กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 295 โซไรลักษณ
อู่ อวี้ จับตามองไปที่มัน พร้อมปรากฎของบางสิ่ง
ลอยมาอยู่ที่ด้านหน้าของวิหคไร้ลักษณ์ ซึ่งสิ่งนั้น
คือโซ่ศิลาสีเงินเส้นหนึ่ง
ปีกทั้งสองข้างของวิหคไร้ลักษณ์ถูกล้อมรอบเอาไว้
ด้วยโซ่ศิลา ด้วยโซ่ที่ปกคลุมขึ้นมานี้มันได้ปิดกั้น
การมองเห็นของ อู่ อวี้ ลง ในเวลาเดียวกันนางได้
กระตุ้นพลังอำนาจของวงเวทย์ที่อยู่บนโซ่ศิลาเส้น
นี้ ในชั่วเสี้ยววิ โซ่ศิลาได้ขยับเคลื่อนไหว และ
พื้นที่รอบด้านเกิดการเปลี่ยนแปลง
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นศาสตราเต๋าเชื่อมจิตชนิดหนึ่ง
บนศาสตราเต๋าเชื่อมจิตพลังอำนาจของ ‘วงเวทย์
ศาสตราเต๋า’ นั้น ได้ผลักดันพลังของแกนกำเนิด
ของวิหคไร้ลักษณ์ที่อยู่ในขั้นสร้างแกนปีศาจระดับ
ที่แปดออกมาจนถึงขีดสุด ในเวลาอันสั้นมันก็
ปลดปล่อยประสิทธิภาพอันสูงสุดออกมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ วิหคไร้ลักษณ์ คงจะต้องเตรียมตัว
มาเป็นอย่างดีแน่นอน นางใช้ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
โซ่ศิลานี้ รอคอยการปรากฏตัวของเขาอยู่
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น
เพราะเขารู้ว่าฝั่ายตรงข้ามได้เตรียมการมาเป็น
อย่างดี ที่จะไม่ปล่อยให้เขาหนีรอดไปจากที่นี่ได้
อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่าในตอนที่โซ่ศิลาเกิดการเคลื่อนไหว ใน
รัศมีร้อยลี้รอบด้าน ราวกลับว่าถูกปกคลุมเอาไว้
ด้วยลูกบอลไร้ลักษณ์ทรงกลมที่ไม่สามารถจะ
มองเห็นได้ มันมีเสถียรภาพอย่างมากในการปิด
ผนึกพื้นที่โดยรอบ ไม่ว่าจะบินขึ้นไปในอากาศหรือ
จะดำดิ่งลงไปใต้โคลนลึก หลังจากที่เคลื่อนที่ไปถึง
ขอบเขตรัศมีร้อยลี้ จะสามารถสัมผัสได้ถึงกำแพง
ของลูกบอลไร้ลักษณ์นี้ได้
หลังจากที่วิหคไร้ลักษณ์ได้เปิดใช้งานเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว นางได้ถอนหายใจออกมาอย่างผ่อน
คลาย ฉีกยิ้มขึ้น พร้อมหันมองไปยัง อู่ อวี้ และ
กล่าวว่า”โซ่ศิลาเส้นนี้มีชื่อว่า ‘โซ่ไร้ลักษณ์’ มัน
สามารถปิดผนึกพื้นที่แห่งนี้ อู่ อวี้ ไม่ว่าเจ้าจะทำ
อะไร เจ้าก็ไม่สามารถจะออกไปจากที่นี่ได้ นอกเสีย
จากว่าเจ้าจะล้มข้าลงได้ โซ่ไร้ลักษณ์นี้จึงจะ
พังทลายลงไป”
“ล้มเจ้า มันยากหรืออย่างไร?” อู่ อวี้ พาดเสาเก้า
จัตุรัสสยบมารสีทองขึ้นบนบ่าของเขา หลังจาก
นั้นก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่เชิงยิ้ม ท่าทาง
เช่นนี้ เต็มไปด้วยท่าทางที่ดูถูกเยาะเย้ย ยิ่งนานวัน
เขายิ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับราชันวานร
“ยากราวกับการปีนปั่ายขึ้นสวรรค์” วิหคไร้ลักษณ์
หัวเราะดูถูก ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเตรียมที่จะโจมตี
นาง เพื่อที่จะทำลายพันธนาการของโซ่ไร้ลักษณ์นี้
ทิ้ง โคลนที่อยู่ด้านใต้มีการเคลื่อนไหว ชั่วเวลานั้น
มีเงาร่างยี่สิบกว่าเงาเจาะทะลวงผ่านการปิดกั้น
