กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 296 อู อวี้ สะบั้นปศาจตนที่หก
ภายในโซ่ไร้ลักษณ์ วิหคไร้ลักษณ์ซึ่งคอยควบคุม
พื้นที่ปิดผนึกนี้เอาไว้ ต้องทุกข์ทรมานจากการ
ปะทะกันของ อู่ อวี้ และปีศาจ จนเกิดการ
ปันปั่วนอย่างรุนแรงขึ้นหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม
วิหคไร้ลักษณ์ก็กัดฟันอดทนควบคุมให้โซ่ไร้ลักษณ์
เกิดความมั่นคงขึ้น
เหล่าปีศาจทั้งยี่สิบกว่าตนจ้องมองลงยังการ
เคลื่อนไหวอันรุนแรงที่อยู่เบื้องล่าง แต่ละตนต่าง
มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง การต่อสู้ครั้งที่สอง
ของ อู่ อวี้ ยังคงดุเดือดและรุนแรง ในความเป็น
จริงมีบางส่วนนั้นย่อมคาดไม่ถึงเกี่ยวกับเหตุการณ์
ในลักษณะนี้
ภายในบึงโคลน แสงสีทองได้ระเบิดพวยพุ่งออกมา
ราวกับอสุรกายสองตนกำลังต่อสู้กันอยู่ก็มิปาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มังกรวารีได้เคลื่อนไหวไปมา
พลิกแม่น้ำคว่ำมหาสมุทร ปรากฏออกมาจากบึง
โคลนขึ้นเป็นครั้งคราว และก็ดำลงไปอย่างรวดเร็ว
ตูม ตูม!
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทันใดนั้น มีร่างสีทอง
ร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากภายในโคลน ขณะที่เขาพุ่ง
ออกมา ภายในโซ่ไร้ลักษณ์ก็นิ่งลงในที่สุด
ร่างสีทองที่ปรากฎเบื้องหน้าของเหล่าปีศาจ นั่นก็
คือ อู่ อวี้ ที่อยู่ในสภาพเหนื่อยหอบ ในตอนนี้บน
ร่างของเขามีรอยเลือดปรากฏอยู่มากมาย พลังอัน
มืดมนของมังกรวารียังคงรัดพันอยู่บนร่างของเขา
ทำให้เขาดูอ่อนแอลงเล็กน้อย
แต่สิ่งที่ทุกคนมองเห็นได้อย่างรวดเร็วก็คือ ในมือ
ของเขามีเงาร่างหนึ่ง ในตอนนี้เขาก็ได้โยนร่างนี้ไป
ยังฝูงปีศาจ นั่นเป็นปีศาจมังกรวารี! ในเวลานั้น
มังกรวารีได้กลับไปอยู่ในรูปแบบมนุษย์ ทั่วทั้งร่าง
ซีดขาวและมีร่องรอยบาดแผลมากมายปรากฏขึ้น
บนร่าง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการทุบทำลาย เมื่อมอง
ไปที่ร่างกายของมันอีกรอบ ร่างกายของมัน
กลายเป็นอ่อนปวกเปียก ปล่อยลมหายใจเฮือก
สุดท้ายออกมา เห็นได้ชัดว่ากระดูกทั่วทั้งร่างถูก
ทุบจนละเอียด สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึก
ตน หรือเหล่าปีศาจ ก็ถือว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่
รุนแรง ไม่สามารถที่จะฟืนคืนกลับมาเป็นปกติได้
ในเวลาอันสั้น
มังกรวารีแพ้พ่าย!
ปีศาจทุกตนมองไปที่ อู่ อวี้ อีกครั้ง เห็นได้ชัดว่า
ถึงแม้เขาจะอยู่ในสภาพจนตรอก แต่ประกายตา
ยังคงดุดัน แสดงออกถึงการดูถูกเหยียดหยาม ฉีก
ปากยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย เขาแกว่งตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสที่อยู่ในมือไปมา แล้วกล่าวขึ้น
ว่า”ขอบคุณพวกเจ้าทั้งหลายที่ใช้วิธีการเช่นนี้
ประหยัดเวลาในการไปตามหาพวกเจ้าทีละตัว
ไม่เช่นนั้นข้าคิดว่าข้าจะต้องเสียเวลาอีกนานอย่าง
แน่นอน นี่เป็นชิ้นที่ 43 แล้ว อาณาเขตล่าด่านที่
หกอันน่าเกรงขาม ยังมีอะไรที่ข้ายังไม่ได้พบเจออีก
ไหม?”
