กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 267 ฆาตกรที่แทจริง
แท้จริงแล้ว เหตุผลที่มันได้มายัง พรรควายุอัสนี
ก็เพื่ออยากจะรู้ความคิดภายในของ อู่ อวี้
“คิดไม่ถึงจริงๆ ตั้งแต่ที่ข้า จิ่วอิง เติบใหญ่จนจวบ
มาถึงปัจจุบัน นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นพ้องกับคน
รุ่นราวคราวเดียวกัน อีกทั้งยังมาจากศิษย์แห่ง
สาวกซูซันอีกด้วย” จิ่วอิง กล่าวพลางยิ้ม
“ถึงจะมีความเห็นพ้องต้องกันก็เปล่าประโยชน์
ความเกลียดชังที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน
เช่นนี้ ย่อมยากที่จะลบเลือนมันไปได้ ตัวข้าเองไม่มี
ทางที่จะสามารถทำให้ผู้คนเลิกเกลียดชังเหล่า
ปีศาจได้อย่างแน่นอน ข้าทำได้เพียงแค่หักห้ามใจ
ตนเองได้เท่านั้น จึงเห็นว่าความเห็นของเจ้านั้น
แทบจะเป็นไปไม่ได้”
“ที่เจ้ากล่าวมาก็ถูก แต่บางครั้งข้าก็มีความฝัน
เช่นกัน ซึ่งมันก็คือคำมั่นสัญญาสำหรับตัวข้าเอง”
จิ่วอิง กล่าวพลางถอนหายใจ
ตัวมันเข้าใจดีถึงสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวมา บัดนี้
ความรู้สึกแห่งความเสียดายได้บังเกิดขึ้นมาใน
หัวใจของปีศาจหนุ่ม เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการ
ถึงการแบกรับเจตจำนงอันสูงส่งเอาไว้บนบ่า ซึ่ง
หัวใจที่บริสุทธิ์เช่นนี้ กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังไม่อาจ
เปรียบได้ เป็นเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้สังหาร
ปีศาจมามากมาย แต่กลับ จิ่วอิง แล้ว มันกลับ
ไม่ได้สังหารผู้ฝึกตนไปแม้เพียงคนเดียว
สำหรับเรื่องของปีศาจนั้น ตนรู้ดีว่าได้รับผลกระทบ
มาจาก จิ่วเซียน อย่างมหาศาล และทุกวันนี้เขาก็
ยังยอมรับว่าสิ่งที่นางกล่าวออกมานั้น เป็นเรื่องที่
ถูกต้อง
สำหรับนางแล้ว การที่นางกลายเป็นหญิงสาวที่
โหดเหี้ยม อำมหิต และจิตใจมืดมนเช่นนี้ ล้วนมา
จาก จาง ฝูถู ทั้งสิ้น
ความเงียบพลันเข้าคืบคลาน
“นับว่าเจ้าได้ให้ความกระจ่างแก่ข้า อู่ อวี้ การที่
ข้าได้รู้จักกับเจ้า นับว่าเป็นวาสนายิ่ง” หลังจากที่
เงียบงัน จิ่วอิ่ง พลันเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้ม
เรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกไม่แพ้กัน
“เช่นกัน” บัดนี้ อู่ อวี้ ได้เชื่อปีศาจตนนี้จนหมดใจ
แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่ลืมว่าตนเป็นศิษย์แห่งซูซัน
ซึ่งกฎในนิกายนั้น ห้ามข้องแวะเกี่ยวกับปีศาจเป็น
อันขาด ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษสถานหนัก
ความเร็วของ จิ่วอิง นั้น นับว่าเหนือกว่า เหอ
เต้าจื่อ เป็นอย่างมาก ทำให้บัดนี้ นิกายกระบี่
แหวกฟั้า จึงอยู่ไม่ไกลนัก พรรคหยาดคราม ได้ถูก
ทำลายสิ้นแล้ว เหอ เต้าจื่อ จึงมุ่งหน้าไปยังขุม
กำลังทั้งสามอย่างโดยเร็ว แต่คิดไม่ถึงว่าเงาแห่ง
ความตายจะคืบคลานมายัง นิกายกระบี่แหวกฟั้า
เช่นนี้!
