กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 273
กายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำ
“ โชคดีอย่างนั้นหรอ?” อู่ อวี้ ชักสงสัย เพราะ
สถานการณ์ที่เขาประสบอยู่ในตอนนี้นับว่าเลวร้าย
อย่างมาก แล้วมันจะโชคดีได้ย่างไรกัน
“ ถูกต้องแล้ว เจ้าจงสุภาพกับท่านย่าผู้นี้ไว้ มิ
เช่นนั้นเจ้าจะพลาดโชควาสนาครั้งใหญ่” หมิงซวง
ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผมเขา นางประสานมือไว้
ด้านหลัง พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยท่าทางสูงส่ง
“ ท่านย่าผู้สูงส่ง อย่าเพิ่งมาเล่นแง่กับข้าตอนนี้ได้
หรือไม่ ข้ากำลังอยู่ในช่วงความเป็นความตาย
หรือเจ้าจะมาช่วยเหลือข้า เพื่อสะสมแต้มบุญคุณ
เพิ่ม นับว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าไม่น้อยเลย
ทีเดียว” อู่ อวี้ รู้จักนิสัยใจคอของ หมิงซวง ดี สิ่ง
สำคัญที่สุดคือนางจะไม่ขุดหลุมฝังตัวเองเด็ดขาด
“ ใช่ เมื่ออดีตข้าก่อกรรมทำเข็ญมามาก ทำให้ข้า
ต้องตกตายก่อนเวลาอันควร เพื่อจะเกิดใหม่อีก
ครั้ง ข้าควรสะสมแต้มบุญเอาไว้มากๆ” หมิงซวง
ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้ง โดยฉับพลัน
หลังจากนั้น ภายใต้การจ้องมองมาด้วยสายตา
จริงจังของ อู่ อวี้ นางชี้นิ้วไปที่ลาวาซึ่งอยู่ใต้ฝั่า
เท้าของเขา พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” บนผืนปฐพี
ของดินแดนแห่งทวยเทพที่เจ้ากำลังเหยียบอยู่
นี้ ต่างเกื้อหนุนหล่อเลี้ยงจากสรรพชีวิตทั้งมวล
มาเนิ่นนานจนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์ ปฐพี
หรือแม้กระทั่งใต้พิภพ ล้วนฟูมฟักสมบัติล้ำค่า
อย่าง วิญญาณเซียน、 แร่、โลหะล้ำค่า หรือไม่
ก็เป็นสมบัติล้ำค่าประเภทใดประเภทหนึ่ง เช่น
ภายใต้พื้นปฐพีนี้ ยังมีลาวาสามัญธรรมดาที่ไหล
ผ่านอยู่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงผ่านคืนวัน
อย่างยาวนาน แลการบำรุงเกื้อหนุนของชีพจร
วิญญาณส่งผลให้มันกลายเป็นลาวาชนิดพิเศษ
ลาวาที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของเจ้า อุณหภูมิของมันสูงกว่า
ลาวาปกติถึงสิบเท่า มีลักษณะเป็นแอ่งหลุมทรง
กลม ไม่ไหล หรือ ระเหย มันจะอยู่นิ่ง ๆ กับที่ไม่
ไหวติง ชื่อของมันก็คือ เตาหลอมมณีจันทราใต้
พิภพ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ อู่ อวี้ แทบจะไม่รู้สึก
แปลกใจ เนื่องจากเขาเองก็รู้สึกมาก่อนหน้านี้แล้ว
ว่าลาวานี้ อุณหภูมิความร้อนของมันสูงจนเกินผิด
ธรรมดา แม้เขาจะยังอยู่บนผิวปฐพี
“ เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ มันมีผลเช่นไร
บ้าง?” หาก หมิงซวง กล่าวว่ามันคือสมบัติ
เช่นนั้นมันย่อมไม่ผิดแน่
หมิงซวง บุ้ยปากแล้วกล่าวขึ้นว่า” ก็นี่แหละ ข้าถึง
กล่าวว่าเจ้ามันโชคดีเป็นบ้า หากเป็นผู้อื่นบังเอิญ
มาพบเข้ากับ เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
แน่นอนว่ามันย่อมไร้ประโยชน์สำหรับพวกเจ้า ถ้า
ร่วงลงไปก็คงต้องตายสถานเดียว แต่สำหรับเจ้า
มันตรงกันข้าม มันคือสิ่งจำเป็นอย่างถึงที่สุด”
เมื่อหมิงซวงกล่าวชี้แนะเป็นนัยเช่นนี้ออกมา
ดวงตาของ อู่ อวี้ ก็สว่างเจิดจ้าขึ้นในทันที
เนื่องจากเขาสามารถคาดเดาบางอย่างได้รวดเร็ว
ในทันที
“ ใช่แล้วล่ะ เจ้าจำได้หรือไม่ว่าครั้งหนึ่งเจ้าเคย
ครุ่นคิดเกี่ยวกับ ‘ กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 3 ‘ แต่
ตอนนั้นข้าบอกว่า เจ้ายังขาดเงื่อนไขสำคัญมาก
อย่างหนึ่งไป ?”