ของโซ่ไร้ลักษณ์นี้เข้ามา พร้อมพุ่งเข้ามาด้านใน
ทั้งยี่สิบเงานี้ แต่ละเงาได้มาปรากฏกายอยู่เบื้อง
หน้าของวิหคไร้ลักษณ์ ปกปั้องวิหคไร้ลักษณ์ที่อยู่
เบื้องหลังของพวกมัน
เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้โซ่ไร้ลักษณ์จะคอยควบคุมพื้นที่
โดยรอบเอาไว้ ก่อให้เกิดเป็นอุปสรรคที่ไม่อาจจะ
ทำลายลงได้ อีกทั้งโซ่ไร้ลักษณ์ยังได้ปิดหนทาง
หลบหนีของ อู่ อวี้ เอาไว้อย่างสมบูรณ์ แต่โซ่ไร้
ลักษณ์นั้นตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิหคไร้
ลักษณ์ จึงทำให้นางสามารถปล่อยให้เหล่าสหาย
ของนางเข้ามาภายในนี้ได้อย่างสบายๆ
อู่ อวี้ กวาดสายตาไปรอบๆ เงาร่างทั้งยี่สิบกว่าเงา
ล้วนเป็นปีศาจทั้งหมด!
พวกมันใช้วิหคไร้ลักษณ์เป็นเหยื่อล่อ ส่วนปีศาจ
ยี่สิบกว่าตนนี้ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของบึงโคลน
แห่งนี้ ในตอนที่โซ่ไร้ลักษณ์เปิดใช้งาน ปีศาจทั้ง
ยี่สิบกว่าตนนี้จึงปรากกฏกายออกมาและทำการ
ปิดล้อม อู่ อวี้ เอาไว้
เหล่าปีศาจปิดล้อม โซ่ไร้ลักษณ์ปิดตายที่แห่งนี้!
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เป็นผู้ล่า แต่ในตอนนี้เขากลับ
กลายเป็นเหยื่อ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ นั้น
ช่างเป็นสถานที่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
จริงๆแล้ว อู่ อวี้ คาดการณ์ว่า ตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาส อีก 9 ตราสุดท้าย เขาจะไม่สามารถ
ได้รับมันมาง่ายๆอีกแล้ว ถ้าหากว่าได้รับมันมา
ง่ายๆ ก็สมควรที่จะมีคนที่รวบรวม ตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสทั้งห้าสิบตรา ได้มากมายเสียแล้ว
ได้รู้จากผู้ฝึกตนบางคนว่าในตอนที่พวกเขากำลัง
จะรวบรวม ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส ได้จน
เกือบครบ พวกปีศาจทั้งหมดทำตามกฏลับของ
สนาม ทำให้ผู้ฝึกตนต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้อัน
รุนแรง จนทำให้ผู้ฝึกตนต้องเผชิญหน้ากับวิกฤต
ความเป็นความตาย และ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ไม่
เพียงแต่ต้องตายเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วสิ่งที่
เขาต้องเผชิญในวันนี้มันร้ายแรงยิ่งกว่าตกตายไป
เสียอีก
“อู่ อวี้ เจ้าไม่ต้องวิตกไป พวกข้าเฝั้าดูเจ้าเข้ามา
ท้ายทายพวกเราทีละคนมานานแล้ว ถือว่าสร้าง
ความลำบากให้เจ้าไม่น้อยที่จะต้องควานหาปีศาจ
ทีละตน วันนี้พวกเราทั้งหมดจึงมาที่นี่เพื่อให้
โอกาสแก่เจ้าได้จัดการปัญหาทั้งหมดนี้ในคราเดียว
จะพูดไปแล้วเจ้าต้องการตราปีศาจยกเลิกพันธะ
ทาสอีกแค่เพียงเก้าตราเท่านั้น แต่พวกเราพี่น้อง
ปีศาจยี่สิบกว่าคนนี้ ซึ่งในความเป็นจริงก็เพียงพอ
กับที่เจ้าต้องการ เวลาของพวกเราทั้งหมดนั้นมีค่า
พวกเราอย่าได้พูดจาไร้สาระกันอีก พี่น้องทั้งหลาย
ใครต้องการที่จะไปจัดการกับ อู่ อวี้ เป็นคนแรก?”
