กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 293 ฝนรายของปศาจ
ในที่สุดเขาก็ได้จากไป อู่ อวี้ ต่อสู้ที่เพื่อ ตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาส 50 ชิ้น จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่
จะคอยปกปั้องช่วยเหลือผู้อื่น
การได้มาพบปะในอาณาเขตล่าที่หก นี้ ถือได้ว่า
เป็นความบังเอิญอย่างยิ่ง ซึ่ง อู่ อวี้ ได้ช่วยยื้อชีวิต
ของเขาให้ยาวขึ้นมาอีกหน่อย ด้วยเหตุนี้เขาจึง
มอบก้อนศิลาให้แก่ อู่ อวี้ มันคือก้อนศิลาแห่ง
ความลับ
ความลับของศิลาก้อนนี้ ตลอดช่วงชีวิตของ หวง
เหยียนอู่ เรียกได้ว่ามันคือปมในใจไม่อาจแก้ไขได้
เขาเฝั้าครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่นับครั้งไม่ถ้วน หากใน
ราตรีนั้นเขาไม่ถอยออกมาเสียก่อน แต่ยังคงค้นหา
ความลับของไข่สีขาวใบนั้นต่อไป สิ่งที่จะได้รับ
ตอบแทนกลับมามันจะเป็นอะไร?
แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ การตัดสินใจเพียงเล็กน้อย
อาจจะส่งผลไปจนตราบชั่วชีวิต บนโลกนี้ไม่มีเวลา
ให้มานั่งคร่ำครวญเสียใจ นั่นเพราะเวลาไม่อาจ
ไหลย้อนกลับได้
หลังจากมอบห้วงกำเนิดแห่งความลับนี้ให้แก่ อู่
อวี้ หวง เหยียนอู่ ก็จากไปด้วยความรู้สึกผ่อน
คลายอย่างที่สุด สำหรับ อู่ อวี้ แล้วกลับตรงกัน
ข้าม อารมณ์ของเขารู้สึกหนักอึ้งกดดัน ทั้งยัง
บังเกิดโทสะขึ้นบางส่วน
ความรู้สึกกดดันหนักอึ้งนี้ หาได้เกิดจากก้อนศิลา
แห่งความลับไม่ แต่มันเกิดจากความอ่อนแอของ
เขาจนถึงตอนนี้ ทำให้เขาไม่อาจช่วยเหลือผู้ที่เขา
อยากจะช่วยได้ ทำได้แค่เพียงปล่อยให้คนผู้นั้น
จากไป มันคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจยิ่งนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาได้ผ่านมาเนิ่นนานเกินไป
แต่เขาก็ยังไม่ได้กลับซูซัน เวลายิ่งผันผ่านเนิ่นนาน
มากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคืองใจมากขึ้น
เท่านั้น ทำให้เหตุผลและความยั้งคิดลดน้อยลงไป
บ้างส่วน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องยากที่จะ
ตั้งสมาธิปรับแต่งยกระดับแกนนภา รับรู้สัมผัสถึง
สวรรค์
อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีว่า มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะ
แก้ไขความรู้สึกคับข้องใจนี้ให้หายไปได้นั่นก็คือ
ต่อสู้ โดยเฉพาะโทสะที่อัดแน่นอยู่ภายในจิตใจ มัน
จะถูกระบายไปกับการต่อสู้ หลังจากการต่อสู้จบลง
จิตใจของเขาก็จะสงบนิ่งขึ้น แล้วเขาก็จะพร้อมที่
จะก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อให้ตนเองนั้นเติบโตขึ้น
ซึ่งหลังจากจิตใจสงบแล้ว เขาจะรีบฝึกตนบ่มเพาะ
ทันที
“ ระหว่างเก็บรวบรวม ตราปีศาจ ข้าคิดว่าคงต้อง
ใช้เคล็ดระเบิดคลั่ง กับ เคล็ดตรึงกายให้น้อยที่สุด
เพราะอย่างไรวิชานี้ก็ควรจะเป็นไพ่ตายก้นหีบ เก็บ
เอาไว้ใช้ในช่วงวิกฤต หากข้าใช้งานมันอย่างพร่ำ
เพื่อ จนได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดายมากเกินไป
ข้าคงจะต้องถูกส่งตัวไปยังอาณาเขตล่าที่ 7 ซึ่ง
เป็นอาณาเขตล่าที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ รวมถึงมัน
จะทำให้ข้าเก็บรวบรวม ตราปีศาจ ได้ยากมากขึ้น
อีกด้วย”
เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งแจ่มแจ้ง ว่าในโลกของการ
ต่อสู้นี้ ไม่ควรเปิดเผยไพ่ในมือให้ผู้ใดล่วงรู้ หรือ
แพร่งพรายรั่วไหลออกไปได้ มิฉะนั้นผู้อื่นจะล่วงรู้
ถึงจุดอ่อนของมันได้ เช่น อู่ อวี้ หลังจากใช้งาน
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งแล้ว พลังการต่อสู้ของเขาก็
จะลดลง
หลังจากคิดตรึกตรองอย่างละเอียดรอบคอบ เขาก็
ถอนเสาเก้าจัตุรัสสยบมารออก จากนั้นก็พุ่งไปยัง
ทิศทางตรงกันข้ามกับ หวง เหยียนอู่ เพื่อ
เตรียมพร้อมล่าปีศาจตั้งแต่วันนี้ไป!
‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ มีเหยื่ออยู่เพียง
น้อยนิดเท่านั้นที่คิดจะทำการไล่ล่าปีศาจ
อู่ อวี้ จงใจเปิดเผยตัวเองโจ่งแจ้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อ
ดึงดูดความสนใจปีศาจในบริเวณใกล้เคียง
เนื่องจากว่าตัวเขาไม่มี ตรายกเลิกพันธะทาส จึง
เป็นเรื่องยากที่ปีศาจจะหาตัวเขาพบ แต่ด้วยความ
กล้าบ้าบิ่น จึงทำให้เขาคิดว่า หากคิดจะเป็นเจ้าปั่า
ก็ไม่ควรปกปิดตัวตน ฉะนั้นเขาจึงใช้วิธีนี้เพื่อให้
ปีศาจพบเจอตัวเขาได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น
แท้จริงแล้วภายในอาณาเขตล่าด่านที่หก ถือเป็น
สถานที่พื้นฐานสำหรับฝึกตน ฉะนั้นข่าวเรื่อง หมา
ปั่าเขี้ยวกระบี่ กับ หมาปั่าเนตรปีศาจ พ่ายแพ้
ให้แก่ อู่ อวี้ จึงแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วดั่ง
ไฟลามทุ่ง เรียกได้ว่าปีศาจภายในอาณาเขตหน้า
ด่านที่หก ในยามนี้เกือบทุกตัวตน ล้วนรู้จัก อู่ อวี้
แม้แต่สหายของเขา จิ่วอิง ก็ยังได้รับข่าวนี้ …
เนื่องจาก อู่ อวี้ ไม่มี ตรายกเลิกพันธะทาส ด้วย
เหตุนี้ปีศาจจึงไม่สนใจจะต่อสู้กับเขานัก ปีศาจที่ให้
ความสนใจส่วนใหญ่มักไม่เชื่อว่าเขาสามารถ
เอาชนะหมาปั่าทั้งสองได้ จึงอยากคิดทดสอบด้วย
ตัวเองว่า อู่ อวี้ จะมีฝีมือร้ายกาจมากสักเพียงใด
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงดึงดูดปีศาจตัวแรกได้ ซึ่งปีศาจตน
นี้ก็ยังจดจำเขาได้ทันทีแล้วกล่าวว่า” เจ้าคือ อู่ อวี้
? เห๊อะ! เจ้าไม่มี ตรายกเลิกพันธะทาส ข้าขี้เกียจ
เปลืองแรงต่อสู้กับเจ้า จงไสหัวไปซะ!”
เนื่องจากปีศาจตอนนี้อยู่ในรูปแบบมนุษย์ ฉะนั้น อู่
อวี้ จึงไม่อาจระบุได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นปีศาจ
อะไร แต่ถ้าให้ประเมินแบบผิวเผินพื้นฐานการฝึก
ตนของมันน่าจะอยู่ในระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้นที่
7 แน่นอนว่าปีศาจตนนี้มีฝีมืออ่อนด้อยกว่าหมาปั่า
เขี้ยวกระบี่
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้แยแสว่ามันเป็นปีศาจ
ชนิดใดกันแน่
“ เห็นทีเจ้าคงจะเกียจคร้านไม่ได้แล้ว เพราะใน
วันนี้ข้า อู่ อวี้ จะมาเอาตราปีศาจจากเจ้า”
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวจบประโยค เขาก็พุ่งตรงดิ่ง
เข้าไปหาปีศาจ แล้วทันใดนั้นเอง เสาเก้าจตุรัส
สยบมาร ก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา จากนั้นมันก็
ยืดขยายออกอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ!
