กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 270 การตอสูทําลายลาง
เมื่อแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของ จิ่วอิง สำแดง
ออกมา สามารถกดดันได้แม้กระทั่งค่ายกล
วิญญาณดับสูญขนาดเล็กได้
เดิมทีหมอกโลหิตที่อยู่ทุกหนแห่งในค่ายกล
วิญญาณดับสูญขนาดเล็ก แทบจะบดบังการรับรู้
ทั้งหมดของ อู่ อวี้ แต่เมื่อห้วงวังวนวิบัติได้ปรากฏ
ออกมา พลังชั่วร้ายทั้งหมดทั้งปวงแทบจะทั้งหมด
ได้ถูกพัดออกไป พริบตานั้นเบื้องหน้าของ อู่ อวี้
ได้ถูกห้วงวังวนวิบัติโอบล้อมเอาไว้ การกัดกร่อน
、พลังหยินทมิฬ 、อำนาจมืด、พลังทำลาย
ล้าง ความเหี้ยมโหดอำมหิต、ความดุร้าย、พิษ
สงอันร้ายกาจ แพร่กระจายออกมาจากห้วงวังวน
ตลอดเวลา ราวกับว่ามันกำลังดูดกลืนพลังฟั้าดิน
เข้าไปแล้วถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังแห่ง
ความมืด
จิ่งอิง สมกับที่มีสายเลือดชั้นสูงของปีศาจอันน่า
กลัวไหลเวียนอยู่ในร่าง
อย่างไรก็ตามในตอนนี้มันกลับกำลังทำสิ่งดีอยู่ ถ้า
หากสามารถช่วยเหลือผู้ฝึกตนนับพันหมื่นได้ ก็
นับว่ามันจะได้บุญกับการกระทำครั้งนี้อย่าง
มหาศาล
ห้วงวังวนวิบัติม้วนกวาดทุกสิ่งอย่าง ขยายใหญ่ขึ้น
ลมหายใจขมุกขมัวหลั่งไหลออกมา เฮยซาน กุ่ยอี้
ในชั่วพริบตาก็ถูกห้วงวังวนวิบัติดูดกลืนเข้าไป
เผชิญหน้ากับพลังโจมตีและพลังกัดกร่อนทั้งเก้า
ชนิด จิ่วอิง กำลังพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อทำ
การกลืนกิน เฮยซาน กุ่ยอี้ เข้าไปข้างในห้วงวังวน
วิบัตินี้
หากสำเร็จอาจจะสร้างบาดแผลให้กับ เฮยซาน กุ่ย
อี้ ได้!
ไม่คาดว่า มันจะสามารถสร้างความยุ่งยากให้กับ
เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้เพียงนี้ แขนอันใหญ่โตทั้งหกข้าง
ของมันพริบตาก็ปรากฏธงอันอัปลักษณ์และ
สยดสยองหกผืน พร้อมกู่ก้องคำรามออกมา
จากนั้นธงทั้งหกผืนพลันสะบัดออก แกนกำเนิดอัน
กว้างใหญ่ของมันได้ระเบิดพลังพวยพุ่งออกมา ใน
เวลานั้นตัวธงก่อให้เกิดเป็นเปลวเพลิงสีดำทมิฬขึ้น
ไม่เพียงแต่ล้อมรอบตัวของ เฮยซาน กุ่ยอี้ เท่านั้น
แต่มันยังล้นทะลักออกมาถึงห้วงวังวนวิบัติอีกด้วย!
“เมื่อข้ามีวิญญาณทมิฬกลืนกินเพลิงอยู่ ชั่วชีวิตนี้
ยังไงเจ้าก็ไม่สามารถจะเอาชนะข้าได้ เจ้าปีศาจ
น้อย ข้าได้คาดเดาล้วงหน้าเอาไว้แล้วว่าเจ้า
จะต้องใช้พลังของแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของ
ตนเอง!”
