กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 265 พรรคหยาดครามถูกกวาดลาง
เนื่องจากที่นี่คือ พรรควายุอัสนี ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ต้องอยู่พิทักษ์ปกปั้อง พรรควายุอัสนี เอาไว้ ส่วน
คนอื่น ๆ ก็แยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ตามแผน พวก
เขาจะต้องไปยัง 8 ขุมกำลังขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
บริเวณนี้
อู่ อวี้ ทำการช่วยเหลือผู้นำของ พรรควายุอัสนี
ด้วยการฟืนฟูร่างกายของเขาให้กลับคืนสู่สภาพ
เดิม จนกระทั่งเขาฟืนฟูกลับมาเต็มที่แล้ว จากนั้น
ก็เริ่มต้นเปิดค่ายกลปั้องกัน
เสมือนค่ายกลที่ นิกายกระบี่สวรรค์ ใช้เพื่อปั้องกัน
มันจึงเป็นเรื่องปกติหากที่นี่จะมีด้วย
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเตรียมพร้อม ทันใดนั้นเอง
เจ้าเมืองชิงซางก็รีบเร่งมาที่นี่ด้วยสีหน้าซีดเผือด
ก่อนที่ตัวมัน อู่ อวี้ และ คนอื่น ๆ จะเดินทางไปยัง
พรรควายุอัสนี และในระหว่างที่ จื่ออิง หนีออกไป
มันกลับไม่ได้ติดตามออกมาด้วย
“ มีอะไรหรือเปล่า ?” หลังจาก เหอ เต้าจื้อ
จัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็เพิ่งจะเห็นเขา
“ เซียนกระบี่ทุกท่าน สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก
ก่อนหน้านี้ข้าได้รับรายงานมาจาก เมืองชิงซาง!
ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ระหว่างที่พวกเรา
เดินทางมายัง พรรควายุอัสนี พวกเราได้รับการ
ติดต่อจาก ‘ พรรคหยาดคราม ‘ ผ่านยันต์สื่อสาร
เกี่ยวกับเรื่องของปีศาจที่เข่นฆ่าผู้คนแล้วควัก
หัวใจ ว่าขณะนี้มันมันกำลังบุก พรรคหยาดคราม
!”
“ อะไรนะ!”
ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกผู้คนอย่าง
แท้จริง
มันเป็นเรื่องเกินความคาดหมายของ อู่ อวี้ อีกครั้ง
บัดนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งถึงสถานการณ์ทั้งสองจุดได้
อย่างรวดเร็ว
“ เริ่มจากจุดแรก พรรคหยาดคราม อยู่ทางทิศ
ตะวันออกของ พรรควายุอัสนี แต่ จื่ออิง บินไป
ทางทิศตะวันตก ส่วนจุดที่สอง พรรคหยาดคราม
ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อไปยัง เมืองชิงซาง หลังจาก
นั้นคนจาก เมืองชิงซาง ก็มาแจ้งข่าวกับเขาด้วย
ตนเอง หรือจะให้พูดอีกอย่างหนึ่งก็ หลังจากพวก
เราออกจาก พรรควายุอัสนี พรรคหยาดคราม ก็
โดนโจมตีทันที!
จากสองจุดนี้ สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ว่า จื่ออิง ไม่ได้โจมตี พรรคหยาดคราม
“ ไอ้ปีศาจนั่น มันจะต้องมีผู้ช่วยเหลือสมคบคิด
แน่!” กู่ หงหมิง แผดเสียงตะโกนออกมาอย่าง
เกรี้ยวกราด
“ มันยังไม่สายเกินไป เราทุกคนจะไปด้วยกัน!”