โลหิตชโลมไปทั่วทั้งร่าง ดวงตาเผยให้เห็นถึงแสงสี
ทอง! อู่ อวี้ กำลังถือเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ราวกับ
เป็นมังกรในหมู่มนุษย์ แสดงท่าทีอหังการ เหยียด
หยามทุกผู้ เปิดเผยความสามารถของตนเอง
ออกมา ทำให้เหล่าปีศาจที่อยู่ด้านหน้า ต้องแสดงสี
หน้าอันน่าเกลียดออกมา ราวกับพวกมันทั้งหมด
ถูกตบหน้าอย่างรุนแรง
พวกมันอดกลั้นทำตามกฏของอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ เพื่อขัดขวางการรวบรวมตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสของ อู่ อวี้ แต่พวกมันกลับถูก อู่
อวี้ ดูถูกดูแคลนซะอย่างนั้น?
บัดนี้พวกปีศาจนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ถ้า
หากว่าพวกมันไม่ต้องปฏิบัติตามกฏของอาณาเขต
ล่าแห่งเกียรติยศ เกรงว่าในเวลานี้พวกมันคงรุม
เข้าไปโจมตีแล้ว พวกมันทั้งหมดต่างก็ต้องการที่จะ
ลงไปต่อสู้ และในความเป็นจริงความแข็งแกร่ง
ของปีศาจแต่ละตน นั้นก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่
มิฉะนั้นพวกมันก็ควรที่จะขึ้นไปอยู่บนอาณาเขตล่า
ด่านที่เจ็ดไปแล้ว
“อู่ อวี้ อย่าได้จองหองให้มากนัก รอให้จอมปีศาจ
ผู้นี้ลงไปจัดการเจ้าก่อนเถอะ!”
มีปีศาจมากมายชื่นชอบที่จะยกตัวเองเป็นจอม
ปีศาจของภูเขาสักลูก ดังนั้นพวกมันจึงเรียกขาน
ตัวเองว่าเป็นจอมปีศาจ
“ให้ข้าลงไปเถอะ ถ้าหากพวกเจ้าไม่กล้าลงมือ ข้า
จะส่งเศษสวะผู้นี้ไปสวรรค์เอง!”
พวกปีศาจส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความแค้น
เคือง ในตอนนี้พวกมันปลดปล่อยพลังปีศาจจน
ราวกับได้ทะยานพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟั้า แต่พลังปีศาจ
เหล่านี้ถูกกักเอาไว้อยู่ภายในโซ่ไร้ลักษณ์ไม่
สามารถที่จะพุ่งออกไปภายนอกได้ จึงควบแน่น
กลายเป็นหมอกหนาขึ้นภายในโซ่ไร้ลักษณ์ ปิดกั้น
การมองเห็นของ อู่ อวี้
พลังปีศาจเหล่านี้ไม่มีผลกระทบใดๆต่อเหล่าปีศาจ
แม้แต่นิดเดียว แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขาเป็น
เหมือนกับแกะตัวหนึ่งที่ได้เดินเข้าไปในปั่าที่มีแต่
สัตว์ดุร้าย ซึ่งทั้งสี่ทิศเต็มไปด้วยนักล่าอันดุร้าย
แต่แค่นี้ก็ไม่ได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่าง
ใด มันกลับกระตุ้นความต้องการต่อสู้ของ อู่ อวี้
ขึ้นแทน เขาในตอนนี้ก็เป็นเหมือนกับระเบิดอัน
แสนรุนแรง ทั่วทั่งร่างของเขาเร่าร้อนขึ้น เลือดใน
กายเดือดพล่าน ในใจปรากฏเป็นเพลิงสีทองลุก
โชนขึ้น ภายในเปลวเพลิงนั้น เป็นราชันย์วานรที่
สวมใส่ชุดเกราะ หยิ่งทรนง เหยียดหยามทุกผู้ใต้
ฟั้าสวรรค์ ร้องคำรามหนึ่งครั้ง สรรพสิ่งในฟั้าดิน
ต้องยอมจำนน จักรวาลต้องล่าถอย!
