กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 294 วิหคไรลักษณ
เพียงชั่วพริบตาเวลาที่อยู่ใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ ก็ล่วงเลยผ่านไปสองปี
ในช่วงเวลาที่ผ่านมากล่าวได้ว่าค่อนข้างจืดชืด
เขาดำเนินชีวิตอย่างซ้ำซากจำเจ ตลอดทั้งวัน อู่
อวี้ จะจมอยู่ในห้วงแห่งการฝึกฝนบ่มเพาะ
ประสบการณ์ต่อสู้ส่วนใหญ่ที่เขาได้พบเจอมานั้น
ล้วนไม่ง่ายดาย ทั้งการได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง
ยังถือเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาเทียบกับตราปีศาจ 41 ชิ้น
ที่ได้มาแล้ว กอปรกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์
การฝึกตน ก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อยทีเดียว
การต่อสู้กับปีศาจตลอดทั้งปีนี้ ส่งผลให้ อู่
อวี้ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก มันทำให้เขา
กลายเป็นคนใจร้อนรุ่มมากขึ้น ในบางครั้ง อู่ อวี้ ก็
รู้สึกว่าตนเองกับราชาวานรผู้ไร้พ่าย ยิ่งมีความ
คล้ายคลึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในหัวใจท่วมท้นไปด้วยเพลิงโทสะ ดั่งเพลิง
นรกโลกันต์ที่กำลังเดือดพล่าน พร้อมประทุระเบิด
ออกมาได้ทุกเมื่อ
หากกล่าวถึงแกนนภาในยามนี้ หลังจากผ่าน
ประสบการณ์ขัดเกลามาเป็นเวลานาน แกนนภาสี
ขาวเติบโตขยายใหญ่ขึ้นเกือบสองเท่าจากเดิม
ส่วนแกนกำเนิดก็ยกระดับขึ้นมากเช่นเดียวกัน แต่
สิ่งสำคัญกว่ามากก็คือแกนนภาของเขาในเวลานี้
แตกต่างจากเดิมไปอย่างมาก มันถูกปกคลุมห่อหุ้ม
ไปด้วยเมฆหมอก ทั้งยังมีเต๋าแฝงเร้นอยู่ภายในนั้น
ด้วย
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน
สายตาของ อู่ อวี้ เช่นนี้ทำให้เห็นได้ว่าเขาไม่ใช่
เด็กน้อยที่เอาแต่พึ่งพากายเนื้อเพียงอย่างเดียว
เท่านั้นอีกต่อไป แต่แกนกำเนิดของเขายัง
ปลดปล่อยพลังอันมหาศาลออกมาอีกด้วย
แท้จริงแล้วในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลวงเวทย์ หรือ
การหลอมสร้างการสกัดปรุงโอสถของ อู่ อวี้ ก้าว
รุดหน้าขึ้นอย่างเป็นอย่างมาก หากไม่ได้วัตถุดิบ
ทั้งหมดที่ เฮยซาน กุ่ยอี้ ทิ้งเอาไว้ให้ เขาก็คงจะไม่
มีทางคืบหน้ามากมายถึงเพียงนี้ อย่างน้อย ๆ
รูปแบบการสร้างค่ายกลวงเวทย์ที่มันทิ้งเอาไว้ให้
ถ้าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมแล้วละก็ อู่ อวี้ ได้
ทดสอบมันมาทั้งหมดแล้ว
อัตราการหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุง เม็ดยาสร้าง
แกนนภา มีโอกาสสำเร็จค่อนข้างสูง ตราบใดที่มี
วัสดุดิบเพียงพอ อู่ อวี้ ก็จะสามารถปรุง เม็ดยา
สร้างแกนนภา ที่มีคุณภาพล้ำเลิศขึ้นได้
“ ข้าจะต้องรวบรวมตราปีศาจอีก 9 ชิ้น ให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้าจะไม่ยอมให้ปีศาจหน้า
ไหนมาขวางทางเด็ดขาด!”
