กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 268 เฮยซาน กุยอี้
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ ไม่ต้องกล่าวถึง อู่
อวี้ แม้แต่ปีศาจจิ่วอิง ก็ยังไม่มีเวลาให้เขาได้ขบคิด
แม้แต่น้อย
ในช่วงเวลานี้ หมอกโลหิตลอยตลบอบอวลปกคลุม
คละคลุ้งไปทั่ว บัดนี้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ถึงคำสองคำ
ภายในจิตใจ นั่นก็คือ ‘กับดัก!’
ใช่แล้ว มันคือกับดักอย่างแท้จริง
ยามนี้ เหอ เต้าจื่อ หายตัวไป หลังจากนั้นก็ปรากฎ
กองซากศพอยู่ใต้ฝั่าเท้าของเขานับสิบ นี่แสดงว่า
ให้เห็นว่าอีกฝั่ายหนึ่งได้เตรียมพร้อมรอการมาถึง
ของสาวกแห่งซูซัน
เมื่อ เย่ จิงหมิง และ คนอื่นๆ มาถึง อีกทั้ง
เหตุการณ์ยังเกิดชั่วพลิกผัน ทำให้จิ่วอิงไม่อาจ
หลบลี้หนีได้ทัน ส่งผลให้ร่างของพวกเขาอาบโชก
ไปด้วยโลหิต จากนั้นพวกเขาก็จมลงไปภายใน
ทะเลโลหิตอย่างสมบูรณ์
ทุกสรรพสิ่งที่สามารถแลเห็นได้ในยามนี้ก็คือ
หมอกโลหิต
“ พวกเจ้ากำลังมองหาฆาตกรอยู่มิใช่หรือ มันก็
ปรากฏตัวมาแล้วไง” จิ่วอิง แสยะยิ้ม ภายใน
หมอกโลหิตนี้ ทำให้พวกเขาตกอยู่ในวิกฤตร้ายแรง
ทั้งมันยังแยกคนอื่นๆ ให้กระจายออกไป อู่ อวี้
ค้นพบว่านอกจากตนเอง กับ จิ่วอิง แล้ว ใน
บริเวณใกล้เคียงก็ไม่พบเห็นผู้ใดอื่น ยิ่งไปกว่านั้น
ยังไม่สามารถได้ยินแม้แต่เสียงของพวกเขา
“ นี่คือค่ายกล รีบหนีออกไปเร็วเข้า!” คิ้วของ จิ่
วอิง ขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อได้ยินเสียงร้องเตือน
ของ อู่ อวี้ มันโบกสะบัดปีกขนาดใหญ่ในทันที
พร้อมกับบินออกไปด้านนอก
“อืม!” อู่ อวี้ ล่วงรู้อยู่แก่ใจดีว่า เมื่อติดกับอยู่ในวง
เวทย์ค่ายกลของอีกฝั่าย นับเป็นเรื่องวิกฤติ
อันตรายอย่างยิ่ง เขาเคยเห็นพลังอำนาจของค่าย
กลเวทย์มาก่อน ตอนที่เขาอยู่ นิกายกระบี่สวรรค์
มันคือ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ประสิทธิภาพของมัน
สามารถตรึงศัตรูผู้รุกรานได้นานหลายเดือน โดยไม่
ต้องกล่าวถึง ความน่าสะพรึงกลัวที่เหล่าผู้ฝึกตน
นอกรีตได้รับ
จิ่วอิง พุ่งทะยานตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว อู่
อวี้ ยึดเกาะมันเอาแน่น
ยามนี้ จิ่วอิง หาใช่ศัตรูไม่
จิ่วอิง พุ่งทะยานไปยังด้านหน้าไม่ถึงสิบลมหายใจ
แล้วพวกเขาก็หยุดลง สีหน้าของมันดูน่าเกลียด
ขณะกล่าวขึ้นว่า” ผลกระทบส่วนหนึ่งของค่ายวง
เวทย์นี้คือภาพมายา ทำให้เคลิบเคลิ้มบิดเบือนการ
รับรู้ของเรา หากผู้ใดก็ตามหลุดก้าวเข้ามาภายใน
ค่ายวงเวทย์นี้ ก็ยากจะหลุดพ้นออกจากค่ายกล
เวทย์ผนึกนี้ได้!”
