กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 297 วานรศิลาทองคํา
เมื่อเสียงโห่ร้องดังขึ้น อู่ อวี้ ก็สังหรณ์ได้ถึงลางไม่ดี
บางอย่าง
รอยยิ้มของปีศาจแสดงออกถึงความผ่อนคลาย
และเมื่อ อู่ อวี้ จ้องเข้าไปยังดวงตาของพวกมันก็
สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นบางอย่าง มันคือความรู้สึก
ของผู้ที่มีความหฤหรรษ์อยู่บนความโชคร้ายของ
ผู้อื่น
ฟึบ!
ในช่วงเวลานั้นเอง ภายในความว่างเปล่าทั้งหมด
ก็บังเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย เมื่อ อู่ อวี้
แหงนหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าอากาศที่ว่างเปล่านั้นได้
ถูกเปิดอ้าออก จากนั้นก็มีคนผู้หนึ่งก้าวผ่านมิติที่
ถูกเปิดอ้านั้นออกมา ชายผู้นั้นยืนตระหง่านราวกับ
กำแพงอันแข็งแกร่ง ยืนขวางอยู่ด้านนอกรอยแตก
อ้าของมิตินั้น
วิหคไร้ลักษณ์ ใช้อำนาจของมันเปิดช่องว่างมิติ
ด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ปล่อยให้คนผู้นั้นลอย
ลงมา
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นชายผู้นี้ เขาก็ล่วงรู้ทันทีว่ามันผู้นี้
จะมาขัดขวาง การเก็บรวบรวมตราปีศาจให้ครบ
50 ชิ้นของตนเอง ด้วยสถานการณ์ในเวลานี้ เกรง
ว่าชีวิตของเขาจะหาไม่เสียก่อน ที่จะได้เก็บตรา
ปีศาจอีก 3 ชิ้น ที่เหลือ
ปีศาจตนนี้อยู่ในรูปแบบมนุษย์ มันกำลังยืนอยู่ใน
ท่าเอามือไขว้หลัง ร่างกายของมันดูสูงใหญ่กำยำ
ผมสั้นสีทอง ดวงตาสีฟั้าทั้งคู่ประดุจดั่งระลอกคลื่น
สวมใส่ชุดของคนธรรมดาสามัญทั่วไป หากดูจาก
ลักษณะภายนอกของชายหนุ่มผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าฝึก
ตนบ่มเพาะมาได้ไม่นาน อย่างไรก็ตามมันคือปีศาจ
ผู้มีสายโลหิตสูงส่ง
“ มันคือ วานรศิลาทองคำ !”
“ ข้าได้ยินมาว่าเขากำลังตามหา อู่ อวี้ มาช้านาน
แล้ว แต่ไม่ว่าพวกเราจะตามหาเขายังไงก็ไม่พบ
จึงมิอาจชักชวนมายังที่นี่ได้ แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะ
มาพบเจอกับ อู่ อวี้ ที่นี่ด้วยตนเองเช่นนี้”
“ อาา∼ วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีเสียจริง ๆ ตราบใดที่
ยังมีเขาอยู่ก็มั่นใจได้ เรื่องของ อู่ อวี้ จะไม่ใช่
ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ ปั่านนี้
วานรศิลาทองคำ ก็คงไปยังไปยังอาณาเขตล่าที่ 7
ไม่ก็ อาณาเขตล่าที่ 8 ไปแล้ว”
“ เหลวไหลสิ้นดี สายโลหิตของ วานรศิลาทองคำ
สูงส่งกว่าพวกเรา ไม่ต้องให้พูดถึงพื้นฐานการฝึก
ตนปัจจุบันของเขา ซึ่งอยู่ในระดับสร้างแกนปีศาจ
ขั้นที่ 9!”
หากให้กล่าวอย่างถูกต้อง คนผู้นี้คือปีศาจระดับ
สร้างแกนปีศาจ ขั้นที่ 9 ตนแรกที่ อู่ อวี้ ได้พบ
พานในอาณาเขตล่าที่หก ไม่ว่าจะมองในด้านใด
ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดี ต่อให้ภายในด่านอื่นๆ
ของ ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ จะมีปีศาจที่
เหนือกว่า วานรศิลาทองคำ อยู่ก็ตาม แต่ภายใน
อาณาเขตนักล่าที่หก นี้ มันคือผู้แข็งแกร่งอันดับ 1
อย่างแท้จริง
อู่ อวี้ รู้สึกประทับใจปีศาจวานรตัวนี้ไม่น้อย
เนื่องจากเขาเคยพบเห็นปีศาจวานร ก่อนหน้านี้มา
เพียงแค่ตนเดียวเท่านั้น เมื่อแรกเห็น วานรศิลา
ทองคำ ก็รู้สึกคุ้นเคยทางสายโลหิต แต่หากกล่าว
ตามสัตย์จริงสีหน้าของ วานรศิลาทองคำ ตรงหน้า
กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
อู่ อวี้ ได้ยินว่า วานรศิลาทองคำ กำลังตามหาตัว
เขาอยู่
มันคิดจะทำอะไร?