อู่ อวี้ ยังคงซ่อนตัวอยู่ในโคลน
เมื่อเขาแหงนหน้ามองขึ้นไปจากบึงโคลน ภาพที่
เขาเห็นก็คือคลื่นเมฆสีดำทมิฬกำลังเคลื่อนตัว
ล่องลอยอยู่บนท้องนภา ส่งผลให้เขาหวนนึกไป
ถึงซูซัน เพียงไม่ได้กลับไปครู่หนึ่ง ทำให้เขาแทบ
จะหลงลืม ภาพของเขาชิงเทียนซูซันไปเสียแล้ว
“ เหว่ยเอ๋อ อยู่ใน ถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซูซัน มานาน
มากกว่าสามปี ปั่านนี้นางคงออกมาแล้ว เราทั้ง
สองได้สัญญากันไว้ ข้าไม่คิดว่าตนเองจะต้อง
พลาดนัดเช่นนี้”
เวลากว่าสามปีที่ผ่านมานี้ หนาน กงเหว่ย ในวัย
สิบแปดปี จะต้องกลายเป็นสตรีผู้มีรูปร่างผอม
เพรียวสง่างามอย่างแน่นอน
“ นางอาจคิดว่าข้าตกตายไปแล้ว มันจะไม่ทำให้
นางเศร้าเสียใจอย่างนั้นหรือ?”
“ ข้าห่างหายจากซูซันมานานมากแล้ว ปั่านนี้คน
อื่น ๆ คงลืมเลือนข้าไปจนสิ้น”
อู่ อวี้ กำเสาเก้าจัตุรัสสยบมารแน่น สิ่งนี้ หนาน
กงเหว่ย มอบให้เขาเป็นของขวัญ
ฟึบ!
เขาไม่ยอมหยุดพักแม้แต่น้อย รีบเคลื่อนตัวไป
ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว กวัดแกว่งสายตามองหา
เหยื่อรายต่อไป
…
ณ อาณาเขตล่าด่านที่สอง
ระหว่างการฝึกฝน จิ่วอิง ได้ยินมาว่า อู่ อวี้ ได้
รวบรวมเก็บตาปีศาจได้ถึง 41 ชิ้นแล้ว
“ ข้าไม่คิดว่า เจ้าจะเก็บรวบรวมตาปีศาจได้
รวดเร็วถึงเพียงนี้ เจ้าคงจะต้องต่อสู้ด้วยความ
ยากลำบากในแต่ละศึกอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเจ้า
คงโดนส่งไปยังอาณาเขตสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความ
ยากลำบากให้แก่เจ้า” จิ่วอิง เข้าใจถึงความ
ยากลำบากอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน
เกี่ยวกับตราปีศาจจำนวนสี่สิบเอ็ดชิ้น ได้สร้าง
ความกดดันตึงเครียดให้แก่ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
เช่นกัน เนื่องจากเขาไม่อาจผิดพลาดได้แม้แต่น้อย
ถึงแม้สถานะของตนเองจะเป็นสหายของ จิ่วอิง
แต่ก็ยังมีปีศาจบางส่วนจิตใจที่เดือดพล่านมุ่งมั่น
จัดการ ปรารถนาโค่นล้มเขาลงให้จงได้
การที่มนุษย์ผู้หนึ่ง ซึ่งมีความปรารถนาอย่างแรง
กล้าจะหลุดพ้นออกไปจากที่นี่ให้จงได้ มาท้าทาย
พวกมันเช่นนี้ สำหรับปีศาจส่วนใหญ่แล้ว ต่างรู้สึก
ว่าตนเองนั้นถูกหยามหน้าอย่างโจ่งแจ้งชัดเจน
อย่างที่สุด
จิ่วอิง กำลังใคร่ครวญครุ่นคิดว่า ตนเองควรไป
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในอาณาเขตล่าด่านที่ 6 ดี
หรือไม่? อย่างน้อย ๆ หากอยู่ภายใต้สายตาของ
ตน เจ้าพวกปีศาจนั่นจะต้องไม่กล้าเล่นตุกติก หรือ
คิดเล่นแหกกฎกับ อู่ อวี้ เป็นแน่
“ อืม… แต่เจ้านั่นเก็บตราปีศาจด้วยน้ำพักน้ำแรง
ของตนเองมาได้ตั้งเยอะแล้ว ทั้ง อู่ อวี้ ยังไม่ป
ราถรนาให้ข้าลงมือเข่นฆ่าผู้ใด ถ้าข้าตามขึ้นไป
เวลานี้ เกรงว่าคงจะเป็นข้าเองที่จะตกม้าตายเสีย
มากกว่า”
“และข้าควรจะไว้ใจเจ้านั่น เขาจะต้องเก็บส่วนที่
เหลือได้จนครบสมบูรณ์”
“ ข้าไม่รู้ว่ายามนี้ ฝีมือของเขาจะก้าวรุดหน้าไปถึง
เพียงไหน หากเทียบกับข้าแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง
?”