ด้วยความเร็วในการหลบหนีของพวกเขา ทำให้
พวกเขาสามารถพุ่งทะยานออกมาจากหมอกโลหิต
ซึ่งปกคลุมปิดล้อมอยู่ทั่วทุกทิศทางได้
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ อยากจะก้าวตรงไปยังเบื้องหน้า
แต่เพราะหมอกโลหิตปกคลุมอยู่ทั่วทุกสารทิศไร้
สิ้นสุด ซึ่งส่งผลให้สับสนในทิศทางแลกาลเวลา
อย่างสมบูรณ์ เสมือนดั่งว่าทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ
ก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกโลหิตนี้เช่นเดียวกัน
สำหรับอีก 4 คน ดูเหมือนจะหายตัวไปอย่าง
สิ้นเชิง ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะแค่นเสียงแผดร้อง
ตะโกนเรียกหาพวกเขา แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา
แม้แต่น้อย
“ อีกฝั่ายร้ายกาจยิ่งนัก ข้าขอแนะนำให้เจ้าอยู่ติด
ตัวข้าไว้จะเป็นคนดีที่สุด” จิ่วอิง ไม่ได้หวาดกลัว
แต่ประการใด ดวงตาของมันกวาดส่ายมองดูรอบ
ๆ ด้วยสายตาที่เย็นเฉียบ
ความภูมิใจของเขาเต็ม 10 ส่วน ทั้งยังเชื่อมั่นใน
ตนเองอย่างใหญ่หลวง
แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงของการพังทลายดังขึ้น
ในช่วงขณะนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่าหมอกโลหิต
ได้บางเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น หมอกโลหิตซึ่งเคย
กระจายตัวอยู่ บัดนี้มันได้มารวมตัวควบแน่นเป็น
กลุ่มก้อน จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของ
วิญญาณชั่วร้าย ความสูงของมันค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
เป็นหนึ่งจั้ง กรงเล็บแลคมเขี้ยวดูแหลมคมน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นับตั้งแต่เริ่มที่มันปรากฏตัว
ขึ้น มันก็ได้แผดเสียงคำรามออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง ขณะแผดเสียงคำราม สายตากระหาย
เลือดของมันก็จับจ้องมายัง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ราว
กับจะกินเลือดกินเนื้อ
ฮูม〜〜!
พริบตานั้นเอง สิ่งที่เรียกว่า ‘วิญญาณโลหิต’ ก็
ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างหนาแน่นอยู่ทั่วทุกสารทิศไร้
สิ้นสุด มันแผดเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็พุ่ง
ทะยานปรี่เข้าไปหา อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง หมายเข่นคร่า
สังหาร
แม้ อู่ อวี้ จะเข้าใจดีว่า ภาพมายาเป็นส่วนหนึ่ง
ของค่ายกลเวทย์ ดั่งเช่น วิญญาณโลหิต เหล่านี้
เขาคิดว่ามันเป็นผล หรือ ประสิทธิภาพส่วนหนึ่ง
ของค่ายกลวงเวทวงย์นี้
เขาดึง กระบี่เต๋าหยินหยาง ออกมา มันถูกแบ่งแยก
ออกเป็น 2 เอาไว้ในมือแต่ละข้าง ทางหนึ่ง
ปลดปล่อยวิชากระบี่หยางพิสุทธิ์มลายสูญ ส่วนอีก
หนึ่งปลดปล่อยวิชากระบี่หยินนิลกาฬปลิดเทวะ
ฟันเข้าใส่วิญญาณโลหิตนับสิบตัวจนแหลกเหลว
กระจัดกระจายกลายเป็นหมอกโลหิต
โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง จิ่วอิง เพียงมันแค่ถ่ม
