กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 263
มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ฝั่ามือทำลายล้าง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในใจ อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกกังขาเป็น
อย่างมาก
ถ้าหากจะกล่าวว่ามันเป็นความผิดพลาดของ
ตนเองจริงๆ เขาก็ต้องเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม กู่ หงหมิง รู้สึกไม่พอใจกับความคิด
ของเขามาโดยตลอด คนจึงเร่งตะโกนออกพร้อม
พูดจาเหยียดหยามเขา
เกรงว่าในเวลานี้ ทุกคนรู้สึกไม่พอใจเพราะ อู่ อวี้
ได้ปล่อยให้ ‘จิ่วอิง’ หลบหนีออกไป ทำให้ในใจ
ยามนี้จึงเต็มไปด้วยความอึดอัด
เมื่อตอนที่ กู่ หงหมิง ตั้งใจที่จะเข้าไปสั่งสอน อู่ อวี้
จึงไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะออกมาห้ามปราม
แม้แต่ เย่ จิงหมิง ก็ทำได้เพียงแค่ส่ายศีรษะอย่าง
ช่วยไม่ได้อีกทั้งยังทอดถอนหายใจออกมา
ส่วน เหอ เต้าจื้อ ที่เป็นผู้นำ เกรงว่า กู่ หงหมิง จะ
เกลียดตนเอง จึงไม่ปรารถนาให้เข้ามาห้ามปราม
กู่ หงหมิง
อีกทั้งในใจของพวกมันทั้งหมดต่างคิดว่า ในครั้งนี้
หากได้สั่งสอน อู่ อวี้ สักที ก็คงจะดีไม่น้อย
อู่ อวี้ ยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งความสงสัย ภายใต้
การจ้องมองของทุกคน ทันใดนั้น กู่ หงหมิง ก็ได้
ชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งเข้าไปโจมตี ปลดปล่อย
พลังทำลายราวกับปีศาจร้าย พลันตะโกนออกไป
ว่า”อู่ อวี้ ! ข้าได้กล่าวเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องเข้า
มาเพื่อรับแต้มความสำเร็จฟรีๆ! ไม่คาดคิดว่าเจ้า
ไม่เพียงแต่เข้ามาเพื่อเอาแต้มความสำเร็จไปฟรีๆ
แต่เจ้ายังพ่นความคิดอันบัดซบออกมาอีก! เป็นเจ้า
ที่ปล่อยเจ้าปีศาจตัวนั้นหลุดไปจากมือของตัวเอง
เจ้าจะต้องรับผิดชอบด้วยร่างกายของเจ้า! อย่าคิด
บังอาจมาทำตัวเย่อหยิ่งต่อหน้าข้า วันนี้ข้า กู่ หงห
มิง จะเป็นคนสั่งสอนเจ้าเองว่าจะต้องปฏิบัติ
ตัวอย่างไร!”
อู่ อวี้ จ้องมองไปด้วยความเงียบ ตัวเขาร่อนลงไป
อยู่บนภาคพื้นอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ จะต้องคอยทุ่ม
สมาธิทรงตัวให้อยู่บนกระบี่บินจักรพรรดิ แต่ครั้ง
นี้ไม่ใช่การต่อสู้บนรายนามเซียนหมื่นกระบี่
เนื่องจากตัว อู่ อวี้ นั้นคุ้นเคยกับสนามรบบน
พื้นดินเสียยิ่งกว่า
พวกมันนั้นยังคงสงสัยในความแข็งแกร่งของ
ตนเองมาโดยตลอด เช่นนั้นเขาจะแสดงให้พวกมัน
ได้เห็น!