จิ่วอิง ไม่ได้เจอกับ อู่ อวี้ มานานนับปี แต่ถึงอย่าง
นั้นก็ยังคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ อู่ อวี้ ในทุก ๆ
เรื่อง วีรกรรมของเขาทำให้หัวใจของผู้มีอายุรุ่น
ราวคราวเดียวกัน คึกคะนองเดือดพล่าน นั่นก็
เพราะว่ามันยังไม่เคยพบเจอคู่ต่อสู้ ที่สามารถ
เทียบเคียงแข่งขันกับมันได้เลย แต่สำหรับ อู่ อวี้
หาใช่เช่นนั้นไม่
โดยทั่วไปแล้วปีศาจที่แข็งแกร่งมาก ต้องแลกมา
ด้วยฝึกฝนมาอย่างยาวนานนับพันปี ซึ่ง จิ่วอิง หา
ได้สนใจต่อสู้กับปีศาจด้วยกันเองไม่
ในปีนี้ชื่อเสียงของ จิ่วอิง ในห้วงทะเลปีศาจอนันต์
ลดลงไปมาก ในฐานะที่เป็นถึงบุตรชายของ
จักรพรรดิอิง แต่กลับมีชื่อเสียงในด้านความขี้
ขลาดหวาดกลัว แม้แต่ปีศาจชั้นต่ำสุด ยังมีความ
กล้าหาญเสียยิ่งกว่า จิ่วอิง พวกมันกล้าลงมือ
สังหารผู้คน เท่ากับว่าในยามนี้ตัวมันต้องแบกรับ
แรงกดดันอย่างมหาศาล แรงกดดันที่พวยพุ่ง
ออกมาจากรอบทิศทาง ทว่า จิ่วอิง ก็ยังคงหนัก
แน่นดุจหินผา มันยังคงไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย ถึง
จะต้องอยู่ท่ามกลางลมพายุที่พัดกรรโชกแรงมาก
เพียงใดก็ตาม
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมันมีจิตใจมั่นคงหนักแน่น
ยังคงหมั่นฝึกฝนขัดเกลาฝีมือให้ยกระดับขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว
ไม่มีผู้ใดเป็นผู้ต่อสู้ของเขาได้ ไม่กี่วันก่อนหน้าฝีมือ
ของมันก้าวรุดหน้ารวดเร็วยิ่งเสียกว่า อู่ อวี้ บัดนี้
พื้นฐานการฝึกตนของมันอยู่ในระดับสร้างแกน
ปีศาจ ขั้นที่ 9 หากกล่าวตามจริง ด้วยฝีมือรวมถึง
ความแข็งแกร่งในปัจจุบัน ย่อมสามารถทะลวงฝั่า
อาณาเขตล่าไปยังด่านสูงสุดไม่ยากเย็นและไร้ข้อ
กังขา
อย่างไรก็ตาม เขายังคงมุ่งมั่นต่อไป
…
ณ อาณาเขตล่าที่ 1
ในเวลานี้ เจียง จูเยว่ กับฝูงสุนัขจันทรา กำลัง
หลบซ่อนเร้นกายภายในแนวปั่าพนาสันต์ จับจ้อง
มองเฝั้าระวังพื้นที่บริเวณรอบๆ
มีหนึ่งในสุนัขจันทรา กำลังทะยานเข้ามาจากเบื้อง
นอก ขณะที่สุนัขจันทราตัวนั้นเข้ามาใกล้ เจียง จู
เยว่ มันก็กลายร่างสู่รูปแบบมนุษย์ด้วยท่าทางเคร่ง
ขรึมจริงจัง จากนั้นก็คุกเข่าลงบนพื้น แล้วกล่าว
ขึ้นว่า” ลูกพี่! ข่าวล่าสุดแจ้งมาว่า อู่ อวี้ อยู่ใน
อาณาเขตล่าที่ 6 ในตอนนี้มันเก็บรวบรวมตา
ปีศาจได้ 41 ชิ้นแล้ว อีกไม่นานมันก็จะครบ 50
ชิ้นตามกำหนด”
สีหน้าของ เจียง จูเยว่ เปลี่ยนแปลงไป จากนั้นมัน
ก็กล่าวขึ้นว่” ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน แต่มันกลับ
สามารถรวบรวมตาปีศาจได้ถึง 41 ชิ้นงั้นหรือ?
