กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 261 ปศาจหนุม
หัว เต้าจื้อ รู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย เมื่อมันเห็นว่า
อู่ อวี้ มีความคิดบางอย่างต้องการจะพูด มันจึง
โบกมือให้ อู่ อวี้ กล่าวออกมา
อู่ อวี้ กล่าวว่า” หากดูจากสภาพการณ์โดยรวม
ของเมืองนี้ สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ถึงวัตถุประสงค์ของปีศาจตนนี้ ว่าเปั้าหมายมันมี
เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการเข่นฆ่า
สังหารมนุษย์ แม้แต่สมบัติมากมายของผู้ที่ถูกมัน
สังหาร มันหาได้แยแส หรือ คิดจะเก็บรวบรวมไม่
นั่นเพราะเปั้าหมายของมันก็คือ ‘หัวใจ’ เนื่องจาก
ข้าความรู้ตื้นเขินไร้ประสบการณ์ จึงอยากทราบว่า
ในหมู่พวกท่านมีผู้ใด ร่วงรู้หรือไม่ว่าในโลกของ
ปีศาจ มีปีศาจตนใดเชี่ยวชาญการควักหัวใจเป็น
พิเศษ ?
กู่ หงหมิง หัวเราะเสียงดังลั่น แล้วกล่าวขึ้นว่า”
ฮ่า ๆ ๆ ข้าก็อุตส่าห์คิดว่าจะค้นพบเบาะแสอันใด
เสียอีก! มันก็แค่เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจ! สิ่ง
สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ข้าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ
ปีศาจที่ว่ามาเลยเสียด้วยซ้ำ!”
คนอื่น ๆ ไม่ได้ตอบอันใดกลับมา คาดว่าพวกมันที่
เหลือไม่คิดว่าจะมีปีศาจดังกล่าวเช่นกัน
อู่ อวี้ หาได้ใส่ใจในคำกล่าวของ กู่ หงหมิง เขา
ยังคงกล่าวต่อไปว่า” นั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่า ปีศาจ
ตนนี้ค่อนข้างพิเศษ สังหารแม้แต่เด็กน้อยวัยเพียง
แค่ขวบปี สังหารเข่นฆ่าชาวบ้านชาวเมืองทั้งหมด
จนสิ้น ไม่ยอมปล่อยให้รอดแม้แต่ชีวิตเดียว ดูจาก
พฤติกรรมของมันแล้ว เพียงแค่นี้มันยังไม่หนำใจ
สำหรับมัน มันยังต้องการมากยิ่งขึ้นกว่านี้! ฉะนั้น
ข้าจึงคิดว่า ไม่เพียงมันจะไม่หลบหนีเท่านั้น แต่มัน
ยังมุ่งไปในทิศทางของ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์
จากนั้นค่อยเปลี่ยนสถานที่ถัดไปจากเมืองชิงซาง
ข้าคิดว่าเราควรรวบรวมข้อมูลจากผู้ฝึกตนที่อยู่
โดยรอบ รวมถึงผู้ที่อยู่ไกลจากอาณาเขตออกไป
ด้วย บางทีพวกเราอาจจะได้พบกับปีศาจตนนี้”
อันเนื่องมาจากปีศาจตนนี้กินหัวใจเป็นอาหาร
ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงคิดว่า ในเมื่อมีครั้งแรก ก็ย่อมต้อง
มีครั้งที่สอง
สิ่งที่บังเกิดขึ้นภายในเมืองชิงซาง ทำให้ อู่ อวี้
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความละโมบของปีศาจตน
นี้ แผ่ออกมาอย่างเข้มข้น
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวจบ เย่ จิงหมิง ก็กล่าวขึ้น
ทันที” ข้าคิดว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวออกมานั้นดู
สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ปีศาจตนนี้ช่างหาญกล้า
บ้าบิ่น ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ เราไม่อาจรู้
จุดประสงค์ที่แท้จริงของมันได้ว่าเพราะเหตุใด มัน
ถึงต้องเข่นฆ่าสังหารผู้คน แล้วเนื่องจากในยามนี้
มันได้อยู่ที่นี่แล้ว จะเป็นการดีที่สุด หากไม่ทำให้
เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง มิเช่นนั้น
เหตุการณ์ต่าง ๆ จะยิ่งเลวร้ายลง หากไม่ทำ
ภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เราอาจจะถูกลงโทษได้!
สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ เราควรรวบรวมข้อมูลจาก
ผู้ฝึกตน ซึ่งอยู่รอบ ๆ นี้ จากนั้นก็ติดต่อเชื่อม
สัมพันธ์ หรือไม่บางทีอาจจะต้องขอแรงสนับสนุน
จากพวกเขา เพื่อไล่ล่าสังหารปีศาจร้ายตนนี้”
หลังจาก กู่ หงหมิง ได้ยินคำกล่าวของ เย่ จิงหมิง
มันก็เงียบลง มันต้องยอมรับว่าคำกล่าวของ อู่ อวี้
นั้นสมเหตุสมผลเหมาะสมอย่างยิ่ง มันคือสิ่งที่พวก
เขาควรกระทำต่อไป
แม้แต่เด็กน้อยซึ่งมีวัยเพียงแค่ 1 ขวบ ปีศาจชั่วตัว
นี้ยังไม่ยอมละเว้น เห็นได้ชัดว่าปีศาจตนนี้ใจคอ
เหี้ยมโหดอำมหิตอย่างยิ่ง! แล้วจะปล่อยให้ปีศาจ
ที่เข่นฆ่าสังหารผู้คนทั้งเมืองไปได้เช่นไร ?
ฉะนั้น สิ่งเลวร้ายเช่นนี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นอีก
เป็นครั้งที่สอง
ภายในจิตใจของ เหอ เต้าจื้อ ตระหนักได้ถึง
สถานการณ์เป็นอย่างดี มันจึงพยักหน้าแล้วกล่าว
ขึ้นว่า” กล่าวได้ดี เจ้าเมืองชิงซาง รวบรวมข้อมูล
ภายในรัศมีหมื่นลี้ของ พรรคนิกาย เมืองต่าง ๆ
รวมถึงเหล่าตระกูล ข้าอยากจะติดต่อเชื่อมสัมพันธ์
กับพวกเขา”
“ ไม่มีปัญหา” เมื่อเห็นเค้าโครงร่างของเมืองชิง
ซาง ก็ยิ่งทำให้กระตือรือร้นมีพลังในการจัดการ
งานต่าง ๆ พวกมันจะได้รับข้อมูลต่าง ๆ ภายในไม่
ช้า สายตาของผู้คนต่างมองสาดส่องไปยังทิศทาง
ต่าง ๆ ซึ่งภายในรัศมีหมื่นลี้นี้ มีสถานที่ 9 แห่งที่ผู้
ฝึกตนรวมตัวกันอยู่ หลังจากนั้นพวกมันก็มุ่งไปยัง
ตำแหน่งที่ใกล้มากที่สุดทางทิศเหนือ นั่นคือ ‘ผา
วายุอัสนี’ เมื่อขึ้นไปด้านบนก็จะพบกับ พรรควายุ
อัสนี
“ เรามียันสื่อสาร เพื่อใช้ติดต่อกับคนเหล่านี้
หรือไม่ ?” เหอ เต้าจื้อ ไต่ถามขึ้น
“ มีอยู่ 5 แผ่น”
เหอ เต้าจื้อ เริ่มใช้ยันต์แผ่นแรกติดต่อสื่อ จากทั้ง
5 แพร่กระจายข้อความ รวมถึงอธิบาย
สถานการณ์ซึ่งกำลังเกิดขึ้น เหตุเพราะไม่ต้องการ
ให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพ คล้ายคลึงกับเมือง
ชิงซาน ซึ่งหากต้องการความช่วยเหลือ หรือ แรง
สนับสนุนใด ๆ ก็สามารถติดต่อมาได้ในทันที พวก
มันจะเร่งไปช่วยเหลือให้ทันเวลา
เนื่องจากอีก 4 แห่ง ไม่มีแผ่นยันต์สื่อสาร ดังนั้น
พวกมันจึงต้องไปติดต่อพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น
เหอ เต้าจื้อ คิดอยู่สักครู่แล้วกล่าวขึ้นว่า” ตอนนี้
ข้ายังไม่ทราบว่า ปีศาจตนนี้มีความแข็งแรงร้าย
กาจมากเพียงใด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
