กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 278 อาณาเขตลาแหงเกียรติยศ
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
มากเกินไป ส่งผลให้ยามนี้ จิตใจของ อู่ อวี้ แทบ
จะว่างเปล่า
เขาเข้าใจมานานแล้วว่า ตนเองอาจจะถูกอสรพิษ
ยักษ์ตัวนี้เขมือบเข้าไป อสรพิษยักษ์ตัวนี้ช่างร้าย
กาจน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แม้แต่หมิงซวงก็ยัง
บอกว่า ชักจะท่าไม่ดีแล้ว
จิ่วอิง เรียกอสรพิษยักษ์ตัวนี้ว่า ‘อาปา’ เขาได้เอ่ย
ว่ามันโง่เขลาไร้สติปัญญา ซึ่งเช่นนี้มันอาจจะเป็น
อันตรายต่อตัวของ อู่ อวี้ ได้ …
อู่ อวี้ สูดหายใจเข้าลึก เพื่อทำใจให้เย็นลง แล้ว
กล่าวขึ้นว่า” จิ่วอิง เจ้าอย่าได้กังวลไป เจ้าจงเล่า
ให้ข้าฟังว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราค่อยช่วยกันคิดหา
หนทางออกไป”
ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว จึงไร้ประโยชน์ที่จะ
บ่นคร่ำครวญรำพันใด ๆ ออกมา
จิ่วอิง ซึ่งกำลังหงุดหงิดมีโทสะอยู่เล็กน้อย เมื่อแล
เห็นดวงตาอันเงียบสงบของ อู่ อวี้ จิตใจมันเย็นลง
พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ไอ้งูยักษ์ที่
เราเห็นก่อนหน้านี้มันได้เขมือบเราลงท้อง ซึ่งมันมี
ชื่อเรียกว่า ‘อสรพิษปา’ ปีศาจตัวมหึมาตัวนี้เป็น
สหายของบิดาข้า ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน จึง
ผูกพันเกี่ยวดองเสมือนดั่งน้องชายผู้หนึ่งของบิดา
ข้าเลยก็ว่าได้ แต่เพราะพื้นเพกำเนิดของมันเป็น
สัตว์ปั่า ‘อาปา’ จึงไร้สติปัญญา ถึงแม้มันจะมี
ความแข็งแกร่งมากมายมหาศาล จนอยู่ใน
ขอบเขตจิตเทวะได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยธรรมชาติ
ของสัตว์ปั่า เขาจึงไม่อาจพูดคุยสื่อสารกับข้าได้
แลทำได้เพียงพูดคุยสื่อสารทางจิตวิญญาณกับ
บิดาข้า ฟังแต่คำสั่งบิดาของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ข้าคิดว่าเขาคงรับคำสั่งจากบิดา ให้พาตัวข้ากลับ
ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ทำให้เขารู้สึกอึ้ง
จนแทบพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าตนเองควรจะไต่ถามอัน
ใดออกไปดี เขาฉงนสงสัยตรงคำว่า ‘สัตว์สหาย’
มันถือเป็นคำไม่คุ้นหูสำหรับเขา เป็นความจริงว่า
แม้แต่ปีศาจที่อ่อนแอกว่ามาก อย่าง หว่านชิง นาง
ก็ยังคงมีสติปัญญา อีกทั้งยังใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวง
เช่นดั่งมนุษย์ แต่สัตว์ยักษ์ตัวนี้ มีความแข็งแกร่ง
อยู่ในอาณาเขตกำเนิดจิตเทวะ แต่กลับไร้ซึ่ง
สติปัญญา
“ มันจะพาเจ้ากลับ แต่เป็นเพราะข้าอยู่ใกล้กับเจ้า
มากเกินไป จึงพลอยฟั้าพลอยฝนถูกกลืนลงมาด้วย
อันเนื่องจากว่ามันไร้สติปัญญา จึงไม่อาจพูดคุย
สื่อสารกับเจ้าได้ สรุปก็คือมันจะพวกเราทั้งคู่
กลับไปยัง ‘ห้วงทะเลปีศาจอนันต์’ ?” อู่ อวี้ คาด
เดาสถานการณ์ จากปฏิกิริยาความหวาดกลัวของ
จิ่วอิง
จิ่วอิง พยักหน้าหงึก ๆ แล้วกล่าวด้วยความไม่
สบายใจว่า” สิ่งที่เจ้าคิดถูกต้องแล้ว หากข้า
พูดคุยสื่อสารกับเขาได้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าติดแหง็