น้ำลายใส่วิญญาณโลหิต ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง
ร่างของพวกมันเหล่านั้นก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ! กลายเป็นฝุั่นละอองธุลีสีเทา
สลายหายไปจนสิ้นพร้อมกับกระแสลมกวาดผ่าน
ส่งผลให้ทัศนียภาพเบื้องหน้าสะอาดหมดจด
แต่ปัญหาสำคัญก็คือ หลังจากได้สูญสลายหายไป
มันก็กลั่นตัวเป็นวิญญาณโลหิตขึ้นมาใหม่ในทันที
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันฝูง
วิญญาณโลหิต ได้พวยพุ่งแยกชิงเข้าโจมตีพวกเขา
ทั้งสองอย่างดุเดือด
“ วิญญาณโลหิตเหล่านี้ เป็นผลพวงมาจากค่ายกล
เวทย์ หากยังไม่สามารถทำลายค่ายกลเวทย์นี้ลงได้
วิญญาณโลหิตเหล่านี้ก็จะพรั่งพรูออกมาอย่างไม่มี
สิ้นสุด แต่ก็ไม่สามารถให้วิญญาณโลหิตเหล่านี้
โจมตีตัวเราได้ … ผลของค่ายก่อนเวทนี้แบ่ง
ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือ สร้างภาพมายา
จากนั้นวิญญาณโลหิตก็ปรากฏตัวออกมา ซึ่งมัน
จะคอยตัดรอนพลังของเราจนกว่าจะหมดสิ้น”
ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ สังหารวิญญาณโลหิตอยู่นั้น เขา
ก็ได้เหลือบมองไปทาง จิ่วอิง แม้สีหน้าของเขา
ยังคงดูสงบเยือกเย็น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความ
หงุดหงิดรำคาญใจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า แม้แต่ จิ่วอิง ก็
ยังไร้ซึ่งหนทาง
ขณะกระตุ้นพลังของแกนกำเนิด เพื่อต่อต้านการ
โจมตีอันไร้สิ้นสุดของวิญญาณโลหิต แต่ก็ไม่
สามารถหลบลี้หนีออกค่ายกลเวทย์ หรือ จากการ
ต่อสู้อย่างไรสิ้นสุดนี้ไปได้
เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ อู่ อวี้ ล่วงรู้ดี
ว่าพวกเขาจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามนี้ เขาไม่รู้สถานการณ์
ของ เย่ จิงหมิง ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่น
ไร จวบจนบัดนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้พบเห็น ฝั่ายตรง
ข้ามปรากฏตัวออกมาแม้แต่น้อย
“ วัชระคุ้มกาย!” หลังจากแผดเสียงตะโกนขึ้น
ร่างกายของ อู่ อวี้ แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
บัดนี้ร่างกายของเขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นวานร
ยักษ์ จากนั้นก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า ด้วย
วิธีการนี้ยิ่งทำให้วิญญาณโลหิต เกิดอาการคลุ้ม
คลั่งมากยิ่งขึ้นเพราะมันพวยพุ่งเข้ามากัดกินเขา
อย่างดุร้าย แต่ช่างน่าเศร้า เมื่อพวกมันไม่สามารถ
ทำอันใดเขาได้แม้แต่น้อย
“ เจ้าเป็นเต่าหัวหดหรือไง ถึงเอาแต่มุดอยู่แต่ใน
กระดอง” จิ่วอิง เม้มริมฝีปากแน่น นิสัยของมัน
ค่อนข้างใจร้อนขี้โมโห ดังนั้นจึงกล่าวขึ้นด้วยโทสะ
เดือดดาลว่า” ไอ้คนชั่วช้าเจ้าอยู่ไหน จะซ่อนหัว
ซ่อนหางไปถึงเมื่อใดกัน! หากคิดจะต่อสู้กับข้า ก็
อย่ามัวใช้แต่อุบาย ออกมาต่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้าให้รู้
แล้วรู้รอดกันไป!”