ในระหว่างการคานพลังกันกับ จิ่วอิง เพลิงสีดำ
ทมิฬที่อยู่บนธงทั้งหกผืนก็ได้พัดโหมกระหน่ำซัด
กวาดไป หลั่งไหลเข้าไปอยู่ในร่างกายของ เฮยซาน
กุ่ยอี้ อย่างบ้าคลั่ง ทำให้ร่างกายของมันถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงหนาแน่น ในเวลานี้มันเหมือนกับ
กลายเป็นปีศาจผู้มาจากขุมนรกที่กำลังต่อสู้ดิ้นรน
อย่างเสียสติก็มิปาน ภายใต้การกลืนกินของห้วงวัง
วนวิบัติ ไม่เพียงแต่มันไม่ถูกกลืนเข้าไป แต่ร่างกาย
ของมันกลับขยายใหญ่ขึ้นแทน พร้อมค่อยๆคลาน
ออกมาจากการกลืนกินของห้วงวังวนวิบัติ!
มันกลับสามารถรอดออกมาได้! นี่เป็นการโจมตี
อย่างสุดกำลังของ จิ่วอิง อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่ง
บัดนี้การโจมตีของ จิ่วอิง กลับล้มเหลว
เฮยซาน กุ่ยอี้ หัวเราะออกมา ในตอนที่มันกำลัง
หัวเราะอยู่นั้น ใบหน้าของ จิ่วอิง ได้เปลี่ยน
กลายเป็นซีดขาว แขนทั้งสองข้างสั่นเทา เห็นได้
ชัดว่ามันยังไม่สามารถจะควบคุมแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์
“อย่าได้เสียงแรงเปล่าเลย เจ้าเด็กน้อยทั้งสอง
เพราว่าข้าได้วางแผนการนี้มาเป็นเวลานานนับสิบ
ปี อาศัยเพียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมทั้งสองคนเช่น
พวกเจ้า จะมาทำให้แผนการข้าล้มเหลวได้รึ?”
เฮยซาน กุ่ยอี้ กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องหลังของ จิ่
วอิง สามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
ตอนนี้ภายใต้อำนาจของร่างจำแรงเซียนวานร
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เขาได้เตรียมพร้อมจนอยู่ใน
ระดับสูงที่สุดแล้ว ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยพลัง
อำนาจ แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์! แกน
กำเนิดภายในร่างโหมซัดกระหน่ำ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งด้านพละกำลังของกายเนื้อ มันได้ไต่ไปจนถึง
จุดสูงสุด!
โดยเฉพาะเมื่อเขาได้ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
กับเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ทำให้มังกรทองที่ขดพัน
อยู่บนตัวเสาได้เปล่งประกายสง่างามออกมา วง
เวทย์ต่างๆกำลังโคจรไปมาอย่างบ้าคลั่งเข้าไปสู่
แกนกำเนิดของเขา!
“วิ้งงง!”
อู่ อวี้ อาศัยโอกาสในตอนที่ เฮยซาน กุ่ยอี้ กำลัง
หัวเราะราวกับได้กุมชัยชนะเอาไว้ พุ่งผ่านระหว่าง
หัวทั้งเก้าของจิ่วอิง เพียงพริบตาก็ขึ้นไปอยู่เหนือ
หัวของ เฮยซาน กุ่ยอี้!
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างยักษ์และสัตว์ยักษ์ แม้ว่า
เขาจะมีร่างจำแลงเซียนวานร ก็ยังมีขนาดเพียงแค่
แขนข้างหนึ่งของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ที่ไม่แม้แต่จะ
ดึงดูดความสนใจของมันได้
“เก้าจัตุรัสทำลายล้าง!”
ในช่วงเวลานั้น วงเวทย์เกือบจะทั้งหมดที่บนตัว
ของเสาเก้าจัตุรัสสยบมารได้ส่องแสงออกมา พลัน
เรียงตัวผสานหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อกำเนิด
กลายเป็นวงเวทย์ขนาดยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ตะกรานตา!
