กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 287 มหาเวทยสลายวิญญาณ
“เก้าจัตุรัสทำลายล้าง!”
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารเปล่งประกายสีทองออกมา
อย่างรวดเร็ว ปรากฏขึ้นบนฝั่ามือของ อู่ อวี้ เขา
ได้ยืมพละกำลังของกายเนื้อมา ทำให้ความเร็วของ
ตนในยามนี้น่ากลัวเกินกว่าที่จะบรรยายออกมา
เป็นคำพูดได้!
อู่ อวี้ กลายเป็นประกายแสงสีทองหนึ่งเส้น ไป
ปรากฏตัวเบื้องหน้าของสุนัขล่าจันทรา เก้าจัตุรัส
ทำลายล้างที่ฟาดออกจากมือเขา พริบตานั้นก็
ปะทะเข้ากับกรงเล็บของสุนัขล่าจันทรา!
ตูม!
แสงสีทองพลันระเบิดพวยพุ่งไปทุกสารทิศ!
ฟิว!
ต้นไม้โบราณที่อยู่ในรัศมีรอบๆหักโค่นลงในทันที ผู้
ฝึกตนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่นี้ปลิวกระเด็น
ออกไป พร้อมพุ่งลงพื้นอย่างรุนแรงแล้วกลิ้งไปอีก
หลายตลบ!
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเหยียบลงไปบนพื้นดิน ทำให้พื้นดิน
ขนาดใหญ่พลันแตกกระจายเป็นรูปใยแมลงมุม
สุนัขล่าจันทราคำรามเสียงดังสนั่น บินปลิวจน
ออกไปอยู่ในที่ห่างไกล สามารถมองเห็นรอยเลือด
ปรากฏอยู่บนกรงเล็บของมัน ยามเมื่อตอนที่ตัวมัน
ปะทะเข้ากับเสาเก้าจัตุรัสสยบมารของ อู่ อวี้ ได้
บังคับให้มันเป็นฝั่ายเสียเปรียบในทันที
แน่นอนว่านี่เป็นฝีมือของ อู่ อวี้ อย่างแท้จริง
สุนัขล่าจันทราตัวนั้นปลิวตกไปอยู่บนต้นไม้โบราณ
ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับโลหิต คลื่นพลัง
ปีศาจถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งจนทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟั้าราวกับสามารถจะกลืนกินดวงจันทร์
ได้ทั้งดวง
จากนั้น จิ่วอิง ก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
พร้อมจ้องมองไปยังสุนัขล่าจันทราตัวนั้น สุนัขล่า
จันที่ตัวนั้นจึงหยุดการโจมตีในทันที เพียงแต่ใน
ยามนี้มันกลับจ้องมองมายัง อู่ อวี้ ด้วยสายตาอัน
เคียดแค้นถึงที่สุด
สุนัขล่าจันทรา ไม่ได้เคยคาดคิดมาก่อนว่าเมื่อ
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ แล้วพวกมันจะตกเป็นฝั่าย
เสียเปรียบเช่นนี้ ตอนนี้การตอบสนองของมันก็คือ
โลหิตที่อยู่ในดวงตาของมันได้จางลงไป ใบหน้า
ปรากฏเป็นความตกใจและสั่นสะท้านขึ้นมาแทนที่
ส่วนเหล่าผู้ฝึกตนยี่สิบกว่าคนที่อยู่รอบด้านก็พลัน
สั่นสะท้านเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้พวกมันเกลียด
ชัง อู่ อวี้ แต่ไม่ใครจะนึกว่าในครั้งนี้ อู่ อวี้ กลับได้
ช่วยเหลือพวกมันเอาไว้ เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้น
อย่างรวดเร็ว และยังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถจะ
ตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ได้ทัน
เพียงแต่ว่า นอกจากสุนัขล่าจันทราตัวครู่นี้แล้ว ยัง
มีอีกตัวที่กำลังเฝั้าดูสถานการณ์อยู่เช่นกัน และ
บัดนี้มันพึ่งจะกลับเข้ามาสมทบกับสุนัขล่าจันทรา
พร้อมกับตัวอื่นๆ ด้านหลังของมันในความมืดมิด
ปรากฏเป็นเงาของพระจันทร์เต็มดวง นั่นก็คือผู้นำ
ของสุนัขล่าจันทรา เป็นตัวที่มีความน่าเกรงยาม
มากที่สุด นั่นก็คือ เจียง จู่เยว่
กลุ่มของปีศาจทั้งกลุ่มที่อยู่เบื้องหน้า พวกมัน
ทั้งหมดต่างอยู่ในขั้นสร้างแกนปีศาจระดับที่เจ็ด
หรือสูงกว่า ถึงแม้จะมีเพียงแค่สิบเก้าตัว แต่ก็
สามารถบดขยี้เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมดนี้ได้ราวกับ
พลิกฝั่ามือ!
