กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 272 วาสนาเกื้อหนุนทะยานสูฟากฟา
ประตูนรก!
คราแรกเมื่อได้ยินชื่อนี้ มันทำให้จิตใจเต้นระทึกตื่น
ตระหนกอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่านี่คือสิ่งที่ เฮยซาน กุ่ยอี้ เตรียมพร้อม
ไว้ให้สำหรับพวกเขา มันคาดการณ์เอาไว้เรียบร้อย
แล้วว่า พวกเขาจะมาปรากฏตัวที่นี่ ซึ่งค่ายกล
เวทย์นี้ทรงพลังยิ่งกว่า ค่ายกลวิญญาณดับสูญ
ขนาดเล็ก!
หากให้กล่าว พวกเขาทั้งสองล้วนเป็นอัจฉริยะ
หนุ่ม ส่วน เฮยซาน กุ่ยอี้ ก็เป็นเสมือนดั่งจิ้งจอก
เฒ่าเจ้าเล่ห์ หากดูจากสถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้
ชัดว่า อีกฝั่ายได้คาดคะเนสถานการณ์ล่วงหน้า
เอาไว้ก่อนแล้ว
เห็นได้ชัดว่าในยามนี้พลังของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ยังไม่
ฟืนตัวดี หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าการ
ร่วมมือกันของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง จะสามารถสังหาร
มันลงได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงเตรียมการวางกับดักไว้
ที่นี่เอาก่อนล่วงหน้า จากนั้นก็เฝั้ารอเหยื่ออย่าง
พวกเขาทั้งสองซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เข้ามาตะ
คุบเบ็ด
หากกล่าวโดยสามัญสำนึกทั่วไปแล้ว อู่ อวี้ กับ จิ่
วอิง นั้นถือได้ว่ายังอ่อนเยาว์มากนัก การที่จะ
สามารถควบคุมค่ายกลวงเวทย์ได้นั้น จะต้องใช้
เวลาศึกษาเรียนรู้ค่อนข้างยาวนาน อีกทั้งยังต้อง
เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
แล้วในเวลานี้ พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูนรก!
เมื่อ เฮยซาน กุ่ยอี้ กล่าวถึงประโยคนี้ อู่ อวี้ กับ จิ่
วอิง ก็สังเกตเห็นว่าทั่วพื้นดินโดยรอบ ได้มีการ
เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา
มันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสองลี้
เส้นสีดำ และ สีแดง พร้อมกับสัญลักษณ์ และ
อักขระลึกลับมากมายประกอบขึ้นเป็นค่ายกลเวทย์
ลายเส้นค่ายกลดูสลับซับซ้อน เคลื่อนไหวอย่าง
ลึกลับน่าพิศวง ท่ามกลางภาพเลือนลางนั้น ประตู
บานใหญ่พลันปรากฏขึ้น มันคือประตูนรก!
ฟูม!
ค่ายกลเวทย์ปรากฏขึ้น โดยกินอาณาเขตพื้นที่กว่า
สองลี้ในชั่วพริบตา ซึ่งมันได้ครอบคลุมร่างของ อู่
อวี้ กับ จิ่วอิง ไว้ในนั้นอย่างสมบูรณ์
“ ใต้พื้นดินของ พรรควายุอัสนี จะต้องมีลาวาไหล
ผ่านอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งมันอาจดึงดูดให้พายุ
สายฟั้าก่อตัวขึ้น ข้าจะส่งพวกเจ้าทั้งสองลงไปสู่
ลาวาใต้ดิน ต่อให้พวกเจ้าไม่ตกตายจากการโดน
ลาวาเผาไหม้ เจ้าก็ต้องขุดโพลงจากพื้นปฐพีลึก
เพื่อกลับขึ้นมา แน่นอนว่ามันต้องใช้เวลากว่า 10
วัน! เพียงแค่นี้ ข้าก็คงทำสำเร็จแล้ว”
เฮยซาน กุ่ยอี้ ซึ่งยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลเวทย์
กำลังยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ บางทีเป็นไปได้ว่า
ในสายตาของมัน อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ล้วนเป็นเพียง
เด็กอ่อนหัด
เมื่อได้ยินคำกล่าว เฮยซาน กุ่ยอี้ ภายในหัวใจของ
อู่ อวี้ ก็เหมือนดั่งถูกสายอัสนีฟาดผ่าลงมา เขา
เข้าใจถึงผลของ ‘ประตูนรก’ นี้แล้ว!