กอยู่กับข้าเช่นนี้ แต่เจ้าปีศาจโง่นี่มันมีแต่แรง แต่
…”
กล่าวได้ว่า ตัวเขาอาจถูกพาตัวไปยัง ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ อันแสนห่างไกล
แต่สำหรับปีศาจแล้ว พวกมันต่างเรียกขานมันว่า
ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา
“ เอาเป็นว่า พอไปถึงแล้วข้าค่อยหาทางกลับมาก็
ได้ อาจจะต้องใช้เวลามากสักหน่อย แต่ก็ไม่มี
หนทางอื่นใดอีก…” อู่ อวี้ กระทำได้เพียงเท่านี้
เขาสงสัยว่า ในช่วงเวลานั้นหากตัวเขาอยู่ห่างจาก
จิ่วอิง มากกว่านี้เล็กน้อย เขาก็คงอาจจะไม่ถูก
เหมารวมจับตัวกลับมาด้วย
เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จิ่วอิง โขกศีรษะขอ
อภัยพร้อมกล่าวขึ้นว่า” อาจจะมีปัญหาบางอย่าง
เพราะข้าออกมาจาก ‘อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ’
ด้วยนิสัยของบิดาข้า เกรงว่าท่านจะสั่งให้ ‘ อาปา
‘ โยนข้ากลับไปที่ ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
อีก ซึ่งคาดว่าเจ้าเองก็คงจะถูกโยนเข้าไปด้วย
ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ถ้าหากข้า
ไม่ทำภารกิจล่านี้ให้เสร็จสมบูรณ์ ก็ไม่สามารถ
ออกไปไหนได้ทั้งสิ้น ดูเหมือนเจ้าเองก็ต้องติดแหง็
กอยู่กับข้า งานนี้เห็นทีท่าจะยากที่จะได้ออกไป…”
อู่ อวี้ นั่งฟังด้วยอาการตกตะลึงอึ้งเป็นไก่ตาแตก
แต่อย่างน้อยตัวเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ คงไม่ใช่เรื่องง่าย
เสียแล้วที่จะกลับไปยังซูซัน
เรื่องราวบานปลายที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้
คาดหมายอย่างสิ้นเชิง
“ อู่ อวี้” อยู่ ๆ จิ่วอิง ก็กล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน
ว่า” เหตุผลที่ข้าไม่อยากบอกเจ้าเกี่ยวกับสถานะ
ตัวตนแท้จริง ก็เพราะว่าบิดาของข้าคือจ้าวปีศาจ
เป็นนายใหญ่แห่ง ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา เป็น
ปีศาจที่มีเกียรติสูงสุดเหนือปีศาจทั้งผองมวล ทั่ว
ทั้งทวีปแห่งทวยเทพ เรียกขานนามท่าน
ว่า ‘จักรพรรดิอิง’“
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวใจของ อู่ อวี้ ก็สั่นสะท้านด้วย
ความกลัวแลตกตะลึง เขาพยายามหลอกตัวเอง
ด้วยการคิดว่าตนเองนั้นหูฝาดไป แต่ท่าทางของ จิ่
วอิง ก็ดูจริงจังเสียเหลือเกิน ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าเขา
ไม่ได้ล้อเล่นกับตนในเรื่องดังกล่าว
อู่ อวี้ จดจำได้ว่าตนเองเคยอ่านเจอ ในบันทึกรวม
ประวัติศาสตร์ทวีปแห่งทวยเทพ เกี่ยวกับปีศาจ
เก่าแก่โบราณ ที่อยู่ใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์
กล่าวกันว่ามันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขาซูซัน มัน
คืออสูรโบราณที่ดำรงอยู่มาเนิ่นนาน ตามตำนาน
กล่าวไว้ว่ามันเป็นอสูรที่ เหี้ยมโหดอำมหิต มันถือ
สันโดษดื้อรั้นตัดสินใจเพียงลำพัง โหดร้ายไร้ความ
ปราณี นำพาหายนะภัยพิบัติมาสู่ทวีปแห่งทวย
เทพหลายครั้ง ผู้ก้าวเดินอยู่ในวิถีธรรมจำนวนมาก
ต่างร่วมมือกันเพื่อสยบมัน เมื่อไม่นานมานี้มันเพิ่ง
ย้อนกลับไปใน ห้วงทะเลปีศาจอนันต์…