นิกายกระบี่แหวกฟั้า ตั้งอยู่บนเทือกเขาแหวกฟั้า
อันสูงชัน ซึ่งเทือกเขานี้เสมือนกับฝั่ามือที่ผุดขึ้น
จากผืนปฐพี ปลายแหลมที่เหมือนกับนิ้วมือทั้งห้า
ได้ตั้งตระหง่านราวกับกำลังจะแหวกฟั้านภาก็มิ
ปาน
ยามที่ อู่ อวี้ เหินลงจากหมู่เมฆ พลันปรากฏสถาน
ที่ตั้งของ นิกายกระบี่แหวกฟั้าขึ้นมาในคลองจักษุ
สิ่งที่ปรากฎเบื้องหน้านั้นคือทุกสิ่งแปรเปลี่ยน
กลายเป็นสีแดงฉาน ผืนปฐพีและม่านหมอกล้วน
เป็นสีแดงลด กลิ่นคราวเลือดคละคลุ้ง หาก
วิเคราะห์ดูแล้ว สิ่งที่เห็นเบื้องหน้านี้น่าจะเกิดขึ้น
ไม่นานมานัก
“เงียบสงัด”
จิ่วอิง ได้แปรเปลี่ยนกลับคืนสู่รูปลักษณ์มนุษย์
เหลือเพียงปีกสีดำทมิฬที่ปกคลุมอยู่ด้านหลัง แล้ว
เหินลงสู่ นิกายกระบี่แหวกฟั้า มุ่งสู่ทิศทางที่เต็มไป
ด้วยกลิ่นคาวเลือดพร้อมขมวดคิ้วลงอย่าง
เคร่งเครียด
หลังจากที่ อู่ อวี้ ใช้กระบี่บินจักรพรรดิโบยบินด้วย
ตนเองแล้วมองไปรอบๆ ก็สังเกตเห็นว่าคนอื่นๆยัง
มาไม่ถึง แน่นอนว่าสถานที่ที่พวกมันอยู่นั้นสมควร
ใกล้กว่า อู่ อวี้ มาก
“ศิษย์พี่ เหอ เต้าจื่อ!”
รอบด้านมีเพียงทะเลเลือดเท่านั้น แต่ไร้ซึ่ง
สัญญาณการต่อสู้ใดๆ อีกทั้งเมื่อมาถึงกลับไม่พบ
เหอ เต้าจื่อ แต่อย่างใด ยามที่ อู่ อวี้ ได้เข้ามาใกล้
สถานที่นี้แล้วเขาจึงตะโกนส่งเสียงเรียกออกไป
เสียงตะโกนนี้ได้ดังกึกก้องผ่านต้นไม้ ใบไม้ และ
แม่น้ำลำธารไกลออกไปเป็นวงกว้าง
แต่กระนั้นกลับไม่มีใครตอบกลับ!
สีหน้าของ จิ่วอิง พลันสลดลง ยามนี้ไร้ซึ่งร่องรอย
ของ เหอ เต้าจื่อ อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าตอนที่ อู่ อวี้
มาถึง ค่ายกลปั้องกันของที่นี่ได้ถูกทำลายไปเสีย
แล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่า เหอ เต้าจื่อ จะไล่ล่า
ตามไปแล้ว? ถ้าเช่นนั้นน่าจะต้องมีเบาะแสของ
ปีศาจทิ้งไว้เพื่อให้เราติดตามรอยไปได้สิ!”
จิตใจของ อู่ อวี้ พลันเต้นระรัว เขารีบพุ่งไปยัง
ม่านหมอกสีเลือดด้วยความเร็วสูง พอมาถึงแล้ว
มันทำให้เขาแทบหายใจติดขัด ที่แห่งนี้ก่อนเคย
งดงามเฉกเช่น เมืองชิงซาง แต่บัดนี้รอบด้านกลับ
รายล้อมไปด้วยม่านหมอกและทะเลเลือด อีกทั้งยัง
เกลื่อนไปด้วยซากศพของเหล่าผู้ฝึกตน!