ทำลายล้าง ความหมายของมันช่างตรงตัว คือการ
ทำลายทุกสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าถ่าน
อู่ อวี้ กุมปลายด้านหนึ่งของเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
จากนั้นภายในชั่วเวลาสั้นๆมันก็ขยายขนาดใหญ่
ขึ้น จนตัวเสามีราวกับมีน้ำหนักหลายสิบล้านจิน
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ตะโกนคำรามขึ้นกลางอากาศ
ฟาดลงไปพร้อมฉีกกระฉากทุกสิ่งอย่างจนทะลวง
การปั้องกันเปลวเพลิงสีดำของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ไป
อย่างง่ายดาย เพียงชั่วพริบตาเสาอันหนักหน่วง
พลันกระแทกไปที่ร่างของมัน
ถ้าหากว่าอีกฝั่ายไม่หลบเลี่ยง ก็จะถูกเสาเก้าจัตุรัส
สยบมารทุบลงไปที่หัวอย่างจัง!
ถึงแม้ว่าจะฟาดไปที่หัวไหล่ แต่การฟัดเพียงครั้งแต่
สามารถสั่นสะเทือนฟั้าดินได้นั้น ปรากฏให้เห็นถึง
ความรวดเร็ว แม่นยำ และรุนแรงได้อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตแดนเก้าจัตุรัสทำลายล้าง ที่
ได้ถูกเปิดใช้งานจนถึงขีดสุด เมื่อเสาเก้าจัตุรัสสยบ
มารของ อู่ อวี้ ไปถึงตัวของ เฮยซาน กุ่ยอี้ พลัง
อำนาจของเขตแดนเก้าจัตุรัสทำลายล้าง จึงพลัน
ระเบิดออกมา!
เปรี้ยง!
หัวไหล่ของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ระเบิดออก แขนข้าง
หนึ่งของมันหลุดออกไป ในเวลาเดียวกัน ร่างของ
มันก็แยกออก ตรงกลางหัวไหล่ของมันได้แสดงให้
เห็นถึงรอยแผลที่มีเลือดสีแดงฉานขนาดยักษ์!
แน่นอนว่า เฮยซาน กุ่ยอี้ ไม่ได้คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะ
มีเคล็ดวิชาที่มีพลังอำนาจการโจมตีเช่นนี้ ดังนั้นใน
เวลานี้มันจึงรู้สึกเจ็บปวดทรมานจนถึงขีดสุดจาก
การที่ถูก อู่ อวี้ ฟาดเข้าไปตรงๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากที่สำแดงเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง กายเนื้อของ อู่ อวี้ ดูเหมือนว่าจะเกิด
ความรู้สึกเจ็บปวด เกรงว่ามันยากที่จะสามารถฟืน
คืนได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพราะว่าในชั่วพริบตาของ
ความเป็นและความตาย ตัวเขาไม่สามารถที่จะ
กังวลเรื่องอะไรได้อีกแล้ว เมื่อเขตแดนเสาเก้า
จัตุรัสทำลายล้างบวกกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ใน
ใจ อู่ อวี้ จึงเกิดความรู้สึกเชื่อมั่น ว่ากระบองที่
ฟาดออกไป แม้แต่ เหอ เต้าจื้อ ก็ไม่สามารถที่จะ
ต้านทานมันได้
และผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการฟาดครั้งนี้คือ
ถ้า เฮยซาน กุ่ยอี้ ที่พึ่งจะคลานออกมาจากห้วงวัง
วนวิบัติ หากถูก อู่ อวี้ โจมตีออกไปยังใจกลางหัว
เกรงว่าพลังของมันจะน่ากลัวกว่าที่ เฮยซาน กุ่ยอี้
ถูกทุบลงไปที่หัวไหล่เสียอีก และมันจะต้องถูก
ดูดกลืนกลับเข้าไปอยู่ในห้วงวังวนวิบัติแน่นอน!
ฉากเบื้องหน้านี้แม้แต่ จิ่วอิง ก็ไม่คาดคิดว่าจะ
รุนแรงถึงเพียงนี้!
เมื่อห้วงวังวนวิบัติกลืนกิน เฮยซาน กุ่ยอี้ เข้าไปอีก
ครา ในชั่วพริบตาหลังจากที่มันตื่นตระหนกตกใจดี
ใจกับเรื่องที่ไม่คาดคิดนี้ มันจึงรีบร้อนผสานห้วงวัง
วนเข้าด้วยกันในทันที อ่างน้ำวนสีดำทันใดนั้นผัน
แปรเปลี่ยนกลายเป็นลูกบอลทรงกลมขมุกขมัวสี
เทาขนาดยักษ์ กักขัง เฮยซาน กุ่ยอี้ เอาไว้อยู่
ภายใน!
