กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 28 : หยดโลหิตวานร
” อู่ อวี้ นั่นมันซือตู๋ หมิงหลาง ” ชิงเหมิงตกตะลึงเมื่อ
เห็นร่างของชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันปรากฏตัว
ขึ้น นางรู้สึกหวาดกลัวจนร่างสั่นเทา แม้แต่คนรอบ
ข้างเองก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน จึงท าให้นางต้อง
หลบไปยืนอยู่ด้านหลังของอู่ อวี้โดยที่ไม่รู้ตัว
อู่ อวี้จึงล่วงรู้ได้ว่าเขาปรากฎตัวออกมาแล้ว และ
อีกฝ่ายก็ล่วงรู้ดูดีว่าอู่ อวี้ อยู่บริเวณใกล้เคียงเช่นกัน
บนเทือกเขาคราม ซือตู๋ หมิงหลาง ถือว่าเป็นผู้ที่โด่ง
ดังที่สุดในขณะนี้ เพราะในปีที่ผ่านมามันประสบ
ความส าเร็จ โดยการเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ
และ ได้กลายไปเป็นเป็นศิษย์ของหลานฮั้วหยุน ท า
ให้แม้แต่ศิษย์หลักที่แข็งแกร่งมากกว่าซือตู๋ หมิง
หลาง ยังรู้สึกริษยาและบางคนยังชื่นชมยินดีกับ
ความส าเร็จของมัน
การปรากฏตัวของมัน ท าให้ภายในหุบเขาอัญมณี
เกิดความรู้สึกบางอย่างที่น่าอึดอัด ผู้คนมากมายที่
รายล้อมตัวมันต่างรู้สึกริษยา และในขณะเดียวกันก็
รู้สึกเคารพนับถือในตัวของมัน ผู้คนวัยหนุ่มสาวต่างก็
ต้องการที่จะพากันเข้าไปประจบประแจง
” บางทีสักวันหนึ่ง ซือตู๋ หมิงหลาง จะต้อง
ประสบความส าเร็จ เข้าสู่ขั้นสร้างแกนลมปราณ เมื่อ
ถึงเวลานั้นต าแหน่งของผู้พิทักษ์สูงสุด หรือ
แม้กระทั่งผู้น านิกายก็ไม่เกินเอื้อมที่มันจะ
ครอบครอง”
” ด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของเขา เรื่องเหล่านี้
คงไม่ไกลเกินเอื้อม ”
ในสายตาของฝูงชนวัยสาว ซึ่งคอยเฝ้าดูซือตู๋ หมิง
หลางอยู่นั้น พวกเขาต่างรู้สึกว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้ไร้ที่ติหา
ใดเปรียบ ช่างเต็มไปด้วยความสง่างาม และ สุขุม
อย่างยิ่ง ซือตู๋ หมิงหลาง ละสายตาจากฝูงชน
จากนั้นมันก็หันไปกล่าวบางอย่างกับศิษย์ที่ยืนอยู่
ข้างๆ และ แทบจะทันทีศิษย์ผู้นั้นก็รีบหยิบผลหัว
วานรออกมา จากนั้นก็ส่งมันให้กับซือตู๋ หมิงหลาง
แม้สายตาของอู่ อวี้ จะเหลือบเห็นเพียงแค่ลางๆ แต่
เขาก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามันคือผลหัววานร ผลหัว
วานรลูกนี้มีรอยกัดของสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่งทิ้งเอาไว้
เมื่อเห็นรอยกัดนั้น มันท าให้กายาเพชรอมตะในกาย
ของเขาได้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาทันที
หลังจากซือตู๋ หมิงหลางได้รับผลหัววานรมา มุม
ปากบุรุษหนุ่มก็ตวัดขึ้นทันที ดวงตาสีฟ้าของมัน
กวาดสายตามองฝูงชนพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้
ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้ เจ้าปรารถนาจะ
ได้ผลหัววานรใช่หรือไม่ ? หากเจ้าปรารถนามันแล้ว
ล่ะก็ จงมาปรากฏตัวให้เห็นตรงหน้าข้า ”