ฝั่ายตรงข้ามกำลังเอามือไพ่หลัง เท้าของมัน
ในตอนนี้ ดูราวกับว่ากำลังรออยู่เหนือพื้นคน มัน
จับจ้องไปยัง อู่ อวี้ จากนั้นก็เริ่มขยับฝีปากพูดขึ้น”
ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นสหายของ จิ่วอิง เมื่อไม่นาน
มานี้ชื่อเสียงของเจ้านั้นเลื่องลือเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยัง
สามารถกลายร่างเป็นวานรทองคำได้อีกด้วย ข้า
ต้องการจะเห็นเจ้าตอนกลายร่างเป็นวานรสีทอง
อยากจะเห็นว่าท้ายสุดแล้ว เจ้าจะมีลักษณะเป็น
เช่นไร”
ในบทสนทนาพูดคุยในช่วงท้าย ทำให้ได้ข้อสรุป
ชัดเจนว่า เหตุผลที่ปีศาจวานรตนนี้เพียรตามหา อู่
อวี้ นั่นก็เพราะสงสัยใคร่รู้ในเรื่องการกลายร่างเป็น
วานรสีทองของ อู่ อวี้
ด้วยเหตุนี้หลังจาก วานรศิลาทองคำ ได้เจอ อู่ อวี้
ถึงรู้สึกคุ้นเคยในสายโลหิตเผ่าพันธุ์ ทว่าแท้จริง
แล้วผู้หนึ่งเป็นมนุษย์ ส่วนอีกผู้หนึ่งเป็นปีศาจ
ปีศาจตนนี้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ สร้างแกน
ปีศาจ ขั้นที่ 9 ซึ่งแกนกำเนิดของมัน สะกดข่มแกน
กำเนิดของ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในขั้นที่ 5 อย่างสิ้นเชิง นับ
ได้ว่าแข็งแกร่งกว่า อู่ อวี้ อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่า แกน
กำเนิด ของเขาจะมีพลังต่อสู้เหนือกว่า แกนกำเนิด
ทั่วไป 2 ระดับ ภายใต้ กายาสักการะราชันมณี
จันทราพุทธเจ้าทองคำ ก็ยังไม่สามารถเติมเต็ม
ช่องว่าง 4 ขั้นใหญ่ของแกนกำเนิดได้
“ เจ้ามีปัญหาอันใด ?” ในขณะความสำเร็จกำลัง
รอคอยเขาอยู่ตรงหน้า แต่แล้วก็ต้องพบกับ
อุปสรรคขวากหนามชิ้นใหญ่ ในเวลานี้จิตใจของ
เขารู้สึกเป็นกังวลไม่น้อยทีเดียว แรงกดดันของ
วานรศิลาทองคำ ที่แผ่ออกมานั้นแข็งแกร่งอย่าง
แท้จริงสามารถปิดปากปีศาจที่อยู่เบื้องหลัง จะไม่
หาญกล้าเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา ซึ่งก็แสดงให้
เห็นว่าย่อมไม่มีแค่ความแข็งแกร่ง เพียงอย่างเดียว
เท่านั้น แต่ยังมีพรสวรรค์ และ ศักดิ์ฐานะภูมิหลังที่
เหนือกว่าพวกมันอีกด้วย
วานรศิลาทองคำ ยิ้มขึ้นจาง ๆ แล้วกล่าวขึ้นว่า”
ข้าจะรอดูอยู่ตรงนี้สักครู่ เจ้านี่ช่างโอหังยิ่งนัก ข้า
ได้ยินมาว่าเจ้าอาละวาดไปทั่วอาณาเขตด่านที่หก
ทั้งยังไม่มีปีศาจตนใดสามารถต่อกรเจ้าได้ ดั่งเช่น
คำกล่าวที่ว่า เหนือฟั้ายังมีฟั้า เหนือภูเขายังมี
ปลายยอดภูเขา อู่ อวี้ ในเมื่อเจ้าคิดหาชื่อเสียง
ด้วยการทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจของข้าต้องอับอาย
ขายขี้หน้า เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติยศ ซึ่งถือเป็น
การดูถูกอย่างยิ่ง ฉะนั้นข้าจะตอบแทนเจ้าให้หนำ
ใจ ให้สมกับสิ่งที่เจ้าได้กระทำไว้ ต่อให้เจ้าเป็น
สหายของ จิ่วอิง ก็ตาม แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาดู
เหมือนว่า จิ่วอิง ก็ยังเอาตัวไม่รอดเลยเสียด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีเหตุผลจำเป็นอันใดที่ข้าจะต้อง
สุภาพกับเจ้า ตราปีศาจชิ้นที่ 48 อยู่ที่นี่ตรงนี้แล้ว
แล้วเจ้าล่ะมีความกล้าหาญเพียงพอ ที่จะมาช่วง
ชิงมันไปหรือไม่ ?”
