กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 279 อู อวี้ ผูหายสาบสูญ
ในวันหนึ่ง กลุ่มของผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ ได้ร่อนลง
มายังพรรควายุอัสนี
คนที่เป็นผู้นำ อยู่ในชุดคลุมสีม่วง มีความงามราว
กับบุบผาที่บานสะพรั่ง แน่นอนคนผู้นั้นคือ เฉิน
ซิงหยู๋ นางรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง จึงได้ไปค้นหาใน
หลายสถานที่ และหลังจากนั้นทุกคนก็ได้มารวมตัว
กันที่ พรรควายุอัสนี แห่งนี้ เนื่องจากรายงานของ
ขุมกำลังในพื้นที่ พวกเขาจึงได้พบกับศพของนิกาย
เซียนซูซันในที่แห่งนี้
เมื่อ เฉิน ซิงหยู๋ ได้รับยันต์สื่อสารของ อู่ อวี้ แล้ว
นางจึงไปสมทบกับกองกำลังแห่งซูซันที่ได้ออก
เดินทางมาก่อนหน้านี้สองวัน เพื่อมาแจ้งว่าการ
ต่อสู้ได้ถึงจุดสิ้นสุด อีกทั้งความเป็นจริงได้ถูก
เปิดเผยออกมาแล้ว
เมื่อได้วิหารจิตวิญญาณได้รับทราบมาว่ามีสาวก
ขั้นกระบี่ปฐพีได้ตกตายลงไปถึงห้าคน นิกายเซียน
ซูซันจึงรีบส่งสาวกขั้นกระบี่ปฐพีถึงยี่สิบชีวิตเข้า
มาเพื่อให้การสนับสนุน ในหมู่พวกเขามีบางคน
เป็นตัวตนที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่แปด
และ ระดับที่เก้า
ตลอดการเดินทางมานี้ เฉิน ซิงหยู๋ ได้บอกเล่าถึง
บทสรุปของเรื่องนี้อย่างละเอียด เดิมทีสาวกขั้น
กระบี่ปฐพีทั้งหลายเตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับ
ศัตรู กลับได้ยินว่าเรื่องนี้ได้รับการแก้ไขไป
เรียบร้อยแล้ว จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงมีข้อสงสัยอยู่หลาย
อย่าง
ประการแรกจะกล่าวถึง อู่ อวี้ กับ ปีศาจที่หลงเข้า
มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เป็นปีศาจอะไร และมีความ
แข็งแกร่งขนาดไหน?
ประการที่สอง ตัว อู่ อวี้ เพิ่งจะอยู่ในขั้นสร้างแกน
นภาระดับที่สามอันกระจ้อยร่อย จะไปสามารถ
ร่วมมือกับปีศาจตนนั้นจนกระทั่งสังหารผู้ฝึกตน
นอกรีตที่ฆ่าพวก เหอ เต้าจื้อ ให้ตกตายอย่างไร?
ตามเหตุผลแล้ว อู่ อวี้ ควรจะเป็นคนที่อ่อนแอ
ที่สุดในกลุ่ม และมีแนวโน้มที่จะตกตายไปก่อนจึง
จะถูก
เฉิน ซิงหยู่ จึงกล่าวว่า เมื่อได้พบกับ อู่ อวี้ แล้ว
ข้อสงสัยของพวกเขาอาจจะได้รับคำตอบ
กลุ่มคนที่มาถึงที่นี่ ได้พบกับซากศพของพวก เหอ
เต้าจื้อ ทุกคนจึงได้จับกลุ่มกันเอาไว้ ซากศพของ
พวก เหอ เต้าจื้อ นั้นอยู่ในสภาพที่น่าอนาถ อู่ อวี้
ยังไม่ทันที่จะจัดการให้เรียบร้อย ตัวเขาก็ดันถูก
อสรพิษยักษ์พาตัวไปเสียแล้ว
“เหอ เต้าจื้อ,เย่ จิงหมิง,กู่ หงหมิง……. คนเหล่านี้
นับเป็นสาวกที่โดดเด่น โชคดีที่ในตอนนี้อาจารย์
ของพวกเขากำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ มิฉะนั้นหากได้
ยินข่าวนี้เข้า คาดว่าพวกเขาทั้งหมดจะต้องรีบ
ติดต่อมาในทันที”
“ข้าได้ยินมาว่ามีสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ร่วมทางมา
ด้วย คาดว่าน่าจะมาถึงแล้ว”
“ใช่แล้ว อู่ อวี้ ไม่ใช่ว่ายังไม่ตกตายไปเสียหน่อย
แล้ว อู่ อวี้ ล่ะอยู่ไหน! เวลานานเช่นนี้ ทำไมถึงไม่
ทำการจัดการกับซากศพศิษย์พี่ชายศิษย์พี่หญิง
เหล่านี้ให้เรียบร้อย!”