มันบอกว่ามีลาวาไหลอยู่ด้านล่าง เห็นได้ชัดว่า
พวกเขาทั้งสองจะต้องตกลงไปในหลุมลึกเป็นอย่าง
มาก ฉะนั้นเมื่อ ประตูนรก ถูกเปิดออก พวกเขาทั้ง
คู่จะร่วงตกลงไปใต้พื้นปฐพี! ด้านล่างเกือบเรียกได้
ว่าเป็นเฉกเช่นดั่งยมโลก ไม่น่าแปลกใจเลยทำไม
มันถึงเรียกว่า ประตูนรก
“ ไป!” พวกเขาทั้งสองพยายามที่จะวิ่งหลบหนี
ออกจากขอบเขตค่ายกลเวทย์นี้
“ ดี! จงเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกสิ้นหวังนี้ซะ”
เสียงของเฮยซาน กุ่ยอี้ ดังลอดเข้ามาภายในค่าย
กลเวทย์ มันดังก้องสะท้อนอยู่ภายในหูของพวก
เขาทั้งสอง
ทันใดนั้นค่ายกลเวทย์ก็ยืดขยายออก เฉกเช่นดั่งตา
ข่ายยักษ์มัดพัน อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ทันที!
ยามนี้ เฮยซาน กุ่ยอี้ คุ้นเคยกับความสามารถของ
พวกเขา มันยอมสูญเสียค่าใช้จ่าย แลทรัพยากรไป
เป็นจำนวนมากเพื่อสร้างประตูนรกที่แข็งแกร่งขึ้น
ยิ่งในตอนนี้ พวกเขาทั้งสองติดเข้ามาสู่กับดักของ
มัน แล้วมันจะยอมปล่อยให้พวกเขาหลบหนีไปได้
อย่างไร ?
ฟูม!
ทันใดนั้น ค่ายกลเวทย์ก็บังเกิดความปันปั่วนขึ้น!
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าพื้นดินใต้ฝั่าเท้าของเขา อยู่ๆก็
เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลัน ความรู้สึกนี้
เหมือนเช่นดั่งเขากำลังยืนอยู่บนเกลียวคลื่นของ
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่กำลังกระเพื่อมสั่นไหว
เขากับ จิ่วอิง กำลังถูกตรึงอยู่ภายในค่ายกลเวทย์
ทำให้ร่างกายของพวกเราในยามนี้ ดั่งถูกภูเขาลูก
มหึมาอันหนักอึ้งอย่างหาใดเปรียบกดทับเอาไว้ ซึ่ง
มันทำให้พวกเขาไม่อาจจะต้านทานได้ นอกเสีย
จากจมลงสู่ใต้พื้นดิน จมลงสู่ประตูนรก!