มันยื่นมือออกไปข้างหนึ่ง ซึ่งภายในนั้นมีตราปีศาจ
อยู่
ในไม่ช้ามันก็ยืนขึ้น จากนั้นมันก็ย่ำผ่านโคลนก้าว
เดินเข้าไปหา อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านหน้าทีละก้าว ๆ ส่วน
ปีศาจตนอื่น ๆ ก็เข้าปกปั้องวิหคไร้ลักษณ์เอาไว้
พวกมันที่ยืนหยั่งเชิงอยู่ พลันรีบถอยออกไปยังมุม
ของมิติโซ่ไร้ลักษณ์ สายตาของพวกมันสาด
ประกายความตื่นเต้น เนื่องจากพวกมันได้ถูก อู่
อวี้ สะกดข่มมากเกินไป ทำให้รู้สึกอัปยศอย่างยิ่ง
ดังนั้นในเวลานี้พวกมันจึงอดที่จะพูดจาดูถูกเย้ย
หยันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ ที่แท้ อู่ อวี้ ก็ไม่มีความสามารถ ดั่งที่เลื่องลือ
กัน”
“ ทั้งหมดนี้คงเป็นเพียงเรื่องคุยโวโปั้ปดเท่านั้น
ยามนี้มันต้องเผชิญหน้ากับ วานรศิลาทองคำ ซึ่งมี
ลักษณะนิสัยดุร้ายรุนแรง ข้ามั่นใจว่า เจ้านั้น
จะต้องถูกดูแลเป็นอย่างดี”
“ พวกเจ้าว่า วานรศิลาทองคำ จะสังหารมัน
หรือไม่? เพราะยังไงแล้ว บิดาของ วานรศิลา
ทองคำ เป็นผู้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งใหญ่โต ว่ากันว่า
บิดาของเขาเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของ
‘จักรพรรดิ์จู้’ เป็นรองเพียงแค่ ‘จักรพรรดิอิง’
เพียงเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าในปีนี้เกียรติยศศักดิ์ศรี
ของ ‘จักรพรรดิอิง’ มีแนวโน้มว่าจะเสื่อมถอยลง
มิเช่นนั้นแล้ว วานรศิลาทองคำ คงไม่กล้ากระทำ
เช่นนี้ ”
“ คงทำได้เพียงสวดอ้อนวอนเท่านั้น ข้ารู้สึก
หวาดกลัวจักรพรรติอิงอย่างแท้จริง แต่เป็นเพราะ
มีบุตรชายอย่าง จิ่วอิง ซึ่งทำให้เผ่าปีศาจของเรา
ต้องอับอายเสียหน้า ด้วยการเป็นสหายกับมนุษย์ผู้
นี้ อีกทั้งยังอ่อนแอขี้ขลาด บางที ยังเทียบกับ ‘
วานรศิลาทองคำ ‘ ไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“ ช่างมันเถอะ พูดคุยไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะ
มันไม่ใช่เรื่องของเรา สำหรับตอนนี้เราเฝั้าดู
สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นดีกว่า”
“ วานรศิลาทองคำ ไม่เคยออมมือให้ผู้ใด ไม่ว่า
ฝั่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่ง หรือ อ่อนแอกว่า
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ต้องพบจุดจบอย่างน่า
อเนจอนาถแน่นอน ช่างน่าเสียดายเจ้าหนุ่มผู้นี้เป็น
เด็กหนุ่มที่มีความสามารถอย่างแท้จริง มันเกือบจะ
ทำสำเร็จแล้ว เกือบจะเก็บตราปีศาจได้ครบ 50
ชิ้น เห็นว่าผู้คุมกฎของอาณาเขตล่าที่หนึ่ง ได้เดิม
พันกับเจ้าหนุ่มไว้ ว่าหากมันสามารถเก็บรวบรวม
ตราปีศาจได้จนครบ 50 ชิ้น มันจะเป็นผู้นำทางส่ง
เจ้าผู้นี้ออกจาก ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ด้วย
ตนเอง”
“ ฮ่า ฮ่า ความฝันที่จะได้กลับบ้าน ต้องมลายลง
เสียแล้ว”
ในมุมมองของ อู่ อวี้ แล้ว วานรศิลาทองคำ