ไฉนผู้คุมกฎในอาณาเขตล่าที่ 6 ถึงไม่ส่งตัวมันไป
ยังอาณาเขตล่าที่ 7 ? ในเมื่อมันเก็บตราปีศาจได้
มากกว่า 40 ชิ้นแล้ว”
“ ว่ากันว่า ทุกครั้งที่ไม่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้
มันก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ระดับฝีมือจึงยังไม่
ถึงที่จะถูกส่งตัวไปยังอนาคตล่าที่ 7 นอกจากนี้มัน
ยังเป็นสหายกับ จิ่วอิง เจ้าพวกนั้นจึงเกรงกลัวว่า
จะเกิดผลเสียกับตนเอง หากกระทำอุกอาจมาก
เกินไป”
เจียง จูเยว่ เข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี
“ ลูกพี่ หากมันเก็บตราปีศาจจนครบ 50 ชิ้น ใช้
ว่า ทะ∼ท่านคงจะไม่ไปส่งมันที่ห้วงเมฆาลวงตา
หรือไม่ …” สุนัขล่าจันทรา ไต่ถามด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ
เจียง จูเยว่ นิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็กล่าวขึ้น
ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นน่าหวาดกลัวว่า” อย่า
รีบด่วนสรุป ต้องรอดูว่ามันจะมีปัญญาเก็บได้จน
ครบ 50 ชิ้นจริงหรือไม่! พวกเจ้าจงอย่าลืม ‘กฎ
ลับ’ ของ ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ไม่ว่าจะ
เป็นเหยื่อหน้าไหน หากเก็บรวบรวมตราปีศาจ
มากกว่า 40 ชิ้น มันผู้นั้นจะถูกจับตาเฝั้าดูเป็น
พิเศษ ผู้คุมกฎบางคนจะมีวิธีการจัดการ โดยจะ
ร่วมมือกับปีศาจจัดการเหยื่อตัวนั้น พวกปีศาจจะ
กดดันให้เหยื่อต้องต่อสู้แบบกงล้อ หากเป็นผู้ฝึกตน
คนอื่น ๆ ก็จะต้องตกตายในช่วงเวลานี้ แม้ว่า อู่
อวี้ จะไม่ถูกสังหารจนตกตาย แต่เราก็ได้บดขยี้
ความหวังของมัน ปล่อยให้มันอยู่ที่นี่อีกสัก 2-3 ปี
ถึงแม้ในตอนนี้มันจะแข็งแกร่งดุร้ายจนน่า
หวาดกลัว แต่การกระทำของมันก็ทำให้เหล่าปีศาจ
จำนวนมากต้องเสียหน้า ความคลั่งแค้นที่สั่งสมนี้
ทำให้พวกมันปรารถนาที่จะแก้แค้นกำจัด ฉะนั้น
จะต้องมีปีศาจไม่น้อยมาท้าทายมัน อีกทั้งชื่อเสียง
ของ จิ่วอิง ดิ่งลงเหวลงเรื่อย ๆ เรื่องนี้จะทำให้
ปีศาจหลายตนโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น พวกมันจะต้อง
เอาความโกรธแค้นนี้ ไประบายที่ อู่ อวี้ เป็นแน่”
” เพราะเช่นนี้นี่เอง ลูกพี่ถึงดูไม่กังวลแม้แต่น้อย
ข้าจะไปส่งมันที่ห้วงเมฆาลวงตา ด้วยตนเอง”
หลังจากนั้นพวกมันทุกตัว ก็เป็นเสียงหัวเราะ
ออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน
“ อันที่จริงปีศาจในอาณาเขตล่าที่ 6 ต่างคุ้นเคย
กับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง ได้ยินมาว่ามีปีศาจหลายตัว
ในอาณาเขตล่าที่ 6 สามารถขึ้นไปยังอาณาเขตล่า
ที่ 7 ได้แล้ว แต่กลับยังรั้งอยู่ที่เดิมเพื่อจะได้จัดการ
อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก ยุติการรวบรวมตาปีศาจของมัน
มันเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็ก ๆ แต่กลับหาญกล้าเหิม
เกริมได้ถึงเพียงนี้ แล้วพวกเราเหล่าปีศาจอัจฉริยะ
จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน?”
