กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 286 คนบาป
ความเกลียดชังในหัวใจของ ฉือ ห่ายอิน มันฝังราก
หยั่งลึกมากจนเกินไป ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง จึง
ไม่อยากต่อสู้กับเขา เลยเลือกที่จะหลบหนี
ด้วยความเร็วของพวกเขาทั้งสอง การสลัด ฉือ
ห่ายอิน ถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก
พื้นที่ภายในอาณาเขตล่าด่านที่ 1 เป็นผืนปั่า
สามารถพบเห็นต้นไม้โบราณตั้งสูงตระหง่านอยู่ทุก
หนแห่ง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง เคลื่อนตัวผ่านต้นไม้ยักษ์
เหล่านี้ ด้วยความรวดเร็วเงียบสงัด ในการเคลื่อน
ตัวของพวกเขาทั้งสอง มีเพียงใบไม้ไม่กี่ใบเท่านั้น
ร่วงหล่นตามหลังให้เห็น
จิ่วอิง กล่าวขึ้นว่า” คนในนี้มีแต่ความเกลียดชังฝัง
รากหยั่งลึกอยู่ในจิตใจ เกรงว่าที่อื่นเองก็คงหา
ความสงบสุขได้ยากเย็นเช่นกัน”
อู่ อวี้ พยักหน้าเห็นด้วย เขากำลังให้ความสนใจ
เกี่ยวกับค่ายกลวงเวทย์ รวมถึงการหลอมสร้าง
กลั่นสกัดปรุงโอสถ จนไม่อยากจะไปยุ่มย่ามกับ
เรื่องของ ฉือ ห่ายอิน กับ จิ่วอิง ก็จริง แต่การ
ปล่อยให้เกิดการขัดแย้งขึ้นเช่นนี้ก็ย่อมไม่เหมาะสม
เช่นกัน
ในเวลานั้นเอง จิ่วอิง ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นแล้วกล่าว
ว่า” ดูเหมือนจะมีคนจับตาดูเราอยู่”
ทันทีที่สิ้นประโยค อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่
แผ่ออกมาจากทั่วทุกสารทิศ ทันใดนั้นเอง ต้นไม้
โบราณจำนวนนับไม่ถ้วนที่โอบล้อมพวกเขาเอาไว้
ก็หักโค่นลง บ้างก็ถูกเพลิงเผาผลาญ บ้างก็หลอม
ละลายราวกับน้ำแข็ง บางก็ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น
ๆ ราวกับโดนพายุ
เพียงไม่นาน ผืนปั่าพงไพรที่ล้อมรอบ อู่ อวี้ กับ จิ่
วอิง เอาไว้ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นพื้นที่เปิดโล่ง
ขนาดใหญ่!
ภายในพื้นที่เปิดโล่งนั้น เงาร่างของผู้คนค่อย ๆ
ปรากฏขึ้นให้เห็นทีละคน ๆ รวม ๆ แล้วประมาณ
ยี่สิบคน หรือ อาจมากกว่านั้น พวกมันเหล่านี้รีบ
ทำการโอบล้อม อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง อย่างรวดเร็ว ยัง
มีอีกหลายคนลอยอยู่บนท้องฟั้า
อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สภาพของพวกมันก็
มิได้ต่างไปจาก ฉือ ห่ายอิน อีกทั้งส่วนใหญ่ล้วนอยู่
ในสภาพอเนจอนาถน่าเวทนากว่ามาก ภายใต้แรง
กดดันชวนอึดอัดนี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่พวกมันจะ
เดือดดาลเกรี้ยวกราดท่วมล้นไปด้วยโทสะ
หลังจากต้องผ่านประสบการณ์เลวร้ายมากมายนับ
ไม่ถ้วน จึงทำให้แนวทางการฝึกตนของพวกมัน
กลายเป็นคนดุร้าย เปียมล้นไปด้วยความเกลียดชัง
เช่นนี้ ส่งผลให้สภาพของพวกมันยามนี้ ไม่
แตกต่างจากสัตว์ร้ายแม้แต่น้อย!
