กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 299 หัวใจแหงตน
ถ้อยคำที่เหล่าบรรพบุรุษได้กล่าวเอาไว้เสมอว่า
ขอบเขตหนึ่งคน หนึ่งแกน ผสานรวมเป็นหนึ่ง
จำเป็นที่จะต้องตระหนักรู้ถึงตัวเองให้พบก่อน
พลันปรากฏขึ้นในจิตใจของ อู่ อวี้
นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเดินไปบนวิถีแห่ง
การฝึกตน ขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุด แต่บรรพ
บุรุษจำนวนมากในโลกแห่งการฝึกตน ไม่ได้กล่าว
ออกมาอย่างชัดเจน เพราะว่าความก้าวหน้านี้
จะต้องเกิดขึ้นในจิตใจ จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะ
กล่าวมันออกมา
ซึ่งความเข้าใจของแต่ละคนต่างก็มีไม่เหมือนกัน
ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ จึงไม่สามารถอธิบาย
ออกมาเป็นคำพูดได้ หากว่ามันเป็นเรื่องที่ง่าย
เช่นนั้น ทุกคนก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จ
กลายเป็นเซียนอมตะกันหมดแล้ว
อู่ อวี้ ที่ถูกขังอยู่ภายในห้วงอเวจีศิลาทองคำ และ
โดนวานรศิลาทองคำขยับร่างเขาไปมาอย่าง
รุนแรงนั้น แต่หารู้ไม่ว่ายามนี้จิตวิญญาณของเขา
เสมือนกับได้โบยบินออกไปจากร่างกายพร้อม
มองเห็นชะตากรรมของเขาในตอนนี้ อาจจะกล่าว
ได้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ในยามนี้ ร่างกายของเขา
พยายามดิ้นรนและไม่ยอมศิโรราบให้แก่สิ่งใด
เงาร่างนี้มีความคล้ายคลึงกับราชาวานรที่อยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิงสีทองในจิตใจของเขา ถึงจะ
เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกัน ราชันย์วานรผู้
นั้นมีความรุนแรงเกรี้ยวกราดอย่างสุดโต่ง อย่างไร
ก็ตาม อู่ อวี้ มีด้านในการมนุษย์ของตัวเองและมี
ความควบคุมอย่างสุขุมมากกว่า
“ตัวตนของข้า จิตใจแห่งตน”
ความจริงแล้วการฝึกตนอย่างหนักมากกว่าหนึ่งปี
แกนนภาของ อู่ อวี้ นั้นได้ถูกปรับแต่งไปจนถึง
จุดสำคัญในขอบเขตสร้างแกนนภา สิ่งที่ขาดไปก็
คือเพียงอย่างเดียวก็คือหนทางในการผสาน
รวมเข้ากับแกนนภา
เต๋าเพียงเล็กน้อยกับการรับรู้อีกเพียงเล็กน้อย เป็น
เหมือนกับตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อสามารถผสาน
รวมเข้ากับแกนนภาได้แล้ว ทันใดนั้นแกนนภาที่อยู่
ด้านในเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่
แกนนภาเดิมทีได้ถูกแช่แข็งโดยห้วงอเวจีศิลา
ทองคำ แต่บัดนี้มันกลับเกิดการแปรปรวนขึ้นอย่าง
รุนแรง ซึ่งแม้แต่ห้วงอเวจีศิลาทองคำก็ไม่สามารถ
ที่จะหยุดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ทันใดนั้นราวกับมี
เสียงระเบิดดังออกมาจากทุกส่วนในร่างกายของ อู่
อวี้ ร่างกายของเขาเป็นเหมือนกับระเบิดที่พร้อม
จะปะทุออกได้ทุกเมื่อจากแกนกลางด้านในสุด
พริบตาที่แกนนภาเกิดการเปลี่ยนแปลง พลัง
อำนาจที่ถูกสะกดข่มเอาไว้ม้วนกวาดไปทั่วทั้ง
ร่างกาย ทันใดนั้นเองก็ปะทุออกมาอย่างไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน
ตูม!