สายตาของ อู่ อวี้ ในยามนี้จับจ้องเขาเขม็ง ขณะ
ร่างกำลังจมลึกลงสู่ใต้พื้นดินอันไร้สิ้นสุด ภายใน
หลุมลึกนี้เต็มไปด้วยดินโคลนเหนียวเหนอะหนะแล
ก้อนหิน รวมถึงสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดที่อาศัย
อยู่ใต้ผืนดินนี้ ในเวลานี้ร่างของพวกเขาจมลงสู่
พื้นดิน คลุกเคล้าผสมผสานกับสิ่งเหล่านี้ ขณะ อู่
อวี้ กำลังจมผ่านหินแลดินเหล่านี้ สำหรับเขาแล้ว
ก้อนหินเหล่านี้เปรียบเสมือนดั่งปุยฝั้ายก็ไม่ปาน
“จิ่วอิง!” ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เป็นเรื่องปกติที่
อู่ อวี้ จะพยายามดิ้นรนทุกวิถีทาง เมื่ออยู่ภายใต้
ค่ายกลอันแข็งแกร่งนี้ เขาจึงรีบเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่ง ด้วยการใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง รวมถึง
เปลี่ยนเข้าสู่ ร่างจำแลงเซียนวานร กัดฟันดิ้นรน
อย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ยิ่งความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มพูนมากเท่าไร
กระแสพลังจากค่ายกลเวทย์ก็ยิ่งรัดเขาแน่นขึ้น
มากเท่านั้น ในเวลานี้เส้นใยนับไม่ถ้วน กำลังรัดพัน
ร่างกายของเขาเอาไว้แน่น หากมองจากด้านนอก
จะเห็นร่างกายของ อู่ อวี้ ถูกรัดพันด้วยเส้นใยสีดำ
และ สีแดง สลับกันไปมาจนแข็งตัวดูคล้ายกับรัง
ไหม
อีกด้านหนึ่ง จิ่วอิง ซึ่งมีความแข็งแกร่งทางกาย
เนื้อด้อยกว่า อู่ อวี้ สภาพของมันจึงไม่ต่างจาก อู่
อวี้ นัก
หลังจากผ่านประสบการณ์ต่อสู้ภายใน ค่ายกล
หมื่นกระบี่ นค่ายกลวิญญาณดับสูญขนาดเล็ก
และ ค่ายกลประตูนรก ภายใ ทำให้เขานึกถึงวง
เวทย์ที่ประทับบนศาสตราเต๋าอย่าง วงเวทย์เก้า
ตำหนักมังกร แลวงเวทย์เก้าจัตุรัสแดนทำลายล้าง
เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของค่ายกลเวทย์เป็นอย่าง
ดี ว่ามันน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด แม้กระทั่งโลก
ที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนมากมาย ยังมีความเกี่ยวพัน
กับวงเวทย์ค่ายกลเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ ศาสตรา
เต๋า แผ่นยันต์ หุ่นเชิดกลไก ทั้งมหาวงเวทย์โจมตี
มหาค่ายกลคุ้มภัย และวงเวทย์ค่ายกลต่าง ๆ ที่
เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์อีกมากมาย
เช่นดังผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน หาก
เปรียบเทียบระหว่างวงเวทย์ที่พอใช้ได้ กับวงเวทย์
ของผู้ฝึกตนที่มีความเชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ แน่นอน
ว่าย่อมมีความแข็งแกร่งกว่ามาก ผู้คนที่ศึกษาใน
วงเวทย์ค่ายกลส่วนใหญ่แล้ว จะมีความฉลาดหลัก
แหลมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าหากใช้ความฉลาดนี้ใน
การต่อสู้ คงสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องฝั่ายตรงข้าม
มีความแข็งแกร่งกว่าได้ดีกว่าเขามาก
อย่างเช่น เฮยซาน กุ่ยอี้ มันวางกับดักได้อย่างแยบ
ยล แม้ว่าก่อนหน้านั้นมันจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ในเวลานี้มันสามารถจัดการกับพวกเขาทั้งสอง
ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ทุ่มเทกับการจัดตั้ง ค่าย
กลวิญญาณดับสูญ ของมันได้อย่างสบายใจ
เมื่อนำศพของพวกเขาทั้งสอง มารวมกับ เหอ
เต้าจื้อ และ คนอื่น ๆ ก็ยังถือว่าน้อยมากซึ่งแทบ
จะไม่เพียงพอด้วยซ้ำ
พวกเขาทั้งสองจมลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว เฉก
เช่นดั่งตกตายจนถูกดูดซึมลงสู่ห้วงแห่งขุมนรก อู่
อวี้ สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของชั้นหินใน
แต่ละระดับ ยิ่งพวกเขาจมลงมาลึกมากยิ่งขึ้น มันก็
ยิ่งดูเก่าแก่โบราณมากขึ้น บางทีอาจจะเป็นดั่งที่
เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้กล่าวเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าชั้น
ใต้ดินมีลาวาอยู่ ยิ่งจมดิ่งลึกลงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่ง
สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น
สูงขึ้น จนน่ากลัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น! อู่ อวี้ ไม่เคย
พบเห็นลาวามาก่อน เขาเคยเห็นแต่ภูเขาไฟระเบิด
ลาวาเหลวซึ่งอยู่ใต้พื้นดิน กำลังเดือดพล่านราว
ฟองสบู่ แม้แต่เหล็กกล้าร่วงตกหล่นลงไป ก็จะ
ละลายกลายเป็นไอไปในพริบตา
บูม!