เนื่องจากพวกมันเหล่านี้ ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ใน
‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์
ความรู้สึก หรือ ความทุกข์ยากลำบากที่พวกมัน
ได้รับ ย่ำแย่เกินกว่า อู่ อวี้ ได้จินตนาการเอาไว้
มากนัก
การต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ตนเองได้ชีวิตรอดอยู่
ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ และยังถูก
ฉุดเข้าสู่ประตูนรกมานับไม่ถ้วน ดังนั้นความ
ปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ของพวกมันจึงแรงกล้า
อย่างยิ่ง กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังไม่มีความปรารถนาอัน
แรงกล้าที่กระเสือกกระสนถึงเพียงนี้
ฟิว!
บัดนี้ ฉือ ห่ายอิน ปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางของพวก
มันทั้งหมด
สีหน้าของพวกมันแต่ละคนดูน่าเกลียดอย่างยิ่ง
ขณะจับจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง แม้กระทั่ง
ดวงตาของพวกมันต่างแดงก่ำราวโลหิต แต่ก็หาได้
มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของพวกมันไม่
ฉับพลันการต่อสู้ซึ่งเปียมไปด้วยความกระหาย
โลหิตก็ปะทุขึ้น
“ คนที่รายล้อมพวกเราอยู่นี้ ต่างมุ่งเปั้าหมายมาที่
เราสองคน เห็นได้ชัดว่า เจียง จูเยว่ เปิดเผยตัวตน
รวมถึงตำแหน่งที่อยู่ของพวกเรา โดยต้องการให้
เผชิญหน้ากับคนพวกนี้” จิ่วอิง รู้สึกหงุดหงิด
รำคาญใจอย่างยิ่ง มันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
หวังว่าจะได้เจอ เจียง จูเยว่
แม้ว่า ฉือ ห่ายอิน กับพรรคพวก จะไม่ได้กล่าวว่า
พวกมันรู้หรือไม่ว่าผู้ใดคือ จิ่วอิง กันแน่ แต่เมื่อ
สังเกตจากสายตาของพวกมัน จิ่วอิง ก็ล่วงรู้ว่า
พวกมันเหล่านี้ต่างรู้จักตนเองเป็นอย่างดี
ในช่วงเวลาที่กำลังถูกฝั่ายปิดล้อมอยู่นั้น จิ่วอิง ก็
กล่าวอย่างรวดเร็วกล่าวขึ้นว่า” ตามกฎของ ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ แล้ว พวกเจ้าไม่
สามารถล้อมเผ่าปีศาจอย่างข้าเช่นนี้ได้ ข้าไม่เคยมี
เจตนามุ่งร้ายต่อพวกเจ้าทั้งหลาย ฉะนั้นจึงขอให้
พวกเจ้าอย่าได้มาข้องเกี่ยวกับข้า”
เพื่อปกปั้องเผ่าปีศาจใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ จึงมีกฎออกมาว่าห้ามผู้ฝึกตน ปิดล้อม
ผู้ล่าจากเผ่าปีศาจเป็นอันขาด ผู้ฝึกตนจะต่อสู้กับ
ปีศาจได้เพียงหนึ่งตอนหนึ่งเท่านั้น และแน่นอนว่า
ปีศาจก็ไม่สามารถปิดล้อมเหยื่อได้เช่นกัน เพราะ
ยังไงแล้วจะมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้
ครอบครอง ตรายกเลิกพันธะทาส และ ตราปีศาจ
ที่ชิงมาได้
ขณะ จิ่วอิง ยังกล่าวไม่จบ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็
เกิดขึ้น เมื่อคนทั้ง 20 กว่าคน พุ่งเข้าโจมตีพร้อม
กัน!
ผู้คนเหล่านี้มีทั้งผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ แลผู้ฝึกตน
นอกรีต รวมถึงผู้ฝึกตนสามัญทั่วไป พวกมันเหล่านี้
จึงมีเคล็ดวิชาเต๋าแตกต่างกันไป พวกคนมีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 5 ซึ่งได้
ปลูกฝังมหาวิถีเชื่อมสวรรค์แล้ว แม้ว่าผู้คนเหล่านี้
จะไม่มีความแข็งแกร่งเท่ากับ อู่ อวี้ ก็ตาม แต่ทว่า
การที่คนเหล่านี้พุ่งโจมตีเข้าพร้อมกัน โดยไม่คำนึง
ว่าตนเองนั้นจะอยู่หรือตาย จัดเป็นสถานการณ์
เลวร้ายน่าสะพรึงกลัว สุ่มเสี่ยงต่อความเป็นตาย
อย่างยิ่ง!