ผู้อาวุโสบางคนรู้สึกไม่พอใจ จึงเริ่มตะโกนเสียงดัง
เรียกหาตัว อู่ อวี้ แต่ทุกคนได้ทำการค้นหารอบๆ
แล้ว กลับไม่พบการดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ เลย
“เฉิน ซิงหยู๋ อู่ อวี้ ได้ติดต่อกับเจ้ามานี่ ควรที่จะมี
กล่าวถึงตำแหน่งของเขาด้วย”
เฉิน ซิงหยู๋ รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าแปลก นางจึง
ตอบไปว่า”เขาได้บอกมาแล้วว่ากำลังรอพวกเรา
อยู่ในเขตพรรควายุอัสนี ว่าแต่ทำไมถึงไม่เห็น
แม้แต่ร่องรอยของเขากันนะ?”
ในตอนนี้นางก็ยังหา อู่ อวี้ ไม่พบ
ช่วงเวลานี้ฝูงชนทั้งหมดต่างก็ไม่เข้าใจ
ดวงตาอันงดงามของ เฉิน ซิงหยู๋ สอดส่ายสายตา
ไปทั่วทุกทิศ พร้อมกล่าวมาว่า”บางที่อาจจะมีเรื่อง
บางอย่างที่ทำให้เขาออกไปจากที่นี่ชั่วคราว พวก
เราน่าจะรอเขาก่อน ข้าก็มีคำถามบางอย่าง
ต้องการที่จะถามเขาเช่นกันกัน”
ทุกคนต่างรู้สึกกังวล
“ข้าได้ค้นพบข้อมูลบางอย่างของ เฮยซาน กุ่ยอี้ ผู้
นี้ มันอยู่ในขอบเขตระหว่างขั้นสร้างแกนนภา
ระดับที่เจ็ดและระดับที่แปด เชี่ยวชาญในเรื่อง
ศาสตร์ของอักขระเวทย์มนต์ ค่ายกลปั้องกันของ
พรรคเหล่านี้สำหรับมันแล้วนับว่าเป็นเพียงเรื่องไร้
สาระ เหอ เต้าจื้อ ได้พ่ายแพ้มันไป ถือได้ว่าเป็น
เรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว เจ้าผู้ฝึกตนนอกรีตผู้นี้เจ้า
เล่ห์เกินไป ใช้วิธีเช่นนี้เพื่อหลอกล่อให้สาวกนิกาย
เซียนซูซันของพวกเรามาติดกับดัก หนี้บัญชีนี้
จะต้องถูกชำระ”
“แล้วจะไปคิดบัญชีกับใครล่ะ? มันผู้นี้หัวเดียว
กระเทียมลีบ สหายสักคนก็ยังไม่มี หรือว่าเจ้าจะไป
สังหารเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดหรือไร?”