เหอ เต้าจื้อ ขี่กระบี่บินไปด้วยความเร็วสูง บิน
ทะยานไปเบื้องหน้าทุกคนทันที
หากบรรทุกคนทั้งห้ามาด้วย ความเร็วก็จะชะลอ
ตัวลง ฉะนั้นจึงเป็นการดีกว่าถ้าตัวมันนำไปก่อน
แล้วให้ อู่ อวี้ กับคนอื่นๆไล่ตามมาทีหลัง
หากในยามนี้ พรรคหยาดคราม กำลังตกอยู่ในห้วง
วิกฤตอันใหญ่หลวง ผู้คนต้องบาดเจ็บล้มตายเป็น
จำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามันจะต้อง
เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ อู่ อวี้ เขารีบเร่ง
ความเร็วไปอยู่หน้าฝูงชน เพื่อรีบบินไปยัง พรรค
หยาดคราม! ในตอนนี้จะไม่มีสิ่งใดสามารถปกปั้อง
รักษาได้เลย ถ้าไม่สามารถไปได้ทันเวลา พวกเขาก็
ไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น
“ คิดไม่ถึงว่าปีศาจตัวนั้น จะมีผู้ช่วยเหลือสมรู้ร่วม
คิดด้วย ข้าไม่รู้ว่าพันธมิตรของมัน จะมีความ
แข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด ต้องขอกำลังสนับสนุน
หรือไม่ ?” เย่ จิงหมิง ชักเริ่มกังวล
กู่ หงหมิง กล่าวขึ้นว่า” ไม่ เราจะไม่ขอแรง
สนับสนุนผู้อื่น ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้รับแต้ม
ความสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นเราจะไม่สามารถแก้แค้น
หรือ จับไอ้ปีศาจสองตัวนั่นได้”
“ เมื่อไปถึง พรรคหยาดคราม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้
กันอีกครั้ง” ซูชิงกล่าว
อู่ อวี้ ซึ่งติดตามอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้มีส่วนร่วมใน
การพูดคุย เนื่องจากว่าในเวลานี้เขากำลังขบคิด
ไตร่ตรอง
“ ด้วยพฤติกรรมการแสดงออกของ จื่ออิง และ
น้ำเสียงของมันเมื่อรู้เกี่ยวกับปีศาจที่ทำการฆ่า
สังหารหมู่นั้นค่อนข้างมีนัยยะ แต่มันก็มีหลายหัว
หรือมันจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยจริง ๆ ?”
“ ถ้าเช่นนั้นแล้ว วัตถุประสงค์ที่มันเข่นฆ่าผู้คน
แท้จริงคืออะไรกันแน่?”
แต่การสังหารหมู่นี้ นับเป็นเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิต
มันคือการกระทำที่กระหายโลหิตอย่างยิ่ง
“ การเดินทางไปยัง พรรคหยาดคราม ต้องใช้เวลา
ครึ่งชั่วยาม! หากสถานการณ์ของ พรรคหยาด
คราม คล้ายคลึงกับ เมืองชิงซาง ชีวิตของพวกเขา
เหล่านั้น คงไม่อาจอยู่ได้นานถึงครึ่งชั่วยาม คงต้อง
ขึ้นอยู่กับ เหอ เต้าจื้อ ว่าจะสามารถไปทันเวลา
หรือไม่”
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง เหอ เต้าจื้อ ซึ่งกำลังเร่ง
ความเร็วในการเดินทางสูงลิ่ว จนกระทั่งตอนนี้ตน
ยังไม่สามารถเห็นเขาได้
ถึงแม้ต้องขี่กระบี่บินด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่อง
แต่แกนกำเนิดของ อู่ อวี้ ก็ฟืนตัวเร็วอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงค่อย ๆ บินนำหน้าของคนทั้งห้า
เป็นผลให้เขาสลัดคนเหล่านั้นทิ้งไปอย่างช้า ๆ
ในเวลาต่อมาพวกเขาก็ได้เห็น พรรคหยาดคราม
ซึ่งใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าครึ่งชั่วยาม ซึ่งอยู่
ภายในเทือกเขามังกรคราม ซึ่งหากเทียบกับ
เทือกเขาครามแล้ว ที่นี่มีพื้นที่อาณาเขตกว้างใหญ่
กว่ามาก ทั่วทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ หรือ
ใบไม้ ล้วนเป็นสีคราม หากจ้องมองมายังสถานที่
แห่งนี้ในระยะไกล ๆ แล้ว จะดูเสมือนว่ากำลังแล
เห็นมังกรขนาดมหึมาหลายตัว กำลังหยอกล้อเริง
ละเล่นอยู่บนพื้นปฐพี
พรรคหยาดคราม ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา
เมื่อ อู่ อวี้ เข้ามาใกล้ เขาก็พบว่าสถานที่แห่งนี้
เป็นดินแดนที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขา
บินข้ามผ่านสายธารา ก็แลเห็นว่าพวกมันถูกย้อม
ไปด้วยโลหิต เหนือสายธารานั้นมีแม้กะทั่งซากศพ
ลอยอยู่เป็นเบือ
“ การเข่นฆ่าสังหารพร้อมกับควักหัวใจ!”
