กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 274 สัตวประหลาดในคราบมนุษย
“เอาล่ะ เจ้าจงเพลิดเพลินไปกับมันอย่างช้า ๆ
ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้บอกเจ้า ว่าการก้าวข้ามผ่านขั้น
นี้ค่อนข้างเป็นเรื่องยาก ข้าเกรงว่าเจ้าจะกลัวจนไม่
กล้าลงมา ในเมื่อไหน ๆ เจ้าก็ลงมาแล้วงั้นเจ้าก็จง
พยายามอย่างหนักก็แล้วกัน แค่ก∼ แค่ก…”
หมิงซวง กระดากที่จะกล่าวเรื่องนี้ จึงทำให้นางไม่
กล้าที่จะหันกลับมามองเขา
ย้อนกลับไปตอนที่นางทำการฝึกฝนบ่มเพาะ กายา
สักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำ พื้นฐาน
การฝึกตนของนางแตกต่างจาก อู่ อวี้ ในตอนนี้
เป็นอย่างมาก ในตอนนั้นนางยังไม่อาจอดทนต่อ
ความเจ็บปวดได้ ไม่ต้องพูดถึงระดับการฝึกตนของ
อู่ อวี้ ในปัจจุบันว่าจะต้องอดทนแบกรับความ
เจ็บปวดมากเพียงใด
การที่ร่างกายของเขาถูกหลอมเหลวด้วยเพลิง
ลาวา มันเลวร้ายเสียยิ่งกว่าโลหะถูกหลอมเหลว
ด้วยเปลวเพลิง ในตอนที่ อู่ อวี้ บรรลุ วัชระแก่น
แท้ธรรมสูตร ในครั้งนั้นมันทำให้เขาต้องดิ้นรนต่อสู้
อยู่บนขอบเหวแห่งความตาย อย่างยากลำบาก
แสนสาหัส โดยไม่ต้องกล่าวถึงในครั้งนี้ที่ต้องดูด
ซับเพลิงลาวาทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อทำการ
ล้อมสร้าง กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 3
ในกระบวนการนี้ สิ่งสำคัญมากที่สุดไม่ใช่
ความสามารถ แต่เป็นความเข้าใจตระหนักรู้ใน
สัจจะคาถา ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้เจตจำนงอย่างแรง
กล้าเพื่อการมีชีวิตรอดต่อไป แน่นอนว่าสัจจคาถา
เหล่านี้มีความลึกล้ำซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็
ตาม อู่ อวี้ ก็ยังคงดำดิ่งลึกลงไปในห้วงภวังค์แห่ง
ความรู้แจ้ง หลังจากทำการอ่านมันอยู่สองสามครั้ง
อ่ อวี้ ก็สามารถทำความเข้าใจในความหมายอัน
ลึกล้ำของมันได้ สิ่งสำคัญคือการอดทนต้านทาน
เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ นี้
“ มณีจันทรา”
เมื่อมองลงมาจากตำแหน่งของ จิ่วอิง ผืนลาวา
ทองคำด้านล่างของเขาในตอนนี้ แลมองดูแล้ว
ประดุจดั่งจันทรากระจ่าง
เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่า 1 ชั่วยาม อู่ อวี้ ก็ยังคง
ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ หากไม่สัมผัสได้ถึงกลิ่น
อายแห่งชีวิต คงต้องคิดว่าเขากลายเป็นเถ้าธุลี อยู่
ภายในเพลิงลาวานี้ไปแล้ว
“ ข้ารู้เพียงแค่ว่ากายาของเขานั้นแข็งแกร่ง แต่ข้า
ไม่ล่วงรู้เลยว่าเขาทำการหลอมสร้างมันยังไง โลก
แห่งผู้ฝึกตนมีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวมันยังไม่
เพียงพอ แต่คนผู้นั้นต้องมีพรแสวงและเจตจำนง
อันแข็งแกร่งด้วย”
จิ่วอิง เข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่ว่ามันไม่สามารถ
จินตนาการได้ว่ายามนี้ อู่ อวี้ อยู่ในระดับความลึก
มากน้อยเท่าใดของเพลิงลาวา แล้วเขาจะต้องทน
ทุกข์ทรมานมากเพียงใด ? เขาสามารถอดทนโดย
ไม่หลบหนีออกมาได้อย่างไร?