นี่คือขั้นที่สองของเคล็ดวิชาแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของ จิ่วอิง เพียงแค่คู่ต่อสู้ถูกดูดกลืนเข้าไปข้างใน
ห้วงวังวน มันก็จะกลายเป็นลูกบอลขนาดยักษ์!
ท่ามกลางหมอกเลือด ลูกบอลสีเทานี้ได้หมุนวนไป
มาอย่างรุนแรง จนแทบจะสามารถฉีกกระฉากทั้งสี่
ทิศรอบด้าน
“บีบอัด!”
ปีศาจยักษ์ จิ่วอิง นั่งขัดสมาธิลงแล้วลูกบอลสีเทา
เกลือกกลิ้งพลันหมุนวนไปมา เคล็ดวิชาแต่ละ
เคล็ดค่อยๆปะทุขึ้นอยู่ภายในลูกบอลยักษ์สีเทานั้น
หลักจากนั้นลูกบอลยักษ์ก็ลอยสูงขึ้นไป สามารถ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าลูกบอลๆค่อยๆมีขนาด
เล็กลง อีกทั้งยังสามารถที่จะได้ยินเสียงกรีดร้อง
เจ็บปวดทรมานของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้จากภายใน!
อู่ อวี้ เข้าใจแล้วว่าพลังที่แท้จริงจาก แก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ของ จิ่วอิง อยู่ตรงจุดนี้ เพียงแค่
ศัตรูถูกห้วงวังวนวิบัติกลืนกินเข้าไป จากนั้นใช้
ออกอานุภาพของวังวนวิบัติจนถึงขีดสุด จะ
สามารถบีบอัดศัตรูจนกลายเป็นฝุั่นผง ดังเช่นใน
เวลานี้
“เฮยซาน กุ่ยอี้ ตายแล้ว?” อู่ อวี้ ความรุนแรง
เพียงครั้งเดียวของเคล็ดระเบิดพลังคลั่งที่แทบจะ
บรรลุถึงขีดสุด ทำให้กายเนื้อของเขาในตอนนี้
ได้รับความเจ็บปวด ทั่วทั้งร่างกายของเขา
อ่อนเพลียลง ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ใน
เวลาสั้นๆ
ที่ เฮยซาน กุ่ยอี้ ตกตายไปแล้ว ต้องยกความดี
ความชอบให้ จิ่วอิง และ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่าหาก
อาศัย จิ่วอิง เพียงคนเดียว ในเวลานี้ เฮยซาน กุ่ย
อี้ คงจะพุ่งออกมาจากห้วงวังวนวิบัติแล้วไล่สังหาร
พวกเขาทีละคนเสียแล้ว
เดิมที อู่ อวี้ ก็เกลียดชังพวกผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่แล้ว
ประกายตาของเขาเย็นเชียบ ในใจของเขาพลัน
ปรากฎความทระนงขึ้น จ้องมองอย่างเอาเป็นเอา
ตายไปที่ลูกบอลสีเทาลูกนั้น รอจนกระทั่งมันบีบอัด
จนสำเร็จ จนสามารถดับทำลายผู้ฝึกตนนอกรีตได้
อย่างสมบูรณ์
เมื่อถึงเวลานั้นนับได้ว่าเขาได้ล้างแค้นให้กับพวก
เหอ เต้าจื้อ ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามเขาได้ประเมินความแข็งแกร่งของ
เฮยซาน กุ่ยอี้ ต่ำไป เมื่อตอนที่ จิ่วอิง ได้ทุ่ม
ออกมาสุดกำลัง ฉับพลันนั้นลูกบอลสีเทาได้ถูกทุบ
เปิดออก พริบตานั้นมีลำแสงโลหิตสายหนึ่งบิน
ออกมาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ จากนั้นเพียงชั่ว
พริบตามันก็ได้หายลับเข้าไปในค่ายกลวิญญาณดับ
สูญขนาดเล็ก
“มันหนีไปแล้ว!” อู่ อวี้ กัดฟันของเขาด้วยความ
เคียดแค้น เห็นได้ชัดว่าอีกเพียงครึ่งก้าวก็สามารถ
สังหารมันได้แล้ว ในใจจึงเกิดความไม่พอใจเป็น
อย่างยิ่ง
แต่ว่าฝั่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่เช่นนั้น
