กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 260 กองซากศพในเมืองชิงซาง
ยังดีที่ อู่ อวี้ ยังคงสามารถบินไล่ตามหลังของ
เย่ จิงหมิง ได้ในท้ายที่สุด”กระบี่บินจักรพรรดิของ
เจ้าช่างรวดเร็วจริงๆ กล่าวตามตรงมันน่าหวาดกลัว
ยิ่งนัก ตอนนั้นที่พวกเราอยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
ระดับที่สาม ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเจ้าเสียด้วยซ้า ว่า
กันว่าเจ้าได้รับมรดกสืบทอดมาจากผู้เปลี่ยนเต๋า
เนรมิต ช่างน่าอิจฉาเสียจริง ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน
จะต้องมีจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์รับเจ้าไปเป็น
ศิษย์อย่างแน่นอน” เย่ จิงหมิง กล่าวออกมาด้วย
ความตกตะลึงเล็กน้อย”ศิษย์พี่เย่กล่าวชมเกินไป
แล้ว” อู่ อวี้ ในตอนนี้รู้สึกว่าดีไม่น้อยทีเดียว
เย่ จิงหมิง กล่าวต่อว่า”เจ้าอย่าได้ต้าหนิอากัปกิริยา
ที่ไม่ดีของพวกเขาทั้งสี่คนเลย เพราะว่าภารกิจนี้มี
ความส้าคัญกับพวกเขาเป็นอย่างมาก ศิษย์พี่ของข้า
เหอ เต้าจื้อ ต้องการที่จะหาผู้ที่อยู่ในขั้นสร้างแกน
นภาระดับที่เจ็ดสักคนหนึ่ง เนื่องจากแต่แรกเขาเต็ม
ใจที่จะมอบแต้มความส้าเร็จของเขาให้เจ็ดร้อยแต้ม
แก่คนผู้นั้น ไม่คาดคิดว่ากลับกลายเป็นเจ้ามาปรากฏ
ตัวแทน เจ้าไม่ต้องสงสัยเลยที่พวกเขาจะรู้สึกไม่
พอใจ แต่ส่วนเรื่องของพรสวรรค์ของเจ้า พวกข้าต่าง
ยอมรับเจ้าอย่างไร้กังขา”เย่ จิงหมิง กล่าวเช่นนี้
อู่ อวี้ จึงสามารถเข้าใจพวกเขาเขาถือโอกาสถาม”
เมื่อกล่าวไปแล้ว ภารกิจในครั้งนี้มันยากมากหรือไม่
ปีศาจตนนั้นมันแข็งแกร่งมากเช่นนั้น?”เย่ จิงหมิง
กล่าว”ปัญหาหลักของเราความจริงแล้วยังไม่แน่ชัด
ด้วยข้อมูลที่เรามีทั้งหมดล้วนมาจากเจ้าเมืองชิงซาง
เจ้าเมืองชิงซางเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
ระดับที่ห้า ว่ากันว่าเขาได้ปะทะกับปีศาจตนนั้นจน
ได้รับความพ่ายแพ้ แต่สามารถหลบหนีออกมาได้
ปีศาจตนนั้นมันไม่สามารถสังหารเขาให้สิ้นได้ เห็นได้
ชัดว่าอยู่มันจะต้องอยู่ในขั้นต่้ากว่าขั้นแกนปีศาจ
ระดับที่เจ็ด อีกเรื่องหนึ่ง เรายังไม่ค่อยมีข้อมูลปีศาจ
มากนัก กระทั่งเจ้าเมืองชิงซาง ก็ยังไม่สามารถ
มองเห็นได้ว่ามันเป็นปีศาจอะไร”“ภารกิจครั้งนี้มี
รางวัลแต้มความส้าเร็จมากมาย เพราะว่าปีศาจ
มักจะมีวิธีการชั่วร้าย อาจจะเป็นไปได้ว่ามันอาจจะมี
เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่นว่าเจ้าปีศาจตน
นั้นอาจจะมีสหายของมันก็เป็นได้ เพราะว่าเมืองชิง
ซางอยู่ใกล้กับนิกายเซียนซูซัน ปีศาจทั่วไปจึงไม่กล้า
ที่จะบุกเข้ามาตัวเดียว”ยามนี้ อู่ อวี้ เพิ่งจะเข้าใจ
สถานการณ์ได้อย่างแจ่มแจ้ง”เจ้าจะบอกมันไป
ท้าไม? เปลืองน้าลายเปล่าๆ!” กู่ หงหมิง หันกลับมา
แล้วกล่าวความร้าคาญคนผู้นี้คาดว่าจะถูก อู่ อวี้
ยั่วโมโห ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยชอบขี้หน้า อู่ อวี้
เพราะว่ามันต้องฝึกตนมาอย่างหนัก จึงจะก้าวมาถึง
วันนี้ได้ แต่ อู่ อวี้ ที่ได้รับสืบทอดมรดกเต๋าเนรมิตมา
นั้น เพียงแค่พริบตาเดียวก็โดดเด่นเช่นนี้แล้ว!ในครั้ง
นั้นจอมกระบี่ชิงเหอไม่ได้รับ อู่ อวี้ เอาไว้เป็นศิษย์
สถานะของ อู่ อวี้ ความเป็นจริงแล้วจึงไม่ได้สูงขนาด
นั้น ไม่เช่นนั้น กู่ หงหมิง ก็คงจะยอมก้มหัวให้เขาไป
นานแล้ว”อย่าส่งเสียงเอะอะ! เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข่น
ฆ่าปีศาจค่อยมาท้าตัวกระตือรือร้นเช่นนี้!”