อู่ อวี้ ยังจดจำได้ แต่ในตอนนั้นหมิงยังคงเก็บงำ
เป็นความลับ ไม่ได้บอกเขาว่าเงื่อนไขที่ว่าสำคัญ
นั้น มันคืออะไร
เห็นได้ชัดว่า เงื่อนไขที่ว่านี้มันกำลังอยู่ใต้ฝั่าเท้า
ของเขา เมื่อคิดได้เช่นนี้ นับว่าโชคชะตาเกื้อหนุน
เขาโดยแท้จริง ถ้าไม่ใช่เพราะ เฮยซาน กุ่ยอี้ คิดว่า
พวกเขายังอ่อนด้อยเยาว์วัยเกินไป เขาก็คงไม่
ได้มาเจอกับ เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ นี้
หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง” ลาวาใต้ดิน
ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภท หนึ่งคือสามารถพบ
เจอได้โดยทั่วไป ประเภทที่สองก็คือ ‘เตาหลอมมณี
จันทราใต้พิภพ’ ซึ่งถือเป็นแกนหลักของลาวาใต้
พิภพนับแสนลี้ กักเก็บความร้อนเอาไว้มากที่สุด
ทั้งยังถูกหล่อเลี้ยงจากชีพจรวิญญาณ ส่วน
ประเภทที่สามถือได้ว่าน่าสะพรึงกลัวมากที่สุด มัน
มีชื่อเรียกว่า ‘ เตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ ‘ กำเนิด
จากแสงดวงตะวันที่ส่องประกายเจิดจ้า สาดส่อง
ลงมายังผืนปฐพีตราบนิรันดร์กาล ได้รับการหล่อ
เลี้ยงจากชีพจรวิญญาณสูงกว่านับสิบเท่า เกิดการ
ยกระดับเปลี่ยนแปลงผ่านคืนวันนับไม่ถ้วน เป็นไป
ได้ว่าในตอนนี้มันน่าจะอยู่แกนกลางใต้พิภพ หาก
ควานหาทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพแล้ว มันน่าจะมี
อยู่หนึ่ง หรือ สองแห่ง แต่เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากันที
หลัง”
“ มันเกี่ยวข้องกับ ขั้นที่ 3 ใช่หรือไหม?”
นี่ก็คือประเด็นสำคัญ
หมิงซวง เคาะหัวของเขาแล้วกล่าวว่า” เจ้าโง่เอ้ย!