นี่ทำให้สีหน้าของพวก ฉือ ห่ายอิน น่าเกลียดมาก
ยิ่งขึ้น พวกมันรู้ดีว่าการช่วยเหลือของ อู่ อวี้
สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อ
เหล่าสุนัขล่าจันทราปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ทำให้
แผนการอันบ้าบิ่นของพวกมันต้องล้มเหลวลงไป
ตามกฏเกณฑ์ของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ จุด
จบของพวกมันจะจะต้องน่าอนาถเกินกว่าที่พวก
มันจะสามารถจินตนาการได้………
ในเวลานี้ พวกมันสามารถมองเห็นได้ว่า จิ่วอิง นั้น
กำลังโกรธเป็นอย่างมาก มันหันไปเผชิญหน้ากับฝูง
สุนัขล่าจันทรา พร้อมคำรามเสียงต่ำออกมาว่า”
เจียง จู่เยว่ เจ้ากล้าดียังไงถึงทำเรื่องเช่นนี้! การ
กระทำของเจ้าในวันนี้ ถ้าหากบิดาของข้ารู้เข้า
เขาจะต้องบดขยี้กระดูกของพวกเจ้าจนแหลก
เหลวอย่างแน่นอน! แม้แต่พ่อของข้า ก็ไม่สามารถ
จะบังคับข้าได้ แต่เจ้ากลับทำได้แม้กระทั่งเรื่อง
เช่นนี้ ดีมาก เจ้าใจกล้ามาก”
ฟูั่วฟูั่ว…….
ในตอนที่ จิ่วอิง กล่าวออกมา ฝูงสุนัขล่าจัน
ทราได้กลับไปอยู่ในรูปแบบของมนุษย์ พร้อมเดิน
มาหยุดเบื้องหน้า จิ่วอิง พวกมันแต่ละคนล้วนมีที
ท่าเคร่งขรึมยิ่ง ส่วน เจียง จู่เยว่ ได้เดินมุ่งไปยัง อู่
อวี้ และเหล่าพวกผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องหลัง อู่ อวี้
บัดนี้แววตาของ เจียง จู่เยว่ เปลี่ยนแปลงไป
จากนั้นมันได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปียมไป
ด้วยจิตสังหารว่า”จิ่วอิง สิ่งที่เจ้ากล่าวมาข้าไม่รู้ว่า
มันหมายความว่าอันใด อาณาเขตการล่าแห่ง
เกียรติยศนั้นเป็นสถานที่ที่อันตราย พวก ‘เหยื่อ’
เหล่านี้ต่างร้อยพ่อพันแม่ไม่สามารถอ่านความคิด
ออกได้ กระทั่งฝั่าฝืนกฏของอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ทำแม้แต่การปิดล้อมเพื่อสังหารเจ้า
เช่นนี้ ตามกฏของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศแล้ว
พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกสังหาร กฏของอาณาเขต
ล่าแห่งเกียรติยศถือเป็นสูงสุด พวกมันจะต้องตก
ตายไปอย่างแน่นอน มิฉะนั้นพวกเหยื่อตัวอื่น
อาจจะทำตามพวกมันก็เป็นได้”
ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ มันก็ยังคงไม่ยอมรับ
สารภาพ
แต่เมื่อ อู่ อวี้ มองไป ก็ดูเหมือนว่า เจียง จู่เยว่ ผู้นี้
จะมีความกล้าหาญมาก แต่จากหลายสิ่งหลาย
อย่างที่สังเกตเห็น ตัวมันไม่มีสภาพจิตใจที่เด็ด
เดี่ยวเช่นนี้อยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการใช้กำลัง
เพื่อมารักษาความสงบ
เขาจึงหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก แล้วหันกลับไป
กล่าวกับเหล่าผู้ฝึกตนว่า”ทุกท่าน เชิญบอกกับ
เจียง จู่เยว่ ผู้นี้ทีว่า ใช่เหล่าสุนัขล่าจันทราหรือไม่
ที่บอกพวกเจ้าเกี่ยวกับตำแหน่งและตัวตนของ
บุตรชายจักรพรรดิอิง แล้วเหตุใดพวกเจ้าสามารถ
มารวมตัวในที่แห่งนี้ได้อย่างน่าบังเอิญเช่นนี้?”