เหอ เต้าจื่อ ที่อยู่ด้านหน้าหันกลับมาตะคอกใส่พวก
เขา”รีบไปเถอะ รีบออกเดินทาง” เย่ จิงหมิง กล่าว
ออกพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นก็ไม่กล่าวอะไรอีกใน
ใจของ อู่ อวี้ เองก็ไม่คิดที่จะสนิทชิดเชื้อกับพวกมัน
สักเท่าไหร่นักเขาต้องการเพียงแค่แต้มความส้าเร็จ
ห้าร้อยแต้ม ส่วนคนอื่นๆเขาไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่ง
เกี่ยวด้วยหลังจากนั้นบนเส้นทางที่ทุรกันดาน พวก
เขาบินผ่านหมู่เมฆ จนผ่านไปประมาณหนึ่งวัน พวก
เขาก็เริ่มที่จะผ่านกลุ่มเมฆมากมายจนปรากฏสิ่ง
ต่างๆขึ้น ดูเหมือนว่าใกล้จะถึงเมืองชิงซางแล้วจาก
ชั้นเมฆลงไป อู่ อวี้ พลันได้กลิ่นคาวเลือด เมื่อมองไป
ข้างหน้า ใต้เท้าก็ปรากฎแม่น้าอันกว้างใหญ่ไหลอยู่
แม่น้านี้ไหลมากจากทิศของนิกายเซียนซูซัน น้าพา
พลังฟ้าดินจากนิกายเซียนซูซันมายังที่แห่งนี้ มุมหนึ่ง
ของแม่น้า มีเมืองขนาดใหญ่อยู่เมืองหนึ่งถูกปกคลุม
ไปด้วยสีเขียวชะอุ่ม นั่นน่าจะเป็นเมืองชิงซางในทวีป
ตงเสิน มีเมืองอยู่มากมาย แต่เมืองเหล่านั้นแตกต่าง
จากเมืองของมนุษย์ธรรมดา เช่นเมืองชิงซาง และ
เมืองตงหวง เป็นต้น พวกมันทั้งหมดเป็นเมืองของ
ผู้ฝึกตน เมืองและพรรคนิกายไม่เหมือนกัน เมืองของ
ผู้ฝึกตนเป็นเมืองเปิด เพียงแค่ต้องท้าตามข้อก้าหนด
ทุกคนก็สามารถจะเข้าไปอยู่ในเมืองได้ ในเมือง
สามารถท้าการค้า และหาความบันเทิงต่างๆได้เมือง
โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีเจ้าเมืองหนึ่งคนท้าการ
ปกครองดูแล ต้าแหน่งจะคล้ายคลึงกับประมุขพรรค
ของพรรคใดพรรคหนึ่งเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ใน
ทวีปตงเสิน ก็คือเมืองที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง
‘นครจักรพรรดิเพลิง’! ตั้งอยู่ ณ ใจกลางของทวีป
ตงเสิน! นอกจากนี้ยังเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้า
เช่น เคล็ดวิชาเซียน ต่างๆ และยังเป็นสถานที่ที่ผู้ฝึก
ตนจ้านวนนับไม่ถ้วนปรารถนาที่จะเข้าไปสักครั้ง
เมืองชิงซางนั้นถือได้ว่าเป็นเมืองเล็ก แต่กระนั้นในวัน
ธรรมดาจะมีผู้ฝึกตนประมาณสองพันคน ถือได้ว่า
เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในรัศมีหนึ่งพันลี้ละแวกนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าไปใกล้ในตอนนี้ จะสัมผัสได้ถึง