ถ้าเจ้าดูดซับ ‘เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ’ เจ้าจะ
ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จส่วนเล็กๆ ของกายาเพชร
อมตะขั้นที่ 3 เจ้าจงเตรียมใจไว้ได้เลย เพราะ
ขั้นตอนนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้แก่เจ้าอย่างสุด
แสนสาหัส แบบที่เรียกว่าเจ็บปวดจนซึ้งถึงทรวง
เลยเชียวล่ะ ซึ่งหากว่าเจ้าล้มเหลว เราจะสูญเสีย
เตาหลอมณีจันทราใต้พิภพ นี้ไป ซึ่งแน่นอนว่า
จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับ
วิธีการเฉพาะ และสัจจะคาถาของขั้นที่ 3 นี้”
“ ความสำเร็จเล็ก ๆ? แล้วมันต้องใช้เวลานาน
มากแค่ไหน ?” อู่ อวี้ รู้สึกร้อนรน และ กังวลใจ
อย่างยิ่ง เนื่องจากสิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดยาม
นี้ นั่นก็คือเวลา
“ กายาเพชรอมตะ ขั้นแรกมี 10 ขั้นย่อย เป็นส่วน
ของรากฐาน ขั้นที่สองมี 6 ขั้นย่อย คือการ
ยกระดับภายใน ขั้นที่ 3 แม้ว่าจะมีเพียง 2 ขั้นย่อย
เท่านั้น แต่นับว่าถูกแบ่งเป็นความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ
และ ความสำเร็จขั้นยิ่งใหญ่ กายาเพชรอมตะขั้นที่
3 คือความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ซึ่งมันจะแสดง
ให้เห็นถึงพลังอำนาจอย่างแท้จริงของกายาเพชร
อมตะ พรสวรรค์ของเจ้าจะยกระดับขึ้นจนสามารถ
แลเห็นได้อย่างชัดเจน ภายในเวลาไม่ถึง 3 วันเจ้า
จะบรรลุความสำเร็จส่วนเล็ก ๆ ถ้าเจ้ามัวแต่ยืนบื้อ
ไม่ยอมทำอะไรในช่วง 2-3 วันนี้ข้ากลัวว่าเจ้าจะ
ถูกไฟคลอกจนตายก่อนจะบรรลุกายาทองคำนะสิ
กล่าวตามตรง มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเวลาแม้แต่
น้อย การบรรลุความสำเร็จส่วนเล็ก ๆ ในขั้นที่ 3
ขึ้นอยู่กับโอกาส โชควาสนา เจตจำนง จิตใจและ
ความเพียรพยายาม”
สรุปง่าย ๆ ก็คือ หาก อู่ อวี้ กล้าที่จะเดินหน้าดูด
ซับ เขาก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
ในความเป็นจริงตัวเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ความ
แข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ต่อให้เขา
บุ่มบ่ามรีบร้อนออกไปด้านนอก มันก็ไม่มีอะไร
รับประกันได้ว่าพวกเขาจะสามารถโค่น เฮยซาน
กุ่ยอี้ ลงได้ แล้วเขาจะทำเช่นไรได้ ? ความเป็นไป
ได้มากสุดก็คือ เขาจะต้องตกตายลงไปอยู่ดี
ประตูนรก ได้นำโอกาสมาให้แก่เขา
เขาไม่คาดคิดว่า เป็นการรวมพื้นฐานทั้งหมด
เพื่อให้ กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 3 ระเบิดพลัง
อำนาจของกายเนื้อออกมาอย่างแท้จริง
เมื่อ หมิงซวง เห็นว่าเขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยวกล้า
หาญที่จะลงมือกระทำ นางก็แอบชื่นชมเขาอยู่ไม่
น้อยภายในใจ
แน่นอนว่าขั้นตอนนี้ สร้างความเจ็บปวดอย่างสุด
แสนสาหัส ซึ่งนางเองก็เคยผ่านประสบการณ์
มาแล้ว นางจึงไม่อยากจะบอก อู่ อวี้ ว่า ขั้นตอนนี้
มีโอกาสล้มเหลวถึง 7 ใน 10 ส่วน อีกทั้งพื้นฐาน
การฝึกตนของเขาในตอนนี้ ยังห่างไกลจากนาง
ตอนนั้นมากนัก
ถึงแม้ในเวลานั้นนางจะเคยผ่านประสบการณ์ เตา
หลอมมณีจันทราใต้พิภพ เพื่อความสำเร็จส่วนเล็ก
ๆ ในกายาเพชรอมตะขั้นที่ 3 มาก่อน แต่
ความรู้สึกที่ต้องแบกรับ ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจาก
ความตายเลย …
นางเก็บงำสิ่งเหล่านี้เอาไว้ จากนั้นก็กล่าวกับ อู่ อวี้
ว่า” หากเจ้าดูดซับ ‘เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ’
เข้าไปในกายเนื้อได้ทั้งหมด หลอมสร้างเป็น ‘กายา
สักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำ’ ซึ่งถือ
เป็นความสำเร็จเล็ก ๆได้ ยามนั้นกายเนื้อของเจ้า
จะแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะบุกน้ำลุยไฟ ไม่ต้อง
หวั่นเกรงสิ่งใด กายเนื้อของเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้น
มากกว่าเดิมถึงสิบเท่า ซึ่งมันจะช่วยเจ้าได้มากเมื่อ
ต้องต่อสู้ ถือเป็นการชดเชยความแข็งแกร่งของ
แกนกำเนิด ซึ่งตอนนี้มันยังไม่แข็งแกร่งมาก
เท่าที่ควร แต่เมื่อเจ้ามี ‘ กายาสักการะราชันมณี
จันทราพุทธเจ้าทองคำ ‘ มันจะทำให้ความ
แข็งแกร่งของเจ้า เทียบเท่ากับสร้างแกนนภา ขั้น
7 เจ้าคิดว่าการมีกำลังรบจนสามารถต่อสู้ข้าม 4
ระดับได้ จะน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน?”