ประตูแห่งยมโลกเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา มันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเขต
แดนค่ายกล ส่งผลให้ร่างของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง จม
ลึกลงสู่ใต้พื้นดิน
เปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำ อุณหภูมิความร้อนทวี
ความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้ มี
ความสามารถในการต้านทานเปลวเพลิงอย่างสูง
ล้ำ แต่ทว่าทั่วทั้งร่างของเขาก็ยังปกคลุมไปด้วย
เม็ดเหงื่อ อีกทั้งผิวกายของเขายังถูกแผดเผาจน
กลายเป็นสีแดงฉาน
เขาตระหนักดีว่า ตอนนี้ตนเองกำลังอยู่ใต้พื้นดิน
ลึก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเขา
อาจจะจมลงไปสู่ธารลาวาด้านล่าง
ทันใดนั้นเอง ดูเหมือนว่า จิ่วอิง จะสามารถฝั่าออก
จากอาณาเขตค่ายกลนี้ออกไปได้อย่างรวดเร็ว
หลุดพ้นจนได้รับอิสรภาพคืนกลับมา วินาทีต่อมา
จิ่วอิง ก็ใช้หางที่ดูราวกับหอกยาวอันแหลมคม ฉีก
กระชากค่ายกลซึ่งห้อมล้อมอยู่รอบตัวของ อู่ อวี้
เขาอาศัยจังหวะนี้หลบหนีออกมา จนหลุดพ้นจาก
อาณาเขตค่ายกลด้วยเช่นกัน!
แต่ความจริงแล้ว สถานการณ์ของพวกเขา
ในตอนนี้ดีขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น
ขณะนั้น อู่ อวี้ หันไปมองด้านล่าง ทำให้เขารู้สึก
ตกตะลึงขึ้นมาอย่างฉับพลัน ใต้ชั้นพื้นดินกลวง
ด้านล่างฝั่าเท้าของเขา เป็นแผ่นผืนสีทอง มันคือ
ธารลาวาที่กำลังเดือดพล่าน ระเบิดปะทุเผาผลาญ
อย่างรุนแรง ปลดปล่อยคลื่นความร้อนพวยพุ่ง
ขึ้นมาด้านบน คลื่นความร้อนแผดเผา หนึ่งคน
หนึ่งปีศาจ จนร่างกายเป็นสีแดงฉาน ไม่ต้องพูดถึง
จิ่วอิง แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่อาจทานทนได้
เมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง ก็พบว่ามันคือใต้พื้นปฐพีอัน
ไร้สิ้นสุด พวกเขาไม่ทราบว่าตนเองร่วงตกลงมาลึก
เท่าใด มันคือสถานที่ที่คนธรรมดายากจะลงมาถึง
ได้ ยิ่งไปกว่านั้นค่ายกลเวทย์ประตูนรกนี้ คาดว่า
จะถูกใช้ออกโดยผู้ฝึกตนนอกรีตเพียงเท่านั้น ต่อให้
ควานหาทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ คาดว่าจะมีเพียง
ไม่กี่คนเท่านั้น ที่ต้องเผชิญหน้าสถานการณ์
เช่นเดียวกับพวกเขาในตอนนี้
คนทั้งสองรีบถอยห่างจากลาวา ใต้พื้นดินด้านล่าง
อย่างรวดเร็ว จิ่วอิง แสดงท่าทางวิตกกังวลมาก
ยิ่งขึ้น จากนั้นมันจึงพยายามบินสูงขึ้นไปด้านบน
ยามนี้พลังอำนาจของค่ายกลเวทย์ประตูนรกได้
หายไปแล้ว มันพุ่งขึ้นไปด้วยร่างของปีศาจ
เตรียมพร้อมจะทะลวงฝั่าชั้นศิลาและพื้นปฐพี
ออกไปยังด้านนอก
“ช้าก่อน” ทันใดนั้น อู่ อวี้ พลันตะโกนบอกให้มัน
หยุด
“ทำไม?” จิ่วอิง ถามขึ้นด้วยความฉงนสงสัย
อู่ อวี้ มองขึ้นไปด้านบนแล้วกล่าวว่า”มันเป็นชั้น
ดิน และ หินที่เรียงทับซ้อนกัน เราไม่รู้ว่ามันห่าง