เหล่าฝูงชนก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มหายใจติดขัด เพราะ
ลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ที่จะเกิด พวกมันหันรีหันขวาง
กวาดตามองหาร่างของอู่ อวี้ ในความคิดของพวกมัน
ในไม่ช้าสถานที่แห่งนี้จะเกิดสงครามขึ้น เพราะท่าที
ของซือตู๋ หมิงหลางแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน พวก
มันจึงเร่งหาท าเลเหมาะๆ เพื่อรอรับชมเรื่องสนุกที่
ก าลังจะเกิดขึ้นให้ชัดเจนที่สุด
” อู่ อวี้เจ้าออกไปไม่ได้นะ เจตนาของมันคือสร้าง
ความอับอายให้กับเจ้า ” ชิงเหมิงรีบคว้าอู่ อวี้เพื่อรั้ง
ตัวเขาไว้ แต่ทว่าอู่ อวี้ได้ก้าวขาออกไปเร็วกว่า ที่นาง
จะคว้ารั้งตัวของเขาเอาไว้ได้ทัน เมื่อเห็นดังนั้นชิง
เหมิงกัดริมฝีปาก ปลุกความกล้าหาญในตัวของนาง
ขึ้นมา แล้วรีบก้าวตามอู่ อวี้ไปในทันที ในสายตา
มุมมองของฝูงชน พวกเขาทั้งสองค่อยๆก้าวเข้าไป
หาซือตู๋ หมิงหลาง ทีละก้าวๆ จากนั้นก็หยุดลงใน
ระยะ 5 จ้าง
” 1 ปีแล้วสินะ ในที่สุดข้าก็ได้เห็นหน้าเจ้าสักที ”
ดวงตาของซือตู๋ หมิงหลางส่องประกายแสงเจิดจ้า อู่
อวี้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากสายตาของ
ซือตู๋ หมิงหลางครานี้ กลับไร้ซึ่งความเกลียดชัง ไม่
เหมือนกับ 1 ปีที่ผ่านมา สายตาของมันยามนี้แผ่รังสี
สังหารออกมาแค่จางๆ เท่านั้น ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า
ซือตู๋ หมิงหลางได้เติบโตขึ้น มันเรียนรู้วิธีที่จะเก็บ
ซ่อนความรู้สึกของมัน
แม้ผู้คนมักจะชอบเปรียบเทียบอู่ อวี้ กับ ซือตู๋ หมิง
หลาง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในสายตาของบุรุษ
หนุ่มผู้นี้อู่ อวี้เป็นเพียงแค่สุนัขตัวหนึ่งของมันเท่านั้น
” มีคนบอกว่าเจ้าปรารถนาผลหัววานรใช่หรือไม่
? ” ซือตู๋ หมิงหลางยกมือที่ดูราวกับทวยเทพสรรค์
สร้างของมันขึ้น เพื่อให้อู่ อวี้ได้เห็นสิ่งที่เขาปรารถนา
ริมฝีปากของมันแสดงรอยยิ้มจางๆออกมา ท่าทาง
การและแสดงออกของซือตู๋ หมิงหลางในตอนนี้ ไม่
เหมือนกับเด็กหนุ่มผู้วัยเพียง 14 ปี แม้แต่น้อย
” ถูกแล้ว ”
” ถ้าเช่นนั้น ข้าจะส่งมันให้กับเจ้า ” อู่ อวี้ ไม่
คาดคิดว่าซือตู๋ หมิงหลางจะกล่าวเช่นนี้ออกมา เขา
ไม่ล่วงรู้เจตนาที่แท้จริงของซือตู๋ หมิงหลาง แล้ว
ทันใดนั้นเองซือตู๋ หมิงหลางบีบเฟ้นผลหัววานรจน
แหลกเละคามือ จนไม่หลงเหลือรูปร่างเค้าเดิมของ
ผลหัววานรให้เห็นอีกต่อไป จากนั้นมันก็ขว้างลงเศษ
ซากของผลหัววานรลงไปบนพื้นและใช้เท้าขยี้ซ้ าอีก
ที ท าให้ผลหัววานรในตอนนี้คลุกเคล้าเข้ากับโคลน
ตม และดูมีสภาพเหมือนกองอาจมของสัตว์
” งั้นเจ้าก็เดินมาน ามันไป ไม่ต้องเกรงใจข้า” ซือตู๋
หมิงหลาง ก้าวถอยออกไปสองก้าว พร้อมกับยิ้มขึ้น
จางๆ มันก าลังรอดูว่าอู่ อวี้จะมีท่าทางตอบสนอง
เช่นไร กับการกระท าของมัน
“ไอ้หยา!!”