จ้าวปีศาจซึ่งเป็นนายใหญ่ของปีศาจทั้งผอง ก็คือ
จักรพรรดิ อิง
การได้พบพานกับปิศาจตนหนึ่งโดยบังเอิญผิวเผิน
แต่ไป ๆ มา ๆ ปีศาจตนนี้กลับเป็นบุตรของ
จักรพรรดิอิง เป็นเสมือนดั่งโชคชะตาฟั้าลิขิตไม่
อาจขัดขืนได้ ไม่อาจรู้ว่าการชักนำจากสวรรค์ครั้ง
นี้จะเป็นเรื่องดีหรือร้าย
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เพราะเหตุใด จิ่
วอิง จึงเป็นปีศาจที่มีสายโลหิตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
ถึงเพียงนี้ นั่นเป็นเพราะเขาคือบุตรของ จักรพรรดิ
อิง เขาถึงได้มีความสามารถเหล่านี้ ซึ่งก็ดู
เหมือนว่า จักรพรรดิอิง จะไม่เคยมีทายาทมาก่อน
อายุอานามของ จิ่วอิง ยังคงอ่อนเยาว์มากยิ่งนัก
ซึ่งดูจากรูปลักษณ์ของแล้วเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
เขามีอายุเพียงแค่ 10 กว่าปีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผู้คน
ในทวีปแห่งทวยเทพ จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ไม่โต้ตอบใด ๆ กลับมา จิ่วอิง ก็
กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าขมขื่นว่า” ปัญหาสำคัญก็คือ
ตาเฒ่าผู้นี้เป็นคนดื้อรั้นหัวแข็งยิ่งนัก ข้าคิดว่า
ตนเองเป็นประเภทเข้มงวดหัวรุนแรงแล้วนะ แต่
ตาเฒ่าผู้นี้กลับยิ่งกว่าข้าเสียอีก บีบบังคับให้ข้าลง
มือสังหารผู้คน โดยจับข้าโยนใส่เข้าไปใน ‘ อาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ แต่ข้าหลบหนีมาได้ก่อนจะ
ถูกพาเข้าไป หลังจากหลบหนีได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ก็
ได้พบกับดินแดนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จากนั้นก็
ถูก อาปา พากลับมาอีก ครั้งล่าสุดบิดาของข้าได้
กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากข้าหลบหนีออกมาจาก ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ชั่วชีวิตนี้อย่าคิด
แม้แต่จะได้เห็นหน้าเขาอีก หากข้าถูกโยนเข้าไปใน
นั้น ในทุก ๆ วัน ข้าจะไม่ยอมปฏิบัติตามในสิ่งที่
เขาต้องการ แลไม่ยอมทำอะไรทั้งสิ้น [1] [2] ”
จิ่วอิง กลัวที่จะถูกโยนเข้าไป ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ หากเขาสามารถสื่อสารพูดคุยกับปีศาจ
ตนเองที่อยู่ด้านนอกอาณาเขตล่าได้ บางทีอาจจะ
ส่ง อู่ อวี้ กลับออกก็ได้
แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ขึ้นอยู่กับว่า ปีศาจเหล่านั้นจะ
ไม่เกลียดชัง อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม เขาเป็นถึงบุตรชายของจักรพรรดิอิง
ทั้ง อู่ อวี้ ยังถูกจับตัวมาเพราะความผิดพลาด
เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องเสี่ยงชีวิต หรือ
ถึงขั้นตกตกตาย
“ ในตอนนี้ข้าเองก็หมดหนทาง คงได้แต่นั่งรอให้
‘อาปา’ พาพวกเราไป ‘ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา’“
อู่ อวี้ พบว่าอีกฝั่ายนั้นกล่าวคำว่า ‘ห้วงสมุทร
เมฆาลวงตา’ แต่หาได้กล่าวถึง ห้วงทะเลปีศาจ
อนันต์ แม้แต่น้อย
“ ใช่”
“ อื้ม… แล้ว ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ มี
อาณาเขตพื้นที่กว้างใหญ่เพียงใด ?”