“ อีกในไม่ช้าเดี๋ยวก็รู้ผล เรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้อง
อะไรกับเรา เราคอยเฝั้าดูความเป็นไปก็พอ
“ ข้าได้ยินมาว่า ‘ วานรศิลาทองคำ ‘ มีฝีมืออยู่ใน
ระดับสร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 9 หลังจากมันได้ยินว่า
อู่ อวี้ สามารถกลายร่างเป็นวานร มันก็ตามหาตัว
ของ อู่ อวี้ ไปให้ควั่ก มานานมากกว่าสองเดือน
แล้ว ด้วยนิสัยเจ้าอารมณ์ขี้โมโหของ ‘ วานรศิลา
ทองคำ ‘ หากเจอกับ อู่ อวี้ มีหวังคงได้ตายอย่าง
เขียด หวาดกลัวจนอึราดเป็นแน่”
“ เจ้าลิงบัดซบนั่น แม้แต่ลูกพี่ของเรายังไม่
อยากจะยุ่งสุงสิง เพราะกลัวจะไปทำให้มันไม่สบ
อารมณ์!”
อู่ อวี้ ไม่ล่วงรู้ว่า การจัดการปีศาจด้วยตนเอง จะ
ทำให้ ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ สั่นสะเทือน
มากเพียงใด แม้แต่ปีศาจที่อยู่ด้านนอก ‘ อาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ก็ยังกล่าวขวัญถึงเรื่องราว
วีรกรรมของตนเอง
โดยปกติแล้วเขาจะออกล่าในคืนเดือนมืด โดยหารู้
ไม่ว่าได้มีจำนวนปีศาจเพิ่มมากขึ้น อีกครั้งพวกมัน
ยังไล่ล่าควานหาตนเอง ด้วยหวังว่าจะจัดการกับ อู่
อวี้ ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ นี้ ทั้ง
ยังมีโอกาสได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงอีกด้วย
ฟูม…
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารในมือค่อย ๆ มืดสลัวลง อู่
อวี้ ก้าวฝั่าโคลนอย่างแผ่วเบา ด้วยประสบการ
ต่อสู้มากกว่า 1 ปี ทำให้สัญชาตญาณของเขา
พัฒนาขึ้น ทำให้สัมผัสรับรู้ถึงสถานการณ์โดยรอบ
ไวมากยิ่งขึ้น เพราะที่นี่คืออาณาเขตล่า มันจึง
ขึ้นอยู่กับว่าสุดท้ายแล้วผู้ใดจะกลายเป็นเหยื่อ
แล้วผู้ใดจะกลายเป็นผู้ล่า เพียงเท่านั้น
แรกเริ่มเดิมทีปีศาจไม่อยากจะต่อสู้กับ อู่ อวี้
เนื่องจากการต่อสู้กับเขานั้นต้องเผชิญกับความ
ยากลำบาก รวมถึงเขายังไม่มี ตรายกเลิกพันธะ
ทาส เหมือนกับผู้ฝึกตนรายอื่น ๆ แต่ในตอนนี้ทุก
อย่างก็พลิกผัน ปีศาจจำนวนมากกำลังควานหาไล่
ลาตัวเขา โดยปรารถนาให้ชื่อเสียงของตนเองเรื่อง
ลือ
ด้วยเหตุนี้ทำให้รูปแบบการล่าของ อู่ อวี้ ต้อง
เปลี่ยนไป ปัจจุบันเขาต้องล่าอย่างเงียบกริบ ไม่ทำ
ตัวดึงดูดความสนใจจากฝั่ายตรงข้าม อย่าง
โจ่งแจ้งชัดเจนเหมือนเช่นเคย
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ปีศาจ แต่ด้วยประสบการณ์สั่งสม
ต่อสู้กับปีศาจมานานแรมปี ทำให้ อู่ อวี้ ปราสาท
สัมผัสถึงกลิ่นอายปีศาจเข้มข้นเฉียบคมขึ้น
ปัจจุบันเขาสามารถรับรู้แรงกดดันความแข็งแกร่ง
ของปีศาจจาง ๆ ได้ ถึงแม้ว่าปีศาจตัวนั้นจะอยู่
ห่างไกลจากเขา
การค้นหาปีศาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากพวกมัน
หลบซ่อนเร้นกายอยู่ภายในบึงโคลนหนองน้ำ
ในบางครั้ง อู่ อวี้ ได้พบเจอกับผู้ฝึกตน ที่กำลัง
กระเสือกกระสนหลบลี้หนีตาย แต่เขาก็หาได้แยแส
ไม่ เนื่องจากมันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึง หวง