ในเวลานั้นทุกส่วนของแกนนภาสีขาวบริสุทธิ์ ดู
เหมือนกับว่ามันเกิดระเบิดกลายเป็นหมอกควันสี
ขาว แต่ในชั่วพริบตาก็ควบแน่นผสานหลอม
รวมเข้าด้วยกัน มันไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้น แต่กลับกัน
มันกลับลดลงไปจนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของก่อนหน้านี้
ซึ่งนี่ทำให้สามารถจิตนาการถึง หนึ่งคน หนึ่งแกน
ผสานรวมเป็นหนึ่ง หลังจากที่พุ่งทะลวงไปถึงขั้น
สร้างแกนนภาระดับที่ห้าแล้ว ในเวลานี้เขาจ้องไป
ที่แกนนภาอย่างใจจดใจจ่อ
อู่ อวี้ สามารถสังเกตได้ในทันที ว่าสีสันของแกน
นภาได้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากสีขาวกลายเป็นสี
ทองอ่อน ภายในจุดชี่ห่าย แกนนภาที่ถูกระงับ ซึ่ง
กำลังสงบ เส้นทางแห่งเต๋าที่ปรากฎขึ้นนี้ ดู
เหมือนว่ามันจะมีความคล้ายคลึงกับแกนนภาสี
ทองอ่อนของคนอื่นๆอย่างยิ่งยวด
มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่รู้ ถึงความแตกต่างคุณภาพ
ของแกนนภาของเขาและแกนนภาสีทองอ่อนของ
คนอื่นๆ ปัจจุบันนี้ แกนนภาสีทองอ่อนของเขานั้น
มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าแกนนภาสีขาวก่อน
หน้านี้ของเขาเสียอีก และแกนนภาของ หนานกง
เหว่ย ก็ถือได้ว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่
ดีเท่ากับแกนนภาสีขาวของ อู่ อวี้
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ทำให้แกนกำเนิดที่ถูก
สะกดเอาไว้มาเป็นเวลานานได้เกิดการปะทุขึ้นมา
ความแข็งแกร่งของแกนกำเนิดของเขา มัน
แข็งแกร่งมากกว่าที่ อู่ อวี้ ได้จินตนาการเอาไว้
อย่างมาก ในขณะที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดย
เจตจำนงของ อู่ อวี้ แสงสีทองอ่อนของแกนกำเนิด
ระเบิดออกมา ผสานเข้ากับความรู้แจ้งที่เทียบเท่า
กับยอดเขาน้ำแข็งของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ และยังมีกา
ยาเพชรอมตะ ได้ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน สิ่งที่
ยากจะจินตนาการได้ก็คือ ภายใต้อำนาจความ
รุนแรงเช่นนี้ หากระเบิดอย่างรุนแรงออกมา พลัง
อำนาจของห้วงอเวจีศิลาทองคำ ทั้งหมดจะสลาย
ไปในทันที บัดนี้จุดตันเถียนที่อยู่ในร่างกายของ อู่
อวี้ ได้เปิดขยายขึ้น จนกายเนื้อของเขากลายเป็นสี
ทอง
ในเวลานี้วานรศิลาทองคำยก อู่ อวี้ ขึ้นมา และหัน
ไปพูดคุยกับเหล่าปีศาจทั้งหลายอย่างสนุกสนานว่า
จะพา อู่ อวี้ ที่อยู่ในลักษณะเช่นนี้ไปที่อาณาเขต
ล่าด่านที่สอง ให้ จิ่วอิง ได้เห็นผลงานศิลปะที่เขา
สร้างขึ้นมา
แต่ในเวลานี้ อู่ อวี้ เปิดดวงตาสีทองของเขาขึ้นมา
ทันใดนั้นวานรศิลาทองคำรับรู้ได้ว่าแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ของมันเริ่มพังทลายลง อู่ อวี้ ที่ตนกำลัง
ถืออยู่ในมือ กายเนื้อได้เริ่มฟืนฟูขึ้นมาแล้ว ใน
พริบตานั้นเขาก็จ้องมองไปที่วานรศิลาทองคำ