ชั่วอึดใจนั้นเอง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ก็ถูกกลืนกินด้วย
เคล็ดวิชาเต๋า และ มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ที่ถูก
ปลดปล่อยออกมา ชั่วพริบตานี้ พวกเขาไม่อาจ
มองเห็นได้ว่าผู้ใดเป็นคนลงมือ!
“เข้ามา!”
เมื่อพบว่าตนเองตกอยู่ในกับดักเช่นนี้ อู่ อวี้
จำเป็นต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็วชัดเจน
ถึงแม้เขาจะไม่อยากเป็นศัตรูกับผู้คนเหล่านี้ก็ตาม
“เก้าจัตุรัสสยบมาร!”
สิ้นเสียง เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ก็พุ่งออกมาจากถุง
จักรวาล เพียงชั่วพริบตา เสาทั้งเก้าต้นก็ปรากฏ
ขึ้น พวยพุ่งลงมาจากฟากฟั้าอัดกระแทกกับผืน
ปฐพี ในเวลานี้ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง กำลังถูกล้อมรอบ
ด้วยเสาทั้งเก้าในรูปแบบของเก้าตำหนัก
ขณะเดียวกันนั้นเอง วงเวทย์เก้าจัตุรัสจัตุรัสสยบ
มาร ซึ่งอยู่ในรูปแบบของมังกร ที่กำลังขดตัวอยู่
บนเสาขนาดมหึมาของแต่ละต้น ก็เปล่งประกาย
แสงสีทองสุกใสส่องสว่าง พวยพุ่งทะยานปกคลุม
ไปทั่วทั้งท้องนภา!
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ขณะที่เก้าจัตุรัสสยบมารเพิ่งปรากฏขึ้น เคล็ดวิชา
เต๋ามากมาย ทั้งยังมีมหาวิธีเชื่อมต่อสวรรค์อัน
หลากหลาย ก็โหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่เก้าจัตุรัส
สยบมารอย่างไม่ยั้ง เวลาผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง อู่
อวี้ ยังคงต้องทนแบกรับ การโจมตีอันโหมกระหน่ำ
ราวกับพายุจากรอบทิศทาง!
เมื่อทั้งยี่สิบกว่าคนนี้ ร่วมมือผสานพุ่งเข้าโจมตี
พร้อมกัน พลังการโจมตีนี้จึงน่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง อู่ อวี้ ขบฟันแน่นเฟั้นพลังจากแกนกำเนิด
ออกมาใช้ พร้อมกับพลังกายเนื้อ เพื่อสนับสนุนค้ำ
ยันเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร เขายืนหยัดฝั่าฟันต่อสู้
การโจมตีที่โหมกระหน่ำประหนึ่งพายุคลั่งนี้ เพียง
พายุเคล็ดวิชาเต๋าระลอกคลื่นแรกที่ถาโถมเข้าใส่
เขาก็แทบไม่อาจต้านทานสกัดกั้นเอาไว้ได้แล้ว!
หากมองเข้ามาจากด้านนอกจะเห็นว่าในเวลานี้
พื้นที่อาณาบริเวณโดยรอบที่ อู่ อวี้ กำลังยืนหยัด
อยู่ในจุดกึ่งกลาง ได้ถูกรื้อถอนทำลายจนไม่เหลือ
ชิ้นดี ไม่ว่าจะเป็นหินดินทรายถูกบดขยี้ทำลายพัง
พินาศจนสิ้น!
เมื่อผู้ฝึกตนเห็นว่า อู่ อวี้ สามารถต้านรับการโจมตี
แบบถาโถมของพวกมันได้ พวกมันต่างอึ้งตะลึง
ด้วยความหวาดกลัว จึงทำให้พวกมันเริ่มหยุด
โจมตีทีละคน ๆ แล้วจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความตก
ตะลึงพรึงเพริดอย่างยิ่ง
“ เด็กหนุ่มผู้นี้คือใครกัน!? พื้นฐานการฝึกตนของ
มันอยู่เพียงระดับสร้างแกนนภา ซ้ำร้ายยังไม่สูง
มาก แต่ไฉนพลังของมันถึงได้มากมายมหาศาลถึง
เพียงนี้ !”
“ บนสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ ยังมีบุคคลเสมือนดั่ง
ปีศาจเช่นนี้อยู่ด้วยหรือเนี่ย!”
ทุกคนต่างตกตะลึงระคนสับสนงงงวย เมื่อ ฉือ
ห่ายอิน เห็นอากัปกิริยาของทุกคน มันก็จ้องมอง อู่
อวี้ พร้อมกับก้าวขึ้นด้วยโทสะว่า ” บัดซบ! อู่ อวี้
ในเมื่อเจ้าเป็นสาวกของซูซัน เหตุไฉนถึงได้ปกปั้อง
ปีศาจเยี่ยงนี้! บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งจะไม่มีวันให้อภัย
เจ้า ต่อให้เจ้าต้องตกตายเป็นหมื่น ๆ ครั้งก็ยังไม่
อาจชดใช้ ! เจ้าจะต้องถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดผ่า ไม่มี
โอกาสได้กลับมาเกิดอีกจนชั่วกัปชั่วกัลป !”
ฉือ ห่ายอิน แผดเสียงกรีดคำราม ด้วยคำกล่าวนี้
ทำให้บรรดาผู้ฝึกตนได้ล่วงรู้แลเข้าใจว่า อู่ อวี้ คือ
ศิษย์ของซูซัน!
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงกล่าวขึ้น
อย่างรวดเร็วว่า” ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย สิ่งที่
เกิดขึ้นหาใช่สิ่งที่พวกท่านคิด! คนผู้นี้มีนามว่า จิ่
วอิง เป็นบุตรชายของจักรพรรดิอิงก็จริง แต่เขา
เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ไม่เคยเข่นฆ่าผู้ใดมาก่อน
พวกเราล้วนเป็นสหายผู้มีเจตนารมณ์เดียวกัน ใน
ยามนี้ทั้งตัวข้า และ เขาก็ถูกจับตัวส่งมายัง ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ไม่ต่างจากพวกท่าน
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วผู้อาวุโสทุกท่านยังจะคิดลงมือเข่น
ฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกเช่นนั้นหรือ ท่านจะยอมขัดศีลธรรม
ที่อยู่ภายในจิตใจของพวกท่านเช่นนั้นหรือ การที่
จิ่วอิง ยังคงอยู่อาณาเขตล่าภายในด่านแรก ก็
สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าเขาไม่ได้ลงมือเข่น
ฆ่าผู้ใด …”
แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทันทีที่ผู้ฝึกตนได้
ยินสิ่งที่เขากล่าว พวกเขาต่างก็เป็นเสียงหัวเราะ
ออกมา อย่างที่เรียกได้ว่าหัวเราะทั้งน้ำตา
“ เจ้าเด็กน้อยเอ๋ย เจ้านี่ช่างไร้เดียงสาเสีย
เหลือเกิน จงรู้เอาไว้ว่าเจ้ากำลังถูกปีศาจ
หลอกลวง! เชื่อในคำพูดของมัน! ยิ่งเป็นบุตรของ
จักรพรรดิอิงยิ่งดี เราจะได้ร่วมมือสังหารมัน พวก
เราทุกคนต้องติดอยู่ใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ มายาวนาน ไม่อาจล่วงรู้ชะตากรรมว่า
จะอยู่หรือตาย เดิมทีโอกาสรอดชีวิตก็ไม่มีอยู่แล้ว
นั่นเพราะต้องคอยต่อสู้กับปีศาจวันแล้ววันเล่า ใน
เมื่อจักรพรรดิอิงปล่อยให้ทายาทของมันมาถูก
สังหารเช่นนี้ พวกเราก็จะไม่ละทิ้งโอกาส เราจะไม่
ยอมให้มันไม่เติบใหญ่มีอนาคตสดใส มาสร้างภัย
พิบัติหายนะให้แก่พวกเราได้อีก!”