เขากล่าวไปพลางพร้อมส่งสัญญาณไปพรางเพื่อให้
ทุกคนรู้ หวังว่าพวกมันจะรับรู้ถึงสัญญาณที่เขาส่ง
ให้ ถึงแม้ว่าพวกมันในตอนนี้กำลังตกอยู่ใน
อันตราย แต่ อู่ อวี้ ยังคงยืนกรานที่จะทำการ
ช่วยเหลือพวกมัน!
มีหลายคนสามารถเข้าใจในสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว
ออกมาได้ เพราะยังไงแล้วพวกมันก็ต้องตกตายอยู่
ดี แต่กระนั้นพวกมันหาได้หวาดกลัวไม่ บัดนี้พวก
มันจึงกำลังไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และทันใดนั้น
พวกมันก็รู้ได้ทันทีถึงความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่าง
บุตรของจักรพรรดิอิงกับสุนัขล่าจันทราเหล่านี้ ซึ่ง
แน่นอนว่านี่เป็นอะไรที่เกินมือของพวกมันไปแล้ว!
ดูเหมือนว่าดวงตาของพวกมันแดงก่ำขึ้น และ ฉือ
ห่ายอิน ก็กล่าวออกมาอย่างตรงๆว่า”มิผิด
มิฉะนั้นพวกเราจะมารวมตัวอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร
เป็นเพราะว่าสุนัขล่าจันทราเหล่านี้ คิดที่จะลอบ
สังหารบุตรชายของจักรพรรดิอิงในที่แห่งนี้!”
หลังจากที่มันเปิดปากกล่าวคำนี้ออกมา พวกผู้ฝึก
ตนทั้งหลายต่างก็ยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน
พริบตานั้น ใบหน้าของ เจียง จู่เยว่ แปรเปลี่ยนไป
พร้อมกล่าวอย่างมีโทสะว่า”จิ่วอิง เจ้าอย่าได้ฟังคำ
กล่าวอันแสนน่ารังเกียจของพวก ‘เหยื่อ’ เหล่านี้!
พวกมันเกลียดชังข้า คิดที่จะใส่ร้ายปั้ายสีข้า! ด้วย
ตัวตนของเจ้า พวกเราจะปล่อยให้พวกมันทำร้าย
เจ้าได้อย่างไร จะให้พูดอีกอย่างก็คือ พวกสวะ
เหล่านี้จะสามารถแตะต้องขนสักเส้นของเจ้าได้
อย่างไร มันเป็นได้เพียงแค่กระสอบทรายให้เจ้าได้
เท่านั้น จิ่วอิง”
มันได้เอื้อนเอ่ยคำกล่าวที่มีช่องโหว่เหล่านี้ออกมา
พร้อมโยนขี้ให้อีกฝั่ายทันที ที่มันทำทุกอย่างนี้ก็
เพื่อให้ จิ่วอิง ได้สังหารเหล่าผู้ฝึกตน แต่ใครจะ
คาดคิดว่าเหยื่อเหล่านี้กลับหาญกล้าถึงเพียงนี้
“ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปต่อสู้กับมัน แต่ใน
วันนี้ ก็ไม่สามารถปล่อยให้มันเข่นฆ่าสังหารคน
เหล่านี้ได้อีกเช่นกัน” เหตุการณ์ในตอนนี้ทุกอย่าง
ย่อมขึ้นอยู่กับ จิ่วอิง เขาต้องการที่จะสร้างความ
วุ่นวาย ปล่อยให้สุนัขล่าจันทราเหล่านี้ได้เจอกับ
บทเรียนที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกก็เพียงพอแล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นยังต้องอาศัย เจียง จู่เยว่
ในการที่จะพาออกไปจากห้วงสมุทรเมฆลวงตานี้
อยู่ เขาเข้าใจดีว่าในวันนี้ จิ่วอิง ย่อมปลอดภัย
อย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญก็คือเหล่าผู้ฝึกตนอาวุโส
ทั้งหลาย หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกมัน อู่ อวี้
ย่อมลำบากใจอย่างแน่นอน
หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของ อู่ อวี้ จิ่วอิง ก็รู้ว่า