กล่าวอย่างสัตย์จริง วานรศิลาทองคำก็รู้สึกตกใจ
กับสายตาของ อู่ อวี้ ที่จับจ้องมาในตอนนี้
และการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ อู่ อวี้ ก็คือการ
ฟาดเสาเก้าจัตุรัสสยบมารไปที่หัวของมัน ใน
พริบตานั้น วานรศิลาทองคำกรีดร้องออกมา และ
ปล่อย อู่ อวี้ ให้บินกลับไปยังกำแพงของมิติโซ่ไร้
ลักษณ์ เมื่อปีศาจทุกตนได้มอง ก็เหมือนว่าหัว
สมองของพวกมันก็แทบจะพังทลายลงไป
แน่นอนว่าวานรศิลาทองคำรับรู้ได้เพียงแค่ความ
เจ็บปวดทรมาน เนื่องพละกำลังของเขาฟืนฟูจน
กลับมาแข็งแกร่งดั่งเดิม หลังจากนั้นมันก็ได้นำเม็ด
ยามากมายออกมาแล้วกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว
จนทำให้หน้าผากของเขาที่ยุบลงไปฟืนฟูกลับมา
อย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
อย่างไรก็ตามจิตใจของวานรศิลาทองคำกลับถูก อู่
อวี้ โจมตีอย่างรุนแรง!
ในตอนนี้ ร่างกายของ อู่ อวี้ อาบไล้ไปด้วยเปลว
เพลิงสีทอง และแบกเสาเก้าจัตุรัสสยบมารขึ้นมา
ทำให้นึกถึงภาพของการเกิดใหม่ ดวงตาที่ลุกโชน
ไปด้วยเปลวเพลิง ประกายตาของเขาเต็มไปด้วย
การดูถูกเหยียดหยามและเกรี้ยวกราดมองไปทั่วทั้ง
โลกหล้า เมื่อวานรศิลาทองคำหวนนึกไปถึง
ความสามารถอันน่าตกตะลึงที่ทำลายแก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมันลงไป อีกทั้งยังสวนโจมตี
กลับมาได้ ทำให้มันนึกหวาดกลัวต่อสายตานี้เป็น
อย่างยิ่ง
ส่วนปีศาจตนอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้พูดคุยอย่าง
สนุกสนานกับวานรศิลาทองคำ พูดจายกยอ
สรรเสริญวานรศิลาทองคำ แต่ในตอนนี้ต่าง
กระเจิดกระเจิงกันไปหมด ค่อยๆหลบหนีออกไปที
ละคน พวกมันได้ลืมความคิดที่ ส่งออกไปเพียงแค่
สองสามคน ก็สามารถจะเอาชนะ อู่ อวี้ ได้แล้ว
“ยอดเยี่ยมมาก เจ้าสามารถทำลาย ‘ห้วงอเวจี
ศิลาทองคำ’ ก็ถือว่ามีความสามารถอยู่
บ้าง” วานรศิลาทองคำเช็ดเลือดที่อยู่ตรงมุมปาก
ของมันออกไป และมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่ดุ
ร้าย มันหยิบพลองพันจวินขึ้นมา และพุ่งออกมา
จากกำแพงของมิติโซ่ไร้ลักษณ์ ราวกับภูเขายักษ์สี
ทองหนึ่งลูกผสานเข้ากับเสียงคำรามของวานรสี
ทอง และพุ่งเข้าไปเข่นฆ่าอีกครั้ง!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นเร็วกว่ามันอยู่ช่วงหนึ่ง!
ในขณะนั้นเหมือนว่าร่างกาย อู่ อวี้ ทั้งหมดได้
ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ตันเถียนที่อยู่ในจุดชี่
ห่าย ระเบิดพลังระดับของแกนกำเนิดสีทองอ่อน
ออกมา ถึงแม้ว่าจะอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่
ห้า แต่พลังของแกนกำเนิดกลับมีมากกว่าขอบเขต
สร้างแกนนภาระดับที่หกเสียอีก บางทีอาจจะมี
คุณภาพเท่ากับขั้นสร้างแกนนภาระดับที่เจ็ดเลยก็
เป็นได้ ผนวกกับ ‘กายาสักการะราชันมณีจันทรา
พระพุทธเจ้าทองคำ’ พลังของร่างกายเขาพริบตา
ก็ไต่มาจนถึงขอบเขตสูงสุด!