ณ ส่วนลึกของเพลิงลาวา ร่างของ อู่ อวี้ อยู่ตรง
จุดแกนกลาง ซึ่งดูเหมือนว่าเพลิงลาวากำลังหมุน
วน โอบล้อมรอบตัวของเขา อุณหภูมิอันร้อนระอุ
ขณะนี้เนื้อหนังของเขาถูกเผาไหม้จนหลุดลุ่ย เผย
ให้เห็นกระดูกที่อยู่ด้านใน ซึ่งดูน่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่งกลัว
กระดูกของเขา ดูราวกับถูกหลอมสร้างขึ้นมาจาก
ทองคำก็มิปาน
แท้จริงแล้วขั้นตอนในครึ่งแรก ไม่ใช่การหลอม
สร้าง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมความ
พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป ในขั้นตอนนี้จะสร้าง
ความเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส เพราะ
จำเป็นต้องผ่านการกระบวนเผาไหม้ของเพลิง
ลาวา การหลอมสร้างกายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 3
เปลี่ยนแปลงร่างกาย ยกระดับกายเนื้อ ถูกกลืนกิน
หลอมสร้างก่อกำเนิดใหม่นับหมื่นนับล้านครั้ง การ
ดูดซับอณูพลังจากลาวา ได้สร้างเป็นเครือข่าย
เปลี่ยนแปลงขึ้นไม่รู้จบสิ้น ในท้ายสุด เขาก็จะ
ผสานกับเตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพอย่าง
สมบูรณ์
โชคดีที่กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่นานมากนัก
หากต้องใช้เวลานานในการผ่านขั้นตอนนี้ เกรงว่า
คงจะตายไปเสียก่อน เพราะไม่อาจทนต่อความ
เจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ได้
แต่ถึงกระนั้น มันกลับเป็นความเจ็บปวดทุกข์
ทรมานที่เลวร้ายมากที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกตกใจมากที่สุดก็คือ กายาเพชรอมตะ มันถูก
สร้างออกมาได้อย่างไร …
ในท้ายสุด เขาก็ไม่แยแสต่อความเจ็บปวด ทำได้
เพียงกลายเป็นเครื่องจักรที่ทำการดูดกลืนหลอม
สร้างอณูพลังของลาวาเท่านั้น
ความคิดมากมายผุดขึ้นมาภายในใจ ผลักดันให้
เขาก้าวไปข้างหน้า ปรารถนาจะก้าวเดินไปยังจุด
สุดยอดของเขาชิงเทียนซูซัน ปรากฏแก่เบื้องหน้า
สายตาของทุกผู้คน เขาคิดถึงผู้คนในนิกายกระบี่
สวรรค์ เงาร่างของพี่หญิง อู่ หยู๋ ในพระราชวังตง
อู่ ภาพของ หนาน กงเหว่ย ที่อยู่ในถ้ำกำเนิดใหม่
แห่งซูซัน ภาพเหล่านี้ปรากฏขึ้น กลายเป็น
แรงผลักดันให้เขาฝืนทนก้าวไปข้างหน้าอย่าง
ต่อเนื่อง
ในที่สุดร่างกายของเขา ก็เปล่งปลั่งไปด้วยประกาย
แสงแวววับ ปกคลุมไปด้วยละอองแสงสีทองเล็ก ๆ
นับล้าน ๆ ดวง
หลังจากผ่านไปได้กว่าครึ่งวัน จิ่วอิง ก็มองลงไปยัง
ด้านล่างอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันเห็นการ
เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น บัดนี้ในส่วนลึกของเพลิง
ลาวา มีแสงสว่างส่องประกายออกมา และ ดู
เหมือนว่าเบื้องล่างได้เริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพลิงลาวาที่ปกคลุมแสงสว่างนั้น ดูราวกับว่ามี
ดวงตะวันส่องแสงออกมาจากด้านใน
เดิมทีเพลิงลาวานี้เงียบสนิท ราวกับว่ามันนั้นได้
ตายไปแล้ว แต่ฉับพลันมันก็เกิดขึ้นวายปันปั่วน
บัดนี้ลาวากำลังเดือดพล่าน ราวกับว่าผู้ที่อยู่
ด้านล่างกำลังจะถูกเผาไหม้เป็นจุล ระหว่าง
กระบวนการนี้ ลาวาที่อยู่ด้านล่างก็กำลังลดลงไป
เรื่อยๆ!