ตัวมันเองก็ไม่ได้ให้คาดหวังว่า เสียงจะสามารถ
หลุดเล็ดลอดออกไปได้ เมื่อตกอยู่ท่ามกลางหมอก
โลหิตเช่นนี้ แท้จริงแล้วน้ำเสียงที่เปล่งออกไปนั้น
เต็มไปด้วยความดุร้ายหยาบกระด้าง ทันใดนั้น
ท่ามกลางอารมณ์ขุ่นมัว ก็ปรากฏเสียงหนึ่งดังขึ้น
มันเป็นเสียงเล็ก ๆ ราวกับหนูอยู่ในท่อระบายน้ำ
มันเป็นเสียงของบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังหัวเราะขึ้น
อย่างแผ่วเบาแล้วกล่าวขึ้นว่า” ตัวข้าเองก็ไม่ได้
คาดหวังว่า จะมีปีศาจตัวน้อยกระโดดเข้ามาติดอยู่
ในกรงของข้า ทั้งยังพยายามดิ้นรนอย่างน่าขัน ดู
เหมือนว่าการเก็บเกี่ยวของข้าในวันนี้ได้ผลกำไร
อย่างงามมากทีเดียว”
นี่คือฆาตกรผู้ลงมือสังหารหมู่อย่างแท้จริง
มันไม่ได้ดูดุร้าย แต่ดูต่ำทรามหยาบช้า สกปรก
โสมมอย่างยิ่ง!
เมื่อ อู่ อวี้ นึกถึงสภาพอเนจอนาถของเหล่าผู้ฝึก
ตนนับไม่ถ้วน ที่ต้องพบเจอกับหายนะอันเลวร้าย
จากมันผู้นี้ที่เป็นคนก่อ ภายในหัวใจของเขาก็ปะทุ
ขึ้นด้วยความเดือดดาล ประดุจดั่งมีเพลิงเผาไหม้
จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า” ใครคือนายของเจ้า กล้า
ดียังไงถึงมาทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ ภายใน
เขาซูซัน คงต้องยอมรับว่าเจ้าหาญกล้าไม่ใช่น้อย
แต่ช่างน่าเสียดายที่ข้าไหวตัวมานานแล้วว่า เรื่อง
นี้จะต้องเป็นปัญหาร้ายแรง ข้าจึงแจ้งเรื่องส่งไปให้
ท่านผู้อาวุโสได้รับทรัพย์ อีก 3 วันเจ้าจะต้องตก
ตาย”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ อู่ อวี้ อีกฝั่ายก็ส่งเสียง
หัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า” หึหึ สาวกหนุ่มแห่งซูซัน
เมื่อเทียบภูมิปัญญากันแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะ
ดีกว่าเจ้าเสียอีก เจ้านี่มันช่างไร้เดียงสาเกินไป
ศิษย์พี่ของเจ้า เหอ เต้าจื่อ ต้องตกตายไปด้วย
เพราะความมั่นใจแลหยิ่งทะนง ข้าเป็นผู้ควักหัวใจ
พวกมันออก จนตกตายไปต่อหน้าต่อตาของข้า
หลังจากนั้นพวกมันก็กลายเป็น ‘วิญญาณดับสูญ
ในค่ายกล’ ในวันนี้ซากศพของพวกมันถูกใส่ไว้
ภายในแกนกลางของ ‘ค่ายกลวิญญาณดับสูญ
ขนาดเล็ก’ ค่ายกลนี้ปั้องกันไม่ให้พวกเจ้าส่ง
ข้อความออกไป ในขณะเดียวกัน ก็จัดการพวกเจ้า
ไม่ให้เหลือรอดได้แม้แต่คนเดียว จากนั้นก็นำ
ซากศพของพวกเจ้า ไปใส่ไว้ในแกนกลางค่ายกล
วิญญาณดับสูญ”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่าง
ของ อู่ อวี้ ก็เย็นเหยียบในฉับพลัน
จากสิ่งที่ได้ยิน ดูเหมือนว่าอีกฝั่ายจะรู้ถึงการ
กระทำของพวกเขาทุกอย่างเป็นอย่างดี แม้กระทั่ง
อุปนิสัยใจคอของ เหอ เต้าจื่อ มันยังรู้แจ้งทุกอย่าง
ชัดเจน รู้แม้กระทั่งว่า พวกเขากับคนอื่น ๆ จะต้อง
มาติดกับ ‘ค่ายกลวิญญาณดับสูญขนาดเล็ก’ ที่มัน
ได้วางเอาไว้
