กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 259 ปีศาจสังหารหมู่
เหอ เต้าจื้อ ดูเหมือนว่าจะไม่อยากแนะน าสมาชิก
ให้แก่ อู่ อวี้ ได้รู้จักเกรงว่าในสายตาของมันคงจะ
มองว่า อู่ อวี้ เข้ามาร่วมในกลุ่มเพื่อที่จะเพิ่มแต้ม
ความส าเร็จของตนเองอย่างสบายๆเป็นแน่?เมื่ออยู่
รวมกับคนเหล่านี้เป็นครั้งแรก อู่ อวี้ พลันรู้สึกอึดอัด
ยิ่ง แต่เพื่อแต้มความส าเร็จห้าร้อยแต้มนั้น เขาจึง
ไม่ได้รู้สึกสนใจมันมากเท่าใดนักภายในกลุ่มคนทั้งห้า
นี้ คนที่สวมชุดคลุมกระบี่สีขาว เป็นผู้ฝึกตนกระบี่
หนุ่มที่บนเสื้อของมันถูกปักเอาไว้ด้วยลายของกลีบ
เมฆ ทันใดนั้นมันก็แนะน าตัวเองให้กับ อู่ อวี้ มัน
ผายมือไปทาง เหอ เต้าจื้อ แล้วกล่าวว่า”ท่านนี้คือ
ศิษย์พี่ เหอ เต้าจื้อ ซึ่งเจ้าน่าจะรู้จักอยู่แล้ว เช่นนั้น
ข้าก็จะไม่แนะน าเขามาก เขาเป็นเจ้าวิหารแห่งวิหาร
เต้าจื้อแห่งนี้ อยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภาระดับที่
เจ็ด ในปีนั้นเขาอยู่บนรายนามเซียนหมื่นกระบี่
อันดับที่สิบกว่าๆ และเขายังเป็นศิษย์พี่ของข้า
อาจารย์ของพวกเราเป็นสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ท่าน
หนึ่ง ส่วนตัวของข้ามีนามว่า เย่ จิงหมิง เจ้าจะเรียก
ข้าว่าศิษย์พี่เย่ก็ได้”ในหมู่คนทั้งห้านี้ มีเพียงแค่
เย่ จิงหมิง ที่ดูเหมือนว่าจะมีลักษณะสุภาพอ่อนโยน
เข้ากับผู้อื่นได้ดีจากนั้นเขาก็ท าการแนะน าบุรุษผู้
หนึ่ง กล่าวออกมาว่า”เขามีนามว่า กู่ หงหมิง มี
ความเข้าใจในเต๋าแห่งกระบี่ค่อนข้างลึกซึ้ง ข้าย่อม
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เนื่องจากเขาเป็นอัจฉริยะที่หาตัว
จับได้ยาก เจ้าเรียกเขาว่าศิษย์พี่กู่ก็พอแล้ว ส าหรับ
ศิษย์พี่กู่แล้ว เขามีนิสัยใจร้อนตรงไปตรงมา ค าพูด
ของเขาอาจจะไม่ค่อยรื่นหูนัก เจ้าจงเคยชินกับมัน
เอาไว้ล่ะ”หลังจากที่เสียงเขาเงียบไป กู่ หงหมิง ผู้นั้น
ก็หัวเราะเย้ยหยันขึ้น กล่าวว่า”ค าพูดของข้าอาจจะ
ตรงก็จริง แต่ภารกิจในครั้งนี้มีความส าคัญเป็นอย่าง
มาก สิ่งที่พวกเราต้องการก็คือผู้ช่วยที่แข็งแกร่ง กลับ
ได้เด็กอมมือผู้หนึ่งมาแทน แม้แต่คุณสมบัติในการ
เป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพีก็ยังไม่มี! ข้ารู้สึกสมเพชยิ่ง
นึก!”ค ากล่าวเหล่านี้ กล่าวโจมตี อู่ อวี้ ตรงๆแน่นอน
ว่าคนเหล่านี้รู้สึกว่า อู่ อวี้ นั้นยังไม่มีคุณสมบัติที่ดี
พอที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มเขาได้เรื่องเช่นนี้
นับเป็นเรื่องปกติ กู่ หงหมิง ผู้นี้เป็นคนที่หยิ่งผยอง
เป็นคนที่ไม่ชอบที่จะพึ่งพาความสัมพันธ์ที่มาจาก