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แผดเสียงคำรามออกมาด้วย
ความเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส จากนั้นเพลิง
ลาวาเดือดพล่านก็เกิดการปะทุระเบิดขึ้นอย่าง
ฉับพลัน!
เมื่อมองจากระยะไกล ๆ จะเห็นว่ามณีจันทรา
ทั้งหมดกำลังเกิดการสั่นสะเทือน!
เสียงคำรามที่ดังกึกก้องขึ้นนั้น ราวกับว่าบัดนี้
ปีศาจร้ายได้ตื่นจากนิทราแล้ว
“ หรือว่าเขาจะทำสำเร็จ” จิ่วอิง หยุดการ
เคลื่อนไหววางจากสิ่งที่กำลังกระทำทันที ตัวเขา
เองก็ใช้เวลาในการขุดดินครึ่งวันแล้ว แต่ก็ยังไม่
อาจรู้ได้ว่าในตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ นั้นห่างไกล
จากผิวมากเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าในยามนี้เขา
สามารถฝากความหวังกับ อู่ อวี้ ได้
แต่ จิ่วอิง ไม่คาดคิดว่า สิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กระทำลงไป
คือการดูดซับลาวาเข้าสู่ร่างกาย ใช้สิ่งนี้หลอม
รวมเข้ากับเนื้อหนังแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ ให้
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว !
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ช่วงเวลานี้ คือการถือกำเนิด
ใหม่!
การที่เขาต้องคำรามเช่นนั้น ? เป็นเพราะความ
เจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส!
แต่ความเจ็บปวดนี้ไม่อาจหยุดยั้งเขาได้ ภายใน
หัวใจของเขานั้นเปียมล้นไปด้วยแรงปรารถนาที่จะ
กลายเป็นเซียนอมตะ ด้วยความปรารถนาอันแรง
กล้านี้ เขาจึงจำต้อง แบกรับความรับผิดชอบ
มากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะความเกลียดชังใน
หัวใจที่มีต่อ เฮยซาน กุ่ยอี้ ก่อกำเนิดเปลี่ยนแปลง
เป็นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันไร้สสิ้นสุด!
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงประโยคสั้น ๆ ของ นิกาย
กระบี่สวรรค์
“ หนทางแห่งการฝึกตนคือการปล้นชิง ผู้
แข็งแกร่งถึงจะเป็นผู้กล้าอย่างแท้จริง”
หนทางแห่งการฝึกตนคือการปล้นชิง ปล้นชิงพลัง
แห่งฟั้าดินจากสวรรค์และปฐพี ปล้นชิงโชคชะตา
ของผู้อื่น หรือแม้กระทั่งจากเพลิงลาวานี้ ช่วงชิง
เพื่อกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง มีเพียงผู้แข็งแกร่ง
เท่านั้น ถึงจะทำสิ่งที่ใจปรารถนาได้ ถึงเป็นผู้กล้า
ของโลกนี้ได้
ถ้าหากอ่อนแอ จนกลายเป็นผู้ที่ถูกสังหารตกตาย
ไปอย่างง่ายดาย เช่นนั้นจะกล่าวถึงความกล้าหาญ
ไปเพื่ออะไร?