เคลื่อนไหวช้ามาก มันดูไม่รีบร้อนหรือกังวลใด ๆ
ขณะเข้าใกล้ อู่ อวี้ มากขึ้นทุกขณะ พร้อมกับ
สายตาที่จับจ้องไปทาง อู่ อวี้
“ ข้ารู้สึกเลื่อมใสในกายเนื้อของเจ้า แต่พื้นฐาน
การฝึกตนของเจ้านั้นยังต่ำต้อยเกินไป ซึ่งถือเป็น
จุดอ่อนใหญ่หลวงยิ่ง ถ้าให้ข้าคาดเดา เจ้าเป็น
ผู้เชี่ยวชาญในการปรับแต่งกายเนื้อ แต่วิถีทางแห่ง
การฝึกตนของเจ้า กลับเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่
สาวกสามัญของซูซันยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้า!”
วานรศิลาทองคำ กล่าวดูถูกถากถาง
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินไปที่จะต่อล้อต่อเถียงกับมัน
เนื่องจากสถานการณ์นี้มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือ ต่อสู้ ภายใต้มิติปิดตายแห่งนี้ ทำให้เขาไม่
มีโอกาสหลบหนีออกไปได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมี
ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสร้างแกนนภาขั้นที่ 9
มาก่อน
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ละทิ้งทุกสรรพสิ่ง คำนึงถึงสิ่งใด
ทั้งสิ้น ภายในจิตใจมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือต้อง
จัดการกับ วานรศิลาทองคำ ให้จงได้ ถึงแม้ฝั่าย
ตรงข้ามจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจทำลายความ
ปรารถนาอันแรงกล้าที่เปียมล้นไปด้วย มุ่งมั่นแน่ว
แน่จะกลับบ้านของเขาได้!
เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ร่างจำแลงเซียนวานร!
บัดนี้ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ด้านหน้าของ วานรศิลาทองคำ
ร่างกายของเขาค่อย ๆ ขยายสูงใหญ่กำยำขึ้นเรื่อย
ๆ เพียงชั่วพริบตาเขาก็กลายร่างจำแลงเซียน
วานร ร่างกายเป็นสีทองเหลืองอร่าม เปียมล้นไป
ด้วยความดุร้าย สอดคล้องผสานกับ เสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร ภาพลักษณ์ของ อู่ อวี้ ในยามนี้จึงเป็น
เช่นดั่งภูผาตั้งตระหง่านอย่างแท้จริง! ทั้งความ
ยิ่งใหญ่ทรงพลัง ดุดันเกรี้ยวกราด เย่อหยิ่งองอาจ
กวาดกลืนทุกสรรพสิ่ง ยกระดับก้าวสู่ระดับที่เหนือ
ล้ำยิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกายเนื้อ ‘กายา
สักการะราชันมณีจันทราพุทธเจ้าทองคำ’ ของเขา
“ต้องอย่างนี้สิถึงจะถูก ช่างน่าสนใจเสียจริง ๆ”
วานรศิลาทองคำ จ้องเม็งมอง อู่ อวี้ อย่าง
ระมัดระวัง สามารถมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ใน
ยามนี้มันได้แปรเปลี่ยนร่างกายจากรูปแบบมนุษย์
กลับคืนสู่รูปแบบของปีศาจวานร ซึ่งในระหว่าง
กระบวนการนี้ คล้ายคลึงกับการเปลี่ยนสู่ร่าง
จำแลงเซียนวานรของ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ
มันแแปลงกายกลับคืนสู่สภาพวานร ผลปรากฎว่า
ขนาดตัวของมันนั้นใหญ่โตกว่า อู่ อวี้ ถึงสองเท่า