ปีศาจที่มีผมสีแดงในหมู่พวกมันได้กล่าวออกมา
ในหมู่พวกมันนอกจากวิหคไร้ลักษณ์ที่คอยควบคุม
โซ่ไร้ลักษณ์เอาไว้เพื่อปิดกั้นการหลบหนีของ อู่ อวี้
แล้ว ตนอื่นๆที่เหลือสามารถเป็นคู่ต่อสู้กับ อู่ อวี้
ได้ทั้งสิ้น
แน่นอนว่าตามกฏของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
พวกมันไม่สามารถที่จะรุมเข้าไปโจมตี อู่ อวี้ ได้
ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ผู้คุมกฏก็จะเข้ามายับยั้งพวก
มันเอาไว้
อย่างไรก็ตามพวกมันได้ใช้รูปแบบการต่อสู้แบบกง
ล้อ และใช้โซ่ไร้ลักษณ์เข้ามาปิดกั้นการหลบหนี
ของ อู่ อวี้ การวางแผนการที่โหดเหี้ยมเช่นนี้
ความเป็นจริงแล้วมันได้สร้างความยากลำบาก
ให้กับ อู่ อวี้ มหาศาล
ถ้าหากไม่ใช่ อู่ อวี้ แต่เป็นผู้ฝึกตนคนอื่นละก็ วันนี้
เมื่อต้องรับมือกับการโจมตีของปีศาจที่มีมากกว่า
ยี่สิบตน พวกเขาจะต้องตกตายไปอย่างไม่ต้อง
สงสัย
ถ้าหากว่าผู้ฝึกตนสามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ
มันก็จะถูกส่งตัวไปยังอาณาเขตล่าด่านที่เจ็ด
ในทันที เพราะถ้าหากชนะได้อย่างสบายๆเห็นได้
ชัดว่ามันไม่เหมาะที่จะอยู่ในอาณาเขตล่าด่านที่หก
อีกต่อไป
“ไม่น่าแปลกใจที่มีคนจำนวนเพียงน้อยนิดที่
สามารถรวมรวบตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสได้
สำเร็จ และเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างก็ไม่มีแรง
กระตุ้นมากนัก เพราะพวกเขาต่างรู้ดี ประการแรก
พวกปีศาจไม่อาจที่จะปล่อยให้พวกเขาสะสมตรา
ได้ครบห้าสิบตรา ประการที่สอง ถ้าเกิดว่ารวบรวม
ได้จนครบ พวกมันก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ฝึกตนจากไป
ได้โดยที่มีชีวิตอยู่”
อู่ อวี้ คิดไปถึง หวง เหยียนอู่ ที่หมดหวังในเรื่องนี้
มานานแล้ว
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เพียงคนเดียวต้องเผชิญหน้ากับ
ปีศาจที่อยู่ในขั้นสร้างแกนปีศาจระดับที่แปดถึง
ยี่สิบกว่าตน ซึ่งเทียบเท่ากับขอบเขตสร้างแกน
นภาระดับที่แปดของผู้ฝึกตน อย่างไรก็ตามสีหน้า
ของเขายังคงเยือกเย็น สายตาเร่าร้อนดั่งคบเพลิง
ด้วยท่าทีองอาจเช่นนี้ ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า
เขาไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับปีศาจจำนวนมากเช่นนี้
ได้
“เอาเถอะ ไม่ว่าจะมียี่สิบกว่าตนหรือไม่? เมื่ออยู่
ต่อหน้าข้า พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องส่งตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะสัญญาทาสขยะนั่นมาให้ข้า”
ประกายตาของ อู่ อวี้ ส่องแสงสีทองออกมา กวาด
ผ่านไปยังปีศาจทุกตน
“ปากดีนักนะ ข้าขอเป็นคนแรกที่จะไปหุบปากมัน
เอง!”