สองมือของ อู่ อวี้ กุมเสาเก้าจัตุรัสสยบมารขึ้นมา
พุ่งลงมาจากฟากฟั้า คำรามเสียงดังสั่นคลอนทั่ว
ทั้งสี่ทิศ เสียงนี้ได้สะกดข่มวานรศิลาทองคำในชั่ว
พริบตา อีกทั้งเคล็ดระเบิดพลังคลั่งก่อนหน้า ก็ยัง
เทียบไม่ได้กับครานี้ อู่ อวี้ ในตอนก่อนหน้าไม่
สามารถจะนำมาเปรียบเทียบได้กับ อู่ อวี้ ในตอนนี้
ได้แม้เพียงเสี้ยว
ตูม ตูม ตูม!
วานรสีทองสองตัว ที่อยู่ในมิติโซ่ไร้ลักษณ์ ปะทะ
กันอย่างต่อเนื่อง พลองพันจวินและเสาเก้าจัตุรัส
สยบมารสำแดงพลังอำนาจวิเศษออกมา ปะทะกัน
อย่างรุนแรง การโจมตีแต่ละครั้งแทบจะทำให้มิติ
โซ่ไร้ลักษณ์พังทลายลงมา ใบหน้าของปีศาจทุกตน
เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และรับรู้ได้ว่าดูเหมือน
อู่ อวี้ จะโจมตีได้รุนแรงยิ่งกว่าเก่า ไม่เพียงแต่
รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ความแน่วแน่ในจิต
วิญญาณก็เช่นเดียวกัน ซึ่งในจิตวิญญาณที่ดูเล็ก
ลงนั้น ทำให้ อู่ อวี้ ดูเหมือนจะยิ่งอ่อนแอลง แต่
กระนั้นกลับมีบรรยากาศที่สามารถสะกดข่มวานร
ศิลาทองคำได้!
ตูม!
การต่อสู้ในครั้งนี้ วานรศิลาทองคำต้องถอยร่นไป
เรื่อยๆ อู่ อวี้ ใช้งานกายาเพชรอมตะ ซึ่งมีการ
ปั้องกันที่น่าหวาดกลัว ทำให้ตัวเขาสามารถใช้กาย
เนื้อในการต่อต้านการโจมตีของวานรศิลาทองคำ
แต่วานรศิลาทองคำกลับไม่สามารถทำเช่นเดียวกัน
ได้ หลังจากที่ ‘ห้วงอเวจีศิลาทองคำ’ ถูก อู่ อวี้
ทำลายลงไป มันก็ได้สำแดงเคล็ดวิชาเวทย์ปีศาจ
ออกมาเป็นจำนวนมาก มันมีเคล็ดวิชามากมายที่มี
พลังอำนาจรุนแรงมากมาย แต่ก็ถูก อู่ อวี้ บดขยี้
ทำลายลงไปทีละวิชา!
หลังจากที่ อู่ อวี้ ฟาดออกไปบนร่างของมันถึงสาม
การโจมตี ทันใดนั้นทำให้ทั่วทั้งร่างของวานรศิลา
ทองคำก็ปรากฎโลหิตอาบไหลย้อมตัว กระดูก
มากมายต้องแตกหักลงไป แม้แต่กระดูกสันหลังก็
ถูกสะบั้นอย่างรุนแรง!
“เก้าจัตุรัสสยบมาร!”
หลังจากที่ทุบไปสามพลองอย่างหนักหน่วง วานร
ศิลาทองคำกรีดร้องออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า มันก็
ยังคอยหาโอกาสในการที่จะโต้ตอบกลับไป แต่น่า
เสียดายที่ อู่ อวี้ ไม่ปล่อยให้มันได้โอกาสนั้น
ภายใต้การสนับสนุนจากอำนาจของแกนกำเนิด
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารแยกออกไปเป็นเก้าตำหนัก
พุ่งไปอยู่รอบกายของวานรศิลาทองคำอย่าง
รวดเร็ว วานรศิลาทองคำได้รับบาดเจ็บอย่าง
รุนแรง มันโดนสะกดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า จึง
เป็นไปไม่ได้ที่จะขยับเคลื่อนไหวได้ในช่วงสั้นๆ
ฟึบ!