ภายนอกอู่ อวี้ ใช้น้ าเสียงราบเรียบ ตอบกลับไปว่า”
ดูเหมือนว่าศิษย์พี่กู่จะมีข้อกังขาในศักยภาพของข้า
อาจจะเป็นเพราะศิษย์พี่กู่อาจจะยังไม่รู้ เช่นนั้นก็เข้า
มา ไม่แน่ว่าศิษย์พี่กู่อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าก็ได้”
เขากล่าวค าพูดเหล่านี้ออกมาอย่างสบายๆ แต่ว่ามัน
เป็นค าพูดที่ถือดีจริงๆ ทันใดนั้นทุกคนรู้สึกตกตะลึง
กู่ หงหมิง ผู้นั้นก็ยังรู้สึกอึ้งชั่วครู่ หลังจากนั้นพลัน
รู้สึกราวกับว่าตนเองได้รับความอัปยศอดสูอย่าง
รุนแรง เขาตบโต๊ะยืนขึ้น เตรียมตัวที่จะเปิดฉากจู่
โจม เหอ เต้าจื้อ ที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเหลือบมองไปที่
เขาหนึ่งครั้ง กล่าวออกมาว่า”กู่ หงหมิง ถ้าหากเจ้า
ลงมือภายในนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎ ข้าคงต้องขอ
เชิญให้เจ้าออกไปเสียแล้ว”“ฮึ อย่าได้มากระตุก
หนวดเสือเช่นข้า มิฉะนั้นข้าจะท าให้เจ้าต้องเจอของ
จริง!” กู่ หงหมิง กล่าวออกมาด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยวดู
เหมือนว่ามันจะไม่ยอมลามือไปเพียงเท่านี้อู่ อวี้
เพียงยิ้มออกมาเล็กหน่อยและไม่ได้กล่าวอะไรอีก
เพียงแค่เขากล่าวออกมาหนึ่งประโยค ก็ท าให้คนทั้ง
ห้าได้เข้าใจแล้วว่า เขาไม่ใช่คนที่จะสามารถรังแกกัน
ได้ง่ายๆถึงแม้ว่า เหอ เต้าจื้อ จะแสดงท่าทีเย็นชาไม่
สนใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังคงท าตามกฎที่ได้ตั้ง
เอาไว้ นี่ถือเป็นเรื่องที่ดีเย่ จิงหมิง ยิ้มกระอัก
กระอ่วน ยังคงท าการแนะน าสตรีอีกสองคนต่อ
อู่ อวี้ รู้ว่าสตรีที่อยู่ในชุดสีส้มเป็นคนที่มีเสน่ห์ นางมี
นามว่า ซูชิง ส่วนสตรีอีกนางหนึ่งหนึ่งที่มีใบหน้า
เย็นชามีนามว่า กง หยางเสวี่ย พวกมันทั้งหมดเป็น
ลูกศิษย์ของสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ เคยเป็นบุคคลที่มี
ชื่อเสียงอยู่ในเขตแดนกระบี่สามัญ”อู่ อวี้ เอ๋ย ศิษย์
พี่ซูของข้า ได้เห็นการประลองของเข้าที่อยู่ใน
รายนามเซียนหมื่นกระบี่ มันช่างน่าทึ่งจริงๆ ช่างน่า
ตื่นตะลึงจริงๆ อย่างไรก็ตาม ศิษย์พี่กู่นั้นอาวุโสกว่า
เจ้า อายุก็มากกว่าเจ้า เจ้าไม่สามารถไปล่วงเกินเขา
ได้ เพราะหลังจากนี้พวกเราถือเป็นคนกลุ่มเดียวกัน”
ซูชิง กล่าวออกมาด้วยน้ าเสียงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์”
ศิษย์พี่ซูกล่าวได้ถูกต้อง เมื่อสักครู่เป็นความผิดของ
ข้าเอง แต่ทว่าข้าต้องการที่จะประกาศจุดยืนของ
ตนเอง ตั้งแต่ที่ข้ามายังที่แห่งนี้ ข้าย่อมจะอุทิศพลัง
ของข้าเพื่อช่วยเหลือทุกคน ไม่มีทางที่จะถือโอกาส
ฉกฉวยผลประโยชน์ในตอนที่เกิดความสับสนวุ่นวาย
ทุกคนสามารถจับตาดูข้าได้” อู่ อวี้ ยิ้มออกมาละ