“ อู่ อวี้ เจ้าอย่าได้เชื่อคำโปั้ปดของปีศาจชั่ว! ใน
หนนี้เราจะยอมละเมิดกฎของ ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ เราจะร่วมมือกันปิดชีพของมันให้จงได้!
เวลาของเรามีไม่มากนัก หากเจ้าไม่คิดยื่นมือเข้า
ช่วยเหลือ ก็จงอย่ามาขัดขวางเร่งรีบไปให้ไกลเสีย
อย่าให้การเสียสละของพวกเรา ต้องไร้ค่าเปล่า
ประโยชน์!”
“ อู่ อวี้ ได้โปรดเถอะ!” กลุ่มคนเหล่านี้พากันหลั่ง
น้ำตา ใบหน้าของพวกมันแดงก่ำ น่าเศร้าที่เสาเก้า
จัตุรัสสยบมารของ อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่งมาก
เกินไป บางทีพวกมันอาจจะเห็นว่า อู่ อวี้ ไม่ใช่
ศัตรูของพวกมัน เขาเพียงแค่ถูกปีศาจหลอกลวง
ทำให้สับสนไขว้เขวไปเท่านั้น
การที่บุตรของจักรพรรดิอิงไม่ใช่มือสังหาร ไม่อาจ
สั่นคลอนจิตใจ ซึ่งเต็มเปียมไปด้วยความเคียดแค้น
ชิงชังของพวกมันได้
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่า ต้องเป็นฝีมือของพวกสุนัข
จันทรา ที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ จิ่วอิง
รวมถึงตำแหน่งที่อยู่ของพวกเขา หลอกล่อให้ผู้ฝึก
ตนเข้ามาจัดการกับ จิ่วอิง เพื่อบีบบังคับให้เขาลง
มือสังหารให้จงได้ ทั้งยังปกปิดไม่ให้ จิ่วอิง ล่วงรู้
ว่าเป็นฝีมือของพวกมัน แต่ทว่า เจียง จูเยว่ ได้ดู
ถูกความเกลียดชังที่มีต่อปีศาจ ของผู้คนที่พวกมัน
เรียกว่า”เหยื่อ” มากเกินไป
หลังจากพวกมันได้รับข่าวนี้ ทุกผู้คนต่างตัดสินใจ
ร่วมมือกันทุ่มเทชีวิตแลแรงใจ เพื่อสังหาร จิ่วอิง
ลงให้จงได้ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ อยู่เหนือ
การควบคุมของ เจียง จูเยว่ ไปเสียแล้ว
กล่าวได้ว่า การกระทำครั้งนี้เสมือนการทำร้าย
ตนเองโดยแท้ ๆ
แน่นอนว่าเมื่อ จิ่วอิง ทราบความจริงในเรื่องนี้
โทสะของมันกับพวยพุ่งขึ้นอย่างไม่อาจระงับได้
มันจึงร้องตะโกนขึ้นว่า” เจียง จูเยว่ จงไสหัว
ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนของมัน ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปนับหมื่น
ลี้ เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบ ต่างตกตะลึงไปตาม
ๆ กัน พวกมันตระหนักดีว่า จิ่วอิง มีอายุอานาม
เพียงไม่กี่สิบขวบปีเท่านั้น แต่พวกมันหารู้ไม่ว่า จิ่
วอิง จะมีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ต่อให้พวกมัน
ร่วมมือกัน แต่ก็คงไม่อาจสังหารเขาลงได้!
“อู่ อวี้! ถ้าไม่ใช่เพราะความเมตตาของเจ้า พวก
เราก็คงไม่ต้องมาตกตายไปอย่างไร้ค่าเช่นนี้! นับแต่
นี้ไปหากปีศาจอย่างมันไปก่อกรรมทำเข็ญแก่ผู้ใด
เจ้าจะกลายเป็นตัวบัดซบไปตราบชั่วนิรันดร์!”