พฤติกรรมดังกล่าวของซือตู๋ หมิงหลาง ที่แสดง
ออกมานั้น ถึงกับท าให้ฝูงชนรอบด้านต้องอุทาน
ออกมาเลยทีเดียว เพราะพฤติกรรมของซือตู๋ หมิง
หลางมันช่างเลวทรามต่ าช้าเป็นอย่างมาก ซึ่งมันไม่
เพียงท าลายสิ่งที่อู่ อวี้ปรารถนา แต่มันยังกลั่นแกล้ง
อู่ อวี้เพื่อท าให้ได้รับความอับอาย ถือเป็นการสบ
ประมาทเหยียดหยามอย่างแท้จริง ในเวลานี้หากอู่
อวี้ไม่กล่าวสิ่งใด หรือ ท าสิ่งใดบางอย่างออกมา เขา
จะกลายเป็นผู้ถูกสยบลงอย่างราบคาบ
ไร้ประโยชน์ที่จะต่อสู้กันในเวลานี้
เพราะยังไงแล้วช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของทั้งคู่ถือว่า
เป็นช่วงเวลาที่ส าคัญที่สุด
และในขณะนี้ เหล่าฝูงชนต่างอยากรู้กันว่าอู่ อวี้จะ
ท าเช่นไรในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วอู่ อวี้
คงไม่อาจชนะซือตู๋ หมิงหลางได้ ฉะนั้นเขาจึงถูก
เหยียดหยามสบประมาทเยี่ยงนี้
” เรากลับกันเถอะ! ” ชิงเหมิงพยายามดึงมือของอู่
อวี้กลับ ในหัวใจของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยโทสะ แต่
ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะมาต่อสู้กัน เพราะยังไงผล
การต่อสู้ในวันนี้ ก็ได้ถูกก าหนดไว้แล้วว่าใครจะพ่าย
แพ้
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอู่ อวี้ ค่อยๆ ดึงนิ้วเรียว
ยาวของนางออกทีละนิ้ว ๆ จากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไป
เผชิญหน้ากับซือตู๋ หมิงหลาง ซึ่งอยู่ห่างกันแค่เพียง
สองก้าวเท่านั้น ในเวลานี้ฝูงชนที่อยู่โดยรอบสัมผัสได้
ถึง พลังลึกลับบางอย่างได้แผ่ออกมาจากร่างของคน
ทั้งสอง ซึ่งพลังที่แผ่ออกมานี้ มันท าให้เหล่าผู้คนรู้สึก
ว่าราวกับ ณ เวลานี้ได้มีหนามแหลมคมก าลังทิ่มแทง
พวกเขาอยู่
“อา!” เสียงตะโกนของของเหล่าฝูงชนดังขึ้น
อู่ อวี้ยังคงมีท่าทีเช่นเดิม แต่ทว่าเขากลับก้มเก็บเศษ
ชิ้นส่วนของผลหัววานร ที่ตกกระจัดกระจายอยู่บน
พื้นดิน เขาเก็บชิ้นส่วนของผลหัววานรใส่เข้าไปในห่อ
ผ้าขาว ซึ่งถูกวางอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างเงียบๆ
ทุกการเคลื่อนไหวอย่างของเขายังคงดูเยือกเย็นไร้ซึ่ง
ความแยแส ต่อสายตาของฝูงชน และ ไม่หวั่นเกรง
แม้ตอนนี้เขาก าลังเผชิญหน้าอยู่กับซือตู๋ หมิงหลาง
ในระยะเผาขน หลังจากเขาเก็บชิ้นส่วนขนหัววานร
จนเสร็จสิ้น อู่ อวี้ยิ้มจาง ๆ แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ขอบใจ
เจ้ามากศิษย์น้อง เจ้าช่างเป็นคนใจกว้างเสียนี่
กระไร เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวแปรส าคัญ ซึ่งจะน าเจ้า
ไปสู่ความพ่ายแพ้ในภายหลัง เมื่อถึงเวลานั้นเจ้า
อย่าได้ร่ าไห้เสียใจไป ที่ตัวเจ้าหยิบยื่นชัยชนะมา