เหยียนอู่
ประมาณครึ่งวันต่อมา อู่ อวี้ ก็แลเห็นปีศาจอยู่
ท่ามกลางเมฆหมอก
ปีศาจตอนนี้ลอยอยู่เหนือบึง ส่วน อู่ อวี้ ที่อยู่
ด้านหลัง จึงทำให้แลเห็นอากัปกิริยาท่าทางของ
มัน ซึ่งดูเหมือนมันกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง
ตลอดทาง
หากมองจากด้านหลังที่ค่อนข้างบอบบาง
วิเคราะห์ได้ว่าปีศาจตัวนี้คือสตรี มันสวมใสชุด
คลุมยาวสีขาว เส้นผมบางส่วนเป็นสีเทา
“ มันจะต้องเป็นวิหค” อู่ อวี้ จากประสบการณ์ที่
สั่งสมมาทำให้เขาสามารถแยกประเภทของกลิ่น
อายปีศาจได้ เนื่องจากคลุกคลีคุ้นเคยกับปีศาจมา
เป็นเวลานาน มันทำให้เขากลายเป็นผู้รู้ลึกรู้จริง
เลยก็ว่าได้ ในปีที่ผ่านมาเขาต้องต่อสู้กับปีศาจมาก
ว่า 50 ครั้ง การต่อสู้เป็นวิธีการง่ายที่สุด ที่จะทำ
ให้รู้จักฝั่ายตรงข้าม
ฟึบ!
อู่ อวี้ ไม่เอ่ยถ้อยคำใดออกมา เขาม้วนตัวไป
ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าปีศาจตนนั้น ยืนยันได้ว่า
นางคือสตรีดูอ้อนแอ้นบอบบาง กวัดแกว่งไปมาตา
มกระแสลม จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความสับสน
“ อู่ อวี้ ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่หัวออกมา ข้ากำลัง
รอเจ้าอยู่” พริบตาต่อจากนั้น สตรีผู้นี้ก็ยิ้มออกมา
คงต้องกล่าวว่านางมีรูปโฉมน่ารักน่าชังไม่เบา
ทีเดียว
“ หาใช่เจ้าที่กำลังรอข้า แต่เป็นข้าต่างหากที่กำลัง
รอรับตราปีศาจจากเจ้า” อู่ อวี้ หาได้สุภาพใส่มัน
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มวางกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว เขา
หมุนควงเสาเก้าจัตุรัสสยบมารในมือ ด้วยพลัง
อำนาจของเสาส่งผลให้เกิดคลื่นพลัง ตามมาด้วย
เสียงหวืดที่ดังขึ้นไปทั่วทุกทิศทาง ทันใดนั้นเองดิน
โคลนที่อยู่โดยรอบ ก็ระเบิดสาดกระเซ็นกระจัด
กระจายไปทั่วทุกทิศทาง
“ฮิฮิ”
ทันใดนั้น สตรีผู้นั้นก็กางแขนทั้งสองข้างออกอย่าง
รวดเร็ว ฉับพลันขนสีเทาก็งอกออกมา ด้วย
ความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เรียว
ปากแปลเปลี่ยนเป็นจะงอยเช่นดังปากของ วิหค
มือทั้งสองข้างของมันกลายเป็นปีก บัดนี้ทั่วทั้ง
สรรพางค์กายของมัน ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
นกกระจอกสีเทาตัวมหึมา โฉบทะยานขึ้นมายัง
ด้านหน้า อู่ อวี้
“ วิหคไร้ลักษณ์?” อู่ อวี้ จดจำได้ว่าปีศาจตอนนี้มี
ชื่อเรียกว่า วิหคไร้ลักษณ์ มันเป็นปีศาจที่มีเวทย์
ลึกลับ สามารถกัดกินผ่านช่องว่างมิติได้ ซึ่งหาก
มันกลายร่างเป็นปีศาจจะทำให้เปิดช่องว่างมิติได้
อย่างมหาศาล เวทย์ปีศาจของมันค่อนข้าง
คล้ายคลึงกับ เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษ์ของ อู่ อวี้
ขณะ วิหคไร้ลักษณ์ บินทะยานเข้ามา นางก็หยิบ
บางอย่างออกมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” เมื่อเจ้าติด
อยู่ในนี้ ก็เปรียบเสมือนดั่งเต่าในไห”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