สีหน้าของผู้อาวุโสเหล่านี้ ต่างแปรเปลี่ยนเป็นแดง
ฉานทีละคน ๆ หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ภายใน
ดวงตานั้น แทบจะดูราวกับโลหิตก็มิปาน
อู่ อวี้ เข้าใจความรู้สึกของพวกมันดี มันคือความ
เจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ถูกหยุดยั้งไม่ให้สังหาร พวก
มันไม่คิดจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เพียงแค่ต้องการให้
พวกปีศาจได้ชดใช้สิ่งที่กระทำไว้ต่อพวกมันก็
เท่านั้น พวกมันไม่ผิด แต่ จิ่วอิง ก็เป็นผู้บริสุทธิ์
เช่นเดียวกัน!
ดังนั้น ไม่เพียงแต่ อู่ อวี้ จะไม่หยุดยั้งระงับพลัง
ของเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร แต่เขายังเพิ่มความ
แข็งแกร่งในการปั้องกัน ทุ่มเทพลังทั้งหมดตรึง
พวกมันไว้ที่นี่
“ อู่ อวี้ …” จิ่วอิง มองไปทางเขา มันตระหนักดีถึง
คำกล่าวหาที่ อู่ อวี้ ต้องเผชิญอยู่ในยามนี้ แม้
จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่มากมายเพียงใด
แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงยืนหยัดสนับสนุนมันอย่างไม่ย่อ
ท้อ ทำให้ภายในจิตใจของ จิ่วอิง ยามนี้เปียมล้นไป
ด้วยความอบอุ่น
“ชั่วชีวิตนี้ ข้าจะไม่มีทางลืมเลือนสิ่งที่เจ้าตัดสินใจ
กระทำในวันนี้” จิ่วอิง กัดฟันแน่นพร้อมกับกล่าว
ออกมาทีละคำ
มีผู้คนเคยกล่าวไว้ว่าความสัมพันธ์ของสหายสนิท
นั้นล้ำค่ามากเพียงใด มันเคยสงสัยว่า
ความสัมพันธ์ที่ว่านั้น จะเป็นเหมือนเช่นดั่งพี่น้อง
หรือไม่ ? สำหรับ จิ่วอิง ในวันนี้มันได้รับคำตอบ
นั้นแล้ว
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ยังไม่ยอมฟัง พวกมันก็มิอาจทำ
อันใดต่อได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมาน บัดนี้
ได้บังเกิดเป็นความบ้าคลั่งขึ้น พวกมันเริ่มทำการ
โจมตีต่อทันที ผู้คนมากกว่า 20 คนโกรธแค้นชิงชัง
อู่ อวี้ จนแทบจะกระอักโลหิตออกมา
“ ผู้อาวุโสทุกคน ข้า อู่ อวี้ ขอรับรองด้วยชีวิต!
คนที่พวกท่านต้องการสังหารในวันนี้ หาใช่
เปั้าหมายที่แท้จริงของท่านไม่ ยิ่งไปกว่านั้นหาก
เขาต้องการจะจากไป ด้วยระดับฝีมือของพวกท่าน
ยามนี้ อย่างไรเสียก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ ผู้ที่จะยับยั้ง
มันมีแค่เพียงผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ มหาวิถีสร้างแกน
นภา ขั้นที่ 9 เท่านั้น!”
บัดนี้ อู่ อวี้ ทำได้เพียงกล่าวโน้มน้าวชักจูงพวกมัน
เพียงเท่านั้น
แต่ทว่าพวกมันก็ยังคงเลือกที่จะต่อสู้กลับมา
สีหน้าของ จิ่วอิง มืดทะมึนลง ราวกับว่ามัน
ตัดสินใจบางอย่างได้
บรู้ววววว∼ บรู้ววววว∼ บรู้ววววว∼
ทันใดนั้นเอง ทุกผู้คนก็ได้ยินเสียงเห่าหอนของสุนัข
จันทรา ดังขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง!
ในที่สุดพวกมันก็มาถึงแล้ว!
เมื่อได้ยินเสียงเห่าหอนของสุนัขจันทรา คนทั่วร่าง
ของเหล่าผู้ฝึกตนต่างก็ลุกชูชัน หันมองเลิ่กลั่กตาม
ทิศทางของเสียง ดวงตาของพวกมันทั้งหมด
หม่นหมองเศร้าลงในบัดดล พวกมันต่างเข้าใจใน
ทิศทางเดียวกันว่า อุปสรรคในครั้งนี้มันเกิดจาก อู่
อวี้ เขาได้ทำให้แผนการของพวกมัน ต้องพังทลาย
ล้มเหลวไม่เป็นท่า!