จิ่วอิง แสดงสีหน้าอักอ่วนใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว
ขึ้นว่า”เจ้าอาจจะมีโทสะ หากข้าพูดออกไป”
“ ไม่ต้องกังวล” อู่ อวี้ กล่าวอย่างสงบ
จิ่วอิง กล่าวต่อว่า” ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
เป็นสถานที่ให้เผ่าพันธุ์ปีศาจของข้าได้เรียนรู้หา
ประสบการณ์ ซึ่งก็เป็นไปตามชื่อของมัน มันคือ
อาณาเขตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ปีศาจรุ่นเยาว์ได้ทำ
การล่า ถูกแบ่งเป็น 10 ด่าน แต่ละด่านคือโลกปิด
ตาย ซึ่งทั้ง 10 ด่านนี้ต่างเชื่อมโยงถึงกัน ทั้งยังมี
เหยื่อให้ทำการล่าอยู่มากมาย ซึ่งเจ้าก็น่าจะพอเดา
ได้ว่า เผ่าพันธุ์ปีศาจของเราใช้อะไรเป็นเหยื่อ …”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ นึกถึงหุบเหวปีศาจทันที!
มันคือเวรกรรม เป็นบทลงโทษจากสวรรค์อย่าง
แท้จริง
“ ผู้ที่อยู่ในนั้นคือ ผู้ฝึกตน” อู่ อวี้ กล่าว
“ ถูกต้อง เป็นผู้ฝึกตนจากพรรคนิกายต่าง ๆ ใน
ทวีปแห่งทวยเทพ มีคนของตระกูลเทียอี้ มี
แม้กระทั่งผู้ฝึกตนนอกรีตจากทะเลตงไห่ โดย
พื้นฐานแล้วพวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นเชลยของเผ่า
ปีศาจ พวกเขาเหล่านี้ถูกผู้อาวุโสจับเข้ามาไว้ใน ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ จากนั้นก็ปล่อยให้
ปีศาจหนุ่มสาวไล่ล่าสังหารหาประสบการณ์ ใน ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ มีกฎว่าหากผู้ฝึกตน
คนใดสามารถเอาชนะปีศาจได้มากพอ เขาก็จะมี
โอกาสออกไปจากที่นี่ได้ ส่วนกฎของปีศาจอย่าง
เรา คือการฝั่าทั้ง 10 ด่านนี้ไปให้ได้ และ
จำเป็นต้องมี ‘ตรายกเลิกพันธะทาส’ 10 ชิ้นขึ้นไป
ถึงจะสามารถออกจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
ได้ หากผ่านเงื่อนไขทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ ไม่
เพียงแต่จะได้รับรางวัลมากมาย แต่ยังช่วย
ยกระดับชื่อเสียงและสถานะให้สูงส่งมากยิ่งขึ้น”
กฎเหล่านี้แทบจะเหมือนกับของหุบเหวปีศาจ
อย่างไม่ผิดเพี้ยน
เห็นได้ชัดว่าผู้คนใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
แข็งแกร่งกว่าปีศาจใน หุบเหวปีศาจ อันเนื่องจาก
หุบเหวปีศาจ อยู่ภายในอาณาเขตกระบี่สามัญ อู่
อวี้ ไม่ทราบว่าจะมี สถานที่ที่คล้ายคลึงกับ มหา
วงจรสี่วิถีกระบี่แห่งชิงเทียนซูซัน อีกหรือไม่ แต่
จากการคาดเดาของเขา มันก็น่าจะมี …
ในเมื่อผู้ฝึกตนใช้ปีศาจฝึกฝนวิถีกระบี่ ฉะนั้นแล้ว
ปีศาจก็ถือว่าผู้ฝึกตนคือเปั้าหมายในการไล่ล่า วัฏ
จักรเช่นนี้ช่างเป็นวงจรชั่วร้าย มันคือบทลงโทษที่
แสนโหดร้ายอย่างแท้จริง
จิ่วอิง ยังคงกล่าวต่อไปว่า” ข้าไม่อยากบอกเจ้าว่า
ความจริงเป็นเช่นนี้ เมื่อเราปีศาจเข้าสู่ ‘ อาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ พวกเราจำเป็นต้องสังหารผู้
ฝึกตนที่อยู่ในนั้น เพื่อที่จะได้รับ ‘ตรายกเลิกพันธะ
ทาส’ นี้มา มันคือของวิเศษเชื่อมจิตชนิดพิเศษของ
เผ่าพันธุ์ปีศาจ ส่วนผู้ฝึกตนที่อยู่ในนั้น จะต้อง