ฟึบ!
อู่ อวี้ พุ่งทะยานเข้าไปยังด้านหน้าของปีศาจ ด้วย
ความเร็วอย่างหาใดเปรียบ
ปีศาจต้นนี้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสร้างแกน
ปีศาจ ขั้นที่ 7 สำหรับ อู่ อวี้ เขาหาได้สนใจแม้แต่
น้อย ระดับฝีมือของปีศาจตนนี้เทียบเท่าได้กับ เหอ
เต้าจื่อ แต่ อู่ อวี้ นั้นมีฝีมือเหนือกว่า เหอ เต้าจื่อ
อยู่มากโข
ปัง!
เสาถูกฟาดกระแทกลงบนศีรษะของปีศาจ ร่างของ
มันจมลึกฝังลงไปในพื้น จากแรงฟาดนั้นส่งผลให้
หัวของมัน เกิดอาการวิงเวียนมึนงงอย่างยิ่ง กล่าว
ได้ว่าการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบ อู่ อวี้ ไม่เสียเหงื่อ
แม้แต่น้อย มันคือการต่อสู้สบายมืออย่างยิ่ง
หลังจากนั้นเขาก็เดินไปหยิบตราปีศาจมาเสียดื้อ ๆ
พร้อมทั้งจากไป
หากเขายังรั้งตนอยู่ที่นี่ ในไม่ช้าคงจะต้องถูกปีศาจ
ล้อมเป็นแน่
ใช่ว่าการต่อสู้กับปีศาจระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้น
ที่ 7 จะเป็นเรื่องง่ายดาย เนื่องจากแท้จริงแล้ว
อาณาเขตล่าแห่งนี้เป็นด่านที่หก ปีศาจซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 7 ขึ้น
ไปทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีจำนวนมากอีกด้วย เพราะยังไง
แล้ว เหยื่อที่อยู่ใน อาณาเขตล่าด่านที่หก แห่งนี้ ก็
คือผู้ฝึกตนสร้างแกนลมปราณขั้นที่ 7 แต่กระนั้น
พวกเขากลับถูกสังหารจนเหี้ยนไม่เหลือซาก
หลังจากเก็บตราปีศาจได้สามชิ้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกผ่อน
คลายอารมณ์ขึ้นมากทีเดียว
“ ตอนนี้ตราปีศาจเก็บได้มากขึ้น นั่นหมายความ
ว่าอีกไม่นานข้าจะได้กลับเขาซูซันแล้ว”
ในเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าใกล้ความจริง นับตั้งแต่นั้น
มา อู่ อวี้ ก็จะหาโอกาสเหมาะ ๆ ในทุกสิบวัน เขา
จะย่องออกไปเก็บสะสมตราปีศาจอย่างเงียบ ๆ
เพิ่มเติม เขาสามารถเอาชนะปีศาจไม่ว่าจะมีฝีมือ
อยู่ในระดับ สร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 7 หรือ ขั้นที่ 8
ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้
ในช่วงเวลานี้เขาหลบซ่อนตัวอยู่ กอปรกับเขาไม่มี
ตรายกเลิกพันธะทาส ติดกาย จึงเป็นเรื่องยากที่จะ
ถูกหาตัวพบ
เขาซุ่มฝึกตนบ่มเพาะอยู่ในส่วนลึกของบึง เพื่อ
ปรับแต่งยกระดับ แกนนภา พร้อมกับฝึกฝนวาดวง
เวทย์ และ หลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ
สถานการณ์โดยทั่วไปนับว่าราบรื่นดี เป็นเพราะ
เขาต่อสู้กับปีศาจอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นความ