ทันใดนั้นได้มีเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มของ
ปีศาจ เป็นชายรูปร่างใหญ่ที่มีผิวหนังสีดำ มันส่ง
เสียงคำรามดังจนโลกหล้าต้องสั่นสะเทือนใน
ระหว่างที่พุ่งออกมา จากนั้นโน้มตัวไปข้างหน้า
และใช้แขนทั้งสองข้างยันลงไปบนพื้น ต่อมามันก็
ได้แปลงกายจากมนุษย์กลายเป็นกระทิงยักษ์สีดำ
ตัวหนึ่ง ร่างของกระทิงยักษ์เต็มไปด้วยมัดกล้ามอัน
แข็งแกร่ง บนร่างมันปกคลุมไปด้วยเส้นเลือด
จำนวนมาก บนศีรษะของมันมีเขาอันแหลมคมคู่
หนึ่งพุ่งไปยังข้างหน้า สำแดงความสามารถ
ทั้งหมดของมัน ภายในรูจมูกที่หนาและใหญ่
หายใจพ่นไอสีขาวออกมา
นี่ก็คือ ‘กระทิงเขาโลหิต’ ซึ่งมีพละกำลังมหาศาล
พลังจากแกนกำเนิดโหมซัดซาด ยังมีวิชาเวทย์
ปีศาจที่ส่งผ่านมาจากบรรพบุรุษ ในขั้นสร้างแกน
นภาระดับที่แปด นับได้ว่าเป็นประเภทที่ค่อนข้างดุ
ร้าย ในตอนที่อยู่รูปแบบปีศาจ ขาทั้งสี่ข้างที่กำลัง
วิ่งอยู่ในความว่างเปล่านี้ เป็นเหมือนกับคันศรลูก
ธนูที่กำลังพุ่งตรงไปหา อู่ อวี้ พละกำลังนั้นน่ากลัว
จนถึงขีดสุด บนเขากระทิงปรากฏพลังอันน่า
สะพรึงกลัวสายหนึ่งขึ้น ซึ่งมันเป็นสัญลักษณ์สี
โลหิต สัญลักษณ์เวทย์นั้นได้รัดพันรอบๆเขานั้น
ราวกับอสรพิษ เห็นได้ชัดว่านั่นคือวิชาเวทย์ปีศาจ
ในขณะที่กระทิงเขาโลหิตพุ่งเข้ามา อู่ อวี้ เพียง
ถือเสาเก้าจัตุรัสสยบมารด้วยมือข้างเดียว เขา
เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ในพริบตาได้ใช้ออกพลัง
ของกายเนื้ออันมหาศาลฟาดเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ออกไปปะทะกับกระทิงเขาโลหิต
ทุกคนไม่คาดคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ดู
เหมือนว่า อู่ อวี้ ยังสามารถรักษาความสุขุมและ
ระดับของพลังรบให้อยู่ในจุดสูงสุดได้ ราวกับว่า
เหล่าปีศาจที่แข็งแกร่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตา
ของเขาเลยแม้แต่น้อย
ตูม!