เราไม่ควรแยกกระจายตัวจากกันเด็ดขาด เราจะ
ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ตรวจสอบสถานที่ที่
เหลืออยู่เหล่านี้ จากนั้นก็ดูความแข็งแกร่งของ
พวกเขา หลังจากทราบสถานการณ์โดยรวมแล้ว
เราค่อยแยกกระจายตัวกันออกไป พวกเจ้าแต่ละ
คนจะต้องแยกย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ประจำ
ตำแหน่งปั้องกัน ส่วนที่เหลือข้าจะเป็นผู้ดูแล
จัดการเอง”
ช่างบังเอิญเป็นอย่างมาก ที่สถานที่ตั้งทั้ง 4 ต่าง
อยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้กันมากทีเดียว ฉะนั้น
พวกมันจึงสามารถดูแลกันและกันได้
ส่วนสถานที่อีกที่นั้นกลับอยู่ห่างไกลออกไปมาก จึง
เป็นเรื่องยากที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือ หากมี
โศกนาฏกรรมใดบังเกิดขึ้น ไม่มีทางที่พวกเขาจะ
สามารถมาช่วยเหลือได้ทัน
“ เมืองวายุอัสนี ซึ่งอยู่ใกล้กลับที่นี่มากสุด แต่ไฉน
ถึงไม่มีข้อความใด ๆ ตอบกลับยันสื่อสารกลับมา
?” เหอ เต้าจื้อ ซักถามเจ้าเมืองชิงซาง
เจ้าเมืองชิงซางกล่าวขึ้นด้วยความอึดอัดว่า” ถ้า
เช่นนั้นข้าจะบอกเล่าความจริงให้แก่ท่านได้ล่วงรู้
อย่างไม่ปกปิด ข้ากับผู้นำแห่งพรรควายุอัสนี หาได้
อยู่ฝักฝั่ายเดียวกัน ด้วยเหตุนี้…”
โดยไม่ต้องรอให้เจ้าเมืองกล่าวจบประโยค เหอ
เต้าจื้อ ก็ขัดจังหวะขึ้นก่อน เนื่องจากสิ่งที่เจ้าเมือง
กำลังจะกล่าวขึ้นมานั้น ตัวมันหาได้แยแสไม่
มันทอดสายตามองออกไปยัง พรรควายุอัสนี
จากนั้นเริ่มคาดคะเนเวลาการเดินทาง มันคาดว่า
คงต้องใช้เวลาในการบินประมาณ 1 ก้านธูป
ความเป็นจริงมันตั้งใจไปที่นั่น ดังนั้นจึงแจ้งให้
สมาชิกในกลุ่มคนอื่นเตรียมพร้อมออกเดินทาง ซึ่ง
หากพวกมันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ หรือ มีเรื่อง
อะไรมันเกิดขึ้น พวกมันก็จะแจ้งเตือนซึ่งกันและ
กัน ยกเว้น อู่ อวี้ ด้วยเพราะพวกมันมั่นใจว่าฝีมือ
ของตนอยู่ในระดับมหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่ 6
ซึ่งก็ไม่น่าจะด้อยกว่าปีศาจตนนี้
“ ลำดับแรกจะลองไปที่ พรรควายุอัสนี ดูก่อน จะ
ได้ไปดูว่าที่นั่นมีพลังแลความแข็งแกร่งมาก
เพียงใด”
กลุ่มของพวกมันเริ่มต้นการเดินทาง ซึ่ง เจ้าเมือง
ชิงซาง ก็ถูกลากให้ตามมาด้วย เนื่องจากเจ้าเมือง
มีฝีมืออยู่ในระดับ มหาวิถีสร้างแกนนภา ขั้นที่
5 ซึ่งอาจอยู่ในช่วงเวลาวิกฤตสำคัญ เขาสามารถ
ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้บ้างเล็กน้อย
