กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 298 หวงอเวจีศิลาทองคํา
สำหรับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ สะกดข่มพลัง
ฝีมือของตนเอง โดยปลดปล่อยออกมาในระดับ
หนึ่งเพียงเท่านั้น ซึ่งเขาพยายามสะกดข่มไม่
ยินยอมให้ ความบ้าคลั่งภายในจิตใจหลุดเล็ดลอด
ออกมา
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับ วานรศิลาทองคำ พลังของ
ฝั่ายตรงข้ามได้สะกดข่มเขาอย่างสิ้นเชิง อีกทั้ง
แกนกำเนิดของมันยังมีพลังมหาศาลมากเกินไป
ถึงแม้ว่าเขาจะมี กายาสักการะราชันมณีจันทรา
พุทธเจ้าทองคำ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอุดช่องโหว่
อันกว้างใหญ่นี้ เมื่อถูกใช้ร่วมกับการแผดเสียง
คำรามของวานรทองคำ ซึ่งส่งผลทำให้ประสาท
การรับรู้เสียงถูกทำลายลง ณ บัดนี้ พลองพันจวิน
เป็นเสมือนดั่งดวงตะวันอันแผดจ้า ที่กำลังร่วง
หล่นลงมาจากฟากฟั้า พุ่งโจมตีลงมาจากด้านบน
ศีรษะ
วานรศิลาทองคำ มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ในขณะ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับมัน เขาก็รู้สึกได้
ว่าพลังแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากวานรศิลาทองคำ
ช่างคล้ายคลึงกับตนเองยิ่งนัก
ตู้มมมมม!
ทั่วทั้งปฐพีสั่นสะเทือน
อู่ อวี้ กระชับเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร เตรียมพร้อม
เผชิญหน้ากับพลองพันจวิน เสาเก้าจัตุรัสสยบ
มารถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ ภายใต้
สถานการณ์ต่อสู้ดุเดือด อู่ อวี้ เร่งกระตุ้นพลังแกน
กำเนิด บังเกิดเป็นคลื่นพลังแผ่ขยายออกไปอย่าง
ต่อเนื่อง
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!
ชั่วจุดประกายหินเหล็กไฟนี้ อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อย
เคล็ดแปลงกาย 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ ที่ไม่ได้ถูกใช้
งานมานานกว่า 1 ปีอีกครั้ง เคล็ดแปลงกายนี้
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกายเนื้อ แขนของ
เขาขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับเส้นเอ็นสีทองคำอันปูด
โปน ที่ปรากฎขึ้นมาให้เห็นบนท่อนแขน ได้
ปลดปล่อยพลังอำนาจอันมหาศาล ราวกับว่า
ภายในกายเนื้อนี้ มีสัตว์ร้ายอันไร้สิ้นสุดกำลังซ่อน
เร้นอยู่
“ เก้าจัตุรัสแดนทำลายล้าง!”
ตู้มมมม!! เสียงระเบิดดังกระหึ่มเลื่อนลั่น เคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง ผสานกับ ร่างจำแลงเซียนวานร
ทันใดนั้นเอง มหาวงเวทย์ เก้าจัตุรัสแดนทำลาย
ล้าง ก็เริ่มปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายล้างออกมา
ม้วนกวาดเป็นเกลียวอยู่บน เสาเก้าจตุรัสสยบมาร
เมื่อ อู่ อวี้ กวัดแกว่งพลอง วงเวทย์ศาสตราเต๋าก็
เริ่มหมุนวน พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังอำนาจอัน
มหาศาล ตัดผ่านขึ้นไปถึงสวรรค์ !
ทันใดนั้น เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ก็ฟาดปะทะกับ
พลองพันจวิน บังเกิดเป็นอำนาจสะท้านฟั้า
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาณาเขตล่าที่หก !
ตู้มมมมมม!
บังเกิดสุรเสียงดังกึกก้อง กลบฝังเสียงคำรามของ
วานรศิลาทองคำ จนสิ้น กล่าวได้ว่านี่คือเสียงที่
สามารถบดขยี้ทำลายโสตประสาทการได้ยินอย่าง
แท้จริง
ในขณะนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากแสงสีทองอันเจิดจ้าแพรวพราว ได้ปิดกั้น
วิสัยทัศน์การมองเห็นของทุกผู้คน ลำแสงสีทอง
เจิดจ้าส่องสว่างออกมาจากปลายแหลมของส่วน
พลอง แม้แต่เหล่าปีศาจ เมื่อได้สัมผัสกับแสงนี้ ยัง
รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
ตึง ตึง!!!