ให้แก่ข้าในวันนี้ ”
หลังจากนั้นอู่ อวี้ ฉีกยิ้มด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง
ฉับพลันความนุ่มนวลสุขุมที่ซือตู๋ หมิงหลางเคยมี
ก่อนหน้า ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที เมื่อทุกอย่าง
เสร็จสิ้นอู่ อวี้ก็ไม่จ าเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ถึงแม้ว่า
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังซือตู๋ หมิงหลาง
หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับอย่างเป็นธรรมชาติ
ค่อยๆ ก้าวเดินกลับไปหาชิงเหมิง เมื่อเดินมาถึงเขาก็
ได้มุ่งหน้าจากไปในทันที โดยไม่หันหลังย้อนกลับมา
มอง
จิตใจของชิงเหมิงสั่นสะท้านเต็มด้วยความหวาดกลัว
สายตาของนางยังคงย้อนหันกลับไปมอง นั่นเพราะ
นางเกรงว่าซือตู๋ หมิงหลางอาจติดตามไล่ล่าพวกนาง
แต่ทุกครั้งที่นางย้อนกลับไปมองซือตู๋ หมิงหลาง ก็
เห็นมันยังคงยืนอยู่ที่เดิม และ ภายในดวงตาคู่สีฟ้า
ของมันมีประกายอัสนีแลบผ่าเป็นระยะๆ หลังจาก
นั้นไม่นานชิงเหมิง ก็ได้ยินฟ้าร้องค ารามดังกึกก้อง
ขึ้นมา ซึ่งมันเป็นเสียงร้องค ารามที่เต็มไปด้วยความ
โกรธเกรี้ยว คั่งแค้นสุดจะบรรยาย เส้นขนบน
ร่างกายของนางลุกชูชันด้วยความสะพรึงกลัว
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว มันท าให้หัวใจของเหล่าผู้คน
ถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวเลยทีเดียว
หลังจากอู่ อวี้เดินจากไป ทันใดนั้นกลิ่นอายแห่ง
ความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง ก็แผ่ออกมาจากร่าง
ของซือตู๋ หมิงหลาง ปฏิกิริยาตอบสนองของมันใน
ยามนี้ ท าให้เหล่าศิษย์ผู้ก าลังเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เป็น
จ านวนมากนั้น ต้องงวยงงไปตาม ๆ กัน
” เห็นได้ชัดว่าซือตู๋ หมิงหลาง ปรารถนาจะฉีก
หน้ามัน แต่มันกลับยินดีที่จะก้มศีรษะรับการดูหมิ่น
อย่างเต็มใจ นี่หมายความว่ากระไร…”
” มันหาญกล้าเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับศัตรู แบบ
ตาต่อตาฟันต่อฟัน ความกล้าเช่นนี้ไม่ใช่ผู้ใดก็มีได้
หากกล่าวถึงความกล้าบ้าบิ่นของมัน ที่สังหารศิษย์
ของยอดเขาหมิงเทียนไปถึง 5 คน เรื่องแค่นี้ยังถือว่า
เล็กน้อยยิ่งนัก”
“ เจ้าอู่ อวี้ผู้นั้นหน้าของมันต้องหนาสักเพียงไหน
กัน ถึงยังกล้าเข้ามาเก็บมันเยี่ยงขอทาน พฤติกรรม
เยี่ยงนี้ของมันหาใช่แตกต่างสุนัข ? ไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี ”
ถึงแม้ว่าท่าทางของอู่ อวี้ยังคงสงบเยือกเย็น แต่ใน
สายตาของเหล่าศิษย์ที่จับจ้องดูภาพนี้อยู่นั้น พวกมัน
ต่างคิดกันว่าเขานั้นก าลังยอมรับต่อความอัปยศ ที่
ซือตู๋ หมิงหลางมอบให้
