กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 300 จักรพรรดิจู
เหนือบึงโคลนที่แสนดำทมิฬ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนจาก
ร่างจำแลงเซียนวานรกลับไปอยู่ในรูปแบบมนุษย์
กวาดสายตามองไปรอบๆ บัดนี้เหล่าปีศาจ
ทั้งหลายได้หลบหนีจากไปหมดแล้ว พวกมันดำจม
ลึกเข้าไปในโคลน พร้อมหายตัวไปราวกับสุนัขจร
จัดที่ถูกไล่
จึงหลงเหลือเพียงแค่วานรศิลาทองคำ ที่หายใจ
รวยริน ซึ่งยังคงถูกเสาเก้าจัตุรัสสยบมารสะกดข่ม
มันอยู่
ในตอนนี้เสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายของ อู่ อวี้ ฉีกขาด
ออกหมดแล้ว เผยให้เห็นตัวอักษรสวัสดิกะที่อยู่บน
หลังของเขาทอแสงสีทองออกมาอย่างแจ่มชัด
อู่ อวี้ หันกลับไปมองวานรศิลาทองคำ ซึ่งในตอนที่
เขาหันกลับไปมอง จึงได้พบกับสีหน้าอันหมองคล้ำ
ของวานรศิลาทองคำ เกรงว่าในตอนนี้มันคงจะยัง
ไม่ฟืนคืนสติโดยสมบูรณ์
“ไปซะ” อู่ อวี้ เก็บเสาเก้าจัตุรัสสยบมารเข้าไป ใน
ตอนที่เสาสีทองที่มีมังกรขดพันอยู่รอบตัวเสากำลัง
รวมกลับเข้ามา เสาทั้งเก้าต้นค่อยผสานหลอมรวม
และหดขนาดเล็กลง จากนั้นก็ลอยเข้าไปอยู่บนมือ
ของ อู่ อวี้ ราวกับมันเป็นพู่กันเล็กๆด้ามหนึ่ง และ
นั้น อู่ อวี้ ได้เก็บมันเข้าไปอยู่ในถุงจักรวาล
ยามนี้วานรศิลาทองคำได้รีบเข้าไปเก็บแขนทั้งสอง
ข้างของมันอย่างรวดเร็ว และรีบหันหลังจากไป
ในทันที มิฉะนั้นมันจะต้องใช้เวลานานในการที่จะ
ต่อแขนทั้งสองข้างกลับเข้าไปในร่าง ซึ่งคาดว่า
ขั้นตอนเหล่านี้จะต้องใช้เวลานานเป็นอย่างมาก
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ดวงตา
ของมันก็มืดมนและจากนั้นมันกล่าวออกมาว่า”อู่
อวี้ วันนี้ถือว่าเป็นวันของเจ้า ข้านั้นประมาทและ
ได้พ่ายแพ้เจ้า แต่อนาคตนั้นยังอีกนาวไกล พวก
เราจะได้เห็นดีกัน”
อู่ อวี้ ชำเลืองมองมันเล็กน้อยและกล่าวว่า”ข้านั้น
ไม่สนใจสิ่งใด แต่เจ้าจงจำเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งข้าได้
มอบความพ่ายแพ้ให้กับเจ้า และในครั้งต่อไปถ้า
หากได้พบกันอีก เจ้าก็คงไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะ
เป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้”
“หึหึ เจ้าเพียงแค่ได้รับชัยชนะอันเล็กน้อยมา
เท่านั้น อย่าได้คุยโวให้มันมากมายหน่อยเลย ยังไง
เสียเจ้าก็คงไม่สามารถไปได้ไกลเท่าไหร่หรอก!”