กล่าวทุกคนต่างปิดปากสนิท ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
แต่ อู่ อวี้ ก็ตระหนักดีว่าพวกมันมีความคิดเช่นไรกับ
ตนเองเพียงแค่สาวกแกนกระบี่สามัญที่ไม่สามารถ
ช่วยอะไรพวกมันได้ แต่กลับได้รับแต้มความส าเร็จถึง
ห้าร้อย!ทั้งห้าคนนี้ น าโดย เหอ เต้าจื้อ เย่ จิงหมิง
กู่ หวงหมิง และยังมี ซูชิง กับ กง หยางเสวี่ย ทั้งหมด
เป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี อนาคตในภายภาคหน้าไม่
แน่ว่าอาจจะไต่ไปจนถึงสาวกขั้นกระบี่โลกา กระทั่ง
บางทีก็อาจจะสามารถกลายเป็นถึงสาวกขั้นกระบี่
สวรรค์เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เหอ เต้าจื้อ ก็โบกมือ
ของมันออกไปแล้วกล่าวว่า”เอาล่ะ พวกเจ้าอย่า
ได้มาถกเถียงกันต่อหน้าข้า ฟังให้ดี”มันไอออกมา
ไม่กี่ครั้ง วางมาดเข้มแข็ง หลังจากนั้นก็กล่าวว่า”
นิกายของเรามีอาณาเขตที่กว้างขวาง รอบด้านมี
นิกาย เมือง และ เผ่าพันธุ์มากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่ใต้
อาณัติของนิกายเรา ครั้งนี้มีข่าวมากจากทางทิศ
เหนือที่มีเมืองชื่อว่า ‘เมืองชิงซาง’ ซึ่งข่าวนี้มากจาก
ตัวของเจ้าเมืองเอง เนื่องจากเจ้าเมืองก็เป็นผู้ฝึกตนที่
มากจากนิกายเซียนของพวกเรา ดังนั้นข่าวนี้จะต้อง
เป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน”“ในคืนหนึ่งเมื่อครึ่งเดือน
ก่อน ได้ยินมาว่าภายในเมืองชิงซาง มีปีศาจร้ายตน
หนึ่งได้ท าการสังหารผู้ฝึกตนไปสองพันคนอย่าง
เลือดเย็น มีผู้รอดชีวิตเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ได้ยิน
มาว่าผู้ที่ตายไป ทั้งหมดถูกควักหัวใจออกมาด้วย
ความโหดเหี้ยม ซึ่งผู้ตายต่างมีนัยน์ตาเบิกกว้าง ฉาก
นั้นราวกลับเป็นนรกที่อยู่บนผืนปฐพี ช่างน่าอนาถ
อย่างยิ่ง! ในทุกวันนี้ท าให้ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปใน
เมืองชิงซางอีกต่อไป!”สิ่งที่ อู่ อวี้ ได้ยินนั่นก็คือ
ทั้งหมดที่พวกเขาได้รู้มาแล้วอู่ อวี้ ฟังอย่างเงียบๆ
แม้ว่าจะมีการเตรียมใจมาแล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะ
ขมวดคิ้วขึ้น ไม่คาดคิดว่าในแผ่นดินของทวีปตงเสิน
จะปรากฏการสังหารหมู่เช่นนี้ขึ้น แน่นอนเพราะว่า
ประสบการณ์ของเขายังน้อย จึงไม่ทราบว่าความเป็น
จริงเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเหอ เต้าจื้อ ยังคง
กล่าวต่อไป”เจ้าเมืองชิงซางได้รายงานไปยังนิกาย
เซียนซูซันแล้ว และนิกายก็ได้ท าการแขวนป้าย
ภารกิจนี้ ท าให้พวกข้าเข้าไปแย่งชิงมาได้ก่อน ครั้งนี้
พวกข้า จ าเป็นจะต้องท าการจับกุมเจ้าปีศาจตนนี้ให้
ได้ จะต้องทวงคืนความยุติธรรม เพื่อเซ่นไหว้ดวง