เมื่อยิ่งได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้ อู่ อวี้
กระตือรือร้นอย่างสุดจะหาใดเปรียบได้
หมิง หมิงซวง กล่าวอธิบายอย่างอดทน”นี่เป็น
เพียงความสำเร็จส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ถ้าเจ้า
สามารถค้นหา ‘เตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพ’
จากนั้นก็ฝึกฝนบ่มเพาะสำเร็จ ‘กายาสักการะราชัน
ตะวันฟั้าพุทธเจ้าทองคำ’ นั่นจะถือว่าเป็นการ
บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของกายาเพชรอมตะ
ขั้น 3 กายเนื้อ และพลังอำนาจของเจ้าเพิ่มพูน
สูงขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว แน่นอนว่าเจ้าไม่มีทาง
หามันพบ ประการที่สองเจ้าไม่มีทางทานทนอยู่
ภายในเตาหลอมตะวันฟั้าใต้พิภพได้ เมื่อ
เปรียบเทียบระหว่างมณีจันทรา กับ ตะวันฟั้าแล้ว
มณีจันทรายังถือว่าเบาบางกว่ามาก เนื่องจากหนึ่ง
เปรียบดั่งนภา ส่วนอีกหนึ่งเปรียบดั่งพิภพ
กล่าวได้ว่าการบรรลุ กายาสักการะราชันตะวันฟั้า
พุทธเจ้าทองคำ อย่างแท้จริง สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
ยังถือว่าห่างไกลมาก ในเวลานี้ เขาทำได้เพียง
ทุ่มเทสมาธิกับ เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ เพียง
เท่านั้น เขาปรารถนาจะบรรลุกายาเพชรอมตะขั้น
ที่ 3 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นก็ไล่ตาม
จิ่วอิงขึ้นไป
แต่ปัญหาก็คือ หมิงซวงจะยอมบอกวิธีการบ่ม
เพาะกายาเพชรอมตะขั้นที่ 3 ให้แก่เขาง่าย ๆ
เช่นนั้นหรือ?
อู่ อวี้ มองไปที่นาง
หมิงซวงหัวเราะแหะ ๆ ขึ้นมา 2 ครั้ง จากนั้นก็
กล่าว”โอ้ ถ้าเช่นนั้น ในเมื่อเจ้าเคยทำการค้าขาย
กับข้าอยู่เป็นนิจ ดังนั้นข้าจะคิดราคาถูก ๆ แล้วกัน
ยามนี้คำขอของข้านั้นง่ายดายอย่างยิ่ง มันเป็นแค่
เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น นั่นก็คือ เจ้าต้องสัญญากับข้า
ว่าหลังจากที่ทำให้ข้าเกิดใหม่แล้ว เจ้าจะต้องส่ง
มอบศาสตราเซียนให้แก่ข้า”
ศาสตราเซียนเทวะ? นางเป็นเหมือนกับสิงโตตัว
ใหญ่ที่อ้าปากรอตะปบเหยื่อ อู่ อวี้ พบว่าข้อ
แลกเปลี่ยนจาก หมิงซวง แต่ละอย่าง เริ่มจาก
โอสถเทวะวิถีสวรรค์ จากนั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
… ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนจะ
กลายเป็นหนี้ของนางมากขึ้น จนรู้สึกหดหู่อยู่ในใจ
บางส่วน…
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าแต่ละสิ่งที่เขาได้สัญญาไว้กับ
นางนั้น ตลอดช่วงชีวิตคนของคนหนึ่งคงเป็นเรื่อง
ยากที่จะทำสำเร็จได้
เนื่องจากข้อเสนอของนาง เป็นสิ่งที่มีแต่เทพเซียน
ที่แท้จริงเท่านั้นถึงจะล่วงรู้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบ
ว่าข้อแลกเปลี่ยนที่ หมิงซวง กล่าวมานี้ ในท้ายสุด
แล้วมันคืออะไร อย่างไรก็ตามถ้า อู่ อวี้ จะก้าว
ต่อไปเขาก็ต้องยอมรับข้อเสนอ เหมือนดั่งคำกล่าว
ที่ว่า เมื่อเรือถึงท่า หัวเรือก็จะตรงเอง[1]