หลังจากที่วานรศิลาทองคำกล่าวเสร็จ มันก็มองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาเยือกเย็นพร้อมกับล่าถอย
กลับไป และในชั่วพริบตามันก็หายไป
วานรศิลาทองคำต้องการที่จะรักษาหน้าของมัน
เอาไว้ จึงหลบหนีจากไปอย่างรวดเร็ว การที่มันได้
พ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ เช่นนี้ขึ้น จึงเกิดปมในใจ ทำ
ให้พลังแห่งการฝึกฝนของปีศาจที่ซ่อนอยู่ส่วนลึก
ได้ตื่นขึ้น และเมื่อถึงยามนั้น อู่ อวี้ ก็จะไม่มีทางที่
จะชนะมันเป็นครั้งที่สอง
หลังจากที่วานรศิลาทองคำจากไปแล้ว อู่ อวี้ ก็
สังเกตได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่
เบื้องหลังของเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ๆเขาอยู่ มัน
เป็นฝูงปีศาจที่โผล่ออกมาจากบึงโคลน บัดนี้พวก
มันลอยตัวอยู่กลางอากาศ แต่ละคนสวมใส่ชุดคลุม
ยาวที่มีสีดำ ทำให้พวกมันเหมือนกับกลายเป็นหนึ่ง
เดียวกับบึงโคลน เขาสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ว่ามันเป็นปีศาจที่แข็งแกร่ง กลิ่นอายของพวกมันมี
ความรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง มีพื้นฐานฝึกตนที่ลึกล้ำ
ซึ่งมากกว่าวานรศิลาทองคำจนเทียบไม่ติด
พวกมันคือผู้คุมกฏของอาณาเขตล่าด่านที่หก ซึ่ง
ปรากฏตัวออกมาน้อยครั้ง อู่ อวี้ จึงไม่รู้ว่ามันเป็น
ปีศาจประเภทไหนกันแน่
เมื่อพวกมันปรากฏตัวออกมา อู่ อวี้ ก็ไม่ได้กล่าว
สิ่งใด แต่แสดงตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสทั้ง50
ชิ้นที่เขาได้รับมาแทน และกล่าวด้วยน้ำเสียงก้อง
กังวาล”ทุกท่าน ข้ารวบรวมตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาสได้ครบตามจำนวนแล้ว ตามกฏของ
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ข้าสามารถที่จะออกไป
จากที่แห่งนี้ได้แล้ว ใช่หรือไม่?”
อีกฝั่ายนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ในความเป็นจริงพวก
มันเฝั้าจับตาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และรู้ด้วย
ว่า อู่ อวี้ ใช้วิธีอะไรจึงได้รับชัยชนะมา
ในหมู่ปีศาจกลุ่มนั้น มีอยู่คนหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดว่า
เป็นผู้นำ ดูเหมือนมันจะมีอายุมากกว่าปีศาจตน
อื่นๆอยู่เล็กน้อย ในชุดคลุมสีดำสามารถจะ
มองเห็นปีศาจที่มีเคราสีขาวได้อย่างเลือนราง มัน
กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าว่า”ที่เจ้า
กล่าวมาถูกต้องแล้ว”
มันกล่าวออกมาเช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจ
เขาเก็บตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสเข้าไปแล้ว
กล่าวว่า”ข้าเป็นสหายของ จิ่วอิง ซึ่งยังอยู่บน
อาณาเขตล่าด้านที่สอง ก่อนที่ข้าจะจากไป
อยากจะไปพบกับเขาสักครั้ง ขอให้ทุกท่านโปรด
ช่วยส่งข้าไปยังอาณาเขตล่าด่านที่สองด้วย”
ในครั้งนี้ผู้นำปีศาจได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียง
เด็ดขาด”เจ้านั้นโชคดีมากที่สามารถปฏิบัติภารกิจ
ได้สำเร็จก่อนที่จะถูกพวกข้าส่งไปยังอาณาเขตล่า
ด่านที่เจ็ด อย่างไรก็ตามพวกข้ามีหน้าที่เพียงแค่ส่ง
เจ้าออกไปจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศเท่านั้น
เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยังอาณาเขตล่าด่านที่สองได้”