ท่าทีของซือตู๋ หมิงหลางในเวลานี้ มันก าลังมองดูอู่
อวี้ละทิ้งศักดิ์ศรีของตนเอง แม้ในเวลาอู่ อวี้ก าลังโดน
สายตาจากฝูงชนเหยียดหยาม แต่ส าหรับซือตู๋ หมิง
หลางแล้ว มันกลับไม่รู้สึกยินดีสมกับเป็นผู้ได้รับชัย
ชนะแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามจิตใจของมันเต็ม
ไปด้วยความรู้สึกด้านลบเข้ามาปกคลุม ท าให้หัวใจ
เต็มไปด้วยปั่นป่วน มันรู้สึกว่าผู้สูงส่งเยี่ยงมัน ไม่ควร
ลดตัวไปเกลือกกลั้วกับทาสอันต่ าต้อยอย่างอู่ อวี้
เมื่อใดก็ตามที่ลมหายใจของอู่ อวี้สูญสิ้น เมื่อนั้นซือตู๋
หมิงหลางถึงจะสามารถมุ่งหน้าไปเส้นทางแห่งเซียน
ได้อย่างไม่วอกแวก
เพราะยังไงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับพลัง หรือ แม้แต่
พรสวรรค์ ยังไงพวกเขาทั้งคู่ก็แตกต่างกันราวสวรรค์
กับปฐพีกันอยู่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือความห่างชั้นที่ไม่
อาจจะไล่ตามทันได้
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดทุกครั้งที่ซือตู๋ หมิงหลาง ได้พบ
เห็น หรือเผชิญหน้ากับอู่ อวี้ ภายในจิตใจของมันเต็ม
ไปด้วยเพลิงโทสะอันบ้าคลั่ง แม้กระทั่งเวลานี้ซือตู๋
หมิงหลางก็พบว่าจิตใจของมันนั้นยังไม่มั่นคงพอ
ความรู้สึกเกลียดชังในตัวอู่ อวี้ยังคงท่วมท้น มันไม่
อาจละวาง ยิ่งเมื่อเห็นอู่ อวี้ ที่เป็นเพียงแค่มดปลวก
จากไป ลึกๆมันยังแอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ที่ยอม
ปล่อยให้อู่ อวี้เดินจากไปอย่างลอยนวล โดยที่มันยัง
ไม่ได้สังหาร อู่ อวี้
ในตอนนี้โอกาสที่จะจัดการกับมันจึงเหลือเพียงแค่ที่
เซียนไท่ เท่านั้นแล้ว
” ตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ ก าหนดลมหายใจ อาจารย์
เคยกล่าวเอาไว้ว่า ศัตรูที่แท้จริงในอนาคตของข้า คือ
วีรบุรุษผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ซึ่งอยู่ในดินแดน
แห่งเทพตงเสิ้ง การที่ข้าลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับ
ทาสชั้นต้อยต่ าอย่างมัน ถือเป็นการเหนี่ยวรั้งการติบ
โตในเส้นทางแห่งเซียนของข้า ให้ช้าลง!”
ในยามนี้ซือตู๋ หมิงหลางตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ พยายาม
สะกดข่มจิตใจของตนเองให้สงบลง
เมื่อจิตใจของเขาสงบลง อู่ อวี้ก็จากไปแล้ว หุบ
เขาอัญมณีก็เริ่มฟื้นคืนความคึกคักกลับมาอีกครั้ง
ผู้คนต่างกรูเข้ามาห้อมล้อมรอบตัวมัน บางคนเริ่ม
พรั่งพรูค าป้อยอต่างๆนานา บางคนมาด้วยเจตนา
แอบแฝง มันต้องการที่จะสร้างสายสัมพันธ์อันดี
กับซือตู๋ หมิงหลาง เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวมันใน
ภายภาคหน้า กระทั่งบางคนยังได้หยิบยื่นทรัพย์
สมบัติส่วนตัวให้ซือตู๋ หมิงหลาง เพียงต้องการดึง