อู่ อวี้ ตระหนักได้ในทันที ว่าสถานการณ์ในตอนนี้
เลวร้ายน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
“ มันกล่าวว่า การจัดตั้งค่ายกลวิญญาณดับสูญ
นั้น จำเป็นต้องใช้ซากศพเป็นแกนกลาง นี่คือ
เหตุผลที่มันปล่อยเจ้าเมืองชิงซางออกมา เพื่อให้
มาแจ้งข่าวและดึงดูดให้สาวกซูซันเข้ามา ทั้งหมด
นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน…”
“ เราไม่ได้มาที่นี่ เพียงเพราะอุบัติเหตุเหตุที่เกิด
ขึ้นกับเมืองชิงซาง แต่ในทันทีที่เรามาถึง หายนะ
ครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับ พรรคหยาดคราม และ นิกาย
แหวกฟั้า อีกทั้งในตอนนี้ ศิษย์พี่เหอ เต้าจื้อ ยังถูก
สังหารลงในการต่อสู้…”
“การที่มันเข่นฆ่าสังหาร ควักหัวใจผู้คนออกมา
เช่นนี้ มันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ค่ายกลภูตผี
สูญสิ้น ก็เป็นได้?”
อู่ อวี้ นำยันต์ของ เฉิน ชิงหยู๋ ที่ทิ้งไว้ให้เขาออกมา
จิ่วอิง มองมาที่เขาจากนั้นก็ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า”
นี่คือ ‘ค่ายกลภูตผีสูญสิ้นขนาดเล็ก’ ทุก ๆ อย่างจะ
อยู่ภายใต้การควบคุมของมัน เราไม่สามารถ
ออกไปได้ ทั้งยังเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ยันฝั่าออกไป
ถ้าเจ้าพยายามออกไปข้างนอก ก็จะถูกสกัดกั้น
ขวางเอาไว้”
อีกฝั่ายกักขัง อู่ อวี้ และ สาวกคนอื่นๆ ให้ติดอยู่
ภายในค่ายกล กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มันเป็นการ
ผนึกการสื่อสารทุกชนิด เพื่อไม่ให้แจ้งรายงาน
สำหรับเกิดขึ้นที่นี่ให้กับซูซันทราบ
อย่างไรก็ตามการตกตายไปของ เหอ เต้าจื่อ
แน่นอนว่ามันทำให้ วิหารวิญญาณแห่งซูซันทราบ
เรื่องนี้ ถึงแม้จะส่งคนมาตรวจสอบ แต่เขาก็เกรง
ว่ามันอาจจะล่าช้าเกินไป ซึ่งเหตุที่อีกฝั่าย
หาญกล้าทำเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันมั่นใจว่า
สามารถทำตามความปรารถนาของตนเองได้
ก่อนที่สาวกซูซันคนอื่นๆ จะมาถึง
จิ่วอิงกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า”เช่นนั้น สิ่งที่มันจะ
กระทำต่อไปก็คือ การสังหารสาวกซูซันของเจ้า
ทั้งหมด”
หลังจาก จิ่วอิง กล่าวเสร็จสิ้น เสียงเยาะเย้ยของ
มันก็ดังขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า”ปีศาจน้อย ตัวเจ้าก็
ด้วย เจ้าทำให้ข้า ‘เฮยซาน กุ่ยอี้’ ประหลาดใจไม่
น้อย เจ้าจะเป็นปีศาจซึ่งกลายเป็นแกนกลาง
ซากศพของข้า แน่นอนว่าผลของมันย่อมไม่ด้อย
ไปกว่าสาวกซูซัน ข้าตั้งใจใช้ปีศาจเพื่อหลอกล่อ
พวกมัน ไม่คาดคิดว่าจะมีปีศาจจริง ๆ เข้ามาติด
กับด้วย เจ้าช่วยให้ข้าจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วขึ้น
มาก มา! ข้าจะมอบความตายที่แสนวิเศษให้กับ
เจ้าเอง”
เฮยซาน กุ่ยอี้!