เกิดเสียงปะทะดังติดต่อขึ้น 2 ครั้ง ทันใดนั้นเอง
วิหคไร้ลักษณ์ก็แผดเสียงกรีดร้องออกมา
ปรากฏว่าเสียงที่ดังขึ้น 2 ครั้งนี้ ดังขึ้นมาจาก
กำแพงของมิติปิดตายจากทางฝังซ้ายขวา ทันใด
นั้นเองมิติโซ่ไร้ลักษณ์ปรากฎคลื่นระลอกสะท้อน
กลับมาอย่างรุนแรง
เมื่อแสงสลัวเริ่มลง ทุกผู้คนก็ต่างเพ่งมองดูสิ่งที่บัง
เกิดขึ้นอย่างจริงจัง แลพบว่า วานรศิลาทองคำ
กับ อู่ อวี้ พุ่งอัดกระแทกเข้าใส่กำแพงไร้ลักษณ์
จากทางฝังซ้าย และ ขวา ในยามนี้ วานรศิลา
ทองคำ กำลังจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยความตก
ตะลึง เนื่องจากบนร่างกายของ อู่ อวี้ ในยามนี้
ปรากฏบาดแผลขึ้นให้เห็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้ามันมั่นใจว่าการปะทะกันในครั้งนี้
จะสามารถสังหาร อู่ อวี้ ลงได้อย่างแน่นอน แต่คน
ที่ออกมาคือ อีกฝั่ายกลับได้รับบาดเจ็บเพียงแค่
เล็กน้อย ทั้งตัวของมันยังได้รับบาดเจ็บกลับมาอีก
ด้วย…
ยิ่งไปกว่านั้น การเผชิญหน้าของพวกเขาทั้งสอง
ยังเกิดขึ้น หลังจากที่ อู่ อวี้ ต้องตกอยู่ภายใต้การ
ต่อสู้แบบกงล้ออีกด้วย!
ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์ของ อู่ อวี้ เองก็หา
ใช่ว่าจะดีไปกว่าวานรศิลาทองคำนัก แขนของเขา
ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้
พ่ายแพ้ ผลการปะทะกันในครั้งนี้ ทำให้เหล่าปีศาจ
เข้าใจอย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่งกว่าที่พวก
มันจินตนาการเอาไว้มาก เป็นการยากที่จะเอาชนะ
เขาได้!
ท่ามกลางมิติโซ่ไร้ลักษณ์ หลังจากการเผชิญหน้า
ของ วานรศิลาทองคำ กับ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในร่าง
จำแลงเซียนวานร ทำให้ทั้งคู่ต้องหอบหายใจถี่รัว
อย่างหนัก
วานรศิลาทองคำ ก้มหัวลงต่ำเล็กน้อย จากนั้นก็
สาดประกายดวงตาจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ภายใน
ดวงตาของมันแฝงเร้นไปด้วยความชั่วร้ายปั่าเถื่อน
อย่างที่สุด ในช่วงเวลานั้นเองมันก็ถ่มน้ำลาย
ออกมา พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ว่า”ข้าไม่เคยเห็นเจ้าใช้วิชานี้ เจ้ายังมีไพ่ตายซ่อน
เอาไว้อยู่ แต่เสแสร้งหลอกลวงปิดบัง เผ่าพันธุ์
มนุษย์อันเล็กจ้อยของเจ้ามีเคล็ดวิชาเต๋าต้องห้าม
อยู่ เช่นนั้นความสามารถที่เจ้าแสดงออกมาให้เห็น
เมื่อกี้ ก็คงจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าต้องห้าม อย่างไร
เสีย ข้าคิดว่าวิชาของเจ้า คงสามารถใช้งานได้มาก
สุดแค่หนึ่งครั้ง อู่ อวี้ เจ้าจบสิ้นแล้ว”
ทุกผู้คนตระหนักอย่างชัดเจนว่า นี้คือความจริงที่
เกิดขึ้น จิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญที่ อู่ อวี้
แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ ทำให้พวกมันตื่นตระหนก
ใจอย่างสิ้นเชิง
“นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าต้องห้าม”
“ถ้าเช่นนั้น มันก็แย่แล้ว”
อู่ อวี้ ถือเสาเก้าจัตุรัสสยบมารไว้ในมือ เป็นดั่งที่