เอาชนะพวกเราปีศาจให้ได้เท่านั้น ถึงจะได้รับ
‘ตรายกเลิกพันธะทาส’ แต่ถ้าหากผู้ฝึกตนคนใดลง
มือสังหารปีศาจ หรือทำให้ปีศาจได้รับบาดเจ็บ
สาหัส หากผู้คุมกฎล่วงรู้เข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ในทันที คนผู้นั้นจะต้องถูกผู้คุมกฎสังหาร หนทาง
เดียวที่จะทำให้ออกไปจากที่นี่ได้นั่นก็คือ เก็บ
รวบรวมตรา ‘ตรายกเลิกพันธะทาส’ ให้ครบ 50
ชิ้น”
แม้ว่า จิ่วอิง รู้สึกกระดากปากที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ อู่
อวี้ ฟัง ซึ่งเขาก็รู้ล่วงรู้ได้อย่างชัดเจนว่า กฎข้อแม้
ต่าง ๆ แทบไม่แตกต่างอะไรไปจาก หุบเหวปีศาจ
ที่นั่นปีศาจคือเหยื่อ อีกทั้งยังไม่สามารถสังหารผู้
ฝึกตนของซูซันได้
เพื่ออธิบายให้ อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดเจน จิ่วอิง จึง
อธิบายต่อไปว่า” เจ้าอาจจะไม่เข้าใจ เผ่าพันธุ์
ปีศาจเทิดทูนผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ปีศาจตนใด
หากไม่มีความแข็งแกร่งมากพอ ไม่ว่าจะอยู่ใน
สถานะใด ปีศาจตอนนั้นก็เรียกได้ว่าแทบจะไร้
ตัวตน แม้แต่ข้าซึ่งเป็นบุตรของจักรพรรดิอิง ก็มี
ปีศาจภายใน ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา เพียงไม่กี่ตน
เท่านั้นที่เชื่อฟังข้า เว้นเสียแต่ว่าเวลาที่ข้าได้พบ
เจอกับบิดาเท่านั้น ส่วนเจ้าซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์
แน่นอนว่าพวกปีศาจคงไม่ยอมเป็นมิตรด้วย พวก
มันมีความเกลียดชังฝังลึก เกรงว่าเมื่อพวกนั้นจะ
จับเจ้าไปเป็นทาสใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
‘ แล้วให้เจ้ารอการถูกไล่ล่าจากปีศาจรุ่นเยาว์ที่มา
หาประสบการณ์ …”
“ ทางเจ้าล่ะ มีเรื่องแบบนี้หรือไม่ ?” ดูเหมือนว่า
สถานที่แห่งที่จะแตกต่างจากซูซันเล็กน้อย
สำหรับซูซันแล้วตราบใดที่สาวกผู้นั้นมีสถานะ
สูงส่ง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ หรือ ลูกหลานของผู้ใด ไม่
ว่าคนผู้นั้นจะมีความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด
เขาจะถูกยำเกรงด้วยความเคารพนับถือ หาก อู่
อวี้ สามารถเป็นศิษย์ของ จอมกระบี่ชิงเหอได้
เกรงว่าคงมีสาวกระดับกระบี่สวรรค์จำนวนมากคง
เข้ามาประจบประแจงเขา
นี่อาจเป็นความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับปีศาจ
ถือเป็นแนววิธีคิดที่แตกต่างกัน
หากถูกจับตัวเข้าไปไว้ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ เฉกเช่นดั่งปีศาจจิ้งจอก จะเกิดอันใด
ขึ้นในตอนจบ ? เมื่อได้เห็นสีหน้าซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยความขมขื่นของ จิ่วอิง อู่ อวี้ ก็สามารถล่วงรู้
ได้ในทันที
“ ผู้ฝึกตนที่เพิ่งถูกจับมา จะถูกประทับ ‘ตรายกเลิก
พันธะทาส’ เอาไว้ จากนั้นจะถูกจัดแบ่งไปตามด่าน
ต่างๆ โดยวัดจากระดับความแข็งแกร่งของคนผู้
นั้น จะไม่สามารถไปด่านอื่นได้หากไม่ได้รับอนุญาต
ถ้าระดับความแข็งแกร่งถูกยกระดับขึ้น ในไม่ช้าก็
จะถูกโอนย้ายไปยังอนาเขตที่มีความแข็งแกร่งมาก