อู่ อวี้ พุ่งเข้าไปภายในเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ใน
มือของเขาถือกระบี่สองเล่ม หนึ่งขาว หนึ่งดำ ซึ่งก็
คือกระบี่เต๋าหยินหยาง เงากระบี่ในมือของเขาส่อง
ประกาย คนเร่งพุ่งเจาะเข้าไปในเสาเก้าจัตุรัสสยบ
มารอย่างรวดเร็ว ในขณะที่วานรศิลาทองคำถูก
สะกดอยู่ กระบี่เต๋าหยินหยางทั้งสองเล่มปักไปที่
แขนทั้งสองข้างของวานรศิลาทองคำ กระบี่ที่แทง
เข้าไปสองครั้งทำให้แขนทั้งสองข้างของวานรศิลา
ทองคำขาดออกไป ธารโลหิตพลันกระจายทะลัก
ออกมาราวกับเขื่อนกั้นลำธารที่แตกพ่าย วานร
ศิลาทองคำดิ้นพล่าน ทันใดนั้นมันก็ร่ำไห้ขึ้นมา
ในทันที พร้อมค่อยๆขดตัวเข้าไปด้วยร่างกายอัน
สั่นสะท้าน
อู่ อวี้ ยืนอยู่เบื้องหน้าของมัน ใช้กระบี่เต๋าหยินห
ยางเกี่ยวไปที่ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสขึ้นมา
แล้วถือมันเอาไว้ในมือ การต่อสู้ในครั้งนี้ได้จบลง
แล้ว
“วานรศิลาทองคำ ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสชิ้น
ที่48 ข้าขอรับไปก็แล้วกัน” อู่ อวี้ เก็บตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสเข้าไปแล้วยิ้มออกมา
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้สังหารมัน ประการแรก
ในตอนนี้เขามีเงื่อนไขที่จะไม่สังหารใคร ประการ
ที่สอง เขาต้องขอบคุณวานรศิลาทองคำ ที่ทำให้
เขาสามารถตระหนักรู้ในตัวเองขึ้นได้ในวินาที
สุดท้าย ขอบคุณวานรศิลาทองคำที่หลังจากลงมือ
ใช้ห้วงอเวจีศิลาทองคำแล้วไม่ได้ทำการสังหารเขา
ไปในทันที
“ฟูั่ว……” ดวงตาทั้งสองข้างของวานรศิลาทองคำ
แดงก่ำ ตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงมี
ความกลัวอยู่ จึงทำได้เพียงแค่จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วย
สายตาที่อาฆาตแค้น
“ใช่แล้ว อย่าพึ่งหนีกันไปเสียก่อนล่ะ ข้ายังขาดอีก
เพียงแค่สองชิ้น” ครั้งนี้ อู่ อวี้ ฟืนคืนออกมาจาก
ปากเหวของความตาย ขาของเขาได้ก้าวเข้าไปใน
ประตูแห่งความตายข้างหนึ่งแล้ว ในที่สุดตอนนี้
เขาก็หลุดพ้นออกมาจากวังวนแห่งความตายเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่จัดการวานรศิลาทองคำ
ลงไปแล้ว เขาก็รู้ได้ในทันทีว่า เขาจำเป็นที่จะต้อง
ทำเรื่องที่สำคัญให้เสร็จสมบูรณ์
ในวันนี้เขาจะต้องทำให้มันสำเร็จภายในคราเดียว
ไม่อาจที่จะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยออกไปได้
อย่างเด็ดขาด
เมื่อ อู่ อวี้ ชิงตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสของวานร
ศิลาทองคำได้สำเร็จ ภายในสถานที่แห่งนี้ก็ยังคง
เหลือปีศาจอีกนับสิบตน พวกมันทั้งหมดแทบจะ
หยุดหายใจ พวกมันลืมแม้กระทั่งการที่จะหลบหนี
ออกไป และแม้กระทั่งลืมเข้าไปให้การช่วยเหลือ
วานรศิลาทองคำ ทำได้เพียงแค่มองฉากเหตุการณ์
เบื้องหน้าด้วยสีหน้าอันตกตะลึง เมื่อตรวจสอบ
เหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งแล้วก็
ไม่อยากที่จะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง
“นี่เรื่องตลกอะไรกัน……”
“กล่าวได้ว่า อู่ อวี้ เพิ่งจะตกอยู่ในห้วงแห่งความ
สิ้นหวัง กลับแปรเปลี่ยนผลักดันเกิดเป็น
ความก้าวหน้า…….ทำให้เขาก้าวหน้าจากการต่อสู้
นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่จะทำได้ แต่ก็นับเป็นสิ่งที่ล้ำ
ค่าเช่นกัน ทำไมเขาถึงมีวาสนาเช่นนี้ ถึงกับก้าว
ข้ามความตายมาได้…..”