วานรศิลาทองคำกล่าว ยามนี้แขนของเขาไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรง เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เปรียบเสมือนกับ
วิชาเต๋าต้องห้าม มันมีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่
ผลกระทบที่ต้องแบกรับก็ไม่ได้รุนแรงเกินไปนัก
อย่างไรเสียเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ก็ยังไม่สามารถ
เอาชนะวานรศิลาทองคำได้ กล่าวได้ว่า สถาการณ์
ของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ถือเป็นวิกฤตอย่างแท้จริง
สวบ∼ สวบ
วานรศิลาทองคำ สาวก้าวผ่านความว่างเปล่า แต่
ละก้าวของมัน จะก่อให้เกิดหลุมว่างเปล่าขนาด
ใหญ่ขึ้นบนบึงโคลน
มันแหงนหน้าขึ้นมอง พร้อมกับกล่าวเยาะเย้ยว่า”
จิ่วอิง มันช่างกระทำตัวไร้ค่ายิ่งนัก ดันคบหารัก
พวกมนุษย์เป็นสหาย ภายในห้วงสมุทรเมฆาลวง
ตาแห่งนี้ ช่างเป็นเรื่องน่าขบขันอย่างแท้จริง”
“ เจ้าไม่ใช่แม้กระทั่งคู่ต่อสู้ของ จิ่วอิง ไฉนต้อง
กล่าวเรื่องน่าหัวร่อเช่นนี้ด้วย? หรือเจ้ากำลังริษยา
มันอยู่?”อู่ อวี้ ไต่ถามขึ้น
“ข้าหาใช่คู่ต่อสู้ของมันเช่นนั้นหรือ? เจ้าขี้ขลาด
นั่น หากต้องมาเผชิญหน้ากับข้าจริง ๆ มันจะกล้า
ทำอะไรข้าหรือไม่?” วานรศิลาทองคำ กล่าวดูถูก
พร้อมกับยิ้มขึ้นอย่างเหยียดหยาม
เมื่อเทียบกับ อู่ อวี้ แล้ว เห็นได้ชัดว่ามันมีโทสะ
เป็นอย่างยิ่ง บัดนี้มันแสดงท่าทางดุร้ายมากขึ้น
พร้อมกับกล่าวว่า”ข้าได้ยินมาว่า จิ่วอิง รู้สึกเป็น
ห่วงเป็นใยเจ้ายิ่งนัก หากข้าสังหารเจ้า เจ้าคิดว่า
มันจะแค้นเคืองข้าหรือไม่? แต่ก็ช่างปะไร เพราะ
ข้าหาได้เกรงกลัวขยะไร้ค่าอย่างมันแม้แต่น้อยไม่”
บัดนี้ วานรศิลาทองคำ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
สัตว์เดรัจฉานดุร้ายอย่างแท้จริง หลังจากกล่าวจบ
มันก็พุ่งโจมตีเข้าใส่เขาทันที บัดนี้มันไม่สามารถ
อดทนอดกลั้นกับ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป มันจึงได้
ปลดปล่อยการโจมตี ซึ่งหมายมาดสังหารเขาลง
ภายในกระบวนท่าเดียวให้จงได้ ยามนี้ อู่ อวี้
ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า ฝั่ายตรงข้ามพร้อมจะ
ปลดปล่อยพลังอำนาจจากแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของมันแล้ว!
ชั่วพริบตานั้นเอง ทั่วทั้งร่างของวานรศิลาทองคำ
แม้กระทั่งเส้นขนของมัน ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น
เหล็กกล้า ขนแต่ละเส้น แปรเปลี่ยนกลายเป็นเข็ม
ทองคำอันแหลมคม เสมือนกับว่าร่างของมันถูก
หลอมสร้างขึ้นมาจากทองคำ
ปีศาจตัวอื่น ๆ ถอยหลังกรูอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้ง
แสดงท่าทางตกตะลึงพรึงเพริดอย่างถึงที่สุด
“ เขากำลังใช้ ‘ห้วงอเวจีศิลาทองคำ’ แล้ว!”
“ หากเขาปลดปล่อยพลังอำนาจจาก แก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ออกมาเช่นนี้ ก็แสดงว่าเขาต้องการ
ที่จะสังหาร อู่ อวี้ อย่างแท้จริง!”