มันจึงไม่หนีไปเช่นนี้ มันช่วงชิงจังที่ อู่ อวี้ และ จิ่
วอิง ไม่สามารถเผด็จศึกได้หลบหนีออกไป
เพื่อที่จะกลับมาสังหารพวกเขาใหม่อีกครา
จิ่วอิง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า”การที่
พวกเราร่วมมือโจมตีมันครั้งนี้ อีกฝั่ายย่อมบาดเจ็บ
ไม่น้อยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการบ่มเพาะวิถี
นอกรีตนั้นนับเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง พวก
เราดูเหมือนว่าจะต้องติดอยู่ในค่ายกลวิญญาณดับ
สูญขนาดเล็กอยู่ต่อไป หากว่ารอให้มันฟืนตัวเสร็จ
พวกเราจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าหาก
มันยังคงขังเราเอาไว้อยู่ที่นี่ มันสามารถที่จะปล่อย
พวกเราไว้ที่นี่ จากนั้นก็ตรงไปสังหารหมู่ และ
จัดตั้งค่ายกลวิญญาณดับสูญของที่แท้จริงได้”
อู่ อวี้ พยายามทำจิตใจให้สงบ เขารู้ว่าคนจาก
วิหารวิญญาณแห่งนิกายเซียนซูซันรับรู้แล้วว่ามี
สาวกได้ตกตายลงไป แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลา
พอสมควรถึงกำลังเสริมจะมาที่นี่ เห็นได้ชัดว่า เฮย
ซาน กุ่ยอี้ ได้คำนวณมาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็น
เรื่องยากที่จะรอความช่วยเหลือจากนิกาย ใน
ระแวกนี้มีเพียงตัวเขาและ จิ่วอิง เท่านั้น ดังนั้นจึง
ทำได้เพียงพึ่งพากำลังของตนเอง
“ยังมีชีวิตของผู้ฝึกตนอีกนับหมื่น แน่นอนว่าชีวิต
ของพวกเขากับพวกเรานั้นไม่มีความเกี่ยวข้องอัน
ใดกัน….. แต่ว่าสุดท้ายชีวิตก็คือชีวิต ไม่สามารถ
ปล่อยให้มันไปสังหารผู้บริสุทธิ์ได้ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งด้วยกลอุบายที่ปั่าเถื่อนของผู้ฝึกตนนอกรีต ข้า
เป็นผู้ฝึกตน ถ้าหากไม่หยุดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ แล้ว
จะฝึกตนไปเพื่ออะไร!”
อู่ อวี้ มีหัวใจที่กล้าหาญ แม้จะอยู่ในโลกที่เต็มไป
ด้วยความเห็นแก่ตัวของผู้ฝึกตน เขาก็ไม่มีทาง
เปลี่ยนแปลง นี่เป็นความตั้งใจของเขา
“เรื่องนี้ต้องจัดการในทันที เราจะต้องคิดหา
หนทางที่จะออกไปจาก ค่ายกลวิญญาณดับสูญ
ขนาดเล็กนี่” อู่ อวี้ และ จิ่วอิง คิดตรงกัน
“แล้วจะทำอย่างไร?” ปัญหาก็คือ อู๋ อวี้ ในตอนนี้
ไม่เชี่ยวชาญในด้านของศาสตร์ค่ายกล ข้อเสียของ
เขาก็คือเวลา เมื่อเทียบกับ เฮยซาน กุ่ยอี้ แล้ว ไม่รู้
ว่ามันได้ทำการศึกษาค้นคว้าในด้านค่ายกลมานาน
กี่ปีแล้ว อาจจะถึงสองร้ายกว่าปีก็เป็ฯได้ ด้วย
ประสบการณ์ที่ยาวนานเช่นนี้ ถึง อู่ อวี้ สามารถ
ทำร้ายมันได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจใน
ศาสตร์ของค่ายกลของมัน
ศีรษะทั้งเก้าของ จิ่วอิง กล่าวออกมาในเวลา
เดียวกันว่า”พวกเราปีศาจล้วนแต่กลัวเกรงค่ายกล
ของเหล่าผู้ฝึกตน ดังนั้นข้าจึงพอจะมีประสบการณ์
เล็กน้อยกับการรับมือค่ายกล ประสบการณ์ของข้า