ควรจะจัดการอย่างไรต่อไป มันจึงกล่าวออกมา
อย่างตรงไปตรงมาว่า”เจียง จู่เยว่ เจ้าอย่าได้ดูถูก
ข้าให้มากเกินไป ทุกสิ่งที่เจ้าทำมา เจ้าสามารถ
สาบานได้ไหมว่าเจ้ากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตราบ
ใดที่ข้า จิ่วอิง ได้เติบใหญ่ขึ้นมา ไม่ว่าข้าจะสังหาร
ผู้คนหรือไม่ เจ้าก็จะเป็นเพียงมดที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของ
ข้าเท่านั้น! ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือเจ้าอย่าได้คิดและ
กระทำเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สอง”
เมื่อกล่าวออกมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของ เจียง จู่เยว่
พลันซีดขาวลงไป ในใจของมันยอมรับว่าวิธีที่มัน
ใช้ในคราวนี้ เป็นความคิดที่ชั่วร้าย และได้บีบ
บังคับให้ จิ่วอิง รู้สึกร้อนใจ
แม้ว่าจักรพรรดิอิงจะรู้สึกผิดหวังกับ จิ่วอิง แต่ไม่
ว่ายังไง เขาก็เป็นถึงบุตรชายของจักรพรรดิอิง ถึง
เขาจะสังหารผู้คนหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว แต่มันเกี่ยวกับ
สายเลือดอันแข็งแกร่งของเขาที่ไหลเวียนอยู่ใน
ร่างกายล้วนๆ ทำไมวันนี้ตัวมันถึงได้โชคร้ายเช่นนี้
……..
ต่อมา จิ่วอิง ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปว่า”
เหตุการณ์ในวันนี้ ข้าอาจจะไม่สามารถปล่อยผ่าน
มันไปได้ แต่ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า ถ้าหากพวก
มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าก็ไม่อาจจะจัดการพวก
มันเป็นการส่วนตัวได้แม้แต่คนเดียว ถ้าหากว่า
พวกข้ารู้เข้า เจ้าก็คงจะรู้ผลลัพธ์ของมัน ใช่
หรือไม่?”
จิ่วอิง สามารถทำได้เพียงแค่ขัดขวางมันเอาไว้
ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามที่นี่ยังไงก็คือ อาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศ และตัวมันในตอนนี้ก็ไม่สามารถที่
จะยุบ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ได้ ซ้ำยังไม่มี
ความสามารถเพียงพอที่ปล่อยให้พวกมันทั้งหมด
ออกไปจากห้วงสมุทรเมฆาลวงตานี้ได้
สำหรับ เจียง จู่เยว่ แล้ว ในวันนี้ถ้าหากสังหาร
เหยื่อจำนวนมาก จะทำให้จำนวนของเหยื่อลดลง
ไปอย่างมากในอาณาเขตล่าด่านที่หนึ่ง และผลเสีย
จะทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างยิ่ง เบื้องบนก็
จะต้องถามถึงสาเหตุอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น
การกระทำที่ชั่วร้ายของตนเองก็จะถูกเปิดเผย
ออกมา ซึ่งมันไม่ดีสำหรับ เจียง จู่เยว่ เมื่อเป็น
เช่นนี้ มันจึงใช้สถานการณ์ในปัจจุบันให้เกิด
ประโยชน์”หากเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับข้า เช่นนั้นก็ช่าง
มันไปก็แล้วกัน แต่ว่าพวกเหยื่อทั้งหลาย ถ้าหาก
ต้องการจะมีชีวิตอยู่ ก็รู้ใช่มั้ยว่าควรจะปิดปากของ
พวกเจ้าอย่างไร!”