กลิ่นอายแห่งความตาย เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้
กลายเป็นเมืองที่ตายไปแล้ว”ลงไป!” เหอ เต้าจื้อ
ขมวดคิ้วขึ้น และออกค้าสั่งไป ผู้ฝึกตนทั้งหกคนที่มา
จากนิกายเซียนซูซันก็รีบพุ่งลงไป พวกเขาทุกคนล้วน
เป็นคนหนุ่มสาวที่มากความสามารถที่ก้าลังอยู่
ในช่วงรุ่งโรจน์อู่ อวี้ มาปรากฏกายบนท้องฟ้าเหนือ
เมืองชิงซางอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดมองลงไป จะให้ได้
ว่าสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ของที่นี่เริ่มทรุดตัวลงไป มี
รอยเลือดเปรอะเปื้อนเต็มติดเต็มไปทุกหนทุกแห่ง
และมันได้แห้งลงไปแล้ว บนพื้นดินปรากฏก้อนเลือด
สีด้าได้เกาะตัวกัน มีซากศพกระจัดกระจายอยู่เต็ม
ท้องถนน ทุกศพแสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่าได้พบ
เผชิญหน้ากับสิ่งที่น่ากลัวก่อนจะตกตายไป เมื่อมอง
อย่างละเอียด จะเห็นได้ว่าบนหน้าอกของพวกเขา
กลวงโบ๋ หัวใจถูกควักออกไป”เจ้าปีศาจตนนี้ ท้าไม
ถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้!” เย่ จิงหมิง กรีดร้องค้าราม
ดวงตาของมันกลายเป็นสีแดงก่้า”ลองลงไปข้างล่างดู
เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง! แยกย้ายกันไปได้”
ความสามารถในการท้างานของ เหอ เต้าจื้อ นั้นมีสูง
มาก มันไม่ได้หยุดชะงักลงแม้แต่นิดเดียวเนื่องจากว่า
เป็นการแยกย้ายกันท้างาน อู่ อวี้ เห็นว่าพวกมันได้
ครอบครองพื้นที่ท้างานแต่ละแห่งไปเรียบร้อยแล้ว
อู่ อวี้ จึงมุ่งตรงไปยังเขตรอบนอกเขตหนึ่ง ก่อนที่
พวกมันจะลงไปยังพื้นดิน ก็ยังไม่ได้แยกย้ายกันไป
อยู่ๆก็มีผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งประมาณสี่คนบินลงมาจาก
ท้องฟ้า ในกลุ่มผู้ฝึกตนนั้นมีคนหนึ่งสวมใส่เสื้อเกราะ
หรูหราอลังการสีน้าเงินเข้ม แต่ว่าทั่วทั้งร่างกายเต็ม
ไปคราบสกปรก อยู่ในสภาพที่น่าอนาถ เขาพากลุ่ม
ผู้ใต้บัญชามาด้วย พวกมันเต็มไปด้วยคราบน้าตา
คุกเข่าลงไปกับพื้น กล่าวออกมา”ผู้น้อยเจ้าเมือง
ชิงซาง ขอคารวะทุกท่านที่มาจากนิกายเซียนซูซัน!
ในที่สุดทุกท่านก็มาจนได้ พวกท่านจะต้องตัวแทน
ของผู้ฝึกตนทั้งสองพันคนที่ถูกเจ้าปีศาจบัดซบนั่น
สังหารอย่างโหดเหี้ยม จงสังหารปีศาจตนนั้นให้ได้!”