ในความเป็นจริงแล้ว หากพวกมันบินทะยาน
เดินทางไปยัง ผาวายุอัสนี จะใช้เวลาต่ำกว่า 1
ก้านธูป แต่เนื่องจาก ภูมิประเทศโดยรอบของ
สถานที่แห่งนี้ มักจะมีฟั้าคะนองอัสนีฟาดผ่าอยู่
เนือง ๆ กระแสลมแรงประดุจดั่งลมพายุ พัดผ่า
กำแพงเขา บังเกิดเป็นสุรเสียงหวีดหวิวอื้ออึงไปทั่ว
ด้วยลักษณะเป็นเช่นนี้มันจึงถูกเรียกว่า ‘ผาวายุ
อัสนี’ ซึ่ง พรรควายุอัสนี ได้ถูกสร้างขึ้นอยู่
เหนือ ‘ผาวายุอัสนี’ แห่งนี้
‘ผาวายุอัสนี’ มีสาวกอยู่โดยประมาณสามพันคน
แน่นอนว่าพลังความแข็งแกร่งย่อมเหนือกว่าเมือง
ชิงซาง ซึ่งถูกปกครองโดยผู้นำพรรคทั้งสอง ซึ่ง
การฝึกตนของพวกเขาอยู่ในระดับ มหาวิธีสร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 5 ถือได้ว่าแข็งแกร่งอย่างยิ่งใน
อาณาเขตบริเวณนี้
เพียงแค่เหยียบเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้ เสียงของ
อัสนีก็กู่คำรามดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่ว ด้วยเหตุนี้
เหอ เต้าจื้อ จึงต้องตะเบ็งเสียงดังกล่าวขึ้นว่า ”
พวกเราคือสาวกระดับกระบี่ปฐพีแห่งซูซัน ฉะนั้น
ผู้นำพรรควายุอัสนี กับ หัวหน้าผู้รับผิดชอบใน
เรื่องนี้ จงออกมาต้อนรับ!”
เมื่อเสียงกล่าวสิ้นสุดลง เสียงที่ไม่คาดคิดก็ดัง
ขึ้นมาจากด้านบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งของ พรรค
วายุอัสนี เสียงที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงอัสนี
แผ่คำรามนั้น มันคือเสียงการต่อสู้อันดุเดือดของ
ใครผู้หนึ่ง ผสมผสานกับเสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงม
อยู่ภายใน พรรควายุอัสนี ดูเหมือนว่าสถานการณ์
ของที่นั่นกำลังตกอยู่ในสภาวะวุ่นวายอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ” ไม่น่าจะ
เป็นไปได้! ปีศาจปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ?” เนื่องด้วยว่า
ในช่วงเวลานี้ ยังอยู่ในช่วงกลางวันแสก ๆ ซึ่ง อู่
อวี้ คิดว่า ปีศาจมันจะปรากฏตัวในช่วงเวลาแสง
สลัวโพล้เพล้ย่ำพลบค่ำ
“ เร็วเข้า ปิดล้อมรอบทิศทาง!”
เหอ เต้าจื้อ ตัดสินใจในฉับพลัน จากนั้นทุกคนก็
ตอบสนองเขาทันที สมาชิกในกลุ่มต่างกระจาย
แยกตัวกันออกไป โดยมี เหอ เต้าจื้อ ยืนอยู่ตรงจุด
กึ่งกลาง ซึ่งตำแหน่งที่ อู่ อวี้ ครอบครองนั้น ถือ
เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีเยี่ยม เขาสามารถมองเห็น
สถานการณ์โดยรอบได้ทั้งหมด ทันใดนั้นพวกมันก็
วิ่งเข้าไปภายใน พรรควายุอัสนี!