ความสนใจ
ในยามนี้อู่ อวี้ ได้กลับมาถึงที่พักของเขาแล้ว
” สิ่งที่กระท า มันไร้ซึ่งศักดิ์ศรีมากเพียงใด เจ้ารู้
หรือไม่ ข้า…” ใบหน้าของชิงเหมิงแดงก่ าด้วยโทสะ
ส าหรับนางแล้วนางขอยอมตายดีกว่าละทิ้งศักดิ์ศรี
เยี่ยงนี้ นางจึงไม่เข้าใจเหตุผลในการกระท าของอู่ อวี้
ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงต้องก้มลงไปเก็บเศษผลหัว
วานรนั้นขึ้นมา
“ชิงเหมิง ในโลกไม่มีผู้ใดเกิดมาพรั่งพร้อมสมบูรณ์
ตัวข้านั้นเป็นลูกผู้ชายอกสามศอก หากข้าไม่อาจ
แบกรับความอัปยศอดสูแต่นี้ได้ เช่นนั้นแล้วข้าจะ
สามารถก้าวเดินบนเส้นทางแห่งเซียนที่ทอดยาวได้
นานเท่าไร หากข้ายังคงหยิ่งทะนงเกรงว่าข้าคงเดิน
ในเส้นทางเซียนได้ไม่ไกลนัก ” อู่ อวี้ อธิบายเรื่องราว
ในวันนี้เพียงสั้นๆ ซึ่งส าหรับเขาแล้วหาได้สนใจไม่
อีกทั้งในวันนี้อู่ อวี้ยังยังได้ล่วงรู้จุดอ่อนบางอย่างของ
ซือตู๋ หมิงหลาง ว่ามันไม่ต่างอะไรจากเด็กที่ไร้
เดียงสา แค่โดนยั่วยุแค่เพียงเล็กน้อย มันก็ไม่อาจ
สะกดข่มอารมณ์ของตนเองไว้ได้ และ ยังคงถูกเพลิง
โทสะครอบง าจิตใจได้อย่างง่ายดาย เท่ากับว่าวันนั้น
ไม่แตกต่างจากผู้เยาว์ทั่วๆไป
“การประลองที่เซียนไท่ ข้าไม่อยากให้เจ้าพ่าย
แพ้!” ชิงเหมิงแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย
พร้อมกับตะโกนความคิดภายในจิตใจของนาง
ออกมาด้วยการแผดตะโกน ในยามนี้สาวน้อยผู้นี้ได้
ยอมรับอู่ อวี้อย่างแท้จริงแล้ว ท่าทางตื่นเต้น
เล็กน้อยของนาง ท าให้ปรากฏเป็นความน่ารักซึ่งยาก
จะอธิบายได้
“อืม”
อู่ อวี้ไม่ได้กล่าวอะไรมากมาย ว่าท าไมตัวเขาจ าต้อง
ล่าถอยออกมา จากนั้นเขาก็ส่งชิงเหมิงจากไป
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็ปรากฏเป็นสายลม
กระโชกอย่างรุนแรงวูบขึ้น อู่ อวี้แทบจะอดทนรอ
กลับไปยังสถานที่ฝึกซ้อมไม่ไหว หลังจากตรวจสอบ
ทุกอย่างรอบคอบ เขาก็รีบปิดห้องซ้อมฝึกตนอย่าง
สมบูรณ์ อู่ อวี้หยิบห่อผ้าสีขาวออกมาค่อย ๆ วางมัน
ลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง เมื่อสะบัดมือเพียงหนึ่ง
ครั้งห่อผ้าก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเศษชิ้นส่วนของ
ผลหัววานรที่ผสมปนเปอยู่กับเศษดิน ประจักษ์แก่
สายตาของเขา
“ตัวข้าผู้ต้องการบรรลุสู่ ‘เซียนวานรจ าแลง’ ได้
ขาดทั้งค าแนะน า และ โอกาส แต่เดิมข้าคิดว่าการไป
ยังเทือกเขาครามนั้นไร้ซึ่งความหวังใดๆ ไม่คาดคิด
กลับกลายเป็นว่าซือตู๋ หมิงหลาง ได้ส่งโอกาสในการ
ทะลวงขั้น ให้แก่มือของข้าถึงสองครั้งสองครา”
ยามที่เดินออกมาจากหุบเขาอัญมณีนั้น อู่ อวี้ไม่ได้
รู้สึกอับอายแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับรู้สึกตื่นเต้น