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา คร่ากุมกระบี่หยินห
ยางไว้ที่มือทั้งสองข้าง หนึ่งขาวหนึ่งดำ คมดาบทั้ง
สองเล่ม กระบี่ที่ยาวและบาง แสงอาทิตย์ส่องลง
มากระทบทำให้เกิดประกายแสงระยิบระยับ
ยามเงยหน้าขึ้นไปมอง ราวกับพวกมันกำลังดูสิ่งที่
สวยงามวิจิตรตระการตา กระทั่ง เย่ จิงหมิง ก็ยัง
คิดว่าสิ่งนี้สมควรสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
“ฮึ่ม”
ในตอนนั้นในใจของ อู่ อวี้ พลันสงบนิ่ง กู่ หงหมิง
ถือกระบี่ขนาดยักษ์ไว้ในมือ มันมีอสรพิษสายฟั้า
หนึ่งตัวรัดพันอยู่รอบๆตัวใบกระบี่ บนตัวกระบี่มี
วงเวทย์อยู่มากมายกำลังโคจรอย่างบ้าคลั่ง ในชั่ว
เวลานั้นก้อนเมฆสีขาวที่อยู่บนท้องนภาทันใดนั้น
ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเมฆดำทมิฬ สายฟั้ากำลัง
เริงระบำอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆทมิฬนั้น มีอสรพิษ
สายฟั้าร้องคำรามอยู่ภายในนั้นนับร้อยตัว พร้อม
ยื่นศีรษะอันดุร้ายลงมา
“เคล็ดวิชาอัสนีทำลายล้าง!”
กู่ หงหมิง คำรามก้องออกมา เคล็ดวิชาเต๋าปะทะ
เข้าไป วงเวทย์หลอมละลายโคจรไปรอบๆกระบี่
ในเวลานั้นอสรพิษสายฟั้าได้ระเบิดออกจากตัว
กระบี่ยาว แรงระเบิดพวยพุ่งออกมาอย่างมหาศาล
ในตอนที่ กู่ หงหมิง ฟาดกระบี่ลงไป ประกาย
สายฟั้ากระพริบรัวๆ!
ตูมตูมตูม!
ไม่ว่าจะไปที่ใด เมื่อสายฟั้าระเบิดออก มันยิ่งเปล่ง
ประกายแสงมากกว่าเดิม นี่สามารถอธิบายถึง
ตัวอักษรได้ตัวหนึ่งคือ พังทลาย
“แกนกำเนิดของขั้นสร้างแกนนภาขั้นที่หก
คุณภาพของมันช่างสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่า
เคล็ดวิชาจะถือว่าไม่ค่อยสวยงามนัก ก็ไม่แน่ว่า
อาจจะแข็งแกร่งกว่าเคล็ดกระบี่สวรรค์ปฐพีหยินห
ยางไร้ลักษณ์ แต่เป็นเพราะพลังมหาศาลของแกน
กำเนิด ถึงสามารถจะกดดันข้าได้”
ก่อนหน้านี้คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของ อู่ อวี้ ก็คือ
จ้าว ซวนเซียน แต่ว่า จ้าว ซวนเซียน นั้นยังอยู่
เพียงแค่ขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สี่เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่าอีกฝั่ายเป็นพวกชอบใช้
กำลังข่มเหงผู้อื่น แต่ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้หวาดกลัวเขา
แต่อย่างใด เมื่อเคล็ดวิชาอัสนีทำลายล้างกำลังย่าง
กรายมาถึงเขา ประกายตาของเขาพลันสงบนิ่ง
กระบี่ทั้งสองข้างถูกฟันออกไปแทบจะในเวลา
เดียวกัน!
เพราะเขามีกงล้อกระบี่หยินหยาง ทำให้ในด้าน
ของเคล็ดวิชากระบี่ อู่ อวี้ แทบจะสามารถใช้หนึ่ง
ใจแบ่งออกเป็นสอง
“กระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ!”