เรื่องเช่นนี้ใจะต้องทำให้นิกายเซียนซูซัน
เคลื่อนไหวบางอย่างแน่นอน ซึ่งการที่พวกเขามา
ที่นี่ในเวลานี้แล้ว จำต้องหารายละเอียดต่างๆให้
มากที่สุดเสียก่อน
ทุกคนช่วยกันจัดการศพของพวก เหอ เต้าจื้อ
ระดมคนของอีกหกขุมกำลังที่ยังเหลืออยู่ จัดการ
ฝังศพของผู้ที่โชคร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้ แน่นอน
ว่าภายใต้กระบวนการนี้ ทุกคนต่างได้รับการ
ปกปั้องจากคนของนิกายเซียนซูซันอย่างพวกเขา
เพื่อมอบความสบายใจให้กับพรรคนิกายเหล่านี้
และเพื่อทำให้พวกเขาหายจากอาการตื่นตระหนก
พวกเขาซักถามเจ้าเมืองชิงซาง ทุกคนจึงได้เข้าใจ
สถานการณ์ของปีศาจตัวนั้นที่ อู่ อวี้ ได้กล่าว
ออกไป อย่างไรก็ตามเจ้าเมืองชิงซางได้หลบหนีมา
โดยตลอด จึงไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างใน
พรรควายุอัสนี
พวกเขากำลังรอคอยการกลับมาของ อู่ อวี้ แต่
คาดไม่ถึงว่า ในเวลาหนึ่งวันมานี้กลับไม่พบซึ่ง
ร่องรอยแม้เพียงนิด ทุกคนจึงเริ่มร้อนใจ เมื่อเป็น
เช่นนั้น เฉิน ซิงหยู๋ จึงตัดสินใจแยกตัวออกไปตาม
หา ผู้คนมากกว่ายี่สิบกว่าคนกระจายตัวกันออกไป
ในครึ่งวัน พวกเขาได้ค้นหาบริเวณละแวก
ใกล้เคียงทั้งหมด แต่กลับไม่พบร่องรอยของ อู่
อวี้ ท้ายที่สุดทุกคนจึงกลับมารวมตัวกันที่พรรค
วายุอัสนี และบัดนี้ใบหน้าของทุกคนพลันเริ่ม
เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด
ทันใดนั้นมีสาวกขั้นกระบี่ปฐพีผู้เยาว์คนหนึ่งก้าว
ออกมา มันก็คือ จ้าว ซวนเซียน มันได้ยินเกี่ยวกับ
ข่าวคราวในสถานที่แห่งนี้แล้ว และได้รู้ว่ามัน
เกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ จึงได้ขอติดตามมาด้วย
ในตอนนี้ใบหน้าของมันดูเคร่งขรึม จากนั้นได้กล่าว
ว่า”ผู้อาวุโสทุกท่าน อู่ อวี้ ในตอนนี้ยังไม่ปรากฏ
ตัวออกมาสักที เชื่อว่าในใจของผู้อาวุโสทุกท่านจะ
มีข้อสงสัยเช่นเดียวกับข้า ข้าจะกล่าวสิ่งที่ข้ารู้สึก
สงสัยออกมา นั่นก็คือ ข้าสงสัยในข้อความของ อู่
อวี้ ที่ส่งผ่านยันต์สื่อสารมานั่นเป็นความจริง
หรือไม่ ข้ารู้สึกว่ามันมีจุดที่น่าสงสัยอยู่มากมาย
ความเป็นจริงแล้วตัวเขาอาจจะกุเรื่องของผู้ฝึกตน
นอกรีตขึ้นมาก็เป็นได้”
“อย่ากล่าววาจาไร้สาระ ตัวข้าเคยได้ยินถึงค่ายกล
วิญญาณดับสูญมาก่อน และในบริเวณนี้เห็นได้ชัด
ว่ามีรากฐานของค่ายกลวิญญาณดับสูญอยู่ มี
เพียงแต่คนประเภท เฮยซาน กุ่ยอี้ เท่านั้นถึงจะทำ
เรื่องเลวทรามเช่นนี้ได้ และพวกปีศาจทั้งหลายต่าง
ก็ไม่เชี่ยวชาญในด้านศาสตร์ของอักขระเวทย์”
เฉิน ซิงหยู๋ จ้องไปที่มันอย่างรวดเร็ว