“ไม่สำคัญว่าจะเป็นใคร พวกเจ้าทั้งหมดในวันนี้
จะไม่ผู้ใดหนีรอดออกไปได้!” เสียงของ อู่ อวี้ ดัง
ก้องไปทั่วมิติภายในโซ่ไร้ลักษณ์
“ปากเก่งเหลือเกิน!”
“ความตายอยู่เบื้องหน้ายังปากกล้าอีก! พวกเผ่า
มนุษย์ทั้งหลายช่างหลงตัวเองเสียจริง พี่น้องทุก
ท่าน ให้ข้าลงไปสั่งสอนบทเรียนให้เจ้ามนุษย์ที่น่า
สงสารผู้นี้เถอะ!”
ในที่สุดพวกมันได้ติดสินใจเรียบร้อยแล้ว และส่ง
ปีศาจออกมาหนึ่งตน ถึงแม้พวกมันจะมีจำนวน
มาก แต่ก็ยังทำการต่อสู้แบบหมุนเวียนกงล้อ
ดังนั้นพวกมันจึงยอมให้เปิดโอกาสให้ อู่ อวี้
สามารถชนะได้เพียงแค่คนหรือสองคนเพียงเท่านั้น
ถ้าหากคนที่สามยังพ่ายแพ้อีกในการต่อสู้แบบ
หมุนเวียนอีกก็ถือเป็นการตบหน้าพวกปีศาจ
เหล่านี้อย่างแรง
ตูม!
เมื่อมันก้าวออกมาจากฝูงชน และในตอนที่มันได้
เอ่ยปากว่าต้องการที่จะจัดการ อู่ อวี้ คาดไม่ถึงว่า
อู่ อวี้ ขยับมือได้รวดเร็วกว่ามัน โดยไม่กล่าวสิ่งใด
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารฟาดลงไป และเริ่มการต่อสู้
อันรุนแรงขึ้น
ครึ้ง!
โซ่ไร้ลักษณ์เกิดการสั่นสะเทือนอีกครั้ง ปีศาจใน
ครั้งนี้เป็นวิหคตนหนึ่ง อู่ อวี้ ใช้กระบี่บินจักรพรรดิ
บินขึ้นไปทำการต่อสู้ ในบางครั้งเขาก็ยังคงใช้เคล็ด
วิชากระบี่เข้าร่วมด้วย!
การต่อสู้ในครั้งนี้กล่าวว่าหืดขึ้นคอกว่ารอบก่อนๆ!
ในตอนแรก อู่ อวี้ เสียเปรียบโดยสิ้นเชิง ถูกปีศาจ
ตนนั้นกดดัน ต้องเผชิญกับวิกฤตอันตราย เหล่า
ปีศาจทั้งหลายต่างส่งเสียงเชียร์ ในตอนที่พวกมัน
เพิ่งจะส่งเสียงเชียร์ พวกมันก็คนพบว่า จิต
วิญญาณ ความแน่วแน่ ความต้องการต่อสู้ และ
พลังในการฟืนฟูของ อู่ อวี้ น่ากลัวเป็นอย่างมาก
ราวกับเขาเป็นตัวตนที่ไม่มีวันตกตายไป ตราบใดที่
เขาหยุดการเคลื่อนไหว เขาก็สามารถที่จะลุกยืน
ขึ้นมาได้ใหม่
ไม่เพียงแต่ลุกกลับขึ้นมาได้เท่านั้น แต่พลังในการ
ต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย!
“แกนนภา หนึ่งคน หนึ่งแกน หลอมรวมเป็นหนึ่ง?