นามที่ผู้ฝึกตนนอกรีตเปล่งออกมานั้น ดูเหมือนจะ
เป็นชื่อของมัน ซึ่งบัดนี้ความจริงได้ถูกเปิดเผยออก
มาแล้ว!
อู่ อวี้ ครุ่นคิดว่าเขาจะออกไปจากค่ายกลเวทนี้ได้
อย่างไร ดังนั้นเขาจึงคิดถ่วงเวลา ด้วยการร้อง
ตะโกนออกไปว่า”เจ้าผู้ฝึกตนนอกรีตตัวบัดซบ!
เจ้าคิดจะทำอะไรกัน!? เจ้าบังอาจสังหารสาวกซู
ซันที่นี่ ผู้คนจากวิหารวิญญาณของเรา จะไม่ยอม
ปล่อยเจ้าไปได้อย่างแน่นอน!”
ฝั่ายตรงข้ามหัวร่อขึ้นอย่างดุร้าย พร้อมกับกล่าว
ว่า” เป็นผู้เยาว์ที่ไม่เลว ก่อนจะตายยังกล้าข่มขู่ข้า
อีก ข้า เฮยซาน กุ่ยอี้ สังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน
ควักหัวใจของพวกมันมามากมาย ทุกครั้งที่ข้าถือ
มันไว้ ข้าจะรู้สึกราวกับว่าพวกมันกำลังดิ้นรนอยู่
ในมือของข้า ทั้งยังเต้นตุบๆ อา มันช่างยอดเยี่ยม
อย่างแท้จริง เจ้าคิดว่า หัวใจของตนเองกำลังคิด
เช่นไรอยู่? ทุกความคิดของเรา ล้วนมาจากความ
แปลกประหลาดภายในร่างกายหรือไม่? เช่นการรัก
ใครสักคน ภายในหัวใจนั้นจะมีความรักอยู่หรือไม่?
เฉกเช่นดั่งสมบัติอันล้ำค่า หากได้ลองลิ้มรสชาติ
ของมันแล้ว เจ้าจะรู้ว่ามันอร่อยกว่าที่เจ้าคิด”
จากนั้น มันก็หัวเราะเสียงดังสนั่นออกมาอย่างชั่ว
ร้าย ฉับพลันหมอกโลหิตกล่าง ‘ค่ายกลวิญญาณ
ดับสูญขนาดเล็ก’ เริ่มพุ่งพล่านปันปั่วน ทั่วทั้งค่าย
กลสั่นไหวอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเอง จิ่วอิง ก็หันมาเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า”ศิษย์พี่
ศิษย์น้องของเจ้า ควรจะถูกทำให้แยกออกจากกัน
ซึ่งพวกเขาคงไม่สามารถออกไปด้านนอกได้ ทำได้
เพียงต้องสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตลงให้ได้เท่านั้น ซึ่ง
นี่ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง…”
ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่ามีอันตรายอย่างยิ่ง แต่ อู่ อวี้
ก็พยายามครุ่นคิดกับตัวเองอย่างหนัก ทั้งยังรู้ดีแก่
ใจว่าตนเองไม่สามารถรักษาชีวิตพวกเขาเหล่านั้น
ได้ อีกทั้งชีวิตของเขาในตอนนี้ยังถูกแขวนไว้อยู่
บนเส้นด้าย มีเพียงการร่วมมือกับ จิ่วอิง เท่านั้นที่
เขานึกออก
ครืน∼ฟูม!