ข้ามผ่านหุบเขาแลราชวัง ไม่นานนักพวกเขาก็พบ
กับอาณาเขตต่อสู้ มีเจดีย์ตั้งตระหง่านอยู่ เจดีย์นี้
ปลดปล่อยกระแสวายุแลอัสนี บิดม้วนเป็นเกลียว
อย่างรุนแรง สุรเสียงของอัสนีฟาดฝั่าดังกึกก้อง
กัมปนาทไปทั่ว ส่งผลให้ผืนปฐพีในบริเวณนี้
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เมื่อ อู่ อวี้ กับสมัครพรรค
พวกคนอื่น ๆ ก้าวมาถึง ทันใดในนั้นเจดีย์ก็การ
ระเบิดออก ปรากฏเป็นหัวของสัตว์ประหลาดนับ
สิบยื่นขยายออกมา ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ
พวกมันก็พากันส่งเสียงร้องคำรามออกมาดังสนั่น
เปียมไปด้วยความปิติยินดีอย่างยิ่ง วิหคบินทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟั้า สัตว์อสูรทะยานข้ามผ่านราชวัง
กระจัดกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง เนื่องจาก
สถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ดังนั้นการหลบหนี
ออกจาก พรรควายุอัสนี จึงง่ายดายอย่างยิ่ง
“สวรรค์! ‘เจดีย์ผนึกปีศาจ’ ของพรรควายุอัสนี
พังทลายลงแล้ว บัดนี้ปีศาจที่อยู่ภายในทั้งหมด
กำลังหลบหนีออกมา!”
คนอื่น ๆ แสดงท่าทางตื่นตะลึง ออกมาอย่างเห็น
ได้ชัด แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของพวกมัน
มากนัก เพราะปีศาจส่วนใหญ่ที่หลบหนีออกมา
เป็นเพียงปีศาจอ่อนแอเท่านั้น ซึ่งตัวที่แข็งแกร่ง
มากสุดในหมู่พวกมัน อยู่เพียงระดับสร้างแกน
ปีศาจขั้นที่ 1 เท่านั้น ภารกิจของพวกเขา คือการ
จับกุมสังหารปีศาจเต็มวัย!
เสียงพังทลายดังกึกก้อง ปลดปล่อยฝุั่นควันม้วน
กวาดผ่านไปทั่วทุกทิศทาง อู่ อวี้ สาดประกาย
ดวงตาอันแหลมคม กวาดมองทะลุผ่านฝุั่นควันนั้น
เขาพบว่าบริเวณใกล้เคียงของเจดีย์ผนึกปีศาจ มี
คนสองสามคนกำลังนอนจมกองโลหิตอยู่ภายใน
นั้น เป็นผู้อาวุโสที่ดูแก่ชรามากแล้ว สัญชาตญาณ
ร้องเตือนบอกเขาอย่างรวดเร็วว่านี่คือผู้นำพรรค
พรรควายุอัสนีถือเป็นอีกหนึ่งพรรคที่มีความ
แข็งแกร่งพอสมควร แต่ทว่าเวลานี้พวกเขาต่าง
ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ซึ่งใกล้จะสิ้นชีพเต็มที
แล้ว
ปีศาจที่โจมตีใส่พวกเขา ได้ทุบทำลายเจดีย์ผนึก
ปีศาจ ปลดปล่อยปีศาจที่ถูกคุมขัง!
ท่ามกลางฝุั่นควันของ เจดีย์ผนึกปีศาจ ที่พังทลาย
ลง อู่ อวี้ แลเห็นเงาร่างของปีศาจได้อย่าง
คลุมเครือ!