ทั้งสี่ร่้าไห้ออกมาอย่างน่าสมเพชสีหน้าของ
เหอ เต้าจื้อ ยังคงเย็นชา แล้วถอนหายใจออกมา
กล่าวว่า”ลุกขึ้นเถอะ อย่าได้ร้องไห้อีก แล้วบอก
รายละเอียดทั้งหมดมาให้ข้ารู้ ทุกสิ่งที่เจ้ารู้ ห้าม
พลาดไปแม้แต่ประการเดียว!”ที่สี่คนนี้แทบจะเป็น
เพียงผู้เหลือรอดเพียงกลุ่มเดียวของเมืองชิงซาง”
ขอรับ ขอรับ!” เจ้าเมืองชิงซางรีบลุกยืนขึ้นมา
ปาดน้าตาออกจากแก้ม แล้วกล่าวว่า”วันนั้นตอน
กลางดึก ข้าก้าลังฝึกตนอยู่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง
กรีดร้องจากด้านนอก จึงท้าการแจ้งเตือนเพื่อเฝ้า
ระวังในทันที แต่กลับพบว่าด้านนอกกลายเป็นภูเขา
ซากศพทะเลเลือดไปแล้ว ได้ยินมาว่ามีเงาทมิฬสาย
หนึ่งเข้ามาสังหารผู้คนทั้งเมือง! ความเร็วเงาทมิฬนั้น
เร็วจนน่ากลัว คนส่วนใหญ่ในเมืองชิงซางต่างไม่ได้
อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา จึงไม่สามารถจะหลบหนี
ออกไปได้ทัน ข้าได้ท้าการไล่ล่าเงาด้านั่นไป ตลอด
ทางที่ท้าการไล่ล่าเต็มไปด้วยเลือดราวกับแม่น้าโลหิต
ในตอนนั้นตัวข้าเต็มไปด้วยโทสะ ในที่สุดก็ไล่ตามเงา
ทมิฬนั่นได้ทัน ซึ่งเงาทมิฬนี้มันมีขนาดใหญ่อย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าจะต้องเป็นปีศาจขนาดใหญ่ถึงจะมีขนาด
เช่นนี้ได้ มันมีความสูงถึงหกจั้ง ดูเหมือนว่ามันจะมี
หัวอยู่หลายหัว ตอนนั้นที่ข้าเพิ่งจะพุ่งเข้าห้าหั่นใส่
มัน ทันใดนั้นก็โดนเพลิงสีทมิฬโจมตีเข้าจนเกือบต้อง
สิ้นชีวิตไปแล้ว! ข้ารู้ว่าเจ้าปีศาจตนนี้แข็งแกร่งอย่าง
มาก ดังนั้น…….ข้าจึงหนีไป……รอให้ยามรุ่งก่อนแล้ว
ข้าค่อยกลับมาดู แต่กลับกลายเป็นว่าทั่วทั้งเมืองชิง
ซางเรียกได้ว่าถูกปีศาจท้าการสังหารจนเกลี้ยง
เมือง!”“นอกจากพวกเจ้าแล้ว ไม่มีคนอื่นอีกหรือ?”
เหอ เต้าจื้อ ไต่ถาม”ไม่มี”“เจ้าปีศาจตนนั้นมีรูปร่าง
เช่นไร กล่าวออกมาให้ชัดเจน” กู่ หงหมิง กล่าว
แทรกขึ้นเจ้าเมืองชิงซางกล่าวออกมาด้วยน้าเสียงสั่น
เครือ”ข้า…..เกรงว่าเจ้าปีศาจนั่นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในการอ้าพรางตัว จึงไม่ต้องการให้ผู้คนได้มองเห็นได้
เห็นร่างที่แท้จริงของมัน ข้าก็เห็นได้เพียงแค่ว่ามันมี
ความสูงหกจั้ง และมีหัวเรียวยาวอยู่หลายหัว
โหดเหี้ยมทารุณอย่างยิ่ง ทั้งยังมีเปลวเพลิงสีทมิฬ
ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่างกาย ลักษณะส่วนใหญ่ของมันก็
ราวๆนี้”“นี่มันคือปีศาจอะไรกัน?” อู่ อวี้ ได้อ่าน
‘รวมประวัติศาสตร์ทวีปตงเสิน’ ความจริงแล้วตาม
ค้าบอกเล่าของเขา ก็ตรงกับรูปพรรณสัณฐานของ
ปีศาจจ้านวนมาก การที่จะหาร่องรอยของมันจึง
ไม่ใช่เรื่องง่าย”บัดซบ! เจ้าคงจะบอกได้มั้ยว่า
เจ้าปีศาจตัวนั้นมันแข็งแกร่งมากขนาดไหน?”