ทุกคนต่างรู้ดีว่า จ้าว ซวนเซียน ได้พ่ายแพ้ให้กับ
อู่ อวี้ ในใจของมันจึงไม่ยอมรับในตัว อู่ อวี้
จ้าว ซวนเซียน ไม่ยอมแพ้ จึงกล่าวต่อ”นั่น
หมายความว่าเขาและปีศาจตนนั้น ไม่สามารถ
เอาชนะ เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้ และ เฮยซาน กุ่ยอี้ ก็ยัง
ไม่ตาย กลับกันพวกเขาได้หนีไป แต่เกิดกลัวว่าจะ
รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ไหว ดังนั้นจึงแต่งเรื่องโกหก
ขึ้นมา”
เฉิน ซิงหยู๋ กล่าวตอบไปว่า”เฮยซาน กุ่ยอี้ ตกตาย
ไปหรือเรื่องนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้ แต่ถึงว่ามันจะยัง
ไม่ตาย อู่ อวี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะแต่งเรื่องโกหกเช่นนี้
ขึ้น ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่สามารถเทียบได้
กับ เฮยซาน กุ่ยอี้ ความเป็นไปได้มากสุดคือการที่
จะกลับไปที่นิกายเซียนซูซันเพื่อขอความช่วยเหลือ
จ้าว ซวนเซียน อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนกับ
เจ้าเสียหมด”
เมื่อถูก เฉิน ซิงหยู๋ กล่าววาจาดูถูกเช่นนี้ จ้าว
ซวนเซียน พลันหน้าแดงขึ้นด้วยความโกรธ พร้อม
กล่าวออกมาด้วยโทสะ”ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่มีทางเชื่อ
ว่าเจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้จะสามารถต้านทานปีศาจเช่นนั้น
ได้ ทั้งยังสังหาร เฮยซาน กุ่ยอี้ ได้อีก! มันกระทั่ง
ทำการร่วมมือกับเจ้าปีศาจ ถือเป็นการละเมิด
หลักการพื้นฐานของสาวกนิกายเซียนซูซัน! ข้า
สงสัยว่ามันและปีศาจทำการสมรู้ร่วมคิดกัน จึงไม่
มีหน้าที่จะกลับไปยังนิกายเซียนซูซัน ดังนั้นจึงได้
หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย”
กล่าวได้ว่ามันกำลังอยู่ในความโกรธ แต่กลับไม่มี
ใครสนใจมันแม้แต่คนเดียว เพราะว่าทุกคนต่างก็รู้
ดีว่าความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มีเพียง อู่ อวี้
เท่านั้นที่จะขจัดความสงสัยทั้งปวงได้
ส่วน เฮยซาน กุ่ยอี้ เห็นได้ชัดว่ามันก่อตั้งค่ายกล
วิญญาณดับสูญไม่สำเร็จ บางทีมันอาจจะตายไป
แล้ว หรือว่าอาจจะหลบหนีไปล้วนเป็นได้ทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ เฉิน ซิงหยู๋ ยังคงเชื่อมั่นใน
ตัวของ อู่ อวี้ นางรู้ว่า อู่ อวี้ จะไม่โกหกนางใน
เรื่องนี้ ดังนั้นในตอนนี้นางจึงมีเพียงแค่คำถาม
เดียวในจิตใจ นั่นคือ อู่ อวี้ ไปอยู่ที่ไหน?
“อาจจะเป็นไปได้ว่ามันได้กลับไปยังนิกายเซียนซู
ซันแล้ว? หรือว่า เกิดเรื่องบางอย่างที่เกินกำลัง
ควบคุมของเขาขึ้นหลังจากที่เขากระตุ้นยันต์
สื่อสาร?”