ด้วยเหตุนี้จิตใจของ อู่ อวี้ จึงแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ไม่
ว่าจะต้องอดทนมากเพียงใด เขาจะต้องกลายเป็น
ผู้แข็งแกร่งให้จงได้
ผู้ฝึกตนนับหมื่นนับพัน ไม่ว่าจะอยู่ในเส้นทาง
เดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ควรตาย
ไป ด้วยสภาพน่าอนาถเช่นนี้
ดังนั้นเขาจึงร้องคำรามออกมาราวกับสัตว์ร้าย
และมันไม่ได้เบาลงแม้แต่นิดเดียว
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
เพลิงลาวาที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของ จิ่วอิง เกิดระเบิด
พวยพุ่งขึ้น ลาวาบางส่วน กระเด็นตกลงบน
ร่างกายของมันหลายแห่ง ทันทีที่สัมผัสก็บังเกิด
การเผาไหม้ ตามมาด้วยรอยหลุมลึกพร้อมกับ
โลหิตที่ไหลออกมา สร้างความเจ็บปวดให้แก่ จิ่ง
อิง อย่างยิ่ง การแสดงออกของมัน บ่งบอกถึง
ความตื่นตกใจไม่น้อย หลังจากได้พบเจอ
ประสบการณ์ความเจ็บปวดนี้ด้วยตนเอง มันทำให้
ตนรู้ทันทีว่า ลาวาที่อยู่ใต้ฝั่าเท้านี้หาได้เป็นลาวา
ธรรมดาไม่ อุณหภูมิความร้อนของมันรุนแรงเกิน
กว่า จิ่วอิง จินตนาการณ์ไว้หลายเท่านัก เกรงว่า
หากตนเองตกลงไปภายในลาวานี้ มันคงได้
กลายเป็นเถ้าธุลีเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ
“ เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร?” เมื่อได้ยินเสียงแผด
ร้องคำรามของ อู่ อวี้ ก็ทำให้ จิ่วอิง รู้สึกว่าตนราว
กับเป็นคนโง่งม
จากนั้นมันก็ได้ค้นพบความจริงที่ว่า ลาวาใต้ฝั่าเท้า
ของตนกำลังลดลงด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็น
ได้ด้วยตาเปล่า ตรงใจกลางนั้นราวกับปรากฎดวง
ตะวันซึ่งส่องสว่างแสงออกมาอย่างเจิดจ้า แน่นอน
ว่าสิ่งที่กำลังส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องสงสัย
เลยว่า อู่ อวี้ กำลังดูดซับลาวาเหล่านี้ เพื่อหลอม
สร้างร่างกาย!
หากยืนอยู่บนฟากฟั้า แล้วมองลงมาจากด้านบน
จะเห็นได้ว่า จันทรากระจ่างเต็มดวงกำลังค่อย ๆ
หดแคบลง
“ คนผู้นี้ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง” จิ่วอิง ไม่
ค่อยชอบชื่นชมผู้ใดนัก แต่สำหรับ อู่ อวี้ ตัวมัน
กลับยอมรับอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่
เขายังมีเจตจำนงอันแรงกล้าอีกด้วย
กล่าวได้ว่าความจริงแล้ว ฉีเทียนต้าเซิ่น นั้นมี
อิทธิพลต่อ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง มีหลายต่อหลาย
ครั้งที่เขาต้องต่อสู้ ต้องเดิมพันด้วยชีวิตแลความ
ตายของตนเอง ทำให้เขามุ่งมั่นเพียรพยายามที่จะ
ต่อสู้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่ต้องหลีก
หนีความตายจาก ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ทำให้เขามี
ประสบการณ์ในการต่อสู้กับความสิ้นหวังอย่าง
ลึกซึ้ง
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจึงยืนหยัดอย่างอดทน
รับโอกาสนี้ไว้อย่างยากลำบาก
ในยามนี้ จิ่วอิง จึงจ้องมองดูมณีจันทราค่อย ๆ หด
เล็กลง เนื่องจากลาวาเหล่านี้ได้ถูก อู่ อวี้ ดูดกลืน
เข้าไป บัดนี้ตำแหน่งที่ อู่ อวี้ อยู่ได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นดวงตะวันขนาดย่อมอย่างสมบูรณ์ ดวง
ตะวันสาดประกายแสงเจิดจ้าระเบิดคลื่นเปลว
เพลิงแผ่ขยายออกไปทั่วทุกทิศทาง จิ่วอิง คิดว่าใน
เวลานี้ อู่ อวี้ ย่อมร้อนยิ่งกว่าลาวาก่อนหน้านี้เสีย
อีก
ความจริงแล้ว การก่อรูปถือกำเนิดกายเนื้อของ อู่
อวี้ ไม่ได้ร้อนแรงดุจดวงตะวัน แต่มณีจันทรา
เปรียบเสมือนดั่งจันทรากระจ่างยามอาทิตย์ลับ
ขอบฟั้า ซึ่งจันทราที่ปรากฏขึ้นในเวลานี้ แทบจะ
เหมือนกับดวงตะวันอันร้อนแรงก็มิปาน
ตูมตูมตูม!