กู่ หงหมิง ค้ารามออกมาเจ้าเมืองชิงซางกล่าวด้วย
น้าเสียงสั่นเครือ”มันอยู่ประมาณ……ขั้นแกนปีศาจ
ระดับที่หก? หรืออาจจะอยู่ในขั้นสร้างแกนปีศาจ
ระดับที่เจ็ด? อย่างไรก็ตามข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน”
ในความเป็นจริงจากค้าบอกเล่าสามารถเห็นได้ว่า
เขารีบหลบหนีไปในทันที ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะ
ได้รับข้อมูลอื่นอีก”ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น มัน
ได้มีสัญญาณบ่งบอกอะไรหรือไม่?” เหอ เต้าจื้อ
ถาม”ไม่มี เมืองชิงซางอยู่ใต้อาณัติของนิกายเซียน
ซูซัน จึงได้รับความสงบสุขมาโดยตลอด”“แล้วสถาน
ที่สุดท้ายที่เจ้าปีศาจตนนี้ไปมันคือที่ไหน?”“ข้าน้อย
ไม่ทราบ….”ใบหน้าของ เหอ เต้าจื้อ กลายเป็นเขียว
คล้า ในเวลานี้มันแทบจะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย เมื่อ
กล่าวถึงการจะไปไล่ล่าปีศาจ ก็ไม่แน่หลังจากที่เจ้า
เมืองได้พบเจอปีศาจตนนั้นก็อาจจะรีบหลบหนี
ในทันทีเลยก็เป็นได้”ลองตรวจสอบบริเวณรอบๆดู
ดูว่ามีเบาะแสอะไรหรือไม่ พวกเราจะต้องค้นหาเจ้า
ปีศาจตัวนี้ให้พบให้ได้!” เหอ เต้าจื้อ ออกค้าสั่งเสียง
ดังทุกคนได้เริ่มแยกย้ายกันออกไป ในใจของ อู่ อวี้
ยังคงมีความสงสัยอยู่มาก ภารกิจนี้เขาจะต้องทุ่มเท
ศักยภาพทั้งหมดออกมาอย่างจริงจัง เขาต้องการ
แต้มความส้าเร็จนี้จริงๆ ดังนั้นเขาจึงต้องทุ่มเทและ
ใช้ออกทุกความสามารถ ส้ารวจร่องรอยการต่อสู้
รอบๆสถานที่เกิดเหตุเมื่อเดินไปตามถนนหนทาง
ต่างๆ เขามองเห็นซากศพเป็นจ้านวนมาก ค้นพบว่า
เจ้าปีศาจตัวนั้นไม่ได้ท้าการฉกฉิงทรัพย์สมบัติของ
คนที่มันสังหารไปแม้แต่ชิ้น ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของ
ผู้ที่ตายไปล้วนอยู่เช่นเดิม ส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดจะ
โดนควักหัวใจออกไป แต่กลับไม่ได้มีการโจมตีสิ่งของ
อื่นๆ”นี่มันปีศาจอะไรกัน ท้าไมถึงโหดเหี้ยมเช่นนี้
ท้าไมจะต้องควักหัวใจออกไปด้วย? มันต้องการจะ
เอาไปท้าอะไรกัน? หรือมันหิวโหยอดอยาก?” ฉาก
เหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้า ท้าให้หัวใจของ อู่ อวี้ พลัน
รู้สึกเย็นยะเยือกจนสั่นสะท้านคนที่ตกตายไป มีทั้ง
เด็กมีทั้งคนแก่ แม้แต่ทารกอายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบมันก็
ยังไม่เว้น เจ้าปีศาจตนนี้ช่างอ้ามหิต เดิมที อู่ อวี้ มิได้
จงเกลียดจงชังพวกปีศาจ แต่เจ้าปีศาจที่ก่อให้เกิดภัย
พิบัติในเมืองชิงซางแห่งนี้ ท้าให้ในใจของเขาเต็มไป
ด้วยความเกลียดชัง และต้องการที่จะสังหารมันให้
สิ้นความอาฆาตแค้นระหว่างคนและปีศาจก่อนหน้า
นี้เดิมที่เขาไม่ค่อยเข้าใจมากนัก รวมถึงความอาฆาต
ของ หนานกง เหว่ย เช่นกัน แต่ยามนี้ อู่ อวี้
สามารถเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว เมื่อเห็นสภาพของ