นางได้ขอให้คนอื่นๆช่วยกันตรวจสอบหาความจริง
ส่วนตนเองไปตามหาเบาะแสร่องรอยของ อู่ อวี้
นางมีความเข้าใจว่า อู่ อวี้ ยังอยู่ในละแวกนี้ แต่ก็
ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ไปที่ไหน ราวกับว่าตัวเขา
หายไปอย่างกะทันหัน เพียงแค่หายไปเท่านั้น
การตรวจสอบทุกสิ่งอย่างใช้เวลาดำเนินการ
ทั้งหมดหนึ่งเดือน เฉิน ซินหยู๋ ได้ใช้ยันต์สื่อสารจึง
รู้ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้กลับไปที่นิกายเซียนซูซัน นาง
กระทั่งใช้เส้นสายของนาง ให้พรรคนิกายที่อยู่
ละแวกใกล้เคียงนิกายเซียนซูซันคอยช่วยตามหา
อู่ อวี้ หากพบเจอให้แจ้ง อู่ อวี้ กลับนิกายเซียนซู
ซันโดยเร็วที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกสงสัยก็คือ
เหมือนกับว่า อู่ อวี้ หายไปราวกับเมฆหมอก หาย
ตัวไปอย่างสมบูรณ์
มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วนิกายเซียนซู
ซัน เพราะยังไงแล้วเรื่องนี้ก็ยากที่จะคาดเดาเกินไป
บางคนยังสันนิษฐานออกมาว่า อู่ อวี้ ได้ร่วมมือกับ
ปีศาจและผู้ฝึกตนนอกรีต มาสังหารศิษย์พี่ชาย
หญิงของเขา แล้วทำการยึดครองสมบัติของพวก
เขา ท้ายที่สุดจึงหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ไปยัง
ดินแดนทะเลตะวันออกที่เป็นที่อยู่ของผู้ฝึกตนนอก
รีต จนกลายเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต
เพราะว่า จ้าว ซวนเซียน ได้ไปอยู่ที่เกิดเหตุ ดังนั้น
จึงมีผู้คนมากมายเข้ามาถามมัน จ้าว ซวนเซียน
จึงทยอยแจกแจงข้อสงสัยของมันออกมา อีกทั้งทุก
คำพูดยังบ่งชี้ว่า อู่ อวี้ เป็นผู้ต้องสงสัย
กล่าวตามความจริง การตายของสาวกขั้นกระบี่
ปฐพีนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่
สามารถที่จะคลี่คลายไปได้ หลังจากที่ผ่านไปเป็น
เวลานาน เรื่องทุกอย่างจึงยังไม่ชัดเจน ท้ายที่สุด
ได้ยินมาว่าสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ถึงขั้นออกมา
จัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เมื่อทำการวิเคราะห์ใน
มุมต่างๆเป็นความจริงที่ว่ามีผู้ฝึกตนนอกรีตที่ชื่อ
ว่า เฮยซาน กุ่ยอี้ ปรากฏตัวออกมา และท้ายที่สุด
มันได้ตกตายในจุดเกิดเหตุ ส่วน อู่ อวี้ กับปีศาจที่
เขากล่าวถึง ดูเหมือนว่าจะขาดหลักฐานที่มา
ยืนยัน อีกทั้งยังไร้เบาะแสใดๆ
หลังจากผ่านไปเวลานาน ผู้คนเริ่มที่จะยอมรับ
ความจริงว่า อู่ อวี้ ซึ่งเป็นอัจฉริยะที่เพิ่งจะโดด
เด่นขึ้นมาได้หายสาบสูญไป
ได้ยินมาว่า เฉิน ซิงหยู๋ ยังไม่ยอมแพ้ ยังคงตามหา
เขาตลอดระยะเวลาสองเดือน อย่างไรก็ตามนางก็
ยังคงไม่พบซึ่งเบาะแสใดๆ
ในวันหนึ่ง ณ พรรควายุอัสนี เฉิน ซิงหยู๋ ยืนอยู่บน
พื้นดินอันแบนราบปรากฏหลุมยุบตัวลงไปมากมาย