เจียง จู่เยว่ จ้องมองไปทางพวกมันด้วยท่าที
เหี้ยมโหด ในอาณาเขตด่านที่หนึ่งแห่งนี้ เจียง จู่
เยว่ ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจเด็ดขาด
เหล่าผู้ฝึกตนคาดไม่ถึงว่าพวกมันจะสามารถรักษา
ชีวิตของตนเองเอาไว้ได้
สายตาของ เจียง จู่เยว่ เห็นได้ชัดว่าให้พวกมัน
หลีกทางออกไป
การที่พวกผู้ฝึกตนต้องการที่จะสังหาร จิ่วอิง ได้ทำ
ให้พวกมันตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่กระนั้น
พวกมันกลับรอดชีวิตมาได้เช่นนี้ พวกมันจึงหัน
มองไปทาง อู่ อวี้ พร้อมถอนหายใจออกมาด้วย
ความโล่งอก พวกมันเข้าใจดีว่า เรื่องนี้ต้องยก
ความดีความชอบให้กับความพยายามของ อู่ อวี้
เมื่อพิจารณาไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง เจียง จู่
เยว่ กับ จิ่วอิง เมื่อนึกถึงคำกล่าวของ เจียง จู่เยว่
เรื่องตรายกเลิกพันธะทาสทั้งสิบตราที่จะได้หาก
สังหาร จิ่วอิ่ง พวกมันจึงเข้าใจได้ว่า สิ่งที่ อู่ อวี้
กล่าวออกมานั้น เกรงว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ความ
จริงแล้ว บุตรชายของจักรพรรดิอิง อาจจะ
แตกต่างกับปีศาจตนอื่น
แต่นี้ก็ไม่ใช่ความคิดของทุกคน คนทั้งยี่สิบกว่าคน
นี้ มีสิบกว่าคนสามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่
ก็มีบางคนดูเหมือนว่าจะตกอยู่ภายใต้วังวนของ
ความแค้น
ตัวอย่างเช่น ฉือ ห่ายอิน มันได้เตรียมพร้อม
สำหรับความตายแล้ว สำหรับมันแล้ว การมีชีวิต
นั้นก็ไม่สู้ยอมตายไปเสียดีกว่า ถึงแม้ว่าในตอนนี้
มันจะสามารถมีชีวิตรอดได้ แต่มันจะต้องให้พวก
ปีศาจต่างจ่ายค่าตอบแทนมาอย่างแน่นอน!
จิ่วอิง ได้มอบโอกาสในการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ให้กับมัน อย่างไรก็ตามมันไม่ได้รู้สึกขอบคุณแม้แต่
นิดเดียว เพราะว่าสิ่งที่มันต้องการไม่ใช่การมีชีวิต
แต่เป็นการชำระแค้น!
เมื่อ จิ่วอิง และ อู่ อวี้ มาเผชิญหน้ากับ เจียง จู่เยว่
พริบตาที่พวกเขาพูดคุยสนทนากัน ฉือ ห่ายอิน ก็
กำลังมองหาโอกาสที่จะเข้าไปใกล้ จิ่วอิง
ในขณะนั้น พวกผู้ฝึกตนคนอื่นๆทั้งหมดกำลัง
เตรียมตัวที่จะจากไป ฉับพลัน ฉือ ห่ายหลิน ก้มหัว
ลงและหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ทันใดนั้นตัวมัน
ได้ระเบิดพลังขึ้นมาอย่างรุนแรง!
“ฉือ ห่ายอิน!” ชั่วพริบตาที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทุกคนต่างเกิดความตื่นตระหนกตกใจ!
ยามมองไปที่ ฉื๋อ ห่ายอิน พริบตาเดียวมันได้
เปลี่ยนกลายเป็นมนุษย์โลหิตคนหนึ่ง ศาสตราเต๋า
เชื่อมจิตกระบี่ยาวสีฟั้า ทันใดนั้นมันได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นกระบี่โลหิต ซึ่งกลายเป็นเหมือนกับเป็น
พลังของคำสาปแช่งแห่งความแค้น พร้อมจ้วงแทง
ไปยัง จิ่วอิง
“มหาเวทย์สลายวิญญาณ!”