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ผสานกระบี่คู่นี้เข้าด้วยกัน
เมื่อหยินและหยางผสานรวมกันอย่างสมบูรณ์จึงจะ
สามารถแสดงเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ
ออกมาได้ ความจริงหลังจากครึ่งปีหลังที่ผ่านมา อู่
อวี้ ก็ไม่ได้สนใจการเพิ่มศักยภาพในแกนนภาเลย
แม้แต่น้อย เนื่องจากส่วนมากเขาจะมุ่งมั่นไป
ในทางฝึกฝนเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์เสียมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่หยินที่อยู่ในมือข้างซ้าย หรือว่า
กระบี่หยางที่อยู่ด้านขวา กระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งไป
สังหารไปยังมุมที่ต่างกัน ในเวลานั้นความว่างเปล่า
ได้เกิดการสั่นสะเทือน เงากระบี่ไร้ลักษณ์อัน
ยิ่งใหญ่ทั้งสองสาย แทบจะทำให้สวรรค์ต้อง
สั่นสะเทือน หนึ่งซ้ายหนึ่งขวา พริบตานั้นพุ่งเข้า
ปะทะกับเคล็ดวิชาอัสนีทำลายล้างอย่างฉับพลัน
ในช่วงเวลาที่เคล็ดวิชากระบี่ทั้งสองปะทะกันได้
เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้
เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพของ อู่ อวี้ จะ
ด้อยกว่า แต่ในด้านของความเฉียบคมและเด็ดขาด
กลับเหนือกว่า ทั้งยังมีถึงสองสาย จึง
เกิดปรากฎการณ์อันคาดไม่ถึงว่าปราณกระบี่ตา
ข่ายสายฟั้าจะถูกปัดกระเด็นออกไป!
“ทำลาย!”
อู่ อวี้ คำรามออกมา ทันใดนั้นเคล็ดวิชาอัสนี
ทำลายล้างได้อันตรธานหายไปจนสิ้น แม้แต่ กู่
หงหมิงก็ปลิวกระเด็นออกไปจนตกไปอยู่บนพื้น
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนที่ดูอยู่ตกตะลึง!
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาเดียว
เท่านั้น
อู่ อวี้ เก็บกระบี่เต๋าหยินหยางไป ในตอนนี้ขณะ กู่
หงหมิง พลันกระเด็นออกไปพร้อมใบหน้าอันขาว
ซีด เขาที่เป็นคนหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่ง จึงกล่าว
ออกมาว่า”ศิษย์พี่กู่อยู่ถึงขั้นสร้างแกนนภาระดับที่
หก วางแผนที่จะกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่า แต่
การประมือในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ อู่ อวี้ คาดไว้
ฝีมือของศิษย์พี่กู่นั้นน่าประทับใจแต่ว่ากลับไร้ซึ่ง
พลัง ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นเช่นนี้”
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ผู้เยาว์บินไล่ล่าตามไป
สายตาเยือกเย็นราวกับสายฟั้า รัศมีอันองอาจ
สูงส่ง เลือดอันเล่าร้อนซัดซาดไปทั่ว หนึ่งประโยค
สั้นๆ เผยให้เห็นถึงความองอาจกล้าหาญของบุรุษ
ทุกคนที่อยู่รอบๆ เกรงว่ายากที่จะลืมเลือนภาพ
เหตุการณ์นี้ไปได้ ไม่อาจลืมเลือนความบ้าคลั่งและ
อาจหาญของผู้ฝึกตนหนุ่มคนหนึ่ง!
เย่ จิงหมิง ซูชิง กง หยางเสวี่ย และ เหอ เต้าจื้อ
แต่ละคนมองหน้ากันและกัน พวกมันคาดไม่ถึงว่า
อู่ อวี้ จะมีศักยภาพเช่นนี้ กู่ หงหมิง ไม่สามารถจะ
ทนรับความอัปยศเช่นนี้ได้ ในเวลานี้มันจึงคำราม
ออกมาอย่างเดือดดาล จากนั้นพ่นปราณสายฟั้า
ออกมาจากปากสายหนึ่ง พุ่งไปยังนภากาศที่ว่าง
เปล่า ขึ้นไปอยู่บนเมฆทมิฬด้านบน จากนั้นก็ได้ทำ
การเปิดปากอีกครั้ง ดูดกลืนเมฆเหล่านั้นเข้าไปข้าง
ในปาก!