กล่าวได้ว่า อู่ อวี้ ต้องการที่จะไปบอกลา จิ่วอิง สัก
หน่อย แต่พวกปีศาจเหล่านี้ไม่ยินยอมและแต่ไหน
แต่ไรมาก็ไม่เคยมีกฏเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาก่อน
เพราะยังไงแล้วพวกมันก็ยังคงถือว่า อู่ อวี้ นั้นเป็น
เหยื่ออยู่
อู่ อวี้ ยังคงยืนกรานอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผล
เขาจึงไม่มีทางเลือก กล่าวได้เพียงแค่”เช่นนั้นพวก
ท่านสามารถที่จะพาข้าไปยังอาณาเขตล่าด่านที่
หนึ่งได้หรือไม่? ข้าและ เจียง จู่เยว่ แห่งอาณาเขต
ล่าด่านที่หนึ่งได้ทำข้อตกลงเอาไว้ จึงจำเป็นที่
จะต้องพึ่งพาพวกท่านส่งข้าไปยังอาณาเขตล่าด่าน
ที่หนึ่ง อีกทั้ง เจียง จู่เยว่ ก็ยังสามารถปล่อยข้า
ออกไปจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศได้เช่นกัน”
ตามที่ อู่ อวี้ รู้มา อาณาเขตล่าแต่ละด่าน จะมี
ทางออกเป็นของตัวเอง
ไม่คาดว่า อีกฝั่ายก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธออกมา
อย่างเด็ดขาด กล่าวว่า”พวกข้ามีหน้าที่เพียงแค่
รับผิดชอบพาเจ้าออกไปจากาอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ เรื่องที่เจ้าไปทำข้อตกลงกับใครเอาไว้
พวกข้าไม่สนใจ”
สำหรับพวกมันแล้ว เรื่องใดๆก็ไม่สามารถต่อรอง
ได้ พวกมันทำได้เพียงแค่พา อู่ อวี้ ออกไป ก็นับได้
ว่าเป็นรางวัลชิ้นใหญ่สำหรับเขาแล้ว
“ตามข้ามา”
หัวหน้าผู้คุมกฏได้จากไปในทันที ส่วนผู้คุมกฏคน
อื่นๆของอาณาเขตล่าด่านที่หกก็แยกย้ายกัน
ออกไป เนื่องจากว่าอีกฝั่ายจากไปเร็วมาก อู่ อวี้
จึงไม่สามารถเข้าไปเจรจาต่อไรใดๆได้อีก ทำได้
เพียงแค่ติดตามมันไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น
นี่เรียกได้ว่า คนที่อยู่ใต้หลังคาของผู้อื่น ไม่สามารถ
ทำสิ่งใดได้นอกจากก้มหัว
อีกฝั่ายหนึ่งอย่างน้อยก็เทียบได้กับสาวกขั้นกระบี่
โลกาซึ่งเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ในเรื่องของความแข็งแกร่ง อู่ อวี้ ไม่มีทางที่
จะสู้กับมันได้แม้แต่น้อย
ภายในอาณาเขตล่าด่านที่หก เป็นเหมือนกับเขา
วงกตแห่งหนึ่ง อู่ อวี้ อยู่ที่นี่มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว
ก็ยังไม่สามารถค้นพบยอดเขาแห่งนี้อีกเลยแม้แต่
ครั้งเดียว แต่หลังจากที่ติดตามผู้คุมกฏไปได้สักพัก
ยอดเขานั้นก็ปรากฏขึ้นมา ยอดเขาสีดำนั้นตั้ง
ตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของบึงโคลน ด้านล่างมี
ประตูเก้าบานที่จะนำไปสู่อาณาเขตล่าด่านอื่นๆ
และบนยอดเขาก็มีประตูไม้ที่เรียบง่ายอยู่หนึ่งบาน
ผู้คุมกฏเปิดประตูไม้นั้นออก และกล่าวด้วยสีหน้าที่
ราบเรียบ”หลังจากผ่านประตูนี้ไป เจ้าก็สามารถที่
จะออกจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศได้แล้ว
หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องอัน
ใดกับอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ”
อีกฝั่ายมีใบหน้าเย็นชา ไม่สนใจที่จะกล่าวสิ่งใดกับ
อู่ อวี้ อีกแม้แต่น้อย เย็นชาราวกับเป็นท่อนเหล็ก
อู่ อวี้ ในตอนนี้ไม่สามารถจะรอรั้งได้อีกต่อไป เขา
เร่งฝีเท้าโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด ก้าวเข้าไปในประตูไม่
โดยไม่ลังเล ชั่วพริบตานั้นเอง ประตูไม้ก็ปิดลง
อย่างรุนแรง
ตึง โครม!