เมื่อมองดูซากศพทะเลเหล่านั้น ทำให้รู้สึกน่า
สะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่ง แต่ยามที่ อู่ อวี้ มองไป
กลับปรากฎแต่ความโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิด
พวยพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ เขาคิดไม่ถึงว่าที่ที่มี เหอ
เต้าจื่อ ประจำการอยู่จะพังพินาศได้ถึงเพียง
นี้ หากประเมินคร่าวๆ ทั้งผู้นำนิกายของ นิกาย
กระบี่แหวกฟั้า และเหล่าสาวกเกือบทั้งหมดได้ตาย
อยู่ในที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
อีกทั้ง เหอ เต้าจื่อ ยังหายสาบสูญไปอีก ไม่รู้ว่าจะ
เป็นตายร้ายดีเช่นไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เดินสำรวจรอบๆ นิกายกระบี่
แหวกฟั้า แล้ว กลับไม่ปรากฏร่องรอยของ เหอ
เต้าจื่อ มีเพียงแต่ฉากที่ราวกับอยู่ในนรกอย่าง
เดียวเท่านั้น
“ศิษย์พี่ของเจ้า บางทีอาจจะถูกสังหารตายไปแล้ว
ก็เป็นได้ ศัตรูของพวกเจ้านั้น เมื่อเทียบกันแล้ว
แข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าเป็นอย่างมาก” จิ่วอิง กล่าว
พลางขมวดคิ้วลงด้วยความตึงเครียด
“อย่าพูดจาไร้สาระ ปีศาจตนนั้นจะต้องไม่
แข็งแกร่งขนาดนั้นแน่ จิ่วอิง เจ้าอยู่ในเผ่าปีศาจ
พอจะคุ้นเคยกับปีศาจประเภทใดที่มีความ
โหดเหี้ยมเช่นนี้บ้าง?” บัดนี้สีหน้าของ อู่ อวี้ พลัน
มืดทมึนลง พร้อมทั้งเปล่งวาจาอันหนาวเหน็บจน
น่าขนลุกออกมา
จิ่วอิง กล่าวอย่างไม่คิด”ข้าบอกไปแล้วว่าไม่มี
ปีศาจเช่นนี้อยู่ในเผ่าปีศาจ อย่าได้ด่วนสรุปก่อนที่
จะหาหลักฐานได้จะดีกว่า”
อารมณ์ของ อู่ อวี้ พลันมืดมัวลงราวกับดิ่งลงเหว
พร้อมกล่าวต่อว่า”ไม่ใช่ปีศาจ แล้วจะให้เป็นศิษย์
นิกายเซียนซูซัน หรือเป็นผู้ฝึกตนงั้นรึ?”
นัยน์ตาของ จิ่วอิง หดเล็กลงเท่ารูเข็ม มันเกิด
อาการตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยามนี้
ร่างกายของมันยังสั่นเทา และกล่าวออกด้วยเสียง
สั่นครือ”ข้ารู้แล้ว หรือจะเป็นพวกผู้ฝึกตนนอก
รีต?”
บัดนี้ราวกับ อู่ อวี้ ได้ฟังเรื่องตลกขบขัน จึงกล่าว
ออกไปว่า”ฐานที่มั่นของพวกผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่ใน
ทะเลตงไห่ ที่แห่งนี้คือดินแดนตะวันตก ถือเป็น
สถานที่ต้องห้ามของพวกมัน แล้วพวกมันจะ…..”
กล่าวยังไม่ทันจบ จิ่วอิง ได้กวักมือเรียกให้เขามอง
ไปยังทิศตะวันตก อู่ อวี้ แลเห็นกองศพประมาณ
สิบกอง แต่ละกองมีประมาณสิบศพ ซึ่งศพ
เหล่านั้นอยู่ในสภาพที่น่าแปลกประหลาดยิ่ง ซึ่งมี
กองศพสี่กองอยู่ใจกลางมีการจัดวางอัดรวมๆกัน
ไว้อย่างหนาแน่น
ศพทุกกองนั้นถูกตัดนำหัวมาวางกันเป็นวงกลม
หากมองไกลๆแล้วจะเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบาน
สะพรั่งก็มิปาน
เมื่อเห็นเช่นนี้ อู่ อวี้ แทบจะลืมหายใจไปในบัดดล
เพราะสิ่งที่เห็นนั้นย่อมเป็น ค่ายกลปีศาจ อย่างไม่
ต้องสงสัย อีกทั้งเขายังรู้อีกว่ามันคือค่ายกลที่ถูก
สร้างโดยการนำเลือดของซากศพเหล่านี้ออกมา มี
โอกาสถึงเก้าในสิบส่วนทีเดียวที่ผู้ลงมือจะเป็น
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต!