“ ‘ห้วงอเวจีศิลาทองคำ’ ของตระกูลวานรศิลา
ทองคำนั้น มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั้งใต้หล้านี้ ใน
ชีวิตนี้ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้พอเห็นมมัน
นับเป็นโชควาสนาอย่างยิ่ง!”
เพียงแค่เสียงของพวกมันเงียบลง วานรศิลา
ทองคำ ก็ควงพลองพันจวิน จากนั้นก็ฟาดปลาย
ด้านหนึ่งชี้ไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่ ช่วงเวลา
กระชั้นชิดเช่นนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทัน เมื่อ
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ชนิดนี้ ปลดปล่อยพลัง
อำนาจออกมาถึงขีดสุด ก็ไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยง
จากมันได้เลย
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บบนทรวงอก
พลังที่ไม่อาจมองเห็นได้พวยพุ่งโจมตีเข้าใส่กลาง
ทรวงอก หลังจากนั้นความรู้สึกเจ็บปวดก็แผ่ขยาย
ออกอย่างรวดเร็ว เมื่อ อู่ อวี้ มองลงไปเขาก็ต้อง
ตื่นตระหนกตกใจ เพราะในเวลานี้บริเวณกลาง
ทรวงอกของตนเอง ไม่เพียงแต่เนื้อหนังบริเวณ
ทรวงอกเท่านั้น แม้แต่อวัยวะภายใน ก็ถูกพลัง
อำนาจจาก แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ของวานรศิลา
ทองคำ คุกคามอย่างต่อเนื่อง แปรเปลี่ยนเลือดและ
เนื้อของเขา ให้กลายเป็นโลหะชนิดเดียวกันกับ
ของวานรศิลาทองคำ
อู่ อวี้ ตกตะลึง บนโลกนี้มีอำนาจวิเศษอันน่า
สะพรึงกลัวเช่นนี้อยู่ด้วย!
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่ปีศาจจะสร้าง
ขึ้นมาได้ แต่มันเกิดจากการสืบทอดส่งต่อมายังรุ่น
สู่รุ่น
ความเร็วในการแผ่ขยายลุกลามของ ‘ห้วงอเวจี
ศิลาทองคำ’ กล่าวได้ว่ามีความรวดเร็วเป็นอย่าง
ยิ่ง เพียงชั่วขณะหนึ่ง ที่ อู่ อวี้ คิดขึ้นมาว่าจะ
ทำลายเวทนี้ทิ้งเสีย โลหะก็แผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว
ทั้งร่างจนเขาไม่อาจจะทำอันใดได้ ไม่ว่าจะเป็น
แขนขาล้วนกลายเป็นโลหะไปอย่างสมบูรณ์ อู่ อวี้
รู้สึกราวกับถูกแช่แข็ง อยู่ภายในลูกโลหะขนาด
มหึมา มันทำให้เขาไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
ได้ แม้แต่เส้นลมปราณ จุดชีพจร ภายในจุดชี่ห่าย
หรือแม้กระทั่งแกนนภา ก็ถูกปกคลุมไปด้วยโลหะ
ทุกสัดส่วนล้วนถูกโลหะปกคลุมจนสิ้น ส่งผลให้เขา
ไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย แม้แต่
การเดินพลังโคจรแกนนภาซึ่งเป็นวิธีง่ายดายที่สุด
ยังไม่อาจกระทำได้!