วิญญาณสองพันดวงที่อยู่บนสรวงสวรรค์”เป็นการ
กล่าวที่เข้าใจง่ายยิ่ง เพียงแค่ต้องหาเบาะแสต้อง
ปีศาจตนนั้น ตามหามัน และสังหารมันเพียงเท่านั้น
แต่เขายังคงมีข้อกังอยู่ จึงถามออกมาว่า”ขอบังอาจ
ถามศิษย์พี่เหอ ในหมู่ผู้ที่รอดชีวิต น่าจะมีคนที่ได้
เห็นเจ้าปีศาจตนนี้อยู่ อาจจะมีข้อมูลของปีศาจก็
เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น มันเป็นปีศาจอะไร ไม่แน่ว่า
มันอาจจะมีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ หรือว่าเป็นปีศาจที่ยังไม่
มีใครเคยรู้จักก็ได้? ยิ่งไปกว่านั้นพลังของมันอยู่
ในช่วงชั้นอะไร?”เขารู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้มี
ความส าคัญมากไม่คาดคิดว่าในเวลานี้ เหอ เต้าจื้อ
จะลุกยืนขึ้นมา แต่ไม่ได้ตอบค าถามของเขา มัน
กล่าวมาว่า”ถ้าหากไม่มีใครอยากจะถอนตัวเช่นนั้นก็
ไปกันเถอะ”ปล่อย อู่ อวี้ เอาไว้อย่างนั้น มันไม่ได้
เห็น อู่ อวี้ อยู่ในสายตา อู่ อวี้ เข้าใจเรื่องนี้ดี
ถึงแม้ว่า เหอ เต้าจื้อ จะไม่กล่าวสิ่งใดแต่ก็รู้ว่ามันดู
แคลน อู่ อวี้ อยู่ไม่น้อย ซึ่งมันเป็นความจริงเขาคิดว่า
อู่ อวี้ ไม่มีคุณสมบัติที่เข้าร่วมในภารกิจครั้งนี้
เพราะว่าเห็นแก่หน้าของศิษย์พี่ของมัน จึงให้ อู่ อวี้
เข้าร่วมในภารกิจในครั้งนี้ศิษย์พี่ของมันเป็นสาวกใน
ขั้นกระบี่แก่นแท้ เป็นสหายสนิทกับ ไป๋หลี่ เฟยหง
ดังนั้นเขาเพียงต้องการที่จะให้ อู่ อวี้ ท าตาม ดังนั้น
จึงอธิบายรายละเอียดคร่าวๆ มันเกียจคร้านเกินกว่า
ที่จะกล่าวออกไป ชื่อเสียงของ เหอ เต้าจื้อ ในนิกาย
เซียนซูซัน ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่เงียบขรึม หรือไม่สนใจ
สิ่งใด เพราะว่ามันเกียจคร้านเกินจะกล่าวเกินไป”
เจ้าเด็กเหลวไหล ความเร็วของกระบี่บินจักรพรรดิ
ของพวกข้ารวดเร็วเป็นอย่างมาก ถ้าหากเจ้าถูกทิ้ง
เอาไว้อยู่เบื้องหลัง พวกข้าก็จะไม่รอเจ้า!” กู่ หงหมิง
ออกเดินทางไปพร้อมกับ เหอ เต้าจื้อ เมื่อตอนที่เดิน
ผ่าน อู่ อวี้ มันก็หันกลับมาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
ซูชิง ที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวว่า”ศิษย์พี่กู่นี่แย่จริงๆ อย่า
ได้มารังแกเด็กสิ การที่เขาสามารถเดินทางไปพร้อม
กับพวกเราได้ตลอด ก็นับได้ว่าไม่เลวแล้ว”กู่ หงหมิง
เยาะเย้ยเขาแล้วกล่าวว่า”ข้ารู้ว่ามันยังเป็นเพียงแค่
เด็กน้อย อายุเท่านี้ควรที่จะกลับไปกินนมก็พอแล้ว
มาที่นี่เพื่อหาเรื่องสนุกท าไปวันๆ บิดาไม่ยอมรับเป็น
อันขาด”“ช่างเสียมารยาทจริงๆ” กง หยางเสวี่ย ที่
อยู่ด้านข้างเกลียดชังค ากล่าวเช่นนี้เป็นอย่างมาก