ทะเลโลหิตพลันม้วนกลิ้ง
ทันใดนั้น เฮยซาน กุ่ยอี้ ก็ลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นมันก็หัวเราะแล้วกล่าวขึ้นมา” จิจิจิ ข้าคือ
อัจฉริยะ ความจริงแล้ว ข้ารู้ว่ามีมหาอำนาจอย่าง
ซูซันอยู่ใกล้ ๆ แต่ข้าก็อดไม่ได้ที่จะเดินทางมาจาก
ทะเลตงไห่อันแสนห่างไกล มายังที่แห่งนี้ เพราะ
อะไรน่ะรึ? นั่นเพราะสถานที่แห่งนี้ ถือเป็น
ตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขุมกำลังทั้ง 10 นี้ ถูก
สร้างขึ้นบนค่ายกลฟั้าดินทั้ง 10 แห่ง และค่ายกล
ฟั้าดินทั้ง 10 นี้ ถือเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับ
การจัดตั้ง ‘ค่ายกลวิญญาณดับสูญ’ อย่างยิ่ง แล้ว
ข้าจะยอมปล่อยสถานที่ที่เหมาะสมมากสุด ในทวีป
แห่งทวยเทพนี้มีไปงั้นหรอ? ไม่มีทาง หลังจาก
ตรวจสอบแผนที่ดูแล้ว ตัวข้าใช้ชายชราจึงทำได้
เพียงดินออกมาจากทะเลตงไห่เพื่อมายังที่แห่งนี้
ตราบเท่าที่ฆ่าสังหารผู้คนจากอาณาเขตทั้ง 10
รวบรวมหัวใจของพวกมันใส่ไว้ภายในในค่ายกล
ฟั้าดิน ข้าก็สามารถจัดตั้ง ค่ายกลวิญญาณดับสูญ
อย่างสมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ เมื่อค่ายกลถูกจัดตั้ง
เสร็จสิ้น ข้าจะอาบไล้พลังอยู่ภายในค่ายกล
วิญญาณดับสูญ เมื่อผ่านไป 10 วัน 10 คืน ข้าก็
จะบรรลุสู่การสร้างแกนนภาระดับที่ 10 ร่ำลือว่า
ด้วยระดับการฝึกตนในปัจจุบันของข้า หลังจาก
อาบไล้โชควาสนาครบ 10 วัน 10 คืน ตัวข้าชาย
ชรา สามารถบรรลุสู่ ขั้นต่ำหนักม่วงทะเลมรกต
ทั้งยังมีอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกร้อยปี!”
เสียงหัวเราะของมัน เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ชวน
ให้ขนทั่วร่างลุกชูชันด้วยความสยดสยอง
สะพรึงกลัว
“ ด้วยหัวใจของเจ้า จะทำให้ ค่ายกลวิญญาณดับ
สูญ ของข้านั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เมื่ออยู่ ค่ายกล
วิญญาณดับสูญ ข้าจะสามารถอาบไล้พลังฟั้าดิน
10 วัน 10 คืน บนค่ายกลวิญญาณดับสูญไปได้อีก
10 ปี”
อู่ อวี้ ล่วงรู้วิธีนี้มาจากผู้ฝึกตนนอกรีต ในบางครั้ง
การกระทำของมันก็จะดูชั่วร้ายอำมหิต เป็นวิธีผิด
แผกผิดปกติอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วิธี
ของพวกมันสามารถทำให้ขอบเขตการฝึกตนพุ่ง
ทะยานขึ้นได้อย่างรวดเร็ว การกระทำทั้งหมดทั้ง
มวลก็เพื่อความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีดแล้ว แม้แต่คนที่มันรักก็ยัง
ทำการสังหารได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