อู่ อวี้ ถูกพละกำลังมหาศาล ผลักออกไปข้างหน้า
อย่างฉับพลัน และไปกระแทกพุ่งไปด้านหน้า
ในชั่วเวลานี้ เขารู้สึกสงสัย ว่าเขากำลังได้รับการ
ปล่อยตัวออกไปจากอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
จริงๆหรือ?
พึ่งจะออกมาได้ไม่นานก็ต้องพบเจอกับการโจมตี
เช่นนี้ เขาชนเข้ากับขอบเขตอะไรสักอย่างที่อยู่
เบื้องหน้า ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังข้าม
ผ่านโลกทั้งใบ และในระหว่างนั้นร่างกายก็รู้สึก
ผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง เขาลงไปยืนอยู่บนพื้นที่
ราบแห่งหนึ่ง ตลอดที่ปีต้องอยู่ในบึงโคลน นี่นับว่า
เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสกับพื้นดิน
เขามองไปรอบๆในทันที พบว่าตนเองอยู่บนผืนปั่า
ไม้โบราณแห่งหนึ่ง ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้โบราณ
ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอาณาเขตล่าด่านที่หนึ่ง แต่
เห็นได้ชัดว่ารอบด้านเป็นโลกที่ไม่มีอันตรายใดๆ
และสามารถมองเห็นท้องฟั้าเหนือห้วงสมุทรปีศาจ
อนันต์ได้อย่างชัดเจน กว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด กลิ่น
อายที่อัดแน่นม้วนกวาดไปตลอดทาง มีกลิ่นคาว
โลหิตและบรรยากาศที่แสนหดหู่ตลบอบอวล เป็น
เสมือนโลกที่มืดมนและหดหู่……
เห็นได้ชัดเจนว่าที่นี่ไม่ใช่ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ เขาได้ติดอยู่บนนรกบนดินเป็นเวลา
เกือบสองปี ในที่สุดก็สามารถออกมาได้
อู่ อวี้ ตรวจสอบโดยรอบอย่างละเอียด พบว่า
ในตอนนี้ยังไม่ปรากฏอันตรายร้ายแรงอะไร และใน
ทิศที่ห่างไกล ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลยแม้แต่ชีวิต
เดียว
แน่นอนว่า ไม่มีทางเข้าหรือทางออกของอาณาเขต
ล่าแห่งเกียรติยศ เขาเดินออกมาจากประตูไม้ และ
มาปรากฏตัวบนนภากาศที่อยู่เหนือสถานที่แห่งนี้
ขอบเขตปั่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ ความมืดมิดได้ม้วน
กวาดไปตลอดชายปั่า จนไม่สามารถมองเห็นสุด
ขอบของระยะทางได้ อู่ อวี้ ยืนอยู่บนกิ่งของต้นไม้
โบราณ เริ่มคิดคำนวณถึงแผนการในขั้นต่อไป
“ไม่ว่าจะยังไง ข้าก็ถูกส่งออกมาจากอาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศแล้ว และ เจียง จู่เยว่ ย่อมรู้เรื่องนี้
อย่างแน่นอน ถ้าหากว่ามันยังคงมีสัจจะอยู่บ้าง
เมื่อคิดไปแล้ว มันก็จะต้องออกมาหาข้าแน่นอน
ถ้าหากไม่มีมันและตกอยู่ในห้วงสมุทรปีศาจอนันต์
ข้าเพียงคนเดียวก็คงไม่รู้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
……
“ไม่ต้องพูดถึงปีศาจมากมายที่เรียงรายไปตลอด
ทาง ไหนจะเป็นจอมปีศาจของภูเขาแต่ละลูกอีก ผู้
แข็งแกร่งเหล่านั้นสามารถจัดการข้าได้อย่าง
ง่ายดายราวพลิกฝั่ามือ”
เมื่อคิดถึงเหตุผลในข้อนี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้