วาดสัญลักษณ์เวทย์จำนวนมากขนาดนี้ ปรับแต่ง
แกนนภามาเป็นระยะเวลานานขนาดนี้ หลอมสกัด
ปรุงโอสถมากมายเช่นนี้ ความรู้สึกเหล่านั้น ดู
เหมือนจะเริ่มทำให้เข้าใกล้มากยิ่งขึ้น”
ถึงแม้ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางการ
ต่อสู้แบบหมุนเวียนกงล้อด้วยความเดือดพล่าน
ทุกวินาทีต่างเต็มไปด้วยความเป็นและความตาย
เขาจึงไม่นำสิ่งอื่นเข้ามาปะปนในเวลานี้
เวลาในการฝึกตนของเขาค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับ
คนอื่น แต่เขากลับสามารถรับรู้ได้ถึงขอบเขต หนึ่ง
คน หนึ่งแกน หลอมรวมเป็นหนึ่ง เพียงปีกว่า
หลังจากมาที่นี่
“เต๋าที่ซ่อนอยู่ระหว่างชีวิตและความตาย” ยิ่งเขา
อยู่ในช่วงเวลาที่อันตราย ความรู้สึกในหัวใจของ อู่
อวี้ เริ่มรับรู้ได้ถึงความแข็งกล้าขึ้น เขาตระหนักถึง
ตนเองได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นผ่านการต่อสู้จำนวนมาก
ในวันนี้
“การต่อสู้ครั้งที่สาม ยังไงก็ห้ามแพ้!”
“ถ้าหากแพ้ ก็ถือว่าเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่!”
“ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานเกินไป จะต้องรีบกลับ
เขาซูซัน เหว่ยเอ๋อร์ น่าจะออกมาจากถ้ำกำเนิด
ใหม่แห่งเขาซูซันมาแล้ว ข้าไม่สามารถผิดนัดได้”
ชีวิตเคียงคู่ วิหารคู่เซียน!
ตนเองหายไป ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ถ้าหากนางได้รู้
ข่าวนี้เข้า หัวใจนางจะต้องสลายอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ตราบใดที่ตนเองได้กลายเป็นสาวก
กระบี่ขั้นปฐพี ก็จะสามารถกลับไปยังอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ ที่ไม่ได้กลับไปเป็นเวลานานได้ อู่ อวี้
นั้นอดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับพวก อู่ หยู๋ , เฟิง
ซัวหยา , ซู หยานหลี่
ทั้งหมดนี้ ทำเป็นเหตุผลให้ที่ทำให้เขามีความกล้า
ในการที่จะฟืนกลับมาจากความตายนับครั้งไม่
ถ้วน!
ในโลกของ อู่ อวี้ เบื้องหน้าของเขาเป็นเหมือนกับ
มหาสมุทรโลหิตกำลังโหมซัดสาด มีปีศาจจำนวน
มากปกคลุมอยู่เต็มท้องฟั้า และในมือของ อู่ อวี้
ถือเสาเก้าจัตุรัสสยบมารเอาไว้อยู่ ดวงตาทั้งสอง
ข้างลุกโชนขั้นด้วยเปลวเพลิงสีทอง แผดเผา
ร่างกายของพวกปีศาจ
“ไสหัวไปซะ!”
หนึ่งพลองพุ่งทะยานสู่สวรรค์ เก้าจัตุรัสทำลายล้าง
ฟาดวิหคตนนั้นให้ลอยขึ้นไปกระแทกเข้ากับ
กำแพงของโซ่ไร้ลักษณ์ จนมันหมดสติลงในทันที
จากนั้น อู่ อวี้ รีบพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไป
ยึดตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส และไม่สนใจเหลียว
แลปีศาจวิหคอีกต่อไป ปล่อยให้มันตกลงไป
กระแทกกับบึงโคลน พร้อมลงไปอยู่ในโคลน
“ตนที่สาม!”
ในยามนี้ อู่ อวี้ ปรากฏบาดแผลขึ้นทั่วทั้งร่าง แต่ดู
เหมือนว่าเขายังคงกระตือรือร้นนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สายตาที่รุนแรงคู่นั้น เหมือนกับเป็นอสุรกายตัว
หนึ่ง ที่จ้องมองไปยังเหล่าปีศาจ มอบความรู้สึก
หวาดกลัวและน่าเกรงขามให้กับพวกมัน
“ปีศาจ!”
ถึงแม้พวกมันจะเป็นปีศาจ แต่ก็ต้องตกตะลึงใน
พลังที่ต่อต้านสวรรค์ของ อู่ อวี้ ในตอนที่ อู่ อวี้
ได้รับชัยชนะเป็นครั้งที่สาม พวกมันบางคนเกิด
ความสงสัยในตัวตนของเขา ท้ายที่สุดแล้วจะต้อง
ผ่านไปกี่ตน ถึงจะเอาชนะเขาได้ จึงจะสามารถบด
ขยี้ตัวตนเช่นฝั่ายตรงข้ามนี้ลงได้?