อันที่จริงแล้ว นี่ไม่ใช่โชคดีแต่อย่างใด แต่เป็น
เพราะก่อนหน้านี้ เขาขยันและฝึกฝนหนักจนมาก
พอ หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาได้วาดสัญลักษณ์เวทย์
หลอมสกัดปรุงเม็ดยาโอสถ มานับครั้งไม่ถ้วน มัน
จึงเป็นสาเหตุที่เขาเกิดความรู้แจ้งได้ในวันนี้
และในเวลานี้ อู่ อวี้ ที่ถือกระบี่เต๋าหยินหยางในมือ
ได้ไปปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าปีศาจอย่างฉับพลัน เขา
จ้องมองไปยังคนที่เป็นผู้นำ โดยที่ไม่ได้สนใจคนอื่น
แต่อย่างใด กระบี่ทั้งสองเล่มที่อยู่ในมือ ใช้ ‘เคล็ด
วิชาสุดยอดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ’ ออกไป
ไม่ถึงสิบลมหายใจ อู่ อวี้ ก็ได้รับตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาสชิ้นที่49มาครอบครอง
ปีศาจทั้งหลายต่างหวาดกลัว อู่ อวี้ จนขวัญ
กระเจิดกระเจิงพร้อมวิ่งหนีออกห่างไปอย่าง
รวดเร็ว ที่สำคัญก็คือวิหคไร้ลักษณ์นั้นเกิดความตึง
เครียดอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจเก็บโซ่ไร้ลักษณ์เข้า
ไป เพื่อช่วยเหลือให้เหล่าปีศาจที่ติดอยู่ได้หลบหนี
ออกไปอย่างทันท่วงที
“มาต่อ พวกเจ้าไม่อาจที่จะออกไปได้” พริบตานั้น
อู่ อวี้ ก็ไปปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของวิหคไร้
ลักษณ์ ขู่ให้วิหคไร้ลักษณ์แทบจะตกตายลงไป
ตึ่ง!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นนักล่า และพวกปีศาจ
กลับกลายเป็นเหยื่อโดยสมบูรณ์ เขาพุ่งไล่ล่าตาม
ปีศาจตนหนึ่งไป ซึ่งก่อนที่วิหคไร้ลักษณ์จะเก็บโซ่
ไร้ลักษณ์เข้าไปนั้น เขาก็ได้รับตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาสมาก่อนแล้ว
ด้วยความสะดวกสบายเช่นนี้ ก็สามารถทำให้
สะสมตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสได้ครบทั้ง50ชิ้น
บัดนี้ วิหคไร้ลักษณ์ ได้ยกเลิกการใช้งานโซ่ไร้
ลักษณ์ และใช้ปีกของวิหคบินพุ่งทะยานหลบหนี
ออกไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อรับประกันความปลอดภัยของตน อู่ อวี้ จึง
ยังคงทำการไล่ล่าปีศาจต่อไป และได้รับตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสตราที่51มา ในตอนนี้การไล่ล่าก็
ได้มาถึงบทสรุปแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