ยิ่งขึ้น จนกว่าจะเก็บรวบรวมตรา ‘ตรายกเลิก
พันธะทาส’ ได้จนครบ 50 ชิ้นถึงจะออกไปได้ แต่
… ข้าจะสู้ เพื่อจะส่งเจ้ากลับไปได้อย่างปลอดภัย
ข้าเชื่อว่าคงมีใครสักคนที่พอจะเห็นแก่หน้าข้าอยู่
บ้างเล็กน้อย ?” เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ดูเหมือนว่า จิ่
วอิง ไม่ค่อยมั่นใจอย่างยิ่ง
สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่มีสิ่งใดสามารถยืนยันได้
อย่างชัดเจนได้ คงทำได้แค่เพียงเฝั้าร้องไห้ให้
อสรพิษปา ปลดปล่อยตัวพวกเขา
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่าเหตุการณ์จะลงเอยเช่นนี้
ตัวเขาเพียงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นบ้างเล็กน้อย ทว่า
ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความน่าหวาดกลัว
ของ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มากขึ้นเท่านั้น เพราะ
นี่คือโลกของปีศาจ! ว่ากันว่าที่นี่มีปีศาจอยู่จำนวน
มากมายนับไม่ถ้วน แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งผืน
ฟั้า ซึ่งมนุษย์ก็ถือเป็นเพียงตัวตนนั่นเล็กจ้อย ทั้ง
มนุษย์ยังทำให้สรรพสิ่งกลายเป็นศัตรูได้อย่าง
ง่ายดาย[3] [4] แม้กระทั่งก้อนศิลา, ต้นไม้,
แม้กระทั่งเศษซากที่ถูกทิ้งร้าง หลังจากเวลาผัน
ผ่านมาเนิ่นนานสิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นปีศาจ
ได้ทั้งสิ้น
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของอสรพิษตัวนี้ เรียกได้
ว่าน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้พวกเขาคาด
ว่าน่าจะใช้เวลานานกว่าจะไปถึง แต่ที่ไหนได้
เพราะในเวลานี้พวกเขาเกือบจะถึง ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ แล้ว
“ อู่ อวี้ ข้าขออภัยจริง ๆ” จิ่วอิง ยังคงรู้สึกผิด
อย่างยิ่ง แล้วสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหดหู่ยิ่งนักก็คือ อา
ปา เป็นสัตว์อสูรที่ไร้ซึ่งสติปัญญา ภารกิจใดที่
จักรพรรดิอิงสั่งให้มันทำ จะไม่ถูกเล็ดลอดเปิดเผย
ออกมาแม้แต่น้อย ทุกภารกิจล้วนบรรลุเปั้าหมาย
เสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างยากที่จะหาใดมาเปรียบ
ดวงตาสีเขียวมรกตนิ่งสงบ ประดุจดั่งทะเลสาบไร้
คลื่น ทว่าแท้จริงแล้วมันหาได้มีความรู้สึกใด ๆ นั่น
เพราะมันไร้สติปัญญา
“ ส่วนหนึ่งอาจถือเป็นโชคชะตา หากอยากออกไป
ก็ต้องชนะปีศาจให้ได้ 50 ครั้ง นับได้ว่าเป็น
ประสบการณ์ที่ดีไม่น้อย ข้าหาได้ใส่ใจไม่” อู่ อวี้
กล่าวออกมาอย่างเปิดเผย
ถึงกลับไปยังซูซันในตอนนี้ ก็ยังคงต้องหมั่นฝึกฝน
บ่มเบาะ ทั้งคงต้องรออีกนานกว่า หนานกง เหว่ย
จะออกมาจากถ้ำกำเนิดใหม่
สิ่งที่น่าหดหู่ใจมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ เขาได้
ทำภารกิจเสร็จสิ้นลงแล้ว ยังไม่ได้รับแต้ม
ความสำเร็จเป็นผลตอบแทนใด ๆ กลับมา หวังว่า
เมื่อเขากลับไป ซูซันจะไม่ลืมเลือนเรื่องนี้ไป
เสียก่อน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