คลื่นเปลวเพลิงพุ่งพล่านปันปั่วน เผาผลาญอย่าง
ต่อเนื่อง ช่วงเวลา 1 วันได้ผ่านพ้นไป บัดนี้เพลิง
ลาวาจากเตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพแทบจะ
เหือดแห้งลงอย่างสิ้นเชิง จิ่วอิง ไม่จำเป็นต้องรู้สึก
กังวลเกี่ยวกับการร่วงตกลงไปอีก เพราะยังไงแล้ว
มันกลับถูกแทนที่ด้วย อู่ อวี้ ซึ่งในเวลานี้ดูราวกับ
จันทราเต็มดวง หากมองมาจากตำแหน่งของ จิ่
วอิง จะสามารถมองเห็นได้อย่างเลือนรางว่า อู่ อวี้
กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางจันทราเต็มดวงนั้น ดวงตาปิด
สนิท นอกจากนี้ยังสามารถแลเห็นการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเลือดเนื้อของเขาได้ยัง
คลุมเครือ
การหลอมสร้างกายาสักการะราชันย์มณีจันทรา
พุทธเจ้า ได้มาถึงกระบวนการสุดท้ายแล้ว ในเวลา
นี้ความยากลำบากและความเจ็บปวดทั้งหมดได้
ผ่านพ้นไป ซึ่งหมายความว่า อู่ อวี้ ทำสำเร็จแล้ว
ในฐานะที่ จิ่วอิง เป็นคนนอก ย่อมไม่สามารถรับรู้
ได้ถึงความยากลำบากที่ อู่ อวี้ ต้องไปเผชิญ ไม่
สามารถสัมผัสได้ถึงการการต่อสู้ดิ้นรนอย่างน่า
สะพรึงกลัวในวันนี้ แต่มันก็ล่วงรู้ได้แล้วรู้สึกยินดี
กับ อู่ อวี้ อย่างแท้จริง
“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ตอนนี้ลาวาได้หายไปแล้ว ข้า
ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะร่วงตกลงไป บางทีเราอาจอด
ปล่อยพลังเต็มที่ เพื่อทะลวงฝั่าพื้นผิวปฐพีออกไป
ด้านนอก”
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับลาวาอันไรสิ้นสุดก่อนหน้า
นี้ มันถูกดูดซับจนเหือดแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นเอง สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อู่
อวี้ กำลังเร่งกระบวนการดูดซับลาวา เวลาผ่านไป
ประมาณ 2 ก้านธูป บัดนี้ เตาหลอมมณีจันทราใต้
พิภพ ได้ถูก อู่ อวี้ ดูดซับเข้าสู่ร่างกายอย่าง
สมบูรณ์ ในเวลานี้ผิวของ อู่ อวี้ ขาวราวกับหิมะ
แผ่สัมผัสความรู้สึกถึงทองคำ เมื่อมองจาก
ภายนอก จะไม่เห็นถึงความแตกต่างจากอดีต แต่
เขาได้บรรลุ กายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธ
เจ้า อย่างแท้จริงแล้ว บัดนี้ทั่วทั้งร่างของเขา
แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เมื่อมองดูอย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่าบนแผ่นหลัง
ของเขา ได้ปรากฏจันทร์กระจ่างเต็มดวงส่องสว่าง
แสงเจิดจ้า ทั้งกายเนื้อ กระดูก ผิวหนัง กล้ามเนื้อ
โลหิต และส่วนต่างๆ ในร่างกาย แข็งแกร่ง
กว่าเดิมนับ 10 เท่า การโบกสะบัดมือแต่ละครั้ง
สามารถปล่อยคลื่นพลังแผ่กระจายออกไปเป็นวง
กว้าง ทั้งยังสามารถก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่ว
ทั้งพื้นปฐพีนี้ได้
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ลืมตาขึ้น พลันปรากฎแสง
ส่องสว่างมาจากดวงตาสองข้างของเขา ฉับพลันก็
ปรากฏเป็นขอโพลงสองโพลงกำลังพุ่งทะยานขึ้น
ไปตั้งบนอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา พลังกาย
เนื้อทั้งภายในภายนอกปลดปล่อยพลังออกมาถึง
ขีดสุด!