แน่นอน อู่ อวี้ เคยเห็นสภาพศพเช่นนี้ ภายในเมือง
ชิงซางมาก่อน
นี่มันคือการสังหารหมู่เช่นเดียวกับ เมืองชิงซาง ?
อู่ อวี้ แลเห็น เหอ เต้าจื้อ บินกระบี่อยู่เหนือน่าน
ฟั้าของตำแหน่งที่ตั้งหลัก พรรคหยาดคราม เมื่อ
เขาเข้ามาใกล้ก็พบว่าร่างของ เหอ เต้าจื้อ กำลัง
สั่นสะท้าน ดวงตาเป็นสีแดงก่ำ อู่ อวี้ มาหยุดยืน
อยู่ข้าง ๆ เหอ เต้าจื้อ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ
ๆ ตัว ก็พบว่าสภาพของ พรรคหยาดคราม ตอนนี้
เป็นเช่นเดียวกับสภาพของเมืองชิงซาง ประหนึ่ง
ถูกจำลองมาก็ไม่ปาน สายโลหิตไหลลงสู่กระแสน้ำ
มีซากศพของผู้คนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เมื่อกวาด
สายตามองไปรอบ ๆ ก็หาได้พบเห็นผู้รอดชีวิตไม่
“ สายเกินไป พวกเรามาช้าเกินไป” เขากล่าวขึ้น
ด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
“ พอท่านมาถึง ก็ไม่พบอะไรเลยเช่นนั้น ?” อู่ อวี้
ซักถาม
“ ข้าพยายามค้นหาภายในระยะร้อยลี้รอบ ๆ นี้
แล้ว แต่ก็ไร้ร่องรอย ฝั่ายตรงข้ามของเรา
ปฏิบัติการรวดเร็วมากเกินไป จนทำให้ครั้งนี้ไม่มี
ผู้ใดหนีรอดมาได้”
“ ที่นี่ไม่มีค่ายกลปั้องกันงั้นหรือ?”
“ เป็นไปได้ว่า อีกฝั่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
จนพวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะเปิดค่ายกลปั้องกัน”
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว บนพื้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาว
โลหิตอันน่าสะอิดสะเอียน ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ
พรรคหยาดคราม ทำให้ อู่ อวี้ ต้องพยายามสะกด
ข่มจิตใจของตนเองให้เย็นลง หลังจากนั้น เหอ
เต้าจื้อ ก็กล่าวขึ้นว่า” สิ่งสำคัญยิ่งแลเร่งด่วนมาก
ที่สุดในเวลานี้ แจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนิกายเซียน
ได้รับรู้ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยามนี้ มัน
เกินกว่าที่เราจะควบคุม หรือ รับมือมันได้”
“ ไม่ได้ เรื่องนี้จะแพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นพวกเราจะโดนดูถูกเอาได้” ยามนี้คนอื่น
ๆ กำลังจับกลุ่มพูดคุยกับ กง หยางเสวี่ย
กู่ หงหมิง กล่าวขึ้นว่า”จงสงบนิ่งเข้าไว้ อย่าให้
ปีศาจข่มขวัญเราได้”
ในที่สุดทุกคนก็มองไปที่ เหอ เต้าจื้อ ซึ่งเป็นผู้
ตัดสินใจ เหอ เต้าจื้อ โบกมือแล้วกล่าวขึ้นว่า”
พรรคหยาดครามเป็นหนึ่งในพรรคที่ข้าเฝั้าคุ้มกัน
อยู่ แต่ในตอนนี้ข้าจะรีบเดินทางไปยังพรรคนิกาย
ที่อยู่ใกล้เคียงอีก 3 แห่ง แจ้งให้พวกเขาเปิดค่าย
กลปั้องกัน จากนั้นก็เฝั้ารักษาการตำแหน่งทั้งสาม
นี้เอาไว้ ส่วนพวกเจ้าทั้งห้าคน รีบเดินทางไปยังขุม
กำลังที่เราจัดเตรียมเอาไว้ ช่วยผู้นำของพวกเขา
เปิดค่ายกลปั้องกัน เมื่อปีศาจปรากฏตัวขึ้น จง
พยายามขัดขวางมันไว้ รอจนกว่าจะมีคนมา
สนับสนุน ข้าเชื่อว่าทุกคนทำได้”
มันไม่ได้เอ่ยเรื่องการจะแจ้งเรื่องนี้ให้ซูซันทราบ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่เต็มใจที่จะให้เรื่องนี้