ชั่วขณะต่อมา แม้กระทั่งศีรษะของเขาก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นโลหะ เท่ากับเวลานี้ทั่วทั้ง
สรรพางค์กายแปรเปลี่ยนกลายเป็นโลหะ
เช่นเดียวกับ วานรศิลาทองคำ อย่างไรก็ตาม ที่
แตกต่างกันก็คือ วานรศิลาทองคำ สามารถขยับ
เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ แต่ อู่ อวี้ กลับไม่
สามารถขยับเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย สิ่งที่เขาคิด
ได้ตอนนี้คือไม่อาจทำอันใดได้ แม้แต่กระพริบตา
เขายังไม่อาจกระทำมันได้ ในยามนี้เขารู้สึกว่า
เปลือกตาของตนเองนั้นหนักอึ้ง ราวกับราวกับว่า
มันมีน้ำหนักนับล้านล้านจิน
นี่คือพลังอำนาจที่แท้จริงของห้วงอเวจีศิลาทองคำ
กล่าวได้ว่าโลกที่ อู่ อวี้ เห็นในยามนี้ ราวกับตนเอง
กำลังอยู่ในห้วงนรกอเวจี นอกจากตัวเขาแล้วโลก
ทั้งโลกยังถูกล้อมรอบด้วยโลหะ แต่สำหรับมุมมอง
ของคนภายนอก เห็นเพียงแค่ว่าในเวลานี้กายา
ของเขา ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นโลหะไปอย่าง
สิ้นเชิง
“ หึหึหึ สำหรับข้าแล้ว มันคือผลงานศิลปะชิ้นเอก
อันยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด” เสียง
หัวเราะของ วานรศิลาทองคำ ดังมาจากระยะไกล
แล้วก็ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ แต่ อู่ อวี้ ไม่
สามารถมองเห็นตัวตนหรือตำแหน่งมันได้ อันที่
จริงเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียง สิ่งที่ทำให้เขาสัมผัส
รับรู้ได้มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ จิต
วิญญาณ มันคือการใช้จิตวิญญาณรับรู้สัมผัสสิ่งที่
อยู่ภายนอก อันที่จริงเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้
เขาไม่ได้ส่งสัมผัสจิตวิญญาณรับรู้สิ่งภายนอก นั่น
ก็เป็นเพราะว่าเขายังไม่คุ้นเคยกับการใช้งานของ
มัน แท้จริงแล้วผู้ที่สามารถสามารถตระหนักได้ถึง
การดำรงอยู่ของพลังจิตวิญญาณนี้ คงมีแต่ผู้ที่อยู่
ในอาณาจักร กำเนิดจิตเทวะ ในตำนานเท่านั้น
ในเวลานี้โลกที่เขาเห็นนั้นมืดสนิท มีเพียงโลหะ
เพียงเท่านั้น
ปัง!
อู่ อวี้ รู้สึกว่าฝั่ามือของ วานรศิลาทองคำ มีขนาด
ใหญ่โตอย่างยิ่งเฉกเช่นดั่งลูกตุ้มขนาดมหึมา กำลัง
จับหัวขนาดเล็กของ อู่ อวี้ เพื่อแสดงให้ฝูงชนได้
เห็นถึงพลังอำนาจของมัน จากนั้นมันก็กล่าวขึ้น
ว่า” พวกท่านทั้งหลายมองทางนี้ นี่คือเจ้า อู่ อวี้ ที่
ทำให้พวกท่านทุกคนต้องปวดเศียรเวียนเกล้า
หลังจากต้องเผชิญหน้ากับห้วงอเวจีศิลาทองคำ
ของข้า อู่ อวี้ ก็มีสภาพไม่ต่างจากตกตาย แต่สิ่งที่
น่าขบขันก็คือ มันยังคงมีสติรับรู้ได้อีกประมาณ
หนึ่งชั่วยาม เว้นเสียแต่ว่าข้าจะเด็ดหัวมันออกเสีย
เดี๋ยวนีเดี๋ยวนี้”
“ พวกเจ้าคิดว่า ถ้า อู่ อวี้ ได้ยินสิ่งที่ข้าพูด มันจะ
ตื่นตระหนก? หรือหวาดกลัวมากเพียงใด?”