และคาดหวัง ซือตู๋ หมิงหลางในสายตาของเขา
หลังจากเหตุการณ์ครานี้ ยังคงเป็นผู้เยาว์ที่ไม่สนใจ
ความผิดชอบชั่วดี และ กฎระเบียบโดยสิ้นเชิง
อู่ อวี้เลือกหยิบเศษชิ้นส่วนของผลหัววานรขึ้นมา
วางไว้บนฝ่ามือ จากนั้นผิวของฝ่ามือก็เริ่มเป็นแสงสี
ทองออกมาจาง ๆ ไม่นักนักรูขุมขนบนมือของอู่ อวี้ก็
เริ่มขยายออก ภายใต้การควบคุมของอู่ อวี้มือข้าง
นั้นสีค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง ทันใดนั้นเองเพลิงสีทอง
อ่อนก็ลุกพรึ่บขึ้นบนมือข้างนั้น ซึ่งเพลิงนี้ก็เริ่มเผา
ไหม้เศษชิ้นส่วนของผลหัววานรที่อยู่บนมือของเขา
“ชี่ ชี่”
ท่ามกลางแสงวูบวาบของเพลิงสีทอง เศษชิ้นเนื้อ
ของผลหัววานรเริ่มถูกเผาไหม้จนบริสุทธิ์อย่าง
รวดเร็ว ก่อให้เกิดเป็นไอเมฆหมอกหนาแน่นล่อย
ลอยปกคลุมไปทั่วทั้งห้องฝึกฝนนี้ พร้อมกับกลิ่น
หอมหวนที่ระเบิดพวยพุ่งออกมาจากมือข้างนั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้ดึงดูดเมฆหมอกและกลิ่น
หอมหวนทั้งหมดเข้าไปในฝ่ามืออีกครั้ง เมื่อเขาเปิด
มือออกก็ปรากฏเป็นหยดโลหิตเล็กๆ หยดหนึ่ง หาก
ไม่ตรวจสอบให้ดี การที่จะมองหาหยดโลหิตนี้ก็แทบ
จะเป็นไปไม่ได้
หยดโลหิตนี้เคลื่อนไหวอย่างลี้ลับบนฝ่ามืออู่ อวี้ ราว
กับว่ามันมีชีวิต บางครามันก็เปลี่ยนเป็นรูปร่างของ
วานรที่แสนดุร้ายตนหนึ่ง
“เจ้านี้น่าจะเป็นลิงที่กลายเป็นวานรปีศาจ และ
ควรจะมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ข้าไม่รู้ว่า
ท าไมมันถึงได้ทิ้งรอยฟันไว้บนผลหัววานรลูกนี้
นอกจากนี้ยังมีหยดโลหิตติดอยู่ด้วย ช่างบังเอิญเสีย
จริง ที่ข้าได้พบมัน!”
อู่ อวี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง โอกาสในสถานการณ์
เช่นนี้ถือว่าเกิดขึ้นได้น้อยมาก อีกทั้งเขายังได้รับมัน
มาด้วยตัวเอง ถือได้ว่านี่คือโชควาสนายิ่งใหญ่ที่ตก
มาถึงเขา!
“แน่นอนว่าถ้าข้าใช้หยดเลือดนี้ฝึกตน มันจะช่วย
ให้ข้าบรรลุสู่เซียนวานรจ าแลง!”
“เมื่อถึงเวลานั้นข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่า ถ้าซือตู๋
หมิงหลางรู้ว่า มันเป็นผู้ช่วยให้ข้าทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้น
เซียนวานรจ าแลง สีหน้าของมันจะแสดงออกเช่น
ไร?”
มันคือความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียว ท่ามกลางแรง
กดดันมหาศาลอย่างยาวนานของอู่ อวี้ จนแม้กระทั่ง
ยอมที่จะก้าวเข้าสู่หุบเหวแห่งความตาย
เหล่าศิษย์ทั้งหมดในเทือกเขาคราม แสดงสีหน้าออก
ให้เห็นว่า พวกมันแทบจะรอรับชมการต่อสู้ที่เซียนไท่
แทบจะไม่ไหว
มีข่าวลือหนาหูว่า อู่ อวี้และซือตู๋ หมิงหลางถูกจับคู่
วางการประลองเอาไว้ในคู่สุดท้าย
………………………………………………………………………
(´▽`).。o♡ เพลิน