ความจริงแล้ว การบรรลุกายาสักการะราชันมณี
จันทราพุทธเจ้าทองคำ ไม่ใช่เพียงแค่การยกระดับ
ความแข็งแกร่งของกายเนื้อเพิ่มขึ้น 10 เท่าจาก
ก่อนหน้านี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถ
โดยรวมของร่างกายด้วย เช่น วิสัยทัศน์การ
มองเห็นซึ่งมีอำนาจในการเจาะทะลุทะลวงเพิ่ม
มากขึ้น และนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ต่อมา
อู่ อวี้ ประมาณการความแข็งแกร่งของตนเอง
ในตอนนี้ เมื่อลองตรวจสอบดู แม้กระทั่งตัวเขา ยัง
รู้สึกหวั่นเกรงความแข็งแกร่งของตนเองในตอนนี้
ถึงแม้ดวงตาทั้งสองจะมีสีดำสนิท แต่รัศมีที่เขา
ปลดปล่อยออกมานั้น ก็ให้ความรู้สึกสูงส่งอย่างหา
ใดเปรียบ
ทั่วทั้งร่างของเขา ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความ
แข็งแกร่งแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง ทันใดนั้นเอง
เส้นชีพจรทองคำก็ปรากฏออกมาให้เห็นจากทั่วทั้ง
ร่าง สร้างเป็นเครือข่ายทองคำ ขึ้นบนร่างกายของ
เขา สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากสุดก็คือ ท่ามกลาง
เครือข่ายทองคำเหล่านั้น ไม่มีสิ่งใดไหลเวียนอยู่
เลย นอกจากลาวาทองคำที่ถูก อู่ อวี้ กลืนกินเข้า
ไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ภายในร่างกายของเขา
เปรียบเสมือนดั่ง เตาหลอมมณีจันทราใต้พิภพ
เพียงเอื้อนบ้วนน้ำลายซึ่งเป็นลาวาออกไป ก็ทำให้
สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภาตกตาย
ลงได้แล้ว
แม้พื้นฐานการฝึกตนของเขาจะอยู่ในระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 3 แต่ยามนี้พลังทางกายเนื้อของ
เขา มีพลังอำนาจเหลือล้ำยิ่งกว่าแกนกำเนิด!
สำหรับคนผู้อื่นแกนกำเนิดของมันอาจมีความ
แข็งแกร่งมากกว่ากายเนื้อ 10 เท่า แต่สำหรับ อู่
อวี้ กายเนื้อของเขา กลับมีอำนาจเหนือกว่าแกน
กำเนิด นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้านี้ หาก
นำมาเปรียบกับ จิ่วอิง ซึ่งเป็นเผ่าปีศาจแล้ว
แท้จริงความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของมันนั้นสูง
ล้ำกว่า แกนกำเนิด เพียง 1 ส่วน 3 เพียงเท่านั้น
และแน่นอนว่าคุณภาพแกนภาสีขาวของ อู่ อวี้
นั้น เรียกได้ว่าต่อต้านสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อยาม
ที่แกนนภาของเขาเติบโตขึ้น ผนวกกับพลังกาย
เนื้อที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถจินตนาการ
ถึงภายภาคหน้าได้
ในวันนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองไม่เหมือนกับผู้ฝึกตน
แต่เสมือนยอดยุทธเป็นผู้มีวรยุทธอยู่ในระดับสุด
ยอด พลังทั้งหมดนี้หาได้เกิดจากเคล็ดวิชาเต๋าไม่
ด้วยพลังที่เปียมไปด้วยความเด็ดขาด แข็งแกร่ง
เช่นนี้ มันคือพลังอำนาจในการต่อสู้อันน่า
สะพรึงกลัวของจ้าวแห่งสงครามอย่างแท้จริง
เมื่อเขาลุกขึ้นยืน กระดูกทั่วร่างของเขาก็บังเกิด
เสียงดัง แคร๊ก แคร๊ก แม้แต่ จิ่วอิง ที่หันหน้ามา
ทางเขา ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันหนาวเย็นที่แผ่
กระจายออกมา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