ฉากที่อยู่เบื้องหน้านี้มันได้ทำให้ อู่ อวี้ ถึงกับตื่น
ตระหนกเป็นอย่างยิ่ง จิตสำนึกของเขามันร่ำร้อง
อย่างรุนแรงว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของเหล่าปีศาจ แต่เป็น
ฝีมือของพวกผู้ฝึกตนนอกรีต!
เพราะว่าพวกผู้ฝึกตนนอกรีตต่างอยู่ในทะเล
ตะวันออก ดังนั้นจึงไม่คิดสงสัยพวกมัน อีกทั้งพวก
มันยังเป็นผู้ใส่ร้ายปั้ายให้โยนขี้ให้กับเหล่าปีศาจอีก
ด้วย….
แล้วทำไมผู้ฝึกตนนอกรีตถึงต้องมาที่แห่งนี้ด้วย มา
เพื่อสังหารผู้คนโดยเฉพาะ?
ในตอนนี้ อู่ อวี้ คิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่หลังจากที่
ดูศพทั้งสิบกองนี้ ในใจของ อู่ อวี้ พลันปรากฏ
ภาพ ขุมกำลังทั้งสิบซึ่งอยู่ล้อมรอบ เมืองชิงซาง
ใช่แล้ว ตำแหน่งของศพเหล่านี้ที่ถูกจัดวางเอาไว้
มันเหมือนกับตำแหน่งทั้งสิบขุมกำลัง ซึ่งกองศพ
ทั้งสี่ที่ถูกอัดกองรวมๆกันนั้นมันคือตำแหน่งของ
พรรคนิกายที่ถูกจัดการลงแล้วอย่าง พรรคหยาด
คราม และ นิกายกระบี่แหวกฟั้า ที่ เหอ เต้าจื่อ
เป็นผู้ปกปั้องนั่นเอง
เมืองชิงซาง พรรควายุอัสนี และบริเวณใกล้เคียง
ทั้งหมด!!!
ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ที่นี่ จะมีความ
บาดหมางอะไรกับขุมกำลังทั้งสิบ? ตามตำนานเล่า
ขานกันว่าค่ายกลของผู้ฝึกตนนอกรีตนั้นมีความ
ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายกลที่ที่
ผิดจารีตอย่างการใช้คนเป็นเครื่องสังเวย….
ยามเมื่อ จิ่วอิง และ อู่ อวี้ ได้เห็นเช่นนี้ ในใจ
บังเกิดความรู้สึกไม่ชอบมาพากลขึ้น ทันใดนั้น
ปรากฏสายกระบี่มุ่งมาจากทางด้านหลัง ยามเมื่อ
อู่ อวี้ หันกลับไป พลันปรากฏคน เย่ จิงหมิง และ
คนอื่นๆ เมื่อพวกมันมาถึง ต่างก็ตกใจกับ
สถานการณ์ที่เป็นอยู่เบื้องหน้า
“ศิษย์พี่เหอล่ะ?”
“ศิษย์พี่เหอไปไหนแล้ว! แล้วเจ้าปีศาจนี่ทำไม….”
ทั้งสี่ต่างสีหน้าพลันซีดขาว ยามนี้พวกมันค่อยๆ
เข้าใกล้ อู่ อวี้ มาทุกขณะ และเมื่อพวกมันเห็น อู่
อวี้ พร้อม จิ่วอิง เช่นนี้ จึงทำให้หยุดชะงักลงและ
ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ไปมากกว่านี้
อู่ อวี้ รู้ว่าพวกมันเขาใจผิด จึงเร่งอธิบาย”ศิษย์พี่
ทุกท่าน ข้าเข้าใจสถานการณ์หมดแล้ว จิ่วอิง
ไม่ใช่ฆาตกรสังหารผู้คนใน เมืองชิงซาง บัดนี้พวก
เราได้เบาะแสของฆาตกรตัวจริงมาแล้ว เพียงแต่
ศิษย์พี่เหอ เต้าจื่อ อาจจะถูกสังหารไป เพราะไม่ว่า
ข้าจะตามหาเขายังไงก็ล้วนไม่พบ เรื่องนี้ได้
กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เราควรจะรีบขอกำลังเสริม
จาก…”
“อู่ อวี้” ยังไม่ทันกล่าวจนจบ กง หยางเสวี่ย กลับ
เอ่ยวาจาขัดพร้อมมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยสายตาอัน
แหลมคมพร้อมขู่ออกไปว่า”เจ้าโดนปีศาจนั่น
หลอกลวงแล้ว! ได้สติเสียที! ที่แห่งนี้ยังมีปีศาจตน
ใดอยู่อีก หรือว่าเจ้าปีศาจนั่นจะปันหัวเจ้าจนไป
ร่วมมือกับมันเพื่อสังหาร ศิษย์พี่เหอ และกำจัด
นิกายกระบี่แหวกฟั้า! หากยังไม่ได้สติอีกเจ้าจะต้อง
ตาย!”