ก็คือ ค่ายกลทุกสิ่งทุกอย่างจะมีรากฐานและ
รูปแบบ ของเหล่านี้สามารถสร้างขึ้นได้บนพื้นดิน
ในตอนนี้ เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้หลบหนีจากไป ค่ายกล
วิญญาณดับสูญขนาดเล็กขาดซึ่งคนควบคุม ดังนั้น
พวกเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลมากไป เพียงแค่
ทุบไปบนพื้นดิน ทุบให้มากที่สุด ไม่แน่ว่ามัน
อาจจะสามารถทำลายทำลายค่ายกลได้”
นี่เป็นวิธีที่สิ้นคิดและถือได้ว่าบ้าบิ่นสิ้นดี แต่
สำหรับในด้านศาสตร์ค่ายกลของทั้งสองคนแล้ว
จึงสามารถทำได้เพียงแค่เท่านี้
“ได้ เช่นนั้นเรามาเร่งมือกันเถอะ ถ้าหากว่า เฮย
ซาน กุ่ยอี้ ฟืนฟูสภาพร่างกายได้แล้ว มันจะต้องมา
เอาชีวิตพวกเราแน่นอน”
อู่ อวี้ ร่อนลงไปอยู่บนพื้นดิน พร้อมใช้ เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร แบ่งพลังออกเป็นเก้าสาย และ
เริ่มต้นทำการทุบกระแทกลงไปบนพื้นอย่างบ้าคลั่ง
ในทันที อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ออกไปที่นี่โดยง่าย แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ได้ทำลายค่ายกล
เหล่านี้
ตอนนี้ เฮยซาน กุ่ยอี้ ไม่อยู่ ตัวค่ายกลจึงไม่เกิด
การเปลี่ยนแปลงอันใด บัดนี้สถานที่แห่งนี้ได้ตกอยู่
ในความวุ่นวายโดยสิ้นเชิง เพราะยังไงแล้วในค่าย
กลวิญญาณดับสูญขนาดเล็กก็ถือเป็นค่ายกลที่มี
รัศมีจำกัด จึงน่าจะไม่ได้ใหญ่โตมากมาย
นี่ถือเป็นงานที่หนักหนาสาหัส แต่ว่าผู้เยาว์ทั้งสอง
คน แทบจะไม่มีปริปากบ่นออกมา บัดนี้ จิ่วอิง ได้
ใช้หัว กรงเล็บ ปีกและหางซึ่งเป็นทุกส่วนของ
ร่างกายมาทำการกระแทกบดขยี้
อู่ อวี้ ไม่คิดว่ามันเป็นปีศาจตนหนึ่ง และตอนนี้สิ่ง
ที่เขาเป็นกังวลก็คือ หลังจากที่เขาสามารถออกไป
ได้แล้ว จะไม่มีโอกาสที่จะได้พบกันอีก
ไม่ต้องกล่าวถึงการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับ เฮยซาน
กุ่ยอี้
เพียงครุ่นคิด จิ่วอิง ก็พุ่งตรงไปพร้อมกล่าวว่า”อู่
อวี้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะปกปิดตนเองได้เก่ง พลองที่
เพิ่งจะแสดงออกไป มันสามารถทำให้ข้ารู้สึกสั่น
สะท้านได้เลย ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าคนที่มีความคิด
เช่นเจ้า จะเป็นรุ่นเยาว์ธรรมดาๆได้เช่นไร วันนี้
เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ทำการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ
ผู้อื่น ถือแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเราร่วมมือกัน
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เลวเลยทีเดียว ขนาดว่า
พวกเราสามารถที่จะกำราบเจ้าบัดซบ เฮยซาน กุ่ย
อี้ ได้”
ถ้าหากพวกเขาไม่ร่วมมือกัน เกรงว่าในตอนนี้พวก
เขาคงกลายเป็นศพไปเสียแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