แน่นอนว่าปีศาจอยู่ในรูปแบบของมนุษย์ รูปร่าง
ผอมสูง ดูเหมือนจะเป็นบุรุษผู้หนึ่ง หลังจาก
ทำลายเจดีย์ผนึกปีศาจ เพียงไม่นานนัก มันก็เดิน
ทอดน่องออกมาจากกลุ่มควัน ปรากฏกายอยู่เบื้อง
หน้าของ อู่ อวี้ และ คนอื่น ๆ
เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้แลเห็นปีศาจตัวนี้อย่าง
ชัดเจน ซึ่งมันทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้าน
เล็กน้อย
ปีศาจตนนี้มีรูปร่างผอมสูง ซึ่งส่วนสูงของมัน
ใกล้เคียงกับ อู่ อวี้ มันสวมใส่ชุดคลุมยาวสีดำ ปัก
ฉลุลวดลายสีแดงอยู่ด้านข้าง ชุดคลุมของมันปลิว
ไสวพริ้วไปตามสายลม ปีศาจร่างมนุษย์ตนนี้เห็น
ได้ชัดว่าความแข็งแรงไม่อาจเทียบเท่าได้กับ อู่ อวี้
ในทางกลับกันมันยังดูผ่ายผอมกว่ามาก
มันมีผิวพรรณขาวผ่อง ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหยกขาว
นิ้วเรียวยาวแลกรงเล็บสีดำทมิฬ ซ่อนอยู่ภายใต้
เสื้อคลุมของมัน ปลดปล่อยแพร่กระจายกลิ่นอาย
ปีศาจออกมาสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อครั้นมองไปยังใบหน้าของมันอีกครา จิตใจของ
อู่ อวี้ ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ถึงแม้จะเป็นปีศาจ
ในคราบมนุษย์ แต่มันก็ดูหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง
อาจกล่าวได้ว่ามันคือคนที่หล่อเหลามากที่สุด
ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ เคยพบเห็นมา ราวกับจิ่วเซียนใน
รูปลักษณ์ของชายชาตรี หรืออาจไปถึงระดับของ
หนาน กงเหว่ย เพียงได้มองมันชั่วพริบตา ก็ทำให้
ต้องตราตรึงฝังลึกในจิตใจมิลืมเลือน
โดยเฉพาะริมฝีปากบางส่วนของมันที่เป็นสีดำ มี
ดวงตาคู่ลึกล้ำ ภายในนั้นมีจุดสีดำเล็ก ๆ อยู่ 9 จุด
ทำให้ผู้เฝั้ามองต้องหายใจติดขัด เกิดเป็นพลังพวย
พุ่งออกมาจากดวงตาของมัน ปรากฏเป็นความ
ลึกลับพิศวงอันไรสิ้นสุด
ปีศาจตนนี้ ดูราวกับผลงานชิ้นเอกที่ถูกสรรสร้าง
ขึ้นมาจากสวรรค์อย่างแท้จริง!
ทุก ๆ การเคลื่อนไหว ต่างจับจ้องไปยังดวงตาของ
เหอ เต้าจื้อ และ คนอื่น ๆ มันก้มศีรษะลงเล็กน้อย
ดวงตาคมกริบของมันแสดงให้เห็นถึงความน่า
สะพรึงกลัวของปีศาจตนนี้
ท่ามกลางคลื่นอัสนีวายุ ชุดคลุมยาวของมันโบก
สะบัดพริดพริ้วไปตามกระแสลม จากรูปลักษณ์
ของมันเผยเห็นว่า มันเป็นปีศาจหนุ่มซึ่งมีอายุไม่
มากนัก กลุ่มคนจากซูซันต่างหันไปจ้องมอง อู่ อวี้
อย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่ามันกำลังไปเผชิญหน้ากับ
อู่ อวี้ ความกลัวนี้เป็นทุนเดิมตามธรรมชาติ ซึ่ง อู่
อวี้ เองก็รู้สึกอยู่ลึก ๆ เช่นกัน เมื่อปีศาจตนนี้อยู่
ตรงเบื้องหน้าของเขา หากมองในแง่ของสายโลหิต
กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในชีวิต
ของเขา ตั้งแต่ที่เขาเคยได้พบพานมา เหนือล้ำยิ่ง
กว่า จิ่วเซียน จนนางไม่อาจเทียบติด
ทันใดนั้นเอง เหอ เต้าจื่อ ก็คำรามขึ้น”เจ้าปีศาจ
หาญกล้าสังหารผู้คนชาวเมืองชิงซาง ทำยังกระทำ
ผิดซ้ำซาก ภายใน พรรควายุอัสนี จงบอกชื่อเรียง
นามของเจ้ามา!”