กระทิงเขาโลหิตปะทะเข้ากับเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ในตอนนี้พวกเขาได้ประลองพละกำลังกัน เสาเก้า
จัตุรัสสยบมารของ อู่ อวี้ ได้ฟาดกระทิงเขาโลหิต
ให้จมเข้าไปในกองโคลน หลังจากนั้นเขาก็พุ่งตาม
ลงไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ ภายใต้บึงโคลนเกิดการระเบิดอย่าง
รุนแรงออกมา ดินโคลนนับไม่ถ้วนลอยพุ่งไปสู่
ฟากฟั้า ลอยไปติดม่านกำแพงล่องหนของโซ่ไร้
ลักษณ์ เมื่อโคลนเหล่านั้นซัดสาดกระเซ็น ทำให้
สามารถมองเห็นโครงร่างของกำแพงนี้ได้อย่าง
ชัดเจน
ในเวลานี้ที่โคลนได้ระเบิดขึ้น โซ่ไร้ลักษณ์พลันเกิด
การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้
ของ อู่ อวี้ และ กระทิงเขาโลหิตได้ลุกลามไปยังสุด
ขอบของโซ่ไร้ลักษณ์ การโจมตีนับไม่ถ้วนได้ทำให้
วิหคไร้ลักษณ์ ต้องขมวดคิ้วลง จากนั้นนางรีบรีด
เร้นพลังจากแกนกำเนิด เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับ
โซ่ไร้ลักษณ์
“การต่อสู้ในครั้งนี้ ช่างรุนแรงยิ่งนัก”
“กล่าวได้ว่ากระทิงเขาโลหิตมีพละกำลังมากมาย
มหาศาลจนเป็นประจักษ์ ทำให้มีปีศาจเพียงไม่กี่
ตัวที่จะสามารถต่อกรกับมันได้”
หลังจากที่กล่าวจบ ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้อง
ออกมาจากภายในโคลนนั้น ชั่วพริบตานั้นเอง ร่าง
ขนาดยักษ์ของกระทิงสีดำได้พุ่งออกมา ทั่วร่างชุ่ม
โชกไปด้วยโลหิต ร่างกายอันใหญ่โตของมันถูกบด
ขยี้จนบิดเบี้ยว หลังจากนั้น อู่ อวี้ ได้ปรากฏตัวขึ้น
ข้างกายร่างกายของอีกฝั่าย เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ได้เปลี่ยนแปลงแยกออกเป็นตำหนักทั้งเก้า พลัน
พุ่งเข้าไปยังกระทิงเขาโลหิตอย่างรวดเร็ว จนเกิด
เสียงระเบิดดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่องเก้าครั้ง
กระทิงเขาโลหิตพลันร้องโอดครวญออกมาอย่าง
น่าอดสู จนพุ่งตกไปส่งผลให้โคลนในระแวกนั้นก
ระจายพุ่งไปทั่วทั้งท้องฟั้า
ตูม!
อู่ อวี้ รีบพุ่งตามไป ใช้เสาเก้าจัตุรัสสยบมารช่วง
ชิงตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสที่อยู่บนร่างของ
กระทิงเขาโลหิตมา และเก็บมันเข้าไปในถุง
จักรวาล หลังจากนั้นคนก้าวขึ้นไปเหยียบบนร่าง
ของกระทิงเขาโลหิตพร้อมเช็ดเลือดที่ติดอยู่ตรงมุม
ปากจากการต่อสู้ระหว่างเขาและกระทิงเขา
โลหิต จากนั้นเขาก็ได้เงยศีรษะขึ้น ใช้สายตาจ้อง
มองไปบนอากาศที่ว่างเปล่า และฉีกยิ้มมุมปาก
อย่างน่าสยดสยองออกมากล่าวว่า”จัดการเจ้า
ปัญญาอ่อนนี้เสร็จแล้ว ใครจะเป็นรายต่อไป? รีบ
ออกมา อย่างให้ข้าต้องรอ”
ความเย่อหยิ่งเช่นนี้ ทำให้เหล่าปีศาจทั้งหลาย
ใบหน้ากลายเป็นน่าเกลียด โทสะเต็มอยู่ในช่องอก
ของพวกมัน เดิมทีพวกมันเตรียมที่จะมาจัดการ อู่
อวี้ พวกมันไม่คาดว่าอีกฝั่ายจะแข็งแกร่งเช่นนี้
พวกมันกำลังสร้างแรงกดดันไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
จำนวน แต่ทำไมเขาถึงยังสุขุมได้เช่นนี้อีก?