วานรศิลาทองคำ ใช้เพียงมือเดียวจับศีรษะของ อู่
อวี้ เอาไว้จากนั้นมันก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาดัง
สนั่น
“ วานรศิลาทองคำ เจ้าไม่จำเป็นต้องสังหารมัน …
เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็น …”
“ ชิ! อย่ามาพูดจาเหลวไหลกับข้า คิดว่ามันเป็น
ใคร? เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ว่าหน้าไหน ล้วนเป็นศัตรู
ตัวฉกาจกับเผ่าพันธุ์ปีศาจของเรา สหายร่วม
เผ่าพันธุ์ของเรา ไม่ว่าจะกี่รุ่นต่อรุ่น ต้องถูกมนุษย์
ฆ่าตายไปมากมายเท่าใด ทั้งยังไม่อาจนับจำนวน
ได้ ? เจ้าลืมเรื่องไปแล้วหรือไร ที่นี่คืออาณาเขตล่า
ของเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างพวกเรา หาใช่เป็นของ
มนุษย์ไม่! เผ่าพันปีศาจสามารถเพลิดเพลินไปกับ
อรรถรสอันหลากหลายในสถานที่แห่งนี้ได้! ข้า
อยากให้เจ้า อู่ อวี้ ได้สังวรกะลาหัวว่าตัวมันเป็น
เพียงแค่เหยื่อ ทุกถ้อยคำที่ข้าได้กล่าวมา มันล้วน
ได้ยินทั้งหมด”
อู่ อวี้ ได้ยินที่มันกล่าวจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกหรือ
หวาดกลัวอย่างที่วานรศิลาทองคำกล่าว แท้จริง
แล้ว จิตใจของเขาสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ‘ห้วง
อเวจีศิลาทองคำ’ เป็นเขตแดนที่มหัศจรรย์อย่าง
แท้จริง ราวกับว่าในยามนี้เขากำลังยืนมองอยู่ด้าน
นอก มองดูชีวิตแลความตายของตนเอง
ครั้งหนึ่งเขาเคยติดอยู่ในคุกดวงใจกระบี่ ที่นั่นเป็น
สถานที่เงียบสงบ แต่ก็นับว่ายังห่างไกลจากจิตใจ
นิ่งสงบของ อู่ อวี้ ในเวลานี้ อนึ่งว่าทุกสรรพสิ่งบน
โลกหาได้เกี่ยวข้องกับตนเองไม่
บางทีในช่วงอารมณ์ความสงบเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขา
สามารถคิดใคร่ครวญทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้
อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ท่ามกลางห้วงภวังค์จิตนี้ ทั่วทั้งร่างของเขาได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นโลหะ แต่ทว่า เสาเก้าจัตุรัส
สยบมาร ยังคงอยู่ในมือของเขา ในเวลานี้ วานร
ศิลาทองคำ ก็กำลังใช้มือยกศีรษะเขาเล่นอย่าง
สนุกสนาน พร้อมกับพูดจาเหยียดหยามเย้ยหยัน
เมื่อได้ยินดังนั้นปีศาจตนอื่น ต่างก็ต้องหุบปาก
เงียบ พร้อมกับยิ้มขึ้นเป็นเชิงขออภัย
“ การต้องตกอยู่ในวิกฤตแห่งความตายอย่างไม่
สามารถกระทำอันใดได้ ก็เป็นเสมือนดั่งคำกล่าว
ที่ว่า โชคชะตาฟั้าลิขิต นับตั้งแต่โบราณโบราณคน
ส่วนใหญ่ต่างเชื่อในเรื่องนี้”
“ ทุกผู้คนทั้งใต้หล้านี้ ต่างถูกลิขิตโดยโชคชะตา
อย่างเช่นตัวข้าในเวลานี้ ซึ่งอยู่ในกำมือของ วานร
ศิลาทองคำ มันคือโชคชะตาของข้า”
“ แต่ถ้าหากยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม ในยามจน
แต้ม ก็จะไม่ต่างไปจากผู้คนบนโลกใบนี้ ข้าจะต้อง
อยู่รอดบนเส้นทางเต๋านี้ด้วยตัวเอง ข้า อู่ อวี้ จะไม่
ยอมตกตายเด็ดขาด ข้าจะไม่ยอมตกตายด้วย
น้ำมือของมันผู้นี้ ข้าจะฝืนลิขิตชะตาฟั้า ข้าผู้ซึ่ง
เป็นอมตะ ข้าคือผู้ซึ่งมีชีวิตนิรันดร์ไม่มีวันตกตาย”
ฉับพลันเขาก็ได้ยินคำพูดฉีเทียนต้าเซิ่นดังขึ้นในใจ
“ ตัวข้า ฉีเทียนต้าเซิ่น ผู้เป็นเจ้าแห่งวิหารเซียน
สวรรค์ ผู้ท้าทายต่อพระพุทธองค์! โชคชะตาได้
กำหนด ให้เจ้ากลายเป็นผู้รับสืบทอดมรดกของข้า
จงมีชีวิตเคียงคู่ไปกับสวรรค์ ฝืนชะตาฟั้าลิขิต บด
ขยี้ทำลายสวรรค์แลปฐพีให้สิ้น!”
ฝืนชะตาฟั้าลิขิต บดขยี้ทำลายสวรรค์แลปฐพี
ด้วยถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้แจ้งในสิ่งที่
เรียกว่าหนึ่งคนหนึ่งแกนผสานเป็นหนึ่ง
แกนนภาหอมรวมเข้ากับเต๋า หนึ่งคนหนึ่งแกน
ผสานเป็นหนึ่ง คือการผสานหลอมรวมระหว่างคน
กับเต๋า
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