แพร่กระจายออกไป ณ เวลานี้ตัวมันเป็นผู้นำ ซึ่ง
เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทุกคนจำต้องปฏิบัติตาม
คำสั่งของมัน
อู่ อวี้ รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ง่ายดายอย่างคิด ดังนั้น
เขาจึงกล่าวถึงการแจ้งเรื่องนี้ให้ซูซันทราบขึ้นมา
เหอ เต้าจื้อ กล่าวว่า” ถ้ามีคนอื่น ๆ แทรกมือเข้า
มา แต้มความสำเร็จซึ่งพวกเราควรจะได้รับ ก็
กลายเป็นต้องหารกับพวกนั้น?”
สำหรับพวกเขา ชีวิตที่ในความเป็นความตาย ไม่มี
ความสำคัญเท่ากับแต้มความสำเร็จ?
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจะอ้าปากพูด เหอ เต้าจื้อ ก็
โบกมือ แล้วกล่าว” เจ้ารีบกลับไปที่พรรควายุอัสนี
ได้แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น นั่นเป็นหน้าที่รับผิดชอบ
ของเจ้า”
จิตใจของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความเศร้าหมองหดหู่
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถควบคุมความคิด
ของคนทั้ง 5 ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงย้อนกลับ
ไปยัง พรรควายุอัสนี ตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ส่วน
สภาพขอ งพรรคหยาดคราม ในตอนนี้ ถูกปกคลุม
ไปด้วยกองซากศพทับถมจนไกลสุดลูกหูลูกตา ที่
น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นก็คือ สภาพการตายของทุก
ผู้คนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แลหวาดกลัวถึงขีด
สุด
ภายในถุงจักรวาลของ อู่ อวี้ มียันต์สื่อสารที่
สามารถติดต่อไปหา เฉิน ชิงหยู๋ เขาคิดว่า ควร
บอกเรื่องนี้กับ เฉิน ชิงหยู๋ ดีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาสมควรดำเนินการเป็นอย่าง
แรกในตอนนี้ คือการเผชิญหน้ากับปีศาจ ความ
จริงแล้วสิ่งนี้ขัดกับจริยธรรมภายในจิตใจของ อู่
อวี้ เขาพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้อย่างจริงจัง
ถ้าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันไม่ได้ร้ายแรงเช่นดั่งที่เขาคิด
แต่มันกลับกลายสถานการณ์ที่สามรถเกิดขึ้นได้
บ่อย ๆ ซึ่งถ้าหากเขาแจ้งเรื่องนี้ให้ เฉิน ชิงหยู๋
ทราบ แน่นอนว่าจะเล็ก ๆ จะต้องกลายเป็น
เรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาในทันที
เมื่อ อู่ อวี้ นึกถึงสภาพของซากศพเหล่านั้น คิดถึง
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ภายในจิตใจของ
เขาก็ต้องสั่นสะท้าน
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เขาก็ย้อนกลับไปที่
พรรควายุ อัสนี ผู้นำพรรคและคนอื่น ๆ ต่างรู้ว่า อู่
อวี้ มาจากนิกายเซียนซูซัน พวกเขาต่างรู้เรื่องการ
สังหารหมู่ที่เกิดขึ้นกับ เมืองชิงซาง และ พรรค
หยาดคราม เช่นนั้นจึงเป็นเรื่องแน่นอนว่า พวก
เขาจะให้ความร่วมมือกับ อู่ อวี้ ทุกอย่างเท่าที่ทำ
ได้
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ทำการปรับแต่งโอสสถรักษา ช่วย