จากที่ตรวจสอบโดยสาวกขั้นกระบี่สวรรค์ ว่ากัน
ว่าในระหว่างที่ต่อสู้ อู่ อวี้ และปีศาจตนนั้นดู
เหมือนจะถูกกักขังอยู่ในใต้พิภพที่ลึกที่สุดที่เรียก
กันว่า ‘ประตูนรก’ ต่อมาก็มีพลังอันรุนแรง
บางอย่าง พวยพุ่งออกมาจากพื้นดินสูงขึ้นไปนับ
ร้อยลี้ และที่แห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ตัดสินเป็น
ตายกับ เฮยซาน กุ่ยอี้
“อู่ อวี้ เอ๋ย อู่ อวี้ เจ้าเด็กคนนี้ ไปประสบพบเจอ
กับเรื่องอันใดกันนะ?” ภายใต้สายลมผัดผ่านต่างหู
สีม่วงที่ห้อยลงมาจากหูของ เฉิน ซิงหยู๋ พลันส่ง
เสียงกรุ้งกริ้งราวกับกระดิ่งลม
ในทันใดนั้น มีดวงดาวดวงหนึ่งปรากฏขึ้นบน
ท้องฟั้า ปรากฏเป็นเงาร่างของมนุษย์อยู่เบื้องหน้า
ของ เฉิน ซิงหยู๋
“พี่ชาย เป็นยังไงบ้าง หาเขาพบหรือไม่?” เฉิน ซิง
หยู๋ เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
อีกฝั่ายส่ายศีรษะ
คนผู้นี้คือจอมกระบี่ชิงเหอ เฉิน ซิงเหยา
“ในละแวกใกล้เคียงมีปีศาจที่น่ากลัวปรากฏตัว
ออกมา”
“แม้แต่ท่านยังรู้สึกหวาดกลัว หรือว่ามันจะเป็น
…..”
“ไม่แน่ใจ เพราะว่าระดับของมันสูงเกินไป”
เฉิน ซิงหยู๋ ทำได้เพียงแค่รู้สึกหดหู่ อู่ อวี้ จะ
สามารถเผชิญหน้ากับตัวตนเช่นนี้ได้อย่างไร………
“แล้วจะจัดการอย่างไร?”
“เรื่องนี้ เขาสามารถพึ่งได้เพียงแค่ตัวเองเท่านั้น
ข้าไม่มีความสามารถมากพอ แม้แต่คนอื่นในนิกาย
เซียนซูซัน ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้”
“เอาเถอะ ข้ายังคงคิดว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่เลว แต่ว่า
ช่างน่าสงสารเหลือเกิน” เฉิน ซิงหยู๋ กัดริมฝีปาก
แดงระเรื่อของนาง พลันรู้สึกน่าเสียดาย
“ใช่แล้ว ท่านพี่ ท่านรู้สึกสนใจในตัวเขานี่ ทำไม่
ท่านถึงไม่ยอมรับเขาไปเป็นศิษย์ล่ะ” เฉิน ซิงหยู่
รู้สึกคาใจมาโดยตลอด
เฉิน ซิงเหยา เงียบสักครู่ แล้วกล่าวว่า”วิถีฝึกตน
ของข้าและเขาแตกต่างกัน อีกทั้งอุปนิสัยยัง
แตกต่าง ย่อมไม่สามารถจะให้คำแนะนำเขาได้
อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงแค่เป็นที่พักพิงให้เขา
เท่านั้น สำหรับเขาแล้ว การเป็นที่พักพิงอาจจะทำ
ให้มีข้อได้เปรียบบางอย่าง ยังทำให้เขาได้รับ
ประสบการณ์ขัดเกลาด้วยตนเอง เพื่อให้เขา
กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ที่ข้าไม่รับเขาเข้ามาเป็นศิษย์
เพราะเช่นนี้มันดีกับเขามากกว่า”
“ตอนนี้เขาจะอยู่หรือตายก็ยังไม่รู้ ท่านคิดว่า
แนวคิดของท่านยังคงถูกอยู่รึไม่?”
เฉิน ซิงเหยา กล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล”ถ้าหาก
ว่าเขาสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ได้
หลังจากนี้ชีวิตของเขาก็จะเปล่งประกายเจิดจ้า
อย่างแน่นอน”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