ความสัมพันธ์ของเขากับ หมิงซวง ในตอนนี้ถือว่า
ดีขึ้นมาก ในเวลานี้มันเป็นเหมือนกับความสัมพันธุ์
ของสหาย ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้า อู่ อวี้ มีโอกาส
กลายเป็นเซียนอมตะจริงๆ เขามั่นใจว่าสามารถ
ชำระคืนหนี้ให้แก่นางได้มากกว่าที่สัญญาไว้ซะอีก
ครั้งหนึ่งเขาจำได้ว่า หมิงซวง นั้นถูกขนานนามว่า
ปีศาจไร้ปราณี ความระมัดระวัง ขี้หวาดระแวง
ด้วยลักษณะนิสัยที่ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้
ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถลบเลือนออกไปได้ง่ายๆ
“ ไม่มีปัญหา” อู่ อวี้ เห็นด้วย
หากเขารอให้ พลองสมปรารถนา ปรากฏขึ้นมา
ตนเอง เกรงว่าคงจะไม่ทันการ เนื่องจากในเวลานี้
เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนบีบคั้น เขา
จึงไม่มีเวลามากมายถึงเพียงนั้น
เมื่อ อู่ อวี้ มองไปยัง เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
เขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่เด็ดขาด แต่ก่อนจะลง
มือกระทำการใด ๆ เขาจำเป็นต้องอธิบายถึง
เรื่องราวให้ จิ่วอิง เข้าใจเสียก่อน
“ จิ่วอิง ข้ามีบางอย่างจะต้องกระทำ มันอาจจะดู
บ้าบิ่นไปสักหน่อย แตข้าจะต้องกระโดดลงไปยัง
ลาวาด้านล่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า ขอให้เจ้า
อย่าได้กังวล เพียงแค่ออกไปด้านนอก แล้วหยุด
เฮยซาน กุ่ยอี้ เอาไว้ก็พอ เจ้าเข้าใจหรือไม่?” อู่
อวี้ กล่าวขึ้นอย่างกระทันหัน
จิ่วอิง จ้องมองด้วยความตื่นตะลึง จากนั้นมันก็ก้ม
หัวลงไปมองยังลาวาซึ่งอยู่ด้านล่าง ตัวมันไม่รู้ว่า
ควรจะเอ่ยถ้อยคำใดออกมา นอกจากพยักหน้า แต่
แค่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจ
ทุกอย่างพร้อมแล้ว
อู่ อวี้ จดจำตัวอักษรของ กายาเพชรอมตะ ได้
อย่างสมบูรณ์แต่เขากลับจำอักขระและข้อความที่
หมิงซวง กำลังกล่าวออกมาทีละคำไม่ได้ ในเวลานี้
เขาได้ย้อนกลับคืนสู่ห้วงภวังค์แห่งนิมิตอีกครั้ง เขา
ยืนอยู่ระหว่างเหินฟั้าผืนปฐพี ตรงเบื้องหน้าของ
เขามีพลองตั้งอยู่ซึ่งบัดนี้มันกำลังเสียดแทงทะลุไป
ถึงสวรรค์ หากนำขนาดของพลองนี้มา
เปรียบเทียบกับเขาชิงเทียนซูซันแล้ว พลองนี้มี
ขนาดใหญ่โตกว่ามากนัก บนพลองสมปรารถนา
เคล็ดวิชา กายาเพชรอมตะค่อย ๆ เด่นชัดมากขึ้น
เรื่อย ๆ อักษร 2000 คำแรก อู่ อวี้ จดจำมันได้
เป็นอย่างดี แต่เมื่อ หมิงซวง เริ่มเอ่ยสัจจคาถาขึ้น
อีกครั้ง ข้อความทีละส่วนและส่วนที่ 3 ก็เริ่ม
ปรากฏขึ้นบนพลองทองสมปรารถนาจนค่อยๆเน
ชัด และบัดนี้มันได้เด่นชัดอย่างน่าตกตะลึง กระดูก
ของเขาทั่วทุกส่วน ได้ปรากฏตัวอักษรทองคำขึ้น
ซึ่งข้อความแต่ละคำของตัวอักษรสีทองนั้น มีความ
ลึกล้ำยากจะหยั่งถึงเป็นอย่างยิ่ง เสมือนดั่งการ
เปลี่ยนแปลงนับหมื่น ที่กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
หลายๆคำ ยากที่จะทราบได้ว่าแท้จริงแล้วมันมี
ความหมายอะไรกันแน่
เมื่อสัมผัสถึงถึงมันได้มากขึ้น ร่างกายของเขาก็เริ่ม