คืบหน้าในการฝึกฝนของ อู่ อวี้ จึงรวดเร็วเกินกว่า
จินตนาการมากนัก ในขณะเดียวกัน เม็ดยาสร้าง
แกนนภา ของเขาก็ร่อยหรอลดน้อยลงไปมาก อู่
อวี้ พบว่ายิ่งเวลาล่วงเลยผ่านไป เขาก็ยิ่งสัมผัสได้
ถึงสุดปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง กับสิ่งที่เรียกว่า
หนึ่งคน หนึ่งแกนผสานเป็นหนึ่ง
สามเดือนผ่านไป อู่ อวี้ เก็บสะสมตาปีศาจภายใน
อาณาเขตล่าด่านที่ 6 หากนับรวมกับของหมาปั่า
ทั้ง 2 ตัวก่อนหน้านี้ ในยามนี้มีปีศาจกว่าสิบสาม
ตนต้องพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับ
ตราปีศาจที่เขาถือครอง
ในความเป็นจริง การต่อสู้ในสิบครั้งสุดท้ายชัยชนะ
ที่ อู่ อวี้ ได้รับไม่ง่ายดายเสมือนทุกครา เนื่องจาก
พวกมันล้วนอยู่ในระดับสร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 8
ปีศาจบางตัวมีฝีมือแข็งแกร่งเหนือกว่าหมาปั่า
เขี้ยวกระบี่เสียอีก ความสามารถของมันล้วน
พิสดารพันลึก เนื่องจากการไม่ยินยอมใช้เคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง เขาจึงจำเป็นต้องทุ่มเทพลังแทบ
ทั้งหมด อาศัยข้อได้เปรียบทางกายเนื้อ เพื่อสยบ
ข่มมีชัยเหนือศัตรู เรียกได้ว่ากว่า อู่ อวี้ กว่าจะ
ได้รับตราปีศาจมาช่างยากเย็นอย่างยิ่ง
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงในแต่ละครั้ง เขาจะต้องใช้
เวลาพักฟืนร่างกายนานนับ 10 วัน ในการรักษา
ฟืนฟูแต่ละครั้ง เขามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวว่าจะแข็งแกร่ง
ขึ้นให้จงได้ ซึ่งเขาได้อาศัยช่วงเวลานี้ ฝึกฝนวาด
ค่ายกลวงเวทย์ เพื่อรู้แจ้งในวิถีแห่งเต๋านี้ ทั้งความ
เจ็บปวดที่ส่งผลต่อการหลอมรวมจิตตั้งมั่นของเขา
ในยามนี้ สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ถือว่าเป็นประโยชน์
อยู่บางส่วน
แน่นอน อู่ อวี้ ไม่ได้ชนะการต่อสู้ในทุกครั้งไป เขา
โดนฝั่ายตรงข้ามโจมตีจนพ่ายแพ้กว่า 3 ครั้ง แต่
โชคยังดีพลังกายเนื้อของเขาเหนือกว่าศัตรู จึงทำ
ให้หลบหนีจากสนามต่อสู้มาได้ เป็นเพราะไม่มี
ตรายกเลิกพันธะทาส กอปรกับผืนโคลนหนาแน่น
ด้านล่าง จึงถือเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวชั้นเยี่ยม
สำหรับเขา
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ คงต้องขอบคุณกับความ
ปราชัยในสามครั้งที่เขาได้รับ มันทำให้เขาได้รับ
ประสบการณ์อันมีค่ายิ่ง ทำให้เขาได้รู้ข้อบกพร่อง
ของตนเอง โดยเฉพาะชัยชนะแลความพ่ายแพ้ที่
ได้รับ มันทำให้เขาไม่ต้องถูกส่งตัวไปยังอาณาเขต