ชิ้ง!
นอกจาก อู่ อวี้ แล้ว คนอื่น ๆ ได้กระจายตัวไปยัง
ตำแหน่งต่าง ๆ ล้อมรอบปีศาจเอาไว้ พร้อมกับชัก
ศาสตราเต๋ากระบี่ของตนเองออกมาจากฝัก
ศาสตราเต๋ากระบี่มากมายส่องประกายวิบวับราว
กับกำลังต่อสู้กัน พวกมันทั้งหมดถูกชี้ตรงไปที่
ปีศาจตนนั้น
ชั่วพริบตานั้นเอง ปราณกระบี่อันเปียมล้นไปด้วย
เจตนาแห่งการสังหารรุนแรง ก็พวยพุ่งกระจายมา
จากสี่ทิศทาง
อู่ อวี้ ก็ชักกระบี่เต๋าหยินหยางออกมาเช่นกัน ถือ
กระบี่ไว้ 1 หน้า 1 หลัง อย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึก
สงสัยอยู่เล็กน้อย เนื่องจากไม่มีข้อพิสูจน์ว่า ปีศาจ
ตนนี้เป็นผู้ลงมือสังหารชาวเมืองชิงซาง
แต่ อู่ อวี้ ก็กล่าวได้ว่าปีศาจตนนี้น่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง
แน่นอนว่าฝั่ายตรงข้ามดูเหมือนจะร้อนใจเล็กน้อย
เมื่อเห็นสายตาจากกลุ่มคนที่จับจ้องมา มันก็ได้
แสดงสายตาหยาบกระด้าง ซึ่งดูแตกต่างจาก
รูปลักษณ์ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า”
พวกเจ้าคือผู้ฝึกตนกระบี่แห่งชิงเทียนซูซันจากทาง
ใต้เช่นนั้นรึ?”
“เหลวไหล! เจ้าหาญกล้าท้าทายอำนาจในอาณา
เขตของซูซัน นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ ! วันนี้เจ้าต้อง
ตาย!” กู่ หงหมิง คำรามขึ้น อย่างไรก็ตามสามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจเผชิญหน้า
กับปีศาจตนนี้ มันยังรู้สึกวิตกกังวลอยู่บางส่วน
โทสะของปีศาจตนนั้นพุ่งสูงขึ้น จากนั้นมันก็กล่าว
ว่า”ข้าแค่ปลดปล่อยชีวิตเหล่าพวกพ้องก็เท่านั้น
มนุษย์อย่างพวกเจ้ามีจิตใจอำมหิตเหี้ยมโหด
สังหารพวกเขาเป็นผักปลา คำกล่าวที่ว่ามนุษย์คือ
พิษร้าย หาได้เกินจริงแม้แต่น้อย”
คำกล่าวของเขา ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น
ว่าปีศาจตนนี้หาใช่ผู้ลงมือสังหาร ผู้คนบริสุทธิ์
ชาวเมืองชิงซาง?
“หยุดพล่ามเหลวไหลได้แล้ว! ล้อมแล้วสังหารมัน
ทิ้งเสีย! จากนั้นค่อยนำศพของมันกลับไปยังซูซัน
แล้วค่อยหารือกันภายหลัง!” เหอ เต้าจื้อ กล่าว
กระตุ้นเตือน จากนั้นมันก็กวัดแกว่งกระบี่โจมตีใส่
ศัตรูทันที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