เปล่งแสงสีทองออกมา ตัวอักษรเริ่มปรากฏขึ้นบน
ร่างกายของ อู่ อวี้ ทีละคำทีละคำ จนหนาแน่นปก
คลุมไปทั่วทั้งร่าง
ในเวลานี้ จิ่วอิง หยุดนิ่งเมื่อเห็นว่าร่างกายของ อู่
อวี้ ซึ่งอยู่บนลาวาด้านล่างใต้ฝั่าเท้าของเขา กำลัง
เปล่งแสงสีทองมาพร้อมกับอักษรสีทองลึกลับ
มากมายที่ปรากฏขึ้น ราวกับมีแสงจากดวงตะวัน
อันเจิดจ้า ระเบิดออกมาจนส่องสว่างกระจาย
ออกไปนับหมื่นลี้ มันกำลังเผาพลาญทุกสรรพสิ่ง
อย่างบ้าคลั่ง ้เพียงแค่มองไปที่แสงนั้น ก็ทำให้
ดวงตาต้องเจ็บแสบได้
“ กายเนื้อของ อู่ อวี้ เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกนี้
เกรงว่ามันจะอาจจะเป็นมรดกของผู้ฝึกตนโบราณ
ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง หากในวันนี้เขาไม่ตก
ตายไป เขาจะต้องรุ่งโรจน์อย่างที่สุดในทวีปแห่ง
ทวยเทพอย่างแน่นอนที่สุด” จิ่วอิง รู้สึก
เช่นนั้น บัดนี้มันยังคงเดินหน้าขุดต่อไปอย่างหนัก
ถึงแม้จิตใจจะยังห่วงกังวลก็ตาม
“ เขากำลังทำอะไร?” ขณะที่กำลังฉงนสงสัย จิ่
วอิง ก็ถึงต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ได้
กระโดดลงไปในลาวานั่น ราวกับว่ากำลังสิ้นหวัง
เพียงชั่วพริบตา ลาวาก็เอ่อล้นทะลักไปทั่วร่างของ
อู่ อวี้ จากท่าทางของเขาแล้ว ดูเจ็บปวดทรมาน
อย่างสุดแสนสาหัส เสมือนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่
น่าหวาดกลัวจนเกินบรรยาย แล้วเขากำลัง
พยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดชีวิต โดยที่เขาไม่ยอม
ลามือ เพียงไม่นานนักร่างกายของเขาก็จมดิ่งลึก
ลงไปลาวานั้น
อู่ อวี้ ยังคงยืนอยู่ภายในลาวาอย่างสงบนิ่งไม่ไหว
ติง
เมื่อเห็นดังนั้น จิ่วอิง จึงพยายามยื่นมือเข้าไป
ช่วยเหลือ แต่แล้วมันก็นึกถึงคำกล่าวของ อู่ อวี้
ก่อนจะลงไป ตนจึงหยุดชะงักแล้วถอยหลังกลับ
“ มาลองดูกัน สิ่งที่เขาทำจะสามารถเปลี่ยนแปลง
อันใดได้บ้าง มิฉะนั้นแล้วผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบ คง
ตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่”
ความจริงแล้วตัวมันรู้ดีว่า เป็นเรื่องยากที่จะ
จัดการกับ เฮยซาน กุ่ยอี้ ซึ่งสิ่งแรกที่พวกเขาควร
ทำหลังจากออกไป คือการให้ผู้ฝึกตนทั้งหมด
ออกไปจากอาณาเขตนี้ ในคราแรกพวกเขา
พยายามตามหา เฮยซาน กุ่ยอี้ แต่ทว่าเมื่อมัน
ปรากฏตัวขึ้นจริงๆ มันก็พรากเอาชีวิตของ เหอ
เต้าจื้อ และ พรรคพวกของเขาไปทั้งหมด ซึ่งพวก
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนองได้ทัน
ระหว่างแช่ตัวอยู่ใน เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าในระหว่างกระบวนการหลอม
สร้าง ‘กายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้า
ทองคำ’ จะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้…
………………………………………….
เชิงอรรถ
1. เมื่อเรือถึงท่าหัว เรือก็จะตรงเอง (船到桥
头自然直) อุปมาว่า การอดทน จนผ่านไป
ได้ด้วยดี
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