“อู่ อวี้ เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ศิษย์พี่กู่ได้หมายหัว
เจ้าเอาไว้แล้ว ต่อให้กลับไปถึงที่นิกายเซียนซูซัน
ข้าก็ยังได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา!”
กู่ หงหมิง คำรามออกมา ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วย
สายฟั้า มันเก็บกระบี่ยักษ์เข้าไป จากนั้นพลิกฝั่า
มือ บนฝั่ามือข้างซ้ายในเวลานี้เมฆทมิฬได้มา
รวมตัวกัน ก่อตัวกันเป็นโลกเสมือนอยู่ในมือของ
เขา ส่วนมืออีกข้างก็เหมือนกับเป็นแผ่นดินขนาด
ใหญ่ คอยดูดกลืนเมฆทมิฬเข้าไป ทั้งหมดได้
ปรากฏอยู่เหนือฝั่ามือของมัน มันเป็นการ
เปลี่ยนแปลงที่น่าลึกลับ ภายใต้ความเลือนราง อู่
อวี้ มองเห็นอักขระเวทย์ที่มีความคล้ายคลึงกัน
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ทั้งสัญลักษณ์ของอักขระ
เวทย์ และไม่เหมือนกับอักขระโบราณ ปรากฏอยู่
บนฝั่ามือของ กู่ หงหมิง
สิ่งนี้แตกต่างกับพลังของของเคล็ดวิชาเต๋าทั่วไป
โดยสิ้นเชิง!
ไม่จำเป็นต้องให้ กู่ หงหมิง อธิบาย อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่า
มันคืออะไร!
เย่ จิงหมิง รู้สึกตกตะลึงแล้วกล่าวว่า”ศิษย์พี่กู่
กระทั่งสำแดง มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ ของเขา
ออกมา…………”
ซูชิง ขดริมฝีปากของนางแล้วกล่าวว่า”อู่ อวี้ เด็ก
น้อยผู้นี้ช่างหยิ่งผยองเสียจริง เจ้าเด็กคนนี้ ไม่
เคารพผู้ที่อาวุโสกว่า ความจริงแล้วควรจะได้รับ
บทเรียน มิฉะนั้นคงจะไม่กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้”
กง หยางเสวี่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ”นี่
ขนาดจอมกระบี่ชิงเหอยังไม่ได้รับเขาเข้าเป็นศิษย์
เขายังกล้าทำตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้ต่อหน้าพวกเรา ถ้า
หากต้องการยอมรับเขาเป็นศิษย์จริงๆ คงได้มา
เล่นหัวพวกเราแล้วกระมั้ง!”
เย่ จิงหมิง พึมพัมออกมา”เคล็ดวิชาเต๋าที่ยิ่งใหญ่
ยังไม่สามารถควบคุมมันดีนักได้ หาก กู่ หงหมิง ใช้
เคล็ดวิชา ‘มหาเต๋าฝั่ามือทำลายล้าง’ นี้เข้าใส่ อู่
อวี้ กระทั่งนิ้วเดียวก็คงจะทำให้สามารถบาดเจ็บ
หนักได้ ถ้าหากเขาพลั้งมือสังหารศิษย์ร่วมนิกาย
เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน…..”
ถึงแม้เขาจะกล่าวออกมาเช่นนี้ แต่ว่า เหอ เต้าจื้อ
ก็ไม่ได้เข้าไปหยุดยั้งแต่อย่างใด จำเป็นจะต้องเอา
ตัวเองเข้าไปเสี่ยงรับพลังอันรุนแรงของ กู่ หงหมิง?
“มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์?”