ล่าด่านที่ 7
หากเหยื่อคนใดถูกตรวจพบว่ามีฝีมือเหนือกว่า
ปีศาจ ในความเป็นจริงแล้วคนผู้นั้นจะต้องถูกส่ง
ตัวไปยังพื้นที่ ๆ ทีเหลือทันทีในข้อนี้ อู่ อวี้ รู้สึกตื่น
ตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เขายังพบว่าผู้คุมกฎของอาณาเขตล่า
ด้านที่หก มันน่าจะมีระดับการฝึกตนอยู่ในขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ซึ่งเทียบเท่ากับสาวกระดับ
กระบี่โลกาของซูซัน อาจเป็นเพราะเขามี
ความสัมพันธ์ฉันท์สหายกับ จิ่วอิง มันจึงปรากฏ
ตัวขึ้นหลายครา แต่มันก็มิได้ทำอันใด เนื่องจากสิ่ง
ที่ อู่ อวี้ กำลังทำอยู่จนถึงตอนนี้ ยังคงอยู่ภายใต้
กฎ ทั้งเขายังได้รับตราปีศาจมาอย่างถูกต้อง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เป็นเสมือนดั่งเครื่องจักรต่อสู้ เขา
เรียนรู้จากประสบการณ์ต่อสู้ที่สั่งสมมา ยิ่งเขาต่อสู้
มากเท่าใดจิตใจที่เคยร้อนรนกระสับกระส่าย ก็ยิ่ง
สงบมากขึ้นเท่านั้นการต่อสู้ทำให้เขาเข้าใจใน
เส้นทางเต๋า ได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น รวมถึงการ
วาดค่ายกลวงเวทย์, การฟืนฟูรักษา, หลอมสร้าง
การสกัดปรุงโอสถ ปรับแต่งยกระดับสร้างแกนนภา
ในแต่ละวันเขาแทบไม่มีเวลาว่างเว้น เขาทุ่มเททุก
สิ่งทุกอย่าง เพื่อจะได้กลับสู่ซูซันโดยเร็วที่สุด
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะพบว่าพื้นฐานการฝึกตนของตนเอง
ไม่ได้ยกระดับรวดเร็วเหมือนดั่งเช่นเคย แต่เขาก็ยัง
รู้สึกว่าความเร็วในยามนี้ ก็ยังถือได้ว่าก้าวกระโดด
อย่างแท้จริง! ในปัจจุบันความเข้าใจของเขาเริ่ม
ค่อย ๆ แจ่มแจ้งชัดเจนมากขึ้น ถึงสิ่งที่เรียกว่า
เต๋าของผู้ฝึกตน ทว่าท่ามกลางความคลุมเครือนี้
กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำอย่างยิ่ง จนไม่อาจ
พรรณนาออกมาเป็นถ้อยคำใดๆได้
ในเดือนที่สี่ อู่ อวี้ ก็ได้เห็นร่างของ หวง เหยียนอู่
กลายเป็นร่างไร้ลมหายใจอยู่ภายในโคลน ในที่สุด
เขาก็ไม่สามารถผ่านพ้นการต่อสู้ได้ เมื่อการต่อสู้
สิ้นสุดลง ชีวิตของเขาก็จบลง
อู่ อวี้ ตัดสินใจเก็บร่างไร้วิญญาณของมันเอาไว้
เขาคิดว่าหากวันหนึ่งวันใดตนเองสามารถออกไป
ได้ เขาจะนำศพไปฝังไว้ใกล้ ๆ กับ นครจักรพรรดิ์
เพลิง ซึ่งเขาจะได้กลับบ้านเสียที
ศพนี้ได้กระตุ้นโทสะของ อู่ อวี้ อย่างรุนแรง มันยิ่ง
ทำให้เขาปรารถนาจะต่อสู้มากยิ่งขึ้น แต่เขาก็
พยายามที่จะสะกดข่มจิตใจให้สงบลง ในเวลานี้
ความปรารถนาจะแข็งแกร่งนั้น พลันแรงกล้ามาก
ยิ่งขึ้น!