มีดวงตาสีฟั้าคราม ทั้งยังมีเส้นขนสีทองเปล่ง
ประกายงดงาม พร้อมกับความดุร้าย ซึ่งถูก
ปลดปล่อยออกมา
ร่างกายของ วานรศิลาทองคำ เสมือนดั่งทองคำก็มิ
ปาน เส้นสายทองคำไหลเวียนโคจรตามร่างกาย
ดวงตาคู่สีฟั้าคราม ปลดปล่อยพลังกลิ่นอายแห่ง
ความดุร้ายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว! ทั้งกรงเล็บ
แลคมเคี้ยว ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดเนื้อ พลัง
อำนาจจากแกนกำเนิดของมัน มีความแข็งแกร่ง
อยู่ในขั้นสูงสุดของ สร้างแกนปีศาจขั้นที่ 9
เช่นเดียวกับการเพิ่มพลังอำนาจของกายเนื้อ แล
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ หากพิจารณาดูแล้ว อู่
อวี้ กับ วานรศิลาทองคำ คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง
ราวกับว่ามันทั้งสองมีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน
หนึ่งคือรุ่นเยาว์ ส่วนอีกหนึ่งคือปีศาจโตเต็มวัย ซึ่ง
เปียมล้นไปด้วยพลัง
นี่คือช่องว่างอายุอันกว้างใหญ่ของคนทั้งสอง!
“อู่ อวี้ เจ้าก็ไม่เลวนี่” วานรศิลาทองคำ เปียมล้น
ไปด้วยความเย่อหยิ่ง การเคลื่อนไหวร่างกายเพียง
เล็กน้อย ก็สามารถปลดปล่อยแรงกดดันแผ่ขยาย
ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า สะกดข่มกดทับลงมาบน
ร่างของ อู่ อวี้
“พลองพันจวิน!” วานรศิลาทองคำ แผดเสียง
คำรามขึ้นมาอย่างฉับพลัน ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตปรากฏขึ้นมาในมือของมัน
ขึ้นมาจากที่ใด ทันใดนั้นเองมือข้างขวาของมันก็
ปรากฏพลองทองคำเรียวยาวขึ้น
ปีศาจตนนี้ใช้ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต แต่มีขนาด
ค่อนข้างเล็ก
บน พลองพันจวิน มีวงเวทย์โดดเด่นสะดุดตา
จำนวนมากปรากฏให้เห็น แต่จุดที่เห็นได้ชัดที่สุด
คือ ตรงส่วนปลายด้ามพลองทั้ง 2 ด้านหาได้
ราบเรียบไม่ แต่มีกรวยแหลมสีทองห่อหุ้มอยู่ เพียง
มองแค่แว๊บเดียว ก็ล่วงรู้ได้ว่า มันมีความแหลมคม
อย่างอยากจะสุดหาใดมาเปรียบ
ตู้ม!
เมื่อพลองพันจวินถูกฟาดลงมา คลื่นโคลน
มหาศาลนับไม่ถ้วนก็สาดกระจายพวยพุ่งเข้ามาหา
อู่ อวี้ กวาดกลืนไปทั่วทุกสารทิศ วานรศิลาทองคำ
หลบเร้นกายภายใต้คลื่นโคลนมหึมา เพียงแค่การ
ต่อสู้เริ่มต้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่
ออกมาจากดวงตาของฝั่ายตรงข้าม ในเวลานี้
วานรศิลาทองคำ หมายมาดสังหารเด็ดชีพ เขา
อย่างไร้ความปราณี!
อู่ อวี้ รู้ซึ้งในทันที สถานการณ์ในวันนี้ ไม่เพียงแต่
จะทำให้ตนเองยากจะกลับไปยังซูซัน ทั้งยังมี
โอกาสตกตายอยู่ที่นี่อีกด้วย ยามนี้ปลายทางมี
เพียงแค่ความตายกำลังเฝั้ารอคอยเขาอยู่ แม้จะถูก
ปีศาจห้อมล้อมรอบได้ แต่ก็ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่า ใน
วันนี้จะมีผู้ที่อยากจะปลิดชีพ อู่ อวี้ แรงกล้าถึง
เพียงนี้
ตูม!