“ อู่ อวี้ ข้าขอสาปแช่งเจ้าให้ถูกสับเป็นหมื่น ๆ
ชิ้น!” ฉือ ห่ายอิน เป็นศิษย์ซูซันเช่นเดียวกัน เขา
ทรุดเข่าลงกับพื้นเตรียมพร้อมที่จะปลิดชีพตัวเอง
เพื่อไถ่บาปสำหรับการกระทำอันผิดพลาดล้มเหลว
ของตนเอง
ฟึบ!
หนึ่งในสุนัขจันทราที่อยู่ใกล้ที่สุดพุ่งตัวออกมา
แม้ว่ามันจะเป็นสุนัขล่าจันทราเพียงแค่ตัวเดียว
แต่ก็มากเกินพอที่จะเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนทั้งยี่สิบ
กว่าคนนี้!
เนื่องจากพวกมันเป็นผู้คุมกฎในอาณาเขตพื้นที่ล่า
ของด่านที่ 1 นี้ แค่สุนัขจันทราเพียงหนึ่งตัวก็มา
เพียงพอที่จะควบคุมคนเหล่านี้ เนื่องจากว่าพวก
มันต่างมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ สร้างแกน
ปีศาจ ขั้นที่ 7 เป็นอย่างน้อย หรือบางทีอาจจะ
มากกว่านั้น แลสุนัขล่าจันทราที่ปรากฏออกมาตน
นี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้น
ที่ 8!
“ สมควรตายยิ่งนัก! ไอ้พวกเหยื่อบัดซบ กล้า
บังอาจแหกกฎเช่นนี้! ใน’ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ ยังกล้าล้อมคนของ เผ่าปีศาจ!” สุนัข
จันทราร่างสีดำแผดคำรามด้วยเสียงอันน่ากลัว
โดยเฉพาะรูปดวงจันทร์ที่อยู่บนกึ่งกลางหน้าผาก
บัดนี้ได้ปรากฏเปลวเพลิงสีเหลืองเข้มลุกโชติช่วง
ขึ้น เพียงชั่วพริบตาร่างของปีศาจได้กลายเป็นแสง
พุ่งกระโจนไปข้างหน้า เพียงกรงเล็บแลคมเขี้ยวอัน
แหลมคมดุจใบมีดของมัน ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพ
ของผู้ฝึกตนจำนวนมากเหล่านี้!
เปั้าหมายแรกของสุนัขล่าจันทรา คือชายชราผู้
หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับมันมากที่สุด ในมือของชายชราผู้
นี้กำลังถือจับเจดีย์ ต่อสู้กับสุนัขจันทราอย่างสุด
ชีวิต ทันใดนั้นขณะที่สุนัขจันทรากุ้งโจมตีเข้า
ประชิดตัว เจดีย์ก็ถูกฟาดลอยกระเด็นออกไป!
เคร้ง!!!
หากให้กล่าวตามสัตย์จริง พลังฝีมือของสุนัขล่า
จันทราหาได้อ่อนด้อยกว่า เฮยซาน กุ่ยอี้ แม้แต่
น้อย
เมื่อเห็นว่าร่างของชายชราก็ถูกฉีกกระชาก โดย
ฝีมือของสุนัขล่าจันทราเพียงแค่ตัวเดียว อู่ อวี้
พลันรีบถอนวงเวทย์เก้าจัตุรัสสยบมาร จากนั้นเสา
จัตุรัสสยบมารทั้งเก้าต้น ก็หลอมรวมผสานกลับคืน
เป็นหนึ่งอย่างรวดเร็ว
——————-
ปล. กล่าวด้วยเรื่องของ ตราประจำกาย สรุปก็คือ
ผู้ฝึกตนแต่ละคนที่อยู่ภายในอาณาเขตล่าจะมีตรา
ติดตัวอย่าง ตรายกเลิกพันธะทาส ส่วนผู้ล่าอย่าง
เผ่าปีศาจก็จะมีตรา ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส
ติดตัวขณะเข้ามายังอาณาเขตล่าทุกคน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