นางตามหลัง เหอ เต้าจื้อ ไปติดๆ”ศิษย์น้องอู่ พวก
เราไปด้วยกันเถอะ” ด้านหลังเหลือเพียงแค่
เย่ จิงหมิง เขาจึงกล่าวออกมากับ อู่ อวี้ “ตกลง”
อู่ อวี้ บินตามหลังคนเหล่านี้ไปติดๆ หลังจากที่ออก
มาแล้ว จากนั้น เหอ เต้าจื้อ และคนอื่นๆก็รีบพุ่ง
ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยไม่คิดที่จะรอ อู่ อวี้
อู่ อวี้ เข้าใจความคิดของพวกมัน ตั้งแต่ที่เขาโดน
ปฏิเสธ เขาก็เกียจคร้านเกินไปที่จะเข้าไปสนิทชิดเชื้อ
กับพวกมัน เป้าหมายในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะช่วยท าให้
ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ เพราะว่าเขาไม่ใช่ก าลังหลักเขา
ใช้กระบี่บินจักรพรรดิบินตามหลัง เย่ จิงหมิง ไปติดๆ
ด้วยการผสานกันของกระบี่เต๋าหยินยาง พุ่งทะยาน
ผ่านชั้นเมฆ ความเร็วบรรลุถึงจุดสูงสุด บินทะยาน
ขึ้นไปสู่ฟากฟ้า! ด้วยแกนนภาของเคล็ดมหาวิถีเทียน
เซียน ประสิทธิภาพของการผสานกันระหว่างหยิน
และหยาง หลังจากที่แกนก าเนิดถูกใช้ไปมันก็มีการ
ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นถึงแม้ อู่ อวี้ จะช้า
กว่าพวกมัน แต่ในด้านของความอดทน เขาสามารถ
อดทนได้มากกว่า เหอ เต้าจื้อเสีย อีกพวกมันคิดที่จะ
สะบัด อู่ อวี้ ออกไป แต่เมื่อกันกลับไปมอง เห็นว่า
อู่ อวี้ อยู่ทางเบื้องหลังของ เย่ จิงหมิง ถึงแม้ว่าพวก
มันจะเร่งความเร็วขึ้น ก็ท าได้เพียงแค่สลัด อู่ อวี้
ออกไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น คนทั้งห้าหันมามอง
ซึ่งกันและกัน พลันรู้สึกแปลกประหลาดใจ”ดู
เหมือนว่าจะไม่สามารถสลัดเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ านม
นี่ได้”“ปีศาจเป็นสิ่งอันตราย เป็นเพียงแค่สาวกแกน
กระบี่สามัญอันกระจ่อยร่อยกลับหาญกล้าที่จะเข้า
ร่วมการสังหารปีศาจกับพวกเรา ข้าสามารถกล่าวได้
ว่า หากมันตกตายไป ข้า กู่ หงหมิง ก็จะขอไม่
รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น!” กู่ หงหมิง แค่นเสียงออกมา
ด้วยเสียงอันเย็นชา”ข้ารู้สึกว่าเด็กน้อยผู้นี้ช่างน่ารัก
เสียจริง พวกเจ้าอย่าได้รังแกเขาเลย ถ้าหากเขา
ร้องไห้ขึ้นมาแล้วจะท าเช่นไร?” ซู ชิง หัวเราะคิกคัก
ในเวลาไม่นาน คนกลุ่มนี้ก็ได้มาถึงประตูกระบี่แห่ง
นิกายเซียนซูซัน ที่แห่งนี้เป็นประตูทางออกของวัง
กระบี่ตะวันม่วง เมื่อสาวกขั้นกระบี่ปฐพีต้องการที่จะ
ออกเดินทางไปภายนอก เพียงแค่ท าการลงทะเบียน
นิดหน่อยก็เพียงพอแล้ว แต่เพราะว่าสถานะของ
อู่ อวี้ คือสาวกแกนกระบี่สามัญ ดังนั้นจึงจ าเป็น
จะต้องให้ เหอ เต้าจื้อ เป็นคนมาอธิบายรูปการผู้
พิทักษ์ประตูเหล่านี้คุ้นเคยกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างดี