ตัดสินใจรออยู่ตรงนี้ไปก่อน
อย่างไรก็ตามเขารับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ รับรู้ได้ว่า
ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์แห่งนี้ สำหรับเขาแล้วมัน
อันตรายยิ่งกว่าอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศเสียอีก
มันเต็มไปด้วยภัยอันตรายต่างๆทุกรูปแบบ ที่
อาจจะสังหารเขาได้ตลอดเวลา อาจจะเป็นปีศาจที่
ไม่เกรงกลัว จิ่วอิง และยังมีปีศาจบางตัวที่เพิ่งเกิด
มาซึ่งไม่รู้ว่า จิ่วอิง นั้นเป็นใคร
ดังนั้นเขาจึงควรรอให้ เจียง จู่เยว่ มาถึง
แต่ว่าเขาไม่สามารถที่จะเดินไปมาอย่างเปิดเผยได้
อู่ อวี้ จึงได้ไปหาที่หลบซ่อน เข้าสู่สภาวะจำศีล
เฝั้ามองโลกที่เป็นของปีศาจแห่งนี้
ความเงียบสงบเข้าย่างกราย
แต่เมื่อเวลาได้ไหลผันผ่านไป หัวใจกลับปรากฏ
ความคิดถึงขึ้น เขาคิดถึงนิกายเซียนซูซันเป็นอย่าง
ยิ่ง โดยเฉพาะกับคนที่เป็นห่วงเขาทุกคน
“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ตราบใดที่
สามารถฝึกฝนมหาเต๋าเชื่อมสวรรค์ได้สำเร็จ ก็จะ
สามารถเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพีได้ ต่อให้เป็นสาวก
ขั้นกระบี่แก่นแท้ทั่วไป ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ไม่
แน่ว่าอีกปีหรือสองปี ก็สามารถที่จะก้าวข้าม
ปั๋ายหลี่ เฟยหง ได้”
“หมิงซวง เคยกล่าวเอาไว้ว่า เคล็ดวิชามหาเต๋า
เชื่อมสวรรค์ของ ฉีเทียนต้างเซิ่ง นั้นน่ากลัวโดย
แท้จริง มันจะมีพลังมากกว่าห้วงอเวจีศิลาทองคำ
มหาศาล ตราบใดที่ข้าออกไปจากห้วงสมุทรปีศาจ
อนันต์ได้อย่างปลอดภัย และรีบกลับไปฝึกฝนเคล็ด
มหาเต๋าเชื่อสวรรค์ที่ซูซันก็จะรู้ได้!”
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ความคิด หมิงซวง จะ
ยอมมอบเคล็ดวิชาให้กับเขาหรือไม่ นั่นก็เป็นอีก
เรื่องหนึ่ง ………
ความอดทนของ อู่ อวี้ เริ่มถดถอยไปเรื่อยๆ
หลังจากที่รอมานานกว่าสิบวัน ในที่สุด อู่ อวี้ ก็
พบเจอคนที่เข้ามายังปั่าทึบแห่งนี้ มันเป็นสุนัข
จันทราตนหนึ่ง สุนัขจันทราตนนี้ได้มองไปรอบๆ
เมื่อพบ อู่ อวี้ แล้ว มันก็ได้แปลงกายไปเป็นมนุษย์
แน่นอนว่ามันก็คือ เจียง จู่เยว่ นั่นเอง บัดนี้มันได้
แสดงสีหน้าเย็นชาออกมา
“ว่ายังไง อู่ อวี้ ไม่คาดคิดจริงๆว่ามันจะปล่อยให้
เจ้าทำได้สำเร็จ! อย่างไรก็ตามนี่มันไม่มากเกินไป
หน่อยหรือ เป็นเพราะผู้คุมกฏของอาณาเขตล่า
ด่านที่หกนั้นหละหลวมไปหน่อยรึเปล่า ถ้าหากเป็น
ข้า ข้าจะส่งเจ้าไปยังอาณาเขตล่าด่านที่เจ็ดไปนาน
แล้ว นั่นสิถึงจะยุติธรรม” เจียง จู่เยว่ กล่าว
ออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ว่าจะพูดยังไง ข้าก็ออกมาเรียบร้อยแล้ว ตราบ
ใดที่เจ้ารักษาคำพูด ข้าก็จะขอบคุณเจ้าเป็นอย่าง
มาก” อู่ อวี้ กล่าว
“วางใจเถอะ ข้า เจียง จู่เยว่ พูดคำไหนคำนั้น
เรื่องที่กล่าวออกไปต่อหน้าผู้คนมากมาย ไม่อาจที่
จะไม่กระทำได้ ไปเถอะ!” มันกล่าวอย่างเฉื่อยชา
