความแข็งแกร่งนี้ หากไปแสดงศักยภาพบน
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ให้ จอมกระบี่ชิงเหอ เห็น
คงจะไม่ใช่เรื่องดี!” อู่ อวี้ เกิดความรู้สึกไม่ยินยอม
ที่จริงเขารู้ดีว่าสามล าดับบนนั้นถือเป็นปีศาจอย่าง
ยิ่งยวด อายุของพวกเขาเมื่อเทียบกับตนเองแล้ว
ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใดนัก บางทีอาจจะมีอายุน้อย
กว่าตนเสียด้วยซ้ า แต่พวกเขากลับมีชื่อเสียงที่
สามารถสั่นคลอนทวีปตงเสินได้แล้ว
คนเหล่านี้ แน่นอนสามารถกลายเป็นสาวกขั้นกระบี่
สวรรค์ได้เลย หรืออาจจะเป็นถึงจอมกระบี่จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเซียนซูซัน!
พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือในขั้นสูงสุดของขั้นสร้าง
แกนนภาระดับสี่ สามารถจัดการกับผู้ฝึกตนขั้นสร้าง
แกนนภาระดับที่ห้าได้อย่างไร้ปัญหา ส่วนห้าอันดับ
ถัดมาล้วนมีแกนนภาที่ล้ าเลิศ แต่ละคนจะมีทักษะ
ความสามารถและพรสวรรค์เฉพาะตัวจนสร้าง
ชื่อเสียงของตนเองขึ้นมาได้
ถึงกระนั้น จอมกระบี่ชิงเหอ กลับไม่สนใจพวกเขา
“มีเพียงแค่ข้าคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถท าให้
จอมกระบี่ชิงเหอ หันมาสนใจได้!”
อู่ อวี้ ไม่สนใจว่าจะกลายเป็นศิษย์ของใคร แต่บัดนี้
เขาถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องขึ้นไปยังอันดับสูงๆ
เมื่อถูกบังคับให้ขึ้นหลังเสือแล้ว ย่อมยากที่จะลงไป
เมื่อล้มเหลวอนาคตของเขาจะพลันดับวูบลง
ยามเมื่ออยู่ใน นิกายเซียนซูซัน เกรงว่าจะต้องถูก
หัวเราะเยาะเย้ยและถูกสบประมาทต่างๆนานาเป็น
แน่แท้
และเนื่องจากการท้าทายครั้งนี้มีความส าคัญเป็น
อย่างยิ่ง มันจึงได้สร้างความกดดันให้กับจิตใจของ
เขาอย่างมหาศาล
“เคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์ ยังขาดการขัดเกลาอยู่อีกนิด
หน่อย มองหาใครสักคนแล้วถามว่าการประลอง
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ยังเหลืออีกกี่วันถึงจะสิ้นสุด
ดีกว่า”
หลังจากเจ็ดเดือนผ่านไป อู่ อวี้ รู้ว่า ไม่สามารถ
เสียเวลาในที่แห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
หากพิจารณาดูแล้ว หากอยู่ต่อไปเช่นนี้เขาจะต้องใช้
เวลาอีกสามเดือนกว่าจะท าการฝึกฝนให้ได้ตามเป้าที่
หวังไว้แต่แรก
เขาไม่รู้ว่า บนเขาเซียนหมื่นกระบี่ได้มีคนจ านวนมาก
รอคอยให้เขาเข้ามาท้าทายอยู่ ซึ่งนี่ก็ใกล้จะหมด
เวลาเข้าไปทุกขณะ จึงท าให้ผู้คนมากมายเบื่อหน่าย
จนไร้ซึ่งค าพูดใดๆ
หาก อู่ อวี้ ยังไม่ปรากฏตัวออกมาอีก คาดว่าจะมี
คนพุ่งไปยังวิหารสงครามเซียนแน่นอน
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