จากพื้นดินด้านบนมากแค่ไหน หากกระแทกใส่มัน
รุนแรงเกินไป อาจทำให้เกิดการถล่มได้ เมื่อดิน
จำนวนมากไหลถล่มกดลงมา มันจะดันร่างของ
พวกเขาสองคนลงไปในลาวาซึ่งอยู่ใต้ฝั่าเท้า เกรง
ว่าเป็นการยากที่เราจะหลีกหนีความตายนี้ไปได้”
โชคยังดีท่ามกลางความว่างเปล่านี้ พวกเขากำจัด
ประตูนรกทิ้งไปแล้ว ซึ่งอย่างน้อย ๆ มันก็ยังพอ
เหลือโอกาสให้พวกเขาพักหายใจบ้าง ไม่เช่นนั้น
พวกเขาคงถูกบีบอัดลงสู่ใต้พื้นโลกด้านล่าง หรือไม่
ก็ภายในลาวาจนร่างแหลกเหลว
“แล้วเราจะออกไปข้างนอกยังไง? เฮยซาน กุ่ยอี้
อาจใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ฟืนฟูร่างกาย
ของมัน ถ้าเราไม่ไล่โจมตีต่อ มันอาจจัดตั้งค่ายกล
วิญญาณดับสูญจนสมบูรณ์ก็ได้ บริเวณนี้
กลายเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน
นอกจากพวกเราแล้ว เกรงว่าจะไม่มีใครสามารถ
หยุดมันได้อีก” จิ่วอิง กล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
อู่ อวี้ กล่าวตอบว่า”เจ้าต้องขุดเพียงชั้นดินเล็ก ๆ
เปิดเป็นช่องทางขึ้นไปเท่านั้น เราไม่สามารถทำ
อะไรที่ส่งผลกระทบต่อชั้นดินอย่างรุนแรงได้ ถ้าแค่
ขุดเปิดช่องทาง มันไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อพื้น
ปฐพีด้านล่างนี้นัก”
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ใช่แค่คนธรรมดาสามัญ
แต่พวกเขา คือผู้ฝึกตนซึ่งเต็มเปียมไปด้วย
เกียรติยศ แลปีศาจแสนยิ่งใหญ่ การที่ต้องมานั่ง
ขุดดินเช่นนี้ ช่างน่าอับอายยิ่งนัก
“คงมีแค่หนทางนี้เท่านั้น”
จิ่วอิง ในร่างปีศาจพุ่งทะยานขึ้นไป โดยร่างกาย
ขนาดใหญ่และหัวทั้ง 9 มันใช้แขนขาทั้งสองข้าง
ของตนเอง ตะกุยขุดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่ว
พริบตามันก็ยืดขยายออกไปนับร้อยเมตร เป็นไป
ตามที่คาดการณ์ไว้ ชั้นดินด้านบนศีรษะของมัน
ค่อนข้างมั่นคง ไม่แสดงสัญญาณของการล่มสลาย
ลงมา
อู่ อวี้ คำนวณเวลา จากความเร็วในการร่วงลงมา
และ ความเร็วในการขุดขึ้นไป เกรงว่าต้องใช้เวลา
อย่างน้อย 2-3 วัน แต่ขุมกำลังที่ยังเหลืออยู่
บริเวณรอบๆ เหล่านั้น คงต้องประสบกับภัยพิบัติ
ในเวลาไม่ถึงครึ่งวันอย่างแน่นอน !
เมื่อคิดถึงการสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น จิตใจของ อู่
อวี้ ก็ลุกท่วมไปด้วยเพลิงโทสะ โลหิตในกายพุ่ง
พล่านปันปั่วน ใบหน้าขาวซีดด้วยโทสะ เขามักจะ
คิดคำนวณเรื่องของคนอื่นๆ เสมอ แต่ในวันนี้เขา
กลับถูกผู้ฝึกตนนอกรีตวางกับดัก ถึงแม้เขาจะไม่
ตาย แต่การรออยู่ที่นี่ ก็เหมือนกับว่าการเฝั้ามองผู้
ฝึกตนถูกเข่นฆ่าสังหารอย่างอับจนสิ้นหนทาง ทั้ง
ยังถูก เฮยซาน กุ่ยอี้ ใช้เป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างค่าย
กลวิญญาณดับสูญ แล้วเขาจะไม่รู้สึกโกรธเคืองได้
อย่างไร?