ฟืนฟูความแข็งแกร่งของผู้คนใน พรรควายุอัสนี
ให้ฟืนคืนกลับมาดังเดิม ความจริงแล้วอาการ
บาดเจ็บของเขาในเวลานี้ ดูไม่ได้หนักหนาเสมือน
กับรูปลักษณ์ภายนอก อาจต้องใช้เวลาประมาณ
2-3 ชั่วยาม ที่จะฟืนฟูความแข็งแกร่งของพวกเขา
กลับคืนมา
หลังจากนั้น อู่ อวี้ จึงช่วยเหลือพวกเขาเปิด ‘ค่าย
กลวายุอัสนี’ ซึ่งถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ในเวลานี้
สาวกหลายพันคนในพรรค ได้ใช้พลังในการ
ช่วยเหลือสนับสนุนค่ายกล ตลอดทั้งวันทั้งคืน
การสังหารหมู่ใน เมืองชิงซาง และ พรรคหยาด
คราม ทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงหวาดกลัวอย่างแท้จริง
อู่ อวี้ อยู่นอกค่ายกล เขากำลังนั่งอยู่บนหน้าผา
ของ พรรควายุอัสนี พร้อมกับเฝั้าตรวจสอบ
สถานการณ์โดยรอบ คอยดูว่ามีผู้ใดติดต่อผ่านยันต์
สื่อสารมาบ้างหรือไม่ ดูว่าสัญลักษณ์ทั้ง 5 บน
ร่างกายของเขาจะไม่มีสัญลักษณ์ใดปรากฏขึ้น
หลังจากผ่านไปสองสามวัน ถึงแม้จะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่กล้า
ลดหย่อนการเฝั้าระวังแม้แต่น้อย เนื่องจากว่าเรื่อง
นี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
“ใต้เท้าเซียนกระบี่ ปีศาจจะปรากฏตัวอีกครั้ง
หรือไม่?” ภายในค่ายกลวายุอัสนี ผู้นำพรรควายุ
อัสนีคอยกล่าวถาม อู่ อวี้ เป็นครั้งคราว คาดว่า
ในตอนนี้เขาคงวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว แต่ภายในจิตใจของคน
ทั้งพรรควายุอัสนีต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
บางคนถึงขนาดวิ่งหลบหนีออกจากค่ายกลวายุ
อัสนีไปเลยทีเดียว
“ยังคงมีอันตรายอยู่ เราต้องไม่ประมาท” อู่ อวี้
สามารถกล่าวได้เพียงเท่านี้
อย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึกว่าอีกฝั่ายยังคงอยู่ใน
ความสิ้นหวัง แต่เขาก็รู้สึกอย่างชัดเจนว่า
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาอึดอัดมากจริงๆ
ราตรีเข้าคืบคลาน
อู่ อวี้ ใช้กระบี่บินจักรพรรดิ นั่งอยู่เหนือท้องฟั้า
ของ พรรควายุอัสนี ราตรีนี้ได้บังเกิดพายุฝนฟั้า
คะนองขึ้น บนท้องนภาปกคลุมไปด้วยเมฆดำทมิฬ
หนาแน่น ประกายอัสนีกระพริบวูบวาบ บังเกิด
เป็นเงาภูติพราย พร้อมกับเสียงอัสนีฟาดคำรามลั่น
สร้างเป็นความตกตะลึงทำให้ผู้ฝึกตนจาก พรรค
วายุอัสนี แทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ต้องประหลาดใจ เขาลุกขึ้นยืน
บนกระบี่บิน มองขึ้นไปบนฟากฟั้า ท่ามกลางเมฆ
ทะมึน ปรากฏเป็นเงาดำกระพริบผ่านวูบวาบ เขา
มองไปด้านหนึ่งแลเห็นหัวทั้งเก้าปรากฏขึ้น มังกร
ร่างอสรพิษ ซึ่งมีความยาวขนาดมหึมาพร้อมทั้ง
เขาขนาดใหญ่ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา
มันปรากฏตัวขึ้นมาเหนือก้อนมฆ ดวงตาทั้ง 18 คู่
จับจ้องมอง อู่ อวี้ ในแต่ละหัวของมันมีความ
แข็งแกร่งซึ่งแตกต่างกันอยู่ มีเปลวไฟสีดำ คลื่น
พายุหมุนสีเทา ศีรษะสีโลหิต แลสายอัสนีที่ฟาด
เป็นสีม่วง …
นี่คือ จื่ออิง!