แน่นอนว่า เป็นเพราะ อู่ อวี้ ได้จัดการเหล่าปีศาจ
ไปมากมายหลายตัว พวกมันไม่สามารถปล่อย
ความแค้นครั้งนี้ไปได้ จึงได้เข้ารวมตัวกัน
เตรียมพร้อมที่จะจัดการ อู่ อวี้ อย่างน้อยก็ยุติ
ความคืบหน้าในการรวบรวมตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาส ทำให้เขาต้องฟืนฟูร่างกายสักสองสาม
ปี
ตอนนี้มีปีศาจหลายตนที่ต้องการจะออกไปต่อสู้
พวกมันรู้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ ที่ได้ต่อสู้มา
ตลอดจนถึงทุกวันนี้ ล้วนมาจากความแข็งแกร่ง
ของตนเองล้วนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเร็วใน
การโจมตี ความยืดหยุ่น และความสามารถในการ
ฟืนตัวจากกายเนื้อของเขานับว่าพบเจอได้ยากยิ่ง
บนโลกใบนี้ ดังนั้นในการต่อสู้ครั้งแรก มันจะต้อง
ถูก อู่ อวี้ ปราบปรามอย่างแน่นอน ซึ่งปัญหาใหญ่
คือ พวกมันต้องการที่จะต่อสู้กับเขาในรูปแบบกง
ล้อ ปีศาจแต่ละตนต่างก็อยู่ในระดับเดียวกัน
เช่นนั้นแล้ว อู่ อวี้ ย่อมไม่สามารถต่อสู้ไปจนถึง
ท้ายที่สุดได้อย่างแน่นอน
แต่ในความเป็นจริงพวกมันเห็นได้ว่า หลังจากการ
ต่อสู้กับกระทิงเขาโลหิต อู่ อวี้ กลับได้รับบาดเจ็บ
เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
เป็นการยากที่พวกมันจะอดทนต่อสายตาที่ดูหมิ่น
จาก อู่ อวี้ ได้!
เขาเป็นเพียงแค่เหยื่อตัวหนึ่ง มีคุณสมบัติอะไรถึง
ได้ทำตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้?
ปีศาจตนที่สองที่จะมาต่อสู้ เนื่องจากว่ามีคนหลาย
ที่ต้องการจะลงมือ แต่พวกมันก็ยังคงไตร่ตรอง
อย่างระมัดระวัง สุดท้ายจึงเลือกปีศาจตนหนึ่งที่มี
แนวโน้มจะสามารถจัดการ อู่ อวี้ สำเร็จในครา
เดียว ให้ก้าวเข้าสู่สนามการต่อสู้
แต่ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด อู อวี้ ก็สะบัดเสาเก้า
จัตุรัสออกพร้อมชี้ออกไป!
“เจ้าคือ ตัวที่43!” อู่ อวี้ ระเบิดเสียงหัวเราะ
ออกมาอย่างรุนแรง ในชั่วพริบตาทำให้ปีศาจตน
นั้นเต็มไปด้วยโทสะอันรุนแรง มันจึงแปรเปลี่ยน
กลับไปอยู่ในร่างเดิมของมัน ซึ่งนั่นคือมังกรวารี
ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มังกรที่แม้จริง แต่ก็กล่าวได้ว่าตัว
มันมีสายโลหิตของมังกรไหลเวียนอยู่ในร่างของมัน
มีความสามารถในการเรียกลมเรียกฝน ตัวของมัน
มุดดำเข้าไปอยู่ในบึงโคลน ราวกับมัจฉาที่อยู่ในน้ำ
แทบจะกลายเป็นเหนึ่งเดียวกับโคลน จึงทำให้การ
ที่ อู่ อวี้ จะหาตัวมันพบนั้นยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง!
ฟิวววว!
อย่างไรก็ตาม เขานั้นยังคงดื้อด้าน ไม่กล่าวสิ่งใด
และพุ่งเข้าไปในโคลน เสาเก้าจัตุรัสสยบมารที่อยู่
ในมือขยายขนาดใหญ่ขึ้น จนมีขนาดมากกว่ายี่สิบ
จั้ง เจาะทะลวงเข้าไปในโคลนพร้อมพลิกม้วน
กวาดมันขึ้นมา กล่าวได้ว่านี่เป็นการพลิกแม่น้ำ
คว่ำมหาสมุทรอย่างแท้จริง!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