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ได้สร้างความแตกตื่น
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
เขาเป็นเหมือนดังปีศาจคลั่งโดยไม่ได้สนใจผลลัพธ์
ว่าจะออกมาแพ้หรือชนะ อู่ อวี้ ยั่วยุท้าทายปีศาจ
ให้มาต่อสู้อย่างต่อเนื่อง พวกมันไม่มีโอกาสแม้แต่
จะหลบหนี เนื่องจากกายเนื้อของเขาเป็นอะไรที่น่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ไม่มีวัน
ตายเลยก็ว่าได้ ต่อให้เขาจะได้รับบาดเจ็บกี่ครั้งกี่
หน หรือ อาการบาดเจ็บนั้นจะหนักหนาสาหัส
มากมายเท่าไรก็ตาม แต่หลังจากผ่านไปได้ 10 วัน
เขาก็จะปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับต่อสู้เพื่อ
รวบรวมตราปีศาจ เฉกเช่นคนเสียสติ
แต่ชัยชนะของ อู่ อวี้ หาได้เป็นชัยชนะที่หมดจด
เนื่องจากมันยังคงยืนหยัดต่อสู้ด้วยกายเนื้อ โดยไม่
ยอมนำเคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมาใช้ในการต่อสู้
อย่างเด็ดขาด บางครามันก็ต้องเจอกับปีศาจที่มี
ฤทธิ์เดชแกร่งกล้า ทำให้เขาตกเป็นฝั่ายพ่ายแพ้
เนื่องจากพวกมันมีความแข็งแกร่งที่ถูกจัดอยู่ใน
อาณาเขตล่าด่านที่เจ็ด สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมาก
ที่สุดก็คือ แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ของปีศาจบาง
ตัว นับเป็นประสบการณ์อันหลากหลายที่เขาได้
พบเห็น แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ส่วนที่แข็งแกร่งสุดของปีศาจ นั่นก็คือแก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน
หากประเมินจากการต่อสู้ 10 ครั้ง เขาสามารถ
เอาชนะฝั่ายตรงข้ามได้ถึง 7 ครั้ง และ ปราชัย 3
ครั้ง
แน่นอนว่าเขานั้นแตกต่างจาก ‘เหยื่อ’ อื่น ๆ ซึ่งมี
แต่ตายกับตายเท่านั้น ทว่าเหล่าปีศาจเองก็มีข้อ
กังขาสงสัยในตัวของ อู่ อวี้ ไม่น้อยทีเดียว ดังนั้น
พวกมันจึงไม่ได้ต่อสู้แบบแลกชีวิต นอกจากนี้พลัง
กายเนื้อของ อู่ อวี้ ใกล้เคียงกับของคงกระพัน
อมตะ ความทนทาน กับ ความยืดหยุ่น จัดว่าน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด ความสามารถในการหลบ
หลีกก็ยังสูงด้วยเช่นกัน ดังนั้นต่อให้เขาพ่ายแพ้
สามครั้ง แต่ก็ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนบนผิวกาย
ของเขาได้ นี่คือผลงานการเอาชนะฝั่ายตรงข้าม
ด้วยกายล้วน ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพา เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง อย่างแท้จริง
ด้วยความถี่ในการต่อสู้ ทั้งเขายังไม่ถูกส่งไปยัง
อาณาเขตล่าด่านที่ 7 ส่งผลให้ตราปีศาจที่เขาเก็บ
รวบรวมได้ เพิ่มมากยิ่งขึ้น
หากยังคงดำเนินไปเช่นนี้ เหล่าปีษาจต่างตระหนัก
ดีว่า อู่ อวี้ มีโอกาสที่จะออกไปจากอาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศนี้ได้ ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่า จิ่วอิง
ล่วงรู้สถานการณ์ของอู่ อวี้ ดังนั้นมันจึงคัดค้าน
การส่ง อู่ อวี้ ไปยังพื้นที่ล่าด่านที่เจ็ด
ดังนั้นผู้คุมกฎของอาณาเขตล่าด่านที่หก จึงไม่ได้
กระทำอันใด เพราะอย่างไร อู่ อวี้ จะออกไปได้
หรือไม่ ก็มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับมัน ทั้งมันยังไม่
ต้องการมีปัญหาขัดแย้งกับ จิ่วอิง
ดูเหมือนว่า จิ่วอิง ยังคงอยู่ภายในอาณาเขตล่า
ด่านที่สอง ซึ่งมันทำให้ผู้คุมกฎของอาณาเขตล่า
แห่งนั้นหวั่นวิตกกังวลอย่างยิ่ง
ส่งผลให้ ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นเสมือนดั่งฝันร้ายของ
อาณาเขตล่าด่านที่หก เหล่าปีศาจที่เคยเอาชนะ
เขา ได้เริ่มพ่ายแพ้ให้กับเขาทีละตัว ๆ จากนั้นก็ถูก
ช่วงชิงตราปีศาจไป
เวลาล่วงเลยผ่านไป อู่ อวี้ นั่งเข้าฌานอยู่ภายใน
ส่วนลึกใต้พื้นดิน เปลี่ยนแปลงความกระหายต่อสู้
กลายเป็นความสงบ
ในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานี้หน้าก่อนหน้านี้รวม
เป็น 2 ปีพอดิบพอดี ตั้งแต่ที่เขาได้เหยียบเข้ามา
ภายในอาณาเขตล่า
บัดนี้เขามีตราปีศาจอยู่ทั้งหมด 40 ชิ้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