อู่ อวี้ วางมือไว้บนยันต์สื่อสาร ที่เก็บซ่อนเอาไว้อยู่
ภายใต้ชายแขนเสื้อของเขา เตรียมพร้อมกระตุ้น
เปิดใช้งานสัญลักษณ์เวทย์พื้นฐานทั้ง 5
“ อู่ อวี้ ไม่ต้องกังวล เจ้าไม่จำเป็นต้องติดต่อผู้อื่น
ข้าจื่ออิงเอง ข้าเพียงอยากจะพูดคุยกับเจ้า”
ก่อนที่ อู่ อวี้ กระตุ้นวงเวทย์ประทับสื่อสาร
ฉับพลันสัตว์ยักษ์ 9 หัว ก็กลายร่างเป็นมนุษย์ มา
ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ เส้นผมยาวพริ้ว
ไหวกระพือตามกระแสลม เขาสวมชุดคลุมสีดำ ผิว
ขาวนวลราวหิมะ รูปร่างผอมสูง หน้าตาของมันยัง
อยู่ในวัยหนุ่มสาว ดูอ่อนแอราวกับว่าจะปลิวไสว
ไปตามสายลมได้ทุกเมื่อ
ในดวงตาของเขา มีจุดเล็ก ๆ 9 จุด กำลังหมุนวน
โดยรอบอยู่ เมื่อมองดูแล้วชวนให้รู้สึกสยองขวัญ
อย่างยิ่ง
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ เปียมล้นไปด้วยความกล้า
หาญ กอรปกับความฉงนสงสัย เขายังไม่รีบร้อน
กระตุ้นสัญลักษณ์เวทย์พื้นฐาน แล้วกล่าวขึ้นว่า”
เชิญเจ้าพูดก่อน ข้าจะรอฟัง หากมีบางอย่าง
ผิดปกติ ศิษพี่น้องของข้าจะมาในไม่ช้านี้ เพื่อ
สังหารเจ้า”
“ เจ้าไม่ทำแน่” จื่ออิง ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวขึ้น
อย่างมั่นใจ
ท่ามกลางพายุชุดคลุมสีดำของเขาพริ้วกระพือ
เสียงของเขาดังขึ้น พร้อมกับบุรุษเยาว์ผู้หนึ่งที่
ออกมาจากความมืด สีหน้าของมันดำทะมึน แต่
ดวงตากับบริสุทธิ์อย่างน่าเหลือเชื่อ
มันจ้องมองเข้าไปในตาของ อู่ อวี้ แล้วพูดขึ้น
อย่างจริงจังว่า” ข้าไม่ใช่ผู้สังหาร แล้วควักหัวใจ
ของพวกเขา แต่ข้าก็สัมผัสได้ว่ามีพลังความมืด
รุนแรง ฟุั้งตลบอบอวลอยู่ที่นี่”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