“ตนที่สี่!”
“ตนที่ห้า!”
ต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกยำเกรงและหวาดกลัวในใจ
ของพวกปีศาจ ค่อยซึมซับเข้าไป บัดนี้ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ ท่วมท้นไปด้วยโลหิตจำนวนมาก เสียง
คำรามแห่งความพ่ายแพ้ของ ‘พยัคฆ์ราตรี’ เป็น
ปีศาจตนที่ห้าซึ่งอยู่ในขั้นสร้างแกนปีศาจระดับที่
แปด ในตอนที่เขาหยิบตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส
ตราที่46 ใบหน้าของปีศาจหลายตนไม่เหลือแล้ว
ซึ่งสีหน้าดูถูกเยาะเย้ย พวกมันต่างมองไปยัง อู่ อวี้
ด้วยใบหน้ามืดมน ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครที่จะ
กระตือรือร้นดังเช่นก่อนหน้านี้อีกต่อไป
พวกมันสามารถมองเห็นได้ว่า พลังของ อู่ อวี้
ไม่ได้ต่อต้านสวรรค์มากมายเช่นนั้น แต่ว่าเป็น
ความแน่วแน่ของเขาที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสั่นสะท้านได้
อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายที่น่า
หวาดกลัวและไม่มีวันตายนั่น ซึ่งปีศาจทั้งหมดต่าง
ก็รู้ดี พวกมันได้บดขยี้เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายที่อยู่ใน
ระดับเดียวกัน แต่เมื่อพวกเขาได้พบกับ อู่ อวี้
ร่างกายของพวกมันกลับบอบบางราวกับเป็นเด็ก
ทารก นี่ก็เป็นเพราะ แกนกำเนิดของ อู่ อวี้
แตกต่างจากพวกเขา เป็นเหตุผลให้ปีศาจทั้งห้าตน
ต้องพบกับความพ่ายแพ้!
“ยังมีใครอีกไหม?” เสาเก้าจัตุรัสสยบมารของ อู่
อวี้ ชี้ไปยังปีศาจที่เหลือสิบกว่าตนด้านหน้า! สร้าง
ความเสียหายอันร้ายแรงจนทำให้พวกมันที่เหลือ
ต้องตะเลิดขวัญหนีดีฝั่อออกไป
ในตอนนี้เหลือเพียงแค่สี่ชิ้น อู่ อวี้ ก็สามารถทำ
เปั้าหมายเขาให้สำเร็จได้ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึง
รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าผู้ใด ถึงแม้ว่าร่างกายของเขา
ยังไม่เคยได้รับบาดเจ็บมามากมายเช่นนี้มาก่อน
เนื่องจากมีปีศาจหลายตนที่ได้ทิ้งบาดแผลลึกจน
เห็นกระดูกบนร่างของตัวเอง แต่เขาก็ไม่สนใจแต่
อย่างใด การได้สลายตายหายไปจากอาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศแห่งนี้ สำหรับ อู่ อวี้ แล้วไม่สำคัญ
กว่าการได้กลับไปจากที่ที่จากมา!
เพระยังไงแล้ว ภายใน อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
แห่งนี้ เขาก็เป็นได้เพียงแค่เหยื่อ!