เมืองชิงซางแห่งนี้หลังจากที่เดินไปรอบๆ ปรากฏว่า
อู่ อวี้ ไม่พบเจอเบาะแสใดๆที่เจ้าปีศาจตัวทิ้งไว้เลย
ความจริงแล้วเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในเมืองชิงซาง
ค่อนข้างที่จะอ่อนแอ ที่เมืองและสิ่งก่อสร้างต่างๆ
ถูกท้าลาย ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุเกิดมาจากการที่ผู้ฝึก
ตนเหล่านี้ท้าการโจมตีเจ้าปีศาจนั่น แต่เจ้าปีศาจนั่น
ดูเหมือนท้าอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้น คือการสังหาร
คนอย่างฉับพลัน”กฏธรรมชาติช่างโหดร้าย ทุกสรรพ
สิ่งบนโลกนี้ ต่างก็มีแต่ความทุกข์ทรมาน”อู่ อวี้
เอื้อมมือออกไปที่ซากทารกที่อายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบ
คนหนึ่งเขาใช้มายาสีเงินเข้าไปรัดพันซากศพนั้น เมื่อ
เดินผ่านเมืองเข้าไป เขาพันศพทั้งหมดที่เจออยู่
ภายในเมืองเขาเจอกับ เหอ เต้าจื้อ ตรงจุดศูนย์กลาง
เมื่อเขาเห็นการกระท้าของ อู่ อวี้ มันจึงตะโกนถาม”
เจ้าท้าบ้าอะไร! ท้าไมถึงไม่มองหาเบาะแส ท้าไมเจ้า
ถึงไปท้าการลบหลู่ดวงวิญญาณเหล่านี้!”อู่ อวี้
กล่าว”สมควรจะท้าการฝังศพผู้ตายเหล่านี้ มิฉะนั้น
วิญญาณพวกเขาอาจจะอยู่ไม่เป็นสุข ข้าเพียงแค่ท้า
สิ่งที่ควรท้าเท่านั้น”เหอ เต้าจื่อ หยุดชะงักลง โบก
มือออกไป เกียจคร้านเกินกว่าที่จะกล่าวสิ่งใดต่อ
และไม่คิดอยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของ อู่ อวี้อู่ อวี้
เร่งความเร็วขึ้น ประมาณครึ่งวันหลังจากนั้น ศพ
ทั้งหลายถูกรวบรวมด้วยกัน เขามองไปยังคนเหล่านี้
ด้วยความเจ็บปวด เขาได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง
อย่างไรก็ตามเขาได้พาซากศพเหล่านี้ไปยังภูเขา
ทางด้านตะวันออกของเมืองชิงซาง พร้อมใช้กระบี่
ขุดหลุมจ้านวนมาก และค่อยๆวางศพเหล่านี้เข้าไป
ในหลุมหลังจากที่กลับมาถึงเมืองชิงซาง กลุ่มของ
พวกเขาก็เข้ามารวมตัวกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ได้
ค้นพบสิ่งใดเลยจึงท้าให้เวลานี้อารมณ์ของพวกมัน
ค่อนข้างหงุดหงิดเมื่อ กู่ หงหมิง เห็น อู่ อวี้ กลับมา
มันจึงกล่าวค้าพูดถากถางออกมา”ช่างเอาเปรียบเสีย
เหลือเกิน เรื่องส้าคัญกลับไม่รู้จักท้า ท้าตัวเป็นเศร้า
สร้อยแล้วจะได้ห้าร้อยแต้มความส้าเร็จไปง่ายๆงั้น
รึ?”เดิมที อู่ อวี้ ไม่ชอบมันแต่ไหนแต่ไร จึงยิ้มแล้ว
ตอบกลับไปว่า”หรือว่าศิษย์พี่กู่ได้ค้นพบสิ่งใดบ้าง
หรือไม่? ถ้าหากท่านไม่พบเบาะแส ก็ไม่มีคุณสมบัติที่
จะมากล่าวกับข้าเช่นนี้”“อู่ อวี้ เจ้าต้องการที่จะตาย
รึ!” กู่ หงหมิง มองเขาด้วยสายตาเย็นชาอู่ อวี้ เกียจ
คร้านเกินจะตอบกลับมันไป แต่กลับหันไปมอง
เหอ เต้าจื่อ แล้วกล่าวว่า”ศิษย์พี่เหอ ข้ามีความคิด
บางอย่าง ท่านลองมองแล้วคิดดูว่ามันสมเหตุสมผล
หรือไม่?”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