แม้ว่าจะเป็นคำขู่ แต่พวกมันทั้งสี่ล้วนหวาดกลัว
ต่อตัวตนของ จิ่วอิง ดังนั้นพวกมันจึงได้แต่เอื้อน
เอ่ยวาจาออก และก้าวถอยห่างออกอย่าง
หวาดกลัว บัดนี้สีหน้าของพวกมันต่างปรากฏ
ความกลัว เกลียดชัง ขึ้นมาอย่างชัดเจน
อู่ อวี้ กล่าวอย่างจนใจ”อย่าพูดจาไร้สาระ เพื่อ
เป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน มันถึงกับยอม
มายัง พรรควายุอัสนี เพื่อช่วยเหลือพวกเราจับตัว
ฆาตกรตัวจริง ลองดูสภาพรวมตอนนี้สิ มันได้ใช้
วิธีการที่โหดร้ายอย่างค่ายกลปีศาจ เข่นฆ่าสังหาร
ผู้คน มันย่อมเป็นฝีมือของพวกผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่
แล้ว ในเวลานี้เราไม่ควรสงสัย จิ่วอิง แต่ควรจะ
ปล่อยให้มันช่วยเหลือพวกเราจับตัวฆาตกรตัวจริง
ให้ได้!”
อู่ อวี้ กล่าวออกไปอย่างชัดเจนและเด็ดขาด
แต่ทางด้านของ เย่ จิงหมิง และคนอื่นๆต่างพากัน
ส่ายหัว และใช้สายตาอันตื่นตระหนกไปยัง อู่ อวี้
“อู่ อวี้ เจ้าถูกปีศาจครอบงำชักจูงไปแล้วจริงๆ!
พวกปีศาจเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพวกเรา ไฉนมัน
ถึงจะยอมช่วย…”
“หากว่าเจ้าไม่ถูกปีศาจครอบงำ แต่เป็นเจ้าที่
สมัครใจยินยอมร่วมือกับมัน จะต้องโดนรับโทษ
ทัณฑ์! หากว่า นิกายเซียนซูซัน รู้เรื่องนี้เข้า
อนาคตของเจ้าจะถึงจุดจบนะ!” ซูชิง กล่าวเสริม
“สังหารปีศาจตนนี้เสีย เจ้ายังมีโอกาสที่จะกลับตัว
อู่ อวี้!” กู่ หงหมิง ตะโกนขึ้น
เมื่อเห็นสีหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เช่นนี้ จิ้วอิง จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้น จากนั้นมัน
ได้มองไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกล่าวว่า”เจ้าดูสิ คนแต่
ละคนล้วนมีความแตกต่าง พวกเราสามารถหา
ความจริงได้แล้ว แต่พวกมันกลับยังอยู่ในวังวน
ของคนโง่ต่อไป คนเหล่านี้ล้วนไม่สามารถคาดหวัง
ด้วยได้ อีกทั้งพวกมันจะยังนำปัญหามาสู่เจ้าและ
ข้าอีก จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องของข้า เนื่องจากพวก
มันไม่ต้อนรับข้า เช่นนั้นข้าก็จะไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่
อีกต่อไป อู่ อวี้ รักษาตัวให้ดี บางทีในอนาคตพวก
เราอาจจะได้เจอกันอีก”
จิ่วอิง เกิดโทสะจนต้องการที่จะจากไปจากที่นี่
กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถห้ามได้
แต่ขณะนี้ ศพทั้งสิบกองพลันปรากฏละอองเลือด
กระจายเป็นรัศมีวงกว้างออกไปนับหมื่นลี้ บัดนี้ อู่
อวี้ และคนอื่นๆจึงตกอยู่ในท่ามกลางทะเลเลือด
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