อู่ อวี้ เคยเห็นแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจ
จิ้งจอกมาแล้ว แต่ยังเข้าใจไม่ลึกมากและในครั้ง
นี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมหาเต๋าวิถีเชื่อม
สวรรค์ขนาดนี้ได้อย่างชัดเจน นี่เป็นประสบการณ์
ครั้งแรกของเขา ซึ่งมันจะทำให้เขาตระหนักได้ถึงพ
ลานุภาพที่แท้จริงของมันได้ ถึงจะพ่ายแพ้ไป แต่
วันนี้นับว่าเขาได้กำไรไปอย่างมหาศาลแล้ว
เพราะยังไงแล้ว อู่ อวี้ ก็ปรารถนาที่จะได้รับมหา
เต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์นี้มาไว้ในครอบครองเช่นกัน
แสงนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความ
ลึกลับและยิ่งใหญ่ อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะกล่าว
ออกมาอย่างปลงอนิจจัง”สิ่งที่เรียกว่ามหาเต๋าวิถี
เชื่อมสวรรค์ ไม่คาดคิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้
ขอบเขตสร้างแกนนภา เป็นเพียงแค่ดินแดนของ
ขอบเขตสร้างแกนนภา แต่เคล็ดมหาเต๋าวิถีเชื่อม
สวรรค์ ก็เหมือนกับรากฐานเซียนของขอบเขต
หลอมรวมลมปราณ”
ในตอนนั้นรู้สึกว่าในใจของเขากำลังชื่นชมอยู่ ไม่
คาดคิดว่า หมิงซวง จะหัวเราะออกมา”นี่รึมหาเต๋า
วิถีเชื่อมสวรรค์ เจ้ายังตกใจได้ถึงขนาดนี้ ไว้รอเมื่อ
เจ้าถึงขั้นสร้างแกนนภาระดับที่ห้า เจ้าจะมี
คุณสมบัติที่จะได้เห็นมหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ ที่
เป็น มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ ของฉีเทียนต้าเซิ่ง
มันมีพลานุภาพน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านี้จนทาบไม่
ติด ข้านั้นได้เคยเรียนรู้วิชานี้มาก่อน เจ้าลองทายดู
สิว่ามันเป็นอย่างไร! เมื่อถึงขอบเขตที่สูงส่ง ท่าน
ย่าของเจ้าสามารถที่จะแบ่งร่างได้ถึงห้าพันร่าง!
แต่ละคนจะมีความสวยงามเช่นเดียวกันข้า มีผู้ฝึก
ตนนับไม่ถ้วน ถูกมหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์นี้ของข้า
สังหารมาแล้วนับไม่ถ้วน!”
อู่ อวี้ ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว เขารู้ว่าการ
แยกร่างนั้นคืออะไร แต่ว่าแยกร่างได้ถึงห้าพันร่าง
ตัวเขานั้นไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงภาพนั้นได้
หากถึงเวลาที่เขาสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชามหาเต๋า
เช่นนี้ได้สำเร็จ มันจะเป็นเช่นไร…….
ไม่คาดคิดเลยว่าฉีเทียนต้าเซิ่ง นอกเหนือจากเจ็ด
สิบสองรูปแบบอิทธิฤทธิ์ ยังมีมหาเต๋าวิถีเชื่อม
สวรรค์เช่นนี้ด้วย!
มหาเต่าวิถีเชื่อมสวรรค์ ของเซียนอมตะนั้นจะมี
ขอบเขตขนาดไหน?
อู่ อวี้ นั้นยังตกอยู่ในความตื่นเต้นและตกตะลึง ใน
ทันใดนั้น ใบหน้าของ กู่ หงหมิง กลายเป็นดุร้าย
แผดเสียงคำรามก้องไปทั่วชั้นฟั้านภา มันยกฝั่ามือ
ขึ้นมา และพลิกลงไป ในช่วงเวลานั้นเมฆหมอก
ทั้งหมดต่างได้มารวมตัวเข้าด้วยกันและปรากฏอยู่
เบื้องหน้าของมัน มีสัญลักษณ์ลึกลับปรากฏอยู่
เหนือฝั่ามือของมันควบแน่นเข้ามาอยู่ที่ฝั่ามืออัน
น่าหวาดกลัว นิ้วมือของมันแต่ละนิ้วได้ขยายใหญ่
ครอบคลุมท้องนภา ซึ่งขนาดของมันยังมากกว่า อู่
อวี้ หลายเท่าตัว แต่ละนิ้วประกอบด้วยสายฟั้า
และเมฆทมิฬ เมื่อทั้งสองคนเข้าปะทะกัน
กลายเป็นแรงที่ก่อให้เกิดซึ่งความพังพินาศ
นี่คือมหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ฝั่ามือทำลายล้าง!