“อู่ อวี้ เจ้าอย่าได้กำแหงกันให้มากเกินไป!” มี
ปีศาจตนหนึ่งปรากฏจิตสังหารอันรุนแรงออกมา
พร้อมสีหน้าอันน่าหวาดกลัว
สำหรับ อู่ อวี้ นั้น ปีศาจแต่ละตนที่อยู่ที่นี่
แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกล่าวได้ว่าระดับพลัง
ของพวกมันอยู่เหนือตนไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในด้านของแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้ อู่ อวี้
เกือบเอาชีวิตไม่รอด ตัวอย่างเช่น ‘ดวงตาแห่งฝัน
ร้าย’ ของ ‘พยัคฆ์ราตรี’
แต่ว่าเมื่อ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะติดต่อกันได้ถึงห้า
ครั้ง ราวกับเขาอยู่ยงคงกระพัน อย่างน้อยในใจ
ของพวกปีศาจ ก็ได้ถูก อู่ อวี้ สะกดข่มเป็นที่
เรียบร้อย
บนเส้นทางที่คับแคบผู้กล้าหาญย่อมได้รับชัยชนะ
อู่ อวี้ นั้นไม่ได้ใช้การโจมตีแบบเดียวกัน ในตอนที่
พลังของแกนกำเนิดหมดลงไป เขาก็ใช้กายเนื้อ
เพียงอย่างเดียว เอาชนะคู่ต่อสู้คนที่หกแทน เมื่อ
ถึงจุดนี้ เขาต้องการตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสอีก
เพียงแค่สามชิ้นเท่านั้น ก็จะสามารถออกไปจาก
สถานที่แห่งนี้ได้!
หลังจากที่ได้รับชัยชนะอีกครั้ง สำหรับอู่ อวี้ ความ
เชื่อมั่นในหัวใจของเขาก็แทบจะบรรลุถึงจุดสูงสุด
อีกทั้งยังพร้อมแผ่กลิ่นอายแห่งการต่อสู้ไปทั่วทั้ง
มิติโซ่ไร้ลักษณ์แห่งนี้ เพียงแค่คนเดียวกลับ
สามารถต่อต้านพลังปีศาจจำนวนมากได้ ถ้าหาก
เรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป ความองอาจผ่าเผยนี้
จะต้องได้รับการเล่าขานสืบต่อไปอีกนับพันปี!
ตอนนี้เหลือตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสอีกเพียงแค่
สามชิ้น เหล่าปีศาจทั้งหลายเริ่มรู้สึกลังเล
ในตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่มีแม้แต่ตนเดียวที่รู้สึกเต็ม
ใจอยากจะออกมาต่อสู้และกลายเป็นเปั้าหมายใน
การเก็บตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสอีกสามชิ้นที่
เหลือของ อู่ อวี้
ในการต่อสู้ครั้งที่หก พวกมันต่างรู้สึกว่า อู่ อวี้ ไม่
สามารถจะประคับประคองตนเองได้อีกต่อไป แต่
อู่ อวี้ ก็อยู่มาจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย อีกทั้งด้วยผล
ชนะและพ่ายแพ้ทำให้พวกมันต้องรู้สึกสั่นสะท้าน
แม้ว่า อู่ อวี้ ในตอนนี้จะยืนอยู่บนท้องฟั้าที่ว่าง
เปล่า แต่เขาก็บินอย่างกระท่อนกระแท่น แต่
กระนั้นก็ไม่มีปีศาจตนใดสมัครใจออกมาเป็นตนที่
เจ็ดแต่อย่างใด
ใบหน้าของพวกมันซีดเซียวลงเล็กน้อย
อู่ อวี้ แสยะยิ้มขึ้น พร้อมใช้โอกาสที่เกิดขึ้นนี้ทำ
การฟืนฟูร่างกายของตนเอง ในด้านของจิต
วิญญาณของการต่อสู้ของเขายังไม่มอดดับลง
บัดนี้เขาได้มองไปรอบๆ และกล่าวออกมาด้วย
น้ำเสียงที่ชัดเจนว่า”ทั่วทั้งอาณาเขตล่าด่านที่หก
ไม่มีปีศาจตนใดกล้าที่จะมาต่อสู้กับข้า อู่ อวี้ ผู้นี้
แล้วหรือ? พวกเจ้ากระทั่งทำการต่อสู้แบบ
หมุนเวียนกงล้อ ความกล้าหาญสักนิดก็ยังไม่มีเลย
หรือ?”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเขา สำหรับเหล่าปีศาจ
ทั้งหลายแล้ว ได้เสียดแทงเข้าไปในหูของพวกมัน
อย่างรุนแรง
“เช่นนั้นมาเจอกับข้าหน่อยเป็นเช่นไร?” ทันใดนั้น
ด้านนอกของโซ่ไร้ลักษณ์ ปรากฏเป็นเสียงอันทรง
พลังดังขึ้นมา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