จากนั้นกลายร่างกลับไปอยู่ในรูปร่างสุนัขจันทรา
โดยไม่คำนึงถึงความเร็วของ อู่ อวี้ มันได้พา อู่ อวี้
วิ่งฝั่าตรงไปผ่ากลางดงปั่าของต้นไม้โบราณ
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่ามันจะง่ายดายเช่นนี้ เขายังคิด
ว่า เจียง จู่เยว่ อาจจะไม่ปรากฏตัวออกมา และ
เมื่อปรากฏตัวออกมาแล้วก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
แม้แต่น้อย ซึ่งดูเหมือนว่ามันกำลังฝืนตัวเองอยู่
อย่างไรก็ตามความเร็วของ เจียง จู่เยว่ นั้นรวดเร็ว
มากจริงๆ อู่ อวี้ จำเป็นที่จะต้องใช้พลังกายเนื้อใน
ระดับที่สูงที่สุด และใช้ประโยชน์จากผืนแผ่นดินอัน
แข็งแกร่งเป็นแท่นในการพุ่งตัวไปข้างหน้า จึงจะ
สามารถไล่ตามมันได้ทัน แต่ว่าเพียงแค่ครึ่งวัน
เท่านั้น อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถจะทนไล่ตามได้อีก
ต่อไป แต่ เจียง จู่เยว่ ก็ไม่ได้สนใจเขาแต่อย่าง
น้อย มันมองไปเพียงแต่ถนนเบื้องหน้า ราวกับว่า
กำลังสำแดงพลังอำนาจของมันออกมาให้ อู่ อวี้
ได้เห็น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังคงกัดฟันไล่ตามมันต่อไป
ในชั่วพริบตาก็ผ่านพ้นไปแล้วหลายวัน ทั้งสองคน
ไม่ได้มีการพูดคุยใดๆออกมาทั้งสิ้น เจียง จู่เยว่
เกียจคร้านเกินไปที่จะหันกลับไปมอง อู่ อวี้
“เจ้าคาดว่าด้วยความเร็วเช่นนี้ การที่จะออกจาก
ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ยังต้องใช้เวลาอีกนาน
เท่าใด?” อู่ อวี้ เอ่ยถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร เจ้าเป็นเพียงแค่ผู้ติดตาม
ทำไมถึงพูดมากเช่นนี้!” เจียง จู่เยว่ กลอกตาของ
มัน
“ระหว่างทางจะพบเจอกับปีศาจตนอื่นไหม?” อู่
อวี้ ได้เรียนรู้มาว่า ในความเป็นจริงแล้วปีศาจก็ยัง
มีแบ่งเป็นหลายๆพื้นที่ซึ่งมีจอมปีศาจปกครองอยู่
จักรพรรดิอิง นั้นเป็นผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน
ห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ แต่ในที่แห่งนี้ก็ยังมี
ผู้ปกครองคนอื่นๆอยู่ ซึ่งไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจ
การปกครองของจักรพรรดิอิง และผู้ที่มีชื่อเสียง
มากที่สุดซึ่งเป็นผู้ที่ต่อต้านจักรพรรดิอิง นั่นก็คือ
จักรพรรดิจู้
ว่ากันว่า จักรพรรดิจู้นั้นเป็น ‘มังกรประกาย
แสง’ มังกรประกายแสงและมังกรวารี นั้นไม่
เหมือนกัน กล่าวได้ว่ามันเป็นมังกรที่แท้จริง แต่
กระนั้นมันกลับมีลักษณ์นิสัยที่ชั่วร้าย จึงไม่นับว่า
มันเป็นมังกรแท้จริง และมันได้ถูกตัดออกจากการ
เป็น ‘สัตว์สวรรค์’ ไปในที่สุด แต่ถึงอย่างไรมันก็
คือมังกรที่แท้จริงอยู่ดีหากนับตามจริง ดังนั้นใน
ด้านของพรสวรรค์ และความสามารถ มันจัดอยู่ใน
อันดับต้นๆของทวีปแห่งทวยเทพ และเป็นปีศาจ
อันดับที่สอง เป็นรองเพียงแค่จักรพรรดิอิงเท่านั้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