พลองพันจวินในมือของ วานรศิลาทองคำ วาด
ผ่านกลายเป็นประกายเงาวูบวาบ กล่าวได้ว่ามันมี
ฝีมือล้ำเลิศอย่างแท้จริง บัดนี้บนใบหน้าของมัน
ปรากฎรอยยิ้มเหยียดหยันขึ้น
“ทะลวงพินาศ!” ทันใดนั้น วานรศิลาทองคำ ได้ส่ง
ส่วนปลายแหลมของพลองลงมาด้านล่าง บัดนี้ไป
ส่วนปลายแหลมของพลองพันจวิน ทั้งสองด้าน
ส่องแสงประกายแพรวพราวมาอย่างต่อเนื่อง บด
บังวิสัยทัศน์ของทุกผู้ทุกคน ชั่วพริบตานั้นพลอง
พันจวินก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสมือนดั่งใจกลาง
ของโลกแห่งนี้ ท่ามกลางพลังอำนาจจากเวทย์
ปีศาจ ส่วนปลายแหลมของพลองได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นคมเขี้ยวของหมาปั่า
ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น! วานรศิลาทองคำ ยัง
ปลดปล่อยจิตสังหารเข้มข้นอย่างมหาศาลออกมา
ทันทีที่มันพวยพุ่งเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ มากขึ้น ทันใด
นั้นมันก็เปิดปากออกพร้อมกับแผดเสียงคำราม
ออกมาจนดังสนั่น จนสวรรค์ต้องสะเทือน ปฐพี
ต้องสะท้าน!
ทุกคนต่างคุ้นเคยกับเวทย์ปีศาจของ วานรศิลา
ทองคำ เป็นอย่างดี เมื่อใดที่ วานรศิลาทองคำ
แผดเสียงคำรามออกมา เวทย์ปีศาจก็จะระเบิด
พวยพุ่งพร้อมตามมาด้วยเช่นกัน ผลกระทบของ
เวทย์ปีศาจมีอยู่สองประการก็คือ ประการแรก
เบี่ยงเบนสายตาระหว่างพุ่งโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้
ประการที่สองปกปิดสัมผัสการได้ยินขนาดที่มัน
แผดเสียงคำรามใส่ อู่ อวี้ เป็นความรู้สึกเช่นดั่งมี
ระเบิดดังขึ้นในหูอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้ศัตรูเกิด
อาการหูอื้อ เมื่อต้องสูญเสียทั้งประสาทการได้ยิน
และการมองเห็น สิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คือ
ความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงต่อความตายที่กำลัง
คืบคลานเข้ามาเท่านั้น!
แกนกำเนิดของ วานรศิลาทองคำ ทรงพลังอย่าง
ยิ่ง นอกจากนี้มันยังต่อสู้อย่างไร้ความปราณี เห็น
ได้ชัดว่ามันต้องการที่จะปลิดชีพของ อู่ อวี้ ให้สิ้น
ซาก!
ช่วงเวลาต่อไปนี้ มหันตภัยร้ายแรงถึงชีวิตกำลังปก
คลุมห่อหุ้มคืบคลานเข้ามา ราวกับว่าพลองพัน
จวินพวยพุ่งมาจากทั่วทุกทิศทาง หากยังไม่
สามารถแก้วิกฤตนี้ได้ เกรงว่าชีวิตคงต้องหาไม่ตก
ตายไปอย่างแท้จริง บัดนี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงแรง
กดดันจากวิกฤตแห่งความตายอย่างน่าเหลือเชื่อ
อู่ อวี้ พบว่า ตนเองถูกปิดกั้นจากรอบทิศทางอย่าง
สมบูรณ์ วานรศิลาทองคำ ไร้ซึ่งความปราณีแม้แต่
น้อย ในหัวใจของมันอัดแน่นไปด้วยความเครียด
แค้นชิงชังอย่างสุดขีด ซึ่งตรงกันข้ามกลับการ
แสดงออกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดยามนี้
ความบ้าคลั่งของเขาก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาจนถึง
ขีดสุด ทำให้ในสายตาของ อู่ อวี้ วานรศิลาทองคำ
ไม่น่าหวาดกลัวอีกต่อไป ไม่ว่าฝั่ายตรงข้ามจะ
แข็งแกร่งมากเพียงใด แต่ตราบใดที่มันจะต้องมา
เป็นคู่ต่อสู้ให้ ก็มีแต่ต้องดิ้นรนต่อสู้เอาชนะให้ได้
เท่านั้น!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