เมื่อ มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ฝั่ามือทำลายล้าง
เข้าปกคลุม อู่ อวี้ ไม่ว่าจะไปยังแห่งหนใด ทุกสิ่ง
ทุกอย่างล้วนแต่ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันอัน
หนาแน่น
ดวงตาของ กู่ หงหมิง ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้
ตกอยู่ในมือของมัน คนจึงส่งสายตาไม่แยแสไปยัง
อู่ อวี้
“ไปตายซะ!”
ในเวลานี้ ทุ่งกว้างพลันเกิดการสั่นสะเทือน กระทั่ง
ลมหรือฝนที่อยู่ในระยะห่างไกล ยังเกิดผลกระทบ
จากการต่อสู้ในครั้งนี้
ในใจ อู่ อวี้ นั้นรู้ดี เนื่องจากว่าเขาได้รับการฝึกฝน
เคล็ดวิชากระบี่มา ด้วยระยะความต่างของแกน
นภา เขาแทบจะไม่สามารถโต้กลับมหาเต๋าวิถี
เชื่อมสวรรค์นี้
อย่างไรก็ตาม เขาจำเป็นที่จะต้องได้รับชัยชนะ!
ดังนั้นในขณะนี้ เขาจึงไม่ลังเลเลยแม้เพียงเสี้ยว
ใต้ฝั่ามืออันยิ่งใหญ่ที่กดทับลงมา เขายังคงสงบ
จิตใจลง พลันยื่นมืออกและม้วนกวาดไปเปิดถุง
จักรวาลออกมา ภายในถุงจักรวาลใบนั้นปรากฎ
เสาสีทองที่มีมังกรพันขดอยู่รอบเสา และยาม
นั้นเอง เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ได้พวยพุ่งออกมาสู่
ใต้สวรรค์เหนือปฐพี!
ฉับพลัน เสาเก้าจัตุรัสสยบมารนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้น
กลายเป็นสูงมากกว่าสองจั้ง มันมีความหนา
มากกว่าเอวของคน มันส่องแสงสีทองปลิวไสว
ออกมา พร้อมกับเทพมังกรขนาดยักษ์ที่ขดพันอยู่
บนเสาเก้าจัตุรัสสยบมารนั้นราวกับได้ตื่นขึ้นจาก
นิทราอันยาวนาน
เมื่อศาสตราเต๋าเชื่อมจิตนี้ปรากฏออกมา ทำให้ทุก
คนรู้สึกตื่นตกใจ ถึงแม้ว่าจะไม่มีคนใช้เสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร แต่ว่ามันได้อยู่ในมหาวิหารศาสตราเต๋า
เป็นเวลานาน ปกติแล้วทุกผู้ทุกคนที่เคยเข้าไปยัง
มหาวิหาร จะได้รู้ความเป็นมาของเสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร!
“เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร!”
อู่ อวี้ ลอยขึ้นสู่ท้องฟั้า ค่อยๆยกฝั่ามือทั้งสองข้าง
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร พลันลอยขึ้นสู่ท้องนภา เงา
ของ ‘วงเวทย์เก้าตำหนักมังกร’ ทอประกาย
ออกไป ซึ่งมี อู่ อวี้ อยู่ในศูนย์กลางท่ามกลางบน
อากาศ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ เปิดเปลือกตาขึ้น เอื้อมมือออกไป
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ได้บินออกไป จากทั้งเก้าทิศ
เก้าทาง พุ่งไปรัดพัน มหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์ฝั่ามือ
ทำลายล้าง อย่างฉับพลัน ซึ่งเปั้าหมายแท้จริงของ
มันก็คือ กู่ หงหมิง!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