“เคล็ดวิชาต้องห้าม!” เพียงพริบตาที่มองไป เหล่า
ผู้คนต่างพากันตกตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นหน้า
เกลียด
บนร่างของ ฉือ ห่ายอิน ปรากฏเป็นโครงกระดูกสี
เลือดจำนวนมาก หนึ่งคน หนึ่งกระบี่ ผสานรวม
เป็นหนึ่ง ร่างกายทั้งหมดเปลี่ยนกลายเป็นกระบี่
เล่มหนึ่ง พุ่งไปยัง จิ่วอิง อย่างรุนแรงและหนัก
หน่วง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา จิ่วอิง ได้ทำการ
โจมตีสวนกลับไปในบัดดล ใบหน้าของมันพลัน
แปรเปลี่ยนไป เบื้องหลังปรากฏเป็นปีกเกล็ดมังกร
ออกมาปกคลุมอยู่เบื้องหน้าตน พร้อมสะบัดปีก
ออกไปหนึ่งครั้ง จนเกิดเป็นลมพายุคลั่งอันน่ากลัว
พัดกวาดผ่านออกไป แกนกำเนิดถูกเร่งใช้งานออก
อย่างเต็มที่ ในชั่วพริบตานั้น กระบี่ของ ฉือ ห่าย
อิน ยังไม่ทันที่จะพุ่งไปถึง จิ่วอิง ก็ถูกลมพายุคลั่ง
พัดปลิวกระเด็นออกไปเสียแล้ว
มหาเวทย์สลายวิญญาณของ ฉือ ห่ายอิน พลัน
สลายไปในทันที
“อัก บุตรของจักรพรรดิ สมควรตาย……” ร่าง
โลหิตของ ฉือ ห่ายอิน กระเด็นปลิวออกไป และ
ต่อมาร่างของมันเกิดการระเบิดขึ้นในทันที
กลายเป็นพิรุณโลหิตกระจายอยู่เต็มท้องฟั้า ร่วม
โรยสู่ผืนปฐพี
ฉือ ห่ายอิน ตกตายไปแล้ว
จริงๆแล้ว จิ่วอิง ไม่ได้เป็นคนที่สังหารมัน แต่เป็น
เพราะตัวมันที่ตกตายด้วยเคล็ดวิชาต้องห้ามของ
ตนเอง ซึ่งนี่คือสาเหตุที่แท้จริงที่มันต้องตายไป
ทุกคนต่างเบิกตากว้าง พวกมันมองฉากนี้ด้วย
อาการสั่นสะท้าน กระทั่ง จิ่วอิง ยังตกอยู่ในความ
หดหู่ จนกล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็วว่า”ข้าขอ
โทษ!”
มันไม่ได้คิดว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเช่นนี้ เป็น
เพราะ ฉือ ห่ายอิน ต้องการจะสังหารมัน แต่ยังไง
แล้วมันก็เป็นอาวุโสแห่งซูซัน ซึ่งอยู่ในนิกาย
เดียวกับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจถึงเหตุผล การตายไปของ ฉือ ห่าย
อิน ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ผิดก็คือ
ความเกลียดชังที่มีอยู่ในทั้งสองเผ่าพันธุ์ ที่ผิดก็คือ
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ แห่งนี้
“ทุกคนออกไปจากที่นี่เถิด” อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่
มองไปที่คนอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์
เช่นเดียวกับ ฉือ ห่ายอิน
ในตอนนี้หลังจากที่ ฉือ ห่ายอิน ตกตายไป
ร่างกายของมันก็พลันดับสูญแตกสลายไป
กลายเป็นเพียงตราคำสั่งสีดำหนึ่งตรา ลอยไปอยู่
ในมือของ จิ่วอิง นี่คือตรายกเลิกพันธะทาส ซึ่ง
สัญลักษณ์เวทย์ภายในนั้นจะระบุปีศาจที่ทำการ
สังหารเหยื่อในทันที จากนั้นก็จะลอยเข้าไปอยู่ใน
มือของปีศาจตนนั้น
จิ่วอิง จมลงไปในความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ ไม่รู้ว่า
ควรจะทำเช่นไรต่อไป มันเกลียดชังของสิ่งนี้เป็น
อย่างยิ่ง จึงรีบโยนมันลงไปบนพื้นทันที คาดไม่ถึง
ว่าเมื่อพวก เจียง จู่เยว่ มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต่อ
หน้าต่อตา
พวกมันจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเช่นนี้
“ขอแสดงความยินดีด้วย จิ่วอิง ที่เจ้าได้รับตรา
ยกเลิกพันธะทาสตราแรกแล้ว สามารถย้ายไปอยู่ที่
อาณาเขตด่านที่สองได้!”
“บุตรชายของจักรพรรดิอิงของพวกเรา ในที่สุดก็
ก้าวออกมาจากตัวตนเก่าได้แล้ว! ช่างน่ายินดียิ่ง
นัก!”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