ดังนั้นจึงสามารออกมารวดเร็ว เพราะว่าหลังจากที่
อู่ อวี้ เข้ามาอยู่ในนิกายเซียนซูซัน ในครั้งแรกที่เขา
ออกไปก็คือที่แห่งนี้ ออกไปยังทวีปตงเสินอันกว้าง
ใหญ่โดยที่ไม่มีการป้องกันจากนิกายเซียนซูซันครั้งที่
แล้วเขามุ่งหน้าไปยังทิศใต้ แต่ครั้งนี้กลับต้องไปทาง
ทิศเหนือ!”ในส่วนที่ลึกที่สุดของทางทิศเหนือ เป็น
ดินแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกพิษสีด าตลอดทั้ง
วัน หมอกพิษท าให้เมฆต้องกลายเป็นสีด ากลืนกิน
ปฐพี ซึ่งที่แห่งนั้นมีนามว่า ‘ห้วงปีศาจอนันต์’
ห้วงปีศาจอนันต์แห่งนี้กว้างใหญ่กว่าเขตแดนกระบี่
สามัญเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าพวกปีศาจที่อยู่ในที่
แห่งนั้นแข็งแกร่งมากที่สุดในทวีปตงเสิน ทั้งยังเป็น
แหล่งตัวตัวของเหล่าปีศาจทั้งหมดทั้งมวล ที่นั่นเป็น
ฐานทัพของเหล่าปีศาจ เป็นสถานที่ต้องห้ามของผู้ฝึก
ตน! แน่นอนว่าพวกปีศาจมักจะชอบเรียกสถานที่
แห่งนั้นว่า ‘ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา’”อย่างไรก็ตาม
ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว มันเหมาะสมกับชื่อ ห้วงปีศาจ
อนันต์มากกว่าว่ากันว่ายิ่งเข้าใกล้ห้วงปีศาจอนันต์
มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพบเจอกับปีศาจมากขึ้น มีหลาย
พื้นที่ เป็นดินแดนที่ผู้ฝึกตนและปีศาจอยู่ร่วมกัน
ซึ่งมักจะมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องความเป็นความตาย
เกิดขึ้นบ่อยครั้ง”แต่ว่าเมื่อมองจากแผนที่แล้ว เมือง
เล็กที่เรียกว่าเมืองชิงซาง อยู่ใกล้กับนิกายเซียนซูซัน
ระยะห่างจากห้วงปีศาจอนันต์ค่อนข้างไกล กลับมี
ปีศาจหาญกล้ารุกล้ าเข้ามาภายในสถานที่ใต้อาณัติ
ของนิกายเซียนซูซัน และท าการสังหารหมู่อย่าง
เลือดเย็นเช่นนี้! ผู้ฝึกตนสองพันคนถูกฆ่าตายภายใน
คืนเดียว เจ้าปีศาจตนนี้มันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?”
อู่ อวี้ รู้สึกไม่สบายใจ ที่ เหอ เต้าจื้อ คิดว่าเขาเข้ามา
อาศัยพวกเขาเพื่อให้ได้รับแต้มความส าเร็จ ถึงขนาด
รายละเอียดมันก็ยังไม่เต็มใจที่จะบอกกับ อู่ อวี้ ท า
ให้ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกสับสนหลังจากที่ออกมาจาก
นิกายเซียนซูซัน ทุกคนก็เร่งความเร็วกระบี่บิน
จักรพรรดิ แกนก าเนิดของพวกมันทรงพลังมาก
อู่ อวี้ จึงจ าต้องคอยรักษาความเร็วสูงสุดเอาไว้ ถึงจะ
สามารถไล่ตามพวกมันท่ามกลางเมฆหมอกนี้ได้ทัน
ทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เห็นปรากฏเป็นความสวยงาม
วิจิตรตะการตาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