“ เจ้าเหนื่อยแล้วเรามาสลับกัน ให้ข้าไปขุด
ด้านบนต่อ” อู่ อวี้ กล่าว ขณะกำลังขุดอุโมงค์เพื่อ
หาทางหลบหนีออกไป คนทั้งสองกำลังช่วยกันขุด
ยังไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ
“ไม่เป็นอะไร แต่ว่าพอนึกถึงเรื่องที่หลังจากขึ้นไป
ด้านบน คาดว่า เฮยซาน กุ่ยอี้ น่าจะฟืนตัวขึ้นบ้าง
แล้ว ต่อให้เราร่วมมือกันต่อสู้ ข้าก็ยังเกรงว่าจะไม่
สามารถสยบมันลงได้อีกครั้ง”
นี้เป็นปัญหาใหญ่หลวง
เฮยซาน กุ่ยอี้ ฉลาดหลักแหลม มันจะต้องไม่ยอม
พลาดอีกเป็นครั้งที่สองเป็นแน่!
ตอนนี้ไม่มีผู้ใดยับยั้งมันได้ คงมีผู้คนมากมายต้อง
สังเวยชีวิตตกตายกลายเป็นเหยื่อของมัน
อู่ อวี้ รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก …
เมื่อเขามองลงไปยังลาวาด้านล่าง เขาก็เห็นกับลา
วาสีทองอร่าม มันเหมือนดั่งเหล็กกล้าที่ถูกเผาไฟ
ความร้อนอันเดือดพล่านทำให้มันสาดกระเซ็น
ออกมา อุณหภูมิความร้อนนี้เกินกว่าที่ อู่ อวี้ จะ
สามารถจินตนาการได้
“ มันคือลาวาดั้งเดิมซึ่งไหลผ่านอยู่ใต้พื้นดินลึก ซึ่ง
มันทำให้พายุสายฟั้าก่อตัวขึ้นบนท้องนภาเหนือ
พรรควายุอัสนี” สิ่งนี้เป็นความรู้ที่ถูกบันทึกไว้
ภายในกลุ่มผู้ฝึกตน ซึ่ง เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้หยิบยืม
ใช้ความช่วยเหลือจากสวรรค์และปฐพีจัดตั้งค่าย
กลขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่ามันคือมีภูมิปัญญาและ
ความสามารถสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าลาวากำลังไหลวน
อยู่รอบ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งดูราวกับมีจันทราทองคำ
ส่องสว่างอยู่ใต้ผืนลาวานั้น
ทันใดนั้น หมิงซวง กล่าวขึ้นว่า” อู่ อวี้ เจ้ารู้
หรือไม่ว่า วาสนาเกื้อหนุน คืออะไร ?”
“ การเป็นที่รักได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์ใช่
หรือไม่?”
หมิงซวง ไต่ถามขึ้นอีกว่า” เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่มี
วาสนาเกื้อหนุนนั้นแท้จริงแล้วหมายความว่าเช่น
ไร ?”
“ ในระหว่างการเดินทาง เราจะมีสวรรค์แลทวย
เทพคอยช่วยเหลือ? ถึงแม้จะตกอยู่ในอันตรายก็ยัง
รอดพ้นจากวิกฤตนั้นไปได้ใช่หรือไม่?”
หมิงซวงยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” เจ้าคือคนผู้นั้น รัศมี
แลโชควาสนาเกื้อหนุนจากตัวเจ้า สูงส่งกว่าข้านับ
10 เท่า เจ้ากับข้าได้รับมรดกเดียวกัน ข้ากลับต้อง
ตกตายไปในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า แต่เจ้า
กลับผ่านประสบการณ์เฉียดตายและถือกำเนิดใหม่
นี่คือความเป็นจริง”
“ เจ้าต้องการจะพูดอะไร?” อู่ อวี้ ซักถาม
“ ไอ้เจ้าอึสุนัขนี่ เจ้ามันโชคดีเป็นบ้า” หมิงซวง
กล่าวขึ้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